คำสารภาพของฆาตกร (สำนักพิมพ์ตะวันส่อง)

ตอนที่ 3 : คลำทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,559
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    24 มี.ค. 54

ตอน 2 คลำทาง
 
“ปมหึงโหดสาวกลางคืนดับสยอง” “ฆ่าตัดหัวนมคาดฝีมือเมียหลวงจ้างวาน” “...”
จะฉบับไหนก็ลงข่าวเหมือน ๆ กันทำอย่างกับรู้ดีมากกว่าตำรวจ แต่อย่างว่าแหละ เป็นตำรวจมาหลายปี แต่นั่งงมมาสองวันยังไม่ได้ห่าอะไรขึ้นมาเลย
หมวดชาญคิดในใจอย่างหงุดหงิด ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นปมชู้สาวก็เพราะเป็นนักร้องเด็กเสี่ย แต่เมื่อดูรูปการณ์แล้วไม่น่าใช่ เห็นว่าเหยื่อกำลังโดนเอาท์เพราะเอาเวลาไปเล่นกับหนุ่มอื่น เวลาเสี่ยต้องการตัวก็บ่ายเบี่ยง สมัยนี้เด็กใหม่หาง่ายจะตายเสี่ยเองก็มีเก็บไว้เป็นสต๊อคจะมาง้ออะไรกับพวกหมดรุ่น บ้านใหญ่ของเสี่ยก็ไม่เคยมีปัญหาราวี ผู้ชายอีกคนก็แค่สนุกด้วยน่าจะตัดปัญหานี้ไปด้วยซ้ำ หมวดหนุ่มคิดกลับไปกลับมาแล้วพาลโมโหถึงเพื่อนที่ปล่อยให้รอจนเบื่อแทบชัก
ทำไมหมอสัมมันยังไม่มาอีกว่ะ
      
หมวดชาญเริ่มกระสับกระส่ายหลังจากนั่งอ่านหนังสือพิมพ์จนหมดเล่ม พร้อมกับดื่มกาแฟจนหมดแก้ว ทั้งที่เขาย้ำหลายรอบแล้วว่าวันนี้ออกเวรตอนเช้า แต่เพื่อนหมอเสือกนัดมาได้ตอนสายและในร้านที่นั่งรอก็ขายแต่เครื่องดื่ม หมวดหนุ่มขี้ใจร้อนมองหาวิธีแก้เบื่อ
รึจะซื้อหนังสือมือสองในร้านมาอ่านดี แม่เจ้าของร้านก็นั่งอ่านหนังสือไม่สนใจสังคมอีกแล้ว มิน่าถึงมาเปิดร้านแบบนี้ ยังดีที่ห่อพลาสติกไว้ทุกเล่ม ไม่งั้นคงจะมีแต่คนมานั่งอ่านฟรีชนิดร้านเจ๊งคาตา ไหนมีหนังสืออะไรมั้ง หนักการ์ตูนไปนิด แต่หนังสือพ๊อคเกตบุ๊กก็ใช้ได้
“โทษทีหมวดชาญ พอดีคนมาขอข้อมูลนิดหน่อย”
“นิดมึงสิกูมารอจะสองชั่วโมงแล้ว ทำไมไม่นัดที่ห้องวะ จะได้นอนรอ”
ไอ้หมอสัมทำท่าไม่รู้สึกนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัววางซองสีน้ำตาลพิงพนักวางท่าสบายๆ แถมเถียงข้างๆ คูๆ
“ก็เวลาทำงานไปหาที่คอนโดคนเขาจะนึกว่าโดดงานไปนอนเล่น แล้วห้องมึงก็อยู่ข้างบนนี้เอง เดี๋ยวคุยเสร็จมึงก็ขึ้นไปนอนสิ”
หมอสัมตอบกวนๆ ทำเอาตำรวจได้แต่นึกด่าในใจ 
      
บ่นมันก็เท่านั้น แม่ง! ชื่อสัมมาได้ไงว่ะ ไอ้คนขาดสัมมาคารวะ ตำรวจจับหมอเข้าคุกได้นะมึง
 “เอาไปข้อมูลด่วน อาวุธคาดว่ามีสามชนิด กระบอกไฟฉาย ขวาน และมีดปลายแหลม”
“ทำไมรู้ดีจังวะ ไม่ได้นั่งเทียนเขียนนะ”  
“เดี่ยวกูถีบ อุตสาห์ลัดคิวให้ ก็ที่หัวมีรอยแนวโค้งสองแนวไม่มีคม น้ำหนักไม่มาก จริงๆ ไอ้จุ๊ยมันหาว่าดัมเบลล์ แต่กูเทียบรอยแล้วไฟฉายสี่ท่อนแน่ ที่ตามตัวรอยกว้างเจ็ดเซนต์ ลึกไม่ต่ำกว่าแปด ด้านปากแผลกว้างดูยังไงก็รอยขวานจาม ถ้าจะคมมาก รอยฉีกไม่เยิน แต่สันขวานมันจะหนักกระดูกป่นไปบางจุด แม่งเข้าใจเลือกไอเทม หาไม่เจอเลยเหรอวะ กูจะได้เอาไว้เป็นอุปกรณ์ตัวอย่าง”
“ไม่เห็นเลยคงเก็บกลับไปด้วย นิสัยละเอียดชิบ แล้วมีดล่ะมึงคิดว่าแบบไหน”
“มีดสปิง มีดพับ หรือไม่ก็มีดผีเสื้อ ตัดมีดทำครัวไปเลย รอยมีดมันหนาไป แต่ไม่มีร่องตรงกลางแผลเรียบ คงไม่ใช่มีดเดินป่าเหมือนกัน ช่างมันเถอะไว้เรื่องเครื่องมือ มันคลำทางไม่ยาก รอยเพียบซะขนาดนี้ ไฟฉายหกขวานยี่หนึ่งมีดอีกห้ากูนับรอยที่ไม่ตั้งใจปาดด้วยนะตอนตัดเสื้อปลายคงเกี่ยวโดน นี่สิน่าสนใจรอยเท้าที่หลังมือ”
มันดึงรูปที่ดึงจากในซองให้ดูมันเป็นภาพมือขวาที่ตกห่างจากจุดพบศพราวหกเมตรมันถูกเห็นก่อนเจอเจ้าของมือเสียอีกเพราะตกอยู่ริมทางเท้าโชคดีที่แถวนั้นไม่มีหมาจรจัดเดินเปะปะ ทำให้ตำรวจนึกขอบคุณเทศกิจในใจ ภาพที่วางตรงหน้าหมวดหนุ่มเป็นภาพมือวางบนเตียงผ่าศพเห็นรอยเขียวเป็นแนวค่อนข้างชัด
“โดนเหยียบ มีแบบเดียวกันที่ไหล่ซ้าย”
อีกรูปถูกร่อนมาอยู่ตรงหน้าเป็นภาพลำตัวช่วงบนเห็นรอยเขียวเป็นวงกลมค่อนมาทางเนินอก
“รอยรองเท้าหรอแล้วทำไมเขียวเป็นดวงใหญ่ขนาดนี้”
หมอสัมทำหน้านิ่งคิดคำพูด
“รู้ไหมมันแปลกมากเลยไอ้รอยเนี่ย คิดกันว่าโดนเหยียบตอนจะตัดแขน”
“แล้วไงทำให้ตัดง่ายขึ้น ที่ไหล่เขียวมันเพราะกระดูกหักจากแรงเหยียบหรอ”
 “เปล่า เขียวเพราะถูกเหยียบน่ะใช่แต่ไม่หักไม่หลุดด้วยซ้ำแค่กระดูกเคลื่อนนิดหน่อยเองแต่กล้ามเนื้อช้ำมากมึงเคยถูกถีบยอดอกไปไหม”
จริงๆ อยากทำกับมันอยู่แต่แค่พยักหน้าคงพอมั้ง
“รู้ไหมกระดูกเป็นกล้ามเนื้อเกี่ยวพันถ้าถูกกระแทกแรงๆ มันจะทำให้ขยับไม่ได้ไปพักนึงแต่ส่งผลให้เจ็บเป็นระยะไปตลอดชีวิต โชคดีนะที่ตายก่อน”
งั้นโชคร้ายอย่างเดียวคือการนอนในห้องดับจิตสินะ หมวดหนุ่มแอบขำในใจ แล้วฟังหมอบรรยายต่อ
“รอยยังคงอยู่เพราะเลือดที่ค้างอยู่ไม่เกิดการไหลเวียนเซลล์เลยไม่คืนตัว”
“เฮ้ย! แล้วหมูในตลาดมันเด้งได้ไงว่ะ” 
“ก็นั้นมันกดแต่นี้เหยียบนะโว๊ย แน่นอนว่าเนื้อหมูใกล้เคียงกับของคน จนเราใช้ในการทดลองแทนกันได้แต่มันก็มีปัจจัยอื่นประกอบด้วย อย่างผู้หญิงคนนี้ผิวหนังบางกว่าหมูเยอะมีน้ำมากกว่าด้วย” 
“แล้วมันช่วยอะไรได้บ้าง”
หมอมองตำรวจอึ้งๆ เหมือนไม่เชื่อหู
 “รอยรองเท้าไง”
หมวดชาญมองสีหน้าเพื่อนซึ่งตอนนี้จากสายตาของหมอ เขาคงไม่แสดงความฉลาดเท่าที่คนเป็นหมอคาดหวังแน่
 “มึงใส่รองเท้าเบอร์อะไร” 
“สี่สิบห้า อ้อรองเท้าสัมพันธ์กับส่วนสูงซึ่งสัมพันธ์กับน้ำหนักแล้วก็ส่งผลต่อแรงกด”
 “มึงก็มีไอคิวกับเขาเหมือนกันนี่หวา”
ฝ่ายตำรวจชักอยากส่งหมอไปอยู่กับศพจริงๆ 
        ไม่ใช่ไปตรวจนะแต่ไปนอนเป็นเพื่อน
“ถึงจะยังไม่แน่นอนแต่สำหรับรองเท้าเบอร์สี่สิบสามน่าจะสูงสักร้อยเจ็ดสิบ แต่น้ำหนักนี้สิดันต่ำกว่าสี่สิบห้า นี่ขนาดคำนวณจากการสปิงตัวเหยียบแล้วนะ”
“ทำไมผอมขนาดนั้นว่ะ หรือว่าเป็นเผ่ากินคนมาจากแอฟริกา”
คราวนี้สายตาของหมออ่านออกเสียงว่าควาย
“ผู้หญิงโว๊ย! ไอ้มือขวานโรคจิตฆาตรกรวิปริตมันเป็นสุภาพสตรี”
“แล้วขวานไฟฉายกะมีด”
“ถ้าคิดอีกแง่มันก็เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับแรงของผู้หญิง”
“ทำไมมึงไม่คิดว่าเป็นผู้ชายตัวเล็กเท้าโต”  
“แล้วทำไมมึงไม่คิดว่าต้องเป็นฝีมือผู้ชาย”
“แม่ง! โหดขนาดนั้นตัดหัวนมด้วย”
“เออ กูรู้ว่าวิปริตแต่เมียกูโหดกว่านี้อีก”
“ถ้ามึงใช้เกดเป็นเกณฑ์ผู้หญิงทั้งโลกเข้าคุกได้หมดเลย”
หมอเผลอผยักหน้าเห็นด้วย เป็นคำตอบสำหรับการคาดเดาของเพื่อนฝูงที่แอบนินทาว่าหมอโดนบังคับแต่งงาน
 “งั้นช่วยเริ่มจากเมียกูได้ไหม”
หมอสัมเงียบไปจังหวะนึง จนหมวดชาญนึกว่ามันจะคิดเรื่องยัดข้อหาเมียต่อแต่หมอสัมวกกลับเข้าเรื่องหน้าตาเฉย
“กูมีหลักฐานเด็ดสองข้อว่าเป็นผู้หญิงอย่างแรกมีรอยที่เสื้อมันเป็นรอยเคลื่อน”
“อย่างไงว่ะ”
“รอยที่สัมผัสกับเสื้อกับรอยที่กระแทกมันเป็นรอยซ้อนกัน เหมือนมึงเอาเท้าแตะก่อนจะถีบจริง แต่ในกรณีนี้แสดงว่ารองเท้าที่ใส่หลวมมันเลยคลอนไปมาได้ตอนมึงออกแรง” 
“เด็ดจริงว่ะคิดได้ไงเนี่ย แล้วอีกอันล่ะ”
“หลักฐานที่สองนี้สิใช้ปิดคดีได้เลยมึงรู้คนแรกได้เลยนะเนี่ย เมื่อคืนตอนจะเก็บหลักฐานเข้ากล่องกูสังเกตเห็นเลือดติดอยู่ที่ขอบกางเกง” 
“แน่นะว่ามันไม่ใช้ของเหยื่อ” 
“กูผิดสังเกตเพราะรอยมันอยู่ด้านนอก เลือดมันไม่ใช่สารบริสุทธิ์แต่เป็นสารผสมเหมือนมึงคั้นกะทิเศษมะพร้าวจะอยู่ด้านบนผ้าขาวบางไง อันนี้ก็เหมือนกัน มันไม่ใช่รอยเลือดที่ซึมออกมา กูเลยคิดว่าเป็นรอยจากด้านนอกของร่างเหยื่อเอาไปตรวจปุ๊บโป๊ะเชะเลยมึงเลือดคนล่ะกรุ๊ป”
หมอสัมนิ่งแบบอมภูมิ จนตำรวจหนุ่มเริ่มหงุดหงิดด้วยความอยากรู้
 “น้ำนี่ของมึงเปล่ากูกินนะ”
“ไม่รู้มาวางเมื่อไหร่ว่ะกินไปเหอะ แล้วไงต่อ” 
“โครโมโซน XX” 
“ผู้ชาย XY ผู้หญิง XX” หมวดชาญเผลอตัวส่งเสียงดังด้วยความตื่นเต้น
 “ถูกต้องเก่งมากมึง” 
“หาตัวได้ไหม”
“กำลังหาอยู่ว่ะแต่มันปนเปื้อนแถมมีน้อยกูเลยไม่รับประกัน แล้วต่อให้เราพิสูจน์ได้แต่ฐานข้อมูลไม่มีก็จบ มึงก็รู้ว่าเราไม่มีคลังข้อมูลเลือดของทั้งประเทศจะบอกให้นะขนาดในเมืองคนยังไม่รู้กรุ๊ปเลือดตัวเองด้วยซ้ำ”
ความเงียบเข้ามาครอบคลุมเราทั้งคู่เอาไว้ ตำรวจหนุ่มคิดในใจ จริงของหมอสัมเรายังขาดฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้กับอุปกรณ์สมัยใหม่ว่าแต่งบประมาณมันไปหล่นหายตรงไหนว่ะ
“รอยนิ้วมือล่ะ”
หมอสัมทำหน้าเหนื่อยใจเข้าไปใหญ่ 
“ไม่มีรอยนิ้วมือเลยว่ะ กูอยากรู้เหมือนกันมันทำได้อย่างไงแล้วผู้ต้องสงสัยล่ะ”
หมอสัมหันมาถามหมวดชาญบ้าง
“พูดยากว่ะไม่มีใครจังๆ ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงด้วยพูดยากมึงเคยเจออะไรอย่างนี้มาก่อนไหม”  
“กูเพิ่งเจอเป็นรายแรกแต่ไม่แน่ใจเรื่องลงมือครั้งแรกว่ะ เตรียมตัวพร้อม ไอเทมเพียบ” 
“อะไรว่ะฟังแล้วงง มึงคิดว่าเป็นพวกมีปัญหาทางจิตเหรอ ถ้ามึงพูดอย่างนี้มันแปลว่าจะมีรายต่อไป” หมวดชาญอดตกใจไม่ได้ถึงเรื่องการฆ่าต่อเนื่อง
“มันเป็นเทคนิคการคาดคะเนของเมืองนอกตามที่กูคิดคนทำมีความรู้ สังเกตจากการกลบเกลื่อนหลักฐานแล้วก็ทำให้ไขว้เขวรอบตัวผู้หญิงคนนั้นไม่น่าจะมีคนแบบนี้ แต่บางจุดที่เป็นพิรุธอย่างรอยรองเท้าแล้วรอยกรีดมันดูไม่เป็นแนวตรงเท่าที่ควรแสดงว่าตอนลงมือคงเกร็งพอควร น่าจะเป็นพวกรู้ทฤษฎีปึ๊กแต่ปฏิบัติไม่ช่ำชอง กูเตือนไว้เลยถ้ายังจับไม่ได้มีตอนต่อไปแน่ไอ้พวกอยากจัดๆ พอได้ลองแม่งติดใจแหง”
“ทำยังกะพวกติดเซ็กส์ พวกเลสหรือเปล่าว่ะ”
“อาจจะแต่กูว่าน่าจะเป็นพวกที่หมกมุ่นกับตัวเองมากๆไอ้ประเภทกูอยู่คนเดียวโดดๆปิดตังเองจากสังคมคงเฝ้าชื่นชมเหยื่อมาพอสมควรเช่นคิดว่าเหยื่ออยู่ในจุดที่ตัวเองเป็นไม่ได้หรือทำอะไรที่ตัวเองทำไม่ได้เหมือนคนอีกโลกนึง” 
“เลยฆ่าเพื่อให้โลกของเหยื่อเป็นของตัวเองซะงั้น แม่งไอ้พวกนี้วันๆมันคิดอะไรว่ะเรื่องแค่นี้ถึงกับฆ่าคนได้” 
“มันอาจจะมีเหตุผลอื่นหรือไม่มีเลยก็ได้ กูบอกตรงๆนะ กูว่าความคิดของคนเป็นสิ่งที่ไร้ขอบเขตแล้วเราก็ไม่มีบรรทัดฐานในการตรวจวัด ทุกวันนี้เราได้แต่คาดคะเนแต่ไม่มีวันเข้าใจได้จริงๆหรอก”
“ฟังแล้วอยากบ้าตามว่ะ กูไปนอนดีกว่าเผื่อจะมีใครมาเข้าฝันบอกกู”
“เออดีกูได้ไปทำงานต่อ ลูกค้ารอคิวแน่นห้องแล้ว”
หมอสัมลุกขึ้นหยิบกระเป๋าพร้อมจะกลับไปทำงานต่อ หมวดหนุ่มเหลือบเห็นมือที่มีผ้าพันแผลพันปลายนิ้วพอดี
“หมอสัมมือมึงไปโดนอะไรมาว่ะนั้น”  
 “วันก่อนเก็บลังเครื่องมือที่บ้าน ใครวางมีดปนไว้ไม่รู้คมชิบเป๋ง”
ท่ามกลางความเงียบ จากหางตาหมวดหนุ่มคล้ายจะมองเห็นหยดสีแดงเล็กๆ ที่ซ้อนอยู่ภายใต้ผ้าพันแผลสีขาว

To be continue.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

419 ความคิดเห็น

  1. #407 แอนตาร์คติกา สีคราม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2556 / 15:26
    ....ละเอี๊ยด ละเอียดเลยล่ะค่ะ คุณหมอ ^^

    thank you..
    #407
    0
  2. #400 llamll (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2556 / 22:06
    ตึกตักตึกตัก
    #400
    0
  3. #359 Black Cats (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2555 / 22:53
    เริ่มตื่นเต้นแล้วววว
    #359
    0
  4. #152 kk lovely (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2554 / 15:27
    จะเอาหมอไว้เป็นคนร้ายได้ไหมเนี่ย

    รู้ลึก รู้จริงจังเลยนะ

    #152
    0
  5. #151 LicE FinitE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2554 / 15:57
     อ่านไปแล้วมืดแปดด้าน~~ อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่า~~~

    สนุกจริงๆ><
    #151
    0
  6. #150 แว่น แว่น (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2554 / 11:43

    ขอบคุณค่ะ

    #150
    0
  7. #149 Karen Ally (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2554 / 22:05
     น่าติดตามจริงๆนั่นล่ะ
    #149
    0
  8. #148 knock-up (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 23:01
    พยายามคิดแบบฆาตกรอยู่สินะ

    ในฐานะที่ยังอ่านไม่จบภาค

    ก็ขอคาดเดาไปต่างๆ นานาก็แล้วกัน....

    เมืยหมองั้นหรอ....?  ที่เอามีดมาปนไว้

    หึๆๆๆๆ  คิดได้สารพัดเลยแฮะ

    ขวาน... มันหยาบโลนจริงๆนั่นแหละ

    แต่ก็ขึ้นกับว่าเป็นขวานแบบไหนนะ

    ถ้าเป็นขวานประกอบของหน่วยกูภัยก็อีกเรื่อง



    #148
    0
  9. #147 Litte_Bit_LAW (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 03:41
    น่าสงสัย น่าสงสัย จริงจริง สนุกค่ะ
    #147
    0
  10. #146 Seiguld (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2554 / 20:06
    คล้ายหมอจะเป็นคนร้าย เเต่ถ้างั้นเลือดโครโมโซม XY ก็เป็นการขัดเเย้งกันเอง คงต้องดูต่อไป
    #146
    0
  11. วันที่ 5 เมษายน 2554 / 12:50

    น่าสงสัยอ่ะ

    #145
    0