[fic taeten] MINIMART MIDNIGHT

ตอนที่ 18 : MIDNIGHT 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    26 พ.ค. 59

 
















MIDNIGHT 12









"เฮ้ยยย บอสแม่งไม่ตายวะไอ้หมา"


ผมทุบโต๊ะรัวๆเมื่อหน้าจอคอมฉายภาพว่าเกมส์โอเวอร์ แต่ก็ไม่แปลกนักที่แพ้เพราะระดับเลเวลของผมมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินไปสำหรับการล้มบอสด่านใหม่ ต้องโทษที่ช่วงก่อนหน้านี้หมดเวลาไปกับการทำงานพาร์ทไทม์เลยไม่ค่อยได้ฝึกสกิลนี่ไง



ฟู่ววว

จะว่าไปพอได้เลิกทำงานก็มีเวลาพักผ่อนมากขึ้นได้เล่นเกมส์มากขึ้นชีวิตแฮปปี้เพราะตีดอทถึงเช้า...แต่เยาวชนที่ดีไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะครับเพราะการติดเกมส์เป็นสิ่งไม่ดี...แต่ถ้าช่วยให้สมองไม่คิดเรื่อยเปื่อยเพ้อเจ้อก็ควรนับให้มันเป็นสิ่งดี อนุโลม



ก็อย่างน้อยมันให้ข้อคิดตรงที่เราจะไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆนี่ไง..ว่าแล้วก็กดปุ่มเพลย์อะเกนนึ





ก็อก ก็อก ก็อก



ขวับ!

ผมหันคอแรงดังกึก!!

ถ้าคนเคาะเคาะเร็วกว่านี้สักสองวิตอนที่ผมยังไม่ทันกดเล่นเกมส์ผมจะไม่ว่าอะไรมันหรอก แต่นี่เม้าส์คามือกูเลยเนี่ยบอสหมียักษ์แม่งสบตากูอยู่เลยเนี่ย ผมสะเทือนใจจนต้องขมวดคิ้วจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดก่อนจะยันตัวขึ้นด้วยสภาพโรยแรงเหตุเพราะเล่นเกมส์มาราธอนยันตีสองมาหลายคืน



ว่าแล้วก็เดินไปที่หน้าประตูไม้ซึ่งไร้ตาแมวไว้ส่องก่อนจะตะโกนถาม



"ใครอ่ะ"


จากนั้นเสียงของคนเคาะก็ตะโกนกลับมา


"ฉันเอง"



กรรม..


ฉันเอง..แล้วฉันไหน? 

ถ้าเปิดออกไปแล้วไม่สนิทกันผมจะมองแรงใส่ให้ดู ด้วยความที่ขี้เกียจเดาก็เลยเปิดประตูออกไปโดยไม่ได้ซักไซ้อะไรอีกก่อนจะพบกับยูตะที่ถือกล่องอะไรบางอย่างไว้ที่อก


ยูตะเหรอ..


จริงๆเรากับนายก็ไม่ค่อยสนิทกันนะ

 


"หวัดดี"


แล้วไอ้การทักทายด้วยสายตาเย็นๆที่ผมคุ้นเคยนั้นล่ะที่ทำให้ผมหรี่ตามองอีกคนอย่างสงสัยในธุระของอีกฝ่าย เจอกันทีไรมักจะมีเรื่องหรรษาโมเมพาเพลินมาให้กูตลอด เอาสิ คราวนี้มีอะไรอีก เราจะยอมลดราวาศอกจากการโค่นบอสไปคุยกับนาย




"มีอะไรเปล่า"




"ฉันเอาของที่นายลืมไว้มาให้น่ะ"




"ของ?"


"ไฟเย็นไง"



"ไฟ..เย็น..ไฟเย็นโอบ้งอ่ะนะ!!"



การพยักหน้าให้คำตอบของยูตะทำให้ผมตาโตเรียบเรียงเคียงเรื่องไม่ทัน รู้แต่ว่ากระโจนออกไปแย่งกล่องใส่ไฟเย็นในมืออีกฝ่ายมาแบกไว้เร็วมาก



"ไปเอามาจากไหน?"




ตุบ!!

ก่อนที่จะได้คำตอบจากยูตะเสียงของหนักตกลงพื้นก็ดังขึ้นจากห้องตรงข้ามห้องของผม  ผมเอะใจเลยชะโงกหัวไปทางซ้ายเพราะถูกร่างยูตะบังทางไว้อยู่ ก่อนที่ผมจะพบกับชายชุดสูทดำสองคนกำลังช่วยกันยกตู้เย็นที่เพิ่งพลิกคว่ำเข้าห้องห้องนั้นไป



มีคนมาเช่าใหม่เหรอเนี่ย?


แล้วเจ๊ซานะเจ้าของร้านดอกไม้ย้ายออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่  ที่สำคัญคือคนเช่าคนใหม่เป็นใครทำไมถึงได้มีชายสูทดำสองคนขนาบข้างยกของแบบนี้





โห้ว คุณพระคุณเจ้า!!!


ก่อนที่ผมจะสงสัยอะไรไปมากกว่านี้ผมก็ต้อวตาเหลือกทันทีเมื่อเบือนหน้าไปพบกับคลังสมบัติมากมายที่กองอยู่ตรงทางเดินทั้งพวกทีวีจอสี่สิบนิ้ว ไมโครเวฟ เกมส์เพลย์ และของอีกหลากหลายพูดไม่หมด ดูหรูหราฟู่ฟ่า ดูรวยมาก  ดูโก้มาก 


ส่วนในหัวผมตอนนี้ก็กำลังสงสัยเป็นอย่างมากเช่นกันว่าผู้เช่ารายใหม่เป็นใครกันแน่?




"อ้าว พี่"



"เห้ย!!"




"ตกใจอะไรขนาดนั้นวะ"








"น้องมาร์ค!"


ใช่  คำตอบของคำถามได้คนเฉลยทันทีแบบสายฟ้าแล่บซึ่งคนคนนั้นก็คือไอ้เด็กมาร์คลีสร้อยทองสามบาทนั้นเอง! ผมกระพริบตาปริบๆก่อนจะหันไปหายูตะที่ตอนนี้เดินไปยืนข้างๆเด็กมาร์คซะแล้ว



"ไม่เจอกันนานเลยคิดถึงผมบ้างมั้ย"



คิดถึง?

ตายย เด็กมอปลายพูดจาฉะฉานขนาดนี้ได้ยังไงฟะ



"ทำไมย้ายมาอยู่นี่ได้อ่ะ"

  

"ก็มาทำธุระนิดหน่อย เข้าไปคุยในห้องผมเปล่าจะได้เล่าให้ฟัง..."



"แค่กๆๆ"


ใครไม่คิดลึกคิดตื้นกูไม่รู้แต่สายตาคมๆของไอ้เด็กเวรนี่ทำเอาผมน้ำลายติดคอ ไอจนหน้าแดงชนิดที่ยูตะต้องเดินเข้ามาช่วยลูบหลัง




"อะแฮ่ม เมื่อกี้หายใจผิดจังหวะ ขอบใจ ฉันดีขึ้นแล้ว"



ผมยกมือขึ้นมาเป็นเชิงบอกให้ยูตะหายห่วง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วมองไปทางไอ้เด็กเวรนั้นที่กำลังยิ้มท่าทางเจ้าเล่ห์ 



"ผมทำพี่หายใจผิดจังหวะเลยเหรอเนี่ย"



พูดจบแม่งก็ยิ้มพริ้ม ผมขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าหมดธุระกับทุกสิ่งและที่สำคัญไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับเด็กเมื่อวานซืนก็เลยทำทีจะเข้าห้อง 



"ก็ได้ไอ้น้องเนี่ยแหละ.."




"ห้ะ ว่าไงนะ?"



ยังไม่ทันที่จะเปิดประประตูดีเสียงที่ดังไล่หลังก็ทำเอาผมหันย้อนกลับมาหายูตะทันที ก็จู่ๆไอ้หมอนั่นดันพูดประโยคแปลกๆแทรกเข้ามาซะนี่




"ไม่เอาดิพี่ ไม่ต้องบอกก็ได้"


แล้วทีนี้ก็เป็นไอ้เด็กมาร์คที่พูดขึ้นมาอีกคน อะไร ยังไง จะบอกกูหรือไม่บอกกูครับ อย่าทำให้เสียเวลากัน ไม่เอาไม่ดี กูจะไปทำการโค่นบอสต่อละเนี่ย





"ตกลงมีเรื่องอะไรกันเหรอยูตะ"



ผมตัดสินใจเดินออกมาถามซึ่งๆหน้าเพราะเห็นไอ้คนสองคนกำลังส่งสายตาโต้แย้งกันไปมา เห็นแล้วหงุดหงิดวันนี้กูจะรู้เรื่องมั้ย หมียักษ์กูอัพเกรดดาเมจเป็นไททันสิบเมตรแล้วมั้ง




และก่อนที่คิ้วผมจะขมวดไปมากกว่านี้ยูตะก็พูดขึ้น..


"ก็เมื่อวันโอบ้งตอนที่ฉันไปรับจ้างงานวาดรูปในงานน่ะ พอดีเห็นไอ้น้องคนนี้ตั้งแต่งานเริ่มจนเลิกงานเกือบเที่ยงคืน นั่งเฝ้าไอ้กล่องไฟเย็นได้ตั้งหลายชั่วโมง ฉันสงสัยก็เลยเข้าไปถามจนได้รู้ว่าเป็นของร้านนายนั่นแหละ"



"..."


"พอเจ้านี้รู้ว่าร้านนายอยู่ไหนก็รีบวิ่งออกไปเฉย ทิ้งกล่องไฟเย็นเอาไว้ ฉันก็เลยต้องเก็บมาให้"



พอฟังจบยูตะก็ยกนิ้วโป้งให้เด็กมาร์คจนไอ้เด็กนั่นหน้าแดงเอามือเกาหูอย่างเขินๆแถมยังมีการเม้มปากเหมือนขาดความมั่นใจและความมั่นหน้าที่ปกติมีเต็มร้อย




จะว่าไปผมเองก็อึ้งแหะ..



ไอ้เด็กนี่อดทนนั่งรอผมเกือบสี่ชั่วโมงเพื่ออะไรของมันวะ...ถึงแม้จะเป็นความคิดบ้าๆก็ก็ต้องยอมรับว่าไอ้น้องมาร์คนี่ดูดีในสายตาผมขึ้นมานิดหน่อย 



"ยังงี้ผมก็หล่อในสายตาพี่แย่เลยดิ"


แต่เลเวลเด็กเมื่อวานซืนยังเท่าเดิม!



"ฮ่ะฮ่ะ น้องนี่เปิดเผยดี...ใช้ได้ๆ ทำดีพี่ก็ต้องช่วยดันล่ะว้า..เดี๋ยวไปก่อนแล้วกันต้องเคลียร์บทส่งบก. พี่อยู่ 342 นะมีอะไรอยากให้ช่วยก็บอก ไปแล้วนะเตนล์"



ยูตะพูดรัวเป็นชุดแล้วก็เดินจากไป ทิ้งผมเอาไว้กับไอ้เด็กมาร์คลีที่กำลังยักคิ้วแถมยังเอาแต่จ้องหน้าผมตาไม่กระพริบ โถ่ เวรกรรม มีเด็กแบบนี้อยู่ห้องตรงข้าม ชีวิตผมจะถูกคุกคามความปลอดภัยอีกมั้ยเนี่ย



ไม่เอาครับ..

บรรยากาศเริ่มเงียบเกินไป ผมเลยตัดสินใจเข้าห้อง แต่ยังไม่ทันก้าวเท้าแขนข้างขวาก็ถูกคว้าเอาไว้ก่อน



"เดี๋ยวดิ พี่ไม่ไปทำงานที่มินิมาร์ทเหรอ"



ผมหันหน้ากลับมาก่อนจะพบกับร่างไอ้เด็กมอปลายที่ส่วนสูงไล่เรี่ยกับผมกำลังโน้มตัวเข้ามาประชิด



"เห้ย ใกล้ไปแล้ว"



"อ้าวเหรอ กลัวไม่ได้ยิน"



ผมหรี่ตามองคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆของไอ้เด็กมาร์คก่อนจะตอบคำถามอย่างหงุดหงิด




"ก็มินิมาร์ทปิดไปแล้วจะทำงานได้ยังไง"



เพราะไอ้คำถามบ้าๆนั่นอารมณ์ผมเลยขุ่นมัวกว่าเดิม ผมจิ๊ปากอย่างขัดใจคิดว่าไอ้เด็กนั่นจะเซ้าซี้อะไรต่อแต่ปรากฏว่ามาร์คลีกลับหันหลังและกำลังเดินเข้าห้องไป..



โดยไม่ลืมที่จะยกยิ้มอย่างมีเลศนัยและพูดทิ้งท้ายบทสนทนา






"พี่ไม่ลองไปดูอีกทีล่ะ มินิมาร์ทอาจจะเปิดแล้วก็ได้นะ"











ตึก


ตึก

ตึก



"แฮ่ก แฮ่ก..."



"โอเค เก็บตรงนั้นอีกหน่อยก็เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณมากทุกคน"


ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในมินิมาร์ทที่ตอนนี้ประตูเปิดอ้ากว้างโดยมีคนงานประมาณห้าถึงหกคนกำลังเก็บของขึ้นรถบรรทุกที่อยู่หน้าร้าน  


เป็นอย่างที่ไอ้เด็กนั่นบอกจริงๆ มินิมาร์ทเปิดแล้ว! ที่สำคัญคือซ่อมแซ่มความเสียหายเรียบร้อยแถมดูดีขึ้นอย่างกับร้านใหม่แน่ะคุณ เปลี่ยนตั้งแต่ประตูกระจกข้างหน้ายันหลอดไฟอ่ะครับคิดดู!



แต่เดี๋ยวก่อนนี่ยังไม่หมดนะ! ยังมีเคาน์เตอร์ประจำตำแหน่งของผมอีกที่ถูกย้อมสีใหม่เป็นสีแดงสดตัดกับสีขาว ซึ่งนั่นยังไม่พีคเท่าตู้แช่ที่แปลกใหม่มโหฬารอย่าบอกใคร ถ้าเปลี่ยนวอลเปเปอร์กับกระเบื้องอีกหน่อยผมคงเข้าใจว่าที่นี่เป็นมินิมาร์ทแถวชิบูย่ามากกว่าเรื่องจริงที่อยู่ในชนบทเล็กๆ!!



ณ จุดจุดนี้ ผมได้แต่ยืนช็อคไปหลายวินาที


"เตนลลลลลลลล์"

ก่อนที่จะถูกแรงโอบจากข้างหลังทำให้ตัวหงายเกือบเสียการทรงตัว ไม่ต้องหันก็เดาออกครับว่าใครมา..เสียงงุ้งงิ้งประจำตัวยูนีคคคค อย่าบอกใครแบบนี้!


"แบมแบม"


"ร้านเปิดแล้ว ดีใจจังเลยน้าาาาา"


เสียง 'น้าาาาาาา' ของแบมแบมดังสิบแปดหลอดอยู่ข้างหูของผม ไอ้ดังอ่ะดังไม่เท่าไหร่แต่เสียงงี้แหลมจนกูต้องบิดคอหนี...ตัดสินใจแกะมือแบมแบมออกอย่างไม่ใยดีก่อนจะหมุนตัวมาหาอีกฝ่ายที่ตัวเตี้ยกว่าไม่กี่เซน 





คุณคงคิดว่าคิ้วผมจะขมวดจนหน้าผากยับสินะ


ไม่ครับ..


ตอนนี้คำถามมากมายในหัวผมมีค่ามากพอที่สามารถทำให้ผมลืมเรื่องไม่สบอารมณ์ทั้งหมดออกไป...




"นี่ถามหน่อยสิ ทำไมจู่ๆคุณยาม่าถึงเปิดร้านได้อีกล่ะก็ตอนนั้นคุณยาม่าบอกเองไม่ใช่เหรอว่.."





"จู่ๆฉันก็ได้เงินมาหมุนทันพอดีน่ะ โชคดีจริงๆว่ามั้ย"


ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบเสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังก็ทำให้ผมหมุนตัวไปหาผู้พูด แล้วผมก็พบกับคุณยาม่าที่เพิ่งคุยกับช่างและคนงานเสร็จพอดี 



"ไม่เจอกันหลายวันเลย ถือว่าพักผ่อนแล้วกันนะเตนล์"


คุณยาม่าบอกก่อนจะถูมือสองข้างเข้าหากันอย่างประหม่าจากนั้นก็เดินเข้ามาตบหลังผมเบาๆ



"ไว้จอห์นนี่หายดีเมื่อไหร่ฉันจะพาทุกคนไปฉลองกัน ดีมั้ย"





"ดีคร๊าบบบบ"


ผมยังไม่ทันอ้าปากแบมแบมก็แทรกแซงไปหาคุณยาม่าจากนั้นก็คล้องแขนเอาหัวถูไถอย่างอารมณ์ดี คุณยาม่าเองก็ยิ้มจนตาปิดไปอีกคน เอากะเค้าสิ




ภาพตรงหน้าให้อารมณ์ประมาณว่าพ่อพาลูกไปเที่ยวสวนสนุกครั้งแรกแล้วคนลูกก็ตื้ออยากให้คุณพ่อขึ้นชิงช้าสวรรค์เป็นเพื่อนไรงี้  ซึ่งถ้าเนื้อเรื่องจะมาขนาดนี้ตัวผมก็คงต้องรับบทเป็นพี่ชายขี้หงุดหงิดที่อยากไปเล่นรถไฟเหาะมากกว่า




"แบมอยากกินราเมน ซาซิมิ นิกิริ โอด้ง แล้วก็ทงคัตสึ.."


"ทำไมตัวแค่นี้กินเก่งนักล่ะ มีอีกมั้ยเนี่ย"


"มีอีกครับบบบอยากกินข้าวหน้าปลาไหลด้วยอ่ะ บลา บลา บลา"


คนตัวเตี้ยร่ายชื่อเมนูเสียงดังเจื้อยแจ้ว ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมคงกรอกตามองบนอย่างที่ชอบทำแต่กลายเป็นว่าตอนนี้ผมกำลังยิ้มออกมาหน้าบานจนต้องสะกิดตัวเอง...


บ้าจริง นี่กูหยุดยิ้มไม่ได้ 









แปะ แปะ

ผมยกมือขึ้นมาตบหน้าตัวเองสองทีก่อนที่จะยิ้มจนเหงือกแห้งไปมากกว่านี้ ผมก็ตัดสินใจเดินไปทางตู้แช่เครื่องดื่มทิ้งแบมแบมกับคุณยาม่าให้คุยกันไปตรงนั้น








แล้วความรู้สึกที่คุ้นเคยก็กลับมาอีกครั้ง...



เคยได้ยินใครสักคนบอกว่าถ้าเราได้ใช้เวลากับอะไรมากๆเราจะเคยชินกับมันแล้วก็ผูกพันธ์อาจจะถึงขั้นขาดมันไม่ได้ก็ได้ซึ่งมันแล้วแต่ว่าคุณจะให้ใจกับสิ่งๆนั้นมากแค่ไหน...



นึกแล้วแม่งก็ขำตัวเอง..

ผมไม่คิดเลยนะว่าไอ้มินิมาร์ทที่ปิดตอนแรกจู่ๆจะมาเปิดใหม่แบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ ทั้งๆที่ผมเสียน้ำตาไปเยอะเหมือนชาตินี้จะไม่ได้กลับมาทำงานที่นี่อีกแล้ว 



แต่ชั่งมันแล้วกัน...
หลังจากนี้ก็ลืมเรื่องแย่ๆไปซะให้หมดดีลิทภาพที่ผมร้องไห้ฟูมฟายออกไปด้วยครับ...



ตอนนี้สนแค่มินิมาร์ทกลับมาเปิดปกติก็พอ...



ผมอมยิ้มนิดๆสนับสนุนความคิดตัวเองก่อนจะใช้สายตากวาดไปรอบๆอย่างคิดถึง อารมณ์เหมือนอยู่ที่เคาน์เตอร์เช็คอินกำลังจะกลับไทยไปหาครอบครัวเลยอ่ะ...บรรยากาศรอบๆของที่นี่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนต่อให้หน้าตาของมินิมาร์ทเปลี่ยนไปแค่ไหนที่นี่ก็ยังเป็นที่เดิมสำหรับผม...



เป็นที่บ้าๆที่อยู่แล้วสบายใจทั้งๆที่แอร์ก็ไม่เย็นแถมยังมีแต่เรื่องประหลาดๆแม่งทุกวัน ทุกๆพื้นที่ของมินิมาร์ทนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายอย่าให้ทบทวน...






ก่อนที่จะผมจะรำลึกความหลังจบเท้าก็ก้าวมาถึงหน้าประตูตู้แช่ซะก่อน








"นี่.."


ผมพูดออกมาเสียงแผ่วก่อนจะส่งมือไปลูบกระจกของตู้แช่เบาๆ...แม่งโคตรบ้า..ตอนนี้ผมกำลังยิ้มให้ตู้แช่ที่ภายในมีแต่กระป๋องน้ำดื่มเท่านั้น (ถ้ามีคนเดินมาเห็นภาพนี้เข้าคงคิดได้อย่างเดียวว่าคนสติดีที่ไหนเค้าทำกัน)







"..แทยง"


แต่ก็ชั่งความคิดเทือกนั้นสิครับ..ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าผมว่าภายใต้บานกระจกนี่มีอะไรและมีใครอยู่บ้าง






"ขอโทษที่ทำให้รอตั้งหนึ่งร้อยยี่สิบชั่วโมง..."


ผมป้องมือก่อนจะพูดใส่กระจกตู้แช่อันใหม่เบาๆมองซ้ายมองขวาเลิ่กลั่กเหมือนกลัวใครจะมาเห็น  ขนาดพูดเองยังรู้สึกจั้กจี้แปลกๆ ผมกลายเป็นคนเสี่ยวแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหนฟะ 








รู้ตัวอีกทีก็พ่นไอใส่กระจกตู้แช่จากนั้นก็เขียนข้อความบางอย่างลงไปก่อนจะยกมือเกาแก้มเบาๆแล้วพูดต่อ..



"ฉันจะไม่หายไปไหนอีกแล้วล่ะ..."





สงสัยผมจะกลายมาเป็นคนเสี่ยวตั้งแต่ที่ได้รู้จักไอ้บ้ายงเนี่ยแหละครับ 















ตอนนี้ผมกำลังนอนหายใจทิ้งบนเตียงจ้องมองเพดานข้างบนเหมือนไม่มีอะไรทำ...


เมื่อตอนกลางวันคุยกับคุณยาม่ามาเห็นว่าจะให้ผมทำงานกะดึกเหมือนเดิม ส่วนแบมแบมต้องย้ายไปทำงานกะกลางวันจนกว่าจอห์นนี่จะหายดี


แล้วร้านถึงจะเปิดอีกที..พรุ่งนี้..



พรุ่งนี้!


เออ ก็พรุ่งนี้ไง!


อาการกระวนกระวายคือสิ่งที่ผมกำลังเป็น..ทั้งนอนกลิ้งตัวไปมา..พยายามข่มตาหลับ..เอาหมอนทับหัว




23.47

แต่ผมก็ยังนอนไม่หลับ






23.54


และรู้ดีว่าถ้าไม่ตัดสินใจทำอะไรสักอย่างคืนนี้ทั้งคืนก็ไม่ได้นอน!!





23.59

แล้วไอ้การที่หัวใจเต้นแรงเหมือนกำลังเคาน์ดาวน์วันสิ้นปีนี่คืออะไร มึงจะเอายังไงก็รีบๆสิไอ้เตนล์




00.01

กุญแจร้านคุณยาม่าก็ฝากไว้ให้แล้วไง! อย่าฝืนตัวเองไอ้เตนล์ถ้าคิดถึงก็ต้องไปหา!! คิดได้อย่างนั้นผมก็กระโจนออกจากที่นอนหยิบกุญแจแล้วบึ่งออกไปจากห้องทันที


นี่คงเป็นครั้งแรกๆของผมที่การกระทำตรงกับความคิด...ผมวิ่งออกจากลิฟท์ก่อนจะมาหยุดหอบที่หน้ามินิมาร์ท...มือไขกุญแจประตูหน้าร้านก่อนจะผลักออกแล้วเปิดมันทิ้งไว้อย่างนั้น...


ตอนแรกแม่งก็แค่รู้สึกคิดถึงเฉยๆหรอกแต่พอวิ่งเข้ามาเจอแสงไฟจากตู้แช่เนี่ยดิ



'เพราะผมก็คิดถึงคุณมากพอเหมือนกันถึงได้มาอยู่ตรงนี้'





จู่ๆหน้าผมก็ร้อนวูบวาบ..หัวใจค่อยๆเต้นแรงขึ้นเมื่อเห็นเงาใครบางคน..คนที่เป็นเจ้าของคำพูดที่เพิ่งดังก้องในหัวเมื่อกี้








"แทยง.."



ผมวิ่งเข้าไปหาคนสวมเสื้อฮู้ดที่กำลังยืนพิงกระจกตู้แช่แถมยังขโมยกินเป็ปซี่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว..แทยงตาโตหันหน้ามาหาผมก่อนจะเคลื่อนตัวมาใกล้



"ผมรอคุณตั้ง..อ่ะ"


แต่เสียงของเค้าก็ต้องกลืนหายไปในลำคอเพราะผมพุ่งเข้าไปกอดหมอนี่แน่น ไม่ปล่อยให้คนตัวหนาขยับยุกยิก..ผมซุกหน้าเข้ากับอกแทยง ไม่อยากแสดงสีหน้าอายๆของตัวเองให้มันเห็นเดี๋ยวมันจะได้ใจ



"คิดว่าจะไม่ได้เจอคุณแล้วซะอีก ผมน่ะรอคุณทุกวัน.."




ไม่พูดเปล่าแทยงยังกอดผมตอบด้วยวงแขนแกร่ง ในขณะที่ผมได้แต่หลับตาซุกหน้าเข้ากับอกของมัน  รู้ตัวอีกทีกลุ่มผมของผมก็ถูกปลายจมูกของแทยงกดลงมา...




"ชดเชยให้ผมเลย"

คนพูดจูบลงที่กระหม่อมของผมแผ่วเบาก่อนจะคลายอ้อมกอด..ผมตั้งตัวไม่ทันเลยทำหน้าอึนๆกลบเกลื่อนแต่สิ่งที่ปิดบังไม่ได้ง่ายๆคืออาการหน้าแดงที่กำลังเป็นอยู่



"..นะ"

นะบ้านะบออะไรวะ...ผมอยากเอามือปิดหน้าหรือทำยังไงก็ได้เพื่อที่จะไม่ต้องสบตากับมันตรงๆ  สายตาคมของแทยงกำลังทำให้ใจผมเต้นรัว ผมแทบลืมหายใจเมื่อหน้าของอีกคนเคลื่อนเข้ามาใกล้ 


ทั้งกลิ่นหอมๆจากตัวของแทยงหรือแม้แต่ลมหายใจอุ่นๆที่อยู่ตรงหน้าล้วนทำให้ผมเผลอหลับตาและยื่นหน้าเข้าไปหาอีกคนช้าๆ...



"อย่าหลับตาสิ.."

ฟังเสียงนั่นจบผมก็ลืมตาขึ้นเหมือนถูกสะกดจิต แทยงประกบฝ่ามือของเค้าเข้ามากุมมือทั้งสองข้างของผมแน่น...เราจ้องตากันเหมือนกำลังพูดความรู้สึกในใจ 


ถ้าดวงตาของแทยงเป็นหลุมหลุมนึงผมคงตกลงไปและไม่มีทางขึ้นมาจากปากหลุมได้อีก...และก่อนที่ผมจะจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่นั่นจนไม่สามารถถอนตัวได้แทยงก็เคลื่อนริมฝีปากของเค้ามาประทับที่หน้าผากของผมจากนั้นจึงประคองหน้าผมขึ้นมา




"รู้มั้ยว่าคุณสวยไปทั้งตัวเลย..."


ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำพูดประโยคนั่นหรือเป็นเพราะดวงตาของเค้ากันแน่ที่กำลังแทะโลมจนตัวผมแทบจะละลายกองไปตรงนั้น




"ตาก็สวย.."


พูดจบแทยงก็จูบลงมาที่เปลือกตาของผมก่อนจะใช้นิ้วลูบไล้มันเบาๆ ผมรู้สึกเหมือนขากำลังจะยืนไม่อยู่ หน้าร้อนพอๆกับเปลือกตาที่เพิ่งถูกริมฝีปากหยักนั่นสัมผัสอย่างอ่อนโยน





"..จมูกก็สวย"


ผมเผลอกลั้นหายใจเมื่อไอ้คนหน้าตาเจ้าเล่ห์ส่งปลายจมูกของเค้ามาคลอเคลียกับจมูกของผม แทยงกดหน้าผากของเค้าลงมาบนหน้าผากของผมเบาๆ...นั่นทำให้เราจ้องตากันใกล้ขึ้นแล้วนั่นก็ยิ่งทำให้หัวใจผมเต้นแรงกว่าเดิม




"ส่วนปาก.."

คราวนี้ไม่พูดเปล่าคนพูดยังใช้นิ้วสัมผัสเบาๆที่ริมฝีปากของผม...สายตากรุ้มกริ่มชวนให้ใจเต้นทำให้ผมเผลอกลืนน้ำลายลงคอในขณะที่แทยงกำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง...


ไอ้บ้านี่เป็นไฟรึไงทำไมร้อนแรง...ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเผาไม่มีผิด...





"ปาก..ก็ยังสวยอีกถ้าไม่ขัดขืนตอนนี้..ผมหยุดตัวเองไม่ได้แล้วนะ"



"แล้วอยากจะหยุดรึเปล่าล่ะ"



ผมตั้งสติพูดโต้กลับไปบ้างเมื่อเห็นแทยงทำหน้าเจ้าเล่ห์ไม่เลิก ทั้งๆที่ทำให้ผมเคลิ้มขนาดนี้แท้ๆยังจะมาสร้างทางเลือกให้เหมือนว่าสามารถเลือกที่จะหยุดกันได้ง่ายๆ..




"ไม่อยาก.."


ไม่ทันตั้งตัวริมฝีปากหยักนั่นก็ประทับลงมาพร้อมส่งลิ้นร้อนเข้ามาเกี่ยวกวัดภายในโพรงปากของผม แทยงดันตัวผมจนหลังชนติดกับกระจกของตู้แช่เย็นๆแต่ความรู้สึกผมกลับร้อน...ริมฝีปากอุ่นของแทยงบดเบียดและหยอกล้อกับลิ้นของผมอย่างชำนาญจนผมต้องยอมสยบแล้วจูบตอบเค้าไป..สัมผัสหวาบหวามในโพรงปากทำให้ผมรู้สึกดีจนเผลอประสานมือคล้องคออีกฝ่ายแล้วดึงรั้งคอของแทยงเข้ามาเพื่อให้เค้ากดจูบผมหนักขึ้น..


ผมกำลังเล่นกับไฟ...ผมกำลังร้อน...แต่ผมกลับอยากร้อนมากกว่านี้...เอาให้ละลายไปเลยก็ได้



ตอนนี้ผมตกอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ยากจะกู้คืนสติกลับมา รู้เพียงว่าอยากสัมผัสกับลิ้นร้อนของอีกฝ่ายจนกว่าจะหายใจไม่ทัน แทยงดูดเม้มริมฝีปากของผมอย่างรุนแรงแต่ผมกลับชอบและรู้สึกดี ส่วนผมก็ส่งลิ้นของตัวเองเข้าไปเกี่ยวปลายลิ้นร้อนๆในโพรงปากของแทยงเช่นกัน...


ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรุนแรงและเร่าร้อนก่อนที่แทยงจะค่อยๆถอนริมฝีปากออก..



"แฮ่ก แฮ่ก"


ผมหอบหายใจเข้าเสียงดังสบตากับอีกฝ่ายด้วยใบหน้าขึ้นสี อายก็อายแต่เบือนหน้าหนีไปไหนไม่ได้เพราะถูกมือของแทยงประคองเอาไว้..ปากหยักสีชมพูของเค้าอยู่ที่ระดับสายตาของผม...ผมจึงปรือตาอย่างประหม่าเมื่อนึกถึงฉากที่เกิดขึ้นเมื่อกี้



"ทำแบบนี้ทุกวันเลยได้ป่ะ"



คนพูดโน้มหน้าเข้ามาใกล้ก่อนที่จะใช้นิ้วมือเช็ดคราบน้ำลายที่เกิดขึ้นบนริมฝีปากของผม...การกระทำอ่อนโยนนั่นทำให้ผมสบตาแทยงนิ่ง ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาจากปากของผมมีเพียงข้อมือที่ยื่นออกไปรั้งคอแทยงลงมา



ผมกดจมูกลงไปฝังที่แก้มของแทยงดังฟอดดด




"..."




แต่ปรากฏว่าแทยงกลับเอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรผิดไปรึเปล่าไอ้บ้ายงถึงหลบตาแถมยังขมวดคิ้วอีก


"ฉันขอโทษ..นายเป็นอะไรไป"


พูดจบผมก็ดึงมืออีกคนเข้าหาตัว แทยงหันกลับมามองผมก่อนจะสูดลมหายใจเหมือนกำลังข่มความรู้สึกอะไรบางอย่าง..ซึ่งผมแอบเดาเอาไว้ก่อนว่าเค้ากำลังโกรธอะไรผมแน่ๆ



"มันเป็นความผิดของคุณที่เล่นทำตัวน่ารักแบบนี้ตอนนี้ผมเลยอยากทำกับคุณมากกว่าจูบ.."



ฟังจบผมก็ตาโตเมื่อถูกแทยงดันชิดกระจกอีกครั้ง  ไอ้ที่ว่า 'ทำมากกว่าจูบ' นี่แหละที่ทำให้หัวใจที่เต้นผ่อนลงของผมกลับมาเพิ่มจังหวะเร็วขึ้นอีกครั้ง



"เดี๋ยวๆ เฮ้ย!"


ผมร้องเสียงดังเมื่อซอกคอถูกซุกไซ้และดูดเม้มเป็นรอยโดยแทยงที่ตอนนี้หน้าตาหื่นชิบหาย  เมื่อกี้สมยอมยอมรับแต่ตอนนี้ไม่เอาครับผมไม่ยอม! ผมออกแรงดิ้นไปมา จริงๆไม่ได้กลัวแทยงหรอกแต่กลัวใจตัวเองนี่แหละเมื่อกี้ก็หยุดตัวเองไม่ได้ไปทีแล้วแล้วถ้าตอนนี้อีกผมคง...







"พี่เตนล์!"


ก่อนที่เสื้อยืดของผมจะถูกถกขึ้นสูงมากไปกว่านี้เสียงเรียกจากทางด้านหน้าร้านก็ดังขึ้น! ผมกับแทยงผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว เร็วพอๆกับเจ้าของเสียงที่วิ่งเข้ามาทางมุมตู้แช่เครื่องดื่มที่ผมและแทยงกำลังยืนอยู่



ผมรู้ดีว่าเสียงนั่นเป็นของใครแต่ผมไม่เข้าใจว่าเค้ามาทำไมและมาทำอะไรตอนนี้!




"น้องมาร์ค!?"












TO BE CONTINUED...
........................................................................................

ขอโทษษษษษ ขอโทษที่ทำเธอเสียใจ โคตรเบี้ยวมาหลายวัน
555555 อย่าโกรธเลย
นี่ส่งแทยงมาจัดเต็มให้เลยนะเนี่ย คืนความสุขให้ประชาชนชาวมินิมาร์ทเลยนะเนี่ย
มาร์คลีผู้มาทำไม ออกไป ไปปิดประตู 555555 

 ยังไงไม่เฉลยนะไอ้ที่ว่ามาร์คลีเปย์พี่เตนล์อ่ะ
แต่งให้คลุมเครือถ้าถึงจุดเมื่อไหร่จะเฉลยเอง อิอิ ทุกคนเดาออกกันอยู่แบ้วว


#ฟิคมินิมาร์ท


//แปะเสต็ปการยิ้มแข็งของพี่เตนล์



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,460 ความคิดเห็น

  1. #2389 IsIsara (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 15:36
    น้องมาร์คคคคคค5555555555 นี่แอบคิดว่ามาร์คชอบเตนล์ แง้ ;-;
    #2,389
    0
  2. #2373 Am26591 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 12:52
    อีน้องมาทำไมตอนนี้55555
    #2,373
    0
  3. #2350 kor_kod1 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 16:44
    ชั้นเกลียด55555 เกลียดความกินแป๊ปซี่555555
    #2,350
    0
  4. #2322 bibubbiiboo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 12:30

    ฮื่ิออออ แกกรกรกรกรกรรกร ที่มินิมาร์ทไม่ได้นะ!! ที่เตีย----
    #2,322
    0
  5. #2296 Dekd2108 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:43
    มาร์คไปนอนนนนนนนน!!!!!!!
    #2,296
    0
  6. #2277 JellyBeru (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 19:06
    มาร์คออกไป! ไม่ใช่ตอนนี้!
    #2,277
    0
  7. #2265 08207 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 03:23
    โอ้ยยย เขินนนนน ส่วนน้องมาร์คกลับไปก๊อนนนนน อย่าพึ่งมา
    #2,265
    0
  8. #2225 nam_petchnp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 09:25
    น้องมาร์ค มาอยู่กับพี่นี่มา
    #2,225
    0
  9. #2140 seethenq (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 02:43
    แงงงงงงงเกือบไปแย้ว นี่คิดว่ายูตะอาจจะเป็นคนที่แต่งการ์ตูนแล้วสร้างตัวแทยงขึ้นมา จนวันนึงแทยงมาเจอกับเตนล์ เรื่องราวทุกอย่างก็ดำเนินเองโดยที่ยูตะไม่ได้แต่ง ใช่มะ ต้องใช่แน่ๆๆ
    #2,140
    1
    • #2140-1 MookQueen(จากตอนที่ 18)
      14 มีนาคม 2561 / 20:39
      คล้ายๆซีรีย์เรื่องWเลยอะ555
      #2140-1
  10. #2118 pvcrazy00 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 02:07
    ฉันชอบ555555 พี่จะไม่โกรธน้องมัค เพราะน้องมัคน่ารัก
    #2,118
    0
  11. #2056 immadarkworld (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 23:38
    พี่ว่าน้องมาร์คคือผู้เบื้องหลังการเปิดมินิมาร์ท ดูแล้วน้องน่าจะชอบพี่เตนล์และบ้านยังรวยมากๆด้วย สู้ๆนะคะพี่แทยง
    #2,056
    0
  12. #2036 xptinx (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 03:56
    หนูมาร์คลูกกกกกกก5555
    #2,036
    0
  13. #2025 amanaplanetes (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 12:37
    มาร์คลีหนูจะขัดจังหวะแบบนี้ไม่ได้!! 5555 แทเตนล์น่ารักมากเลยอ่ะ แง เขินๆ
    #2,025
    0
  14. #1994 SunnyWo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 20:35
    นี่ว่าน้องมาร์คดูแปลกๆ แบบดูมีเงื่อนงำ หรือว่าเราคิดมากไปเองอ่ะ555555555 แต่ยังไงก็อย่าให้มีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้นอีกเลยนะ;-;
    #1,994
    0
  15. #1964 pink-berryberry (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 13:02
    น้องมาร์คคคคคคขาาาาาาาาา มาทำไมคะ โฮ่ยยยย อารมเสีย 555556
    #1,964
    0
  16. #1937 matoomcandy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:48
    น้องมาร์ค...พี่เตนล์ขอโทษนะ พี่เตนล์มีพี่แทยงแล้ว แบร่~ 5555555
    #1,937
    0
  17. #1903 exoticlover (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:46
    ว๊ายยยยยยยย น้องมัคคึจะเห็นฉาก 20+ ไม๊ลูก หนูยังเเป็นเด็กอยู่เลยนะ
    #1,903
    0
  18. #1875 himelinn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 09:44
    ขอนอกเรื่องแล้วออกมาขรรมรูปซันนี่ได้มะ 55555555 คือชอบฟิคนี้อ่ะ ไม่เคยอ่านฟิคแล้วมีฟีลแบบนี้มาก่อน เป็นฟิคแรกที่อ่านแล้วจินตนาการถึงสถานที่แบบมินิมาร์ทอ่ะแกรที่เจแปนด้วย ช๊อบชอบ
    #1,875
    0
  19. #1855 minminwoo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 22:30
    โถ่ น้องมาร์คของพี่ หนูมาไม่ถูกจังหวะเลยลูก แม่ขอโทดดดดด
    #1,855
    0
  20. #1709 chlex_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 20:30
    ไม่เคยขัดใจหรืออินกับการขัดจังหวะของตัวละครอีกตัวไหนมากเท่าฟิคเรื่องนี้ เป็นการขัดที่นี่แบบโวยวายอยู่หน้าจอสุดไรสุดโอ้ย มาร์คลี๊555555555555555 เป็นเด็กอยู่ไม่ใช่หรอไปหลับไปนอนไป๊ แต่เขินพี่แทยงมาก เขินหนักมาก เขินความหล่อละมุนอบอุ่นเหมือนไมโครเวฟของพี่เค้า เขินความน่ารักของเตนล์ เขินความหอมแก้มก่อน ฮือ T//T ไรท์จะทำรวมเล่มขายมั้ยคะ ถ้าขายบอกไว้เลยว่าไรท์จะได้เงินจากเราไปคนนึงแน่นอน ;_;
    #1,709
    0
  21. #1697 aume (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 14:51
    กริ๊ดด ทำไมเราต้องเขินนนนน
    น้องมาร์คให้เงินเป็นทุนมินิมาร์ทสินะ
    #1,697
    0
  22. #1673 peam-ff (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 09:27
    เป็นจูบที่ร้อนแรงมากกกกก อ๊ากกก เขินรนน แต่น้องมาร์คคะน้องมาทำไม กลับไปนอนเดี๋ยวนี้!
    #1,673
    0
  23. #1608 Auiskyee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 20:09
    มาร์คเป็นเด็กเป็นเล็กมาเล่นอะไรดึกดื่น กลับไปนอนไป นะๆๆพี่ขอ อ่าาาา
    #1,608
    0
  24. #1554 pamlovely (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 22:15
    นอนดึกไม่สูงนะมาร์คคคคค 555555555 
    #1,554
    0
  25. #1505 beerbluemk (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 01:09
    มัคลีต้องช่วยเรื่องเงินหมุนคุณยาม่าแน่เลย
    #1,505
    0