END [9SPIRITS] Dreams Come True อยากตื่นมาเห็นหน้าเธอ

ตอนที่ 7 : DREAM EPISODE 6 : [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    30 เม.ย. 61

EPISODE 6
Image result for gif sehun
Image result for gif yoona

          หญิงสาววัยชรานั่งมองหลานสาวคนเดียวของตนอย่างอนาถา ดวงตาละห้อยแหงนมองชามข้าวในมือเธออย่างหิวโหยแต่ก็เหมือนพูดอะไรไปเธอคงไม่ได้ยินเพราะทั้งวันหยุดนี้เธอเอาแต่ใส่หูฟังแล้วทำหน้าเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา เธอรู้สึกผิดที่จะต้องทิ้งบั้นปลายชีวิตของตัวเองให้หลานสาวดูแล ไหนจะเรื่องหนี้สินที่หลานคนโตทิ้งไว้ ขาของเธอพิการทำให้ทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนรอความตายไปวันๆ

          ร่างบางย่อตัวลงหยิบช้อนตักข้าวป้อนเข้าปากยายตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกใดใด ถ้าเธอฆ่ายายตัวเองได้ก็คงทำไปนานแล้ว แต่ในเมื่อชีวิตเธอไม่มีอะไรเหลือนอกจากยายก็เลยคิดซะว่าเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน มันอาจจะดูรุนแรงไปแต่ฉันก็ไม่ใช่หลานแท้ๆ ของเขา ฉันเป็นแค่เด็กกำพร้าที่แม่เก็บมาเลี้ยงโดยไม่ปรึกษาพ่อ ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครต้องการ ทุกคนอาจจะคิดว่าฉันต้องทนทุกข์กับมันมากแน่ๆ แต่ที่จริงแล้วฉันไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

          อยากตายไปเร็วๆ ด้วยซ้ำ

          ถ้ายายหิวหรืออยากเข้าห้องน้ำเมื่อไหร่ก็บอก หนูนั่งอยู่ตรงนี้ฉันบอกอีกฝ่ายที่พยักหน้างึกงักตามคำสั่งก่อนจะลุกไปนั่งอีกฟากนึงของบ้านแล้วเปิดเล่นเสียงที่วางกระดุมดักฟังไว้ หวังว่าคงจะได้ยินอะไรดีๆ บ้าง



          ป้า!!! คิดถึงจังงงงงงงง~” หลานสาวตัวน้อยของฉันกระโดดกอดฉันอย่างเต็มแรงพร้อมกับเปล่งเสียงออกมาด้วยความคิดถึง ฉันอุ้มเด็กน้อยไว้ในตัวก่อนจะหมุนตัวไปรอบๆ จนอีกฝ่ายขำคิกคักชอบใจ ข้าวเพิ่งไปเที่ยวกับพี่ชายและพี่สะใภ้ของฉัน ป้าอ้วนขึ้นแน่ๆ เยย เห็นมั้ยยย~ แก้มยุ้ยเยยยยย~”

          ...เอซที่ยืนมองฉันกับหลานกำลังกอดรัดฟัดเหนี่ยวกันแบบงงๆ มันยังไม่เคยเห็นหลานฉัน มีแค่ไอ้ฌอห์นที่เคยมาเจอ

          แล้วมึงยืนงงอะไร ไปกินข้าว!” ฉันอุ้มหลานขึ้นมาก่อนจะเรียกสติไอ้เพื่อนสนิทคืนมาแล้วพาไปที่โต๊ะอาหารที่มีอาหารหน้าตาหน้ากินวางอยู่

          ป้าๆ นี่ใครอ่ะข้าวที่กำลังเคี้ยวไก่ทอดในมือชี้หน้าเอซก่อนจะถาม

          เลิกเรียกฉันว่าป้าซักทีเถอะ =_=!” ฉันวีนใส่อีกฝ่ายก่อนจะแนะนำคนข้างกายให้รู้จัก เพื่อนน้าเอง ชื่อเอซ

          ป้าเพี้ยนไปแล้วเหรอ นี่มันอาฌอห์นนนนนนน!!” อีกฝ่ายตะโกนออกมาพร้อมกับข้าวเต็มปากจนเศษเม็ดข้าวกระเด็นออกมา โอ๊ยยยย หลานฉัน TOT

          "ข้าว...นี่อาเอซ ไม่ใช่อาฌอห์น" ฉันบอกหลานสาวที่กำลังมองใบหน้าเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยเหมือนหลานฉันจะเข้าใจอะไรผิดไป "เพื่อนน้าเอง สวัสดีสิลูก"

          "ไม่ใช่นะ! นี่มันอาฌอห์นต่างหาก! ป้าอ่ะแหละมั่ว!"

          หลานฉลาดกว่าป้าอีก

          เอซกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะมองหน้าข้าวแล้วยักคิ้วให้หลานอย่างพอใจ ฮือ ตั้งแต่มันฟื้นขึ้นมาก็เพิ่งเห็นมันยิ้มนี่แหละ หล่อชะมัดเลย ดูเหมือนคุณพ่อแสนอบอุ่นอะไรแบบนั้น ชีวิตคอมพลีทแล้ว T_T

          อะไรนะ...ใครหล่อ ใครคิด ไม่มี!!!

          ฉันส่ายหน้าเบาๆ เพื่อไล่ความคิดบ้าบอนั่นออกไปจากหัวก่อนจะส่งสายตาเชิงดุไปทางหลานสาวที่กำลังดื้อดึง เสียงนิ่งเอ่ยขึ้นให้คนตรงหน้าทำตามที่บอก

          ข้าว สวัสดีอาเอซเดี๋ยวนี้

          ฮือ ป้าดุหนูหลานสาวเริ่มเบะเตรียมจะร้องไห้ ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะต่อรอง

          อนุญาตให้เรียกป้าได้สามวัน

          สวัสดีค่าลุงเอซอีกฝ่ายพนมมือไหว้อย่างสวยงามทันทีหลังจากพูดจบโดยไม่ต้องพูดอะไรมากมาย นี่แหละน้าหลานฉัน นิสัยเหมือนตัวเองชะมัดเลย T_T

          ...ไอ้เอซไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ไม่ลืมที่จะยกมือขึ้นมารับไหว้จากนั้นมือหนาก็เอื้อมไปตักแก้งฟักทองข้างหน้า หลานสาวจอมซนเริ่มออกปากพูดอีกครั้ง

          ลุงฌอห์นกินฟักทองไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ห้ามกินนะ ห้ามกินๆเด็กตัวน้อยพูดเสียงจ้อยแจ้วก่อนจะปัดมือหนาที่กำลังจะตักแกงฟักทองเข้าปาก

          ฌอห์นเป็นโรคแพ้ผักสีเหลืองเพราะฉะนั้นมันเลยเกลียดสีเหลืองเข้าไส้ เผลอกินทีไรเป็นอันต้องอ้วกทุกรอบ แต่ไอ้เอซไม่ได้เป็นอะไรเลยนอกจากแพ้ฝุ่นค่ะซิส สงสัยว่าหลานสาวจอมซนของฉันจะจำหน้าเพื่อนสนิทสลับกันแล้ว

          ...คนข้างกายกระตุกยิ้มออกมาก่อนจะเลื่อนมือไปตักแกงส้มข้างๆ แทน

          หลังจากอาหารเย็น ฉันกับเอซก็ต้องเข้าไปทำงานต่อในห้อง งานกองเท่าภูเขาจากพี่โอลิเวียกำลังนอนแผ่อยู่ในกล่องข้อความของฉัน แต่คิดเหรอว่าคนอย่างฉันจะขยันทำงาน...

          โซนยอชิแด! โซนยอชิแด! ยองวอนฮี! โซนยอชิแด! \(>O<)/” ฉันโบกแท่งไฟสีชมพูจี๊ดจ๊าดในมือพร้อมกับร้องอังกอร์ก่อนเริ่มเพลง ฉันเป็นแฟนคลับวงนี้มาตั้งแต่เดบิวท์เลยนะ ไม่แก่ให้มันรู้ไป T_T หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แทนจะเป็นหน้าโปรแกรมเวิร์ดแต่กลับเป็นหน้ายูทูปที่มีสาวๆ แปดคนกำลังเต้นอยู่กลางเสตจที่มีแสงไฟรายล้อม เพื่อนสนิทจอมขี้สงสัยค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะจ้องที่หน้าจอคอมแล้วออกปากถามฉัน

          ใครเสียงทุ้มถามฉัน ร่างบางหันหน้าไปหาอีกคนที่กำลังนอนหงายเอาหัวตกลงมาจากเตียงพร้อมกับมือที่กำลังพิมพ์งานในโปรแกรม...

          น่ากลัวที่สุด =_=;;

          ...เพื่อนพี่ยุนอาฉํนพูดก่อนจะชี้ไปที่แสตนดี้ยุนอาออนนี่ที่ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาเหมือนสตาฟไว้ สวยใช่ปะ

          อือมันตอบก่อนจะเขยิบตัวกลับไปบนเตียงแล้วพิมพ์งานต่อในท่านอนหงาย หลานมึงโตเร็วนะ คราวก่อนยังเป็นเบบี้อยู่เลย

          ...ฉันอึ้งไปชั่วขณะกับคำพูดของอีกฝ่าย มือเล็กปิดคลิปบนหน้าจอก่อนจะพันกลับไปหาเพื่อนสนิทที่กำลังเคร่งกับการทำงานอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ฉันขมวดคิ้วแน่นแล้วคิดในใจกับตัวเองว่ามันเป็นไปไม่ได้ก่อนจะพูดออกไป

          มึงเพิ่งเคยเจอหลานกูครั้งแรก...วันนี้

          “…”

          ส่วนคนที่มาเจอหลานกูตอนเบบี้นั่นมัน...ไอ้ฌอห์น” ฉันพูดก่อนจะยกมือขึ้นมากอดพูดอย่างมั่นใจก็จริงที่หลานกูโตเร็ว ไม่เหมือนหน้าอกพี่ยุนอาที่โตช้ากว่าพี่ซันนี่สิบเท่าเออ ว่าแต่เมื่อตอนเที่ยงมึงเป็นอะไร เห็นบ่นเจ็บหน้าอกแล้วก็สลบไปเลย ดีนะที่กูดาไปห้องพยาบาลทัน

          เปล่าอีกฝ่ายตอบสั้นๆ ก่อนจะเริ่มพิมพ์งานต่อ ตอนนั้นฉันตกใจมากที่อยู่ๆ มันก็สลบไป แต่ก็ไม่อยากจะถามอะไรมากเพราะดูมันไม่อยากจะบอกซักเท่าไหร่

          ฉันกดเข้าไปดูไฟล์ในกล่องข้อความที่พี่โอส่งมาเมื่อกี้ เมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นรายละเอียดข่าวของไอ้ฌอห์นเพื่อนสนิทที่ฉันจะต้องเรียบเรียงเพื่อใส่หน้านิตยสารและเขียนบทให้กับนักข่าวที่จะต้องออนแอร์เช้าพรุ่งนี้ มันเขียนเกี่ยวกับแม่ของมันที่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการขึ้นรับตำแหน่งของลูกชายทั้งสอง ถึงฉันจะสนิทกับไอ้ฌอห์นแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยคุยกับน้องชายของมันมาก่อน รู้แค่ว่าเป็นลูกพ่อเดียวกันแต่คนละแม่ นิสัยใจคอเป็นยังไงก็ยังไม่เคยรู้เหมือนกัน

          กูต้องรู้สึกยังไงวะที่ต้องมาทำข่าวเพื่อนตัวเองที่มีโอกาสฟื้นน้อยนิดขนาดนี้ฉันพูดพร้อมเอามือขึ้นเกยคางจะเศร้าก็เศร้าไม่สุด หรือจะดีใจมั้ยก็ไม่อ่ะ

          ถ้ามึงเชื่อกูตั้งแต่ครั้งแรกมึงก็ไม่ต้องมารู้สึกไม่ดีแบบนี้อีกฝ่ายตอบก่อนจะปิดโน๊ตบุ๊กเดินออกจากห้องไปทันที บางทีไอ้บ้านี่ก็น่ารำคาญเหมือนกัน เอาแต่หน้านิ่งใส่แถมยังชอบพูดจาชวนงงอีก ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนกันฉันคงไม่คบมันแล้วล่ะ เสียสภาพจิตชะมัด

          มือเรียวกดแป้นพิมพ์เพื่อเรียบเรียงคำพูดทุกอย่างออกมาบนหน้ากระดาษอยู่นานก่อนจะแหงนหน้าไปพบว่าเลยเวลาพักผ่อนมานานแล้ว จากที่คิดว่าได้วันหยุดแล้วจะได้นอนอย่างเต็มอิ่มคงต้องคราวหน้าแล้วล่ะมั้ง ปกติฉันมักจะนอนดึกอยู่แล้วและต้องตื่นเช้าทุกวันเว้นแต่วันหยุดที่จะตื่นสาย แต่น่าเสียดายที่พรุ่งนี้คือวันจันทร์ วันเดดไลน์พอดีด้วย งานก็ยังไม่เสร็จ จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

          ร่างบางตัดสินใจพักงานตรงหน้าก่อนจะล้มตัวนอนบนเตียงอย่างไม่สนใจว่าเพื่อนสนิทจะกลับเข้ามาเมื่อไหร่ เปลือกตาสีเนื้อปิดลงก่อนจะดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญริบหรี่ลงเพราะเมฆพัดมาบังจนเห็นเพียงแค่แสงที่เล็ดรอดออกมาเพียงเล็กน้อยเปรียบเหมือนบางสิ่งบางอย่างกำลังจะเข้าครอบงำเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลย

          แสงตะวันสาดส่องมาแยงตาจนต้องหรี่ดวงตาลงมา ตรงหน้ามีเพียงเด็กน่อยน่ารักในชุดนักเรียนกระโปรงลายสก๊อตสีแดงสด ผมยาวสีดำถูกเปียพร้อมผูกโบว์สีแดงเช่นเดียวกับสีของกระโปรง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มจากความรู้สึกภายในที่มีความสุขจนคนที่เห็นต้องรู้สึกดีไปด้วย ร่างบางยิ้มให้กับเด็กน้อยตรงหน้าก่อนจะเดินเข้าไปหา

          ข้าวฉันเรียกชื่อของเธอแล้วก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายที่กำลังรอเธออยู่ ขาเล็กก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ จนรู้สึกอยากเข้าไปกอดเหลือเกิน

          ป้าอ๊ะ!” ร่างเล็กถูกใครบางคนรัดที่คอก่อนจะใช้มีดจี้ที่คอจนปลายมีดอันแหลมคมบาดกับเนื้อขาวจนมีเลือดไหลออกมา

          นายจะทำอะไร?!” ฉันถามบุคคลตรงหน้าที่ใส่ชุดปกคลุมใบหน้าจนไม่เห็นว่าเขาเป็นใคร ส่วนสูงที่ดูแล้วน่าจะพอๆ กับฉัน ใบหน้าถูกปิดด้วยแมสก์าดำจนเห็นเพียงดวงตาเล็กที่ดูเย็นชา

          “…” เขาไม่ตอบอะไรกลับมาแต่กลับมองมาที่ฉันพร้อมกับมือที่กำลังใช้มีดไล้ที่ใบหน้าของหลานสาว

          มีดแทงเข้าที่คอเล็กอย่างรวดเร็วพร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นออกมา ดวงตากลมโตถลนออกมา กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งจนมือและเท้าหงิกงอ ชายหนุ่มในชุดดำปล่อยร่างที่ไร้วิญญาณลงก่อนจะปีนรั้วหนีไป เข่าทั้งสองทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นภาพน่าสลดใจด้านหน้า เสื้อนักเรียนสีขาวที่แปรเปลี่ยนเป็นาแดงจากเลือด กลิ่นคาวคละคลุ้งเต็มไปหมดพร้อมกับฝนที่สาดลงมาเหมือนน้ำตาที่กำลังไหลของฉัน ร่างตรงหน้ากระตุกอีกสองสามครั้งก่อนจะไร้ลมหายใจตลอดกาล

          ข้าวข้าว!!!!!!”

          ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับคราบน้ำตาที่เปรอเปื้อนใบหน้า นี่ฉันฝันอีกแล้ว ฝันเห็นอะไรที่ไม่ควรจะเห็น ไม่มีทางเป็นไปได้ มือเรียวยกขึ้นมาปาดเหงื่อที่กำลังไหลออกมาจากขมับก่อนจะครุ่นคิดเรื่องความฝันเมื่อครู่ใครกันที่ทำข้าว? ฉันมองไม่เห็นใบหน้าเขาคนนั้น ฉันไม่รู้ว่าฉันจะหยุดมันได้หรือไม่ น้ำใสไหลรินลงมาอีกครั้งเมื่อความรู้สึกในใจมันจุกในอกไปหมด นี่ฉันจะช่วยใครไม่ได้อีกแล้ว ทั้งฌอห์นทั้งข้าว

          ฮึก…” ฉันกอดเข่าร้องไห้อยู่อย่างนั้นเพราะความรู้สึกกลัวกำลังครอบงำจิตใจ หากพระเจ้ามอบพรวิเศษทำให้ฉันสามารถล่วงรู้อนาคตได้ทำไมท่านถึงไม่ให้ฉันช่วยพวกเขาได้ เท่ากับว่าตัวฉันไม่มีประโยชน์อะไรเลยฉันช่วยคนที่ตัวเองรักไม่ได้เลย

          “…” ร่างสูงที่ยืนดูอยู่นานสองนานเดินเข้ามาใกล้ฉันก่อนจะเอ่ยปากถาม “…เป็นอะไร

          “…” ฉันแหงนหน้าขึ้นไปมองเพื่อนสนิทที่มีท่าทางเป็นห่วงฉัน ดวงตากลมโตที่มีน้ำใสไหลรินกำลังมองเขา นัยน์ตากำลังสั่นไหวเพราะความกลัว ร่างเล็กโผกอดเขาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนแล้วร้องไห้ออกมาเอซกลัว กูกลัว กูไม่ไหว…”

          กลัวทำไมอีกฝ่ายถาม

          “…กูฝันร้าย

          นอนเถอะเสียงทุ้มพูดก่อนจะแกะมือที่กำลังกอดออกแล้วปล่อยให้ฉันนอนหลับไปพร้อมกับน้ำตาที่กำลังไหลริน

          เขาเดินไปนั่งที่มุมห้องก่อนจะชันเข่าขึ้นมาแล้วคิดเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างถี่ถ้วนพร้อมกับมองไปที่เพื่อนสนิทที่กำลังนอนหลับใหลอยู่ สิ่งที่เขาเห็นมันเกิดขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แต่เพียงว่าเขาไม่ได้ตาฝาดเพราะสิ่งสิ่งนี้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองแล้ว

          แสงนั่นมันคืออะไรกัน



          นี่มึงส่งอะไรมาให้กูผู้จัดการเดินเข้ามาหาผมก่อนจะฟาดแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างแรงจนทุกคนหันมามองที่ผมเป็นตาเดียวกูบอกเลยนะ ตลอดเวลาที่มึงทำงานที่นี่ วันนี้มึงทำได้แย่ที่สุด

          ขอโทษครับผมตัดปัญหาโดยการพูดขอโทษไป อีกฝ่ายดูอึ้งไปเล็กน้อยกับคำพูดของผม

          ขอโทษ? เอ่อไม่เป็นไร! งั้นมึงย้ายมาฝ่ายกราฟฟิคก่อนแล้วกันเขายิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตรแต่ผมก็ถอนหายใจแทนที่จะดีใจ

          ผมทำไม่เป็นครับ

          อืมงั้นเขียนเรื่องสั้นเป็นไง?”

          ผมทำไม่เป็นครับ

          งั้นถ้ากูไล่มึงออก มึงจะเดินออกจากที่ทำงานเป็นมั้ย! กวนตีน!” อีกฝ่ายฟาดแฟ้มลงบนหัวผมอย่างแรงจนรู้สึกปวดก่อนจะเท้าเอวด่าผม ถ้ามึงยังทำงานชุ่ยๆ แบบนี้อีกกูจะไม่เห็นแก่ความเป็นพี่น้องแล้วนะ

          ...ผมเดินออกจากที่ทำงานเป็นครับ

          ญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สบายตัวเหม่อลอยกับภาพตรงหน้าพร้อมตาใต้ตาที่บ่งบอกให้รู้ว่าเธอแทบจะไม่ได้นอน ใจของเธอคิดถึงแต่หลานสาวที่ตอนนี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง มือเรียวหยุดค้างที่แป้นพิมพ์มานานแต่บนหน้ากระดาษนั้นกลับไม่มีตัวอักษรอยู่ซักตัว ตอนนี้เธอไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร สติที่หลุดลอยไปถูกเรียกกลับมาด้วยฝ่ามืออรหันต์ของพี่โอที่ตบลงบนไหล่อย่างแรงจนต้องสะดุ้งเพราะความเจ็บ

          เดดไลน์วันไหน?มือที่จับอยู่ที่ไหล่ค่อยๆ บีบนวดพร้อมกับแรงกดที่แรงพอจะทำให้ฉันเจ็บได้ เดด ไลน์ วัน ไหน?

          ...วันนี้ค่ะฉันตอบ

          แล้วทำไมยังไม่ทำงาน! เหม่อทำไม!”

     "หนู...หนูไม่ค่อยสบายอ่ะพี่ฉันพูดก่อนจะหันหน้าไปหา เมื่อคืนก็ไม่ค่อยได้นอนด้วย...พี่รอหนูก่อนนะ ไม่เกินเย็นนี้แน่นอน

          อะ...เออ! ขยันได้แบบนี้มันก็ดี แต่อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน

          ฉันกลัวว่าข้าวจะเป็นเหมือนในฝันของฉัน มันน่ากลัว มันร้ายแรงเกินไปสำหรับเด็กแบบเธอ ฉันไม่อยากปล่อยเธอไว้คนเดียวแม้แต่วินาทีเดียว กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป จะให้ฉันมาเขียนข่าวทั้งๆ ที่ฉันรู้สึกแย่แบบนี้ฉันคงทำไม่ได้...

          ต่อไป สัมภาษณ์นักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของอสังหาริมทรัพย์มากกว่า...

          เสียงจากโทรทัศน์ดังไปถึงหูของเอซที่กำลังถอนหายใจกับงานของตัวเอง เขาไม่ใช่นักเขียนที่สามารถเขียนข่าวออกมาได้ตรงใจทุกคน เขาไม่มีความสามารถพอที่จะทำขนาดนั้น แต่จะให้เขาไปทำอย่างอื่นก็คงไม่ได้เหมือนกัน ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คงต้องทำตัวชินไปกับมันจนกว่าจะได้กลับร่างเดิม

          แม้ว่าโอกาสมันจะน้อยนิดมากก็เถอะ

          ใบหน้าคมเลื่อนไปมองจอโทรทัศน์ที่กำลังออกอากาศเรื่องของเขาโดยมีมารดาสายเลือดเดียวกันกำลังให้สัมภาษณ์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เขาไม่ได้สนิทกับแม่เท่าไหร่ หรือจะพูดว่าชีวิตนี้เขาแทบจะไม่สนิทกับใครเลยนอกจากคริสตัลและเอซ ส่วนน้องชายต่างสายเลือดอย่างชินก็แทบไม่อยากเจอหน้าผมเพราะเกลียดที่ผมจะได้ขึ้นรับตำแหน่งแทนเขา ผมไม่อยากได้อะไรเลยจากบ้านนั้น มันมีแต่การแก่งแย่งชิงกัน ความริษยา ไม่มีความสุขซักนิด ยังไม่รวมถึงพวกเมียเก็บของพ่อที่แทบจะฆ่ากันเองเพื่อขึ้นมาเป็นตำแหน่งเมียหลวงที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความทุกข์ที่ต้องเห็นอะไรแบบนี้ทุกวัน

          ลูกเมียหลวงใช่ว่าจะดีเสมอไป

          คิดยังไงกับข่าวลือที่ว่าลูกชายคนสุดท้องอย่างคุณชินจะได้ขึ้นรับตำแหน่งแทนพี่ชายของเขาครับนักข่าวสาวจี้ประเด็นอย่างถูกจุดจนทำให้นักข่าวคนอื่นเห็นด้วยกับเธอ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นที่ขมับของเธอก่อนจะตอบไปตามสคริปต์

          เขายังเด็กค่ะ ฉันต้องการให้เขาสะสมประสบการ์ณมากกว่านี้เธอตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเพื่อไม่ให้ใครสงสัย ส่วนเรื่องขึ้นรับตำแหน่งแทน...แน่นอนว่าฉันจะยกตำแหน่งนี้ให้ลูกชายคนโตค่ะ แต่เรื่องที่เขาไม่ต้องการตำแหน่งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของเขาแล้วกัน

          แล้วข่าวลือเป็นจริงมั้ยคะ ว่าคุณชินมั่วสุมอบายมุขและเสพยาอีกด้วยนักข่าวสาวคนเดิมถามอีกครั้ง

          ไม่จริงค่ะ เอามาจากไหนคะ มีหลักฐานรึเปล่าเธอหันไปถามอีกฝ่ายที่หน้าเจื่อนไปแล้วกับความน่ากลัวของเธอ ฉันให้สัมภาษณ์เท่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ

          เธอเดินออกมาจากบรรยากาศชวนอ้วกนั่นก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ลูกชายนอกสายเลือดที่มักจะสร้างปัญหาให้เธอไม่หยุดหย่อน เราคงต้องมีเรื่องคุยกัน

          (เลขหมายที่ท่านเรียก....)

          ให้มันได้อย่างนี้สิเธออารมณ์เสียจนแทบอยากปาโทรศํพท์ของตัวเองทิ้งซะจริงแต่ก็ทำไม่ได้เพราะนี่เป็นที่สาธารณะมีคนอยู่มากไป

          ไอ้บ้านั่นอยู่ที่ไหนกัน?



          ไหนมึงบอกว่าจะได้ขึ้นเป็นผู้บริหารไงวะ ไหงแม่มึงพูดงี้อ่ะ โกหกเหรอวะกลุ่มเพื่อนที่ส่งสายตาชวนหาเรื่องมาทางผมหลังจากที่อ่านสัมภาษณ์ของยัยแม่มดที่แทบจะไม่ให้เครดิตผมเลย ผมต่อยเข้าไปที่หน้าของมันอย่างแรงเพราะความโมโหก่อนจะประกาศเสียงดังลั่น

          หุบปากของพวกมึงไป อย่าเสือก ไม่งั้นพวกมึงเจอดีแน่ผมชี้หน้าพวกมันทุกคน แล้วยกกระเป๋าไร้น้ำหนักขึ้นสะพายก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่นึกถึงชั่วโมงเรียนถัดมา ไม่มีอารมณ์จะเรียนอีกต่อไป กูจะโดดแล้วใครจะทำไม

          สายตาคมเจ้าเล่ห์เหลือบไปเห็นร่างบางที่กำลังปีนข้ามรั้วสูงอย่างทุลักทุเล ริมฝีปากสีเข้มยกยิ้มอย่างคิดอะไรดีๆ ออกก่อนจะเดินไปที่รั้วนั่นอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะหนีไป

          มือหนาจับหมับเข้าที่บั้นท้ายของร่างบางจนอีกฝ่ายสะดุ้ง เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นรุ่นพี่ชินที่กำลังยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตรก่อนจะดันตัวเธอให้ปีนข้ามไปอีกฝั่งได้ ส่วนเขาก็ค่อยปีนออกมาเหมือนกัน

          เธอมาที่ผับเดิมอย่างที่เคยมาทุกวัน ต่างเพียงแค่ผับจะเปิดเฉพาะเวลากลางคืน แต่ลุงเจ้าของร้านยอมเปิดให้ เขาโดยเฉพาะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขามีอิทธิพลขนาดไหน นอกจากความรวยของเขาแล้วหน้าตาของเขาก็ยังดูดีมาก ริมฝีปากหนาสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ เสียงทุ้มสั่งเหล้าเบาๆ มาดื่มแต่ฉันกลับเลือกเหล้าที่แรงที่สุดมาดื่มแก้เครียด

          ใจคอคิดจะดื่มแต่เหล้ารึไงเขาถามก่อนจะยิ้มให้ฉัน

          เมาแล้วหลับไปยังดีกว่ามีสติฟังเรื่องนินทาไร้สาระฉันพูดก่อนจะยกเหล้าดื่ม ปกติถ้าคนคออ่อนดื่มเหล้าที่แรงขนาดนี้ก็ต้องมีบาดคอจนแสบกันบ้าง แต่สำหรับเธอมันเด็กน้อยมากจนเธอสามารถดื่มมันได้เพรียวๆ โดยที่ไม่ต้องมิกซ์เป็นค็อกเทลเลยด้วยซ้ำ

          แต่ยังไงเราก็ต้องตื่นมาแล้วแฮงค์อยู่ดี จะดื่มหรือไม่ดื่มมันก็มีค่าเท่ากันเขาตอบก่อนจะยกแก้วในมือขึ้นดื่ม

          หึ ก็จริงของพี่ฉันยิ้มให้กับคำพูดของเขา พี่ชินเป็นคนเดียวที่อยู่กับฉันในเวลาแบบนี้ ตอนนี้มีแต่คนสาปแช่งฉัน เกลียดฉัน มีแค่พี่ชินคนเดียวที่คอยอยู่ข้างฉัน แม้ว่ามันจะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุขกับมัน แล้ว...พี่ไม่มีเรียน?

          ขี้เกียจ ไม่มีอารมณ์เรียนเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่

          แล้วแม่ของพี่?...ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบเสียงทุ้มก็ดังขึ้นมาแทรกเสียก่อน

          อย่าพูดอะไรที่มันไม่เกี่ยวกับเราสองคนเลยนะครับอีกฝ่ายวางแก้วในมือลงก่อนจะพูดกับฉัน มาพูดถึงเรื่องของเรากันดีกว่า

          ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอจนกลายเป็นไม่ชัด มีเพียงเสียงทุ้มที่กำลังตกใจกับอาการของเธอก่อนที่ร่างบางจะล้มลงไปจากโต๊ะเพราะไม่เหลือสติอีกต่อไป คนตรงหน้าเขย่าตัวของเธออีกสองสามครั้งให้มั่นใจว่ายาออกฤทธิ์แล้วก่อนจะหยิบเงินในกระเป๋ายัดใส่มือลุงเจ้าของร้าน

          ขอบคุณมากผมยกยิ้มให้เขาก่อนจะอุ้มร่างของคนตรหน้าขึ้นมาแล้วเดินไปที่ห้องที่ขอลุงเจ้าของร้านไว้ แขนแกร่งวางร่างของเธอลงบนเตียงแล้วไม่ลืมที่จะล็อกประตู ก่อนจะปลดเข็มขัดของตนเองออกอย่างรวดเร็ว

          บทจะง่ายก็ง่ายจริงๆเขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะล้วงเข้าไปที่กระเป๋าหลังเพื่อหยิบหาซองสีเงินที่เขามักจะใช้ประจำ อ้อ รอบนี้ไม่ต้องใช้...

          ร่างหนาขึ้นคร่อมคนตัวเล็กที่กำลังหลับใหลก่อนจะใช้มือปลดกระดุมเสื้อนักเรียนสีขาวออกจนเห็นสิ่งที่น่าพอใจ ใบหน้าคมซุกไซร้ลงไปกับซอกคอขาวจนรู้สึกถึงอารมณ์บางอย่างกำลังเกิดขึ้นภายในกาย บางสิ่งกำลังขยายใหญ่ขึ้นภายใต้กางเกงของเขา ทุกอย่างกำลังไปได้สวยถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นภายนอกเสียก่อน

          เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเข้าค้นภายในร้านนะครับเสียงเข้มจากนายตำรวจพร้อมกับคนอีกสองสามคนเดินเข้ามาในร้านเพราะได้รับแจ้งว่าที่นี่เปิดรับเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์เข้ามามั่วสุมจนชาวบ้านในละแวกนี้เดือดร้อน มือหนาหยิบหมายค้นออกมาก่อนจะเข้าค้นภายในตัวร้านทันทีโดยไม่ฟังเสียงของเจ้าของร้านที่กำลังค้านเขา สายตาเหลือบไปเห็นห้องที่ปิดอยู่จึ้งต้องออกปากขอกุญแจสำหรับห้องนั้น อีกฝ่ายที่ต้องจำใจส่งให้เพราะไม่อยากโดนข้อหาอะไรมากไปกว่านี้

          แต่เมื่อเปิดเข้าไปแล้วก็ไม่พบอะไรนอกจากสิ่งของที่ควรอยู่ในห้องนอน เตียงที่ยับยู่ยี่น่าจะเป็นเพราะเขาไม่จัดระเบียบมันมากกว่าที่เขาจะสงสัย เขาเดินออกไปโดยที่ไม่ทันสังเกตเขาทั้งสองที่แอบอยู่ในตู้เสื้อผ้าไม่ให้ใครจับได้

          ...เหี้ยเอ๊ย ไอ้ตำรวจเวรเขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันไปมองร่างบางที่แทบจะเสร็จเขาอยู่แล้ว จะได้อยู่แล้วเชียว

          โอกาสดีๆ ไม่ได้มาบ่อยๆ แต่แน่นอนว่าวันพระ ไม่ได้มีหนเดียว



          กูกลับก่อนนะฉันพูดกับอีกฝ่ายที่กำลังเคร่งเครียดกับงานตรงหน้า

          เดี๋ยวกูกลับด้วย

          ไม่ต้องเป็นห่วงกู กูแค่...

          กูจำทางกลับบ้านไม่ได้ ไม่ใช่กูเป็นห่วงอีกฝ่ายพูดก่อนจะเก็บของตรงหน้า ฉันถอนหายใจแล้วทำหน้าเจื่อนๆ ใส่มันก่อนจะเดินมาที่รถ โดยที่มีอีกฝ่ายเดินตามมาด้านหลัง แต่ระหว่างนั้นได้มีบางสิ่งเกิดขึ้นในใจของทั้งสอง

          บางสิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้นอกจากตัวพวกเขาเอง

          เป็นอะไร ไม่สบาย?อีกฝ่ายถามแล้ววางโน๊ตบุ๊คลงบนเตียงก่อนจะถอดเสื้อนอกออก

          อือฉันตอบก่อนจะคิดไปถึงหลานสาวที่ตอนนี้ยังคงอยู่ที่โรงเรียน มันคงยังไม่เกิดขึ้นวันนี้ อาจจะเกิดขึ้นซักวันนึง ซักวันนึงที่ฉันไม่รู้ว่าวันไหน เมื่อไหร่ สิ่งที่ทำได้มีเพียงเดาและคอยตั้งรับกับมัน อีกฝ่ายเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ก่อนจะเปิดมันออก กลิ่นเหม็นจากน้ำเน่าโชยเข้ามาจนฉันอยากจะอาเจียน ไม่เหม็นรึไง

          มึงบอกให้กูชิน...

          “…”

          ดวงตาคมเหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังปีนรั้วบ้านเข้ามา เขาใส่ชุดสีดำปกปิดทั้งตัวจนไม่เห็นใบหน้า ร่างเล็กปีนเข้ามาอย่างทุลักทุเลจนคนที่เห็นต้องเอ่ยปากถามเจ้าของบ้านที่นั่งหน้าซีดอยู่

          ปกติบ้านมึงต้องปีนเข้ามาเหรอเสียงทุ้มถามคำถามชวนสงสัยก่อนที่ฉันจะตอบไป

          ...มึงว่าไงนะ?ฉันพูด ก็ต้องเดินเข้ามาสิ จะปีนทำไม

          ทันทีที่ฉันพูดจบอีกฝ่ายก็เดินออกไปจากห้องอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ฉันรีบเดินตามออกไปจนเห็นรถสีขาวที่เคลื่อนเข้ามาพร้อมกับเด็กน้อยที่เดินลงมาจากรถพร้อมกับชุดนักเรียนกระโปรงลายสก๊อตสีแดง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มจนคนที่เห็นต้องรู้สึกสดชื่น ฉันยิ้มออกมาก่อนที่จะตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

          ใครบางคนในชุดสีดำปกปิดใบหน้ากระชากตัวหลานสาวของฉันไปที่มุมหนึ่งของประตูก่อนจะใช้มีดจี้เข้าที่คอ เสียงเล็กประกาศกร้าวไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งทำให้ฉันกลัวที่จะเดินเข้าไป เอซยืนอยู่ข้างๆ ฉันแล้วใช้มือดันฉันให้ไปอยู่ด้านหลัง

          ใครเข้ามากูแทงจริงๆ ด้วย!เขาพูดเสียงดังก่อนจะใช้มีดจี้ที่คอเด็กน้อยแรงขึ้นจนน้ำตาเริ่มไหลออกมาเพราะความกลัว

          คุณครับ นี่ชีวิตจริง...ไม่ใช่ละครเอซพูดก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปหาเขาอย่างมีมีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย หยุด ดัดเสียงคุณเป็นผู้หญิงแน่นอน

          นายว่าไงนะ?

          ขาไม่พูดอะไรมากแต่ใช้เท้าเตะเข้าที่หน้าของเขาคนนั้นอย่างแรงก่อนจะอุ้มข้าวมาหาฉัน เขาค่อยๆ ชันตัวขึ้นมาก่อนจะวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่จะตามทัน เอซเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับลูบหัวเด็กน้อยที่ตัวสั่นเพราะความกลัว สายตาของมันดูอบอุ่น...

          เป็นครั้งแรกที่ความฝันของฉันไม่เกิดขึ้น

          เพราะพลังบางอย่างได้เกิดขึ้นในใจของพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่ได้รู้ตัวเลย

          แต่เพราะพลังที่เกิดขึ้นก็ทำให้ใครบางคนต้องเดือดร้อนเช่นกัน...แต่เดี๋ยวก่อน

          พวกเขาไม่ใช่คน’ :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #15 Aom_1204 (@Aom_1204) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 23:41
    โอ้ยย เกลียดการแซะเรื่องนมยุนอา อย่าทำร้านเมนฉันนน555
    #15
    2
    • #15-1 Aom_1204 (@Aom_1204) (จากตอนที่ 7)
      4 พฤษภาคม 2561 / 23:42
      ร้ายสิ*
      #15-1
    • #15-2 Tak Paweena (@tukeaeakiki) (จากตอนที่ 7)
      5 พฤษภาคม 2561 / 20:09
      พี่ยุนอาไม่ได้นมเล็ก แค่แม่ให้มาแค่นี้ค่ะ 55555555 ขอบคุณมากน้า มาต่อคตอนใหม่แล้วค่า
      #15-2
  2. #12 หมูยุน (@Fahfahfi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 17:42
    จัดเลยค่ะ????????555555
    #12
    2
    • #12-1 หมูยุน (@Fahfahfi) (จากตอนที่ 7)
      27 เมษายน 2561 / 17:43
      ฮอลลล ใส่อิโมจิแล้วไม่ขึ้นTT
      #12-1
    • #12-2 Tak Paweena (@tukeaeakiki) (จากตอนที่ 7)
      30 เมษายน 2561 / 20:46
      แง ไม่เป็นไรค่า มาต่อแล้วน้า &#9829;
      #12-2