เซียมซีเสี่ยงรัก [จบ]

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 เซียมซีเปลี่ยนชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    11 ต.ค. 59

                “เด็กคนนั้นอย่างไรเล่าที่โชคดีได้เป็นพระสนมจากการเสี่ยงโชคของฮ่องเต้” หนึ่งในนางกำนัลที่จับกลุ่มคุยกันอยู่พูดขึ้นขณะมองมายังหวิ๋นเสียนซึ่งกำลังเก็บข้าวของอยู่

              “จะเรียกว่าโชคดีก็ไม่ถูก ต้องบอกว่าโชคร้ายสุดๆเสียมากกว่า” นางกำนัลอีกคนพูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้าไปมา “ใครๆก็รู้ทั้งนั้นว่าการแต่งตั้งพระสนมคราวนี้มีไปทำไม”

              “นั่นสิๆ ถึงข้าจะอยากเป็นพระสนมบ้างแต่ถ้าให้ขึ้นมาเป็นแบบนางล่ะก็ข้าก็ไม่เอาหรอก” นางกำนัลตัวน้อยอีกคนตอบกลับ “ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชีวิตของนางในวังหลังต่อจากนี้ต้องลำบากมากแน่ๆ” หลังจากประโยคนี้ถูกพูดออกไปเหล่านางกำนัลที่จับกลุ่มคุยกันก็ได้แต่มองไปยังหวิ๋นเสียนด้วยสายตาเวทนาไม่ก็สมน้ำหน้านาง

              ใช่ว่าหวิ๋นเสียนจะไม่รับรู้ถึงสายตาเหล่านั้น นางได้แต่เก็บข้าวของๆตนเองต่อไปเพื่อไปหากงกงที่รออยู่ด้านนอกผู้ซึ่งพึ่งจะนำราชโองการจากฮ่องเต้มาช่วยชีวิตน้อยๆของนางที่กำลังจะดับไปเมื่อกี้ให้เห็นแสงสว่าง ก่อนที่จะตัดความหวังในการมีชีวิตอันแสนริบหรี่ของนางให้ดับลงอีกครั้ง ได้เป็นพระสนมถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่ว่าใครก็คงดีใจ แต่ได้เป็นพระสนมเพราะฮ่องเต้อยากเอาคืนลี่เฟยนี่สิมีกี่ชีวิตจึงจะพอกัน!

 

             ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นสองวัน

                ในวังหลังแบบนี้นั้นมีเพียงสองทางที่จะทำให้อยู่รอดได้คือการอ่อนน้อมถ่อมตนเชื่อฟังผู้มีอำนาจหรือเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายมากแผนการให้มากพอที่จะรักษาชีวิตของตนเองได้ แต่สำหรับนางกำนัลตัวเล็กๆในโรงซักล้างอย่าง หลาง หวิ๋นเสียน การจะมากด้วยแผนการคงจะเป็นไปได้ยากในเมื่อนางเป็นเพียงเด็กสาวตัวน้อยๆที่ใสซื่อบริสุทธิ์ก็เท่านั้น

                แต่ถึงแม้จะอ่อนน้อมถ่อมตนและเชื่อฟังผู้มีอำนาจมากเพียงใดก็ใช่ว่าจะมีชีวิตอยู่รอดอย่างสงบสุขได้ดูอย่างตัวนางสิ วันก่อนก็ถูกกูกูดุที่ทำชุดของฮองเฮาเลอะตอนซักล้างโชคดียิ่งนักที่ฮองเฮาทรงเป็นผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตาถึงจะทรงรู้เรื่องเข้าหลังจากแก้ชุดให้เหมือนเดิมเรียบร้อยก็ยังไม่ลงโทษอันใด วันก่อนหน้านั้นอีกก็โดนสั่งงดอาหารจากความผิดที่โดนเพื่อนในโรงซักล้างโบ้ยมา เดือนก่อนก็โดนลงโทษตัดเบี้ยเลี้ยงเพราะแอบเอาอาหารที่เหลือไปให้แมวที่บังเอิญเจอก็เท่านั้น แล้วยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมาย

                ความโชคร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้หวิ๋นเสียนอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ แค่งานในโรงซักล้างก็หนักหนามากพออยู่แล้ว เหตุใดสวรรค์ต้องส่งเรื่องวุ่นวายมาให้นางเพิ่มด้วยกัน หวิ๋นเสียนได้แต่คิดอย่างน้อยใจในขณะที่นั่งซักล้างผ้าผืนงามในมือซึ่งเป็นงานที่พึ่งถูกโยนมาให้เมื่อเช้าอย่างเหม่อลอย

   แคว่ก!

         เสียงขาดของผ้าที่ดังขึ้นทำให้ผู้ที่อยู่ข้างๆต้องรีบหันมามองด้วยความตกใจ

                “หวิ๋นเสียน เจ้าทำอะไรลงไปกัน! ปิ่นเล่ออีกหนึ่งนางกำนัลตัวเล็กๆในโรงซักล้างพูดขึ้นพร้อมกับเขย่าตัวเพื่อนสนิทตรงหน้าที่ดูเหมือนจะยังคงมีท่าทางเหม่อลอย

                หลังจากโดนเขย่าไปหลายทีในที่สุดหวิ๋นเสียนก็ค่อยๆก้มลงมองรอยขาดเล็กๆของผ้าที่อยู่ในมือตนก่อนจะเงยหน้าที่มีน้ำตาคลออยู่ขึ้นช้าๆมองเพื่อนรักที่อยู่ตรงหน้า “ปิ่นเอ๋อ ข้า ข้าจะทำยังไงดี”

                “ข้า ข้าจะไปรู้เหรอ” ปิ่นเล่อตอบด้วยท่าทางร้อนรนก่อนจะพูดต่ออย่างจนปัญญาว่า “จะทำอย่างไรดีเล่าแบบนี้ต้องถูกจางกูกูลงโทษหนักอีกแน่ๆ หรือบางทีอาจจะแย่กว่านั้น”

                พอได้ยินดังนั้นหวิ๋นเสียนก็แทบจะทรุดลงไปปล่อยให้น้ำตาไหลรินอาบสองข้างแก้มพร้อมกับพูดออกมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า “ทำไมข้าต้องเป็นคนที่ถูกลงโทษด้วยกันนี่ไม่ใช่งานของข้าแท้ๆ” ปิ่นเล่อเมื่อเห็นสภาพน่าเวทนาของเพื่อนรักตรงหน้าก็ได้แต่ดึงนางเข้ามากอดไว้พร้อมกับพูดปลอบใจว่า “ข้ารู้ว่ามันไม่ยุติธรรม แต่พวกเราก็เป็นแค่นางกำนัลตัวเล็กๆจะไปมีสิทธิ์พูดสิ่งใดได้กัน”

    “อีกอย่างผ้านี่ก็เป็นของที่ตำหนักรักนิรันดร์ส่งมาเสียด้วย” เมื่อคำพูดประโยคนี้ออกมาจากปากของปิ่นเล่อ หวิ๋นเสียนก็ได้แต่ใจหายวาบ นางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนขอบเหวและกำลังจะร่วงลงไปยิ่งนัก

    ผ้าผืนนี้ที่หวิ๋นเสียนต้องซักนั้นเป็นผ้าแพรบางงดงามจับตาที่แค่ดูก็รู้ว่ามันมีราคามากมายมหาศาลเพียงใด แต่ราคาของมันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกกลัวจับใจ แท้จริงแล้วเจ้าของผ้าผืนนี้ต่างหากเล่าที่ทำให้นางกลัว

   ในเมื่อผ้าแพรงามผืนนี้มาจากตำหนักรักนิรันดร์นั่นแปลว่าผู้ที่เป็นเจ้าของผ้าผืนนี้ก็คือลี่เฟย พระสนมตำแหน่งเฟยผู้เดียวในวังหลังผู้เป็นที่โปรดปรานเหนือผู้ใดในระยะเวลาหลายปีนี้พระนางแทบจะมีอำนาจมากกว่าฮองเฮาเลยด้วยซ้ำ ใครๆก็กล่าวว่าหากพระนางทรงสนใจในอำนาจสักนิดตำแหน่งฮองเฮาก็คงถูกเปลี่ยนไปนานแล้ว นอกจากนั้นลี่เฟยยังทั้งอ่อนหวานงดงาม แล้วยังเก่งทั้งการขับร้อง ร่ายรำ โคลงกลอน กล่าวได้ว่าสตรีที่เพรียบพร้อมกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว ฮ่องเต้เองก็รักและเอ็นดูลี่เฟยยิ่งนักเรื่องราวความรักของทั้งคู่นั้นไม่คงไม่มีใครในเมืองหลวงที่จะไม่รู้ ถึงขนาดทำให้ฮ่องเต้โดนขนานนามว่าเป็นฮ่องเต้ที่โง่งมจมอยู่กับความรักจนโดนเหล่าขุนนางทักท้วงก็ไม่ยังไม่อาจทำให้พระองค์ทรงสนพระทัยได้เลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ไม่นานมานี้ลี่เฟยจะงอนฮ่องเต้และไม่ยอมให้พระองค์เข้าพบเพียงใด ฮ่องเต้ก็ยังทรงไม่ลงโทษหรือกล่าวว่านางใดๆเลยแม้แต่น้อยถึงขนาดยังทรงยอมเป็นฝ่ายตามง้อนางเลยเสียด้วยซ้ำ

    แล้วข้าเล่าเป็นใคร ข้าเป็นเพียงนางกำนัลในโรงซักล้างตัวเล็กๆจะไปทำสิ่งใดได้กันวันนี้ข้าเลินเล่อทำผ้าแพรอันสูงค่าเกินกว่าจะหาใดเปรียบได้ขาดแบบนี้ พรุ่งนี้ข้าก็คงไม่มีชีวิตให้อยู่ต่อแล้ว หวิ๋นเสียนได้แต่คิดอย่างสิ้นหวังกับชีวิตของตนเอง

                เมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดลงเรื่อยๆของเพื่อนรักตรงหน้าปิ่นเล่อก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนจะเค้นสมองคิดหาทางแล้วพูดขึ้นว่า “ยังไงก็ลองหาทางแก้กันดูก่อนแล้วกัน ฝีมือเย็บปักของเจ้าดีอยู่มากลองแก้ส่วนที่ขาดได้หรือไม่” ปิ่นเล่อจำได้ว่าเพื่อนรักตรงหน้านี้แม้จะซุ่มซ่ามหรือชอบเหม่อลอยไปบ้างแต่ฝีมือการเย็บปักของนางก็ดียิ่งนักเพราะเคยได้รับการสอนมาจากกูกูที่นางเคยช่วยชีวิตไว้ ทำให้บางทีการจะซ่อมแซมรอยขาดเล็กๆเพียงนี้อาจจะเป็นไปได้ก็ได้

                หวิ๋นเสียนเมื่อได้เห็นทางออกก็ตาเป็นประกายขึ้นมาแวบหนึ่งทันที ก่อนจะกลับไปทำหน้าเศร้าหมองอีกครั้งเมื่อมองผ้าแพรผืนบางที่มีลวดลายประณีตในมือแล้วตอบกลับไปเสียงเบา “ข้าไม่มั่นใจแต่จะลองดู” 

   วันถัดมาหวิ๋นเสียนขังตัวเองอยู่ในห้องทั้งวันเพื่อซ่อมแซมรอยขาดเล็กๆบนผ้าแพรผืนงาน ในขณะที่ปิ่นเล่อแสร้งบอกผู้อื่นว่าหวิ๋นเสียนท้องเสียหนักออกมาไม่ไหวนางจึงรับงานทั้งหมดไปทำแทนเอง ระหว่างที่ซักผ้าส่วนของหวิ๋นเสียนอยู่นั้นปิ่นเล่อก็ได้ยินเหล่านางกำนัลกำลังคุยกันถึงเรื่องที่ฮ่องเต้ตามง้อลี่เฟยอยู่ ว่ากันว่าฮ่องเต้ตามง้อลี่เฟยอยู่เกือบอาทิตย์ก็ยังไม่สำเร็จพระองค์จึงหมดความอดทนคิดจะแต่งตั้งนางสนมขึ้นมาประชดลี่เฟยแทน เนื่องจากพระองค์เคยสัญญากับลี่เฟยไว้ว่าจะไม่รับสนมใดอีก แต่เพราะจู่ๆฮ่องเต้ก็คิดจะแต่งตั้งสนมขึ้นทันทีทำให้ฮองเฮาถึงกับต้องปวดเศียรเวียนเกล้าไม่รู้จะทำอย่างไรดี เนื่องจากการเตรียมงานคัดเลือกสนมแต่ละครั้งต้องใช้เวลาทั้งยังต้องคัดเลือกหญิงสาวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมการคัดเลือกก็ต้องทำให้โปร่งใสเท่าเทียม เมื่อได้ฟังเรื่องนี้ถึงกับทำให้ฮ้องเต้กริ้วหนัก สุดท้ายพระองค์จึงตรัสขึ้นมาว่าให้เลือกจากเหล่านางกำนัลในวังเอาถ้าฮองเฮายังกลัวว่าจะเกิดการไม่เท่าเทียมกันอีกก็ให้ทำรายชื่อนางกำนัลมาให้เขาจับเหมือนเสี่ยงเซียมซีเอาแล้วกัน พระสนมที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อเอาคืนลี่เฟยแบบนี้แค่ดูก็รู้ว่าชีวิตไม่รุ่งและตอนจบคงไม่สวยงามแน่ๆ ทำให้เหล่านางกำนัลทั้งหลายในวังได้แต่ภาวนาขอให้ฮ่องเต้อย่าจับได้ชื่อตนเองเป็นพอ

             “ปิ่นเอ๋อๆ ข้าทำเสร็จแล้ว” ระหว่างที่ปิ่นเล่อกำลังนึกอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั่นเองหวิ๋นเสียนก็รีบร้อนวิ่งเข้ามาหานาง ก่อนจะลากนางเข้าไปในห้องอย่างเร่งรีบแล้วหยิบผ้าแพรผืนงามมาให้นางดูพร้อมกับถามขึ้นว่า “เจ้าว่ามันเป็นยังไงบ้าง”

             หลังจากมองดูสักพักและพบว่ารอยขาดนั้นถูกต่อจนดูไม่ออกแล้วปิ่นเล่อก็พูดขึ้นด้วยดวงตาเป็นประกายว่า “ดี ข้าว่ามันดีมากเลยทีนี้เราก็รีบเอาไปคืนให้จางกูกูกัน” พอได้ยินดังนั้นหวิ๋นเสียนก็ดีใจยิ่งนักก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบเร่งออกจากห้องไป

 

             ขณะเดียวกันหน้าห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้ มู่กงกงผู้ซึ่งเป็นขันทีคนสนิทคอยรับใช้ข้างกายฮ่องเต้ได้แต่ต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้าเมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายของเหล่าขันทีที่เฝ้าอยู่หน้าห้อง ด้านหลังของมู่กงกงนั้นมีสิ่งของขนาดใหญ่ซึ่งถูกผ้าคลุมไว้อยู่ถูกแบกไว้โดยขันทีหลายคน เมื่อมู่กงกงเดินไปถึงหน้าประตูเหล่าขันทีน้อยก็รีบเข้ามารุมล้อมทันที

             “มู่กงกงวันนี้ดูท่าฝ่าบาทจะอารมณ์ไม่ดีอีกแล้ว” หนึ่งในขันทีน้อยที่ยืนเฝ้าหน้าห้องทรงพระอักษรแอบกระซิบบอกกงกงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พอได้ยินดังนั้นคิ้วของมู่กงกงก็พลันขมวดขึ้นเล็กน้อยก่อนจะถามกลับไปว่า “ลี่เฟยยังไม่ยอมมาพบพระองค์อีกเรอะ”

             เหล่าขันทีน้อยพร้อมใจกันพยักหน้าก่อนจะถามมู่กงกงด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลว่า “มู่กงกงแบบนี้พวกเราควรทำเช่นไรดี” การที่ฮ่องเต้อารมณ์ไม่ดีนั้นสำหรับพวกเขาแล้วนับว่าเป็นเรื่องลำบากนัก ด้วยไม่รู้ว่าเมื่อใดที่ฮ่องเต้จะทรงกริ้วในสิ่งเล็กๆน้อยๆที่พวกเขาทำแล้วสั่งลงโทษพวกเขาเพื่อระบายความกริ้วของพระองค์แทน

มู่กงกงคอยรับใช้ข้างกายฮ่องเต้มานานจึงเข้าใจความกังวลของขันทีน้อยเหล่านี้ดี แต่ยิ่งคิดเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจแล้วหันไปพูดกับกลุ่มขันทีน้อยเหล่านั้นว่า “ก็ได้แต่ต้องรอให้ฝ่าบาทเย็นพระทัยลงเอง”

“มู่กงกง อยู่ด้านนอกรึเปล่า!” เสียงอันโกรธเกรี้ยวของฮ่องเต้ดังออกมาจากในห้อง เมื่อได้ยินฮ่องเต้เรียกมู่กงกงจึงค่อยๆเดินเข้าไปในห้องทรงพระอักษรด้วยท่าทางสงบแตกต่างจากเหล่าขันทีน้อยเมื่อกี้ที่ต่างตกใจเสียงอันดังของฮ่องเต้จนพากันขวัญกระเจิง

ทันทีที่เดินเข้ามานั้นภาพที่มู่กงกงเห็นคือฮ่องเต้หนุ่มใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาในชุดสีทองอร่ามกำลังขมวดคิ้วมุ่นจ้องมาทางเขาอย่างไม่สบอารมณ์ มือข้างที่ถือถ้วยชานั้นสั่นระริกแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่ไม่มั่นคงเท่าใดนักได้อย่างชัดเจน

             “สิ่งที่เราสั่งไปเสร็จแล้วรึยัง” ฮ่องเต้หนุ่มถามขึ้น เมื่อได้ยินดังนั้นมู่กงกงจึงค้อมตัวลงและตอบกลับว่า“เรียบร้อยตามที่ฝ่าบาทต้องการแล้วพะยะค่ะ” คำตอบนั้นทำให้ฮ่องเต้พอใจอยู่ไม่น้อย

“ดีงั้นก็เอามันเข้ามา” สิ้นคำสั่งมู่กงกงก็เรียกเหล่าขันทีที่เตรียมพร้อมยืนรออยู่ด้านหน้าให้เข้ามาก่อนที่ขันทีเหล่านั้นจะช่วยกันขนสิ่งของขนาดใหญ่ที่ถูกผ้าคลุมไว้เข้ามาวางในห้องแล้วเดินออกไป

เมื่อมู่กงกงดึงผ้าออกจึงทำให้เห็นของที่อยู่ภายในได้อย่างชัดเจน ของสิ่งนี้มีรูปทรงกระบอกขนาดใหญ่ที่บรรจุป้ายไม้มากมายนับไม่ถ้วนไว้ด้านใน นี่ก็คือเซียมซีขนาดยักที่บรรจุชื่อของนางกำนัลที่มีอายุเหมาะสมแก่การแต่งตั้งเป็นสนมได้ไว้ เนื่องจากฮ่องเต้ต้องการของสิ่งนี้โดยเร็วทำให้มีเวลาคัดได้เพียงแค่อายุของนางกำนัลเท่านั้นเรื่องหน้าตาหรือประวัติของนางกำนัลแต่ละคนนั้นจึงไม่ต้องพูดถึง นี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการคัดเลือกพระสนมที่แหกกฏมากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้

แต่จะเรียกว่าขัดกฏได้อย่างไรเล่าในเมื่อฮ่องเต้คือโอรสสวรรค์และเป็นกฏของทุกสิ่งมิใช่หรือ มู่กงกงได้แต่คิดในใจขณะมองฮ่องเต้หยิบแผ่นไม้แผ่นหนึ่งออกมาอย่างไม่แยแสนัก

             “ไปตามตัวนางมาแล้วถ่ายทอดราชโองการของเราซะ” ฮ่องเต้หันมาพูดกับมู่กงกงก่อนจะส่งแผ่นไม้ที่ตนเลือกให้ มู่กงกงรับคำสั่งแต่โดยดีก่อนออกจากห้องทรงพระอักษรมาเขายังได้ยินฮ่องเต้เอ่ยกำชับอีกว่า “จำเอาไว้ราชโองการนี้ต้องให้รู้ทั่วทั้งวังหลังยิ่งไวเท่าไหร่ยิ่งดี”

              ฝ่าบาทหนอฝ่าบาท ท่านจะทรงทำตัวเป็นเด็กๆเอาคืนยอดดวงใจไปทำไมกัน พระองค์ทรงไม่รู้รึว่าการทำเช่นนี้นั้นนอกจากจะทำให้พระสนมทรงโปรดของพระองค์อาจจะเกิดอาการโกรธออกมาแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในวังหลังเพราะความไม่พอใจของเหล่าพระสนมได้ด้วยกัน


            หวิ๋นเสียนที่นำผ้าแพรมาส่งมอบให้จางกูกูนั้นได้แต่ยืนก้มหน้าด้วยใจลุ้นระทึกหวังว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็นรอยขาดของผ้าแม้แต่น้อย

“หวิ๋นเสียนงวดนี้เจ้าทำงานได้ดีมาก” จางกูกูพูดขึ้นหลังจากพิจารณาผ้าแพรเป็นอย่างดี คำตอบนั้นทำให้หวิ๋นเสียนได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาเล็กน้อย “ขอบคุณกูกูที่ชม”

             แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอจางกูกูก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “เพียงแต่ดูเหมือนมันจะยังมีข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆนี่สิ” ก่อนจะมองมาที่หวิ๋นเสียนด้วยสายตาคมกริบแล้วถามขึ้นเสียงดังว่า  “ข้าได้ยินว่าเจ้าเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องทั้งวันทั้งคืนไม่ออกมาทำงาน ตอบข้ามาสิเจ้าทำอะไร”

             หวิ๋นเสียนตกใจจนตัวสั่นรีบตอบไปตามที่ปิ่นเล่อบอกคนอื่นไว้ว่า “ข้า ข้าท้องเสียจึงออกไปไหนไม่ไหว”

             “โกหก! จางกูกูพูดขึ้นเสียงดัง “ข้ารู้นะว่าเจ้าทำผ้าผืนนี้ขาดแล้วแอบเย็บกลับเข้าไปใหม่เจ้าช่างใจกล้ายิ่งนักคิดว่าเจ้าของผ้าผืนนี้คือผู้ใดกัน” คำพูดนั้นทำให้ใจของหวิ๋นเสียนถึงกับหล่นลงไปตาตุ่ม ปิ่นเล่อที่ยืนอยู่ข้างๆนางเองก็หวาดกลัวไม่แพ้กัน

             “เด็กๆ ลากนางไปโบยจนกว่าข้าจะสั่งหยุด” จางกูกูสั่งให้เหล่านางกำนัลที่ต่างมาล้อมดูกันอยู่นั้นลากหวิ๋นเสียนออกไป ทันทีที่หวิ๋นเสียนโดนจับลากออกไปนั้นนางก็พยายามดิ้นรนขัดขืนตะโกนร้องขอความเมตตา

“กูกูอย่าทำโทษข้าเลย กูกู” หวิ๋นเสียนขอร้องทั้งน้ำตาปิ่นเล่อเองก็พยายามช่วยนางอย่างสุดความสามารถแต่ก็ถูกเหล่านางกำนัลจับตัวไว้ไม่ให้เข้าไปช่วยหวิ๋นเสียนได้อีก หวิ๋นเสียนสิ้นหวังยิ่งนักนางไม่เข้าใจว่าทำไมจางกูกูมักจะชอบหาเรื่องทำโทษนางเสมอตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่

“พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ!!” ก่อนที่หวิ๋นเสียนจะถูกโบยนั่นเองก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้น เมื่อมองไปก็เห็นฝางกูกูเดินมาพร้อมกับกงกงแหละขันทีมากมาย

“คนไหน” กงกงที่เดินนำหน้านั้นหันไปถามฝางกูกูด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์เมื่อเจอเรื่องวุ่นวาย ฝางกูกูรีบตอบพร้อมกับชี้มาทางหวิ๋นเสียน “คนนี้เจ้าค่ะๆ” ทำให้หวิ๋นเสียนได้แต่มองไปที่ทั้งคู่อย่างไม่เข้าใจ

             “คนนี้น่ะรึนางกำนัลที่ชื่อ หลาง หวิ๋นเสียน” กงกงท่านนั้นถามขึ้นอีกครั้งหลังจากมองหวิ๋นเสียนที่อยู่ในสภาพชุดยับยู่ยี่ผมเผ้ายุ่งเหยิงหน้าตาเปรอะเปรื้อนไปด้วยน้ำต้าด้วยสีหน้าเหยเก

             “ใช่แล้วเจ้าค่ะ มู่กงกง” ฝางกูกูรีบพยักหน้าตอบอีกครั้ง เมื่อเห็นดังนั้นกงกงท่านนั้นจึงดึงม้วนผ้าสีทองอร่ามออกมาแล้วประกาศขึ้นว่า “นางกำนัล หลาง หวิ๋นเสียน รับราชโองการ”

หวิ๋นเสียนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะด้วยไม่เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นางพึมพำขึ้นมาราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “ระ ราชโองการ”

“ยืนบื้ออะไรอยู่เล่ารีบคุกเข่ารับราชโองการสิ” ฝางกูกูที่เห็นหวิ๋นเสียนนิ่งเฉยรีบหันมาตินางเล็กน้อย ทำให้หวิ๋นเสียนรีบทำตามแต่โดยดี

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าคุกเข่าลงแล้วกงกงท่านนั้นจึงประกาศราชโองการออกมาเสียงดังว่า “นางกำนัล หลาง หวิ๋นเสียน เต็มเปี่ยมไปด้วยโชควาสนา นับว่ามีคุณูปการใหญ่หลวง ได้รับพระเมตตาจากฮ่องเต้แต่งตั้งให้เป็นพระสนม ดำรงตำแหน่งไฉเหริน เข้าพักที่ตำหนักรุ่งรวี จบราชโองการ”

“หวิ๋นเสียนรีบขอบพระทัยเสียสิ” ฝางกูกูรีบสะกิดหวิ๋นเสียนที่นิ่งอึ้งไปแล้วอีกครั้ง

“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี" เมื่อพูดจบหวิ๋นเสียนก็รับราชโองการมา 

ในใจของนางนั้นส่วนหนึ่งก็รู้สึกดีใจที่รอดพ้นจากการอาจถูกโบยตีจนตาย ส่วนหนึ่งก็แปลกใจว่าทำไมจู่ๆตนเองถึงถูกแต่งตั้งเป็นพระสนมขึ้นมา และอีกส่วนหนึ่งก็ได้แต่ไม่เข้าใจสายตาเวทนาและสมน้ำหน้าที่คนรอบข้างส่งมาให้นาง




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,262 ความคิดเห็น

  1. #2258 _DARKGHOST_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 13:33
    ควรดีใจหรือเสียใจที่ได้เป็นพระสนมเนี่ยยยยยยยย
    #2,258
    0
  2. #2206 9namfon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 13:44
    หวินเอ๋อ
    #2,206
    0
  3. #1988 nuaumniim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 23:05
    ฟีลคงจะแบบอ้าวอยู่ๆจะมีผัว
    #1,988
    0
  4. #1851 Asahi_san (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 00:47
    เชรดดดดได้สามีแบบงงๆซะงั้นนนน ป๊าดดด ร้องไห้แทนดีไหมเนี่ยยย ได้เป็นสนมเพราะเหตุผลไร้สาระขนาดนี้!
    #1,851
    0
  5. #1255 Flint (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 21:39
    สนมเฉยๆใช่ไหมยังไง.. ขั้นต่ำเกือบสุดรึเปล่าคะไฉเหริน พระสนมนี่พวกขั้นเฟยหรือยังไง อ่านหลายเรื่องงงแล้ว5555
    #1,255
    2
    • #1255-2 Mmywh (จากตอนที่ 1)
      29 มิถุนายน 2559 / 15:55
      ขอตอบเเทนได้ไหมคะ ? 55555 ไฉเหรินเป็นสนมขั้น5 ไม่ใช่ต่ำสุดค่ะ เเต่เป็นตำเเหน่งที่ทุกคนที่เข้ามาเป็นสนมจะได้ตำเเหน่งนี้ ขั้น8คือต่ำสุด ไฉหนวี่ ส่วนมากคนที่จะได้ตำเเหน่งนี้ที่เราเคยอ่านมา ก็จะเป็นสนมที่ทำผิด จะถูกลดเป็นไฉหนวี่เเล้วเข้าตำหนักเย็น
      #1255-2
  6. #513 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 20:52
    ติดตามคะ
    #513
    0
  7. #408 เมมฟิส (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 11:29
    ฮองเต้มีสนมที่รักมากกกกกกกกก... อยู่แล้ว     หวิ๋นเสียนทำไง    สงสารหวิ๋นเสียน
    #408
    0
  8. #226 sonsawan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 20:14
    เป็นนิยายแนวจีนน่ะ ชื่อก็จีนนะ แต่ทำไมมมมมมมมม กันหน๊าาาาา ชื่อตำหนักถึงเป็นไทยน่ะ 😣😀 ฉันไม่เข้าใจเลยยยย 5555+ (อ่านเสียงแบบพากษ์การ์ตูนน่ะ)
    #226
    0
  9. #2 Arreya Kalapan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 21:45
    น่าติดตามมากๆฮะ เอาใจช่วยนะฮะ/////
    #2
    0