[fic taeten] MINIMART MIDNIGHT

ตอนที่ 19 : MIDNIGHT 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    12 มิ.ย. 59

 

















MIDNIGHT 13



"เมื่อกี้ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งอยู่ตรงนี้!"


ไอ้น้องมาร์คไอ้เด็กผี! ไม่มีใครทั้งนั้นมึงเบลอเอง ผมอยากจะกระชากน้องแม่งมาล้างความทรงจำแบบหนังเมนอินเดอะแบล็คตอนนี้เดี๋ยวนี้แต่ยังไม่ทันได้คิดเลอะเทอะไปมากกว่านี้ไอ้เด็กนั่นก็รีบเดินดุ่มๆเข้ามาหาผมจากนั้นมันยังใช้สายตาจับผิดสอดส่องไปทั่วร้านทำเอาผมรู้สึกเสียววูบวาบเหมือนเพิ่งฆ่าคนตายแล้วหนีคดีมาประมาณนั้น


"ผู้ชายคนนั้นหายไปไหนแล้ว..."


"ผู้ชายที่ไหน ? พี่ยืนอยู่ตรงนี้คนเดียวนะเว้ย"


ผมตอบคำถามเสียงซื่อๆขมวดคิ้วทำหน้าตาเอ๋อประหนึ่งเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาในบ้านเมตตา และอย่างที่เรารู้กันว่า 'ผู้ชายคนนั้น' ที่ไอ้น้องมาร์คพูดถึงไม่ใช่คนธรรมดาทั่วๆไปดังนั้นแทยงคนที่เคยยืนข้างๆผมเมื่อกี้จึงหายแวบไปอย่างรวดเร็วจนน่าขนลุก... 








"แต่เมื่อกี้ผมเห็น...มีคนอยู่ตรงนี้.."





"ไหน? คนที่นายเห็นอยู่ไหน ?"

ผมรีบพูดสวนตอกย้ำความเงิบให้เด็กมาร์คทันทีที่เห็นน้องมันทำท่าทีอ้ำๆอึ้งๆเหมือนไม่มั่นใจ ดูท่าสถานการณ์ตอนนี้ผมยังเป็นต่ออยู่บ้าง






"ไม่รู้! แต่มีผู้ชายอยู่ตรงนี้จริงๆนะพี่!"





เอากะมันสิ นี่ขนาดไร้วี่แววแทยงแถมผมยังตีเนียนขนาดนี้ มันก็ยังเถียงเสียงแข็งอีกนี่ไง...ช่วยทำตัวโง่ๆเป็นเด็กหัวอ่อนหลอกง่ายหน่อยก็ได้บ้างที






"นอนน้อยเปล่าอาจจะมีเบลอๆ.."

พูดจบผมก็เดินลิ่วๆไปทางเคาน์เตอร์ทันทีพยายามไม่ทำตัวมีพิรุธแล้วเปลี่ยนอริยาบถทำเป็นจัดของจัดอะไรเนียนๆเหมือนมาเข้ากะทั้งๆที่วันนี้ร้านยังไม่เปิด ส่วนไอ้เด็กมาร์คนั่นยังคงยืนอยู่หน้าตู้แช่เครื่องดื่มและกวาดสายตาไปมาเหมือนรู้ เหมือนเห็น เหมือนเข้าใจเรื่องราวเฉกเช่นอับดุลเอ๋ยถามได้ตอบได้...




เท่านั้นไม่พอ นี่มึงเด็กมอปลายหรือโคนัน  โมริโคโกโร่หรือชินอิจิ  ทำไมสงสัยเยอะสงสัยแยะจังครับ ไม่ทันไรน้องมันก็เดินวนไปทางชั้นวางขนมอีกละ โถ่ เด็กหนอเด็ก 


ผมขอสาบานด้วยเกียรติลูกเสือสามัญเลยครับว่าน้องมาร์คลียอดนักสืบนั่นจะไม่มีทางเจอชายลึกลับในคดีปริศนาร้านมินิมาร์ทกับเที่ยงคืนพิศวงอย่างแน่นอน...







"โอเค..."

พอน้องมาร์คเดินค้นจนสาแก่ใจสักพักก็วกกลับมาที่ตู้แช่อีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมาเหมือนยอมแพ้..





สักทีเถอะมึง


"...ผมคงคิดไปเองจริงๆ"




"ก็เออดิ"



ผมส่ายหัวอย่างปลงๆกลับไปให้เด็กมอปลายที่ตอนนี้เดินมาหยุดตรงหน้าเคาน์เตอร์...มาร์คลีใช้สายตาคมมองผมเหมือนตั้งคำถามสงสัยในใจเป็นร้อยๆข้อ...ซึ่ง...ก็เรื่องของมึงครับ สงสัยอะไรก็เก็บไว้ไปคิดเองกูไม่ได้มีหน้าที่ตอบคำถามหรือเป็นผู้ต้องหาในคดีของมึง





"จริงๆพี่โกหกไม่เนียนวะรู้ปะ"


อ้าว อะไรอี๊กกก ยังไม่ทันรอดพ้นจากคดีที่เพิ่งบิดเบือนข้อเท็จจริงไปเมื่อกี้ไม่ถึงสิบวิผมก็ได้ข้อกล่าวหาเพิ่มอีกข้อ... 







"แต่ชั่งเหอะ..."

และก่อนที่ผมจะทำตัวเลิ่กลั่กพิรุธออกหน้าไปมากกว่านี้มาร์คลีก็ตัดบทหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาทำท่าเหมือนจะจ่ายตังค์ซื้ออะไรบางอย่าง...



อะไรก็ไม่รู้ปุบปับ ส่วนกูนี่ก็ปรับอารมณ์ไม่ทันเช่นกัน




"..."


ผมได้แต่ยืนเงียบและทำหน้าโง่ๆของผมต่อไปทั้งอย่างนั้น พอความควายหายไปความวัวก็เข้าสิง ในหัวมีอยู่คำถามนึงที่ยังไม่ได้คำตอบนั่นคือมึงมาทำอะไรตอนเที่ยงคืนจะตีหนึ่งครับน้องมาร์ค 



"ผมแค่จะมาซื้อของ"



ยังไม่ทันได้ถามออกไปจู่ๆก็ได้รับคำตอบเหมือนคนตอบอ่านใจออก  


พูดจบน้องแกก็ส่งมือไปเลือกหยิบสินค้าที่วางหน้าเคาน์เตอร์แล้วก็เลือกอย่างใจเย็นของแกไป ดูเหมือนจะไม่มีอะไรให้วิตกแล้วมั้งตอนนี้ ดีนะที่น้องมันไม่ซักไซ้อะไรอีกแต่แย่ตรงที่แม่งทำกูใจหายใจคว่ำหลายทีเหลือเกิน..เด็กอะไรหน้าตาดูไม่ฉลาดดูเหมือนทำตัวนักเลงเกเรไปวันๆ แต่ความรู้สึกลึกๆกลับแย้งบอกผมว่าเด็กคนนี้มีอะไรไม่ธรรมดาซ่อนอยู่มากกว่าที่ตาเห็น...




ใช่ ความรู้สึกมันบอกเหมือนเซ้นส์แรกที่เจอมาร์คลีที่งานโอบ้งวันนั้น..



"แล้วนี่จะซื้ออะไ.."



ประเด็นคือเซ้นส์ผมดีตั้งแต่เรื่องพี่แจฮยอนแล้วจำได้มั้ย? นี่ยังไม่ทันพูดจบประโยคก็ต้องกลืนคำพูดลงคอไปเพราะเห็นสินค้าสองกล่องที่วางลงมาบนเคาน์เตอร์...มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติสำหรับเด็กมอปลาย..เออ..ใช่...แล้วมันก็ไม่เกี่ยวกับผมด้วยแต่ผมก็เจือกหน้าแดงอย่างประเจิดประเจ้อตามบุคลิกคนไทยเวลาเจออะไรแบบนี้ 





"ก็แค่ซื้อถุงยางทำไมต้องทำหน้าแดงขนาดนั้นด้วยพี่..."


ไอ้สัสน้อง..กูว่าจะอายเงียบๆของกูแล้วนะพอถูกทักผมเลยยิ่งประหม่าไปใหญ่ ตอนที่ผมเรียนมอปลายสมัยอยู่ไทยถุงยางคือพร็อพในงานจับฉลากปีใหม่หรือไม่ก็ใส่น้ำเป็นอาวุธใช้ปาในสงครามสปาตันกับเพื่อนแค่นั้น  นี่ยังไม่เคยซื้อจริงๆจังๆแบบนี้ต่อหน้าพนักงานที่ไหนเลยไง ไอ้เด็กนี่จะกล้าแกร่งเกินไปแล้ว




"หน้าแดงอะไร เด็กเปรต.."


"ก็นี่ไง ด่าผมแต่หน้าแดงเหมือนเขินผมมากกว่านะพี่ คิดอะไรทะลึ่งๆอยู่ปะเนี่ย"



ความวอนตีนของเด็กมอปลายควรได้รับการสนองครับ พอฟังจบประโยคนั้นผมนี่เดินออกจากเคาน์เตอร์ฝั่งด้านในทันทีเตรียมมือเตรียมเท้าพร้อมกำราบความกวนตีนของเด็กมัน แต่พอเดินออกมาก็ต้องชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหัวคนในชุดฮู้ดสีดำที่โผล่เลยออกมาจากชั้นวางของฝั่งเครื่องครัว




แทยงกำลังมองมาที่น้องมาร์ค...






"ผมชอบเวลาพี่โมโหจังน่ารักแบบแปลกๆ"




พอเถอะมึง เลิกเต๊าะกูก่อน...







"เออๆๆ นี่จะเอาสองกล่องใช่ป่ะเดี๋ยวคิดตังค์ให้ เอามาเร็วๆ"



ใดใดในโลกล้วนรีบจัง กูต้องรีบคิดตังค์เร็วรี่ ว่าแล้วก็คว้าหมับเข้าที่กล่องคอนดอมในมือของเด็กมาร์คทันทีเพราะสัมผัสได้ถึงเรื่องวุ่นวายที่ต้องเกิดขึ้นในไม่ช้าถ้ากูไม่รีบ และเรื่องมันจะจบแฮปปี้กว่านี้ถ้าน้องมาร์คนมันไม่ทำตัวประเจิดประเจ้อและเจือกมาจับมือผมไว้แถมยังยิ้มร้าย



"ช่วยใช้กับผมสักกล่องเป็นไง.."





เป็นไงดีน้า...




พรึ่บๆๆ




พี่เตนล์คิดว่าน้องมาร์คไม่อยากรู้หรอกครับ






พรึ่บ!!



ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลอดไฟติดตั้งใหม่ยกแผงถึงกระพริบติดๆดับๆและตอนที่มาร์คลีเขยิบตัวเข้ามาใกล้ผม ไฟในร้านก็พากันดับทั้งร้านเหมือนลัดวงจรช็อตจนเห็นประกายไฟสว่างวาบในความมืด 


บางทีหลอดไฟที่ขาดอาจจะมาจากความอดทนที่หมดลงของใครบางคน..ก็..เป็น..ได้...เรื่องนี้ไม่ต้องถึงคุณริว ชิตพลก็สัมผัสได้ตั้งแต่ที่เห็นสายตาของไอ้บ้ายงแล้วล่ะครับ





"...ทำไมจู่ๆไฟถึงดับอ่ะพี่เตนล..โอ้ยย"



ความมืดของมินิมาร์ทที่ผมคุ้นชินไม่มากแต่ก็น้อย เพิ่มความลำบากทำให้ผมมองหาต้นตอของน้องมาร์คยากกว่าเดิม ยิ่งไอ้เสียงโอ๊ยที่ดังขึ้นในความมืดของน้องมันยิ่งทำให้ผมอดสงสารไม่ได้ แอบสะใจนะแต่ไม่กล้าบอก  




"เป็นไรมั้ยเห้ย"


"ใครขว้างขวดมาใส่หัวผมไม่รู้.."


ฟังจากสำเนียงก็พอจะเดาออกอยู่หรอกว่าเจ็บขนาดไหน น้องมาร์คถึงกับเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์แล้วชูขวดแก้วเจ้าปัญหาให้ผมดูเป็นตัวอย่าง เวรกำ ดูจากขนาดขวดแล้วก็สมน้ำหน้า เอ้ย สงสารสิ งานนี้ก็หัวปูดไปตามระเบียบนะน้องนะ







"ผมว่ามันแปลกๆ ที่นี่มีใครอยู่กันแน่"




แล้วไอ้คนหัวปูดก็ดูท่าจะสงสัยในประเด็นนี้เหลือเกินถึงขั้นก้าวเท้าออกจากมุมเคาน์เตอร์ไปตามทางชั้นวางของเพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็น กล้าแกร่งของมันจริงๆครับ  ถ้าเป็นผมเจอแบบนี้เข้าไปคงใช้เวลาทำใจนานกว่านี้กว่าจะก้าวขาออกจากเคาน์เตอร์ได้



"พี่ก็ตามมาด้วยสิ"

แต่ยังชมมันไม่ถึงสองวิ ไอ้เด็กมอปลายก็หันมาออกคำสั่งเฉย จริงๆเสียงสั่นเหมือนกันนี่หว่า กลัวก็บอกกลัว แต่เอาจริงๆบรรยากาศตอนนี้แม่งก็น่ากลัวสมเหตุสมผลนอกจากมืด ชื้น มีลม อุณหภูมิยังหนาวขึ้นกว่าปกติทันทีที่ก้าวลึกเข้าไปฝั่งเครื่องครัว ถึงคุ้นเคยแต่ไม่คุ้นชินครับ นี่ขนาดเจอบ่อยยังอดสยิว อดขนลุกไม่ได้ 




"เห้ย ผมเห็นใครแวบๆตรงนั้น!"


ความขวัญอ่อนไม่เคยละทิ้งผมไปไหน เสียงที่จู่ๆก็ดังขึ้นของเด็กมาร์คทำเอาผมสะดุ้งแรงเผลอเกาะไหล่มันเฉย รู้ตัวอีกทีก็ถูกสายตาของเด็กมอปลายมองกลับมาแบบ 'ตกใจอะไร อย่าเว่อ!' 


ผมนี่เงิบเลย ลาออกจากการเป็นกูได้มั้ย ขนาดรู้ไต๋ทั้งหมดแล้วยังกลัวอีก




"ก็เสียงดังนี่หว่า"


"ชู่"


มีกงมีการมาสั่งให้กูเงียบอีกนะ ชักจะให้อารมณ์สืบสวนสอบสวนเข้าไปทุกที  ดี..เอากะมันเลยแล้วกัน กูจะเป็นฮัตโตริเฮย์จิให้มึงเองโคนันคุง 






ตึก 


ตึก!




ก่อนที่ผมจะเอาฮาไปมากกว่านี้ คิดว่าเริ่มตลกไม่ออกแล้วล่ะครับเมื่อได้ยินเสียงเท้าลงน้ำหนักตึกๆทางชั้นวางของฝั่งตรงข้าม ไอ้บ้ายงมันเล่นใหญ่ไปมั้ย ไอ้เรารึก็อุส่าหาเรื่องแก้ตัวแก้ต่างเบี่ยงประเด็นให้ แต่รัชดาลัยมาเองแบบนี้มีแต่ต้องพูดโยนความผิดให้สิ่งที่มองไม่เห็นอย่างเดียวแล้วล่ะ 



"ผมได้ยินเสียงคนเดิน.."


เออ หูกูก็ไม่ได้หนวกเปล่าวะ ยังไม่ทันขาดคำข้อมือของผมก็ถูกน้องมาร์คลีกระชากให้วิ่งตามไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ฮัตโตริเฮย์จิและโคนันจะพบกับพื้นที่ว่างเปล่าไม่มีผู้ต้องสงสัยอย่างที่ทั้งสองตั้งข้อสันนิษฐาน




"หายไปไหนแล้ววะ.."



วาร์ปไวตลอดมุกนี้กินขาด ซื้อ




"...แต่ผมว่าผมเห็นนะ.."



"สิ่งที่นายเห็น...อาจจะไม่ใช่คนก็ได้"



อินเนอร์อะไรจะเท่ากับการทำตาโหลสู้แสงไฟฉายเมื่อน้องมาร์คหันไฟใส่หน้าผม เอาสิเรียนการตลาดหรือนิเทศนี่ก็เริ่มไม่แน่ใจเพราะผมแอ็คติ้งดีเกินคาดถึงขนาดทำไอ้น้องมาร์คกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกเลยทีเดียว



"ที่นี่มีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้นทุกคืน นายเชื่อเรื่องผีมั้ย?"




"ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ผี"




เด็กเวร!

ยังไม่ทันที่ผมจะพูดท้าวความบิ้วมันจบประโยค เด็กหัวไม่อ่อนก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างมั่นอกมั่นใจ อะไรทำให้มันเชื่อยากเชื่อเย็นแบบนี้วะ!!




"ถามจริงทำไมถึงปักใจนักว่าที่นี่มีใครอยู่?"



ผมถามเสียงหาเรื่อง จนน้องมาร์คที่ยืนอยู่ข้างหน้าถึงขั้นหันกลับมาหาพร้อมส่องไฟฉายเข้าหน้าผมเต็มๆ ผมนี่ต้องยกมือขึ้นมาโบกหยอยๆให้มันปัดไฟไปทางอื่นเพราะแสบตา พอผมหันหน้ากลับมาอีกทีก็พบกับนัยย์ตาคมที่คาดเดาความรู้สึกนึกคิดไม่ออกแถมยังดูน่าเกรงขามมากจนผมละสายตาไม่ได้...ที่รู้แน่ๆคือนี่ไม่ใช่แววตาของนักเรียนมอปลาย








"เพราะผมรู้อะไรมากกว่าที่พี่คิดไง"



ฟังประโยคนั้นจบผมก็ตาโตเลยทันที ในขณะที่น้องมาร์คเดินเข้ามาใกล้ผมจนน่ากังวล เหมือนตัวผมถูกสถานการณ์บีบให้ตัวเล็กลีบ รู้สึกอึดอัดจนต้องถอยหลังหนีก้าวต่อก้าว




"คิดจะทำอะไร..."



ผมพยายามทำเสียงราบเรียบทั้งที่ใจสั่น ตัวกูก็สูงกว่าทำไมกูต้องกลัวมันด้วยเนี่ย...เป็นไปได้ยังไงที่เด็กคนหนึ่งจะมีรังสีดุดันปรอทแตกแบบนี้ แม่งอธิบายไม่ถูกเลยวะ รู้แค่ผมใจไม่นิ่งพอที่จะสบดวงตาแข็งกร้าวของน้องมัน







กึก...



ไม่มีทางข้างหลังให้ก้าวถอยอีกต่อไปเพราะตอนนี้ผมเดินมาติดตู้แช่ไอติมซะแล้ว...




"ทำอย่างที่ผมอยากจะทำดีมั้ย ?"



คนพูดทำเสียงเย็นจนผมขนลุกก่อนที่มาร์คลีจะเดินตรงเข้ามาหาผมอย่างไม่รีบร้อน ไอ้สถานการณ์เป็นรองแบบนี้ไม่เอาแล้วครับ! ในเมื่อเห็นท่าไม่ดีผมก็เลยยกการ์ดขึ้นมาพร้อมสู้ ชีวิตกูไม่ควรต้องเจอะเจอเรื่องแบบนี้บ่อยๆ



"จะทำอะไร สู้นะโว้ย!"




"หน้าตาพี่ไม่เหมือนคนพร้อมสู้เลยนะ"



มาร์คลีพูดจบก็ก้าวเข้ามารวดเร็วจนกระตุ้นให้ผมตั้งท่าขึ้นมาจะต่อยแม่งให้หน้าหงาย แต่ยังไม่ทันได้ออกหมัดผมก็ถูกเด็กมอปลายจู่โจมเข้าที่ไหล่ก่อนจะจับแขนผมไขว้ไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีผมก็ถูกล็อคคอโดยมีเด็กมาร์คลีขนาบอยู่ข้างหลังซะแล้ว!





"ผมเรียนยูโดตั้งแต่อายุเจ็ดขวบตอนนี้ได้สายดำชั้น 2 "






อึก...


ผมกลืนน้ำลายลงคอทันทีที่ฟังจบ..ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแม่งรัดคอแน่นขนาดนี้ นี่เรียกว่าเทคนิคกาต้าเมวาซาที่ใช้เพื่อให้คู่ต่อสู้ยอมจำนนโดยการรัดให้หายใจไม่ออกครับ ถามว่าผมรู้ได้ยังไง ขอตอบเลยว่าผมเคยเรียนมาจากชมรมยูโดเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วและประเด็นสำคัญที่สุดคือกูเพิ่งเรียนถึงสายขาว บาย



ตอนนี้สถานการณ์ของผมเป็นรองมาก ความคิดที่จะใช้กำลังต่อสู้ตัดทิ้งไปเลย ผมถอดใจไม่ขัดขืนมันละ ตัดสินใจทำตัวแข็งเป็นหินให้มาร์คลีล็อคจากด้านหลังต่อไปทั้งอย่างนั้น...เป็นแค่ระดับคิวไม่ริไปต่อกรกับระดับดั้งหรอกครับ...




"..."

ที่ผมทำได้มากที่สุดในตอนนี้คือยืนนิ่ง..ไม่ขยับ ไม่ขัดขืน อันที่จริงที่ยอมมันง่ายแบบนี้เพราะลึกๆผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าน้องมันคิดจะทำอะไรต่อ?ทั้งเรื่องที่บอกว่ารู้อะไรมากกว่าที่ผมคิด ทั้งใช้กำลังรังแกกูแบบตอนนี้ 



เซ้นส์ผมบอกว่ามาร์คลีคนนี้ไม่ได้จะมาร้ายถึงขั้นหวังจะเอาชีวิตและทรัพย์สินแบบครั้งพี่แจฮยอนแต่ก็นั้นแหละ...ความต้องการจริงๆของไอ้เด็กนี่คืออะไร? ก่อนที่ผมจะแย่งตำแหน่งโคนันมาครองและไขคดีปริศนาได้ จู่ๆเด็กมอปลายที่ล็อคคอผมอยู่ตอนนี้ก็คลายกำลังแขนแล้วเปลี่ยนเป็นโอบเอวรั้งผมให้หลังแนบชิดกับอกของมันแทน









"เวลาผมสนใจอะไรสักอย่างนึงผมจะให้ราคากับมัน"





"ฉันไม่เข้าใจ"

 


ผมพูดโต้กลับไปทันทีที่ถูกเด็กมอปลายพูดปั่นหัวเกี่ยวราคา..ของ? หรืออะไรสักอย่างที่ดูเป็นคำเปรียบเปรย

 



"ผมสนใจพี่.."




เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกันกับที่ผมถูกเด็กที่กำลังโอบกดจมูกหอมเข้าที่แก้มดังฟอด! ยังไม่ทันจะเอ่ยปากด่ามินิมาร์ทที่เงียบเชียบราวกับตั้งใจก็ปรากฏเสียงหนึ่งดังท่ามกลางเสียงของทุกสิ่ง!






แกร๊ง...




เสียงกระป๋องที่คุ้นเคยทำให้ผมตาเบิกกว้าง! เพิ่งจะมาเข้าใจเรื่องทั้งหมดก็ตอนที่มาร์คลีปล่อยแขนให้ตัวผมเป็นอิสระ





"...แต่ผมก็สนใจใครบางคนที่นี่ด้วยเหมือนกัน"







คำตอบที่เฉลยออกมาจากปากมาร์คลีทำให้ผมนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ในขณะที่เด็กเปรตวิ่งอ้อมไปทางที่มีเสียงกระป๋องดังขึ้น 


เป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆไอ้เด็กนี่ตั้งใจล่อให้แทยงออกมา!!






"เดี๋ยวก่อน!"


ผมตะโกนไล่หลังน้องมาร์คเสียงดังหวังให้อีกฝ่ายหยุดทว่าตอนนี้น้องมันวิ่งหายไปอีกด้านนึงของชั้นวางขนมเรียบร้อย!  ชิบหาย!! จะให้มีคนอื่นรู้เรื่องของแทยงไม่ได้! แต่ยังไม่ทันได้วิ่งตามน้องมาร์คออกไปอย่างที่ใจคิดจู่ๆท่อนแขนแกร่งของใครสักคนก็โอบตรึงร่างผมเอาไว้ให้อยู่กับที่



อุณหภูมิอุ่นๆและกลิ่นหอมอ่อนๆของคนที่กอดผมจากข้างหลังช่วยคลายความกังวลทั้งหมดที่ผมมีในทันที ผมใจชื้นขึ้นมาจากที่เมื่อกี้ตื่นตูม...จนลืมไปเลยว่าแทยงทำอะไรได้บ้าง









"ฉันนึกว่านายจะบ้าจี้ตามเด็กนั่นซะแล้ว"


ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะพลิกตัวหันไปหาแทยงที่ก้มลงมามองผมจนปลายผมปิดหน้าปิดตา เห็นอย่างนั้นก็เลยส่งมือไปปัดผมของเค้าออกให้เรียบร้อยก่อนจะเอื้อมไปดึงฮู้ดของแทยงให้ลงมาบังหน้าไว้



"นายจะให้มาร์คลีเห็นไม่ได้.."



"ผมรู้"



แทยงพูดเสียงเบาทำท่าทีเล่นทีจริงแถมยังมีหน้ามาอมยิ้มบางๆที่มุมปากอีก จิตใจมันจะไม่จริงใจหน่อยเหรอแล้วทำไมกูต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนอ่ะครับ 




"อยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวฉันจัดการเองโอเคนะ"



คนตัวสูงพยักหน้าเบาๆก่อนที่ดวงตาสีเข้มจะจ้องลึกเข้ามานัยย์ตาของผม แทยงเผยรอยยิ้มที่ริมฝีปากอีกครั้งเมื่อเห็นผมแตะเข้าที่หลังมือเค้าอย่างลืมตัว ชิบละ...ผมถูกจับได้ซะแล้วว่าไม่ได้แค่เป็นเดือดเป็นร้อนแต่เป็นห่วง



ก่อนจะหน้าร้อนผิดงานไปมากกว่านี้ผมก็ตัดสินใจหันหลังให้แทยงก่อนจะค่อยๆเดินไปทางตรอกชั้นวางขนมที่น้องมาร์ควิ่งหายไป  

บรรยากาศในมินิมาร์ทเงียบเกินกว่าที่ควรเป็นแถมยังไม่พบวี่แววของไอ้เด็กมอปลายที่แอร์ไทม์หายไปสามนาทีเลยแม้แต่น้อย



มาร์คลีหายไปไหนวะ





"น้องมาร์ค!"



ผมตะโกนเสียงดังในขณะที่มองกวาดไปรอบๆไม่พบใคร ยิ่งบรรยากาศในมินิมาร์ทชวนขนลุกขนาดนี้พาให้คิดถึงฉากในหนังสยองขวัญฉากที่ตัวประกอบถูกแกงเกอร์แมนกินแล้วหายไปตลอดกาลอะไรแบบนั้น คิดแล้วก็อยากให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่ใจร้ายเนอะ






ปรี๊น  ปรี๊น


เสียงบีบแตรรถทำให้ผมละความสนใจจากซอกมืดๆแล้วหันไปพบกับรถซีอาร์วีสีดำคันหนึ่งที่จอดขนาบประตูหน้าก่อนที่คนในรถจะลดกระจกลงช้าๆ...ซึ่งกูจะไม่แปลกใจหรอกถ้าคนที่นั่งเบาะหลังที่กำลังลดกระจกลงมาเพื่อโบกมือบ๊ายบายไม่ใช่มาร์คลี



ว้อท?


ตอนแรกจุดยืนน้องมันคือการตามหาแทยงแทบพลิกร้านประหนึ่งเคอิโงะข้ามแผ่นดินมาตามหาพ่อบังเกิดเกล้าไม่ใช่เหรอ แล้วจู่ๆจะกลับก็...กลับ??


อย่างงี้ก็ได้เหรอ...
......



....................




กูต้องจุดจุดจุดให้มึงอีกกี่บรรทัดถึงจะสาสมอ่ะน้อง คืองงไปหมดแต่ก่อนที่ผมจะยืนนิ่งทบทวนสถานการณ์จนจบรถซีอาร์วีก็แล่นออกไปทางถนนเส้นหลักสายที่เข้าไปในเมืองเรียบร้อย  ตอนนี้ตัวผมจึงเดินไปชิดประตูโดยอัตโนมัติหวังจะเปิดออกไปนอกร้านแต่ปรากฎว่าประตูร้านกลับล็อค!? ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือประตูมันล็อคได้ยังไง กุญแจอยู่ที่กู!







"ผมจะไม่ยอมให้เด็กผู้ชายคนนั้นเข้าใกล้คุณอีก"




จบประโยคนั้นประตูหน้าที่ผมวางมือก็ถูกผลักออกได้เหมือนไม่ได้ถูกใครล็อคอย่างตอนแรกที่เป็น...ผมเดินออกมาข้างนอกก่อนจะหันหน้ากลับเข้าไปในร้าน...สบตาแทยงอย่างคาดคั้นต้องการคำตอบแต่สิ่งเดียวที่ผมได้รับกลับมาคือรอยยิ้มแบบเดียวกันกับก่อนหน้านี้...



ไอ้รอยยิ้มที่บ่งบอกว่าไม่ยี่หระอะไรทั้งสิ้นนั่น ทำให้ผมพอจะเดาทุกอย่างได้คร่าวๆ...แทยงคงเป็นคนไล่มาร์คลีออกไปแน่ๆไม่ใช่ว่าเด็กนั่นสมัครใจออกไปเองหรอก







"เด็กที่ชื่อมาร์คลีเคยมาที่นี่...ผมเห็นเค้าคุยกับเจ้าของร้านกี่ยวกับมินิมาร์ท.."



"..."



ฟังจบอยากจะขอให้ตัวเองหูฝาด ตอนนี้ผมขอลืมประเด็นเรื่องที่แทยงไล่มาร์คลีออกไปยังไงก่อน ผมกลับมาโฟกัสกับเรื่องที่กำลังฟังในขณะที่สายตาของผมหันไปสบเข้ากับแทยงพอดี




"..เค้าคือเหตุผลที่ทำให้มินิมาร์ทนี้ยังเปิดอยู่"

 

 


สิ่งที่เคลือบแคลงใจหลายๆเรื่องประหนึ่งเป็นจิ้กซอว์ที่ยังไม่ปะติดปะต่อกันดี จนกระทั่งได้ยินสิ่งที่แทยงพูดเมื่อกี้...ผมว่าตอนนี้ผมเห็นจิ้กซอว์พวกนั้นเป็นภาพภาพหนึ่งที่พอจะบรรยายเรื่องราวทั้งหมดได้ทั้งเรื่องที่มาร์คลีย้ายมาอยู่ห้องตรงข้าม หรือแม้แต่เรื่องที่มินิมาร์ทกลับมาเปิดได้อีกครั้ง

 

 

 

 

 

"เวลาผมสนใจอะไรสักอย่างนึงผมจะให้ราคากับมัน"

 

 

 

 

ไม่ต้องเดาให้เหนื่อย มาร์คลีคือคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยคุณยาม่าไม่ผิดแน่และมันไม่ได้มาช่วยด้วยเจตนาบริสุทธิ์...



ที่ผมสงสัยคือมาร์คลีจะอยากรู้เรื่องแทยงไปทำไมแล้วเด็กนั่นรู้เรื่องของแทยงได้ยังไง อาจจะเป็นไปได้ว่าไอ้เด็กนั่นเห็นแทยงตั้งแต่วันโอบ้งที่เกิดเรื่องหรือยังไงก็แล้วแต่...



แต่ผมยอมให้น้องมันเข้าใกล้มินิมาร์ทมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว














"นี่คุณ.."


ก่อนที่ผมจะขมวดคิ้วจนหน้ายับไปมากกว่านี้เสียงเรียกของแทยงก็ดึงความสนใจให้ผมหันกลับไปมองเค้าอีกครั้ง แทยงกวักมือเรียกผมด้วยหน้าตาสบายๆต่างจากกูโดยสิ้นเชิง จิตใจมึงจะไม่เครียดจริงๆใช่มั้ยนั้น



โอเค...ไม่เครียดก็ได้...แต่อาจจะแค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ ผมตัดสินใจปิดประตูร้านและเดินเข้าไปหาแทยงที่ตอนนี้นั่งกับพื้นพิงเคาน์เตอร์ จากนั้นไอ้บ้ายงก็ดึงให้ผมย่อตัวนั่งตามลงไป



"เลิกทำหน้าเครียดได้แล้วไม่มีอะไรให้ต้องกังวลหรอก.."



พูดง่ายจังเลย







"อืม.."

ถึงจะอดกังวลไม่ได้แต่พอถูกฝ่ามืออุ่นกระชับเข้ามากุมมือผมแน่น..ปฏิเสธไม่ออกว่ารู้สึกสบายใจขึ้นจริงๆ




"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมจะอยู่กับคุณตรงนี้นะ"





"รู้แล้ว"


ผมตอบเบาๆก่อนจะหลับตาและพิงหัวซบที่ไหล่ของแทยง อยากจะทิ้งเรื่องต่างๆออกจากหัวให้หมด ไม่ต้องคิดหรือสนใจเรื่องคนอื่นว่าใครจะทำอะไรยังไง ช่างมัน..อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว...เวลานี้มีเพียงผมกับแทยงในมินิมาร์ทเท่านั้นหากมัวแต่กังวลเรื่องอื่นแล้วปล่อยให้คืนนี้พ้นไปก็คงต้องรอจนกว่าเที่ยงคืนของอีกวันจะมาถึง...



ผมเริ่มรู้สึกว่าเวลาสำคัญเหลือเกิน เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เหมือนเป็นคำเตือนอะไรสักอย่างให้ตระหนักว่าเราไม่มีทางอยู่แบบนี้ได้ตลอดไป อย่างน้อยในสักวันนึงเมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดเผย ผมอาจจะไม่ได้เจอแทยงอีกแล้ว



ไม่มีอะไรแน่นอนในความเป็นไปได้ทั้งหมด...ตั้งแต่ที่เค้าเข้ามาในชีวิตของผมพร้อมกับสิ่งเหนือธรรมชาติมากมาย...



มันคือเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้แต่มันเป็นไปแล้ว...



และเมื่อมันเป็นไปได้..มันกลับไม่แน่นอน





ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะได้อยู่แบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ ยอมรับว่าผมมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ ยอมรับว่าชอบเวลาที่ตัวเองสามารถเปิดเผยความรู้สึกกับคนคนนี้ได้อย่างไม่ต้องสนใจใคร หลายครั้งที่ผมยอมทิ้งความเป็นตัวเองที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นกำแพงกับคนอื่นๆ...แต่เมื่ออยู่กับแทยงผมก็คือตัวผม






"อยู่ด้วยกันจนถึงเช้าได้มั้ยครับ"


เสียงทุ้มลื่นหูกระซิบข้างๆ ผมไม่ได้พูดตอบแต่เพียงหลับตาและปล่อยให้แทยงโอบกอดทั้งอย่างนั้น วันนี้ผมไม่ใช่พนักงานและมินิมาร์ทก็ไม่เปิดให้บริการ ดังนั้นผมจึงได้ยินเสียงประตูหน้าล็อคก่อนที่จะได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังตามมา



พายุฝนที่ทาคายาม่ายังไม่หายไปไหน..มันตั้งเค้าราวกับจะมีพายุลูกใหม่กระหน่ำเข้ามาอีกครั้ง...



นี่อาจจะเป็นเหมือนลางบางอย่างก็ได้...แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่เป็นไร




แค่ตอนนี้ยังมีแทยงอยู่ข้างๆก็พอแล้ว...












"ฉันเกลียดแมงมุมที่สุด.."



น้ำเสียงที่แสดงอาการไม่พอใจของเจ้านายทำให้ชายในชุดสูทสีดำซึ่งกำลังขับรถต้องเหลือบไปมองกระจกหลังเพื่อดูท่าทีของเจ้านาย มาร์คลีคิ้วขมวดเป็นปมเมื่อนึกถึงตอนที่อยู่ในมินิมาร์ทและถูกแมงมุมเกือบสิบตัวต้อนให้เดินออกไปจากร้านก่อนที่ประตูจะปิดและล็อคกันเค้าไม่ให้มีสิทธิเข้าไปอีก




มันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อทีเดียวแต่ไม่ใช่ว่าเค้าไม่เคยเห็นซะเมื่อไหร่...




"นายน้อยจะให้ผมทำยังไงต่อดีครับ"


น้ำเสียงนอบน้อมเอ่ยขึ้นอย่างรู้หน้าที่ เวลาที่นายน้อยหน้าเคร่งและถูมือไปมาเป็นเพราะกำลังใช้ความคิดและทุกครั้งหลังจากนั้นเค้าจะได้รับมอบหมายเสมอ



"เรียกพวกชั้นล่างที่เคยมีข่าวเกี่ยวกับมินิมาร์ทนั่นมาพบฉัน"




"หมายถึงพวกแจ็คสันที่โวยวายในแก๊งคราวก่อนเหรอครับ"



"อืม...เรียกมาให้เร็วที่สุดฉันอยากจะรู้ว่าเกิดอะไรที่นั่นบ้างแล้วผู้ชายคนนั้นเกี่ยวข้องกับพี่เตนล์ยังไง"




"ครับ.."




ชายในสูทดำรับคำก่อนจะเหลือบมองนายน้อยของเค้าที่กำลังเปิดกระจกรับเม็ดฝนให้กระเซ็นเข้ามาในรถอย่างค่อยไม่เข้าใจนัก...




ไม่มีใครรู้ว่าวันที่ฝนตกเช่นวันนี้คือวันที่มาร์คลีพบความลับบางอย่างของมินิมาร์ทลึกลับนั่น..เค้าเห็นแทยงตั้งแต่ตอนนั้นผ่านกระจกที่คนทั้งสองอาศัยฝ้าเพื่อสื่อสารกัน...  






TBC

....................................................................................

ตายงไปทำแบบนั้นเตรียมรับมือได้เลยจ้ะ หน่องมาร์คของพี่ไม่ได้มาเล่นๆ
เปลี่ยนทีมกันได้นะคะ น้องมาร์คมาชัว
บทนี้ตันมาก มันอาจจะยังไม่คมก็ขออภัยด้วย มันแนวแปลก
ไปอีกแต่งยากกว่าแฟนตาซีอันนี้สับขากันไปมาคนอื่นไม่ต้องงจ้าาากูงงเอง




ส่วนน้องมาร์คลีนั้นน่าจะเดากันได้ล่ะนะว่าน้องเป็นใคร หนาวมั้ยค่ะ
บทต่อไปมิดเดย์ของมาร์คแบมค่ะ 5555555 หมี่เหลืองแน่นอน



ป.ล 2ขอบคุณคอมเม้นค่ะ



#ฟิคมินิมาร์ท


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,460 ความคิดเห็น

  1. #2390 isxve (@IsIsara) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 16:34
    เลือดนักสืบมันพุ่งพล่านอะเนาะมาร์ค555555555 เป็นตัวละครที่ทำให้ลุ้นมากๆๆๆๆ
    #2,390
    0
  2. #2266 Celia Mae (@08207) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 03:41
    น้องม้าค พี่ขอร้องล่ะ
    #2,266
    0
  3. #2214 so so (@vampiregun) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 02:14
    มาร์คก็รู้แล้วนะว่าเค้าชอบกัน แค่อยากรู้อยากเห็นก็พอ อย่าให้ถึงต้องทำลายกันเลย พี่ว่าหนูไม่ใช่เด็กเลวนะ
    #2,214
    0
  4. #2141 seethenq (@seethenq) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 03:01
    น้องมัคห้ามลุนแลง;-;
    #2,141
    0
  5. วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 23:52
    น้องมัคไม่ต้องอยากรู้หรอกลูกนี่มันเรื่องของคนสองคนหนูไม่เกี่ยว
    #2,057
    0
  6. #2037 xptinx (@xptinx) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 04:02
    ตายแล้วน้องมัค ใจเย็นๆนะ
    #2,037
    0
  7. #1939 MaToomCanDY (@matoomcandy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:27
    ระแวงแจยอนยู่นะตอนนี้...เอามะลิมาเสริมทับอีกกกกกก ไรท์สายโหด แฮ่ๆๆๆๆ😘
    #1,939
    0
  8. #1904 cherish 카이 (@exoticlover) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:53
    น้องมัคคึลึกลับยิ่งกว่ามินิมาร์ทอีกอ่ะ สรุปเป็นหัวหน้าแก๊งนี่เอง หลัวเด็กของพรี่
    #1,904
    0
  9. #1876 เทนล์ลี้ ! (@himelinn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 10:26
    น้องมาร์คหนูน่ารักแต่อย่ายุ่งเลยลูก555555
    #1,876
    0
  10. #1856 minlywoo (@minminwoo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 22:40
    เห้อหายใจหายคอไม่โล่งงเลย
    #1,856
    0
  11. #1710 chlex_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 21:00
    มาร์คลีเป็นเจ้านายแจ็คสันงี้หรองั้นคงไม่ธรรมดาแล้วหละแง เรื่องนี้เหมือนปล่อยให้ใจชื้นอยู่ได้ไม่นานแล้วก็ต้องกลับมาทำให้เครียดหรือคิ้วขมวดเป็นปมตามเตนล์ไปอีก55555555555555 ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้เรื่องทุกอย่างดีเหมือนเวลาที่เตนล์อยู่กับแทยงด้วยเถ้อะ
    #1,710
    0
  12. #1698 TenTen101010 (@aume) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 15:16
    คือจริงๆๆแทนงก็ดีนะ เเค่ตอนนี้ทีมน้องมาร์คค่ะ 555555
    #1,698
    0
  13. #1674 black-village (@peam-ff) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 21:12
    มาร์คคคคคคคค หนูไม่ต้องอยากรู้หรอก หนูไม่ต้องอยากรู้อะไรทั้งนั้นค่ะคุณลูกกกกก ปล่อยพี่ๆเขาสวีตกันแล้วหนูก็ไปเข้านอนเนอะ ง่ายๆเนอะ55555
    #1,674
    0
  14. #1555 maya93 (@pamlovely) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 22:28
    มาร์คมาหาแม่มา อย่าไปยุ่งกับพี่เขา 
    #1,555
    0
  15. #1461 PK611 (@jesploy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 02:32
    นังมาร์คนี้มันยังไง ห่ะ!!! นูน่าจะไม่ทนแล้วน่ะ
    #1,461
    0
  16. #1424 SehrNettPon (@onlyesung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 23:05
    มาร์คอย่าทำอะไรแทเตนล์เข้าใจไหม!!
    #1,424
    0
  17. #1384 ZhaoMei (@milky-way-galaxy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 12:11
    มัคลีอย่านะลูก ปล่อยให้แทเตนล์เขาอยู่ด้วยกันเถอะ กราบเลยค่ะมัคลี ;/ \;
    #1,384
    0
  18. #1364 แจเต้นสิแจเต้น (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 01:02
    มัคลี คัมม่อนนน555 มัคลีมาเลย ขอให้มัคลีรักพี่เตนล์จริง จะคอยเชียร์ทีมนี้ จะรอดูวววว
    #1,364
    0
  19. #1325 pearbakk. (@SWEETYZ_HHCB) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 22:07
    นังมาร์คมันร้ายค่ะหัวหน้าาา โอ้ยหนูเป็นลูกไปเถอะ พ่อแม่เขาจะได้กันค่ะ
    #1,325
    0
  20. #1308 Babyzfah (@farujung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 14:07
    โอ่ยย น้องมาร์ค หนูจะมาร้ายหรอลูกก
    ละทำไมหนูต้องไปสนใจพี่ยงด้วย
    ให้พี่ยงกะเตนล์เค้าได้เดินสะดวกเถอะลูกก ฮื่อออ 
    ดีใจที่มินิมาร์ทกลับมาเปิด แต่ก็กลัวใจในความร้ายกาจของหนูมาร์คเหมือนกันนะ
    #1,308
    0
  21. #1281 minniepacha (@fahfahpachara) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 01:13
    จะดราม่ามั้ยคะไรท์ แง้ๆ น้องมาร์คมาดีใช่มั้ยลูกกกกกกกก เออใช่แบมแบมอยู่กะดึกจะเคยเจอแทยงมั้ย
    #1,281
    0
  22. #1280 ptptct (@leepatelf) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 00:13
    น้องมาร์คโหมดจริงจัง
    #1,280
    0
  23. #1279 ปากวัยรุ่น (@prang_kanlayanee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 22:04
    กรี้ดกร้าดดดดดด อัพแย้ววว ดีใจจจ กลัวดราม่าจังเยยย มัคลีไม่ต้องอยากรูเขนาดนั้นก้ได้ลูก มาอัพไวๆนะฮิ๊
    #1,279
    0
  24. #1277 AnticSynDrome (@anticsyndrome) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 18:45
    ตัวร้ายก็เป็นพระเอกได้นะ ไม่ได้เปลี่ยนทีมแต่อย่างใด *-* แต่ก็ชอบแนวคิดที่ว่าตัวร้ายก็รักนาง(นาย)เอกไม่แพ้พระเอก อ่ะเหื้ออออออออ เตนล์คงจะวุ่นกับมินิมาร์ทไปอีกยาวๆ ไหนจะเรื่องอยู่กับเเทยง เรื่องมาร์คลี ฯลฯ แบมๆจะมีผลอะไรกับแทยงรึเปล่า ปกติแบมกะดึก? หรือเราจำผิด ถถถถ อ่านได้ลื่นไหลเเล้วอ่ะรู้สึกดี 5555 มีคำว่าช่างมัน อ่าแต่มันอ่านแล้ววรรณยุกต์ก็ยังลื่นอยู่ดี บทอาจจะไม่คมมากแต่เนื้อหาดี(?) อธิบายไม่ถูกนึ เรื่องมันอาจจะอืดขึ้นเล็กน้อย ไม่มีปัญหาเท่าไหร่ รอหมี่เหลืองตอนนต่อไปค่าาาาาาาา
    #1,277
    1
    • #1277-1 maido lover (@uranun) (จากตอนที่ 19)
      12 มิถุนายน 2559 / 19:00
      ขอบคุณคำติชมค่าา
      #1277-1
  25. #1275 parkbyunnn (@parkbyunnn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 17:51
    ชอบนายน้อยจัง5555555
    #1,275
    0