แฟนฟิคจำเลยรักภาคพิสดาร

ตอนที่ 2 : รักคือการวางแผน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 688
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

ฟิคจำเลยรักภาคพิสดาร ตอนที่2

 

หลังจากจบขบวนการการทำความรู้จักชนิดที่ว่ายิ่งโศรยาบอกว่าตัวเองไม่ใช่ศันสนีย์มากแค่ไหนหฤษณ์ก็ปักใจเชื่ออย่างจริงจังว่าโศรยาคือศันสนีย์มากเท่านั้น โดยไม่ยอมรับฟังคำของเธอแม้แต่น้อย โศรยาต้องแอบถอนหายใจหลายเฮือก ไม่กล้าหือให้เจ็บตัวฟรี เพราะความคิดที่ว่าต้องการรักษาเนื้อรักษาตัวให้ปลอดภัยจากมือของหฤษณ์ เพื่อที่จะเป็นหัวใจของหฤษณ์ในอนาคต ฮิ๊วววว

 

หฤษณ์แนะนำให้รู้จักกับคนรับใช้ หรือถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือคนคุมตัวเธอในระหว่างที่อยู่บนเขานั่นเอง

“นี่ นายใบ้ เป็นคนของผมเขาจะช่วยดูแลคุณ ถ้าคุณอยากได้อะไรก็จดใส่กระดาษให้นายใบ้เอาไปให้ผมข้างล่าง เย็นๆผมจะขึ้นมาอีกที หวังว่าคงจะอยู่ที่นี่ด้วยความทรมานนะคุณศันสนีย์” เสียงเยาะเย้ยนั้นทำให้โศรยาทำหน้าเมื่อย เออ ศันสนีย์ก็ศันสนีย์วะ เฮ้อ

 

หฤษณ์พูดจบก็เดินลงเขา โดยมีสายตาละห้อยหาของโศรยาที่มองตามไป

เธอหันมามองนายใบ้อย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก เรื่องของเรื่องคือหน้าตานายใบ้ใช้ไม่ได้เลย จมูกบานๆไหนจะปากหนาๆตัวดำๆนั่นอีก ปกติเธอก็ไม่ใช่คนชอบบูลลี่หน้าตาแต่ก็ชอบมองของสวยๆงามๆคนหล่อๆล่ำๆ เห็นนายใบ้แล้วแทบอยากจะเกาะเอวหฤษณ์กลับลงข้างล่างไปด้วย หวังว่าคงแค่ใบ้นะคงไม่บ้าจนทำมิดีมิร้ายกับเธอ สายตาระแวดระวังดุดันราวจะกินตับเด็กเหมือนจะปรามนายใบ้ในทีนั่น ยิ่งทำให้นายใบ้ค้อมตัวทำท่าหงอเกรงอกเกรงใจ

 

“ได้ยินใช่ไหม ว่านายเธอเขาสั่งอะไร”

“แบะ แบะ บู้” นายใบ้ตอบด้วยท่าทีที่เกรงอกเกรงใจ...จะรู้เรื่องกันไหมวะเนี่ย..โศรยาเกาศีรษะด้วยความปวดกบาล ก่อนจะชะเง้อมองเข้าไปในกระท่อม

“เฮ้อ..ไหนดูสิในบ้าน..ไม่สิกระท่อมนี่มีของอะไรบ้าง” โศรยาเดินขึ้นไปพร้อมกับสำรวจดู ห้องนอนเตียงเดี่ยว..อ๊ะ เตียงเดี่ยวววว ร่างบางหน้าบานทิ้งตัวนอนคว่ำหน้ากลิ้งไปมาสูดดมหวังจะได้กลิ่นสาปหนุ่มของหฤษณ์ที่ควรติดอยู่บ้าง ...เวรได้กลิ่นไอแดดกับผงซักฟอก เซ็งเลย วัยรุ่นเซ็ง

 

โศรยาตีสีหน้าผิดหวังก่อนจะเดินออกไปด้านนอก ซึ่งแบ่งเป็นครัวเล็กเพียงคนเดินสวนกันได้ ข้างเตาอั้งโล่ที่มีถึงสองเตานั้น วางไว้ด้วยตู้กับข้าวทำด้วยไม้ดูเก่าแก่จนอาจจะนับได้ว่าเป็นของโบราณ(ประชด)

อีกฟากเป็นเป็นคลังถ่านที่มีถ่านล้นอยู่ในลังไม้ใหญ่ ข้างๆมีขี้ไต้แบบขดวางไว้ตั้งใหญ่กับไม้ขีดไฟตราพญานาค เขียง ครก หม้อ ชาม จานช้อน ครบครันดูเป็นของเก่าที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ท่าทางกระท่อมนี้จะเป็นที่โปรดปรานของหฤษณ์ หรือไม่ก็ต้องขนมาจากบ้านข้างล่าง

 

โศรยาออกมายืนชะเง้อตรงส่วนที่ทำเป็นระเบียงหน้าห้องนอน บ้านข้างล่าง..สักวันหนึ่งเธอจะต้องไปดูให้ได้ว่าบ้านข้างล่างของหฤษณ์เป็นอย่างไร ปลงใจได้ว่าตอนนี้คงไม่มีสิทธิ์ที่จะลงไป ก็หันกลับมาตั้งต้นด้วยการคว้าเอาหม้อหุงข้าวแบบน้องโบฯ(ราณ) ซึ่งเป็นหม้อดินเผารุ่นพระเจ้าเหานุ่งกุงเกงหูรูดมากรอกข้าวสารใส่

“โศค่ะ โศค่ะ หนูชื่อโศ มากับหม้อและก็มากับเตา ลั๊ล ลั๊ล ลา...มาๆๆมาออกมาเต้น” หญิงสาวที่ชอบร้องเพลงในครัวจัดให้อีกหนึ่งคอนเสิร์ต จนนายใบ้ที่แอบมองอยู่ต้องอึ้งตะลึงงัน

ตรงบันไดมีโอ่งใหญ่ ใหญ่ขนาดทวดโอ่งวางอยู่น้ำที่มีอยู่เต็มทำให้ไม่ต้องเดินลงมาข้างล่างสามารถตักจ้วงใช้หุงข้าวทำกับข้าวได้เลย ภาชนะที่ตักจ้วงทำด้วยใบตาลดูกิ๊บเก๋ยูเรก้าเสียจนโศรยาอดหัวเราะไม่ได้

 

“เริ่ดค่า แค่หมาตักน้ำนี่ก็ไม่เหมือนใครแล้ว...”โศรยาบ่นพึมพำพลางถอนหายใจยาว นี่ถ้าพ่อยอดขมองอิ่มของน้องจะมายืนป้วนเปี้ยนหรือว่านั่งให้กำลังใจก็คงจะดีไม่น้อย

หุงข้าวผัดผักต้มจืด ได้เพียงครู่ก็มานั่งรับประทานห้อยขาอยู่ด้านหน้า ก่อนจะพยักพเยิดให้นายใบ้ไปตักมากินตามอัชฌาศัย ส่วนตนนั้นล้างจานเสร็จก็จดของที่ต้องการวางไว้ให้นายใบ้ แล้วจึงเดินออกสำรวจรอบกระท่อมอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

ชะรอยจะสำรวจลึกเกินไปพอหันกลับมาอีกทีกระท่อมหายไปจากสายตาแล้ว ต๊ายแล่ววว ตายแล้ววว จะกลับกระท่อมถูกไหมนี่ จะอ้าปากเรียกหานายใบ้ก็กลัวเสียฟอร์ม

เวรกรรมหรือไรแต่ปางไหนนั่น สุขเพียงชั่ววันแต่ช้ำทวีคูณรองเท้าที่ใส่มาทำท่าจะเกเรส้นเตี้ยๆหลุดออกจนเท้าถลอกปอกเปิก ชีวิตคนสวยหนออะไรจะรันทดปานนี้

 

ใบหน้าหวานล้ำชะเง้อมองรอบกาย เวลาผ่านไปเนิ่นนานจากเช้าเป็นเที่ยงจากเที่ยงเป็นบ่าย ดูเหมือนว่าป่าที่มีเสียงหริ่งหรีดเรไรจะเงียบไปจนผิดปกติ ความสุขไม่มาซ้ำ ความซวยไม่มาแค่หนเดียว หิวข้าวววว

อะไรสักอย่างผิวมันปลาบเกล็ดระยิบเลื้อยเชื่องช้าบ่อวดเดโช ทว่ากลับแผ่แม่เบี้ย..แม่เบี้ย ฮือๆๆไม่มีกระต่ายขูดมะพร้าว ไม่มีผ้าแถบ เล่นจริงและอาจจะตายจริงเพราะไม่มีสแตนอิน พ่อแก้วแม่แก้วซ่อยข้อยแหน่

“อย่าขยับ” กรี๊ดดดดดดดดดดดพระเอกมาแล้ว โอ้วววววพระเอกของหนู อยากขยับอยู่หรอกค่าแต่ขยับไม่ได้ ขาแข้งมันแข็งไปหมดเลยค่า

 

เสียงปืนดังลั่นป่า นกกาแตกฮือ งูเจ้ากรรมตัวนั้นม้วนตัวเอียงอาย..เอ่อ.. ม้วนตัวตายตรงหน้าโศรยาถึงกับเข่าอ่อนจนทรุดอยู่กับพื้น

มือแข็งแรงหิ้วปีกเธอขึ้นมาพร้อมกับทำเสียงดุพอๆกับใบหน้าที่แดงก่ำเส้นเลือดปูดตรงขมับน่าลูบไล้

“ผมนึกแล้วว่าคุณต้องหนี” อ้าว เฮ้ย...ใครหนี?

 

“อย่าคิดเลยว่าจะหนีพ้นบนเขานี้น่ะ มีแต่งูเห่า งูบองหลา เจองูเห่าอาจจะพอรอดจนคนเจอได้ แต่ถ้าเจอบองหลาเข้าไปได้เป็นผีเฝ้าป่าแน่ๆ” มือที่ลากถูลู่ถูกังก็ยังคงลากไปปากก็ขู่เสียงเข้ม พาลให้โศรยาอ่อนระทวยหายใจรวยระรินพะงาบๆจนมาถึงกระท่อม

“เบาๆหน่อยสิคุณ ฉันไม่ได้จะหนีสักหน่อย”

“อ้อ คุณจะบอกว่าคุณหลงป่ากลับกระท่อมไม่ถูกงั้นสิ ผมไม่โง่พอที่จะเชื่อคุณหรอก”

“เอาเข้าไป เชื่อ ฉันเชื่อว่าคุณไม่โง่พอที่จะเชื่อฉัน แต่คุณโง่ยิ่งกว่าที่ไม่เชื่อฉัน ปล่อยมือฉันนะเจ็บนะ”

“ต่อให้คุณรอดพวกสัตว์ป่าไปได้ ข้างล่างก็มีผู้ชายกลัดมันเยอะแยะที่คงไม่เคยเจอผู้หญิงสวยอย่างคุณ” โศรยาชะงักการขัดขืนก่อนจะลอบยิ้ม เขาชมช้านนนนว่าช้านสวยยย ...เอียงอายขวยเขิล

“ต่อไปนี้ ผมจะสั่งนายใบ้ไว้ว่าถ้าคุณออกนอกเขตเมื่อไหร่มันจะทำอะไรกับคุณก็ได้” เอ่อ...ขอให้คิดดูใหม่ก่อนได้ไหมเจ้าคะ

“ไปทำกับข้าวได้แล้ว ไอ้ใบ้มันคงได้กินกับข้าวฝีมือคุณไปแล้ว และเย็นนี้ผมจะกินข้าวบนนี้” หืม..โศรยาเบิกตาโต

“ไปสิ” เสียงดุดันทำให้โศรยาต้องรีบไปทำอย่างที่หฤษณ์สั่ง ทั้งที่ยังเจ็บเท้าอยู่มากอยากจะร้องขอยามาทาก็พูดไม่ออก เกิดพ่อคุณตะคอกกลับมาอีกว่าไม่มีให้เธอจะเสียหน้าเปล่าๆ ดุได้ดุไปนะเจ้าคะ อย่าเผลอมาหลงเสน่ห์อันล้ำลึกเกินห้ามใจของอิฉันก็แล้วกัน แม่จะเล่นตัวเสียให้เข็ด

 

เสียงดุๆ หน้าเข้มๆ หุ่นแมนๆ เฮ้อ...โศรยาคิดพลางเหยาะน้ำปลาลงหม้อไปพลาง วันนี้เธอทำข้าวต้มปลาหมึก รับรองว่าจะต้องอร่อยจนหฤษณ์ติดใจ และแน่นอนว่าจะต้องอยากขึ้นมาบนนี้บ่อยๆ ทุกวัน ทุกมื้อ แค่คิดก็...ซร๊วบ

เอ..หือ...มือที่กำลังเหยาะน้ำปลาลงหม้อชะงัก

“ตาฝาดไปหรือเปล่าตะกี้ยังเห็นน้ำปลาตั้งครึ่งขวดแล้วนี่ทำไมมีแค่ก้นขวดหว่า” โศรยาเขย่าขวดน้ำปลาไปมาพลางเพ่งขวดราวจะหาเลข

 

กลิ่นข้าวต้มหอมฉุยไม่ต้องชิมก็รู้ว่าอร่อยเหาะ โศรยายกหม้อข้าวต้มมาตรงโต๊ะไม้ไผ่ที่ระเบียง หฤษณ์นั่งมองแบบหาเรื่อง ทว่าโศรยาก็ไม่ระย่อ มือเรียวตักข้าวต้มใส่ชามใหญ่ ก่อนจะถอยออกมาห่างเพื่อดูผลว่าหฤษณ์จะสำแดงความอร่อยมาโดยวิธีไหน เสน่ห์ปลายจวักสามีรักจนตาย ฮิ๊วววววววววว มงเท่งมงเท่งมงเท่งมง

เพียงตักเข้าปากหฤษณ์ก็ชะงัก ก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้ามีความหวังของโศรยา แล้วจึงก้มลงตักจ้วงเข้าปากจนเกลี้ยงชามจากนั้นก็กินน้ำไปอีกหนึ่งขันใหญ่

 

ร่างใหญ่ลุกขึ้นก่อนจะปรายหางตามามองโศรยา

“พรุ่งนี้ไม่ต้องทำเผื่อ ผมจะกินข้าวข้างล่าง” ห่ะ... โศรยามองร่างสูงใหญ่ที่เดินลงเขาไปด้วยกิริยาอ้าปากตาค้าง

“อะไรอ่ะ ของอร่อยๆขนาดนี้จะไม่กลับมากินอีกเหรอ..ฮึ” โศรยากระฟัดกระเฟียดก่อนจะตักข้าวมานั่งกินบ้าง เพียงอาหารแตะปากก็ต้องรีบถ่มออกมา

“ว๊ากกก เค็มปี๋เลย แหวะๆๆ” ดวงตากลมโตสุกใสมองไปทางที่หฤษณ์เพิ่งเดินจากไปด้วยความโหยหาความรักความเมตตาอาลัย...เสียมะ อย่างนี้มันเสียมะ เจอใครก็อยากจะมุดลงดินลูกเดียวววว ป่านนี้เขาคงคิดว่าเธอมีฝีมือทำกับข้าวที่แสนจะห่วยเป็นแน่...

 

ตกค่ำโศรยาก็ต้องดีใจที่หฤษณ์ขึ้นมาบนเขาอีกรอบ ร่างบางที่มองชายหนุ่มที่เดินมาไกลๆด้วยแววตาเป็นประกายก่อนจะเข้าไปในห้องนอนเพื่อทาแป้งหวีผมรับหฤษณ์ เขาขึ้นมาอีกทำไมน้า...

หรือว่า...โอ้วววไม่นะ..ฉันยังไม่เคยค่ะคุณหฤษณ์ โอ้ววอย่าค่ะ...

บ้าๆๆคิดอะไรก็ไม่รู้ยัยโศเนี่ย ทะลึ่งทะเล้นแก่นเซี้ยวจริงเชียววว

 

มือบางหวีผมยาวสลวยพลางคิดสารพัดด้วยความชื่นมื่น

ต๊กแก! หญิงสาวหันขวับไปตามเสียงร้อง ตุ๊กแกตัวเขื่องสีเทาครามจุดแดงจางๆเกาะอยู่ใกล้หลังคาเหนือเตียง โหววววตัวใหญ่ยักษ์บักเอ้งมากกกกก สีแสบสันต์น่ารัก ชอบๆๆ

ต๊กแก! ต๊กแก! สองแล้วๆ ร้องให้ครบเจ็ดสิจ๊ะฉันจะได้อธิษฐาน

ทว่าตุ๊กแกร้องเพียงแค่สองครั้งทำให้โศรยาหน้าสลดลงเพราะอดอธิษฐานให้ได้สามี หากแต่เมื่อได้ยินเสียงย่ำเท้าเดินขึ้นกระท่อมก็ทำให้นึกสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” จู่ๆหญิงสาวก็วิ่งผมสยายออกจากห้อง หลับหูหลับตาโผซบไปที่อกหนาอันอบอุ่น โฮ๊ะๆๆ

“อะไรของคุณ”

“ตะ..ตะ..ตุ๊กแกค่ะในห้องอ่ะ” ตัวแม่ของมารยาหญิงแปดหมื่นสี่พันเล่มเกวียนช้อนตาขึ้นมองลูกคางบึกบึนที่มีเคราครึ้มนั้นอย่างโหยหา อิส สะ ว่อน ว้อนนนน

 

“ใบ้ แกไปจับตุ๊กแกซิ” นายใบ้เดินไปจับตุ๊กแกในห้องก่อนจะออกมายิ้มเผล่ให้เจ้านาย

“ตุ๊กแกตัวแค่นี้ทำเป็นกลัวไปได้ ในป่ามีตัวยาวกว่านี้อีกเป็นเมตรแน่ะ” โห่ ไปหลอกเด็กเถอะค่ะที่รัก ชริ! ตุ๊กแกหรือตัวเหี้.. เอ๊ย ตัวเงินตัวทองค้า... ที่ว่ายาวเป็นเมตรน่ะ โศรยาผลักอกหนานั้นออกจากตัวอย่างสุดแสนจะเสียดาย ฝ่ายหฤษณ์หน้าขรึมมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาขุ่นแค้น

 

“ผมจะมาบอกคุณว่าผมอาจจะปล่อยตัวคุณไป”

“จริงหรือคะ” อะไรอ่ะ ไม่อ้าวววว เก๊าจะอยู่ต่อ...

“อย่าเพิ่งดีใจไป ผมอาจจะปล่อยตัวคุณไปก็ต่อเมื่อคุณแก่เฒ่าจนไม่สามารถไปทำมารยาสาไถใส่ผู้ชายคนไหนได้อีก หรืออีกทางหนึ่ง ถ้าคุณนอนกับไอ้ใบ้จนมีลูกกับมันผมถึงจะปล่อยตัวคุณไป”

“แปลว่าคุณอยากให้ฉันอยู่ที่นี่ จนแก่เฒ่า” ...ไปกับคุณ อ๊ายยยยยยยยย

 

“ก็แล้วแต่ว่าคุณจะเลือกข้อไหน จำเอาไว้ว่าผมไม่มีวันที่จะให้คุณลอยนวลไปได้ง่ายๆ ผมจะไม่ให้คุณเที่ยวไปทำร้ายผู้ชายคนอื่นอีก ถ้าคุณมีลูกกับนายใบ้คุณก็จะได้อับอาย จิตใจคุณจะได้ตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าคุณเคยมีอดีตที่เลวทรามอย่างไร” อืมม...ซับซ้อน ล้ำลึก ฉลาดเลิศ เหมาะที่จะมาเป็นพ่อของลูกอิชั้นเหลือเกินนน โอ้ววมายเลิฟมายสวีทฮาร์ท

 

“คุณ..ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย ดิฉันเกลียดคุณเข้ากระดูกดำ ไม่ว่าดิฉันบอกอะไรคุณก็ไม่ฟังสักอย่างอยากแต่จะเชื่อในสิ่งที่คุณคิดเท่านั้น” โศรยารู้มาว่าหากเกลียดสิ่งใดมักได้สิ่งนั้น และตอนนี้เธออยากได้คนนี้อ่ะ อยากดั้ยๆ

หญิงสาวใจเต้นตึกตักเมื่อสบตากับตาอันดุดันตรงหน้า ก่อนที่จะทนต่อเสน่ห์ดุเถื่อนดิบไม่ได้...เธอจำเป็นต้องห่างผู้ชายคนนี้อย่างเร่งด่วน เธอรีบเปิดประตูพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปข้างใน

 

ร่างบอบบางทรุดนั่งหน้าประตูเพราะแข้งขาอ่อนแรง หากช้ากว่านี้นิดเดียว..มีหวัง..เธอคงอดใจไว้ไม่ไหวเป็นแน่และหฤษณ์ก็จะต้องเข้าใจว่าเธอเป็นผู้หญิงมากรักอย่างที่เขาคิด อดใจไว้โศรยา อดใจไว้

หญิงสาวพร่ำเตือนตัวเองซ้ำๆ ต่อให้หฤษณ์จะโดนใจวัยรุ่นแค่ไหนเธอก็ต้องธำรงไว้ซึ่งความเป็นกุลสตรีที่ดีงาม ใจจะคิดอย่างไรก็คิดไป หากกายต้องประพฤติถูกครรลองเข้าไว้..เพราะ...เพราะเธอเป็นนางเอก ฮิ๊ววววววว

 

ค่ำคืนแรกในกระท่อมสับปะรังเคในสายตาของโศรยานั้น...แสนจะทรมาน โศรยานอนแทบไม่หลับกระสับกระส่าย แม้จะพยายามจิ้นหรือใช้จินตนาการแล้วว่าหฤษณ์เคยนอนให้ไออุ่นกับเตียงนี้ไว้ก็ไม่สามารถทำให้เธอเคลิ้มหลับได้ กว่าจะเข้าสู่นิทรารมณ์ก็เกือบเช้า

 

เสียงเรียกของคนที่ยืนอยู่นอกกระท่อมทำให้โศรยาตื่นด้วยความงัวเงีย

“ได้ยินแล้ว เรียกทำไมตั้งแต่เช้า” แม้จะจำได้ว่าเป็นเสียงของหวานใจแต่ความง่วงงุนก็เข้าครอบงำเกินกว่ากิเลสตัณหาอื่นจะแทรกเข้ามาได้

“จะลุกขึ้นดีๆหรือจะให้เข้าไปปลุก” คำว่าปลุกในความหมายของหฤษณ์ย่อมไม่ใช่จุมพิตปลุกให้ตื่นอย่างเจ้าหญิงนิทราที่เคยได้อ่านเป็นแน่ โศรยาเดินหัวยุ่งเปิดประตูออกมา

 

“รีบลงมาก่อนแดดจะจัด”

“ทำอะไรคะ”

“ขุดดินยกร่องแปลงผัก”

“หา..ฉันขุดไม่เป็น”

“ไม่เป็นก็ต้องหัด แถวนี้ไกลจากตลาด จะให้ผมไปจ่ายกับข้าวมาให้คุณกินทุกวัน ฝันไปเถอะ ถ้าคุณไม่รู้จักปลูกผักเลี้ยงไก่ไข่ คุณก็ต้องอดมื้อกินมื้อ”

 

“โห นี่ใจคอคุณจะไม่ให้ฉันพักให้ชินกับที่นี่บ้างเลยหรือไง ตื่นมาวันแรกก็ให้ทำงานเสียแล้ว” คนสวยหงุดหงิดอย่างแรงที่ถูกปลุก

“ตามใจคุณนะ ถ้าคุณไม่ทำผมก็ไม่บังคับ แล้วอย่ามาว่าผมไม่เตือนล่ะ” มือแข็งแรงโยนจอบสองอันทิ้งพื้นก่อนที่จะหันหลังทำท่าจะเดินกลับ

“เดี๋ยว ไปก็ได้ รอเดี๋ยวฉันขอล้างหน้าแปรงฟันก่อน”

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น