แฟนฟิคจำเลยรักภาคพิสดาร

ตอนที่ 1 : คนสวยมาแล้วววว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    6 เม.ย. 63

แฟนฟิคจำเลยรักภาคพิสดาร ตอนที่1

 

“อันความรักมักชวนชักให้ใจลุ่มหลงระเริง อ้าวเฮ้ยไม่ใช่แล้ว เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันใย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่น” โศรยาคนอาหารในหม้อพลางร้องเพลงพลาง

“คุณโศ ขา โบราณเขาว่าไม่ให้ร้องเพลงในครัวนะคะ ประเดี๋ยวจะมีผัวแก่”

“แหม เตย แค่ร้องเพลงเล่นๆแค่นี้คงไม่เป็นอย่างนั้นมั้ง แต่แก่กว่าก็ดีเหมือนกันเพราะฉันก็ไม่ชอบคนอายุน้อยกว่าหรอกนะ” โศรยาพูดล้อเล่นกับสาวใช้แล้วจึงหัวเราะลงลูกคออย่างสบอารมณ์

“คุณโศขา คุณศันให้หาค่ะ” จิตเด็กรับใช้อีกคนเดินเข้ามารายงาน

“อ้าวเหรอ เตยมาคนต่อสิ ฉันปรุงเรียบร้อยแล้วล่ะ” กล่าวจบโศรยาก็เดินออกไปจากครัว พลางให้นึกสงสัยว่าคุณพี่ศันสนีย์ของเธอจะเรียกเธอไปทำอะไร

หวนนึกถึงตอนเด็กๆที่คุณพี่ของเธอใช้ให้ปีนต้นไม้เก็บมะม่วง เธอก็ต้องไปเก็บให้ ด้วยความที่ว่าคุณพี่ของเธอนั้นเป็นลูกสาวของผู้มีพระคุณที่พาเธอมาชุบเลี้ยงจนเติบโต และเป็นเรื่องสนุกที่เธอได้ปีนป่าย

หากมีหลายครั้งที่คุณพี่มักใช้เธอให้ทำงานที่ยากเย็นเธอก็หลีกเลี่ยงให้คุณพี่ทำแทนได้เสมอ คราวนี้ไม่รู้ว่าคุณพี่จะใช้อะไรเธออีก หากเหลือบ่ากว่าแรงอย่าฝันไปเลยว่าเธอจะยอมทำตาม ในเมื่อมีมือมีตีนเหมือนกัน ก็สมควรให้คุณพี่ทำเองเสียบ้าง

 

“โศ พี่ได้รับจดหมายจากใต้”

“จดหมายจากใต้ นี่คุณพี่ไปมีกิ๊กถึงใต้เลยหรือคะ”

“บ้าน่า พูดอะไรก็ไม่รู้ ถึงพี่จะมีกิ๊กพี่ก็มีกิ๊กใกล้ๆจ้ะโศ คนที่ส่งจดหมายหาพี่ชื่อหฤษณ์ เขาบอกว่าเป็นพี่ชายของหริณ”เพียงโศรยาได้ยินชื่อหริณก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศมาคุที่กระดึ๊บๆเข้ามาเยือน

“หริณ ที่เคยจีบเธอ แล้วก็มาจีบพี่นั่นแหละจ้ะ” ย้ำเข้าไป นังคุณพี่ โศรยาข่มกลั้นอารมณ์โกรธก่อนจะถามต่อด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“แล้วคุณพี่ลากโศมาฟังด้วยทำไมคะ”

“พี่อยากให้เธอช่วยรับหน้าอีตาหฤษณ์นี่หน่อยได้ไหม พี่มีนัดกับคุณธวัชชัยวันนั้นพอดี เขาก็คงมาเรื่องน้องชายเขานั่นล่ะ จะให้พี่ไปคืนดีรับรักนายหริณแน่ๆ พี่ไม่อยากฟัง นะจ๊ะนะนะ” เมื่อโศรยาฟังแล้วก็ไม่เห็นว่าเป็นเรื่องยากเย็นจนทำไม่ได้แต่อย่างใด จึงตกปากรับคำ

“ได้สิคะ ก็แค่บอกว่าคุณพี่ไม่ว่าง”

“ไม่ได้จ้ะ ถ้าอย่างนั้น เขาก็ต้องมาอีกเรื่อยๆจนกว่าจะเจอพี่จริงไหม พี่อยากให้เธอบอกว่าเธอคือศันสนีย์ ศุภอรรจ ไม่ใช่ โศรยา นภาพงษ์” โศรยามองเห็นความลำบากอยู่ลางๆ

“จะดีหรือคะคุณพี่ แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งเค้ามาเจอคุณพี่ตัวเป็นๆ โศก็กลายเป็น อิ..ทอ..แล...น่ะสิคะ”

“ต๊ายเขาไม่หยาบคายขนาดนั้นมั้ง ถึงจะเป็นคนบ้านนอกคอกนา ตัวดำปี๋ ผมหยิก ไม่ใส่เสื้อ ยี๊แค่คิดพี่ก็ขนลุกแล้ว แต่ถึงเขาจะเป็นอย่างนั้นก็ไม่น่าว่าโศของพี่ได้นะจ๊ะ”

“โศไม่อยากทำ” โศรยาพูดชัดเจน จนศันสนีย์หน้าหงาย

“เอาอย่างนี้เอาสร้อยข้อมือเส้นนี้ไป เป็นมุกแท้เชียวนะจ๊ะโศ นี่ลองดูสิๆ” ศันสนีย์คว้าข้อมือบางของน้องสาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องมาสวมสร้อยข้อมือฉับเข้าให้

“นี่คุณพี่เอาของมาล่อโศหรือคะ”

“เปล๊า พี่แค่อยากให้ของ แล้วก็อยากให้โศทำงานให้พี่นิ๊ดเดียว นิ๊ดเดียวจริงๆนะจ๊ะ หรือว่าโศไม่อยากได้...ไม่เอาจริงๆอ่ะ” ว่าแล้วศันสนีย์ก็ทำท่าจะถอดสร้อยข้อมือมุกชิ้นนั้นออกจากข้อมือเรียวงามดุจลำแข้งเด็กอ่อน โศรยารีบชักมือออกมาทันที

“โศทำให้ก็ได้ค่ะ แค่พูดไม่กี่คำ คงไม่เป็นไร” ความติดต้องใจสร้อยข้อมือมุกนี้ทำให้โศรยาตอบตกลง ใครจะไปรู้วันดีคืนร้ายเธอไม่มีสตางค์อาจจะพอพึ่งพาเอาไปจำนำมายาไส้ได้

 

เพียงไม่กี่วันก็ถึงวันนัด โศรยาแต่งกายงดงามให้สมกับที่เป็นลูกสาวเจ้าของบ้าน โชคดีที่คุณน้าผู้ชายไปตีกอล์ฟส่วนคุณน้าผู้หญิงไปรำพัด เธอจึงไม่ต้องหลบๆซ่อนๆเพื่อพบผู้ชายยย...พบหฤษณ์

เธอนอนเอกเขนกไขว่ห้างกระดิกเท้าอยู่บนเตียงพลางชื่นชมกับสร้อยมุกที่เพิ่งได้มาอย่างสบายอารมณ์ กระโปรงบานสีแหล๋นเปิดพะเยิบพะยาบตามจังหวะกระดิกเท้า

เตยเดินมาเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไปแล้วทำหน้ามุ่ย

“คุณโศนอนอย่างนี้อีกแล้ว หวอออกหมดแล้วค่ะ มีแขกมาขอพบคุณศันค่ะเขาบอกว่าชื่อคุณหฤษณ์ เตยตอบไปอย่างที่คุณโศบอกแล้วนะคะว่าให้รอสักประเดี๋ยว”

“อ๋อขอบใจจ้ะ แม่เตยงามทรามสมร” โศรยากึ่งเดินกึ่งวิ่งขโยกเขยกลงกระได

เมื่อตาต่อตามาประสาน ทุกอย่างราวหยุดนิ่ง โศรยาหูอื้อตาลายอยู่พักใหญ่ก็ตัดสินได้ว่าผู้ชายคนนี้ล่ะที่เธอต้องการ โอ้วววววววว หล่อเมิ่กกกกกกกกก ด้านหฤษณ์นิ่งอึ้งไม่นึกว่าศันสนีย์ผู้ที่ครองหัวใจน้องชายเขาได้นั้น หน้าตางดงามหวานแฉล้ม ตาซื่อเศร้าเช่นนี้(อันที่จริงโศรยาตาปรือหวานเยิ้มเพราะได้เจอชายในฝัน)

“ผมเป็นพี่ชายคนเดียวของหริณ ตอนนี้หริณไม่สบาย อยากให้คุณไปเยี่ยมหน่อยเพราะมันเพ้อถึงคุณตลอดเวลา” โศรยายังคงตาปรือค้างน้ำลายแทบไหลออกมา

“คุณ ได้ยินหรือเปล่า” เสียงตะคอกเหมือนโคตรจะโมโหนั้นทำให้โศรยาสะดุ้งสุดตัว

“คะ..อะไรนะคะ” โศรยาสูดกลืนปาดน้ำลายที่สออยู่มุมปากด้วยความรวดเร็ว

“ผมอยากให้คุณช่วยไปเยี่ยมหริณ เพราะหริณไม่สบายมากมันเพ้อถึงคุณ”

“อูย จะดีหรือคะ” ขืนไปมีหวังความแตกว่าหล่อนไม่ใช่ศันสนีย์ ศุภอรรจตัวจริง

“ทำไม หริณมันรักคุณ หรือคุณไม่รู้ มันรักคุณมาก มากขนาดนี้คุณยังไม่คิดจะไปเยี่ยมมันเลยหรือ หา” เสียงลั่นพร้อมใบหน้าคมสันที่แดงก่ำเส้นเลือดเริ่มปูดโปนออกมาจนน่ากลัว น่าซบ...ซร้วบ

“เอ่อ ทำไมคุณต้องโมโหด้วยล่ะคะ ไปก็ได้ค่ะไปก็ได้” พ่อยอดขมองอิ่มของน้อง จิพาไปขึ้นเขาลงห้วยที่ไหน โอเคเลยค่า...

คิดง่ายๆว่าหากเจอหริณ ก็คงบอกความจริงว่าคุณพี่ศันไม่มีวันมาหาเขาแน่นอน..สมน้ำหน้าอยากมองข้ามฉันดีนัก จีบน้องอยู่ดีๆพอเจอพี่ก็หลงพี่ มันต้องถูกทิ้งอย่างนี้ล่ะ สาแก่ใจกรูนัก อิช้อย เอ๊ยยย

“ดิฉันไปหยิบกระเป๋าก่อนนะคะ”

“ไม่จำเป็น ขากลับผมจะมาส่ง” โศรยาถูกใจกับคำตอบมากจนเดินตามร่างสูงใหญ่ หนา ล่ำ หล่อ ไปโดยดุษณี ทั้งรู้สึกดีที่คนคนนี้จะมารับส่งทั้งไปทั้งกลับจะได้ทำความรู้จักให้มากขึ้น ทางที่ดีเธอต้องซ่อนผู้ชายคนนี้ให้ไกลจากคุณพี่ของเธอไม่อย่างนั้น คุณพี่ศันคงรวบไว้งาบแน่ๆ ดวงตากลมโตกลอกไปมาราวน้ำกลิ้งบนใบบอน

 

รถที่แล่นออกไป ยิ่งแล่นเร็วขึ้นและดูเหมือนจะออกนอกเมืองกรุงไปทุกที

“ฉันจำได้ว่าบ้านหริณอยู่ฝั่งธนไม่ใช่หรือคะ ทำไมนี่มันเหมือนจะไม่ใช่ฝั่งธน” โศรยาถามขึ้นอย่างแปลกใจ

“ผมจะพาไปหาหริณ หริณไม่ได้อยู่ที่ฝั่งธน”

“อ้าว ฉันนึกว่าอยู่ที่ฝั่งธนเสียอีก แล้วอยู่ที่ไหนหรือคะ”

“นครศรีธรรมราช”

“หา นี่คุณจะพาดิฉันไปนครศรีธรรมราชเลยหรือคะ” ฟลุกแล้วโว้ยยย...โศรยาหน้าแดงก่ำจนหฤษณ์หันมายิ้มเย้ยอย่างสะใจเพราะนึกว่าหญิงสาวข้างๆนี้จะโกรธจนหน้าแดงที่เขาลักพาตัวเธอมา

“ถ้าคุณไม่รู้ก็รู้ไว้เถอะ ว่าผมเกลียดคุณมาก”

“อ้าว มาเกลียดฉันทำไม ฉันทำอะไรให้คุณ” ตูไปทำไรให้มันฟร่ะ ตูล่ะงง..

“คุณทำ คุณทำให้หริณยิงตัวตาย มันตายเพราะคุณทิ้งมัน มันพร่ำเพ้อถึงเนื้อตัวคุณ ว่าหอมแค่ไหน เอาอกเอาใจมันแค่ไหน ถึงใจมันแค่ไหน”

โศรยาอ้าปากค้างด้วยความนึกไม่ถึง ไม่นึกเลยว่าคุณพี่ศันสนีย์ของเธอจะกินเด็ก ทุกทีที่ทราบคุณพี่ของเธอกินแต่ผู้ใหญ่เงินถุงเงินถัง ชะรอยจะอยากตั้งเนิร์สเซอร์รี่เสียอีกแล้วกระมัง ทั้งไม่นึกไม่ฝันว่าหริณจะฆ่าตัวตาย คิดแล้วก็อดสงสารหริณไม่ได้

นี่ล่ะน้า...ถ้าชอบเธอซะไม่โลเลก็คงไม่ต้องมาอกหักฆ่าตัวตายอย่างนี้..ว่าแต่หากหริณไม่ตายเธอก็คงไม่มีโอกาสได้เจอพี่ชายของเขาสินะ ...ขอบใจมากๆนะหริณที่ทำให้ฉันพบเนื้อคู่ แล้วฉันจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้..จุ๊บๆ

เสียงในรถเงียบไปเมื่อโศรยาเลิกคิดเยอะคิดแยะจนหลับไป ศีรษะเล็กเอนซบไหล่หนาของหฤษณ์ วูบหนึ่งนั้นเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารหญิงผู้นี้ ทว่าเพียงอีกวูบเดียวก็นึกถึงความแค้นใจ ที่น้องชายคนเดียวของเขาต้องมาฆ่าตัวตายเพราะผู้หญิงมากรักผู้นี้ จึงยิ่งรู้สึกเกลียดชังทบเท่าทวีคูณที่ตนเกือบเผลอใจอ่อน ไหล่หนายักขึ้นยักลงให้หญิงสาวนอนไม่สะดวก ทว่าโศรยาก็ไม่รู้สึกตัวกลับทำปากจับๆแล้วหันไปเอนซบอีกฟาก

“โผ้หยิ้งไร่วะ น่อนน่ำลายย้อย” เขาพูดพึมพำเป็นภาษาถิ่นก่อนจะมองแขนเสื้อของเขาที่เปื้อนน้ำลายของเธอด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างแรง

 

รุ่งสางก็ถึงที่หมาย อ.สิชล บ้านเกิดของเขา(และบ้านเกิดผู้เขียน) เขาแล่นรถผ่านป่าเขาลำเนาไพรในบ้านเขาใหญ่ก่อนจะขึ้นไปบนเขาซ้อนเขา หุบเขาเขียวขจีสลับซับซ้อนนั้นไม่ได้ทำให้เขาอยากชื่นชมแต่อย่างใด คิดเพียงแผนการที่จะแก้แค้นผู้หญิงคนนี้เท่านั้น

เมื่อถึงที่หมายเขาจึงเขย่าร่างบางๆนั้นแรงๆ

“คุณ...ถึงแล้ว หลับยังกับโดนวางยาเชียวนะ” พูดจบโศรยาก็ตื่นพอดิบพอดี

“หือ ถึงแล้วหรอ หิวจังมีอะไรกินมั่งคะ” ตื่นปุ๊บก็หิวปั๊บสมเป็นเด็กอนามัยตัวจริง

“กินอะไรล่ะ ถ้าจะกินก็ต้องทำเอง ขึ้นไปบนเขากัน” ร่างบอบบางนั้นเดินตุปัดตุเป๋ขึ้นภูเขาไปกับหฤษณ์ มีบ้างบางครั้งที่ยื่นมือจะจับแขนแมนของหฤษณ์ แต่ก็โดนสลัดออกอย่างรำคาญแทบทุกที

“จับนิดจับหน่อยก็ไม่ได้ หวงตัวไปได้”

“ทำไมผมจะต้องให้คุณจับ อย่างคุณน่ะมันต้องหัดลำบากเสียบ้าง ผู้ชายเอาใจจนเคยตัวนิสัยเสีย” โศรยาถอนหายใจแรงๆ มีผู้ชายเอาใจเสียก็ดีหรอก แต่นี่ไม่มีสักตัว..เอ๊ย สักคน เกิดมาก็ทำงานงกๆ เรียนก็เรียนตามใจคุณน้าที่อยากให้เธอเรียนคหกรรม

โชคยังดีอยู่หน่อยที่เธอเป็นคนสู้ชีวิตคาราบาวแดง และสู้คนอย่างถึงพริกถึงขิงไม่อย่างนั้นคงโดนคุณพี่ศันสนีย์โขกสับจนอึดอัดใจตายแน่ๆ

เชอะ ถ้าไม่ติดว่าคนที่เดินนำหน้าไปหล่อล่ำรากเลือดเช่นนี้อย่างหวังเลยว่าจะเดินตามต้อยๆ ชริ!

 

เมื่อถึงที่หมายซึ่งเป็นกระท่อมโทรมๆ โศรยาก็เท้าสะเอวเดินมองโดยรอบ

“กระท่อมแบบนี้โดนพายุแรงๆเข้าก็พังกันพอดี”

“ไม่พังหรอกผมลองอยู่มาแล้ว” โศรยาหูผึ่ง

“คุณเคยอยู่เหรอ ..” เมื่อคิดว่าจะได้นอนทับรอยชายหล่อล่ำคมสันคนนี้ปากที่บ่นอยู่ก็หุบโดยอัตโนมัติ

“อืม..ไหนๆก็ไหนๆ ฉันอยากจะบอกคุณว่า ฉันไม่ได้ชื่อศันสนีย์ ฉันชื่อโศรยาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณพี่ศันสนีย์” โศรยาไม่อยากให้ชายที่เธอหมายปองต้องทนโง่งมให้เธอและคุณพี่ศันหลอกง่ายๆจึงบอกตามความจริง

“หึ คุณคิดว่าผมจะบ้าจี้เชื่อตามคุณอย่างนั้นเหรอ ถ้าคุณไม่ใช่ศันสนีย์แล้วคุณมาพบผมทำไม อย่ามาลูกไม้กับผมนะ” เสียงตะคอกนั้นทำเอาโศรยางง อะไรวะ บอกความจริงแล้วไม่เชื่อ โง่ได้ที่จริงๆพระเอกของเธอคนนี้

“ฉันพูดจริงๆนะ ฉันชื่อโศรยาไม่ใช่ศันสนีย์” มือใหญ่แข็งแรงประดุจคีมถอนฟัน ฉกหมับเข้ามาบีบขากรรไกรของโศรยาจนเธอเจ็บน้ำตาแทบปลิ้น

“หยุดพูดมากสักที ต่อให้คุณพูดยังไงผมก็ไม่หลงกลคุณหรอก คุณมันมารยาหลายร้อยเล่มเกวียน”

“โอ้ยฉันเจ็บนะ” เท้าเล็กๆทั้งเตะทั้งถีบมือเล็กผลักจนคนร่างใหญ่ต้องปล่อยมือ

“คุณนี่มัน...โง่มาก”

เสียงใสที่บริภาษออกมานั้นทำให้ร่างของชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหญิงสาวอีกครั้ง พร้อมกับเอามือใหญ่จับหมับเข้าที่ต้นแขนบอบบางพลางบีบแน่น ก่อนจะเขย่าๆจนโศรยาตาแทบเหลือก...ทำไมถึงได้ทำรุนแรงเหลือเกิน อีกนิดนะอีกนิดจะมีสวนกลับแล้ว

“หยุดพูด หุบปากได้แล้วเลิกคิดไปได้เลยว่าจะหลอกผมได้” ชายหนุ่มพูดพลางโยนร่างเล็กบางนั้นไปกองกับพื้นจนโศรยาจุกพูดไม่ออก ได้แต่ร้องเพลงในใจ เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันไยฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่น ปรักปรำฉันเป็นจำเลยของคุณ ..วู้แย้ๆ

ให้ตายเถอะไอ้ที่ร้องเพลงเล่นในครัวมันเป็นเรื่องจริงหรือนี่ มองหน้าหฤษณ์แล้วก็คงแก่กว่าเธอราวสิบปี เห็นท่าจะได้สามีแก่อย่างที่โบราณบอกแน่ๆว่าแต่ว่า กว่าจะได้เขามาเป็นสามี เครื่องในเธอคงไม่รวนหลุดหมดก่อนหรือนี่ เล่นเขย่าเสียจนเห็นดาวเห็นเดือน...

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น