CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 62 : [[,,,Chapter 47,,,]] Beast [100% + Unverified]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ก.ค. 57

47

Beast

            เหตุการณ์ที่อากิระได้พบกับเซนเมื่อ 3 ปีก่อน...
            จุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนชีวิตทั้งสองไปตลอดกาล...

“อายุยังไม่ถึง 18 ขับรถมาโรงเรียนเองนี่ผิดกฎหมายไทยไม่ใช่เหรอ?” เสียงอู้อี้ของคนที่นั่งที่เบาะข้างคนขับพูดขึ้นเบา ๆ นัยน์สีนิลเข้มปรือมองคนข้าง ๆ ด้วยท่าทางอยากแหย่ เด็กหนุ่มละมือจากตุ๊กตาหมีสีนวลที่เอามากอดเป็นหมอนอิงบนรถออกก่อนจะขยี้ตาแล้วหาวน้อย ๆ

            “อยากโดนเตะลงรถก็ไม่บอก” น้ำเสียงที่แทบจะเหมือนกันกับต้นเสียงหันมาถาม นัยน์ตาตี่เล็กกว่าของคนขับปรายมองเด็กหนุ่มก่อนจะยิ้มออกมาแล้วตอบด้วยใบหน้าตาย “นายมันอยู่แต่ในบ้านใหญ่ของย่ามาจนโต มีคนคอยโอ๋เอาใจนายเลยไม่รู้ว่าด้านนอกน่ะมันโหดร้ายและไม่เท่าเทียมกันเสมอไป”

            “ยังไงเหรออากิระ?”

            “ก็... ถ้าสมมติว่ามีตำรวจมาจับเพราะฉันไม่มีใบขับขี่ ยังไงก็เอาผิดฉันไม่ได้เพราะว่าบ้านเรารวยไง เส้นคุณแม่ใหญ่ทำอะไรก็ไม่ผิดหรอก”

            คนเป็นน้องชายนั่งฟังพลางคิดภาพตาม อาชิตะมองออกไปนอกหน้าต่างแบบเหม่อลอย ทัศนียภาพด้านนอกไม่โสภาเท่าใดนักเพราะเป็นเพียงตรอกเล็ก ๆ ที่เป็นทางสัญจรหลบเลี่ยงรถติดในเขตชานเมือง ตึกรามบ้านช่องบางหลังเก่าคร่ำครึและซอมซ่อเกินกว่าเรือนคนใช้ในคฤหาสน์จนเด็กหนุ่มวัยย่างสิบแปดปีรู้สึกสงสัยว่าพวกเขาอยู่กันไปได้อย่างไร

            “แล้วถ้าเป็นคนจนล่ะ?”

            “ก็โดนตำรวจจับไง นายไม่เคยดูละครน้ำเน่าเหรอ? แบบนั้นแหละ... ใช่เลย” ผู้เป็นพี่ชายอธิบายต่อ อากิระรู้ดีว่าน้องชายที่เพิ่งกลับมาอยู่ที่ไทยนั้นไม่เข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างกับชีวิตที่นี่ต่างกับเขาที่กลายเป็นเด็กเจนโลกไปเสียแล้ว

อาชิตะได้ฟังก็ส่ายหน้าน้อย ๆ ชายหนุ่มยกมือเกาศีรษะเบา ๆ ก่อนปิดปากหาว ทว่าท่าทางนั้นกลับดูน่าหมั่นไส้ในสายตาของอีกฝ่าย 

“เสร็จฉันล่ะ!

            มือไวกว่าของคนเป็นพี่ฉกตุ๊กตาในมืออีกฝ่ายไปด้วยท่าทางคึกคะนอง อากิระละสายตาจากทางด้านหน้ามาหัวเราะใส่น้องชายฝาแฝดเสียงดังจนรถเก๋งที่ทั้งสองนั่งมาด้วยกันขับส่ายไปมาโดยที่เขาไม่ทันได้รู้ตัวเลย

            “จะบ้าเหรอ! นายขับรถอยู่นะ!

            อาชิตะตะคอกใส่ฝาแฝดตัวเองหวังเตือนสติแต่เหมือนจะไม่ทันเมื่อรถคันนั้นกำลังพุ่งตรงไปที่เด็กสาวที่เดินอยู่ข้างถนน

            เอี๊ยด !

            เสียงเบรกของรถดังลั่นพร้อมรอยยาวที่ลากไปตามถนนท่ามกลางความตกใจ Porche panamera สีขาวนวลสวยหยุดนิ่งหน้าเด็กสาวคนนั้นท่ามกลางความตกใจของพี่น้องฝาแฝด

            อาชิตะหลับตาปี๋ด้วยความตกใจก่อนจะค่อย ๆ เบิกตามองอีกครั้ง ลมหายใจหอบรินรดออกจากร่างเพราะความตกใจเช่นเดียวกับอากิระที่บีบพวงมาลัยเอาไว้แน่น

            “มะ มีใครเป็นอะไรไหม!” แฝดน้องถามเสียงหอบ

            “ไม่รู้! ฉันลงไปดูเอง นายนั่งนิ่ง ๆ นี่แหละ”

            คนก่อเรื่องหันมาสั่ง อากิระลงจากรถไปด้วยท่าทางรีบร้อนพร้อมกับประตูที่ถูกปิดลงเสียงดัง ด้านนอกรถไม่มีอะไรเสียหายนอกจากพื้นถนนที่มีรอยเบรกเป็นทางยาว ยานพาหนะหรูในชื่อของคุณหญิงอารดายังอยู่ดีต่างกับเด็กสาวอายุอ่อนกว่าเขาประมาณ 3 – 4 ปีที่ทรุดนั่งตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            “ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่?”

            น้ำเสียงเย็นเยือกพูดขึ้นเบา ๆ อากิระปรายตามองเนื้อตัวอันสกปรกเปื้อนฝุ่นดินของเธอด้วยแววตาสมเพช เขารู้ว่าเธอคนนี้ไม่ได้ถูกชนอย่างแน่นอนแล้วในไม่ช้าคนจนที่สกปรกนี้ก็คงใช้น้ำตาเพื่อเรียกร้องเงินปลอบขวัญจากเขา

            “...” เธอยังคงร้องไห้ น้ำตานั้นไหลรินเป็นสายจากพวงแก้มเปื้อนดินฝุ่นจนคนที่สั่งให้รอนิ่ง ๆ บนรถอดรนทนไม่ได้

            “ขอโทษจริง ๆ นะ เป็นอะไรหรือเปล่า”

            เป็นอาชิตะที่เดินเข้าไปปลอบ สายตาเป็นห่วงเป็นใยนั้นไม่มีการเสแสร้งใด ๆ ในขณะที่เขาค่อย ๆ พยุงให้เธอลุกขึ้นช้า ๆ

            “พี่ขอโทษนะครับ ไม่เป็นไรใช่ไหม... ให้พาไปหาหมอไหมครับ”

            เด็กหญิงคนนั้นยังคงร้องไห้แล้วส่ายหน้าเชิงจะบอกปฏิเสธแต่เหมือนจะไม่เป็นผลเมื่อชายหนุ่มยังคงมีอาการเป็นห่วงเป็นใย

            “ไปได้แล้วอาชิตะ ฉันมีนัดซ้อมตอนสิบโมงนี้แล้ว”

            แฝดพี่สั่ง อากิระเปิดกระเป๋าเงินใบหนาออกมานับธนบัตรใบละพันสามถึงสี่ใบแล้วส่งให้กับเด็กหญิงเชิงจะบอกให้รีบ ๆ ไปเป็นนัย

            แต่ในตอนนั้นเอง

            “ทราย! เสียงของใครบางคนดังขึ้นข้างหลัง อากิระเงยหน้ามองเจ้าของเสียงอย่างแปลกใจก่อนจะเบิกตาตี่เล็กนั้นมองคนตรงหน้าที่โผเข้ากอดเด็กหญิง

            “ขับรถแบบนี้ทุเรศไปไหมวะ” เขาตะโกนก้อง มือใหญ่ผลักอาชิตะที่ประคองเด็กหญิงให้ออกห่างจนร่างเล็กกว่านั้นเสียหลักล้มนั่งลงกับพื้น นัยน์ตาคมปราดมองอีกฝ่ายซึ่งแต่งตัวดีทั้งเป็นชุดลำลองแล้วอดโกรธแค้นไม่ได้

            “ทำไมคนรวยมันนิสัยแบบนี้กันหมด!” เขาตวาดพลางกระชากคอเสื้อหวังต่อยในขณะที่กลุ่มไทยมุงมากมายต่างวิ่งออมาดูกันอย่างแน่นขนัดราวไล่แจกของก็ไม่ปาน

            จำเลยของชาวบ้านกลายเป็นเด็กหนุ่มผมสีดำที่นั่งหน้าซีดเพราะถูกหาเรื่องในขณะที่อากิระรุดเข้ามาปัดมือนั้นออกแล้วยืนขวาง

            “...ก็เห็นนี่ว่าไม่ได้ชน”

“แต่ขับรถแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน! ถ้าเกิดว่ามันเบรกไม่ทันแล้วน้องสาวฉันเป็นอะไรไป แกจะมีสิทธิ์มาพูดดีแบบนี้ได้อีกเหรอ!” ชายคนนั้นยังคงตะคอกไม่พอใจ นัยน์ตาเข้มคมของเขาจ้องลึกสบประสานกับอากิระอย่างไม่กลัวเกรง

“ฉันต่างหากที่เป็นคนขับ แล้วไอ้ท่าทางเหมือนคนไร้การศึกษาเมื่อกี้ฉันก็แจ้งความกลับได้ว่านายจะทำร้ายน้องชายฉัน”

“แกนี่มัน...”

“รู้หรือเปล่าว่าพวกเราลูกใคร?” คำถามเด็ดถูกยิงจากปากของชายหนุ่ม อากิระชายตามองชาวบ้านจน ๆ ท่าทางสกปรกที่มองเขาแบบไม่พอใจด้วยท่าทีเหยียด

“...อากิระ” คนเป็นน้องเรียกเตือนสติแต่กลับถูกดุด้วยสายตาพาลโกรธ ชายหนุ่มยิ้มเหยียดหยามมองคนตรงหน้าต่อแบบไม่กลัวเกรงพลางพูดต่อเพื่อยื่นข้อเสนอ “จะรับเงินนี่แล้วหุบปากไปหรืออยากมีเรื่องก็ว่ามา”

“...” ชายหนุ่มนิ่งงัน เขารู้ดีว่าการมีเรื่องกับคนแบบนี้ย่อมมีแต่เสียกับเสีย ต่อให้ฟ้องร้องโดยมีทนายฝีมือดีก็ใช่ว่าจะเอาชนะเส้นสายได้ รถเก๋งคันสวยของคู่กรณีป้ายแดงสดและดูไม่เหมือนรถที่มีขายทั่วไปจนไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคาของมันคงไม่ใช่ระดับคนธรรมดาจะซื้อใช้กัน

ยิ่งโดยเฉพาะเด็กหนุ่มรุ่น ๆ อายุห่างจากเขาไม่มากด้วยแล้ว

และแม้จะอายุเท่า ๆ กัน หากแต่ต้นทุนชีวิตนั้นกลับแตกต่างจนเขาทำอะไรทั้งสองไม่ได้ เซนเหลือบมองใบหน้าของอีกฝ่ายและน้องชายที่ยังคงดูมีอาการเหนื่อย

เห็นคนดูสำออยขี้โรคแบบนี้แล้วช่างชวนให้เขานึกถึง...

“...ห้าพันคงพอ” อากิระพูดแทรกตัดบท เด็กหนุ่มยื่นเงินส่งให้เซนด้วยรอยยิ้มร้ายในขณะที่เขาค่อย ๆ หันไปปลอบขวัญน้องชายตัวเอง

ฝาแฝดคู่นี้ดูน่ารังเกียจยิ่งนักในความคิดชายหนุ่ม น้องชายตนเองอย่างมากก็แค่ตกใจจากเหตุการณ์ตรงหน้าแต่กลับส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใยจนน่าเกลียดต่างจากน้องสาวเขาที่ยังอายุน้อยแล้วเสียขวัญเป็นอย่างมาก

นี่สินะ... ความคิดของคนรวย...

คนที่รวย... คือคนที่มีค่า...

“ไม่มีอะไรแล้ว จ่ายเงินแล้วก็จบ ๆ นายไม่ต้องตกใจนะอาชิตะ ไอ้คนรากหญ้านั่นทำอะไรนายไม่ได้หรอก” อากิระปลอบเสียงนุ่มก่อนจะค่อย ๆ ฝ่ากลุ่มไทยมุงเพื่อกลับไปยังรถของตน

แต่ชื่อที่หลุดปากออกมานั้น...

อาชิตะคือคำ ๆ ที่เจ้าของเรือนผมดำสนิทนั้นไม่มีทางลืมเลือนไปได้ ความทรงจำในวัยเด็กหลุดกลับเข้ามาเป็นฉาก ๆ เมื่อนึกถึงลูกเศรษฐีที่เคยเห็นในโบสถ์ มันทั้งอ่อนแอ ขี้โรคจนไม่น่าคบหา แต่กลับมีเด็กสาวที่เขาชอบพลอไปสัญญาว่าจะแต่งงานด้วยหากเขาหายจากโรคบางอย่าง

มันผู้นั้นน่าจะตายไปตั้งแต่ตอนที่จมน้ำหายลงไปในบ่อ... แต่ในตอนนี้นั้น...

“อาชิตะ? อากิระ?... คนรวยแบบพวกแกสองพี่น้องมันไม่มีทางได้ดีไปหรอก ไอ้สายตาหยิ่งผยองนั่น คอยดูสักวันเถอะ... ไอ้คนแบบฉันนี่แหละที่จะต้องรวยกว่าไอ้สวะแบบพวกแกให้ได้!

เซนตะโกนไล่หลังทั้งน้ำตาด้วยความเจ็บปวด ในตอนนั้นชีวิตของเขาค่อนข้างลำบากเพราะพ่อที่เอาแต่ติดการพนัน ส่วนแม่ก็ต้องทำมาหาเลี้ยงทั้งครอบครัวโดยมีเขาช่วยเหลือ ชายหนุ่มจึงซึมซับและรู้จักกับความลำบากเป็นอย่างดีจนเขาตั้งเป้าหมายไว้ว่าเมื่อโตขึ้นตนจะทำทุกวิถีทางให้ครอบครัวสบาย

อากิระและอาชิตะเป็นรูปแบบชีวิตที่แตกต่างกับเซนโดยสิ้นเชิง เด็กหนุ่มทั้งสองใช้ชีวิตมัธยมปลายในรั้วโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ สังคมทั้งสองติดหรูและค่อนข้างสะดวกสบาย มีโอกาสมากมายที่ประเคนให้กับพวกเขาเพราะชาติกำเนิด



อากิระมาถึงสนามบาสเกตบอลของโรงเรียนอย่างทันเวลา วันนี้มีการเรียกประชุมครั้งสำคัญที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างภายในโลกของเขาเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล...

“โรงเรียนของเรากับโรงเรียนสาธิตที่อยู่ตรงข้ามกันนี่จะมีงานสานสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกันขึ้นในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้าซึ่งก็แน่นอนเลยว่าชมรมบาสของเราจะร่วมเข้าแข่งกันกับเขาด้วย”

เสียงของโค้ชหนุ่มดังก้องไปทั่วโรงยิมหลังใหญ่พร้อมกับสายตาทุกคู่ของคนที่อยู่ที่นั่นที่จับจ้องไปยังเขา รายละเอียดการแข่งขันถูกส่งให้ทุกคนอ่านทำความเข้าใจ

“สนามที่จะแข่งขันนั้นเขาจะใช้ที่นี่ เพราะงั้นผมหวังว่าพวกคุณจะเอารางวัลกลับมาให้กับโรงเรียนเรานะ”

โค้ชหนุ่มบอกพร้อมรอยยิ้มเชื่อมั่น ด้วยความสามารถระดับประเทศของโรงเรียนนี้ในฐานะทีมที่แข็งแกร่งที่สุด รางวัลชนะเลิศอย่างไรเสียก็คงไม่มีทางไปไหนไกล

ในทีมของที่นี่ นักกีฬาทั้ง 5 คนที่เป็นตัวจริงได้ลงแข่งขันนั้นล้วนแต่มีความสามารถไม่ธรรมดาทั้งรูปร่างหน้าตาและความสามารถพิเศษ แต่จุดเด่นที่น่าสนใจก็คือกัปตันทีมผู้เลือดเย็นและว่องไว แม้ในความจริงแล้วเขาจะซุกซ่อนอุปสรรคสำคัญบางอย่างในการแข่งไว้ก็ตาม แต่ก็ไม่เคยมีใครในที่นี้ล้มเขาได้...

และอากิระ อาคิโมโตะก็คือผู้ชายคนนั้น...

ทุกวันที่ผ่านไปหลังจากตอนนั้นคือการซ้อมอันหนักหน่วง อากิระรู้แก่ใจดีว่านี่อาจจะเป็นการแข่งครั้งสุดท้ายของเขา และนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายเช่นกันที่เขาจะได้ถ้วยรางวัลมาเพื่อให้มันกับใครคนหนึ่งที่เขาอยากอยู่ในสายตาของเธอคนนั้น

เธอคนที่เขาเชื่อมาตลอดว่าเธอมีใจให้กับแฝดผู้น้องของตัวเอง...

“นายแอบชอบไอชาเหรอ?”

น้องชายฝาแฝดถามเขาอีกครั้งในคืนก่อนวันแข่งขัน ดวงหน้าซีดเซียวนั้นปราดมองใบหน้าของผู้เป็นพี่ที่ยังคงหมกมุ่นกับการซ้อมนัดสำคัญในวันรุ่งขึ้น อากิระชู๊ตลูกบาสสีอิฐเก่า ๆ ที่ใช้ซ้อมเป็นประจำลงห่วงที่ติดตั้งเอาไว้หลังคฤหาสน์อย่างแม่นยำก่อนจะปรายตามองร่างที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“นายถามทำไม”

“...” แฝดน้องไม่ได้ตอบอะไรกลับ อาชิตะมองพี่ชายตนเองที่ดูท่าฉุนเฉียวไม่น้อยก่อนจะเดินเข้ามาหาด้วยท่าทีเป็นมิตร “ฉันดูออกว่านายชอบโมโหฉันเวลาฉันอยู่กับไอชานี่นา? หวงล่ะสิ?”

“เรื่องอะไรต้องไปหวง ฉันหล่อกว่านาย ฉันแข็งแรงกว่านาย ฉัน...”

“ซึนกว่าด้วยสินะ” อาชิตะชิงดักคอ

“...ไปให้พ้น ๆ เลย ออกมาตากน้ำค้างเดี๋ยวก็ไม่สบายจนไม่ได้แข่งวิชาการอะไรบ้าบอของนายพรุ่งนี้หรอก แล้วยัยไอชาก็จะมาหาว่าฉันไม่ดูแลนายด้วย!

เพราะรู้ดีว่าอีกคนเป็นห่วงแม้ปากไม่ตรงกับใจ อาชิตะก็เลยเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วยความชอบใจ ชายหนุ่มรู้ดีแก่ใจว่าพี่ชายของเขาแอบเหน็บแนมประชดเพราะชอบไอชาเสียเอง

“เข้าใจแล้วล่ะน่า นายเองก็เหมือนกัน... อย่าหักโหมนักล่ะ เดี๋ยวเขาจะจับได้ว่านายน่ะเป็นอะไร... แล้วถ้าเป็นแบบนั้นชีวิตในฐานะนักบาสทีมโรงเรียนของนายก็คง...”

น้องชายพูดทิ้งไว้เพียงแค่นั้นก่อนจะเดินหายเข้าบ้านไป นัยน์ตาสีนิลของผู้เป็นพี่ทำได้เพียงมองแผ่นหลังนั้นไปจนลับตา อาชิตะไม่เพียงแต่ขู่เขาถูกเรื่องแต่ในคำพูดและความเป็นห่วงนั้นมันก็แฝงไว้ซึ่งความจริงที่เขาไม่อยากยอมรับ

            “...ไม่มีวัน... ฉันไม่มีวันตาย... ไม่มีวันกลับไปเป็นแบบนายหรอก ไม่มีวัน...”




...

เสียงโห่ร้องของกองเชียร์ดังลั่นโรงยิมหลังใหญ่ทันทีที่ฝ่ายนักกีฬาของต่างโรงเรียนก้าวเข้ามา สายตานับร้อยคู่ของเด็กในโรงเรียนนานาชาติจับจ้องมองชายกลุ่มนั้นไม่วางตา รูปร่างสูงใหญ่ในชุดนักบาสเกตบอลเห็นสัดส่วนท่อนแขนล่ำตัดกับเนื้อผ้าสีดำ

เรือนผมสีดำซอยสั้นรับกับดวงหน้าคมของผู้มาใหม่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของร่างที่ยืนอยู่ก่อนแล้ว อากิระแยกยิ้มน้อยอย่างชอบใจเมื่อไม่คิดว่าจะได้พบกับผู้ชายคนนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

“...ไอ้ตัวสูงนั่นเป็นกัปตันทีมฝั่งนั้น รู้จักมันเหรอ?”

เพื่อนในทีมร่างใหญ่เอ่ยถามเขาเบา ๆ สายตาเหี้ยมมองจ้องไปยังเซนที่มองไปรอบ ๆ เพื่อทำความคุ้นเคยกับสนามแข่ง

“ไม่ แต่ฉันกระทืบมันให้จมดิน...”

รอยยิ้มร้ายนั้นฉายบนดวงหน้านวลของชายหนุ่ม อากิระโยนขวดน้ำเย็น ๆ ที่ถือให้กับกองเชียร์ด้านหลังก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าหาเป็นเชิงท้าทายอีกฝ่าย

“...ไง”

“แก... แฝดไอ้อาชิตะ?” อีกฝ่ายมองหน้าเขาเหมือนไม่อยากเชื่อ ชายหนุ่มจำได้ดีว่าคนคนนี้คือคนที่เกือบขับรถชนน้องสาวเขาและเหนือสิ่งอื่นใด มันก็คือฝาแฝดของอาชิตะ

“ยังพูดจาสถุนเหมือนเคยเลยนะ ระวังปากไว้ดี ๆ ล่ะ... ในสนามนั่นน่ะ...”

ร่างเล็กกว่าเขาที่ท้าทายปรายตามองเพื่อนร่วมทีมกล้ามยักษ์ที่ยิ้มเหี้ยมทักทายกับเซน แม้จะไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวแต่ชายหนุ่มก็รู้สึกถึงความน่ารังเกียจของอีกฝ่ายได้ดี

อากิระเหมือนกับสัตว์ที่บ้าเลือดในสนาม ทั้งน่าขยะแขยงแล้วทำลายย่ำยี...

 

เสียงนกหวีดส่งสัญญาณเริ่มต้นของเกม อากิระยิ้มชอบใจในขณะที่พวกสมาชิกร่างใหญ่ในทีมได้ครองลูก จังหวะความเร็วและการทำงานเป็นทีมของพวกนั้นสมกับเป็นทีมที่ฝึกกันมาอย่างดีจนทีมของเซนแทบไม่ได้แต้มเลยด้วยซ้ำ

เรือนร่างเล็กกว่ามากของเขาโผเข้ามาดักหน้าทันทีที่ลูกบาสมาถึงมือของเซน อากิระอาศัยจังหวะตอนเซนเผลอพยายามช่วงชิงลูกบาสในมือจนเขาต้องรีบส่งให้กับลูกทีมคนอื่น

“อ่อนว่ะ”

เสียงถ้อยคำยั่วโมโหของอีกฝ่ายดังก้องในโสตประสาท เซนเหลือบมองแต้มที่ทิ้งห่างกันไปมากของทั้งสองทีมจนเขาต้องหาทางมองช่องว่างและจุดอ่อนของอีกฝ่ายให้เจอ

ท่วงท่าของอีกคนนั้นไวจนหาตัวจับได้ยาก อากิระมักหลบหลีกและหาโอกาสโยนลูกบาสเกตบอลลงห่วงได้อย่างตลอดต่างจากลูกทีมเขาที่ยังคงเป็นรองให้กับเด็กต่างชาติหน่วยก้านดี

กว่าจะตีเสมอคะแนนได้ก็แทบใกล้จบเกมเต็มที แต่ตลอดเวลาที่อยู่ในสนามเซนกลับรู้สึกราวกับว่าเขาสนใจเพียงแต่อากิระที่อยู่ทีมฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น ร่างเล็กกว่าเขาค่อนข้างมากชุ่มไปด้วยเหงื่อเหมือนลูกสุนัขเปียกน้ำ แต่ทว่า... มันกลับดึงดูดให้เขาสนใจมากขึ้นไปเรื่อย ๆ

“มองหน้านี่คือจะหาเรื่องเหรอ!” ท่าทีไม่พอใจพร้อมน้ำเสียงยั่วประสาทดังใกล้ ร่างเล็กกว่าเขาของอากิระหลุดรอดเข้าไปจนถึงเขตสำหรับชู๊ตลูกจนเซนต้องรีบเข้าขวาง

“ไม่ให้ได้ชนะหรอกไอ้ลูกคุณหนู”

ลูกบาสเกตบอลในมือถูกส่งให้กับผู้ร่วมทีมที่อยู่ใกล้ อากิระกัดฟันกรอดเมื่อเห็นว่าเวลาใกล้หมดเต็มที

เสียงนกหวีดดังบอกหมดเวลาในครั้งนี้ ร่างเล็กของอีกฝ่ายกัดฟันกรอดคาดโทษเซนที่ทำเสียเรื่องก่อนเดินกลับไปพูดคุยกับโค้ชที่ยืนคุมอยู่ไม่ห่าง เช่นเดียวกับเซนที่กลับไปวางแผนรวมกับทีมตนเอง

เมื่อถึงเวลาทั้งสองทีมก็กลับเข้ามาสู่สนามอีกครั้ง สายตาดุร้ายของทั้งสองหัวหน้าทีมมองหน้ากันอย่างห้ำหั่น และเหลือเพียงอีกไม่กี่แต้มเท่านั้นที่เซนและพวกจะเอาชนะได้

รูปแบบของทีมเปลี่ยนไปเป็นอากิระที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว เมื่อเสียตัวหลักที่ซู๊ตลูกเพื่อทำคะแนนทีมจากฝั่งโรงเรียนนานาชาติก็ถูกไล่ตามทันจนสำเร็จ และเหตุการณ์ที่น่าสงสัยนี้ก็อยู่ในสายตาเซนมาตลอดเช่นกัน

เหลือเวลาอีกไม่ถึงนาที...

ทั้งสองทีมต่างแย่งชิงลูกบาสเกตบอลกันอย่างไม่มีใครยอมใคร อากิระอาศัยความเร็วกว่าเข้าประชิดร่างสมาชิกในทีมของเซนแล้วแย่งรับลูกมาได้ในที่สุด เข้าพุ่งตัวไปเข้าใกล้เขตสำหรับชู๊ตลูกเพื่อทำคะแนนสุดท้ายแต่กลับถูกร่างใหญ่ของเซนเข้าขวาง

“...!

ใบหน้าซีดขาวกัดฟัดกรอดไม่พอใจหนัก อากิระชะงักไปเพราะอะไรบางอย่างและนั่นเองที่เป็นโอกาสอย่างดีให้เซนทำคะแนนด้วยการส่งลูกไปให้สมาชิกในทีมตนเอง

บาสลูกสุดท้ายตกลงในห่วงฝั่งตรงข้ามอย่างสวยงามทันเวลา เสียงโห่ร้องนั้นอื้ออึงไปทั่ว ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าภาพที่เก่งและซ้อมกันมาอย่างหนักจะพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนที่ไร้ชื่ออย่างพวกเขา เซนหันกลับมามองอากิระอีกครั้งด้วยสายตาโอ้อวดแกมเย้ยหยัน

ทว่าภาพที่เขาเห็น...

“กัปตัน ไหวหรือเปล่า...” เสียงเรียกแผ่วเบาของลูกทีมพูดขึ้น แม้เซนจะฟังไม่ถนัดนักแต่ก็พอได้ยินบทสนทนานั้น

อากิระพยักหน้าโดยที่ไม่ได้มองเขาอีก ร่างเล็กกว่าเขาโดนประคองออกไปจากสนามและมันก็ทำให้เขารู้สึกสงสัยมากขึ้นไปกว่าเก่า

หลังจากตอนนั้นที่เขาออกไปรับรางวัล เซนกลับไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านักกีฬาอีกครั้ง ลูกทีมของอากิระแทบทุกคนเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จแล้วทยอยเดินออกไป เหลือเพียงร่างที่เขากำลังแอบสนใจที่นั่งเงียบอยู่ภายในห้อง

เรือนผมสีน้ำตาลประกายอ่อน ๆ จากการทำสีของอีกผ่าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำเย็น ๆ เขายังไม่ได้เปลี่ยนเป็นชุดใหม่ แถมในมือผอมเล็กยังคงมีขวดน้ำเย็นขนาดย่อมถืออยู่ด้วย

“...ไง”

เขาทักก่อนจะชั่งใจเดินไปหา ใบหน้าซีด ๆ ของอากิระเหลือบมองเขาแบบรังเกียจเต็มที ลูกชายคนโตของมหาเศรษฐีชื่อดังเบะปากน้อย ๆ ก่อนชิงเดินออกห่าง

แต่...

หมับ!

“เฮ้ย! ปล่อยนะไอ้สวะ!

เป็นอากิระที่โพล่งออกมาเสียงดัง นัยน์ตาตี่เล็กเบิกโพลงมองไปที่มือใหญ่กว่าที่กำข้อมือเขาเอาไว้แน่นพร้อมรอยยิ้มที่ยากเกินจะคาดเขาที่เซนส่งออกมา

“ปากดีสมกับเป็นลูกคุณหนูจริง ๆ เลยนะ ทำไมไม่อวดดีเหมือนในสนามนั่นแล้วล่ะ?”

“...” ร่างเล็กกว่าเงียบ อากิระกัดฟันข่มอารมณ์ไม่พอใจเวลาที่คิดภาพทีมที่ซ้อมกันมาอย่างดีแพ้ทีไรก็รู้สึกพาลจะหงุดหงิดเสียให้ได้ แถมยังมาถูกอีกฝ่ายตอแยแบบนี้ด้วย...

แต่เขาก็แพ้จริง ๆ นี่นะ...

“แล้วคนชนะจะยังมายุ่งกับไอ้ลูกคุณหนูขี้แพ้อย่างฉันทำไม หลบออกไปเกะกะคนจะแต่งตัว”

น้ำเสียงเชิงไล่พร้อมร่างกายที่เซไปมานั่นทำให้เขายิ่งอยากแกล้งมากขึ้นไปเรื่อย ๆ กลิ่นเหงื่อของอีกฝ่ายถูกชำระล้างไปบางส่วนด้วยหยดน้ำเย็นที่ราดลงบนร่างจนเสื้อนักกีฬาสีขาวแนบไปกับเนื้ออกขาวเผยให้เห็นรอยสักสีดำเข้มที่แนบไปกับเนื้อผ้า

“เซ็กซ์จัดเหมือนกันนี่เราน่ะ”

“...นี่จะกวนส้นใช่ไหม บอกให้หลบไปไงเกะกะ!

เสียงอีกฝ่ายเหมือนอย่างกับจะขู่ฟ่อ ๆ แบบแมวยิ่งทำให้เซนนึกหมั่นเขี้ยว เขานึกภาพไปถึงวันก่อนที่อากิระและอาชิตะเกือบขับรถชนน้องสาวของเขา ความเกลียดชังทำให้เขายิ่งอยากแกล้งแหย่อีกคนมากขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้น

วิธีกลั่นแกล้งอากิระนั้นมีมากมายเหลือเกินจนถึงวิธีนั้นก็ด้วย...

“ถ้าฉันไม่หลบล่ะ?” เซนยิ้มร้าย

“รู้หรือเปล่าว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่?” อากิระเงยหน้ามองอีกฝ่าย สายตาเย็นชาปราดมองอีกฝ่ายเชิงดูหมิ่นไม่พอใจ ร่างเล็กกว่าของเขาผลักเซนให้หลบพ้นทาง หากแต่ด้วยกำลังที่แข็งแรงกว่าของอีกฝ่ายกลับผลักเขาแนบไปกับผนังห้องแทน

“ฉันไม่สนว่าแกจะเป็นใคร แต่ฉันอยากได้ไอ้ขี้แพ้แบบแก... อากิระ”

 

 

อากิระแทบหยุดหายใจเมื่อได้ยินคำพูดจากอีกฝ่ายที่ล่วงล้ำเข้ามาหา แผ่นหลังชุ่มเหงื่อถูกดันจนติดไปกับผนังของห้องแต่งตัวจนไม่อาจขยับหนีไปไหน เซนจับข้อมือทั้งสองของเขาเอาไว้แน่นพร้อมกับเรียวปากร้อนระอุที่เคลื่อนเข้าหาเขาเรื่อย ๆ

“ปล่อย!

มีหรือที่ร่างนั้นจะยอมง่าย ๆ นัยน์ตาสีเข้มดำนั้นสะท้อนภาพอากิระที่กำลังหวาดกลัวด้วยรอยยิ้มร้าย พละกำลังที่มากกว่าของอีกคนผลักร่างอ่อนแอกว่าลงนอนบนม้านั่งตัวยาวโดยที่อากิระไม่มีโอกาสขัดขืนใด ๆ

เขาไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ทำอยู่มันคืออะไร...

แต่ทำไมกันที่เขารู้สึกสะใจและกระหายมันอย่างแปลกประหลาด...

“...”

“อยากได้เงินกี่ล้านก็ว่ามา อย่ามาทำแบบนี้! ญี่ปุ่นทั้งประเทศเป็นของพ่อฉัน! อยะ อยากได้เท่าไหร่ก็บอกมา!” น้ำเสียงใจดีสู้เสือของชายหนุ่มบอก อากิระปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังสั่นกลัวคนตรงหน้าที่บังอาจครอบครองร่างตนเองด้วยการนั่งคร่อมขวาง

ในสายตาเขา... ถ้าให้เงินกับชายคนนี้ไปทุกอย่างก็น่าจะจบ...

“...พ่อแกน่ะเหรอ?” เซนถามย้ำ

“ใช่! ฉันให้แกได้ทุกอย่างไอ้สวะ แต่อย่ามาใช้วิธีทุเรศแบบนี้ ไม่พอใจก็ลุกไปต่อยกันตรง ๆ ดิวะ!

“เหอะ! ต่อยเป็นแผลแล้วก็หาย แต่ถ้าทำแบบนี้แกก็จะ...”

“ไอ้...!! นี่มึงเป็นเกย์จริง ๆ เหรอ!!!

ร่างเล็กกว่าโพล่งออกมาด้วยความหวาดกลัวถึงที่สุด ขอบตาตี่เล็กร้อนผ่าวด้วยความหวาดกลัว สัมผัสที่น่ารังเกียจนี้ลุกล้ำเข้าไปลึกสุดขั้วหัวใจจนเขาไม่อาจหลอกตัวเองว่าคือความฝัน

ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาจากผีห่าซาตานที่ครอบครองร่างอันอ่อนแอของชายหนุ่มเอาไว้ เซนรัดรึงปัดป้องมือเท้าหมัดที่อากิระสวนได้ทุกท่าแถมด้วยมือหนาที่บีบคอเรียวนั่น

“ดิ้นไปก็ไม่มีใครมาช่วยมึงหรอก! สิ่งที่พวกมึงสองคนทำเอาไว้น่ะ ทำไมล่ะ เป็นลูกมาเฟียหรืออะไรกูไม่สนใจทั้งนั้น แต่คนแบบมึงมันต้องเจอแบบกูอากิระ!

“...มึงบ้าไปแล้วเหรอ! กูไม่ได้ขับรถชนน้องมึงนะ!

อากิระพยายามดิ้นและร้องให้คนที่ผ่านไปมาด้านนอกช่วย แต่เหมือนเสียงของเขาจะไม่ดังพอเสียแล้ว เซนใช้มือเพียงข้างเดียวจับทั้งสองขาเอาไว้แน่นแล้วเอามือขวาข้างถนัดบีบเค้นลำคออีกฝ่ายแน่น

“...!

ไม่มีเสียงอะไรออกมานอกจากนัยน์ตาตี่เล็กที่เบิกโพลง อากิระอ้าปากหายใจพะงาบเหมือนคนใกล้สิ้นใจในขณะที่ร่างสูงใหญ่ระดมต่อเข้าท้องเพื่อให้อีกฝ่ายหมดแรงขัดขืน มันเป็นเกมรุกที่ไร้ซึ่งความอ่อนโยนใด ๆ นอกจากความป่าเถื่อนอันน่ารังเกียจ ความต้องการแบบเกินมนุษย์ของเซนฉุดอากิระลงสู่ขุมนรกครั้งใหญ่ที่พันธนาการเขาไปตลอดชีวิต

เรือนร่างของคนที่ถูกทำร้ายเปรอะเปื้อนคราบความอัปยศและรอยจูบแห่งความเกลียดชังที่ฝังลึกลงบนร่าง ทุกจังหวะที่ขยับไหวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนน้ำตารินหลั่งแทบเป็นสายเลือด

ความจุกเจ็บที่เซนมอบให้พาอากิระไปถึงฝั่งฝันร้ายโดยไม่ได้ตั้งใจในขณะที่เขาเห็นเพียงแต่ภาพของผู้หญิงที่เขาแอบรักเพียงคนเดียว แค่แพ้จนไม่ได้ถ้วยรางวัลไปมอบให้เพื่อสารภาพรักมันก็เจ็บพอแล้ว นี่เขายังจะมาเสียความเป็นคนให้กับเซนอีกเหรอ?

“มึงเป็นของกูแล้ว... ต่อจากนี้ไปถ้ามึงไม่อยากให้เรื่องนี้มีใครรู้ล่ะก็...”

“ไอ้เลว!

อากิระตวาดด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือ แต่หากก็ทำได้เพียงเรียกเสียงหัวเราะสะใจจากร่างใหญ่กว่าเท่านั้น เซนเล่นกับเขาเหมือนเป็นตุ๊กตาของเล่นอย่างที่เขาไม่เคยคาดฝันมาก่อน

คนตรงหน้าเหมือนสัตว์ร้ายเหลือเกินในความคิดอากิระ...

เซนก้มลงจูบคนตรงหน้าอีกครั้งด้วยความต้องการอันไม่หยุดหย่อนแต่ในตอนนั้น...

...

“มึงทำอะไรพี่กู!

น่าจะเป็นอาชิตะที่เข้ามากระชากเซนออกไปจากร่างของเขาที่รู้สึกแผ่วเบาเหมือนคนขาดสติ เสียงตะคอกของน้องชายฝาแฝดเรียกน้ำตามากมายให้ไหลรินออกมา ความอบอุ่นของน้องชายแผ่เข้ามาปลอบโยนร่างเปลือยโชกเลือดและน้ำสกปรกของเซนที่ไร้เรี่ยวแรงเต็มที

อากิระเหลือบมองผ่านม่านน้ำตาเห็นร่างของฝาแฝดตัวเองกำลังเข้าขย้ำคอของคนบาปผู้นั้นอย่างไม่กลัวเกรง ดาบไม้เล่มที่อยู่ในโรงยิมถูกชี้หน้าเซนและด่าทอเสียงดังก่อนที่เขาจะผล็อยหลับไปในที่สุด

...

คนที่มาช่วยเขาก็คืออาชิตะ... น้องชายฝาแฝดที่ยอมปิดเรื่องนี้ไม่บอกใคร... จากวันนั้นมาอากิระซื่อสัตย์กับเซนเพียงเพราะกลัวว่าคลิปนั้นจะหลุดออกไปและเรื่องจะไปถึงหูของอาสึชิและอารดา จนมาก ๆ เข้ามันกลายเป็นความผูกพัน...

และเพราะมันเป็นแค่ความผูกพัน...

เขาจึงไม่อาจจะเรียกมันว่าความรักได้อีกต่อไป

...

เหมือนอย่างที่อาชิตะเคยบอกกับเขา เหมือนอย่างที่อาชิตะคอยห้ามเขาเกี่ยวกับเซน ทุก ๆ อย่างก็เพราะความหวังดี แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเขาเองที่ตอบแทนด้วยการทำร้ายจนอีกคนปางตายเพราะความเจ็บแค้นชั่ววูบนั่น...

เขาผิดเอง...

...

 

อากิระทรุดตัวลงพิงโต๊ะเขียนหนังสือด้วยความเจ็บปวดในหัวใจ ความทรงจำเก่า ๆ ในตอนนั้นหลอกหลอนและย้ำเตือนกับเขาว่าเขาได้ทำผิดพลาดพลั้งไป...

เขาไม่ใช่เกย์... เขาเป็นผู้ชาย...

และที่สำคัญ... เขารัก... รักผู้หญิงที่ชื่อไอชามาตลอดเวลา แบบที่เธอก็รักเขามาตลอด!

เขาเข้าใจแล้ว... ทำไมเธอถึงชอบผู้ชายโง่ ๆ

ทำไมถึงเป็นเธอที่ร้องไห้และอยู่ข้าง ๆ เขามาตลอด...

เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหัวใจของเขาที่ควรจะตายไปนานแล้วถึงตื่นเต้นทุกครั้งที่กอดเธอ ทำไมเขาถึงกลายเป็นตัวของตัวเองได้แค่ต่อหน้าเธอ... ทำไมถึงเป็นเธอที่เขาหึงแทบเป็นแทบตายจนยอมแย่งชิงเธอจากโซลาร์...

ทำไมถึงเป็นเธอที่เขาจะให้ได้ทั้งชีวิต...

“โธ่เว้ย! ทำไมแกถึงโง่แบบนี้วะอากิระ!!! ตลอดมาแกทำอะไรลงไป!!!

ชายหนุ่มรัวทุบกำปั้นลงบนร่างเพื่อตอกย้ำความเจ็บปวดที่อยู่ในหัวใจ ทว่า... ในตอนนั้นเองที่เงาของใครบางคนพาดผ่านเข้ามาในห้องที่กระจุยกระจายไปด้วยหลักฐานแห่งนี้

...

“...ในสุดนายก็รู้ความจริงจนหมดแล้วสินะอากิระ ว่าฉันนี่แหละ... ฉันเองที่รักนายมากกว่าใครทั้งหมด...”

หยดน้ำตาจากผู้มาใหม่ไหลรินลงบนดวงหน้าสวยอีกครั้ง... และครั้งนี้แววตาไร้ความรู้สึกราวกับไม่ใช่ไอชาคนเดิมก็กรีดลงบนหัวใจของชายหนุ่มอย่างจัง

ใบหน้านั้น ร่างกายนั้น ความรู้สึกนั้น...

 

เหมือนราวกับคนที่เขาไม่เคยรู้จัก...!

 

 

...

“...” ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาจากปากของเธอ ไอชาซ่อนเสียงสะอื้นนั้นด้วยความข่มขืน เธอไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาอีกต่อไปแตกต่างจากร่างสูงของชายหนุ่มที่ยืนเซเป็นคนหมดแรง

“คะ คือฉัน...”

ยังไม่ทันได้พูดอะไรอีกฝ่ายก็วิ่งหนีออกไปก่อน ร่างเล็กของไอชาที่แข็งแรงและปราดเปรียวกว่าหนีจากเขาราวกับเห็นเขาเป็นอะไรสักอย่างที่น่าหวาดกลัว หากแต่ว่าเหตุผลในการวิ่งตามเธอของเขา...

“ไอชา คือฉันขอโทษ!

แม้จะล้มลุกคลุกคลานไปบ้างแต่อากิระก็วิ่งตามเธออย่างไม่ลดละ ไอชาหนีเขาลงไปทางบันไดหนีไฟเพื่อออกไปด้านหลังหอ ลมหนาววันนี้ดูแปรปรวนยิ่งนักแต่คงไม่เท่ากับความกังวลในใจของเขาหรอก...

“อย่ามายุ่งกับฉัน!

เธอตวาดไล่ ไอชาหันกลับมามองด้วยสายตาที่บอบช้ำเต็มที ความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้เริ่มเอ่อล้นทะลักราวเขื่อนแตก สิ่งที่อากิระสัมผัสได้มันมีทั้งความรัก ความกลัว และความโกรธแค้น...

“...”

“นายทำให้ฉันแทบเป็นบ้ามาตลอด! นายไปกับมันโดยทิ้งฉันเอาไว้ตลอด! ทั้งที่ฉันต่างหากที่รักนายมากกว่าใครทั้งหมด และฉันต่างหากที่เป็นคนที่คอยทำทุกอย่างให้นายแทนมัน ฉันไม่เคยรักอาชิตะ! แต่ตลอดมาตั้งแต่วันที่ลูกบาสบ้า ๆ ของนายมากระเด็นโดนหัวฉัน นายทำให้ฉันตกหลุมรักไอ้โง่อย่างนายตั้งแต่ตอนนั้น!

เสียงเล็กของอีกคนตะคอกใส่ ข้างทางตอนนี้มีแต่พงหญ้าหนาที่ปิดบังเอาไว้ทั้งสองฝั่ง ถัดไปไม่ไกลก็เป็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ท่าทางทรุดโทรมจนน่ากลัวประดับเป็นฉากหลัง

“...”

“นายเอาแต่ตั้งแง่ว่าฉันไม่เคยสนใจนาย นายมันมโนไปเองทั้งหมด! ทั้งเรื่องหนังสือเฟรนด์ชิพนั่นก็ด้วย! ที่ฉันไม่ได้ให้นายเซ็นชื่อ นายไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าเพราะว่าฉันไม่อยากลาขาดจากนายน่ะ! ฉันไม่ต้องการให้นายพูดว่าลาก่อน เพราะฉันอยากใช้ทั้งชีวิตเพื่ออยู่กับนาย! …แม้แต่เรื่องโซลาร์ นายเคยถามฉันเหรอ แล้วฉันเคยบอกเขาเหรอว่าฉันเป็นแฟนเขาน่ะ... เพราะนายมันคิดไปเอง... ฮึก... ทำไมล่ะอากิระ ทำไม! ทำไมฉันต้องมาหลงรักคนที่มันโง่ดักดานอะไรแบบนายด้วย! …ฉัน... ฉันควรจะทำยังไง! ต่อจากนี้ที่นายรู้แล้ว... ฉันจะทำยังไง ฮือ...”

เธอปล่อยน้ำตาทั้งหมดไหลรินออกมาพร้อมความในใจที่เกินเก็บกลั้น เช่นเดียวกับอากิระที่รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างจังด้วยถ้อยคำจากปากของเพื่อนสนิท...

“...ไอชา”

“ที่ฉันไม่เคยบอกนาย เพราะฉันไม่อยากให้ความเป็นเพื่อนของเรามันจบลง...” คำพูดประโยคต่อมานั้นยิ่งทำให้เขาปวดร้าวเหลือเกินเพียงเพราะมันกลับตรงกับความรู้สึกในใจของเขา...

ใคร ๆ ก็รู้ว่าการแอบรักเพื่อนสนิทมันเจ็บแค่ไหน...

พลาดเพียงก้าวเดียวก็ไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก...

“...”

หยดน้ำตาที่ไม่ควรไหลกลับค่อย ๆ รินหลั่งบนดวงหน้าซีดของอากิระโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรกัน ความเจ็บปวดทุกอย่างประเดประดังเข้ามาจนเขาไม่รู้จะหันไปทางไหน...

ความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนของเขาและเธอมันต้องจบลงตรงนี้จริง ๆ เหรอ...

“...ลืมเรื่องตอนนี้ไปให้หมดได้ไหม!

เธอตวาดทั้งน้ำตา “ถ้าเป็นแบบนั้น ถ้านายลืมทุกอย่าง... ฉันก็ยังจะแกล้งเป็นเพื่อนที่ดีของนายได้... ฉันจะไม่เสียนายไปใช่ไหมอากิระ! เราจะใส่หน้ากากเข้าหากัน... เราจะมีความสุขเหมือนเมื่อก่อนได้ใช่ไหม ในเมื่อชีวิตฉันมันไม่เคยรักใครเท่านายมาก่อน”

ไม่มีคำพูดใดตอบกลับมา ท้องฟ้ายามเย็นในวันเมฆขุ่นมัวน่ากลัวจับขั้วหัวใจของทั้งสอง เสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าและพงไม้หนาสอดประสานเสียงแผ่นป้ายโฆษณาหลังใหญ่ที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะขึ้นไป...

เอี๊ยด...

เสียงดังจากด้านบนศีรษะบ่งบอกให้อากิระดึงร่างที่อยู่ในรัศมีนั้นหลบออกมาตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด โครงเหล็กหนาน้ำหนักไม่ต่ำกว่าหนึ่งตันพากันร่วงระนาวลงจากฟากฟ้าสีครึ้มอย่างกับในภาพยนตร์ที่เขาและเธอเคยดู

แต่คราวนี้มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง...

ท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มกอดรัดเธอเอาไว้แน่นตามแรงที่กลิ้งกระทบกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยใบหญ้าคมและก้อนดินกรวดแสนสกปรกจนนับตลบไม่ได้ก่อนจะหยุดลงภายในกองฝุ่นละอองจากแรงหล่นปะทะของป้ายโฆษณา

“แค่ก!...

นัยน์ตาชุ่มน้ำตากระพริบถี่เพราะฝุ่นที่กระจายตัวเต็มไปทั่วบริเวณก่อนจะผละออกจากร่างที่นอนนิ่งอยู่ด้านล่าง อากิระหายใจหอบสำลักกลุ่มควันไปไม่น้อยเช่นเดียวกันแต่ถึงอย่างนั้น...

“ไอชา เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“มะ ไม่... นายล่ะเป็นอะไรหรือเปล่า?”

เหมือนความโกรธเมื่อครู่จะหายไปเพราะอาการตกใจ ไอชาโผกอดชายหนุ่มที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นแน่น จะอย่างไรก็ตามเธอมันก็แค่คนปากแข็ง... หากเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนอากิระหลบมพ้นล่ะก็...

เธอคงเสียใจไปตลอดชีวิตที่เตลิดและพาเขามาที่นี่...

“ไม่เป็นไรหรอก” ชายหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ อากิระเอามือปิดปากไอเพราะสำลักฝุ่นแต่ดูเหมือนไอชาจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง...

“เลือด... แผลนาย?”

“ไม่เป็นไรหรอก” เขาตอบเพียงสั้น ๆ นัยน์ตาตี่เล็กของชายหนุ่มสบมองคนตรงหน้าอีกครั้งด้วยความหมายบางอย่างและเขาก็ตัดสินใจแล้ว...

“ฉันจะไม่ลืมเรื่องวันนี้อย่างที่เธอสั่ง...”

“...”

“ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับเธออีกในเมื่อทุกอย่างของเราสองคนก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว... ฉันไม่หลอกตัวเอง และคิดว่าเธอก็คงเหมือนกัน”

น้ำเสียงของเขาดูหนักแน่นมากกว่าครั้งไหน ๆ อากิระไม่ยอมละสายตาออกไปจากคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เพราะมันถึงเวลาแล้วที่เขาควรจบเรื่องนี้...

...

“ตลอดมาที่ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเราสองคน... ตลอดมากับความสัมพันธ์ที่ฉันหลอกตัวเองว่านั่นคือความรักที่ฉันมีให้กับเซน และตลอดมาที่ฉันทำร้ายทุก ๆ คนมาตลอด... ฉันไม่กล้าพูดหรอกว่าฉันเป็นคนดี... แต่ฉันน่ะ...”

หยดน้ำตาอุ่น ๆ ยังคงไหลรินออกมาจากดวงหน้าขาวซีดของอากิระ ร่างของชายหนุ่มสั่นเทาไปด้วยความอัดอั้นในหัวใจที่ถูกระบายออกมาโดยมีเพียงเธอที่อยู่ข้าง ๆ

“...”

“...เริ่มต้นใหม่กับฉันได้ไหม เริ่มต้นกันในแบบที่เธอและฉันควรจะเป็น... เริ่มต้นในแบบที่ฉันจะไม่เสียใจถ้าได้ทำมันก่อนที่ฉันจะตาย ...คบกับฉันนะไอชา”

เหมือนโลกใบนี้กำลังหยุดหมุนลงในวินาทีที่เขากุมมือเธอเอาไว้ ความอบอุ่นจากดวงสุริยันสีดำที่แผดเผาและทำลายทุกอย่างอย่างเขาแผ่เข้าครอบครองและละลายความเจ็บช้ำที่ถูกแช่แข็งมานานแสนนานด้วยสิ่งที่เรียกว่าความรัก

ไม่มีพรอื่นใดจากพระผู้เป็นเจ้าบนสรวงสวรรค์จะน่ายินดีไปกว่านี้... ไม่มีพรใด ๆ จะน่ายินดีไปกว่าการที่เสียงคำว่ารักของเธอจสะท้อนก้องไปจนถึงหัวใจของเขา...

ในวันที่ทุก ๆ อย่างได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน... วันที่หัวใจทั้งสองดวงจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว...

“ความรักของฉันที่มีให้นายจะไม่มีวันเปลี่ยนเป็นอื่น...”

“ความตายของฉัน... จะไม่มีวันแยกเราออกจากกัน...”

...

ชั่วนิจนิรันดร์...

เรื่องราวแห่งความเจ็บปวดในความทรงจำเมื่อ 7 ปีก่อนได้ดำเนินมาจนใกล้ถึงจุดจบเต็มที... แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับเขาและเธอ นี่คือจุดเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล หัวใจและความต้องการของนักศึกษาต่างตัวตนและความฝันทั้ง 7 คน... กำลังจะถึงบทสรุปเข้าไปแล้วทุกที...

แต่ถึงอย่างนั้น... ใต้รอยสักปริศนาบนอกของอากิระก็ยังคงซ่อนงำความจริงที่น่าหวาดกลัวบางอย่างเอาไว้...

 








________________________________________
Talk with Hime

ยอมไม่นอนเพื่อฉากนี้ T////T
หลังจากที่รอคอยมานานเกือบ 2 ปีในที่สุดฮิเมะก็พาทุกคนมาถึง
T////T แต่เรื่องราวของสองคนนี้ยังไม่จบลงง่าย ๆ นะคะเพราะว่าเรายังเหลือทีเด็ดของคู่นี้อยู่
ที่นี่จะเป็นอะไรที่สอนใจให้กับหลาย ๆ คนที่มีความรักได้
จะเป็นอะไรนั้นขออุบไว้ก่อนเนอะ

เดี๋ยวอาจจะพรุ่งนี้จะมาต่อฉากฟิน ๆ นะคะ (ขอไปงีบแปบเพราะมีเรียน)

ปล. เผามาก เดี๋ยวมาแก้สำนวนกับคำผิดใหม่น๊า

ส่วนที่ถามกันเข้ามาว่าอาชิตะจริง ๆ แล้วป่วยเป็นอะไร
แล้วทำไมต้องกลับไปญี่ปุ่น
ไม่เกิดเดือนสิงหานี้รู้กันค่ะ กำลังจะถึงแล้ว
แต่ปมที่ิฮิเมะใส่ไปก็เยอะแล้วน๊า ลองเดากันได้นะคะ

ไม่กัดค่าา เม้นท์ได้นะค๊า <3










JJ♕

337 ความคิดเห็น

  1. #306 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 15:29
    เย้!!! ในที่สุดก็ได้คบกันสักทีนะอากิระ ไอชา~~~
    #306
    0
  2. #270 โรส (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 21:11
    ่่อัพเร้ว ๆนะค่ะ อยากรู้เรื่ิองของเมรินเเละอาชิตะมาก ฝากด้วยนะค่ะ
    #270
    0
  3. #269 rose (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 22:57
    อัพเร้ว ๆ นะค่ะ อยากรู้ว่าอาชิตะเป็นไงบ้าง เมรินหาอาชิตะเจอมัย
    #269
    0