คัดลอกลิงก์เเล้ว

{SF.Yaoi} ThorKi: My Servant

โดย Enete

เมื่อโอดินยกธอร์ให้โลกิ!! จะเป็นอย่างไร มาดูกัน...

ยอดวิวรวม

2,024

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


2,024

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


58
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  6 ก.ย. 57 / 00:25 น.
นิยาย {SF.Yaoi} ThorKi: My Servant {SF.Yaoi} ThorKi: My Servant | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

สวัสดีค่า...//ทำเสียงใกล้ตาย

กลับมาแล้วคะ//ปัดฝุ่น5555

ช่วงนี้จะสอบแล้ว TT^TT//แต่ก็นั่งอัพนิยาย

ตอนนี้กำลังบ้าน้องกิคะ เป็นลูกรักคนใหม่//บ้าจริง!!

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไปๆ ไปอ่านกันดีก่า~~~//เฟี้ยววว บินโคจรรอบแอสการ์ด

เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 ก.ย. 57 / 00:25


 

[ThorKi: My Servant <3]

[R-มุ้งมิ้ง(?)]

[เนื่อเรื่องเกิดหลังจากทั้งคู่กลับมาจากมิดการ์ดแล้ว]

[Date: 4/9/2557 Time: 17.28]

 

            บ้าเอ๊ยยยยยยยยย!!!!

            เทพแห่งจอมลวงก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ ทั้งความเสียดายและความโกรธต่อไอ้บ้าที่ทำหน้าระรื่นอยู่ข้างกาย ฉายออกมาอย่างชัดเจนจากดวงหน้าสวย

            “อะไรๆ ข้าไม่ได้ขื่นใจเจ้านะ ทำหน้าอย่างกับจะฆ่าจะแกงกัน” ธอร์ยิ้มระรื่น เมื่อเห็นว่าน้องชายของตนเริ่มแสดงหน้าตาแบบอื่น นอกจากนิ่ง แค้น นิ่ง โกรธ นิ่ง เจ้าเล่ห์...ให้ตายเหอะ น่ารักชะมัด(บราค่อนนนน//ชี้หน้า!!)

            “เอ้าอ้าเอ๋อ!! อิอะอิด...” โลกิเริ่มใช้ภาษาอู้ๆอี้ๆ ก็ไอ้ที่ปิดปากนี่...น่ารำคาญชะมัด!!

            “ข้าไม่เข้าใจภาษาอู้ๆอี้ๆของเจ้าหรอกนะ” ธอร์ทำหน้าฉงน แต่แววตาสนุกสนานอย่างปิดไม่มิด

            “อี้อ้า...”

            “เจ้าว่าข้าว่า พี่บ้าใช่ไหม?? อย่างน้อยเจ้าก็ยังเห็นข้าเป็นพี่เจ้านะ” ธอร์เอ่ยเศร้าๆทั้งแววตาละสีหน้า...เดาได้ยากว่าแกล้งเล่นหรือจริงจัง แต่โลกิก็รู้สึกผิดไปแล้ว...หวั่นไหวไปแล้ว...เจ็บปวดไปแล้ว...

            เพราะไม่อยากเจ็บปวดถึงอยากจากไป...

            แต่ความโกรธแค้นและนิสัยชอบเอาชนะทำให้ดื้อรั้น

            เพราะเข้าใจผิดว่าอยากได้อำนาจ...

            ทั้งที่ความจริง...

            ขอแค่อ้อมกอดอบอุ่นเท่านั้น...

            ก็พอ...

            “โลกิ...โลกิ!!

            “อื้อ!!” โลกิสะดุ้งเฮือก เมื่อพี่ชายตัวแสบกระทุ้งเขาเบาๆ เสียงเรียกดูตกใจและเป็นห่วง ดวงตาสีฟ้าใสทอดมองน้องชายบุญธรรมอย่างเป็นกังวล...ร่างบางหันหน้าหนี...เงาจากเสาสีทองภายในห้องโถงใหญ่ สะท้อนเงาของใครอีกคนที่เขาไม่รู้จัก...คนที่เศร้าสร้อย น้อยใจ กลัว เหนื่อย และ...อ่อนแอ

            อยากจะดิ้นตายเสียตรงนี้!! ข้าไม่เคยอ่อนแอ ข้าไม่เคยหวาดกลัว!! เจ้าทำอะไรข้า ธอร์!!(ข้าเหรอ...//ธอร์)

            “บุตรแห่งลาฟฟี่...” เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เสียงนั้นดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง ซึ่งอัดแน่นไปด้วยชาวแอสการ์ด ที่ต้องการมาเห็นหน้าอาชญากรร้ายที่ทำให้บ้านเมืองของพวกเขาปั่นป่วน สายตาที่มองมาจากทุกทิศทางไม่ได้เป็นมิตรเลย...ก็ถ้ามันคือธนูของฮอร์คอาย...ลกิคงตายไปแล้ว...

            “เจ้ากระทำผิดร้ายแรง รู้ใช่ไหม??” โอดินยังกล่าวต่อไป ขณะที่ทหารส่งกุญแจปลดล็อคเครื่องพันธนาการปากของโลกิให้ธอร์

            “...” โลกิไม่ตอบ แม้ปกจะเป็นอิสระแล้ว ปากบางเม้มแน่น ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด แต่สิ่งที่โอดินเห็น...คือความเจ็บปวดและน้อยเนื้อต่ำใจ สะท้อนปนเปกันอยู่ในดวงตาสีเขียวใสคู่สวยทั้งสองข้าง ธอร์มองน้องชายของตน...ดวงตาสีฟ้าสะท้อนแววเจ็บปวดไม่แพ้กัน

            ข้าทำให้เจ้าเป็นแบบนี้สินะ...

            “ท่านพ่อ...ถ้าไม่ใช่เพราะข้า โลกิคงไม่ทำแบบนี้ ข้าเชื่อว่าน้องชายของข้าเป็นคนดี ข้าเองที่ดูแลเขาไม่ได้ ทำให้เขาต้องทำเรื่องเลวร้ายต่อเราทุกคน” ธอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แววตามุ่งมั่นไม่ต่างจากตอนออกศึก...ทั้งห้องโถงเงียบกริบ กระทั่งโอดินที่พูดไม่ออก

            ไม่คิดเลยว่าเจ้าลูกชายตัวดีจะรักน้องขนาดนี้...นี่ขนาดไม่ใช่น้องแท้ๆนะเนี่ย!!

            “เจ้ากำลังทำให้เขามองข้าไม่ดีนะธอร์!!” โลกิกระซิบเสียงเหี้ยมกับพี่ชายตัวดี

            “ก็หรือไม่จริง...” ธอร์กระซิบ ยิ้มกริ่มอยู่คนเดียว “อุ๊!! ข้าเจ็บนะ!!

            “ข้าเป็นแบบนี้เพราะเจ้า จำไว้!!” โลกิตวาดแวดเบาๆ(?) ท่าทางแบบนั้นเหมือนลูกแมวไม่มีผิด ธอร์ยิ้มกว้างขึ้นอีกมากให้น้องชาย ที่จ้องเขาตาแทบถลนเพราะความโกรธ แน่นอนว่าคงทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่ก่นด่าพี่บ้าของตัวเองในใจ

            “แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรดี...” โอดิน...เหมือนไม่ได้ถามลูกชายของตน แต่ถาม ฟริกก้า มเหสีรักเสียมากกว่า สายตาของกษัตริย์แห่งแอสการ์ดกำลังขอความช่วยเหลือจากภรรยาสุดที่รัก

            ถ้าธอร์ออกตัวพูดแบบนี้ ไม่พ้นขอยกเลิกการลงโทษโลกิเป็นแน่

            “ยก...ให้...โล...สิ” ฟริกก้ากระซิบกับผู้เป็นสวามี ฟริกก้ากลับไปยืนที่ของตนพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า โอดินมองใบหน้าและรอยยิ้มนั้นอย่างพรั่นพรึง

            เมียกูกำลังคิดอะไรอยู่วะเนี่ย...เอาว่า เหนือสามียังมีภรรยา!!...

            “ข้า...อ่า...ข้าขอยกโทของโลกิให้เจ้า ที่ทำหน้าที่ในฐานะพี่ได้ไม่ดี และ...เฮ้อ ให้ตาย...โลกิ อยากทำอะไรกับพี่เจ้าก็ตามใจ ถ้าเขาเป็นคนทำให้เข้ากลายเป็นคนร้ายละก็นะ...”

            โอดินทำสีหน้าเหมือนมีอะไรติดคอ...อา...เหนือยอดกษัตริย์ยังมีมนุษย์เมียสินะ...

            “จริงเรอะท่านพ่อ!!

            แววตาชั่วร้ายของเจ้าคืออัลไร!? โลกิ!!...

            ธอร์เบิกตากว้างกับคำตัดสินของผู้เป็นบิดา ก่อนหันมองมารดาที่ส่งยิ้มกว้างมาให้อย่างผิดเวลา...ตอนแรกกะจะแค่ยกโทษให้เขารับผิดชอบ โอดินคงไม่ทำอะไรลูกตัวเองหรอก แต่ว่า...การยกเขาให้โลกิ มันออกจะเกินไปหน่อยนะ!!

            “ข้า จะ ฆ่า เจ้า” โลกิเน้นทีละคำ ช้าๆ ให้ธอร์ได้ซึมซับมันเข้าไปในทุกอณูกล้าม ธอร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น สายตาสนุกสนานของคนที่กำลังจะได้ฆ่าเขาสมจำให้เขาเสียวสันหลังบอกไม่ถูก

            “ไม่เด็ดขาด!! โอเคๆ ข้ายกธอร์ให้เจ้า แต่ห้ามทำร้ายร่างกายหรือฆ่า ถ้ากักบริเวณหรืออย่างอื่น นั่น...ขึ้นอยู่กับเจ้า” โอดินพูดรัวกลัวลูกไม่ได้ยิน

            “ข้าจะทำให้เจ้าทรมานจนอยากตายเลยธอร์...” โลกิกระซิบเสียงเหี้ยม...น้ำลายของธอร์ก็ยังไม่ลื่นคออยู่เหมือนเดิม

            “ไม่อาวววววว ข้าให้เจ้าเลือกสามทางแล้วกัน...” โอดินทำหน้าครุ่นคิด

            “แต่ท่านยกธอร์ให้ข้านี่!!” โลกิประท้วงทันควัน

            กำลังคิดแผนทรมานธอร์เพลินๆอยู่เชียว!!

            “สามทางเท่านั้น ไม่งั้นรับโทษเหมือนเดิม!!” โอดินเอ่ยเสียงเฉียบขาด จนเทพแห่งคำลวงไม่กล้าต่อปากต่อคำ

            “หนึ่งกักบริเวณ...สอง...อา ฟริกก้า ช่วยคิดหน่อย” โอดินส่งสายตาอ้อนวอนไปที่สตรีข้างกาย

            “อดอาหาร”

            “เอ้อ อดอาหาร...สาม...อืม...ไม่เอาๆ ข้าขอคิดเอง เดี๋ยวนะ” โอดินยกมือห้ามฉับพลันเมื่อฟริกก้ากำลังจะเสนอ “โอ้ว!! สาปให้ธอร์กลายเป็นสัตว์รับใช้ของเจ้าดีไหม ข้าจะเสกปลอกคอให้ด้วย” โอดินยิ้มอย่างเป็นมิตร ไม่ต่างจากพนักงานขายประกัน

            เห็นเจ้าธอร์กลายเป็นสัตว์เชื่องๆคงตลกพิลึก

            แต่ก่อนระหักว่าตนคิดผิดที่ยืนข้อเสนอหอมหวานให้โลกิ เจ้าตัวก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน...

            “ไม่ต้อง...ข้าเสกปลอกคอเองได้” โลกิยิ้มเหี้ยม พันธนาการที่ข้อมือหลุดไปในบัดดล

            บ้าเอ๊ย!! เป็นสัตว์เลี้ยงของโลกิงั้นเหรอ มันต่างจากการถูกทรมานตรงไหนวะ!?

 

            “หึๆๆๆ” ธอร์มองมีดในมือ และพันธการที่ข้อมือของตนอย่างตื่นตระหนก

          “ละ โลกิ ข้าเป็นพี่เจ้านะ เจ้าทำแบบนี้กับข้าไม่ได้!!

          “เจ้าไม่ใช่พี่ข้า บุตรแห่งโอดิน” น้ำเสียงหวานเรียบเอ่ยในความมืดสลัวๆ ได้บาดลึกไปถึงหัวใจของเทพสายฟ้า

          เจ้าคงเกลียดข้ามาก จนไม่เห็นค่าของความรักที่ข้ามีให้เจ้าสินะ...

          “อ้ากกกกกกกก”

.

.

.

          “อ้ากกกกกกกก” ธอร์ร้องลั่นห้องกว้าง แต่ตาก็ยังไม่ลืม...กลัวเหลือเกินว่าฝันร้ายจะกลายเป็นจริง

            เจ้าไม่ใช่พี่ชายข้า...

            ทำไมทำน้ำเสียงห่างเหินก่อนหน้านี้เราเป็นพี่น้องที่รักกันออกขนาดนั้น...หรือจริงๆแล้วข้าคิดไปเองมาตลอด...หรือจริงๆแล้ว ข้าเองที่รักเจ้าอยู่ฝ่ายเดียว

            น้ำเสียงเย็นชาและสายตานิ่งคือกริชคมชั้นดีที่บาดใจของธอร์ให้เป็นทางยาว คำพูดทำร้ายจิตใจยังดังซ้ำไปซ้ำมา พร้อมน้ำหนักที่กดทับช่วงท้องของเขามากขึ้นเรื่อยๆ...

            อาเระ...

            “เฮ้ย!!” ธอร์แทบจะแหกปากอีกรอบ เมื่อใบหน้าสวยของน้องชาย(ไม่)แท้ของตนห่างกับไม่ถึงคืบ แถมเจ้าตัวยังอยู่ในถ้าล่อแหลม เสื้อนอนที่ใส่หลวมโพรกจนแทบเห็นตับไตไส้พุงทำให้รู้สึกวูบวาบในอกไม่น้อย

            “เงียบน่าธอร์” โลกิสั่งสั้นๆ แต่มีผลกับธอร์ชะงัด เขานอนนิ่งๆ ยอมให้ร่างบางคว้านคอเขาอยู่เป็นนาน

            “เจ้าจะบีบคอข้าก็เร็วๆเข้าเถอะ” ธอร์ทนไม่ไหวจนต้องออกปากเร่ง...แบบว่า...ตอนนี้ใจเต้นแรงจนอกจะระเบิดแล้ว(เดี๋ยวพ่อจับกด!!//เสียงเล็กๆในหัวธอร์)

            “รอบคอเจ้าเท่าไหร่เหรอ??” โลกิถามคำถามแสนประหลาดที่ทำให้ธอร์แทบร้องหา หน้าสวยเอียงไปมาเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

            “จะรู้ไปทำไม??”

            “จะได้ทำปลอกคอให้เจ้าถูกไง พี่ข้า” หน้าสวยฉีกยิ้มหวานเจี๊ยบที่พาให้เสียวไปทั้งตัว

            นี่แหละฝันร้าย...

 

 

 

            อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

 

 

 

            แต่อย่างน้อยเจ้าก็เรียกข้าว่า พี่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ร้ายไปเสียทีเดียวนะ...

 

            “เจ้าเสกๆออกมาเหอะ” ธอร์เอ่ยปลงๆ เมื่อพี่เห็นน้องมีความสุข พี่ย่อมต้องดีใจที่น้องมีความสุข แม้มันคือการทำให้ตัวเองลำบากแสนสาหัสสินะ!!

            ตระหนักถึงสัจจะธรรมของคำว่าพี่ที่แสนดี วันนี้เอง...

            “งั้น...ข้าขอสาปให้...” แสงสีเขียวเรืองๆทำให้ธอร์เบิกตากว้าง

            “เอาจริงหง่ะ??” โลกิพยักหน้า...ธอร์กลับไปปลงชีวิตต่อเงียบๆคนเดียว

            “ข้าขอสาปให้ธอร์ บุตรแห่งโอดิน อยู่ใต้อายัตของข้า หากข้าสั่งอะไรเขาจะต้องทำตาม หากข้าลำบากเขาต้องคอยช่วยเหลือ หากข้าเรียกต้องมา หากข้าต้องการทำอะไรสนุกๆ เขาจะเป็นของเล่นของข้า...” โลกิยิ้มเหี้ยม “และขอให้คำสาปนี้คงอยู่ตลอดไป” แสงสว่างวาบหายไป

            “เหมือนคำสาบานในงานแต่งงานไม่มีผิด...ถ้าไม่นับอันสุดท้ายนะ”

            “หึ เจ้าคงรู้ดี จากสตรีที่มิดการ์ดสินะ ข้าไปทำลายงานแต่งของพวกเจ้าหรือเปล่าเนี่ย” โลกิทำเสียงขึ้นจมูก หน้าสวยรั้นขึ้นน้อยๆ

            “ข้ากับเจน...เราไม่ใช่คนดาวเดียวกัน”

            “ข้าก็ไม่ได้มาจากดาวเดียวกับเจ้า เรายังเป็นพี่น้องกันได้ เจ้ากับเธอคนนั้น...คงแต่งงานกันได้” โลกิเถียง แม้ใจจริงไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลย

 

            อยากให้คนๆนี้เป็นของเขาคนเดียว...

 

            “นั่นสินะ...” ธอร์ยิ้มบาง

            “ไม่มีวัน!! ขอโทษที่ข้าต้องขัดขวางความสุขของเจ้านะธอร์ แต่คำสาปของข้าจะอยู่ตลอดไป!!” โลกิยิ้มอย่างผู้มีชัย...

            “ข้ายินดีถ้ามันทำให้เจ้ามีความสุข” ...แต่สุดท้ายก็แพ้ประโยคเดียวของพี่ชายสมองถั่วอยู่ดี

            รอยยิ้มบางที่โลกิเข้าใจผิดว่าเศร้าสร้อยทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ร่างบางกระโดดออกจากหน้าท้องแข็ง ถอยห่างไปหลายโยชน์

            “อ่าว...”

            “เจ้ารักนางมากสินะ...” เสียงหวานแผ่วเบาและเต็มไปตัวความเจ็บปวด

            “เอ่อ...”

            “ขออภัยที่มาขัดขวางความสุขของเจ้าทั้งคู่...”

            “อ่า...”

            “แต่ใช่!! นั่นแหละคือความสุขของข้า!!” โลกิตะโกนลั่น ก่อนเปิดประตูแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ธอร์นั่งอึ้งพร้อมคำพูดที่ติดอยู่ที่ปาก

            “เฮย...” ไม่ใช่!!

 

            เอาใหม่ๆ

 

            “ข้าไม่ได้รักนางนะ...ข้า...รักเจ้า” เทพเจ้าสายฟ้าเอ่ยกับบานประตูที่ปิดลงเงียบๆ

 

            น้ำตาของเทพจอมลวงไหลเอื่อยๆลงมาตามใบหน้าสวยไม่ต่างจากอิสตรีในแอสการ์ดหรือมิดการ์ด...เผลอๆจะสวยกว่า...โลกิ เทพจอมลวงทรุดนั่งลงกับบานประตูช้าๆ หัวใจที่กำลังเต้นชาวาบจนหน้าตกใจ

 

            ทำไมถึงอ่อนแอแบบนี้...

 

            โลกิคิดก่อนปาดน้ำตาใสออกจากใบหน้าแรงๆจนหน้าขาวแดงเรื่อ โลกิยืนขึ้นช้าๆ พยายามทรงตัวให้ได้ แต่เหมือนร่างกายถูกสูบพลังงานออกไปหมด ไม่เหลือแรงให้ทำอะไร นอกจากปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา

            ไม่อาจขยับตัวหรือวิ่งหนีได้เลย...

            ก๊อกๆ

            เสียงเคาะประตู...

            “โลกิ...” ธอร์กระซิบผ่านบานประตู โลกิเอาหน้าแนบบานประตูสีทองเย็นเฉียบอย่างลืมตัว...อันที่จริง เขาควรเดินหนีไปเสียมากกว่านะ

            “...” โลกิพยายามไม่ส่งเสียง

            “เอ่อ...ข้าไม่รู้ว่าเจ้าอยู่ข้างหลังนั้นหรือเปล่า ถ้าไม่ก็...ช่างมันเถอะ...คือข้าอยากถามนะ ว่าคำสาปของเจ้ามัน เอ้อ...มีผลข้างเคียงอะไรไหม เพราะตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนขาดเจ้าไม่ได้อย่างไรชอบกล...อยากเห็นหน้าเจ้านะ มันเหมือนที่สัตว์เลี้ยงอยากเจอเจ้านายหรือเปล่านะ??”

            ธอร์แสนซื่อ...

            โลกิหน้าแดงเถือกแต่ต้องข่มอาการอย่างกรี๊ดเพราะความเขินอายไว้...นี่ถ้าธอร์พูดออกมา ไม่ใช่เพราะความสงสัยละก็...แค่คิด เทพจอมลวงก็รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาแล้ว

            “โลกิ...โลกิ๊...โลกี๊!!!!!!!!” ธอร์ไล่เสียงสูงต่ำตลกๆจนโลกิอดขำไม่ได้ น้ำตาหยุดไหลไปแล้ว ตอนนี้มีเพียงรอยยิ้มประดับบนใบหน้าสวย

 

            คงมีเพียงเจ้าเท่านั้น ที่ทำให้ข้ายิ้มได้นะ...ธอร์...

 

            ไม่ว่าจะตอนเด็กหรือตอนนี้ ธอร์ก็ยังคงเป็นพี่ติดน้องอยู่ดี ขนาดโลกิไปยังมิดการ์ดยังตามลงไปตามกลับมาจนได้...สายสัมพันธ์ที่เรียกว่า พี่น้องนี่ตัดไม่ขาดจริงๆ

            แม้เขาจะพยายามแล้ว...

 

            ใช้ไฟแค้นเผาผลาญทุกสิ่ง...

 

            แต่ธอร์ก็เป็นพายุฝน ไหลดับไฟนั้นจนมอดดับเสียทุกครั้งไป...

 

            พยายามจุดครั้งแล้วครั้งเล่า...

 

            ขัดขืนหัวใจตัวเองอยากยากลำบาก...

 

            แต่สุดท้าย...ทุกอย่างก็พังไม่เป็นท่า เพียงเพราะคนๆเดียว...

 

            และนั่นแหละ คือเหตุผลที่ข้ายิ่งเกลียดท่านะ ธอร์...เพราะข้าไม่ชอบให้ใครเหนือกว่า...

 

            และมันคือเจ้านี่เอง...คนที่มีอิทธิพลต่อหัวใจเขามากมายเหลือเกิน...

 

            “ข้าเกลียดเจ้า...ธอร์...” โลกิกระซิบแผ่วเบา ผ่านแผ่นเหล็กหนา หวังอย่างยิ่งว่า...

 

            คนอีกฝั่งจะไม่ได้ยิน...

 

            “อ้าว ว่าไงจ๊ะสองหนุ่ม ทำอะไรกันอยู่ตั้งนาน ไม่ยอมลงมากินข้าวกินปลา” ฟริกก้า  ถามอย่างร่าเริง น้ำเสียงไม่ได้ดูตำหนิเหมือนใจความของมัน

            “เราตกลงอะไรกันนิดหน่อยนะครับ” ธอร์ตอบ ใบหน้ายิ้มแย้มดูหม่นๆจนโลกิเริ่มหวั่นใจ

            ขอให้เจ้าไม่ได้ยินทีนะธอร์...

            “เหรอ แล้วเป็นไง” โอดินถาม ดวงตาข้างเดียวจ้องมองลูกชายทั้งสองที่ดูไม่ค่อยอยากพูดคุยกันเสียเท่าไหร่ ที่แปลกที่สุดคงเป็นโลกิ...ที่ดูไม่รื่นเริงเท่าที่ควรเลย กับการที่ได้ธอร์มาเป็นสัตว์รับใช้(?)

            “โลกิสาปข้า” ธอร์ตอบสั้นๆ แต่ช่างขมขื่นใจนัก...ข้าเป็นพี่นะ พี่!!

            “แค่ให้เจ้าเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าตลิดไปเท่านั้นเอง” โลลกิตอบเสียงเรียบ ก่อนนั่งลงที่โต๊ะข้างพระนางฟริกก้าที่ส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ โลกิยิ้มตอบดั่งปกติ...ธอร์นั่งลงอนุชา ไม่พูดอะไรอีก มีแต่บ่นอุบอิบอยู่เพียงคนเดียว

            เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าเหมือนเมื่อก่อน...

 

            “วันนี้เจ้าอยากทำอะไร??” ธอร์ถาม หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองเดินอยู่ตามทางเดินของปราสาท

            “ไม่รู้สิ...เจ้าไม่มีงานต้องทำเหรอ??” ร่างบางถามกลับ

            “ไม่ละ เพราะยังไงข้าก็ต้องตามเจ้าอยู่ดีนี่” ธอร์ว่าห้วนๆ เขาไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องนี้นัก

            “อืม ก็จริง...ข้าอยากอ่านหนังสือ” โลกิว่า ใบหน้าหวานครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนตอบ

            “ห้ะ?? ได้กลับบ้านทั้งที เจ้าจะเอาแต่อ่านหนังสือเนี่ยนะ!?” ธอร์ถามเสียงสูง ไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่ได้กลับบ้านตั้งนาน แถมยังได้รับอาระ เจ้าอนุชาตัวดีกลับอยากอ่านหนังสือ อุดอู้อยู่ในห้องหนังสือเนี่ยนะ

            “เออ ทำไม??” โลกิถามกลับด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท

            “ข้าแค่คิดว่าเจ้าน่าจะอยากไปเดินเล่นในเมืองอะไรทำนองนั้น”

            “ถ้านั่นหมายถึงการหาสตรีสักคนมาหยอกล้อต่อกระซิกด้วย...ข้าขอปฏิเสธ อีกร้อยชาติพันชาติข้าก็ไม่เอา ข้าใช่เจ้านะธอร์” โลกิเอ่ยเสียงเย็น ก่อนเดินลิ่วนำพี่ชายไปที่ห้องหนังสือ

            “เฮ้ๆ รอกันบ้างเซ่!!!” ธอร์รีบจ้ำอ้าวตามไป ไม่นานก็ถึงตัวร่างบางที่เดินหน้ามุ่ยอยู่หน้าเขา “เป็นไรอ่ะ??” ธอร์ยื่นหน้าเข้าไปถามน้องชายของตนใกล้ๆ

            “ปะ เปล่า” โลกิมองดวงตาสีฟ้าใสที่อยู่ในระยะประชิดด้วยหัวใจไม่ปกติ

            หน้ามืดเหมือนจะเป็นลม...(ท้อง!!// (O.O  )\(=___=)* โดนน้องกิตบ)

            “ข้าจะไปอ่านหนังสือในสวนนะ” โลกิว่า รีบเดินห่างจากพี่ชายที่(ไม่ได้ตั้งใจ)ขี้แกล้ง ทิ้งให้ธอร์ได้ตื่นงง...

            ตูทำไรผิดหว่า...

            ได้แต่สงสัย เพราะคนตอบเดินงอนหายไปเสียแล้ว เทพเจ้าสายฟ้าเดินตามร่างบางเข้าไปในห้องหนังสือ ห้องหนึ่งในปราสาทที่เขามาเยือนน้อยที่สุด

 

            ในสวนสีเขียวชอุ่มแลดูสบายตา มีลมพัดเอ่ยๆไล้ใบหน้าคมของธอร์เหมือนจะขับกล่อมให้ดวงตาปรือ สติเริ่มเลือนราง กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้และกลิ่นหญ้าที่พัดมาตามลมทำให้เทพเจ้าสายฟ้าเริ่มง่วง...อาการเหนื่อยล้าหลังจากกลับมาจากมิดการ์ดและฝันร้ายเมื่อคืนกำลังทำพิษ

            “โลกิ...ข้าขอหนุนตักเหน่อยนะ” ธอร์ไม่รอคำตอบ ล้มตัวลงนอนบนตักร่างบางเหมือนที่ที่บ่อยๆ ธอร์หลับตาลงเตรียมเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่สัมผัสอ่อนโยนเหมือนจะปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมาตกใจก่อน(??)

            “หลับเถิดพี่ข้า ท่านคงเหนื่อยมากสินะ” โลกิเอ่ยเสียงหวาน พื้นหญ้าและตักนุ่มทำให้ธอร์เคลิบเคลิ้มไปกับสิ่งรอบกาย สรรพสิ่งที่เงียบงัน มีเพียงเสียงสายลมหยอกล้อกับยอดหญ้าและดอกไม้เท่านั้น ดั่งธรรมชาติต้องการขับกล่อมเทพสายฟ้าให้หลับตา

            โลกิทอดมองใบหน้ายามหลับตาและผ่อนลายของพี่ชาย มองรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าพี่ชายที่รักที่สุดแล้วยิ้มตามน้อยๆ ฝามอเรียวสัมผัสใบหน้าคม แล้วไล้สัมผัสไปเรื่อยๆอย่างเพลินเพลิด ตามสันกราม ไรหนวดที่เพิ่งขึ้น ไรผม...ไล้ไปถึงเรียวปากได้รูป

            หมับ!!

            โลกิสะดุ้งเฮือก เมื่อมือหนาที่เอาแต่จับอาวุธ คว้าหมับเข้าที่มือของตน แล้วเอาทาบหน้าตัวเอง ธอร์เอียงหน้าเบียดฝ่ามือนุ่มเหมือนออดอ้อน

            “เจ้าทำผิดนะ” โลกิก้มหน้าลงกระซิบกับคนที่ใช้ตักตนต่างหมอน

            “ตรงไหน??” ธอร์ถาม แม้จะยังไม่ลืมตา

            “ข้าเป็นเจ้านายนะ ข้ารับใช้ไม่ควรหนุนตักเจ้านาย...”

            “ขอคนรับใช้นอนอ้อนเจ้านายหน่อยเถอะนะ” ธอร์เอ่ยขัดขึ้นมา ก่อนพลิกตัวหันเข้าหาร่างบาง แขนแกร่งตวัดเกี่ยวรอบเอวบางมากอดไว้ แล้วซุกไซร้ใยหน้าอย่างออดอ้อนตามที่ได้บอกไว้

            “ธอร์!!” โลกิร้องอย่างตกใจ แก้มใสขึ้นสีเรื่ออย่างน่ารัก

            “ขอนอนหน่อยน่า” ธอร์เอ่ยอย่างไม่หยีระ ไม่สนใจไม่พอ ยังหลับตาพริ้ม ไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีกต่างห่าง โลกิเองก็จนปัญญาจะต่อกร จึงยอมให้คนตัวโตกอดแต่โดยดี ดวงตาสีเขียวใสคู่สวยมองไล้ไปตามหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยน้ำหมึกอย่างเพลิดเพลินเสียเต็มประดา แต่ดูเหมือนสายลมและความเหนื่อยล้า จะชักพาให้จอมเวทย์ค่อยๆหลับตาลง...หนังสือตำราเล่มหนาตกลงอยู่ข้างกายพี่น้องต่างสายเลือด ต่างเผ่าพันธุ์ที่หลับใหล ปล่อยกายใจไปกับความสบายของธรรมชาติและ...

            ความอบอุ่น...ที่ทั้งสองไม่รู้ตัวเลย...ว่ามันได้เข้าเกาะกุมหัวใจทั้งสองดวง...และเริ่มก่อตัว สร้างเยื้อใยแข็งแกร่งขึ้นมาอีกครั้ง...

            สายใยที่เรียกว่า...

 

            แสงแดดเริ่มแรงขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงสายของวัน ธอร์ตื่นแล้ว และตอนนี้กำลังจ้องหน้าอนุชาของตนไม่วางตา...

            ดวงตาคู่สวยที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพขนตาหนาสวยงามแค่ไหน อยากจะลองมองชัดๆสักทีเหลือเกิน จมูกโด่ง ปากเรียว ผิวขาวนุ่มน่าสัมผัสนั่น...ยิ่งกว่าสตรีนางใดที่ธอร์เคยรู้จัก

            มือไปก่อนได้คิดไต่ตรอง...ธอร์สัมผัสใบหน้ายามหลับของผู้เป็นน้องเบาๆ กลัวเหลือเกินว่าตนจะทำให้ใบหน้าสวยเปื้อน แต่ว่า...ใบหน้านี้น่าสัมผัส น่าทะนุถนอมเหลือเกิน มือสากไล้ไปตามโครงหน้าสวยอย่างเพลิดเพลิน ดวงตาสีฟ้ามองไล้เครื่องหน้าที่ดูเข้ากันไปหมด ริมฝีปากบางนั่นช่างเย้ายวนเหลือเกิน...

            “อื้อ~” โลกิครางหวาน เมื่อสัมผัสนุ่มกดทับลงบนปากตน ดวงตาสวยลืมขึ้นช้าๆ คิดไว้ล่วงหน้าว่าต้องโดนพี่ชายตัวดีแกล้งแน่...แต่ไม่ใช่แกล้งแบบนี้!

            โลกินั่งตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก...จะจูบตอบก็ใช่เรื่อง(!?) แต่ครั้นจะผลักออกก็ไม่อยาก(!?!) จอมเวทย์หนุ่มนั่งนิ่งๆให้พี่ชายตัวดีที่ยังไม่รู้ว่าเขาตื่นแล้ว จูบค้างอยู่แบบนั้น ไม่มีการลุกล้ำมากไปกว่าปากชนปาก มีเพียงหัวใจทั้งสองที่เต้นไม่เป็นส่ำเท่านั้น

            “ละ โลกิ...ตะ ตื่นแล้วทำไมไม่บอก” ธอร์ผละออกอย่างรวดเร็ว แม้สัมผัสนุ่มนิ่มและหอมหวานและปากชนปากจะมีพลังดึงดูดมากมายจนน่าตกใจ แต่โลกิไม่ได้สมยอม(แต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง =.,=) เขคงทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้

            “อึก อื้อ...” จอมเวทย์หน้าแดงไปถึงหู รู้สึกมือไม้เกะกะ สายตาไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหน ได้แต่กลอกไปมาอย่างเลิกลั่ก

            “มองมาที่ข้าก็ได้” ธอร์จับใบหน้าสวยให้หันมาสบตา ใบหน้าที่แดงระเรื่อน่ารักบาดใจ พอๆกับคำพูดร้ายกาจต่างๆนานาที่โลกิชอบใช้แดกดันเขา

            โอย...ให้ตายเถอะ!!

            “อึก...” โลกิชะงักกึก...

            ไม่เคยเลย...ไม่เคยเลยจริงๆในชีวิต...ที่สมองมันตื้อไปหมด คิดอะไรไม่ออก ร่างกายขยับไม่ได้...ธอร์!! เจ้าทำอะไรกับข้ากันแน่ ใยข้าถึงกลายเป็นคนขี้อ่อนไหวถึงพียงนี้!?!

            “เจ้า...เกลียดข้าไหม??” ธอร์เอ่ยถาม สบดวงตาสีเขียวใสนิ่ง แววตามุ่งมั่นและเจ็บปวดในคราวเดียวกัน

            “ข้า...เกลียดเจ้า...” โลกิหันหน้าหนี ปากเม้มแน่นจนเหลือเพียงเส้นขีดบางๆ

            ดูเหมือนกล้ำกลืน...เหมือนอดกลั้นบางอย่าง...เหมือนอดกลั้น...น้ำตา...และคลื่นสะอื้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นมา

            “งั้นเองสินะ...ข้าทำกับเจ้าไว้มากจริงๆสินะ” ธอร์ชักฝ่ามือของตนกลับอย่างรวดเร็วเหมือนกับจับของร้อน ถอยห่างจากโลกิไปอีกหนึ่งช่วง “ข้าคงทำให้เจ้า...ขยะแขยงมากสินะ” ผู้เป็นพี่เอ่ยตัดพ้อ แต่ไม่ได้หวังว่าน้องชายจะหันกลับมารักเขาเหมือนแต่ก่อน

 

            แค่เป็นพี่ชายคนหนึ่งก็ได้...

 

            “...” โลกิไม่เอ่ยอะไร ยิ่งทำให้ธอร์เจ็บปวด ยิ่งกว่าโดนแทงด้วยคมดาบศัตรู จอมเวทย์ลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งจากไปเสียเฉยๆ...ทิ้งเพียงความฉงนของธอร์

 

            เจ้าพูดแบบนั้นหมายความว่ารักข้าเหรอ?? เจ้าพูดแบบนั้น...เพราะไม่อยากให้ข้าเกลียดเจ้างั้นเหรอ?? ตอบข้าได้ไหมธอร์...

            อา...แต่ข้าก็กลัวเกินกว่าจะถามเจ้า...

 

            กลัวว่าคำตอบของเจ้าจะไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ...

 

            กลัวว่าจะไม่ใช่ข้าที่เจ้าต้องการ...

 

            กลัวว่าความรักของข้า...จะสูญเปล่า...

 

            หรือมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ธอร์...

            “อ้ะ!! ขออภัยท่าน...” ร่างบางชะงักกึกเพราะชนกับใครบางคนเข้า

            “อ้าว ท่าน...โลกิ” แฟนดรัล หนึ่งในสหายรักของธอร์นั่นเอง “ธอร์ละ??”

            “สวนละมั้ง” โลกิยกมือปาดน้ำตารัวๆ ตอบมั่วๆออกไป แม้จะคิดว่าธอร์คงเดินกลับห้องไปแล้ว

            “เจ้าเป็นอะไรนะ...เอาตามตรงนะ ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะร่าเริงกว่านี้ เจามีโอกาสทรมานธอร์แล้วนี่นา” แฟนดรัลเอ่ย มองหน้าสวยที่เปื้อนคราบน้ำตาอย่างสนเท่ห์  “ใยจึงเศร้าสร้อยเช่นนี้ละ”

            “ข้า...”

            “เจ้ารักธอร์??”

            “อือ”

            “เหรอ ว่าแล้...ห้ะ!?!?!” แฟนดรัลช็อคสุดๆ ไม่คิดเลยว่าการเดาสุ่มจะถูกต้อง

            “ข้ากลัวผิดหวัง...กลัวเหลือเกินจึงพยายามทำลายสายสัมพันธ์ของเราลง แต่ธอร์ก็ทำลายความตั้งใจของข้าทิ้งไปเสียทุกครั้ง...ข้ากลัวว่าคำตอบของเขาจะไม่ใช่ข้า กลัว...” เทพจอมลวงปลดปล่อยทุกคำพูดออกมาเรื่อยๆ เหมือนเก็บกดมานาน เล่าทุกอย่างให้แฟนดรัลที่ตอนแรกก็งงๆว่า...เอ๊ะ!! ตูเกี่ยวอะไรด้วยวะ แค่จะไปหาอะไรกินเท่านั้น ดันได้มาฟังเรื่องอนุชารักของธอร์เสียได้??...แต่สุดท้ายก็ยืนฟังอย่างตั้งอกตั้งใจจนได้

            “อา...ข้าว่านะ ในเมื่อตอนนี้เจ้าเป็นเจ้านายของธอร์แล้ว ทำไมไม่ลองสั่งให้เขาตอบว่าคนๆนั้นเป็นเจ้าดูละ” แฟนดรัลตอบ จนปัญญาสุดขีด ก็แหม...ถ้าคำตอบของธอร์คือหญิงจากมิดการ์ด ใครมันจะไปขัดมันได้ว้า~~

            “จริงด้วย!!” จอมเวทย์เหมือนมีหลอดไฟสว่างวาบอยู่บนหัว โลกิก้าวพรวดออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนเลี้ยวหายไปตรงหัวมุมทางเดิน

            มันเกดขึ้นเร็วมาก...

            แฟนดรัลยืนประมวลผลเหตุการณ์เมื่อครู่อีกครั้ง...

            โลกิร้องไห้และเดินมาชนเขา จึงต้องรับฟังเรื่องรักแสนเศร้าของเทพจอมลวง หลังจากเสนอความคิดที่แสนไม่เข้าท่า เจ้าเทพนั้นดันอุตริคิดจะทำตาม...สินะ...

            “เฮ้อ...ไปหาอะไรกินดีกว่าตรู” เหล่าสักเหยือกคงทำให้หายกลุ้ม

            เหตุการณ์เมื่อนานมานี้(?)ย้อนกลับเข้ามาอีกครั้งในรอบหลายเดือน...

           

          “ฮืออออออ แฟนดรัล ข้ารักโลกิ” ธอร์ เทพร่างยักษ์พรวดพราดเข้ามาในห้องของเขา ซึ่งภายในมีสหายร่วมรบทุกคนนั่งอยู่เต็ม ทุกคนมีสีหน้าเหมือนกัน คือ...ธอร์มันบ้าอะไรอีกวะ??

          “หา??” แฟนดรัล คนที่ถูกเอ่ยชื่อ ร้องถามอีกครั้ง

          “ข้า...รักโลกิ” ธอร์หน้าแดงก่ำฟุบลงกับโต๊ะไม้อย่างแรง แต่ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย “อย่าเพิ่งถามว่าเกิดได้ยังไง ช่วยข้าที ข้ากลัว...”

          “กลัวอะไร??” แม้จะไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด แต่ถ้าธอร์สั่งให้ไม่ถาม...ตรูไม่ถามก็ได้ฟร้ะ!!

          “ข้ากลัวว่าโลกิจะไม่รักข้า...”

          “เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก โลกิเกลียดเจ้าแหงๆ...โอ๊ย!!” แฟนดัลโดนซิฟ ทหารสาวสวยตบเปรี้ยงเข้าที่หัว โทษฐานขัดจังหวะ

          “ว่าต่อเลยธอร์”

          “ข้ากลัวว่าคนที่โลกิรักจะไม่ใช่ข้า” มันก็น่าเป็นงั้นเปล่าฟร้ะ!?

          “เอ่อ...”

          “ข้าควรทำอย่างไร”

          “ก่อนอื่นนะ...หญิงที่มิดการ์ดนั่นละ” ซิฟเป็นคนถาม สหายอีกสองคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำถามนี้ เห็นได้ชัดว่าอยากถามเหมือนกัน

          “นางเป็นเพื่อนที่ดี”

          “ภาค The dark world เจ้าสองคนจูบกัน (//นอกใจกิ!!//กำๆ ผิดๆ)” สหายทั้งสามแทบจะเอ่ยออกมาพร้อมกัน

          “น่าๆ อารมณ์มันพาไป...เอาจริงๆข้าคิดถึงโลกิมากเลยนะ ตอนนั้นนะ” ธอร์ว่า แววตาหม่นลงกะทันหัน

          “เฮ้อ...ธอร์ เจ้ากลัวไป กังวลไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกนะ” แฟนดรัลและสหายคนอื่นจนปัญญาจะเอ่ย

          “ข้ากลัว...”

         

          เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง...เฮ้อ~ เหล้าจ๋า ช่วยแฟนดรัลด้วย ความรักช่างน่าสับสนงงงวยเหลือเกินจ้าาาาาา...

 

            “อ้าวโลกิ...แล้วธอร์ละจะ??” ฟริกก้าถาม เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กเดินเข้ามาหา

            “ข้านึกว่าเขากลับมาแล้ว” โลกิเริ่มใจคอไม่ดี

            “ไปตามหาเถอะจะ” ฟริกก้ายิ้มอย่างอ่อนโยน ยิ่งเห็นสายตาเป็นห่วงของโลกิยิ่งทำให้นางดีใจ...

            จะได้รู้ใจตัวเองเสียทีนะ...

            โลกิยิ้มขอบคุณให้มารดาเลี้ยงของตน ก่อนปลีกตัวออกมาเดินตามหาธอร์ไปทั่ว ตั้งแต่สวนมาจนถึงห้องหับต่างๆ และสุดท้ายก็จบลงที่ห้องเจ้าตัวเอง และที่น่าเจ็บใจที่สุด...

            เจ้าตัวปัญหาที่ทำให้เขาต้องวิ่งวุ่นเดินหาไปทั่วปราสาท สุดท้ายก็มานอนตายซากอยู่ในห้องนี่เอง!!

            โลกิ ซึ่งไม่มีอารมณืคุยและขี้เกียจปลุกร่างหนาให้ตื่นจึงตื่นจากมา...

           

            เช่าวันต่อมา...

            “เฮ้ยๆ” ธอร์ร้องเสียงหลง เมื่ออยู่ดีๆฝันแสนหวานก็เปลี่ยนเป็นห้องของใครอีกคน “เจ้าทำได้ไงนะ!?

            “ก็คำสาปนั่นไง” โลกิอธิบายจนธอร์ถึงบางอ้อ เมื่อสักครู่ จอมเวทย์หนุ่มเพิ่งจะใช้เวทย์ เรียกตัวพี่ชายมาที่นี่ เพื่อคุย อะไรๆกันให้รู้เรื่อง

            “มีอะไรหรือเปล่า” ธอร์ถาม ยืนขึ้นปัดฝุ่นออกจากตัว แปลกไม่น้อยเลย ที่อยู่ดีๆก็หล่นตุบลงมาที่ห้องนี้

            “มีอะไรเหรอ โลกิ??” ธอร์เอ่ยถาม รู้สึกว่าเรื่องนี้มันแหม่งๆอย่างไรชอบกลเสียแล้ว

            “ข้า...อยากถามเจ้าบางอย่างนะธอร์” จู่ๆร่างบางที่แก้มกำลังแดงแสนน่ารัก ก็กระโจนเข้าใส่ธอร์ และนั่งทับเขาลงบนเตียง...เหมือนเช้าวันก่อนเดี๊ยะ!!

            “เราต้องถามกันท่านี้ด้วยเรอะ...อุ๊!!” ธอร์กลืนทุกคำถามลงไป เมื่อโลกิทำสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยต่อหัวใจของเขา การก้มลงและเริ่มจูบเขาก่อนมันทำร้ายกันเกินปาย~

            “อื้อ...” ธอร์ดันไหล่น้องชายแสนรักออก “เดี๋ยวๆ เจ้าจะถามอะไรข้า??”

            “เจ้า...รักข้าไหม??”

            “ทำไมถามแบบนี้ละ...ไม่ว่าข้าจะตอบอย่างไร เจ้าก็เกลียดข้าอยู่แล้วนี่” ธอร์ว่า ครั้งนี้เป็นเขาเองที่ไม่กล้าสบตาอีกคน ที่เอาแต่จ้องเขา

            “ใครว่าละ...” โลกิกระซิบขางหู ทำให้ธอร์ขนลุกวาบ...ระ รุกกันมาไปแย้ว~!

            “หา??”

            “ข้ารักท่านนะ พี่ข้า...” โลกิกระซิบเสียงหวาน รอยยิ้มสวยชโลมหัวใจของเทพสายฟ้าให้กระชุ่มกระชวยขึ้นมาแทบจะทันที

            “ขออีกที...ชัดๆ”

            “ข้า รัก ท่าน” ไม่ได้ขัดขืนเลยสักนิด

            “เจ้าไม่ได้โกหกข้าแน่นะ” ธอร์ยันตัวลุกขึ้นนั่ง โดยมีโลกินั่งอยู่บนตัก ดวงตาสีฟ้าสบลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียว ค้นหาคำลวงที่ซ่อนอยู่

            แขนเรียวโอบรอบลำคอแข็งแรง...

            “ขอโทษนะ บุตรแห่งโอดิน...แต่นี่เรื่องจริง...และข้าขอสั่ง ให้คนที่เจ้ารักคือข้าเช่นกะ...อุ๊บ!!” คราวนี้ธอร์ทำให้โลกิชะงักบ้าง

            ปากหนาบดเบียดจูบกับร่างบางที่ยังอึ้งๆอยู่ ธอร์จึงผละออกมาอธิบายทุกอย่าง “ข้าก็รักเจ้านะ โลกิ...”

            “แล้วเธอคนนั้น...”

            “เราเป็นเพื่อนกัน ข้าว่าเจ้าคงเข้าใจอะไรผิดไป” เสียงุ้มเอ่ย มีแววขบขันเจือเล็กๆในน้ำเสียงนั้น แต่ที่ชัดเจนที่สุด...คือความสุข

            “เจ้าจูบกับนาง...”

            “เพราะข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน...ขอโทษนะ” ธอร์เอ่ยขอโทษจากใจจริง ตอนนั้นเขาคิดถึงโลกิมากจริงๆ คือ...คนมันเหงา ต้องเข้าใจ

            “เหรอ” โลกิดูจะไม่ได้ติดใจอะไรอีก

            “ต่อที่ค้างไว้ได้หรือยัง??” ถามมาได้ ไม่อายปาก

            “อื้อ~~~” โลกิครางแผ่วหวาน เมื่อริมฝีปากร้อนครอบครองปากของตนอีกครั้ง ครั้งนี้ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาลัดเลาะไปทั่วปาก โลกิกดท้ายทอยธอร์ให้ริมฝีปากของทั้งสองไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ธอร์ไล่เลียบ สำรวจชิมรสหวานจากปากบางไปเรื่อยๆอย่างเพลิดเพลิน การกระทำแสนน่ารักของโลกิทำให้เขาอย่างจับร่างบางกดเสียให้รู้แล้วรู้รอด!!

            ลิ้นเรียวเล็กที่ให้ความร่วมมืออย่างดีทำให้เขาแทบทนไม่ไหว...

          “อยากเหรอ??” โลกิถามเสียงยียวน ดวงตาสีเขียวมีแววยั่วยวนอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวลูบไล้ไปตามแผ่นอกกว้าง

            “หึ แล้วจะให้ไหมละ??”

            “ให้...”

            ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัด ดูดดึงกันอย่างดูดดื่ม คำบอกรักดังก้องสะท้อนสลับกับเสียงครางชื่อของกันและกัน ระหว่างที่กิจกรรมร้อนเสร็จสิ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนสลบไปทั้งคู่อีกรอบ

           

            “ข้ารักเจ้านะ...” ธอร์เกี่ยวเอวบางเข้ามากอดไว้อย่างหวงแหน

            “ข้าก็รักเจ้า...” โลกิกระซิบ กดจูบเบาๆที่ปากอีกคน

 

            เจ้าคือชีวิต คือลมหายใจของข้า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            “เอ้อ ทีนี้เจ้าก็ถอนคำสาปให้ข้าได้แล้วดิ”

            “ไม่ละ”

            “อ่าว...”

            “ข้าขอสั่งให้เจ้า มองเพียงข้า ห่วงเพียงข้า รักเพียงข้า จนกว่าคำสาปนี้จะสลายหายไป”

            “ต่อให้มีใครทำลายนิจนิรันดร์ ข้าก็จะยังรักเจ้า สมบัติล้ำค่าของข้า...”

 

            FINN~.

           

 

            ก็หวานไปนะคู่นี้ -/////- โฮะๆๆๆ กลับมากับคู่ใหม่ที่ช่วงนี้เรากำลังฟีเวอร์มากๆ หลังจากดูดิ อเวนเจอร์ว่าจิ้นแล้ว มาเจอเดอะ ดาร์ก เวิร์ดเข้าไปยิ่งแย่อ่ะ โอย...ให้ดิ้นตาย ทำไม่มันน่ารักงี้ฟร้ะคู่นี้ >///////< บ้าจริงพี่ชาย

            แต่งสองวันจบ ไปปรูฟไม่อะไรทั้งนั้น อยากแต่งอยากลง O/////O!!

            กำๆ...ช่วงนี้ไม่ว่างเลยอ่ะ TT^TT จะสอบแล้ว//แต่ยังปั่นนิยายอยู่

            กะว่าครั้งหน้าถ้ามีเวลาจะลง เดอะ ฮัค กะ โทนี่อ่ะ =./////,= หุๆๆๆ

            ไปดีก่า อย่าลืมเม้นกันน้าาาาาา~~ >3<

[END]

[Date: 5/09/2557 Time: 23.59]

<3

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Enete จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 16:14
    ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะคะว่าการบรรยายควรจะตรวจสอบให้คำถูกต้องหน่อยนะคะ(หรือจริงๆไม่ก็ได้เเต่สำหรับหนูมันขัดอารมณ์น่ะค่ะ) ต่อมาก็ขอชมรัวๆเลยค่ะ พี่สามารถบรรยายเวลาหวานๆได้ดีมากเเละฉากทุกตอนดูมีรายละเอียดพอดี เเต่บางทีถ้าเเต่งหวานเกินไปอาจเสียบุคลิกโลกินะคะ(เเต่เรื่องยั่วต้องยกให้กิอันดับ1!!)สุดท้าย ฝึกบรรยายให้ละเอียดขึ้นอีกนะคะ สนุกเเละฟินมากเลย
    #3
    0
  2. #2 kanyarats.98 (@kanyarats9598) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:09
    น่ารักมากเลยค่าาา
    #2
    0
  3. #1 rabbit
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 20:37
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านจ้า ครั้งหน้าอยากให้แต่งคู่นี้อีกหง่ะ หรือจะเป็นโลกิกับใครก็ได้ ถ้าเป็นโลกิเราจิ้นได้กับทุกคน ไม่เชื่อไปเย่ี่ยมดูพันทิปกระทู้ loki's army ที่เราโพสไว้ความเห็นที่ 21 http://pantip.com/topic/32479868 สิ กับฮัคเราไม่เคยกล้าจิ้นกับใครเลย สยองหง่ะ
    #1
    0