END [9SPIRITS] Dreams Come True อยากตื่นมาเห็นหน้าเธอ

ตอนที่ 6 : DREAM EPISODE 5 : [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    27 เม.ย. 61

EPISODE 5
Image result for gif sehun
Image result for gif yoona

          ผมกับคริสตัลมาที่ทำงานตั้งแต่เช้าด้วยกัน เมื่อคืนผมไม่รู้จักการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นเลยใช้เวลานานไปหน่อยหลังจากออกมาอีกฝ่ายก็หลับไปซะแล้ว มีเพียงหมอนข้างที่กั้นเป็นสองฝั่งของเตียงทำให้ผมรู้ได้ว่าจะต้องนอนตรงไหน

          ผมใช้ชีวิตคนรวยมาตลอด ไม่เคยที่จะต้องมาติดดินแบบนี้ ซักครั้งก็ไม่เคย คงมีแต่ตัวผมเองที่ดิ้นรนหาสิ่งธรรมดาให้กับตัวเอง ผมเข้าใจว่าการมีชีวิตที่สุขสบายคือสวรรค์ของคนธรรมดาทั่วไปที่ต้องหาเช้ากินค่ำ แต่เมื่อคุณถึงจุดๆ หนึ่งที่มันอิ่มตัวคุณก็จะดิ้นรนหาสิ่งที่ด้อยกว่ามาเพิ่มสีสันให้ชีวิตเหมือนผม

          โทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงไม่ได้ทำให้ผมอยากหยิบมันขึ้นมาซักนิด ผมไม่สนว่ามันจะเป็นเบอร์ของใครไม่มีเหตุผลที่ผมจะต้องรับสายพวกเขา เพราะในชีวิตคุณชายเมื่อก่อนของผม ผมก็มักจะไม่พกโทรศัพท์อยู่แล้วเพราะไม่รู้จะพกไปทำไม ไม่มีใครเขาอยากจะโทรหาผมเพราะก็จะไม่ได้ยินอะไรนอกจากความเงียบผมไม่อยากจะคุยกับใครตอนนี้ ผมกำลังทำใจว่าผมจะต้องอยู่ในร่างนี้อีกนานแค่ไหน? ผมไม่สามารถยอมรับความจริงที่ว่า ผมคือเอซทั้งๆ ที่ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาตัวตนของผมคือฌอห์น หากรับสายใครไปพวกเขาคงจะไม่ชินกับตัวตนของผม ผมไม่อยากตอบคำถามใครไปมากกว่านี้อีกแล้ว

          ขายาวก้าวเข้ามาในที่ทำงานพร้อมกับคริสตัลในชุดเสื้อแขนยาวกับกางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบที่แปรเปลี่ยนจากสีขาวกลายเป็นสีเหลืองเพราะไม่ได้ซัก ปกติเธอมักจะแต่งตัวสบายๆ แบบนี้อยู่แล้ว เธอไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่กับรูปลักษณ์ภายนอก ใบหน้าที่แต่งเติมด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อยก็ยังดูสวยเพราะใบหน้าโดยเดิมของเธอมันดูดีมากอยู่แล้ว เช่นเดียวกับผมที่แต่งเสื้อเชิ้ตธรรมดากับกางเกงสีดำ น่าแปลกที่ผมพบความจริงที่ว่ามันต้องใช้ยาหยอดตาตลอดเวลาเพราะไม่อย่างนั้นตาขาวจะเปลี่ยนเป็นสีแดงจนน่ากลัว ถ้าคริสตัลไม่บอกผมคงจะตาแดงเป็นผีแล้วแน่ๆ...เพราะแบบนี้เธอเลยตกใจผมในครั้งแรกที่เจอกันสินะ มันคงเป็นกรรมพันธุ์ของมันที่เกิดเป็นโรคแบบนี้ แต่ถึงจะหยอดตาสามเวลาต่อวัน ตาขาวของผมก็จะเป็นสีแดงอ่อนๆ เสมอ

          เอซ! หายแล้วเหรอวะ?ผู้ชายวัยกลางคนเดินมาหาผมแล้วตบบ่าผมเบาๆ เขาไม่ใช่คนที่ดูแก่อะไรมากมาย คงจะเป็นผู้จัดการ หน้าตาที่มีหนวดเคราเล็กน้อยจากการขาดการทำความสะอาด รีมฝีปากสีเข้มกำลังยิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตรแม้ว่าเขาจะไม่รู้เลยว่าผมไม่รู้จักเขาซักนิด ขับรถยังไงให้ชนเสาบ้าน? ควาย!”

          ...

          ไม่ด่ากลับหน่อยเหรอวะ...เขาหน้าเจื่อนเมื่อผมไม่ได้แสดงอะไรตอบโต้กลับไป เออๆ กูไม่กวนแล้วก็ได้ ไปทำงานไป

          ครับผมตอบกลับไปสั้นๆ ก่อนจะลากเก้าอี้ออกมานั่งแล้วกดเปิดคอมพิวเตอร์สีขาวตรงหน้าโดยที่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อพร้อมกับเสียงซุบซิบนินทาที่พวกเขาคงจะคิดว่าผมคงไม่ได้ยิน

          ไอ้เอซพูดครับ!’

          ฝนตกแน่ๆ อ่ะพี่ คนอย่างมันเนี่ยนะจะพูดสุภาพเหมือนใครๆ เขา

          ยิ่งกว่าฝนตกแน่นอน เงียบเป็นผีป่าช้าขนาดนี้ ไม่ใช่มันแล้ว

          พี่เอซ!” เจนที่ไม่รู้ว่าเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่เดินตรงเข้ามาผมอย่างรวดเร็ว ร่างบางหยุดอยู่ตรงหน้าผมพร้อมดวงตารื้นน้ำตาก่อนจะง้างมือตบที่หน้าผมอย่างแรงจนเป็นรอยแดงเป็นปื้น สายตาจากทุกคนจับจ้องมาที่ผมก่อนที่เธอจะพูดต่อ ทำไมพี่ไม่รับสายเจน รู้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเจนบ้าง พี่ไม่สนใจเจนเลย พี่เป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

          ...ผมไม่พูดอะไรตอบเธอไป ตอนนี้ความรู้สึกในใจมันตีปนกันไปหมดจนรู้สึกอ้ำอึ้งในอก จะพูดอะไรออกมาก็เหมือนทำร้ายจิตใจเธอไปหมด

          เพี๊ยะ!

          เธอตบผมด้วยแรงที่มากกว่าเดิมอีกครั้งก่อนจะปล่อยโฮออกมาพร้อมกับน้ำตามากมาย ดวงตาของเธอบวมจนผมรู้ว่าเธอคงร้องไห้ทั้งคืน มือทั้งสองข้างกระชากเสื้อเชิ้ตราคาถูกของผมอย่างแรงพร้อมกับคำถามซ้ำๆ ที่ออกมาจากปากของเธอ ทุกคนต่างตื่นตระหนกกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นทำให้ไม่มีใครมาห้ามเธอที่กำลังอาละวาดอยู่ตรงหน้าผม

          ...ปล่อยมือออกจากเสื้อผมผมมองเธอด้วยสายตานิ่งเรียบ เธอเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาที่กำลังไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน เธอปล่อยมือออกแต่โดยดีก่อนจะเอ่ยปากถามผม

          เดี๋ยวนี้กล้าพูดแบบนี้แล้วเหรอ?เธอถามด้วยเสียงที่นิ่งเหมือนกำลังระงับอารมณ์ตัวเอง อะไรที่ทำให้เธอโกรธผมขนาดนี้ เพียงแค่ผมไม่รับโทรศัพท์เธองั้นเหรอ? เจนต้องการคนปลอบ คนดูแล คนเอาใจใส่ ก่อนจะคบกับพี่เป็นคนดีมาก โทรหาเจนทุกวัน...แต่ตอนนี้ไม่มีเลย

          “…”

          ไม่มีแม้แต่จะโทรหาก่อน ไม่มีข้อความ...ไม่มีอะไรเลย พี่ทำเจนเหมือนไม่มีตัวตน! เรายังเป็นแฟนกันอยู่ใช่มั้ยคะ?

          แล้วคนเป็นแฟนกันมันใช่เรื่องที่จะต้องมาโทรหากันทุกวันเหรอครับผมตอบกลับเธอไปด้วยความรู้สึกของตัวเองที่อัดอั้นมานาน ผมพยายามทำตัวให้ชินกับสภาพของการมีแฟนแต่ก็ยังไม่เข้าใจกับคำพูดของเธอ การเป็นแฟนกันควรจะให้พื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน ผมไม่รู้ว่าคุณคิดยังไงกับความรักแต่สำหรับผม แฟนคือคนที่ทำให้เรามีความสุขที่สุด เท่ากับว่าตอนนี้คุณไม่มีความสุขกับตัวตนของผมแล้ว

          “…”

          คุณรู้มั้ยว่าผมต้องทำตัวเป็นว่ารักคุณ ทั้งๆ ที่ในใจมันไม่หลงเหลือความรู้สึกอะไรกับคุณเลย ตั้งแต่ผมตื่นมาผมก็เจอหน้าคุณเป็นคนแรก ผมจำคุณไม่ได้แต่ต้องแกล้งว่าจำได้ ผมไม่อยากทำร้ายจิตใจใคร ไม่อยากให้เขาพยายามให้ผมจำเขาได้เพราะมันไม่มีวันที่ผมจะทำได้ผมอธิบายความรู้สึกในใจออกมาทั้งหมด พยายามให้เธอเข้าใจความรู้สึกของผม ไม่ไม่รับโทรศัพท์ใครเพราะผมก็คิดเรื่องนี้มาซักพัก ผมอยากอยู่อย่างสงบ ไม่อยากคุยกับใคร คุณโปรดรับรู้ด้วยว่าผมไม่ใช่เอซคนเก่าอีกต่อไป ผมทนกับการแคร์ความรู้สึกของคุณมามากพอแล้ว

          ตลอดเวลาที่เจนเป็นแฟนของพี่ พี่ไม่จำเป็นจะต้องปิดบังความรู้สึกของตัวเองเธอตอบผมพร้อมกับใบหน้านิ่งเรียบ น้ำตาเหือดแห้งไปพร้อมกับความรู้สึกที่หายไปเช่นเดียวกัน พี่ทุกข์พี่บอกเจนได้ พี่สุขพี่ก็บอกเจนได้ เจนไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย...เจนแค่ต้องการความรัก

          “…” ผมนิ่งไปกับคำตอบของเธอ ผมคงจะผิดที่ไม่รับสายของเธอ ผมคงจะคิดน้อยไป ถ้าวันนึงไอ้เอซกลับมาร่างนี้ได้มันคงจะเสียใจกับการกระทำของผม

          ในเมื่อพี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเจนแล้ว... เราห่างกันซักพักเถอะ" เธอหลบสายตาของผมแล้วพูดออกมา ผมที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธออยู่แล้วไม่รู้ว่าต้องแสดงสีหน้ายังไงต่อไป พี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเจนแล้ว เจนก็ไม่ได้รู้สึกรักพี่เหมือนเมื่อก่อน นี่คงจะเป็นเหตุผลมากพอที่เราควรห่างกัน มันไม่ใช่คำบอกเลิก เจนแค่ต้องการให้พี่คิดทบทวนเรื่องของเรา

          ผมไม่รู้ว่าเอซคนก่อนรักคุณแค่ไหนผมมองหน้าเธอพร้อมกับสายตาขอโทษปนกับความรู้สึกโล่งในใจ แต่ก็ขอบคุณช่วงเวลาดีๆ ที่มีให้กับเขา

          “เจนยินดี" เธอตอบก่อนจะหันหลังกลับออกไป ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะกลับลงไปนั่งเหมือนเดิมพร้อมกับความรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ขอบคุณที่เธอเข้าใจผม


          ตัล เพื่อนมึงเป็นไรมากมั้ยพี่โอที่แอบไปเผือกเรื่องของไอ้เอซที่กำลังเถียงกันอย่างเมามันส์กับน้องเจนแฟนเด็กของมัน ถึงว่า! ทำไมโทรศัพท์มันสั่นได้ทั้งวันทั้งคืน สั่นยิ่งกว่าอะไรใดใดในโลก จะบอกก็ไม่กล้าเห็นมันเงียบๆ น่ากลัวแบบนั้น เลยต้องนั่งสงบนิ่งมาทำงานกับมันความจำเสื่อมเหรอวะเพื่อนมึงอ่ะ

          โอ้ยหนูไม่รู้หรอกพี่ฉันบอกปัดไปเพราะเริ่มสงสัยในตัวของเพื่อนสนิทตัวเอง

          หรือว่าที่มันบอกตอนนั้นจะเป็นความจริง?

          เป็นไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าโลกนี้จะมีเรื่องประหลาดอย่างฉันที่มีพลังวิเศษ แต่มันจะต้องไม่มีเหตุการ์ณสลับร่างกันอะไรแบบนั้นแน่นอน มันไม่เมคเซ้นส์ ฉันไม่เชื่อ บางทีไอ้เอซอาจจะความจำเสื่อมจริงๆ ก็ได้ แต่ทำไมมันถึงจำฉันได้ล่ะ? โอ้ยปวดหัว ยิ่งคิดยิ่งสงสัย

          ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของมันที่เปลี่ยนไปหรือคำพูดของมันที่ดูทะแม่งๆ มันก็ดูน่าสงสัยไปหมดเลย ขนาดตอนนี้มันโดนน้องเจนบอกเลิก ไม่สิ ขอห่างกันมันยังไม่เสียใจซักแอะเดียว ปกติมันรักน้องคนนี้ม๊ากมาก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเมินแถมยังไม่รับสายเป็นร้อยๆ สาย...หรือมันจะมีกิ๊ก?!

          โอ๊ยไม่ใช่หรอก คิดอะไรวะเนี่ยฉันพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันไปมองโต๊ะเพื่อนสนิทที่กำลังคร่ำเคร่งกับการทำงานอย่างที่ไม่เคยเป็น พี่โอเดินมาหาฉันอย่างเงียบๆ โดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว

          ยังไงเนี่ย เลิกกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ? ง่ายไปมั้งอีกฝ่ายพูดกับฉันพร้อมกับใบหน้าที่สงสัยไม่น้อยไปกว่าฉัน พี่สงสัยฉันก็สงสัย! ใครจะไปรู้เล่า รู้อะไรก็มาบอกบ้าง กูอาจจะใจดีเพิ่มเงินเดือนให้

          ส่งไฟล์ให้ทางเมล์แล้วนะพี่ ลองไปเช็คนะ หนูไปกินข้าวก่อนฉันเลี่ยงคำถามของอีกฝ่ายก่อนจะลุกออกไปลากไอ้เอซออกมากินข้าว บางทีมันอาจจะเจ็บปวดอยู่ในใจแต่ไม่แสดงอะไรออกมาก็ได้

          แม้ว่าจะเดินมาถึงโรงอาหารแล้วแต่อีกฝ่ายก็ยังนิ่งเงียบไม่พูดอะไรจนฉันต้องออกปากให้มันไปหาอะไรกิน ฉันเดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับกระเพราไก่ไข่ดาวอาหารเบสิคที่พนักงานกินเงินเดือนอย่างฉันกินเป็นประจำ ส่วนอีกฝ่ายกลับกินสลัดแคลอรี่ต่ำทำเอาฉันอึ้งไปเลย

          ไดเอทเหรอ?ฉันถามก่อนจะตักผัดกระเพราแห้งๆ เข้าปาก

          อืออีกฝ่ายนั่งเขี่ยผักในชามไปมาก่อนจะค่อยๆ ทาน

          เหมือนไอ้ฌอห์นเลยเนอะ มันเป็นดาราก็ต้องรักษาหุ่นอีกฝ่ายหยุดทานไปซักพักเมื่อฉันพูดออกไป ฉันไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนจะนึกถึงเรื่องที่มันเลิกกับเจนเมื่อเช้า แล้วมึงจะเอายังไงกับน้องเจน เลิกเลยปะ

          อือ

          โหง่ายดีจังนะมึงอะ คบง่ายเลิกง่ายจริงๆ

          หลังจากทานเสร็จ เราก็ไปที่ร้านกาแฟกันซักพักเพราะฉันก็ไม่มีงานต่อแล้วแต่ต้องอยู่ให้ครบเวลางานถึงจะกลับได้ ส่วนมันก็เคลียร์งานแทบจะหมดแล้วเราเลยมีเวลานั่งเล่นกันก่อน ต่อจากนี้ไปเราต้องกลับบ้านด้วยกันทุกวันฉันก็เลยชินกับนิสัยใบ้แดกของมันไปแล้ว

          มือเรียวยกแก้วลาเต้เย็นมาดื่มก่อนจะหันไปมองอีกฝ่ายที่ดื่มเอสเปรสโซ่เข้มๆ เพรียวๆ ไร้น้ำตาลอย่างหน้าตาเฉย ปกติมันจะยี๋ทุกครั้งที่ดื่มอะไรแบบนี้ ทุกวันมันสั่งหวานเยอะนี่นา มันสั่งขมทีเดียวพนักงานหน้าเหวอไปเลยล่ะ เชื่อแล้วว่าเป็นเอซคนใหม่จริงๆ

          เป็นคนใหม่ที่ฉันไม่ชินเอาซะเลย

          มึงโอเคแน่นะฉันถามอีกฝ่ายที่กำลังมองออกไปที่ด้านนอกเหมือนใจลอยไปแล้ว

          อือ...มันตอบก่อนจะกุมหน้าอกพร้อมกับเหงื่อที่ไหลโซมกาย ใบหน้าเริ่มแสดงความเจ็บปวดออกมาจนฉันไม่เชื่อคำตอบของอีกฝ่ายเจ็บหน้าอก...กูเจ็บหน้าอก

          เฮ้ยเอซ มึงไม่โอเคแล้ว กูพามึงไปห้องพยาบาลดีกว่าฉันยกตัวของมันขึ้นมาแล้วพยายามพาไปที่ห้องพยาบาลด้วยตัวคนเดียวเพราะอีกฝ่ายเริ่มเดินไม่ไหวแล้ว อีกอย่างในร้านกาแฟนี่ก็มีแค่ฉันคนเดียว ร่างกายของเอซเริ่มอ่อนแรงลงก่อนจะสลบลงไปพร้อมกับใบหน้าซีดเซียว เอซ! ไอ้เอซ!!”



          ร่างบางในชุดปกปิดทั่วร่างกายเพื่อไม่ให้เห็นใบหน้ากระชากปลั๊กออกซิเจนของเขาออกก่อนที่คนที่อยู่บนเตียงจะกระตุกอย่างรุนแรง มือเริ่มหงิกงออย่างน่ากลัว  อีกฝ่ายกำลังจะขาดอากาศหายใจและตายลงในที่สุด สายตานิ่งเรียบจ้องมองบั้นปลายชีวิตอย่างน่าสงสาร กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะแต่กลับมีอุปสรรคมาขวางแผนการของเธอเสียก่อน เสียงรองเท้าส้นสูงกำลังดังขึ้นที่น่าห้องเป็นสัญญาณว่ากำลังมีคนมาอย่างแน่นอน คิ้วหนาขมวดแน่นก่อนจะตัดสินใจเสียบปลั๊กเข้าไปเหมือนเดิมก่อนจะควักกระดุมสีขาวเม็ดเล็กวางไว้ที่ใต้เตียงของเขาแล้วรีบปีนหน้าต่างออกไปโดยไม่ลืมทำลายหลักฐานทั้งหมด

          โธ่เอ๊ย! ใครมันมาวะ!

          เธอสบถกับตัวเองในใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์และหูฟังออกมาใส่หูทั้งสองข้างและเริ่มฟังสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องผู้ป่วยห้องนั้น มันอาจจะเป็นสิ่งที่เธอต้องการได้ยินก็ได้ มันอาจจะเป็นประโยชน์กับตัวเธอเองไม่มากก็น้อย ร่างบางนั่งลงที่ผนังด้านหลังตึกผู้ป่วยที่เธอมั่นใจว่าไม่มีใครผ่านมาแน่นอน

          ไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้นอกจากพวกเราใช่มั้ย?เสียงผู้หญิงวัยกลางคนที่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นแม่ของเขาดังขึ้น

          นอกจากหมอและพยาบาลก็ไม่มีใครเลยครับคุณนายเขาที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้ชายตอบเธอ

          ...ฌอห์นลูกเธอพูดกับเขาก่อนจะลูบหัวเขาเบาๆ แม่จะดูแลธุรกิจของเราต่อไปเอง...แต่ลูกต้องรีบฟื้นขึ้นมานะ

          ...

          แม่สัญญาว่าแม่จะดูแลด้วยตัวแม่เอง...อีเด็กกาฝากจะไม่มีทางได้เป็นใหญ่ในตระกูลของเรา มีแค่เพียงลูก แม่มีแค่ลูกแล้วนะ...แม่จะทำทุกทางให้ลูกกลับมาฟื้นให้ได้เธอพูดกับเขาที่ไม่มีโอกาสได้โต้ตอบอะไร เธอรู้ดีแก่ใจว่าโอกาสที่เขาจะฟื้นขึ้นมามันน้อยนิดเหลือเกิน แต่เธอก็อยากจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด โชคชะตาต้องเข้าข้างเธอ ชินมันยังเด็ก กร่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ มันอยากฆ่าแม่จนตัวสั่นแต่ก็ทำไม่ได้

          “…”

          แม่ขอสัญญากับลูก มันต้องข้ามศพแม่ไปก่อนถึงจะขึ้นมาเป็นผู้บริหารใหญ่ได้ ตราบใดที่แม่มีชีวิต แม่จะไม่มีวันให้มันแย่งตำแหน่งของลูก...แม่สัญญานะลูก แม่สัญญา

          ฉันกระชากสายหูฟังออกก่อนจะกดโทรหาเขาที่ควรจะรู้เรื่องนี้ แผนการที่จะฆ่าเขาคงต้องพักไปก่อนและปรึกษากับเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ งานนี้คงไม่ง่ายอย่างที่เธอคิด ตอนแรกเธอคิดแค่ว่าแค่ฆ่าเขาทิ้งไปเรื่องน่าจะจบ แต่แม่ของเขายังอยู่...แถมยังอยู่เหนียวแน่นมาก ยากที่จะทำลาย

          มีทางเดียวก็คงต้อง ทุบให้ตาย

          พี่ชิน ออกมาเจอกันหน่อย



          ฉันกลับเข้ามาในโรงเรียนหลังจากลาช่วงเช้าไปที่ทำงานของพี่เอซเพราะฉันทนไม่ไหวอีกต่อไป ต่อไปฉันต้องเผชิญกับเรื่องร้ายแรงทุกอย่างด้วยตัวของฉันเอง ฉันต้องเข้มแข็งขึ้น ฉันไม่มีที่ระบายอีกแล้ว ฉันต้องยืนหยัดและต่อสู้กับมัน...โดยที่ไม่มีเขา

          หลังจากวันนั้น ข่าวนั้นก็ถูกแพร่ไปทั่วโรงเรียนจนฉันเครียดมากเพราะมันเป็นข่าวฉาวที่ฉันไม่เคยจำได้ว่าเคยทำมัน ฉันยอมรับว่าฉันมีเซ็กส์กับใครๆ แบบไม่ซ้ำหน้า แต่ฉันไม่เคยทำมัน ฉันมักจะวันไนท์แสตนด์เสมอ ไม่เคยยึดติดกับใครนอกจากแฟนตัวจริง ซึ่งตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอีจีมันหามาจากไหน

          มันคือคลิปหลุดของฉัน

          ฉันไม่เคยอนุญาตให้ผู้ชายคนไหนถ่ายคลิปฉันเก็บไว้...ตอนนั้นฉันคงไม่มีสติมากพอ ฉันเกลียดตัวเองที่สะเพร่าแบบนี้ พ่อกับแม่คงรู้เรื่องนี้แล้วฉันเลยตัดสินใจไม่กลับบ้าน คอนโดของพี่เอซฉันก็ไม่ได้ไปอีกเลย ตอนนี้ฉันไม่มีที่จะไปนอกจากไปผับและโรงเรียน เพื่อนๆ ต่างมองฉันเหมือนที่ฉันเคยทำกับทุกคน ทำเหมือนฉันเป็นคนน่าขยะแขยง...เพื่อนที่เคยสนิทกันก็ห่างกันหมด ตอนนี้ฉันไม่เหลือใครอีกต่อไป

          มือเรียวยกบุหรี่ในมือมาดูดก่อนจะปล่อยลมออกมา ฉันมักจะสูบบุหรี่เวลาเครียดๆ ที่หลังตึกร้างที่โรงเรียนใกล้จะทุบในเร็วๆ นี้ มันเงียบดีแต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน ควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งปนกับอากาศเต็มไปหมดจนแทบรู้สึกอาเจียนแต่ฉันกลับชอบกลิ่นของมัน มันขม มันดิบ...เหมาะกับช่วงเวลาอันขืนข่ม

          ใครบางคนเดินเข้ามาในที่ลึกลับแห่งนี้ก่อนจะย่อตัวลงนั่งข้างๆ ฉันก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟสูบเป็นเพื่อนฉัน ฉันไม่ได้หันไปหาเขาและเขาก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ต่อให้เขาเป็นใครฉันก็ไม่ได้สนใจ...เพราะตอนนี้ฉันสงสัยกับตัวเองมากกว่าว่าฉันเศร้า โกรธ หรือดีใจอยู่กันแน่

          สูบบุหรี่มันไม่ดีนะครับเขาปล่อยลมออกมาก่อนจะเอ่ยปากพูดท่ามกลางความเงียบ ฉันหันไปหาเขาแล้วได้รู้ว่าเขาเป็นใคร

          พี่ชิน?ฉันตกใจเล็กน้อยที่เป็นเขา ปกติเขาไม่มีทีท่าสนใจฉันซักนิด ..แต่พี่ก็สูบเหมือนกัน

          พี่เป็นผู้ชายไง สูบแล้วมันยังดูดีกว่าผู้หญิงสวยๆ แบบน้องเขาตอบก่อนจะเขี่ยบุหรี่ที่พื้นก่อนจะถามฉัน มีเรื่องเครียดรึเปล่า บอกพี่ได้นะ

          บอกไปพี่ก็ไม่เข้าใจฉันตอบแล้วยกบุหรี่ขึ้นมาสูบต่อโดยไม่ได้สนใจกับคำพูดของเขา อีกฝ่ายกระตุกยิ้มน้อยๆ กับการกระทำของฉันก่อนจะยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ฉัน

          พี่ก็อยากลองเข้าใจน้องเหมือนกัน...ลมหายใจที่กำลังรดต้นคอทำให้เผลอทิ้งบุหรี่ในมือไป ดวงตากลมโตมองที่ดวงตาคมเจ้าเล่ห์ของเขา ใบหน้าของเราใกล้กันเรื่อยๆ จนริมฝีปากแทบจะแตะกันแต่ฉันผลักเขาออกไปก่อนแล้วเดินออกไปจากที่ตรงนั้นโดยไม่ลืมเหยียบบุหรี่ที่ยังมีไฟติดอยู่

          ...เล่นตัวชิบหาย

          ฉันเดินกลับมาที่ห้องพร้อมกับกลิ่นบุหรี่ที่ติดตัว ปกติฉันไม่ค่อยสูบบุหรี่มากนักเพราะมันจะเจ็บหน้าอก ฉันเดินมานั่งที่โต๊ะของตัวเองท่ามกลางสายตาของทุกคน ฉันรู้ว่าตอนนี้ฉันจะใหญ่แค่ไหนแต่ทุกคนก็คงจะคิดว่าฉันคงจะเป็นผู้หญิงสำส่อนคนนึง

          เหม็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างก่อนจะยกมือขึ้นมาบีบจมูกแล้วมองมาทางฉันด้วยสายตาขยะแขยง เธอและเพื่อนเดินออกไปพร้อมกับทุกคนที่พร้อมใจกันสะพายกระเป๋าเดินออกไปจากห้องและทิ้งฉันไว้...ท่ามกลางความเงียบงันที่ฉันเป็นคนก่อมันเอง

          ยี๋...เหม็นจังเสียงเล็กจีบมือแกล้งปิดจมูกตัวเองหลังจากเธอก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดนักเรียนที่เริ่มแห้งแต่ก็ส่งกลิ่นเหม็นออกมาเหมือนกัน

          ฉันนึกถึงสิ่งที่เคยทำกับจีก่อนจะสะพายกระเป๋าเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ฉันมาโรงเรียนก็เหมือนไม่ได้มา ทุกคนทำเหมือนฉันเป็นสัตว์ตัวหนึ่ง บางทีการดื่มเหล้าแล้วเมาจนแฮงค์มาถึงอีกวันก็อาจจะมาเป็นทางเลือกที่ดี

          ฉันเดินออกจากโรงเรียนมาท่ามกลางสายตาจากทุกคนที่จับจ้องมาทางฉันอย่างกับว่าฉันเป็นตัวประหลาด บ้างก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเทียบว่าใช่ฉันจริงๆ หรือเปล่า บ้างก็นินทาฉันบ้างล่ะ บ้างก็หาเรื่องใส่ร้ายฉันบ้างล่ะ แต่ฉันก็ร็สึกชินกับมันไปแล้ว ฉันก้าวออกจากโรงเรียนไปอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่ได้สนใจใครบางคนที่กำลังเดินตามมาด้านหลัง

          โทรมาทำไม พี่กำลังทำตามแผนให้อยู่เขารับโทรศัพท์ด้วยความโมโหเล็กน้อย

          (พี่ชิน ออกมาเจอกันหน่อย)



          ว่ามาผมยกแก้วน้ำเปล่าดื่มก่อนจะเอ่ยปากถามเธอ

          เรื่องอีเจนเป็นยังไงบ้างเธอถามผมด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก บางทีเธอก็เซ็กซี่เย้ายวนจนน่าแปลกใจ แต่บางครั้งเธอก็นิ่งจนผมกลัวจริงๆ

          ...ก็เรื่อยๆผมวางแก้วในมือลงก่อนจะตอบเธอ ถ้าเธอไม่โทรมาพี่คงได้เจนเป็นเมียแล้ว

          ง่ายขนาดนั้นเลย?เธอกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะกอดอกคุยกับผม แต่เรื่องแม่พี่เนี่ย...ไม่ง่ายเลยนะคะ

          ยังไง

          ดูเหมือนว่าเราคงต้องมีแผนสองเธอตอบก่อนจะอธิบายให้ผมเข้าใจ แม่พี่ไม่ปล่อยให้พี่ขึ้นรับตำแหน่งง่ายๆ แน่ ระบบรักษาความปลอดภัยของห้องก็มากเหลือเกิน กว่าฉันจะเข้าไปได้ก็ลำบากแทบแย่

          เธอเข้าไปในห้องไอ้ฌอห์น?ผมตกใจกับคำพูดของเธอ เธอมีความสามารถพอตัวเลยทีเดียวเพราะไม่ว่าคนแปลกหน้าคนไหนก็ไม่สามารถเข้าไปได้นอกจากคนของตระกูลเราเท่านั้น เธอฝ่าการ์ดเข้าไปได้?

          ใช่ แต่ก็ทุลักทุเลเธอตอบ จีว่าพี่ฟังนี่หน่อยดีกว่า

          เธอวางโทรศัพท์ที่หน้าจอแตกเล็กน้อยมาให้ผมก่อนจะเปิดคลิปเสียงที่จะทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม

          แม่สัญญาว่าแม่จะดูแลด้วยตัวแม่เอง...อีเด็กกาฝากจะไม่มีทางได้เป็นใหญ่ในตระกูลของเรา มีแค่เพียงลูก แม่มีแค่ลูกแล้วนะ...แม่จะทำทุกทางให้ลูกกลับมาฟื้นให้ได้เธอพูดกับเขาที่ไม่มีโอกาสได้โต้ตอบอะไร เธอรู้ดีแก่ใจว่าโอกาสที่เขาจะฟื้นขึ้นมามันน้อยนิดเหลือเกิน แต่เธอก็อยากจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด โชคชะตาต้องเข้าข้างเธอ ชินมันยังเด็ก กร่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ มันอยากฆ่าแม่จนตัวสั่นแต่ก็ทำไม่ได้

           ‘แม่ขอสัญญากับลูก มันต้องข้ามศพแม่ไปก่อนถึงจะขึ้นมาเป็นผู้บริหารใหญ่ได้ ตราบใดที่แม่มีชีวิต แม่จะไม่มีวันให้มันแย่งตำแหน่งของลูก...แม่สัญญานะลูก แม่สัญญา

          ...เธอดึงโทรศัพท์ที่กำลังเล่นเสียงกลับไปทำให้ผมสงสัยในตัวเธอ เธอดักฟังแม่ฉัน?

          อย่าถามเธอตอบสั้นๆ ก่อนจะเอ่ยปากถามผม บอกมาว่าจะทำยังไงต่อไป

          หึ ยัยปีศาจนั่นแก่หนังเหี่ยวหมดแล้ว แต่จะให้มันตายก็คงจะยากผมตอบก่อนจะยกมือขึ้นมากอดอก มันไม่ยอมตายง่ายๆ ถ้าไม่เห็นลูกชายสุดรักสุดหวงตื่นขึ้นมา ฉันอยู่กับมันตลอดมันแทบจะไม่เห็นฉันในสายตา เห็นฉันเป็นผักหญ้าที่จะทำยังไงก็ได้...

          งั้นก็มีทางเดียว



          ร่างบางในชุดวาบหวิวกำลังยิ้มแย้มอยู่หน้ากล้องซึ่งเป็นอาชีพของเธอ ดวงตาไร้ความกังวลใดใดกำลังมีความสุขกับการทำท่าต่างๆ ในโฆษณาของเธอ รอยยิ้มสดใสปนเซ็กซี่ของเธอทำให้ใครต่อใครตกหลุมรัก สินค้าตัวนั้นก็ขายออกได้ง่ายเพราะแบรนด์เอ็มบาสเดอร์อย่างเธอ ค่าตัวสูงลิบลิ่วของเธอไม่ใช่อุปสรรคเพราะยังไงผลลัพธ์ที่ได้กลับมามันมากโขเกินจะบรรยาย

          เยี่ยมครับน้องเหม่ย ภาพสวยมากเลยช่างภาพพูดก่อนจะเรียกฉันเข้าไปดูภาพที่เพิ่งถ่ายเสร็จ ชุดบิกินี่สีดำกับหุ่นเรียวเพรียว ขายาวเรียวเล็กที่สาวๆ จะต้องอิจฉา เธอเหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้จริงๆ เหลืออีกเซ็ทนึงนะครับ น้องเหม่ยไปเปลียนชุดก่อนได้เลยครับ

          ค่ะฉันตอบก่อนจะเดินตามพี่สไตลิสท์เข้าไปในห้องแต่งตัวก่อนจะขอตัวไปคุยโทรศัพท์ก่อนเริ่มงาน

          ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด

          (เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่....)

          แม้ว่าฉันจะโทรหาเขาซักกี่ครั้งก็ไม่มีทีท่าว่าเขาจะรับสาย ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ทำอะไร ส่งข้อความไปก็ไม่มีแม้แต่การอ่าน หรือเขาจะทิ้งฉันแล้ว? เขาจะฟันฉันแล้วทิ้งงั้นเหรอ?

          เอซ คุณอยู่ไหนกัน…” เธอพึมพำกับตัวเองก่อนที่พี่สไตลิสท์จะเรียกให้เธอไปเปลี่ยนชุดและต้องวางโทรศัพท์ไว้ตรงนั้น ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์ในมือทำให้ไปชนกับโทรศัพท์ของเธอจนตกลงไปในถังน้ำอย่างที่เธอไม่รู้ตัว

          ถ้าสายลมและอากาศสามารถบอกเธอได้ พวกเราก็อยากจะบอกว่า

          ไม่มีคนชื่อเอซสำหรับเธออีกต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #11 ตายิ้ม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 23:07
    มาต่อเร็วๆๆนะจ๊ะ
    #11
    1
    • #11-1 Tak Paweena (@tukeaeakiki) (จากตอนที่ 6)
      27 เมษายน 2561 / 19:18
      มาต่อแล้วจ้า
      #11-1
  2. #9 หมูยุน (@Fahfahfi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 19:54
    สู้วๆๆๆๆๆ
    #9
    0