[fic taeten] MINIMART MIDNIGHT

ตอนที่ 16 : MIDNIGHT 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    25 ธ.ค. 61

 












MIDNIGHT 11












ผมควรจะนอนเฝ้าไอ้จอห์นอยู่ที่โรงพยาบาลหลังจากที่คุณยาม่าพามาส่ง..




"แทยง.."




แต่ตอนนี้ผมกำลังอยู่ที่ไหนสักแห่ง..




มันคือที่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่มืดไปหมดมองไม่เห็นอะไรเลย..ผมเห็นเพียงแค่แสงสว่างที่อยู่ไกลออกไปเท่านั้น..








"แทยง.."




และผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆผมถึงกำลังวิ่งและเอาแต่ตะโกนเรียกชื่อแทยงซ้ำไปซ้ำมา





ปัง!!



จู่ๆเสียงปืนก็ดังขึ้นหนึ่งนัดก่อนที่ผมจะหันหลังไปตามเสียงและพบกับร่างของแทยงที่ทรุดลงไปกับพื้น กระสุนที่ยิงทะลุอกข้างซ้ายของอีกฝ่ายทำให้ผมหอบหายใจเข้าออกอย่างตื่นกลัว...






"แทยง!!"



ผมตะโกนสุดเสียงหูอื้ออึงไปหมดแต่สมองสั่งให้วิ่งเข้าไปประคองร่างของแทยงที่กำลังก้มหน้าก่อนที่ผมจะพบว่าหัวใจแทยงไม่เต้นอีกแล้ว..





ไม่นะ..



จู่ๆร่างของคนที่อยู่ในอ้อมแขนก็เบาบางและจางหายกลืนไปกับสีอากาศ ผมเบิกตากว้างพยายามใช้มือไขว่คว้าร่างของแทยงแต่ร่างของเค้ากลับค่อยๆเลือนลางลง..




แทยงกำลังหายไป






"เตนล์.."



อย่างน้อยเสียงแผ่วๆราวกับกระซิบนั่นก็ทำให้ผมสามารถสังเกตเห็นร่างจางๆของเค้าได้..รอยยิ้มของแทยงปรากฏเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ตัวจะผมกระโจนเข้าไปคว้าได้แต่อากาศ...






"เตนล์"



ผมได้ยินเสียงใครสักคนหนึ่งข้างๆหู 






"ไอ้เตนล์!"



เสียงเหมือนไอ้จอห์น..







"ไอ้เตี้ยเตนล์!"




"หะ!"


แล้วผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาและชันตัวลุกจากเตียงโรงพยาบาลที่ไอ้จอห์นนอนอยู่จากนั้นผมก็ปรือตามองสำรวจไปรอบๆด้วยอาการเบลอๆก่อนจะถูกมือหนักจากไอ้จอห์นฟาดเข้าที่หัวดังโบ๊ะ!





สติมา!!






"ตีกูทำไมเนี่ย!"




ผมหันขวับไปมองตาขวางใส่ไอ้คนที่กำลังนอนเอนหลังกับเตียงก่อนจะถูกมือข้างเดิมของแม่งผลักหัวจนหงายหลัง 



"โอ๊ยยย"

กำลังจะร้องลั่นว่าจะพลิกตัวหันกลับมาแยกเขี้ยวแล้วด่าใส่ไอ้จอห์นอีกครั้ง แต่กลายเป็นว่าการทำตาหรี่แล้วจ้องมาทางผมอย่างคาดโทษของแม่งทำให้ผมได้แต่เงียบ



นี่กูทำอะไรผิดเนี่ย








"มึงแม่งนอนทับแขนกูทั้งคืน มือชาไปหมดเลยแถมเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น.."






อ้าวเหรอ..ไม่ได้ยินอะไรเลยแหะเมื่อคืนกูหลับลึกมากแล้วก็..




ฝันร้าย..











"ขอโทษ.."


ผมทำหน้าเจื่อนลงได้แต่ยิ้มแหะๆแล้วทำเป็นบีบนวดแขนไอ้จอห์นอย่างรู้สึกผิดแต่จริงๆตอนนี้สมองกำลังปิดกั้นสิ่งรอบๆตัว...ผมไม่ได้มองหน้าไอ้จอห์นอีกเอาแต่ก้มหน้าและคิดถึงความฝันที่เกิดขึ้นเกี่ยวแทยงเมื่อคืน




การฝันว่าแทยงถูกยิง..มันจะเป็นลางอะไรรึเปล่า ?



ใจผมไม่ดีเลย เพราะเมื่อวานไอ้บ้ายงก็หายไปแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแถมยังถูกยิงไปแบบนั้นอีก ผมคงจะไม่คิดเป็นห่วงอะไรแม่งขนาดนี้หรอกถ้าเกิดไม่ได้ยินเสียงหัวใจของมันแบบนั้น





เพราะมันหมายความว่าแทยงมีชีวิตไม่ใช่แค่วิญญาณหรืออะไรสักอย่างที่พิศวง ??






"นี่มึง.."



ก่อนที่ผมจะคิดเพ้อเจ้ออะไรไปมากกว่านี้จู่ๆไอ้จอห์นก็ช้อนคางผมขึ้นมา














"ร้องไห้ทำไมวะ ?"









"..!!"




ผมตาโตรีบเอามือปัดแก้มลวกๆ เพิ่งรู้สึกตัวเมื่อกี้นี้เองว่าผมกำลังร้องไห้...ว้อทเดอะฟัค..กูจะร้องทำไมวะ..กูเซนซิทีฟอะไรเนี่ย งงตัวเองอีกแล้วไอ้เตนล์



"กูหาวแล้วน้ำตามันไหลน่ะ"


"..เหรอออ"



"เออดิ!"



ผมกดเสียงหนักแล้วเสตามองไปทางอื่น ส่วนไอ้จอห์นก็ไม่ได้พูดอะไรอีกมันนอนหันหลังให้ผมแล้วก็เงียบไป...พอบรรยากาศของห้องนี้เงียบลงผมจึงได้ยินเสียงในหัวตัวเองดังขึ้น..




แผ่นหลังที่มีผ้าก๊อซพันทับไว้แถวๆสะบักทำให้ผมนึกย้อนกลับไปเรื่องเมื่อวานอีกครั้ง..ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่คล้ายๆจะโล่งใจที่ทุกอย่างผ่านมาได้ด้วยดี แต่ที่ยังไม่ดีเท่าที่ควรก็คือความรู้สึกของผมนั้นแหละที่ยังไม่สามารถปรับกลับมาเป็นปกติได้



ราวกับหลายๆอย่างตีกันในหัวไปหมด สงสัยเหลือเกินว่าคนๆหนึ่งต้องแบกรับความรู้สึกอะไรมากมายขนาดนี้เลยเหรอ



ทั้งโกรธ..ที่พี่แจฮยอนวางแผนปล้นร้านจนมินิมาร์ทพังยับไม่เหลือชิ้นดี



เสียใจ..ที่ทำให้ไอ้จอห์นต้องมานอนเจ็บที่โรงพยาบาลเพราะผม



แล้วก็ยังเป็นห่วงแทยง..ที่จู่ๆก็หายไปโดยที่กำลังบาดเจ็บแบบนั้น




ยิ่งเมื่อตอนนั้นตอนที่คุณยาม่ามาเห็นสภาพร้านตัวเองแล้วทรุดลงไปกับพื้นผมแม่งโคตรรู้สึกได้..แค่ลองจินตนาการดูเล่นๆว่าถ้าหากวันหนึ่งสิ่งที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองต้องมาพังเพราะคนที่ไว้ใจ..



แค่คิดเล่นๆนะยังเจ็บแทนเลยผมน่ะ...แล้วกับคุณยาม่าที่รักมินิมาร์ทนี้มากๆมากพอกับรักและเอ็นดู ให้ความไว้วางใจพนักงานทุกคนโดยเฉพาะพี่แจฮยอนจะเจ็บปวดขนาดไหนแทบไม่ต้องสืบ..





ผมเห็นคุณยาม่าร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง...


แต่ผมกลับทำได้แค่กอดปลอบคนเป็นเจ้านายตอนที่รอหมออยู่หน้าห้องฉุกเฉินเท่านั้น บอกตรงๆว่าตัวผมเองก็รู้สึกโหวงๆหวิวๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากคุณยาม่าเท่าไหร่





และถึงแม้ว่า...ตอนนี้ไอ้จอห์นจะปลอดภัยและเรื่องทุกอย่างจะดูเหมือนจบลงได้ด้วยดีแล้วก็ตามแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องราวพวกนั้นได้ทิ้งร่องรอยและบาดแผลฝากเอาไว้มากมายเหลือเกิน..





 คงต้องใช้เวลาละมั้ง..กว่าอะไรๆจะกลับมาเหมือนเดิม




ทั้งมินิมาร์ทแล้วก็ตัวผม..







"เตนล์.."




ผมเบือนหน้ากลับมาหาไอ้จอห์นที่จู่ๆก็พลิกตัวหันมาหา..มันจ้องตาผมแบบที่จริงจังจนผมต้องสบตามันอย่างเลี่ยงไม่ได้


"อะไรวะ"



"ที่กูเงียบเนี่ย...คือกูรอให้มึงเล่าเรื่องผู้ชายคนนั้นให้ฟังอยู่นะ"



"..."



ฟังจบประโยคนั่นผมก็เงียบนึกไม่ออกว่าจะต่อบทสนทนายังไง...


ลืมคิดไปเลยว่าไอ้จอห์นเองก็อยู่เป็นพยานรับรู้เรื่องราวประหลาดของมินิมาร์ทหลังเที่ยงคืนเหมือนกัน แถมยังได้ยูกิอนนะมาช่วยชีวิตเอาไว้อีก แม่งก็ต้องข้องใจเป็นธรรมดา




ซึ่งถ้าเป็นผม..ผมคงถามตั้งแต่เมื่อคืนด้วยซ้ำ







"คือ.."



"แทยง..ป่ะ?"



"ห้ะ?"



"กูได้ยินมึงพึมพำชื่อนี้ทั้งคืนเลย"





เวร กูทำแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ!




"...เหรอ"




เป็นหนัก..เป็นหนักแล้วไอ้เตนล์

ผมเริ่มปั้นสีหน้าไม่ถูกทำตัวเก้ๆกังๆ  ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำตัวเลิ่กลักขนาดนี้ 





"ก็..ก็นั้นแหละเรื่องที่ว่ากะดึกจะต้องเจอเรื่องประหลาดกันทุกคนน่ะเป็นเรื่องจริง...อย่างที่มึงเห็นทุกอย่างเลย"



"..."


พอผมพูดจบไอ้จอห์นก็ทำหน้าสตั๊นไปสามวิก่อนจะกระพริบตาปริบๆเหมือนยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรเท่าไหร่นัก




"หลังเที่ยงคืนของมินิมาร์ทจะมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นคือแบบประมาณเรื่องเหนือธรรมชาติอ่ะ..เรื่องที่มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงของมึง ทั้งฝนตกในร้าน ไฟกระพริบติดดับเองได้ สัญญาณอะไรทุกอย่างไม่ว่าวิทยุหรือมือถือจะไม่มี กลายเป็นโลกๆหนึ่งที่ติดต่อกับภายนอกไม่ได้..แล้วก็มีวิญญาณด้วย"



"...แล้วตกลงแทยงนั่นเป็นใครกันแน่"




นอกจากไอ้จอห์นจะเมินหัวเรื่องสุดแฟนตาซีที่ผมพูดเปิดไปเมื่อกี้มิหนำซ้ำมันยังเปลี่ยนไปคุยประเด็นที่ซับซ้อนกว่าเดิม...ผมเม้มปากเป็นเส้นตรงก่อนจะกรอกสายตาไปมาอย่างใช้ความคิด





แทยงเป็นใครกันแน่ ?


นานเท่าไหร่แล้วที่ผมเลิกสงสัยในตัวผู้ชายคนนั้น











"กูก็ไม่รู้เหมือนกัน.."


ผมตอบพลางหลุบตาลงและก่อนที่จะไอ้จอห์นจะซักไซ้ไปมากกว่านี้เสียงเปิดประตูก็ดึงความสนใจจากบทสนทนาจนผมและจอห์นนี่ต้องหันไปหา



"จอห์นนี่ ฮืออออ"



ผมรีบลุกจากเก้าอี้ข้างเตียงทันทีเมื่อผู้ชายหน้าตาน่ารักคนหนึ่งปรี่เข้ามาแทบจะเบียดผมจนตกจากเก้าอี้..แถมตอนนี้เด็กผู้ชายคนนั้นก็กำลังโอบกอดไอ้จอห์นแล้วร้องไห้เป็นเด็กๆ





"ได้ยินว่าร้านถูกพี่แจปล้นแถมจอห์นนี่ก็ถูกยิงอีกแน่ะแบมเป็นห่วงมากเลยนะ"



แบม..เอ้ะ แบมแบมอ่ะนะ




"ผมปลอดภัยแล้วละแบมไม่ต้องห่วงนะครับ"



หืออออออ

ผม? แบม? ครับ ? อะไรเนี่ย? นี่คือความบันเทิงประเภทไหนกันจอห์นนี่เพื่อนรัก...กูต้องขี่ยูนิคอร์นหรือม้าน้อยโพนี่ด้วยมั้ยจะได้กลมกลืนกับบรรยากาศ 



"ไอ้จอห์น.."


"ไรมึง"


อ้าว ทีงี้ทำไมพูดเสียงแข็งอ่ะ ขึ้นกูมึงอ่ะ และยังมีการมองค้อนอย่างขัดใจเมื่อถูกผมเรียกขัดจังหวะจากการโดนดึงแก้มด้วยอ่ะ  คืออะไรอ่ะ




"เปล่าไม่มีอะไร..แล้วนี่แบมแบมกะดึกใช่ป่ะ"



พูดจบผมก็ชี้นิ้วไปหาอีกคนที่กำลังยิ้มแก้มแตก  แบมแบมพยักหน้าตอบรับพลางชูสองนิ้วแจกความสดใสให้ผมเต็มเปา (แต่ผมไม่รับ) 




"ครับ เตนล์สินะ..ได้ยินว่าเป็นเพื่อนสนิทจอห์นนี่ตั้งแต่ก่อนจะมาทำพาร์ทไทม์ด้วยนี่น่า"


เอาแล้ววว พูดจบคนตัวเล็กเสียงงุ้งงิ้งก็เดินมาโอบไหล่ผมด้วยท่าทางเป็นกันเอง ผมปั้นหน้ายิ้มไปให้เมื่อถูกจู่โจมอย่างแอกเกสซีฟรุนแรงด้วยการสกินชิพถึงเนื้อถึงตัวชนิดที่โอบจนกูต้องห่อไหล่



"อืม ไอ้จอห์นมันไม่ค่อยมีเพื่อนคบน่ะ"




"หราาาา"


"แน่นอนนนน"



ผมเบนสายตาไปหาอีกคนที่นอนอยู่บนเตียงก่อนจะหรี่ตามองไอ้จอห์นด้วยรังสีอำมหิตเพราะมันแสดงความเป็นปรปักษ์กับกูเมื่อเจอคนที่น่ารักกว่า




"ทั้งสองคนสนิทกันจังเลย แบมอยากสนิทกับเตนล์เหมือนกันนะ"





"อย่าไปสนิทกับมันเลยแบม"



ง้าวแท้ มึงถามกูด้วยว่ากูอยากสนิทกับเค้ารึเปล่า 





"ทำไมล้าา เตนล์ออกจะน่ารักน้าา"


พูดจบก็กอดกูแน่นเข้าไปอีกกกกกก...ถ้าผมตาเหลือกขาดอากาศหายใจตายไม่ต้องสงสัยนะครับว่าใครเป็นฆาตกร





"แหะๆ แบมปล่อยเราก่อน..เราอึดอัด"



"ไม่อาวว จะได้สนิทกันไวๆไง"



แล้วดูนะ...ขนาดแสดงความหงุดหงิดใส่เบอร์นี้ ไอ้คนที่กำลังกอดก็ยังส่ายหัวไปมาแล้วขยิบตาให้ผมอย่างสดใสน่ารัก  ตรงกันข้ามกับกูที่กำลังจะหายใจไม่ออกตาย ต้องให้กูหน้าเขียวก่อนรึเปล่าถึงจะปล่อย!









ก็อก ก็อก ก็อก



แต๊งก็อดรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์..เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคุณยาม่าทำให้แบมแบมยอมปล่อยผมให้เป็นอิสระในที่สุด



"สวัสดีครับคุณยาม่า"



และเมื่อผมได้พื้นที่ส่วนตัวกลับคืนมาหน้าตาก็สดใสขึ้นทันที ผมโค้งหัวให้คนที่เดินยิ้มตาหยีเข้ามาในห้องแต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นแบมแบมกำลังคล้องแขนซบไหล่เจ้าของมินิมาร์ทอย่างออดอ้อน






"คุณลุงต้องเข้มแข็งนะครับ เดี๋ยวเรื่องแย่ๆก็ต้องผ่านพ้นไป สู้ๆครับ!"




แบมแบมยิ้มแก้มแตกก่อนจะปิดบริบทด้วยท่าชูสองนิ้วในตำนาน...อืม ยังไงดี รู้สึกตัวอีกทีผมก็เผลอมองบนอย่างลืมตัว ยอมรับว่าความรู้สึกแรกเจอสำหรับแบมแบมมันไม่ค่อยหน้าประทับใจเท่าไหร่..คงเป็นเพราะผมยังไม่ชินกับไอ้การแสดงออกล้นๆของอีกฝ่ายที่คนทั่วไปอาจจะมองว่าน่ารักแต่ผมบอกเลย...



นี่เรียกว่าปัญญาอ่อนครับ! มีคนไอคิวต่ำกว่ากูอีกหรือ








"แบมแบมไปนั่งก่อนไป ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับทุกคน"



ก่อนที่ความคิดผมจะติดลบและแง่ร้ายไปกว่านี้ เสียงแหบๆของคุณยาม่าก็ดังขึ้น..สายตาและน้ำเสียงจริงจังของคุณยาม่ากระชากสติผมให้กลับจดจ่อกับประโยคต่อไปที่เค้ากำลังจะพูด..ผมมองหน้าจอห์นนี่ที่กำลังกลืนน้ำลาย ก่อนจะหันไปมองหน้าแบมแบมที่ตอนนี้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉย จู่ๆบรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว...ผมเงียบ ไอ้จอห์นเงียบ ทุกคนเงียบ..



เพียงอึดใจนึงคุณยาม่าก็พูดขึ้น...




"ฉันคุยกับตำรวจแล้วก็ประเมินความเสียหายดูแล้ว..สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น"



ผมเผลอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆเมื่อได้ยินน้ำเสียงของคุณยาม่าในตอนนี้ สีหน้าไม่สู้ดีนั่นบ่งบอกถึงอารมณ์ของผู้พูดได้อย่างดี..ผมรู้สึกได้ว่าคุณยาม่ากำลัง หดหู่ ท้อ เหนื่อยแล้วก็ผิดหวังมากขนาดไหน...





"ขอบคุณพวกเธอนะ เตนล์ จอห์นนี่ที่ช่วยกันปกป้องมินิมาร์ทของฉันจนต้องมาเจ็บตัวแบบนี้..."





คำพูดประโยคนั่นสั่นคลอนหัวใจของผมเหลือเกินทว่าสิ่งที่ทำให้น้ำตาผมไหลก็คือคำพูดประโยคถัดมาที่ดังขึ้นพร้อมกับซองขาวที่ถูกยื่นมาตรงหน้า





"และฉัน..เสียใจจริงๆที่ต้องพูดว่า.."


คุณยาม่าเสียงสั่นก่อนจะกลั้นเสียงสะอื้นเพื่อพูดประโยคสุดท้ายที่ทุกคนต่างเข้าใจความหมายโดยนัยอยู่แล้ว...ผมเอามือปาดน้ำตาของตัวเองอย่างลวกๆ..ไม่สนใจว่าการที่ผู้ชายร้องไห้จะน่าอายในสายตาใครหรืออะไรทั้งนั้น






"มินิมาร์ทคงต้องปิดแบบไม่มีกำหนดหรืออาจจะไม่ได้เปิดอีกเลย"
















ตรู๊ดดดดด



เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีและถูกตัดสายไปเป็นครั้งที่ห้า...ก่อนที่สายที่หกจะโทรเข้ามาผมก็ตัดสินใจปิดเครื่องแล้วขว้างโทรศัพท์ลงเตียงอย่างแรงก่อนจะล้มตัวลงบนที่นอนเหมือนคนไร้เรี่ยวแรงแล้วฟุบหลับไป..




ผม..ไม่อยากจะพูดหรือคิดถึงอะไรทั้งนั้น..ผมไม่อยากจะร้องไห้อีกแล้ว









'อย่าปิดมินิมาร์ทเลยครับคุณยาม่าผมขอร้องล่ะ! เก็บเงินเดือนผมไว้ซ่อมแซ่มร้านก็ได้!!'



'..ฉันขอโทษจริงๆนะเตนล์'



'ผมขอร้องล่ะครับ..ฮึก..ช่วยรับเงินเดือนของผมคืนไปด้วยเถอะครับ!'




'...'



'ถ้าเราช่วยกันมินิมาร์ทจะต้องกลับมาเปิดอีกครั้งได้แน่ๆเพราะงั้นช่วยฟังผมก่อนครับ!'






แม้จะตะเบ็งเสียงและแสดงความตั้งใจออกไปมากแค่ไหน...



ทว่าคุณยาม่าก็เดินออกไปแล้ว..


เค้าไม่แม้แต่จะหยุดชะงักหรือหันหลังกลับมา











'อย่าปิดที่นั้นเลย..ฮึก..ผมขอร้อง'




'อย่าเพิ่งไปครับ!คุณยาม่า!!'




'คุณยา..'






'พอแล้วเตนล์!!'




เสียงตวาดของไอ้จอห์นที่ควรดังแค่ในความคิดกลับดังชัดเจนในความจริงอีกด้วย อย่างน้อยๆมันก็ทำให้ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาและทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอีกครั้ง...





'มึงเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว!!'







เปรี้ยง!!


เสียงไอ้จอห์นตอนนั้นที่ได้ยินเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่ผมจะวิ่งออกมา เสียงนั่นดังขึ้นตอกย้ำในความคิดของผมดังพอๆกับเสียงฟ้าผ่าในชีวิตจริงที่กระชากสติผมให้กลับมาเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น..



ใช่..มันคือเรื่องผมต้องยอมรับว่าผมเปลี่ยนอะไรไม่ได้อีกแล้ว...




ถึงแม้จะพยายามรักษามินิมาร์ทนั่นเอาไว้สักแค่ไหน...ทั้งๆที่อุส่าห์เอาทุกอย่างเข้าแลกเพื่อที่จะไม่เสียที่นั่นไปแต่เรื่องราวทั้งหมดก็ลงเอยแบบนี้จนได้








ฟิ้วววว

จู่ๆลมเย็นๆของพายุก็พัดเข้ามาในห้องของผมที่เปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ก่อนที่สายฝนจะกระหน่ำตกลงมา...ผมหนาวจนต้องกระชับเสื้อให้แนบเนื้อแน่นยิ่งขึ้น 




และไม่ว่าหนาวแค่ไหนผมก็เลือกที่จะไม่ปิดหน้าต่าง..




นั่นก็เพราะ..มินิมาร์ทนั่น..ผมกำลังหวนคิดถึงความหนาวที่เย็นวาบมากกว่านี้หลายเท่านักแต่แทนที่จะรู้สึกหนาวเย็นผมกลับอบอุ่นอย่างประหลาด





เพียงเพราะมีใครบางคนคอยอยู่ข้างๆและกุมมือผมเอาไว้







"..ฮึก"

แค่คิดว่าจะไม่ได้กลับไปเจอเรื่องพิศวงหลังเที่ยงคืนผมก็สะอื้นออกมา..ไม่ชอบใจนักหรอกที่ร้องไห้เหมือนคนอ่อนแอแบบนี้  



แต่แล้วยังไงเหรอ? ต่อให้ไอ้จอห์นอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ผมก็จะร้อง ผมไม่สนใจ ไม่อาย หรือไม่แยแสอะไรทั้งนั้น..




นี่มันคือความผูกพันธ์ของผม! 

ผมมีสิทธิที่จะหวงแหนความรู้สึกทั้งหมดหรือแม้แต่จะร้องไห้บ้าบอต่อไปคนเดียว









"..ฮึก ฮึก"



ไม่เป็นผมจะไปเข้าใจอะไรวะ...


ไม่ลองมาเจอเรื่องราวร้ายๆและผ่านมันมาอย่างยากลำบากพร้อมกับเค้าจะไปเข้าใจได้ยังไงว่าทำไมผมถึงยอมเสียที่นั่นไปไม่ได้!









ไม่มีใครเข้าใจผมเลยสักคน..







0.40





แม้แต่ตัวผมเอง..






รู้ตัวอีกทีผมก็วิ่งฝ่าพายุฝนมาหยุดที่มินิมาร์ทซะแล้ว...ผมกอดตัวเองแน่นรู้สึกหนาวจนตัวสั่นเมื่อเม็ดฝนตกลงมาโดนผิว ขาของผมค่อยๆขยับก้าวไปยังหน้ากระจกของร้านมินิมาร์ทอย่างยากลำบาก



"ฮึก.."


ผมเอามือลูบไอน้ำออกจากกระจกก่อนจะมองลอดเข้าไป แม้ไฟในร้านจะไม่เปิดแต่แสงไฟจากทางเดินข้างนอกทำให้ผมสามารถมองเห็นเงาสลัวๆของสิ่งต่างๆที่อยู่ในร้านได้เป็นอย่างดี..



แต่ผมกลับไม่เห็นเงาของเค้า..






"นายหายไปไหนนะ.."


เสียงแหบๆของผมดังเพียงในลำคอเท่านั้น ก่อนที่ผมจะก้มหน้าเอาหัวแนบกับกระจกและค่อยๆหลับตาลง..สายฝนที่เย็นเฉียบบาดผิวไหลลงมาที่แก้มก่อนจะชะล้างคราบน้ำตาของผมออกไป








ก็อก ก็อก



"..!!"


แล้วจู่ๆเสียงเคาะกระจกที่ดังจากอีกฝั่งนึ่งก็ทำให้ผมผุดเงยหน้าขึ้นมาและพบกับใครบางคนที่คิดถึงมาโดยตลอด..




ตึกตัก ตึกตัก









"แทยง!!!"




ผมตาโตรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังบีบตัวอย่างเกินพอดี  ใบหน้าเย็นชาๆแต่แฝงรอยยิ้มอบอุ่นไว้เสมอนั่น..ผมขาวๆแล้วก็ดวงตาสีเข้มที่ผมคุ้นเคย




ผมคิดว่าจะไม่ได้เจอแทยงอีกแล้ว




"นายหายไปไหนมาแล้วแผลที่ถูกยิงเป็นยังไงบ้าง!!"  


ผมตะโกนเสียงดังแข่งกับเสียงฝนและกระจกหนาที่กั้นตรงหน้า แทยงเลิ่กคิ้วส่ายหัวเป็นสัญญาณว่าไม่ได้ยินประโยคที่ผมพูด ส่วนผมก็มาเข้าใจอีกทีตอนที่แทยงพยายามพูดอะไรบางอย่างตอบกลับมาและผมเองก็ไม่ได้ยินเสียงของเค้าเช่นกัน




"ฉันไม่ได้ยิน!พูดเสียงดังกว่านี้ดิวะ"


ผมป้องมือแล้วตะเบ็งสุดเสียงแต่ผลที่ได้กลับไม่ต่างจากเดิม..ไอ้บ้ายงหน้าเอ๋อ..เพราะไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูด สุดท้ายเราทั้งสองคนก็ต้องใช้ภาษามือบ้าบอไปมาแต่แม่งก็ยังไม่เวิร์ค






จนเมื่อแทยงเป่าลมหายใจใส่กระจกอีกด้านนั้นแหละ..


ผมคิดว่ามันเวิร์คดีนะ..




ไอ้การเขียนตัวอักษรกลับด้านใส่ฝ้าบนกระจกเนี่ย








'ผมปลอดภัยดีไม่ต้องเป็นห่วงมากก็ได้'




ไม่น่าเชื่อว่าไอ้ความมั่นใจหลงตัวเองของแทยงจะทำให้ผมยิ้มออกมา ความบ้าบออีกเรื่องก็คือการที่ผมยิ้มไปด้วยแล้วก็ร้องไห้ไปด้วยจนแทยงต้องทุบกระจกดึงความสนใจจากผมแถมยังโบกมือไปมาเหมือนจะบอกให้หยุดร้องไห้




ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกแล้ว ถ้าผมไม่รีบแสดงความรู้สึกออกไป..อะไรหลายๆอย่างอาจจะหายไปเหมือนอย่างที่ฝันก็ได้และผมคงยอมไม่ได้เหมือนกัน...ผมไม่อยากให้ทุกเรื่องราวผ่านไปโดยทิ้งร่องรอยและบาดแผลเอาไว้เหมือนกับประสบการณ์ที่เพิ่งได้เรียนรู้มา








'ฉันโคตรคิดถึงนายเลยวะ'





ประโยคแข็งทื่อที่ถูกเขียนออกมาด้วยลายมือทื่อๆของผม ทำให้แทยงนิ่งไป..ผมเห็นเค้าจ้องฝ้าที่เกิดบนกระจกก่อนจะกระพริบตาแล้วยิ้มออกมาด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์อย่างที่ชอบทำ





'มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว'




คนเขียนเล่นหูเล่นตากับผมก่อนจะลบประโยคเก่าเพื่อเขียนข้อความอันใหม่ลงไป







'เพราะผมเองก็คิดถึงคุณมากพอเหมือนกันถึงได้มาอยู่ตรงนี้'





และประโยคนั้นทำให้ผมสะกดกลั้นความรู้สึกไม่อยู่เพียงแค่คิดว่าหลังจากนี้เรื่องราวทั้งหมดอาจจะต้องจบลงจากนั้นก็ค่อยๆหายไป..น้ำตาผมก็ไหลออกมา







'อย่าร้องไห้สิ ผมพูดอะไรผิดเหรอ'








ไม่ผิดสักหน่อยไอ้บ้า...



ผมส่ายหัวก่อนจะปาดน้ำตาแล้วทำหน้ายิ้ม







'เตนล์..'



เสียงนิ้วชี้ที่เคาะกระจกทำให้ผมพยายามฝืนยิ้มแล้วมองไปที่ฝ้าที่มีชื่อผมโดยที่ข้างๆมีรูปหน้ายิ้มถูกวาดเอาไว้แถมคนวาดยังดึงแก้มตัวเองเป็นตัวอย่าง



แทยงเอาฝ่ามือของเค้าทาบลงบนกระจกก่อนจะเอาหน้าผากโน้มเข้ามาใกล้ๆ...ผมมองฝ่ามือนั่นก่อนจะค่อยๆวางมือของตัวเองลงไปที่เดียวกันกับมือของเค้า




ถึงจะสัมผัสไม่ได้แต่ผมก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นท่ามกลางพายุฝนหนาวเย็นนี้...



ผมไม่หนาวอีกต่อไปแล้ว..








ทว่าความอบอุ่นก็กำลังเลือนลางและจางลงไปเช่นกัน..




หลังจากนี้ผมอาจจะไม่ได้เจอแทยงอีก..







พอคิดได้อย่างนั้นผมก็ฝืนน้ำตาไม่อยู่เป็นวินาทีเดียวกับที่เงยหน้าขึ้นมาพบกับประโยคนึ่งที่เพิ่งถูกเขียนบนฝ้า







'อย่าหายไปไหนนะ'







to be continued..

.............................................................................................
ดราม่า ดราม่า จังเยย TT แต่งไปก็อิน พุธโธ
ไรท์คิดว่าจะแยกพาร์ทของพี่ยงออกมาพาร์ทหนึ่งสั้นๆชื่อ
warm eyes ,coldest night นะ
ไม่รู้ว่าจะแปลกๆรึเปล่า แต่จะพยายามทำให้ดีแล้วกัน คิดว่า




ปล. กลับมาแล้วไงหายไปแค่เกือบอาทิตย์เอง

 ขอคอมเม้นหน่อยยยยยยย หายไปไหนกัน

รักน้าาาอย่าเพิ่งทิ้งตายงกับพี่เตนล์น้าา

#ฟิคมินิมาร์ท





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,460 ความคิดเห็น

  1. #2453 janlove-30331 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 22:14
    ไม่ปิดไม่ได้หรอ เขาจะสมหวังกันไหมอ่าาา
    #2,453
    0
  2. #2431 bubbybukkie (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 23:22
    แงง น้อง
    #2,431
    0
  3. #2387 IsIsara (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 15:10
    ดราม่าสุดๆ สงสารทั้งสองคนมาก ไม่รู้ว่าแทยงจะรู้เรื่องร้านมั้ย ;-; ฮือ เศร้า
    #2,387
    0
  4. #2349 kor_kod1 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 10:35
    เรื่องครบรสจิง ดราม่า แอคชั่น บู้ แฟนตาซี ผีต่างๆ ประวัติศาสตร์อีก5555555 สุดจิง5555
    #2,349
    0
  5. #2295 Dekd2108 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:27
    ร้องแล้ววววววงือออออ
    #2,295
    0
  6. #2276 JellyBeru (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 18:53
    น้ำตาไหลแล้วนะ
    #2,276
    0
  7. #2263 08207 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 03:04
    เหมือนขึ้นรถไฟเหาะ เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา อารมณ์สวิงจนหยุดไม่อยู่ เดี๋ยวสุขเดี๋ยวเศร้า เขาจะรักกันได้ยังไง ฮือออออออ
    #2,263
    0
  8. #2223 Nenakawaii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 11:47
    น้ำตาทะลักเหนือสิ่งอื่นใด;-;
    #2,223
    0
  9. #2213 vampiregun (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 01:38
    จะมีวิธีไหนฝห้ได้อยู่ด้วยกันไหม
    #2,213
    0
  10. #2197 lindylinda (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 04:48
    ร้องไห้แน้ว แง;—;
    #2,197
    0
  11. #2196 lindylinda (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 04:47
    ร้องไห้แน้ว แง;—;
    #2,196
    0
  12. #2138 seethenq (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 02:27
    ฮืออออ ไม่เอาาๆๆๆๆๆ
    #2,138
    0
  13. #2116 pvcrazy00 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 01:55
    เศร้าค่ะ รับไม่ได้
    #2,116
    0
  14. #2054 immadarkworld (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 23:24
    หือออออ อยากให้เขาได้อยู่ด้วยกันอ่ะ
    #2,054
    0
  15. #2035 xptinx (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 03:49
    ไม่นะ พิแทยงง เตนล์ ฮืออออ
    #2,035
    0
  16. #1993 SunnyWo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 20:19
    สงสารมาก ฮืออออออ คุณยาม่าต้องเปิดร้านให้ได้นะ;-;
    #1,993
    0
  17. #1962 pink-berryberry (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 12:29
    ทุกอย่างมันกำลังจะโอเค เค้าใจตรงกันแล้ว แต่ ฮืออออออออออ มินิมาร์ทดันปิด
    #1,962
    0
  18. #1902 exoticlover (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:53
    ฟิคนี้ไม่ปล่อยให้เราได้พักเลย พาร์ทก่อนเราก็ลุ้นจับโจรกันสุดติ่ง พาร์ทนี้ต้องมาลุ้นอีกว่าจะได้เจอกันเมื่อไหร่
    #1,902
    0
  19. #1873 himelinn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 09:04
    โอ้ยย ดราม่าเหลือเกิน ฮรือออ ไม่เอาา
    #1,873
    0
  20. #1854 minminwoo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 21:22
    งืออออ อย่าหายไปไหนจากกันนะ
    #1,854
    0
  21. #1707 chlex_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 20:01
    ปวดใจไปหมด หน่วงมากแต่น้ำตาไม่ไหล T_T รู้สึกอินตามเพราะถ้าเปรียบเทียบการที่เตนล์เศร้าที่มินิมาร์ทจะถูกปิด แทยงจะหายไป รีดๆอย่างพวกเราก็คงเศร้าถ้าฟิคจบอะไรทำนองนั้น อย่าหายไปไหนเลยนะแทยง T_T
    #1,707
    0
  22. #1695 aume (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 14:30
    งืออองานกราม่าก็มาา รู้สึกคิดถึงแทยงเหมือนกันน
    #1,695
    0
  23. #1671 peam-ff (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 09:13
    ไม่เอาแบบนี้สิ คุณยาม่าคะเปิดร้านเถอะT^T
    #1,671
    0
  24. #1552 pamlovely (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 22:06
    ไม่เอาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #1,552
    0
  25. #1466 wankrom (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 09:43
    อินมากเลย งื้ออออ
    #1,466
    0