นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย ͧáԨԪԵ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ให้อ่านกันเล่นๆระหว่างรอนิยายเรื่องใหม่นะคะ

ขอบคุณค่ะ 
รอมแพง

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ก.ย. 63 / 15:24


                  เรื่องสั้นภารกิจพิชิตใจนี้เป็นเรื่องสั้นที่แต่งขึ้นเฉพาะกิจ ในช่วงใกล้ปีใหม่เมื่อราวๆ13ปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในเรื่องสั้นที่ได้รับการรวมเล่มเป็นของขวัญวันปีใหม่เพียงหนึ่งครั้ง และนอนนิ่งอยู่ในไฟล์งานของรอมแพง โดยมิได้เผยแพร่ที่ไหนอีกเลยมานับแต่ครั้งนั้น 

ณ เวลานี้ เกิดเหตุจำเป็นที่จะนำมาเผยแพร่อีกครั้ง เพราะต้องการรับเงินบริจาคเพื่อมอบให้แก่เพื่อนที่เคยเรียนด้วยกัน ในมหาวิทยาลัยศิลปากร คณะโบราณคดี คือ อาจารย์ ดร.สมิทธิ์ ถนอมศาสนะ(ลิฟต์) อาจารย์พนักงานมหาวิทยาลัยรามคำแหง ภาควิชาประวัติศาสตร์  โดยหวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของค่ารักษาพยาบาลจากโรคเส้นเลือดสมองแตกเฉียบพลันของเพื่อน

ปิดรับบริจาคแล้วค่ะ เพราะมีความจำเป็นต้องใช้บัญชีนี้เพื่อจัดการธุระส่วนตัวค่ะ ได้สรุปจำนวนเงินบริจาคและสเตจเม้นท์ในเพจรอมแพงแล้วนะคะขอบคุณค่ะ ได้รับเงินบริจาคทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 30กันยายนถึง 16 ตุลาคม 2563 เป็นจำนวน 4300บาทต่ะ

 

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ที่ได้อ่านจะมีความสุข ปราศจากโรคภัยร้ายแรง 

ขอบคุณค่ะ

รอมแพง

 

ภารกิจพิชิตใจ

ช่อชมพูค่อยๆปลิดขั้วดอกรักอย่างเบามือ ก่อนจะวางดอกไม้สีขาวแกมม่วงนั้นลงในขันเงินที่อุ้มมาด้วยมืออีกข้าง ภายในขันเงินใบใหญ่บรรจุไปด้วยดอกมะลิเกือบครึ่งขัน ดอกรักที่ต้องการจะใช้ไม่ถึงสามสิบดอกก็เพียงพอแล้วสำหรับการร้อยมาลัยในตอนเช้าของวันหยุดเช่นนี้

              แว่วเสียงผิวปากเป็นเพลงสากลตามด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจสั่งอาหารเช้ าก็ดังขึ้นมาจากอีกฟากหนึ่งของรั้วระแนงไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยดอกพวงชมพู อันเป็นที่มาของชื่อหญิงสาว รั้วนั้นแซมด้วยต้นตำลึงที่ไต่เถาวัลย์ซ้อนทับจนแน่นขนัด ถึงกระนั้นก็ยังอุตส่าห์มีช่องพอให้หญิงสาวได้มองลอดไปยังอีกฟาก ชายหนุ่มนุ่งกางเกงนอนขายาวเปลือยอกขาวเป็นลอนงามได้รูป กำลังยืนจิบกาแฟพลางทอดสายตามองสวนดอกไม้ที่อยู่ใกล้เรือนของตน  ภาพที่เห็นแต่งแต้มรอยยิ้มอ่อนๆให้กับผู้ที่แอบมอง แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างอวบอัดในชุดนอนบางเบาเดินมากอดซ้อนทางด้านหลังของชายหนุ่มที่เธอเล็งอยู่

ดวงตาโตยาวรีสีน้ำตาลเข้มที่ล้อมรอบไปด้วยแผงขนตายาวงอนกะพริบถี่ๆ ความงอง้ำของใบหน้านวลใสก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย หางตาที่ชี้ขึ้นเล็กน้อยนั้นงดงามราวตากวาง บัดนี้กลับเพิ่มชีวิตชีวาด้วยแววของความไม่พอใจพร้อมกับแก้มที่แดงระเรื่อตามธรรมชาติ

“ให้ตายเหอะ ใจคอตาคนนี้จะไม่ยอมขาดผู้หญิงสักวันเลยหรือยังไงนะ”  ริมฝีปากที่อิ่มเต็มเปรยเบาๆ ดูจะเป็นสิ่งที่ขัดกับใบหน้าที่อ่อนใสเป็นอย่างมาก เพราะความระเรื่อออกสีเนื้อชมพูเรียบตึงจนแทบปริทำให้มีลักษณะยั่วยวนโดยที่เจ้าตัวมิเคยรู้

ช่อชมพูสะบัดผมที่รวบผูกเป็นหางม้าค้อนลมค้อนแล้ง ก่อนจะเดินเซ็งไปที่ศาลาริมน้ำซึ่งมีหญิงสูงวัยนั่งพับเพียบรออยู่ก่อนแล้ว

“อ้าว ยายชมพูมาพอดี ไหน...ย่าขอดูดอกไม้ที่เก็บมาหน่อยสิ วันนี้ย่ากะว่าจะร้อยเผื่อคุณโฉมด้วย ไม่รู้ว่าจะพอหรือเปล่า” ดวงตาที่คล้ายดวงตากวางสาวนั้นเบิ่งโต ใบหน้ายิ้มแป้นขึ้นทันทีแต่เพียงพริบตาก็หุบยิ้มเสียก่อนที่ผู้สูงวัยจะเงยหน้าขึ้นมาเจอ

“ไม่พอหรอกค่ะคุณย่า  คุณยายโฉมก็บ่นๆอยู่เหมือนกันนะคะ ว่าดอกไม้ที่บ้านท่านออกจะเยอะแยะแต่ไม่มีใครร้อยมาลัยเป็นกันสักคน ยังบอกให้ชมพูไปเก็บเลยค่ะ” ท่าทางที่สงบเสงี่ยมเก็บกิริยานั้นคล้ายพูดเปรยๆเหมือนจะไม่ใส่ใจกับสิ่งที่พูดนัก

“งั้นก็เข้าไปเก็บสักหน่อยสิยายชมพู เลือกดอกให้เสมอๆกันอย่างในขันนี้นะ ร้อยเสร็จจะได้ไปทำขนม คงเสร็จก่อนเที่ยง แม่จันทร์กับยายสายคงทำกับข้าวกับปลาเสร็จพอดี”

 

บ้านอีกฟากของรั้วระแนงไม้นั้น ประกอบไปด้วยเรือนใหญ่เป็นตึกสีขาวทันสมัย ซึ่งเป็นที่พำนักของประมุขของบ้านและลูกชายลูกสะใภ้ ส่วนเรือนเล็กที่ดูหรูหราไม่แพ้กันนั้น ถูกใช้เป็นที่อาศัยของ ภาสกร หลานชายคนเดียวของเจ้าของบ้าน ซึ่งให้เหตุผลว่าเพื่อมิให้เพื่อนของเขาที่ชอบมาสังสรรค์ส่งเสียงสร้างความรำคาญให้กับผู้สูงวัยจึงได้แยกตัวออกมา ช่อชมพูรู้ดีว่านอกจากเหตุผลดังกล่าวของเขาแล้วยังมีเหตุผลอื่นอีกดังที่เธอได้เห็นวันนี้

ความหล่อเหลาและมาดเข้มของชายหนุ่มที่เคยเป็นเพื่อนเล่นของช่อชมพูยามเด็ก ประกอบกับฐานะและการศึกษาที่ไปร่ำเรียนมาจากเมืองนอกเป็นคุณสมบัติที่ครบถ้วน ทำให้เป็นที่รู้กันในกลุ่มสังคมชั้นสูงว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นดังดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเย้ายวน ให้หมู่ภมรสาวที่หวังจะได้เกี่ยวดองวนเวียนมาไม่ขาดสาย  ความก๋ากั่นเกินงามของหญิงสาวในยุคสมัยนี้ ทำให้คุณย่าประยงค์ของเธอและคุณยายโฉมฉายของเขาต่างเฝ้ามองเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างไม่พอใจ

‘อกฉันจะแตกค่ะคุณประยงค์ เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปเสียจนฉันจะเป็นลมตายวันละหลายรอบ แทนที่ผู้ชายจะเทียวไล้เทียวขื่อไปหาผู้หญิงกลับกลายเป็นผู้หญิงมาหาผู้ชายถึงที่ บางครั้งถึงกับมาชนกัน ทะเลาะตบตีจนน่าปวดหัว’  เสียงปรับทุกข์เช่นนี้ช่อชมพูมักจะได้ยินบ่อยๆ แล้วก็แอบสะดุ้งใจทุกครั้งที่เห็นแววตาคมของคุณยายโฉมฉายที่ปรายมามองหญิงสาว

‘ จะหาใครงามพร้อมกิริยามารยาท เป็นแม่บ้านแม่เรือนอย่างหลานคุณไม่มีอีกแล้ว’

‘แหม..คุณโฉม ยายชมพูนี่ก็ต้องเคี่ยวเข็ญกันมาตั้งแต่เด็กไม่งั้นคงไม่ได้ดั่งใจอย่างทุกวันนี้หรอกค่ะ จำได้ไหมล่ะคะ ที่หลานสาวฉันกับหลานชายคุณโฉมจูงมือกันไปปีนต้นมะม่วงริมคลองจนตกน้ำตกท่าจนพวกเราตกอกตกใจกันแทบตายน่ะ  ตอนเล็กๆล่ะซนไม่มีใครเทียม’

ช่อชมพูแอบกลืนน้ำลายลงคอ ซ่อนแววตาวิบวับไว้ไม่ให้ผู้ใหญ่เห็น ‘คุณย่าเจ้าขาคุณย่า แทนที่จะสนับสนุนกันบ้างกลับขัดกันเสียอย่างนั้น คะแนนตกหมดกันพอดี’

 

ทุกวันนี้ก่อนที่ช่อชมพูจะออกจากบ้านไปทำงาน ก็ต้องมองซ้ายมองขวาคว้ากระเป๋าใบโตที่บรรจุเสื้อผ้าสมัยใหม่ ที่ไม่ใช่เสื้อป่านคอตื้นกับกระโปรงบานลายดอกไม้กระจุ๋มกระจิ๋ม สีหวานราวกับย้อนยุคไปสักสี่สิบห้าสิบปีที่แล้ว อย่างที่แต่งอยู่กับบ้านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ครั้นจะลุกขึ้นมาประท้วงบ้างก็โดนเล่นงานจากสามผู้เฒ่าพิทักษ์กฎอย่างคุณย่าประยงค์ คุณแม่ทอจันทร์และคุณพ่อประพจน์ของเธอเสียทุกทีไป 

ถึงแม้ในโทรทัศน์ที่ติดตั้งระบบส่งสัญญาณดาวเทียมจะมีแบบอย่างการแต่งกายสมัยใหม่ให้เห็นตั้งมากมาย แต่คุณย่าประยงค์ก็ไม่เคยเห็นดีเห็นงามด้วยสักครั้ง ได้แต่บ่นกับคุณพ่อประพจน์ว่าเด็กหนุ่มสาวสมัยนี้แต่งตัวน่าเกลียดดูไม่ได้ แต่ก็นั่งดูตาแป๋วมิหนำซ้ำยังถอดแว่นมาเช็ดเพื่อให้ดูชัดๆเสียด้วยซ้ำไป คุณพ่อของเธอก็ได้แต่ยิ้มแล้วหัวเราะแหะๆไปตามเรื่องตามราว ด้วยความที่เชื่อฟังกันมาแต่เล็กแต่น้อย แม้แต่คุณแม่ทอจันทร์ก็พลอยเห็นดีเห็นงามตามคุณย่าไปด้วย รายการแม่ผัวลูกสะใภ้ไม่ถูกกันจึงไม่มีในบ้านหลังนี้ มีแต่ผู้ใหญ่สามคนรวมหัวกันทับถมลูกสาวหลานสาวที่คอยจะหาช่องออกนอกลู่นอกทางให้ได้บ้างไม่มากก็น้อย

 

“ชมพู พรุ่งนี้อย่าลืมไปเลี้ยงฉลองงานวันเกิดฉันล่ะ เธอพลาดพวกงานเลี้ยงแบบนี้มาหลายรอบแล้วนะ คราวนี้ฉันไม่ยอมแน่ๆ ถ้าเธอไม่ไปฉันจะไม่พูดกับเธอเลย คอยดูสิ” เสียงเคี่ยวเข็ญจากป่านทองเพื่อนร่วมงานที่สาละวนอยู่กับการแต่งหน้าเค้ก ทำเอาช่อชมพูทำหน้าเมื่อยใส่กรวยทำฝอยทอง ที่เธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาโรยลงน้ำเชื่อมในกระทะทองเหลืองตรงหน้า

“เธอก็รู้นี่ว่าคุณย่าฉันมีเคอร์ฟิวตอนสองทุ่ม และขืนฉันกลับหลังสองทุ่มมีหวังระเบิดลงถล่มทลายตายทั้งที่ยังไม่มีแฟนอย่างนี้ล่ะ”

“เหอะ คงมีหรอกแฟนน่ะวันๆก็หมกตัวอยู่แต่ในครัว ต่อให้เป็นครัวของโรงแรมห้าดาวกลางกรุงอย่างนี้ก็เถอะ ฉันล่ะสงสัยจริงๆว่าชาตินี้เธอคงจะติดแหง็กขึ้นคานอยู่ในบ้านผีสิงหลังนั้นแหงๆ” 

“น้อยๆหน่อยเถอะ บ้านฉันออกจะเป็นเรือนไทยสวยงามมาเรียกว่าบ้านผีสิงได้ยังไงยะ นี่ยังดีนะคุณย่ายอมให้ฉันออกมาทำงานที่นี่ไม่ติว่าเป็นโรงแรม”

“จะติได้ยังไงท่านเล่นมาดูถึงในครัว ก็ต้องรู้ว่าเธอน่ะได้แต่อยู่ในครัวนี่ล่ะ วันๆได้เยี่ยมหน้าออกไปมองผู้คนข้างนอกเสียที่ไหน อีกอย่างฉันได้ข่าวว่าเจ้าของโรงแรมถึงกับไปขอร้องให้เธอมาทำขนมไทยให้ที่นี่โดยเฉพาะเลยนี่” 

ช่อชมพูส่งยิ้มให้เพื่อนแทนคำพูดเพราะสิ่งที่พูดคุยกันล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องจริง ที่ไม่น่าจะมีอีกแล้วในปี พ.ศ.นี้  ดีเท่าไหร่ที่ผู้ใหญ่ทั้งสามยินยอมให้หญิงสาวออกมาทำงานนอกบ้านได้ แล้วยังเป็นงานที่เธอชื่นชอบเสียด้วย นอกจากจะได้เป็นเชฟใหญ่ทำอาหารไทยของโรงแรมแล้ว เธอยังได้คุมเรื่องการทำขนมไทยอวดชาวต่างชาติอย่างที่เคยใฝ่ฝันไว้อีกด้วย

              ดวงตาที่สวยซึ้งโดยมิต้องแต่งแต้มสีสันวาวโรจน์ขึ้นทุกวัน เพราะใกล้วันปีใหม่เข้ามาทุกที ปีใหม่ปีนี้นับได้ว่าเป็นปีใหม่ที่เธอเฝ้ารอคอยอย่างแท้จริง เพราะคุณพ่อของเธอต้องไปดูงานที่ต่างประเทศถึงหนึ่งอาทิตย์และคุณแม่ก็ต้องติดตามไปด้วย ความโชคดีไม่ได้มีเพียงเท่านั้น 

คุณย่าประยงค์กับคุณยายโฉมฉายเพื่อนบ้านที่ซี้ปึ๊กกันก็จะไปเที่ยวเมืองจีนด้วยแพ็คเกจฟรีตลอดงาน ด้วยว่าเป็นของขวัญที่ลูกหลานของคุณยายโฉมฉายเป็นคนจัดให้เพื่อให้ท่านได้ไปเยี่ยมญาติที่เมืองจีน

เคราะห์ดีที่บ้านของช่อชมพูเป็นไทยแท้และบ้านคุณยายโฉมฉายก็ออกจะไปแนวจีนสักหน่อย จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันปีใหม่ของฝรั่งเท่ากับวันสงกรานต์ของไทยกับวันเช็งเม้งของจีน ที่ลูกหลานต้องอยู่กันพร้อมหน้า คุณย่าประยงค์จึงยอมทิ้งหลานสาวไปท่องเที่ยวในวันปีใหม่นี้

               แน่นอนว่าในตอนแรกคุณย่าประยงค์จะต้องอิดออดไม่ยอมไป แต่เมื่อทราบว่าทางโรงแรมมีงานให้ช่อชมพูทำที่บ้าน ไม่ได้ว่างแม้จะเป็นวันปีใหม่ ก็เริ่มคลายใจว่าหลานสาวคงไม่มีโอกาสเถลไถลไปไหน แล้วยังไว้ใจคนสวนกับแม่บ้านคนเก่าเก๋ากึ๊กว่าจะดูแลหลานสาวคนเดียวได้เป็นอย่างดี จึงตกลงปลงใจที่จะปล่อยลูกกวางตัวน้อยๆอย่างช่อชมพูให้อยู่และเล็มหญ้าอยู่ภายใต้ร่มเงาของบ้านเรือนไทยหลังนี้อย่างอิสระ เพราะคิดว่าเป็นที่ปลอดภัยโดยมิได้รู้เลยว่าทุกสิ่งกำลังจะเปลี่ยนไป...

ช่อชมพูฮัมเพลงอยู่ในลำคออย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงแผนการณ์ที่จะต้องทำให้สำเร็จก่อนที่ผู้เฒ่าคุมกฎทั้งหลายจะกลับมาก็ยิ่งเนื้อเต้นใจเต้น จะเป็นอะไรได้อีกเล่า นั่นก็คือจุดมุ่งหมายที่ว่าภายในเจ็ดวันก่อนปีใหม่ และก่อนที่ผู้ใหญ่ของช่อชมพูจะกลับมา เธอจะต้องพิชิตหัวใจของคนที่เธอเฝ้ารักมาตั้งแต่เป็นเด็กน้อยให้ได้  ถึงแม้จะห่างหายกันไปถึงสิบสองปี เพราะภาสกรไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ก็ไม่สามารถลบเลือนความประทับใจเล็กๆที่ช่อชมพูมีต่อเขา เมื่อครั้งที่ปีนต้นมะม่วงจนตกลงไปในน้ำคลองและเขาคือคนช่วยเธอให้ขึ้นจากน้ำนั้นได้เลย

ในตอนแรกเธอก็อยากจะฟื้นความทรงจำแต่ก่อนเก่าด้วยการตกน้ำอีกครั้งหรอกนะ แต่..น้ำในคลองปัจจุบันนี้เพียงแค่จะเอาขาจุ่มลงไปยังต้องคิดแล้วคิดอีก ก็เลยต้องเปลี่ยนแผนเสียใหม่เริ่มจากการปฏิวัติตัวเองเสียก่อน เพราะเท่าที่จำได้ตอนเจอกันครั้งล่าสุด ช่อชมพูใส่ชุดเสื้อคอปาดสีขาวและกระโปรงยาวคลุมถึงข้อเท้าแล้วยังเดินต้วมเตี้ยมตามคุณย่าประยงค์ต้อยๆ  ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มประทับใจแต่อย่างใด แผนการของเธอได้รับการร่วมมือเป็นอย่างที่จากป่านทองและคมเข้มคนรักของป่านทอง ที่ต่างพากันหอบหิ้วเสื้อผ้าข้าวของมาที่บ้านเรือนไทยไม้สักทองของช่อชมพู

“ไหน...ฉันดูเธอหน่อยซิ ผมคงไม่ต้องไปตัดแล้วยาวตรงอย่างนี้ก็ดูเซ็กซี่ดี เสื้อผ้าต้องปรับปรุงอีกเยอะ เริ่มจากเช้าพรุ่งนี้เลย กางเกงลายดอกขาสั้นกุดเสมอหอยกับเสื้อแขนเว้าเห็นเนินนมแนวสปอร์ตนี่ล่ะเหมาะสุด ว่าแต่ฉันอยากเห็นเป้าหมายของเธอจริงๆนะเนี่ยว่าจะหล่อได้ใจสักแค่ไหน” วาจาที่หากคุณย่าได้ยินคงรีบเอาสบู่มาล้างลิ้นของป่านทองทำให้ช่อชมพูหัวเราะเบาๆ

“เธอก็ลองมานอนกับฉันสักคืนสองคืนสิ ทุกเช้าเขาจะมายืนจิบกาแฟอยู่ใกล้ริมรั้วบ้านฉันนี่ล่ะ  เสียแต่นานๆทีจะยืนจิบคนเดียว ส่วนใหญ่มีสาวอวบอึ๋มมาคลอเคลียอยู่ใกล้ๆเสียทุกทีไป”

“ต๊าย..นี่เธอจะต้องสู้รบตบมือกับสาวๆด้วยเหรอ ไม่ได้แล้วต้องวางแผนให้รอบคอบรู้ไหม”

“พูดอย่างกับจะมาต่อสู้อะไรกัน อย่างคุณนี่วางแผนพวกนี้ได้ด้วยหรือคุณป่าน” มือหนาแข็งแรงของคมเข้มขยี้ศีรษะเล็กๆของแฟนสาวอย่างเอ็นดู

“แหม เรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีลีลากันบ้างค่ะคุณเข้ม ถ้ามัวแต่หงิมๆอยู่ตลอดศกแล้วเมื่อไหร่จะได้ของดีมาครอบครองล่ะคะ อย่างคุณเข้มนี่ป่านก็ต้องลงทุนจีบคุณก่อนจำไม่ได้แล้วหรือคะ”

“หืม..มีเรื่องแบบนั้นด้วยหรือ ผมไม่เห็นจะรู้” ป่านทองหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้ช่อชมพูที่นั่งหัวเราะงอหงายกับท่าทีของคนทั้งคู่

“มือชั้นนี้แล้ว จะให้รู้ตัวน่ะไม่มีเสียหรอก” หลังจากเกทับกันเสียยกใหญ่ คมเข้มก็ขอตัวไปติดต่อลูกค้ากับงานที่เป็นธุรกิจของตัวเอง โดยทิ้งให้แฟนสาวพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานอย่างช่อชมพูที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทได้ในเวลาไม่นาน ด้วยเพราะมีนิสัยใจคอที่ถูกใจกันหลายประการ

“เล่ามาให้หมดว่าเธอมีซัมติงรองอะไรกับผู้ชายข้างบ้านนี้บ้าง เผื่อว่าเราจะได้วางแผนให้เข้ากับนิสัยเขา แล้วก็บอกกิจวัตรประจำวันของเขามาด้วยจะได้ทำอะไรได้แนบเนียนไม่มีช่องว่าง” ผู้ช่วยวางแผนเริ่มถามเพื่อนถึงรายละเอียดทั้งหมด ช่อชมพูเล่าให้ฟังถึงความประทับใจเมื่อครั้งยังเด็กให้ป่านทองฟังจบด้วยบทสรุปที่ทำให้ป่านทองต้องขมวดคิ้ว

“เรียกได้ว่า ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ในสายตาของพี่ภาสเลยแม้แต่นิดเดียว หางตายังไม่มองด้วยซ้ำมั้ง ตั้งแต่ได้มองฉันเต็มตาวันนั้น ซึ่งฉันก็เป็นอย่างที่เธอเคยเห็น ว่าตอนอยู่กับคุณย่าฉันต้องเก็บเนื้อเก็บตัวสงวนปากสงวนคำมากแค่ไหน”

“แล้วอย่างนี้ความเป็นไปได้ก็เท่ากับศูนย์สินะ สมมุติว่าเธอทำทุกอย่างตามที่อยากจะทำแล้วผลไม่เป็นอย่างที่คิด เธอต้องแห้วจากพี่ภาสของเธอแล้วจะทำยังไงต่อ..” ป่านทองเริ่มเป็นกังวลแทนเพื่อน

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงแล้วแต่เวรแต่กรรมแล้วล่ะป่าน แต่ฉันจะอ่อยให้เต็มที่เลยนะ โอกาสทองอย่างนี้หาไม่ได้อีกแล้วคุณย่าไม่อยู่คุณพ่อคุณแม่ก็ไปต่างประเทศ พ้นช่วงแฮปปี้วีคนี่ไปแล้วก็ไม่รู้กี่ปีกี่ชาติจะมีโอกาสอย่างนี้อีก”

“เอ้า ฉันช่วยสุดตัวเลยจะเอาอะไรบอก แต่ยังไงฉันก็เชื่อในสมองกับความคิดยอกย้อนของเธอนะ ถึงขนาดช่วยฉันคว้าคมเข้มมาได้โดยเขาไม่รู้ตัวสักนิดมาได้ แล้วนี่เรื่องของตัวเองแท้ๆยังไงก็ต้องสำเร็จ” ช่อชมพูยิ้มเจื่อนให้ป่านทองเพราะตัวเธอเองก็ยังไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าใดนัก

 

รุ่งเช้าช่อชมพูก็เริ่มปฏิบัติการพิชิตใจชายด้วยชุดกางเกงผ้าขาสั้นสีชมพู เผยให้เห็นผิวขาวใสผุดผ่องราวไข่มุก กับเสื้อยืดแขนเว้าแนวสปอร์ตรัดรูปสีขาวเน้นอกอวบ กับการเก็บดอกมะลิในสวนด้วยท่าทีละมุนละไม ผมยาวสลวยถูกรวบหลวมๆด้วยคลิปสีสดใส จนมองเห็นลูกผมประต้นคอเล็กน้อยอย่างมีศิลปะ โดยมีป่านทองชะโงกมองลอดระแนงรั้วอยู่ไม่ห่าง เพียงครู่ชายหนุ่มในชุดกางเกงนอนขายาวไม่ใส่เสื้อก็เดินหัวยุ่งออกมาจิบกาแฟที่ระเบียงของเรือนหลังเล็ก

ผมสีน้ำตาลเข้มที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยดูเซ็กซี่เมื่อประกอบกับคิ้วเข้มที่พาดอยู่บนดวงตาโตที่มองเห็นรอยพับเพียงครึ่งเดียวหางตาเฉียงขึ้นเล็กน้อยตามชาติพันธุ์ของบรรพบุรุษ ทำให้ดวงตาคมเข้มนั้นดูมีพลังดึงดูดอย่างแปลกประหลาด จมูกโด่งเป็นสันรับกันกับริมฝีปากได้รูปที่เป็นสีระเรื่อตามธรรมชาติ ไล่มาถึงคางบึกบึนที่เสริมให้ทุกส่วนบนใบหน้าสะดุดตานั้นไหนจะแผงอกสีเนื้อดูน่าอิงแอบนั่นอีก ทำเอาป่านทองแทบหงายหลังล้มตึง 

“ยัยชมพู ทำไมเธอถึงไม่บอกฉันก่อนว่าเป้าหมายเธอน่ะหล่อแทบขาดใจอย่างนี้ล่ะ” ป่านทองกระซิบถามตาโต

“ฉันก็บอกแล้วว่าพี่ภาสหน้าตาดี การศึกษาดี แล้วก็รวยมากๆ เดี๋ยวฉันมา จะไปเก็บดอกมะลิฝั่งโน้น” พูดจบร่างบางสมส่วนก็รีบซอยเท้าไปยังช่องระแนงรั้วที่เจาะทำเป็นประตูเล็กๆไว้ เพื่อข้ามไปเก็บดอกไม้ฝั่งเรือนเล็กของภาสกร

ร่างระหงเก็บดอกมะลิอย่างเบามือ พร้อมทั้งแสร้งทำเป็นไม่เห็นร่างสูงใหญ่ที่ยืนจิบกาแฟอยู่เพียงคนเดียว ซึ่งก็ทำให้ช่อชมพูนึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่วันนี้เป็นวันที่มีฤกษ์ยามดีเป็นพิเศษด้วยว่าชายหนุ่มที่เธอหมายปองไม่มีสาวๆมานอนเป็นเพื่อนเช่นเคย

ร่างสูงใหญ่ที่กำลังจิบกาแฟพลางชมธรรมชาติชะงักมือที่ยกถ้วยกาแฟค้าง เมื่อเห็นผู้หญิงหุ่นบอบบางทว่ามีส่วนเว้าส่วนโค้งที่เร้าใจตรงหน้า ช่อชมพูเบือนหน้ามามองพร้อมเบิ่งตาที่คล้ายกวางสาวระแวงภัยนั้นอย่างตื่นตกใจได้สมจริง จนป่านทองที่ลอบมองอยู่รู้สึกได้ว่าตนได้เรียนรู้มากมายจากเพื่อนคนนี้...

“อุ้ย พี่ภาส ขอโทษค่ะ ชมพูไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ตรงนี้ วันนี้พี่ตื่นเช้าจังเลยนะคะ ปกติชมพูก็เข้ามาเก็บดอกมะลิบ่อยๆไม่เคยเจอพี่เลย” เสียงหวานอ่อยอ่อนๆอันเป็นปกติวิสัยของช่อชมพู ยิ่งทำให้ภาพที่ชายหนุ่มเห็นตรงหน้าตรึงตาตรึงใจเป็นพิเศษจนรู้สึกปากคอแห้ง เสียงกระแอมดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกออกว่าหญิงสาวตรงหน้าคือน้องข้างบ้านที่คุ้นเคยกันมาแต่เก่าก่อน

“ไม่เป็นไรครับ ขอโทษทีที่อึ้งไปนาน น้องชมพูดูแปลกตาไปไม่เหมือนที่เคยเห็น”

ช่อชมพูแอบหันไปสบตาวาวๆของป่านทองที่ลอดมองมาจากอีกฟากหนึ่งของรั้ว ก่อนจะเผยอยิ้มยักคิ้วให้สองสามแผล็บ แล้วจึงหันไปทำหน้าสวยให้กับชายหนุ่มที่จ้องมองมาพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้

“ก็ชมพูไม่ใช่เด็กๆเหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่คะ พี่ภาสเป็นยังไงบ้างคะ ปรับตัวกับอากาศเมืองไทยได้แล้วหรือยัง” น้ำเสียงหวานแจ่มใสนั้นสร้างความสบายหูสบายใจให้กับผู้ที่ได้ยิน กลิ่นดอกมะลิที่โชยมาจากขันเงินที่อยู่ในอ้อมแขนของหญิงสาวรวยระริน ทั้งรูปกลิ่นเสียงที่ได้สัมผัสด้วยตาหูจมูกทำให้หัวใจภายใต้อกหนาๆนั้นเริ่มหวั่นไหววูบวาบ

“ถ้าไม่รังเกียจมานั่งคุยกับพี่ก่อนไหม เราไม่ได้คุยกันเสียนาน พี่จำได้ว่าเมื่อตอนเด็กๆพวกเราสนิทสนมกันมาก”  นาทีทองเช่นนี้มีหรือช่อชมพูจะไม่รีบคว้าไว้ ร่างบางทรุดตัวลงนั่งตรงกันข้ามกับชายหนุ่มพลางพูดคุยท้าวความกันถึงสิบสองปีที่แล้วอย่างมีความสุข มิตรภาพที่ห่างหายไปนานเริ่มถักทอสานสายใยกันอีกครั้งอย่างชื่นมื่น   

“ดีจริงที่น้องชมพูเรียนทางคหกรรมมา ไม่ทราบว่าช่วงคริสต์มาสน้องชมพูว่างหรือเปล่าครับ ถ้าพี่จะรบกวนให้ช่วยทำอาหารเล็กๆน้อยๆให้กับพี่ แล้วก็พวกเพื่อนๆที่จะมาฉลองกันที่เรือนเล็กนี้ จะได้ไหมครับ..” ดวงตาคมเข้มที่เผลอจ้องมองใบหน้าหวานๆอย่างไม่วางตา ทำให้แก้มสาวแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย

“ได้สิคะไม่มีปัญหาเลยค่ะ ว่าแต่จะรับประทานกันสักกี่คนคะ”

“ราวๆสิบคนเห็นจะได้คงเป็นผู้หญิงสักสามผู้ชายสักหก ค่าจัดงานทั้งหมดพี่จะคิดให้เหมือนกับที่โรงแรมมาจัดให้เลยนะครับ เพราะพี่เองก็เกรงใจน้องชมพูเหมือนกันที่ต้องขอให้มาช่วยทำงานอย่างนี้”

“ชมพูไม่คิดเงินหรอกค่ะ แค่พี่ภาสเตรียมของไว้ให้ชมพู แล้วให้ดีก็มาเป็นลูกมือสักหน่อยก็พอแล้วค่ะ เพื่อพี่ภาสที่ชมพูนับถือเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง แค่นี้จะเป็นไรไป”  คำว่า ‘พี่ชาย’ ดูเหมือนจะจุดแววตาประหลาดของชายหนุ่มได้เล็กน้อย เปลือกตาสีอ่อนหรุบต่ำซ่อนความรู้สึกไม่ค่อยพอใจไว้อย่างมิดเม้น ช่อชมพูมองกิริยานั้นด้วยแววตาสุกใสพร้อมยิ้มอ่อนๆตามวิสัย หากในใจกลับลิงโลดที่ได้รับรู้ว่าเหยื่อติดเบ็ดโครมเบ้อเร่อ

ระหว่างที่มองร่างระหงของช่อชมพูเดินลัดเลาะไปยังประตูรั้วไม้เล็กๆ ภาสกรก็อดไม่ได้ที่จะเผยอยิ้มอย่างพึงพอใจ ใครจะไปนึกว่าเด็กผู้หญิงกลมป้อมที่คอยวิ่งหย็อยๆ ติดตามเขาไปทุกที่เมื่อครั้งยังเด็กจนเป็นที่รำคาญนั้น กลับเติบโตมาเป็นหญิงสาวที่สวยบาดตาเช่นนี้ ยิ่งนึกถึงริมฝีปากอิ่มเต็มที่ตึงใสแทบปริเย้ายวนใจนั้นก็ยิ่งทำให้รู้สึกหายใจติดขัด พลางรู้สึกแปลกใจตัวเองที่ก่อนหน้านี้ก็เคยเจอหญิงสาวผู้นี้ไม่ต่ำกว่าสามครั้งแต่ไม่เคยที่จะมองเห็นถึงเสน่ห์ที่เร้าใจอย่างนี้มาก่อนเลย 

เสียงผิวปากเพลงสากลอย่างอารมณ์ดีนั้นทำให้ช่อชมพูเดินยิ้มกริ่มไปเกาะแขนเพื่อนพลางพากันกระโดดโลดเต้นอย่างดีอกดีใจที่แผนแรกประสบความสำเร็จ มิหนำซ้ำยังได้ต่อยอดไปถึงแผนที่สองโดยมิได้ตั้งใจอีกด้วย

“ยัยชมพู ฉันล่ะแทบจะตาหลุดออกจากเบ้า พี่ภาสของเธอติดกับเข้าจังเบ่อเร่อเลย มองเธอแทบไม่วางตา ผู้ชายอะไรเซ็กซี่ชะมัด เปลือยอกเสียน่าซบเชียว” 

ก่อนที่ป่านทองจะพร่ำเพ้ออะไรมากไปกว่านี้ ช่อชมพูก็เล่าถึงแผนการต่อไปอย่างกระตือรือร้น งานนี้คงต้องให้ป่านทองช่วย เพราะว่านอกจากการจัดงานที่รับปากจากภาสกรมาแล้ว ยังต้องทำขนมไทยให้กับโรงแรมอีกด้วย ยิ่งใกล้วันปีใหม่ก็ดูเหมือนว่างานจะยิ่งมีมากขึ้นจนแทบไม่ได้ว่าง

คมเข้มต้องวิ่งเข้าวิ่งออกเรือนไทยนั้นเป็นว่าเล่น เพื่อขนข้าวของที่สองสาวไปซื้อหา และยังต้องวิ่งเข้าวิ่งออกที่โรงแรมซึ่งเป็นที่ทำงานของหญิงสาวทั้งสอง เพื่อช่วยขนของอีกมากมาย ร่างสูงใหญ่ของคมเข้มที่ก้าวออกมาจากรถแวนคันใหญ่ตามด้วยหอบข้าวของลงมา อยู่ในสายตาของชายอีกผู้หนึ่งที่ไม่ค่อยพอใจเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ผันผ่าน 

 แม้คมเข้มจะเข้มสมชื่อด้วยสีผิวที่ค่อนข้างคล้ำ ทว่าใบหน้าหล่อเหลาที่คมเข้มสมชื่ออีกเช่นกันก็ดูมีเสน่ห์ของชายหนุ่มอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งสีหน้าสดใสและเสียงหัวเราะที่แว่วมาให้ภาสกรได้เห็นและได้ยินก็ยิ่งสร้างความขุ่นมัวให้กับเขามากขึ้นทุกทีๆ เมื่อเห็นคมเข้มหลานครั้งหลายหนเข้าก็ทำให้นึกสงสัย จนต้องแสร้งเดินไปถามลุงอิน คนสวนของบ้านเรือนไทย

“ลุงอิน ผู้ชายที่หน้าตาดีๆผิวเข้มๆนั่นใครหรือครับ แฟนน้องชมพูหรือเปล่า” ลุงอินยังขุดดินต่ออีกนิดหน่อยและยังมีท่าทีอิดเอื้อนเมื่อต้องตอบคำถามที่ชายหนุ่มถามไถ่

“เอ..กระผมก็ไม่ทราบครับ ก็เห็นว่ามาบ้านนี้ออกจะบ่อยตอนที่คุณท่านยังไม่ไปเมืองจีน คุณเข้มก็มาเป็นประจำ อาจจะเป็นเพื่อนกันก็ได้ครับ” ว่าแล้วลุงอินก็ขุดดินของแกต่อคล้ายไม่ใส่ใจทิ้งให้ภาสกรยืนหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่แต่เพียงผู้เดียว คนสวนของบ้านเรือนไทยยิ้มกริ่มเดินเข้าครัวไปเจอกับป้าสายแม่บ้านที่เข้ามาสะกิดถามด้วยความสนใจ

“ว่ายังไงแก คุณภาสเขาถามอะไร เป็นอย่างที่คุณหนูคิดหรือเปล่า”

“เออ เปี๊ยบเลยยายสาย ท่าทางหลานชายคุณท่านบ้านโน้นคงไม่พ้นมือคุณหนูเราหรอกวะ” สองผู้สูงวัยหัวเราะคิกคัก แน่นอนว่าทั้งสองคนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นพวกของช่อชมพูทั้งสิ้น เพราะต่างก็ลุ้นที่จะให้มีการเกี่ยวดองกันระหว่างสองบ้านนี้เสียเต็มทน แล้วยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่แม้แต่ช่อชมพูก็ยังไม่รู้...

แม้ช่อชมพูจะอดแปลกใจไม่ได้ ที่สองลุงป้าไม่ได้ขัดขวางแล้วยังปวารณาตัวช่วยเหลือเป็นอย่างดี  แต่เธอก็คิดเอาเองว่า อาจจะเป็นเพราะป้าสายกับลุงอินรับรู้ถึงความอึดอัดของเธอที่มีต่อกฎเกณฑ์ในบ้านก็เป็นได้ อีกทั้งป้าสายเองก็มักจะช่วยปกปิดเรื่องชุดทันสมัย ที่ช่อชมพูมักเอาติดตัวไปด้วยทุกเช้า การร่วมมือของคนในบ้านจึงยิ่งทำให้ช่อชมพูนอนหลับฝันดีในทุกๆคืน

เรื่องของคมเข้มที่มาเป็นตัวชงให้ภาสกรมีความรู้สึกถึงความหวงแหนและต้องการแย่งชิง เป็นเพียงการคาดเดาของช่อชมพูเท่านั้น มิได้อยู่ในแผนเดิมแต่อย่างใด หลังรู้ว่าได้ผลลัพธ์เกินแผนการ ช่อชมพูก็ได้พยายามวางหมากไว้ทุกทาง เพื่อมิให้เกิดช่องโหว่ในปฏิบัติการครั้งนี้ 

ในเมื่อมีการร่วมมือกันจากหลายฝ่ายเช่นนี้ ก็คงต้องรอเพียงวันเวลาที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างงวดเข้าอย่างเข้มข้นก็เท่านั้นเอง

 

“แหม..เล่นทำงานกันเป็นทีมอย่างนี้ ฉันชักจะสงสารอีตาพี่ภาสเสียแล้วสิ แล้วอย่างนี้จะไปไหนพ้น”ป่านทองหันหน้าไปพยักพเยิดกับแฟนหนุ่มเมื่อฟังเรื่องราวจากปากของช่อชมพูจนจบ

“ป่านก็..หนทางยังอีกยาวย่ะ เย็นนี้ฉันว่าต้องมีอะไรสนุกๆอีกแน่ เธอก็รู้พวกผู้หญิงที่เป็นเพื่อนนอนเพื่อนเที่ยวของพี่ภาสคงไม่ปล่อยให้งานคริสต์มาสแบบนี้หลุดมือไปหรอก ยังไงเสียสาวๆพวกนั้นก็ต้องมาเสนอหน้า และฉันจะต้องเขี่ยแม่พวกนั้นให้ไปพ้นทางก่อนถึงจะไว้วางใจได้” ป่านทองมองหน้าเพื่อนรักแล้วแกล้งทำหน้าหวาดๆ

“ฉันชักจะกลัวเธอแล้วล่ะสิ เห็นเงียบๆหงิมๆในหัวนี่วิ่งปรู๊ดปร๊าดเชียว ใครเป็นศัตรูกับเธอนี่คงแทบกระโดดคลองตาย”

ช่อชมพูยิ้มรับคำชมอย่างภาคภูมิ สร้างความหมั่นไส้กึ่งเอ็นดูให้กับเพื่อนสาวจนต้องเอาหมอนอิงมาไล่ขว้างใส่ เสียงหัวเราะดังของสองสาวกับหนึ่งหนุ่มที่ร่วมนั่งฟังแผนการนั้น กลับยิ่งสร้างความขุ่นมัวให้กับหัวใจอีกดวงที่อยู่อีกฟากของรั้วระแนงไม้

 

ตกบ่ายทั้งป่านทองคมเข้มและช่อชมพูก็พากันขนข้าวของไปที่ตึกเรือนเล็กของภาสกร ครัวเล็กเต็มไปด้วยข้าวของ และคนสี่คนที่ช่วยกันปอกช่วยกันหั่นช่วยกันชิมกันอย่างสนุกสนาน บ่อยครั้งที่ภาสกรทำทีท่าหวงแหนในตัวของช่อชมพูเมื่อต้องเข้าใกล้คมเข้ม ตัวคมเข้มได้รับการแนะนำว่าเป็นเพื่อนของเธอเหมือนกับป่านทองโดยตั้งใจละเว้นมิบอกว่าทั้งสองเป็นคนรักกัน 

ทุกครั้งที่ร่างสูงใหญ่ผิวนวลตาเข้าเฉียดใกล้อย่างตั้งใจ พานให้อกใจสาวเจ้าแผนการหวั่นไหวเขินอาย แก้มแดงๆที่นวลแป้งเริ่มจางหายดูแดงก่ำน่าเอ็นดูเสียยิ่งกว่าปกติ รอยยิ้มและคำพูดจาอบอุ่นนิ่มนวลล้วนแล้วแต่สร้างความรู้สึกที่ลึกซึ้งให้กับชายหนุ่มที่ห่างหายไปอยู่แดนไกลเสียเนิ่นนาน  ทำเอาป่านทองและคมเข้มต้องลอบมองหน้าอมยิ้มกันเมื่อได้เห็นท่าทีที่เรียกได้ว่า ‘ตกหลุมรัก’ ของชายหนุ่มที่หล่อเหลาเพียบพร้อมผู้นี้

อาหารและเครื่องดื่มต่างพร้อมแล้วที่จะต้อนรับแขกเหรื่อ ทั้งป่านทองคมเข้มและช่อชมพูจึงได้ขอตัวไปแต่งตัวเพื่อมาร่วมงานที่ได้รับเชิญด้วย เมื่อกลับมาก็พบกับเพื่อนทั้งหลายของภาสกรรวมไปถึงสาวๆอีกห้าหกคนเกินโควต้าที่ชายหนุ่มเจ้าของงานบอกไว้เกือบครึ่ง ดีที่แม่ครัวเอกอย่างช่อชมพูได้ทำอาหารเผื่อไว้เยอะจึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด 

 ทั้งป่านทองและช่อชมพูได้รับความชื่นชมจากหนุ่มๆที่มางานกันทั่วหน้า ทั้งในเรื่องของรสชาติของอาหารและหน้าตาของคนทำ โดยเฉพาะช่อชมพูที่แต่งหน้าอ่อนๆเมื่อมาอยู่ในเครื่องหน้าที่สะดุดตาทำให้ได้รับแววหวานเยิ้มจากเหล่าชายหนุ่มเพื่อนของเจ้าของงาน แต่แล้วหนุ่มๆเหล่านั้นก็ต้องพากันทำหน้าเจื่อนเมื่อเห็นแววตาห่วงหวงของภาสกรที่ส่งประกายตาดุปรามเพื่อนเข้าให้

“หวงยังกับพ่อลูกอ่อนเชียวนะเอ็ง ไหนบอกว่าน้องข้างบ้าน สงสัยอยากจะให้เป็นน้องข้างใจเสียล่ะมั้ง” เพื่อนปากดีกระซิบแซวเพื่อน จากนั้นจึงพากัน ดื่ม กิน เต้น กันอย่างสนุกสนาน ทิ้งให้คำพูดนั้นวนเวียนอยู่ในสมองของคนคิดช้าที่ชักจะสงสัยหัวใจของตัวเองตงิดๆ

              ร่างอวบอิ่มของหญิงสาวสองสามคนที่ต่างพากันแย่งกันเบียดร่างของภาสกรพร้อมทั้งชักชวนให้ไปเต้นเมื่อได้ยินเสียงเพลงที่เร้าใจ ทำให้ช่อชมพูเขม่นมองและครุ่นคิด

“ป่าน ขอยืมคุณเข้มหน่อยนะ ถ้าเป็นไปอย่างที่คิดแม่สาวๆพวกนั้นต้องกระจุยวันนี้ล่ะ” น้ำเสียงเอาจริงและแววตาของนักสู้มีอยู่เต็มเปี่ยมในตัวของช่อชมพู ทำให้ป่านทองพยักหน้าพลางเตรียมตัวชมฉากใหญ่ที่เพื่อนรักของเธอจะสร้างสรรค์ขึ้นมา

ร่างระหงขาวผุดผาดในชุดเกาะอกเข้ารูปเป็นผ้าไหมสีหวานตัดเย็บด้วยแบบที่ทันสมัยสั้นเหนือเข่าควงแขนคมเข้มไปส่ายลีลาน่ามองกลางห้องที่กลายเป็นฟลอร์ของนักเต้นขนาดย่อม ด้วยท่าทีที่สนุกสนานเต็มเปี่ยม ฝ่ายคมเข้มก็เล่นด้วย ด้วยการจับมือเล็กๆขึ้นชูสูงพร้อมโยกไปด้วย ใบหน้ายิ้มแย้มของภาสกรหุบลงทันควันที่เห็นภาพนั้น  ร่างสูงใหญ่ผละออกจากกลุ่มสาวอึ๋มมาคว้าข้อมือของช่อชมพูพร้อมกับผลักอกของคมเข้มโดยแรงอย่างที่ใครๆก็นึกไม่ถึง ก่อนที่จะโผเข้าไปชกหน้าของคนที่ทำให้หัวใจขุ่นมัวก็ถูกสกัดโดยช่อชมพูเสียก่อน

“หยุดนะคะ พี่ภาสจะทำอะไรเพื่อนชมพู เขาอุตส่าห์มาช่วยงานช่วยขนของให้เหนื่อยแทบแย่ แทนที่จะขอบคุณกันบ้าง กลับตอบรับสิ่งที่เขาทำด้วยวิธีนี้หรือคะ ชมพูผิดหวังในตัวพี่ภาสจริงๆ” ใบหน้างอง้ำนั้นแดงก่ำด้วยความตกใจปนโมโห ที่แผนการชักจะเกินเลยไปกว่าที่คิด 

“ก็มันเล่นจับไม้จับมือน้องชมพูถึงขนาดนี้ จะให้พี่ทำยังไง คุณย่าประยงค์เลี้ยงมาริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แล้วมันเป็นใครมาจับมือถือแขนน่าเกลียดอย่างนี้ หรือว่าน้องชมพูชอบ” น้ำเสียงน่าเกลียดที่ได้ยินทำให้ช่อชมพูอับอายคนรอบข้าง รวมทั้งเป็นห่วงแฟนเพื่อนที่นอนเค้เก้อยู่บนพื้น

“พี่ภาสทำตัวแย่มากๆ ชมพูไม่อยากคุยด้วยแล้ว” 

อันที่จริงเธอต้องการเพียงยั่วเย้าเขาเล็กน้อย แต่เรื่องกลับบานปลายไปถึงขั้นลงไม้ลงมือ ..พี่ภาสของเธอในวันนี้ช่างฉุนเฉียวน่ากลัวเสียจริง... ช่อชมพูและป่านทองช่วยกันประคองคมเข้มให้ลุกขึ้นและพากันเดินออกจากงานด้วยความหงุดหงิด ท่ามกลางแววตาขุ่นเคืองระคนเจ็บช้ำเมื่อเห็นท่าทีประคับประคองชายหนุ่มตัวต้นเหตุของความขุ่นมัวทั้งหลายของเขา

งานเริ่มกร่อยหญิงสาวอวบอึ๋มที่เคลียคลอกลับถูกบอกปัดอย่างไม่มีเยื่อใย เพื่อนฝูงต่างพากันทยอยกลับ เพื่อนที่สนิทที่สุดถึงกับพูดตอกย้ำหัวใจเขาอีกครั้ง

“แกนี่เป็นเอาหนัก ท่าทางแกเหมือนเด็กวัยรุ่นใจร้อนที่เพิ่งตกหลุมรักเสียอย่างนั้น ทางที่ดีรีบไปเคลียร์กับน้องชมพูของแกเถอะว่ะ ว่าไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร สำคัญแค่ไหนกับน้องเขา แล้วแกคิดยังไงกับน้องเขา น้องชมพูน่ารักออกอย่างนั้น เดี๋ยวก็โดนหมาคาบไปก่อน จะหาว่าข้าไม่เตือน” มือที่ตบหนักๆเข้าที่บ่าก่อนจะผละออกไป คำพูดคำเตือนที่เพื่อนพร่ำบอกทำให้ชายหนุ่มต้องทบทวนหัวใจตัวเองอีกครั้งอย่างจริงจัง...

 

“ได้ผลเกินคาดเลยยัยชมพู เล่นซะคุณภาสสติแตกไปเลย คุณเข้มเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ” ป่านทองประคับประคองแฟนหนุ่มถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นอะไรเลยครับ แค่โดนผลักอกเสียกระเด็น แรงหึงเยอะจริงๆ” คมเข้มที่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรเท่าใดหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“เสร็จงานแล้วต้องเลี้ยงฉลองตอบแทนฉันกับคุณเข้มให้หนักๆเลยนะยัยชมพู ไม่งั้นฉันไม่ยอมด้วย”

“รู้แล้วน่า ใครจะไปนึกว่าปฏิกิริยาพี่ภาสจะรุนแรงปานนี้ นี่ถ้าพี่ภาสชกหน้าคุณเข้ม ฉันคงรู้สึกผิดมากๆเลย”

“ช่างเถอะ ทีนี้เธอจะทำยังไงต่อ”

“ก็ขึ้นอยู่กับพี่ภาสล่ะ ว่าจะถอยหรือจะสู้ ถ้าพี่เขาถอยฉันก็รุกต่อ ในเมื่อรู้ว่าพี่เขามีใจให้ฉันอย่างนี้ก็คงไม่ยาก แต่ถ้าพี่เขาสู้ฉันก็จะรวบหัวรวบหางเสียเลย” ช่อชมพูพูดหน้าตาเฉย ทำเอาเพื่อนทั้งสองหัวเราะกันคิกคัก

“พูดจาน่าหวาดเสียวนะเธอนี่ ร้ายน่าดูเชียว เอาเป็นว่าฉันกับคุณเข้มจะรอข่าวดีล่ะกัน”...

 

หลังจากคืนวันนั้นช่อชมพูตัดสินใจว่าจะทำตัวให้ห่างจากเป้าหมายสักสามสี่วัน เพื่อหยั่งดูท่าทีของอีกฝ่าย ประกอบกับภาระงานที่รัดตัวเพราะอีกเพียงสองวันก็ถึงวันสิ้นปีที่จะมีการฉลองใหญ่ ทำให้ต้องขะมักเขม้นกับการทำขนมไทยมือเป็นระวิง จนแทบจะไม่ได้ต่อยอดต่อผลที่สืบเนื่องจากวันงานคริสต์มาสเลยด้วยซ้ำ ทางฝ่ายชายหนุ่มเสียอีกที่เฝ้าแต่ชะเง้อชะแง้แลหาจนย่างเข้าวันที่สี่ เมื่อไม่เห็นหญิงสาวออกมาเก็บดอกไม้เช่นเคยก็ยิ่งร้อนใจ จนถึงกับถือวิสาสะเดินข้ามรั้วมาด้อมๆมองๆที่บ้านเรือนไทยของช่อชมพู 

เมื่อมองเข้าไปในเรือนครัวก็พบว่าร่างหญิงสาวในดวงใจกำลังสาละวนอยู่กับการทำขนมไทย มือไม่ว่าง วงหน้าเป็นมัน หัวยุ่ง และดูเหน็ดเหนื่อย เครื่องแต่งกายก็เป็นเพียงเสื้อผ้าป่านคอปาดธรรมดากับกางเกงสามส่วนที่ลุกนั่งสะดวก แต่ทว่ากลับน่ามองจนแทบไม่อยากละสายตา

ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อกวาดสายตามาพบกับแววตาคมวาวที่มองมา

“ตายจริง! พี่ภาส มายืนอยู่นานหรือยังคะ ชมพูทำขนมตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ออกจากครัวเลย” มือบางสาละวนดึงเอากระดาษทิชชู่มาซับเหงื่อที่ไหลซึมออกมาตามแนวหน้าผาก วงหน้ามีแววเก้อเขินเมื่อรับรู้ว่าตัวเองดูไม่ได้อย่างที่สุดในตอนนี้ ทั้งควันจากอาหารและใบหน้าที่มันย่อง ไหนจะหัวหูที่ผูกรวบอย่างลวกๆมิได้เตรียมตัวมาก่อนนั้นอีกเล่า คิดแล้วก็พานให้ใจหายวาบ ดีที่งานใกล้จะเสร็จเหลือเพียงตักทองหยอดขึ้นเป็นรอบสุดท้าย ก็บรรจุกล่องใสเตรียมส่งโรงแรมได้เลย จึงลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาอย่างลวกๆโดยมีชายหนุ่มเดินตามไปไม่ห่าง

“ยังโกรธพี่อยู่อีกหรือเปล่า” เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเบาๆ

ช่อชมพูชะงักมือหันมามองเจ้าของเสียงพลางทำตาปริบๆ มือแข็งแรงคว้าข้อมือที่เปียกน้ำแล้วดึงเข้ามาใกล้ ใบหน้าเนียนใสที่พราวไปด้วยหยดน้ำ แผงขนตางอนยาวเป็นแพมีเกล็ดน้ำพราวดูงดงามเป็นธรรมชาติเสียจนลมหายใจของชายหนุ่มติดขัด ยิ่งไล่สายตามาเจอกับริมฝีปากอิ่มเต็มเรียบตึงที่เผลอเล็กน้อยประกอบกับแววตาคล้ายกวางสาวระแวงภัยยิ่งคล้ายมีแรงดึงดูดให้ต้องก้มหน้าเข้าใกล้  ริมฝีปากอิ่มระเรื่อถูกรุกล้ำด้วยแรงห่วงหวงและแรงคิดถึงที่อัดแน่นมาสี่วันเต็มๆ มือใหญ่รวบเอวบางเข้าชิดตัวพลางลูบไล้บั้นเอวด้วยความเผลอไผล

ความรู้สึกชาวูบตามติดด้วยความร้อนผ่าวอย่างไม่เคยนึกฝันมาก่อนพานทำให้ร่างบางอ่อนระทวยก่อนจะรวบรวมกำลังผลักแผงอกแข็งแรงนั้นออกห่าง ปากอิ่มเต่งแดงก่ำด้วยแรงขยี้บดเผยอหอบหายใจเล็กน้อย ด้วยความที่คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้อยู่ในแผนเช่นนี้มาก่อน ร่างบางที่สะท้านเฮือกทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าประสบการณ์เรื่องรักใคร่เช่นนี้ของหญิงสาวในอ้อมกอดคงเท่ากับศูนย์ ก็ยิ่งทำให้หัวใจของเขาพองฟูเบิกบาน

ร่างน้อยๆผละออกจากอ้อมอกของชายหนุ่ม พลางเดินเร็วจนแทบวิ่งเข้าห้องไปด้วยความอาย ระคนไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เข้าจู่โจมร่างกายและจิตใจ มือขาวนวลยกขึ้นมาลูบริมฝีปากของตัวเองที่กำลังแย้มยิ้ม ประกายตาสุกใสมีแววของความสุขจนแทบจะกระโดดโลดเต้น ช่อชมพูนั่งนิ่งอึ้งอยู่บนเตียงชั่วครู่จึงได้เปิดประตูห้องออกมาลอบมองรอบบ้าน ก็พบว่าร่างสูงใหญ่นั้นไม่ได้อยู่ในบริเวณบ้านแต่อย่างใด คาดว่าคงกลับไปยังเรือนเล็กของเขาแล้ว จากนั้นเธอจึงผลุบเข้าไปในห้องแล้วกระโดดหย็องๆบนเตียงหนาของตน พลางทำท่าคล้ายศูนย์หน้ายิงประตูเข้าด้วยความสะใจกับความสำเร็จที่ได้รับ  และแล้วก็คงถึงเวลารุกฆาตสักทีเสียแล้ว! โย่ว! หญิงสาวร้องเอ็ดอึงอยู่ในใจ...

 

สองวันต่อมาภาสกรก็กลายเป็นแขกประจำเช้าสายบ่ายเย็นของบ้านเรือนไทยหลังนี้ ท่ามกลางสายตาปลาบปลื้มยินดีของลุงอินคนสวนและป้าสายแม่บ้าน  บางครั้งทั้งคู่ก็พากันไปทานข้าวนอกบ้านพูดคุยกันกระจุ๋งกระจิ๋งตามประสาคนรัก โดยที่สัญญากันไว้ว่าวันสิ้นปีจะมาเคานต์ดาวน์นับถอยหลังกันสองต่อสอง ให้สมกับความหวานชื่นของความรักที่เพิ่งได้ประสบ 

ตกบ่ายของวันสิ้นปีคมเข้มก็ได้ขับรถเข้ามาในบ้านเรือนไทย เพื่อมาเอาเสื้อผ้าที่ป่านทองลืมทิ้งไว้ ร่างของคนผิวเข้มที่ออกมาจากห้องนอนของช่อชมพูทำให้ ภาสกรชะงักงัน สีหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่นของช่อชมพูที่ส่งกระเป๋าใบย่อมให้กับอีกฝ่ายนั้นราวเข็มร้อยพันเล่ม ที่ทิ่มแทงเข้าตรงหัวใจของชายหนุ่ม พร้อมทั้งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่งมที่ถูกใบหน้าหวานใสของอีกฝ่ายลวงล่อว่าซื่อบริสุทธิ์มาจนถึงตอนนี้

“สนุกมากใช่ไหมที่รวมหัวกันหลอกพี่!” 

ทั้งช่อชมพูและคมเข้มสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงที่ประชดประชันนั้น และเมื่อหันไปพบกับแววตาเจ็บช้ำของภาสกรก็ล่วงรู้ได้ว่าชายหนุ่มกำลังเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง  ยังมิทันที่ช่อชมพูกับคมเข้มจะอธิบายสิ่งใดร่างสูงใหญ่ของภาสกรก็เดินหนีห่างไปพร้อมกับเสียงรถที่สตาร์ทออกไปด้วยความแรงของอารมณ์

“เวรกรรม..นั่นเข้าใจผิดไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้”

“อืม..ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะคุณเข้ม เดี๋ยวชมพูจะอธิบายให้เขาเข้าใจเองค่ะ ฝากบอกยัยป่านด้วยนะคะว่าเตรียมล้างท้องไว้ได้เลย” คมเข้มหัวเราะลั่นกับคำพูดหยอกล้อที่ได้ยิน

หลังจากส่งคมเข้มขึ้นรถแล้วช่อชมพูก็ต้องขมวดคิ้วคิดอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์เข้าใจผิดเช่นนี้ดี แล้วก็นึกขึ้นได้ด้วยหัวน้อยๆที่เต็มไปด้วยแผนการนั้น หญิงสาวเดินลัดเลาะเก็บยอดใบอ่อนของต้นดอกแก้วมาได้หนึ่งกำมือใหญ่ ก่อนที่จะค่อยๆส่งยอดอ่อนของต้นดอกแก้วเข้าปากเคี้ยวไปอย่างผะอึดผะอม เพียงไม่นานใบหน้าเล็กๆเริ่มแดงก่ำเนื้อตัวเริ่มร้อนรุมๆ และเพื่อความไม่ประมาทจึงเก็บเพิ่มเติมอีกหนึ่งกำเผื่อยาจะหมดฤทธิ์  ถึงอย่างไรวันสิ้นปีเช่นนี้ช่อชมพูก็ไม่ยอมเคานต์ดาวน์คนเดียวเป็นแน่..

ย่ำค่ำภาสกรก็กลับมาพร้อมอาการเมากรึ่มๆ ร่างอ้วนของป้าสายวิ่งตุ้บตั้บไปหาชายหนุ่มพร้อมร้องบอกด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“แย่แล้วค่ะคุณภาส คุณหนูชมพูตัวร้อนมากเลยค่ะสงสัยว่าจะไม่สบายมาก คุณท่านก็ไม่อยู่คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายก็ไปต่างประเทศ ป้าไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว” เพียงได้ยินว่าหญิงสาวในดวงใจไม่สบายก็แทบจะหายเมาไปในปลิดทิ้ง แต่ด้วยทิฐิที่ยังพอมีเหลืออยู่บ้างทำให้เอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“แล้วแฟนของเขาล่ะ ไม่มาช่วยดูหรอกหรือป้า นายคมเข้มอะไรนั่นน่ะ”

“แฟนคุณหนู?  ตายจริงคุณภาสทำไมคิดอย่างนั้นล่ะคะ คุณคมเข้มนั่นน่ะเป็นคนรักของคุณป่านทองเพื่อนสนิทของคุณหนูชมพูนะคะ เมื่อบ่ายยังมาเอาเสื้อผ้าของคุณป่านทองที่ลืมไว้เมื่อวันก่อนเลยค่ะ” สิ่งที่ได้ยินทำให้ภาสกรเลิกทิฐิทันควัน ร่างสูงใหญ่ที่แทบกระโจนลงจากระเบียงวิ่งหวือกระโดดข้ามรั้วระแนงไม้ ถลันไปที่ห้องของช่อชมพูด้วยความเป็นห่วงสุดชีวิต ทิ้งให้ป้าสายปิดปากหัวเราะคิกคักอยู่แต่เพียงผู้เดียวที่ระเบียงเรือนเล็กนั่นเอง...

ร่างเล็กๆที่นอนชุ่มเหงื่อตัวร้อนรุมนั้นทำเอาชายหนุ่มหัวใจแทบจะปลิดปลิว  ช่อชมพูปรือตามองสมบทบาทความร้อนในร่างกายดูจะมากมาย จนหญิงสาวเริ่มนึกตำหนิตัวเองที่กินยอดอ่อนของต้นดอกแก้วมากเกินไป ทำเอาตัวเองต้องทรมานเช่นนี้ แต่เมื่อมองเห็นแววตาร้อนรนเป็นห่วงเป็นใยของอีกฝ่ายก็รู้สึกว่าคุ้มแล้ว..

มือหนาแข็งแรงซับเหงื่อเช็ดตัวให้หญิงสาวอย่างเบามือพลางพร่ำพูดด้วยความเป็นห่วง

“ไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้ตัวร้อนอย่างนี้ไปหาหมอไหมครับ เดี๋ยวพี่จะพาไป”

“อ่า..ไม่ต้องหรอกค่ะพี่ภาส ชมพูแค่เป็นไข้นิดหน่อยเองค่ะ ทานยาสักพักก็หาย”เสียงอ่อยๆนั้นน่าเอ็นดูเหลือเกินในความรู้สึกของภาสกร

“แล้วนี่จะเคานต์ดาวน์กับพี่ไหวไหม..หรือว่าจะให้นอนนับถอยหลังดี” น้ำเสียงหยอกล้อพร้อมแววตายั่วเย้านั้นทำให้วงหน้าเล็กๆเอียงซบหมอนอย่างเขินอาย ช่อชมพูอธิบายถึงความสัมพันธ์ของคมเข้มกับป่านทองเพื่อนสนิทของหล่อนให้ภาสกรได้รับรู้  ซึ่งชายหนุ่มก็รับฟังด้วยประกายตาหวานเชื่อม คำขอโทษคำปลอบและกิริยาป้อนโจ๊กให้กับหญิงสาวก็อ่อนโยนจนแทบจะเป็นคนละคนกับพี่ภาสที่ช่อชมพูหรือใครๆเคยรู้จัก คนที่ไม่เคยเอาใจผู้ใดกลับเอาอกเอาใจเธอได้อย่างไม่ขัดเขิน 

ลุงอินกับป้าสายนั่งบนม้าหินอ่อนในสวน รอดูพลุที่จะถูกจุดหลังสิ้นปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างใจจดใจจ่อ ปากก็ยิ้มแย้มด้วยความรู้สึกสมใจที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณท่านสั่งไว้ก่อนไปเที่ยวเมืองจีนสัมฤทธิ์ผลเป็นอย่างดี

นาฬิกาบอกเวลาห้าทุ่มห้าสิบเก้านาทีห้าสิบวินาที ภาสกรปิดไฟเพื่อดูพลุพร้อมกับช่อชมพูที่นอนมองด้วยแววตาระยิบระยับเสียยิ่งกว่าแสงดาวภายนอก  ท่ามกลางความมืดสลัวภาสกรโน้มศีรษะลงต่ำทีละน้อยพร้อมกับนับถอยหลังประสานกับเสียงใสๆของคนบนเตียง 10..9..8..7..6..5 ...ใบหน้าที่โน้มต่ำลงเรื่อยๆจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน... 4..3..2..1 เสียงพลุมากมายถูกจุดให้พุ่งสูงขึ้นบนท้องฟ้าส่องให้ทั่วฟ้าเป็นประกายวิบวับหลากสีสันแสงวูบวาบ ส่องให้เห็นเงาของคนสองคนที่ศีรษะอิงแนบพลางมอบความอุ่นนุ่มและหอมหวานให้เป็นของขวัญรับปีใหม่ซึ่งกันและกัน...

....................................................

สองหญิงสูงวัยนอนบนเก้าอี้โยกหุ้มผ้าไหมงดงามที่วางไว้เคียงกัน เพื่อมองดูพลุปีใหม่ที่จะกระจายส่งแสงระยิบทั่วฟ้าในเวลาไม่นานนี้..

“คุณโฉม คิดว่าหลานสาวของฉันจะทำสำเร็จไหม”

“แหม คุณประยงค์มีหรือคะจะทำไม่สำเร็จ ฉันล่ะลุ้นตั้งแต่วันแรกที่เห็นแววตาหนูชมพูตอนที่มองเจ้าภาสแล้วล่ะค่ะ เราให้โอกาสถึงขนาดนี้ฉันเชื่อว่าหลานคุณต้องทำได้”

“ใช่ คงสำเร็จนะไหนจะตาอินกับยายสายอีก ยังไงสองคนนั่นก็คงช่วยให้สำเร็จจนได้ล่ะ หลานฉันก็ทั้งสวยน่ารักฉลาดและเพียบพร้อมออกอย่างนั้น” น้ำเสียงชื่นชมหลานสาวตัวเองดูมั่นอกมั่นใจเสียเหลือเกิน ซึ่งถ้าช่อชมพูได้ยินคงเป็นลมล้มตึงเป็นแน่แท้

“ฉันก็ว่าอย่างนั้นล่ะค่ะ   เตรียมตัวดูพลุเมืองจีนให้สบายใจกันเถอะคุณประยงค์ กลับบ้านไปคงจะได้รับข่าวดี..” ทั้งคุณย่าประยงค์และคุณยายโฉมฉายต่างหัวเราะให้กันอย่างชื่นมื่นในอารมณ์ เปื่ยมไปด้วยความหวังที่จะรอรับเหลน ที่คาดกันว่าจะได้ช่วยกันอุ้มในอีกไม่นานข้างหน้าอย่างแสนสุข..สุขสุดๆ.

จบ.

ผลงานอื่นๆ ของ รอมแพง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น