Wissenschaft und Magick: Angriff des Reich!!![วิทยาศาสตร์ และ เวทมนตร์: การโจมตีของอาณาจักร]

ตอนที่ 3 : ปัญหาเชลยศึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 มิ.ย. 60

“เอาละ ขอเริมการสอบสวนระนะ ก่อนแรกพวกแกเป็นใครมาจากใหน” ผมถามเชลยคนหนึ่งที่กองกำลังป้องกันพรรคจับมาได้ แต่มันยังคงมองผมด้วยหน้าเอ๊อ ๆ ไม่เข้าใจอยู่

“อืม เอาใหม่ แกฟังที่ฉันพูดออกใหม?” ผมถาม

มันยังคงเงียบ และจ้องหน้าผมแบบไม่เข้าใจ

“เฮอออ คงต้องเริมสอนภาษากันแต่ต้นเลยแฮะ พวกนายเอามันไปเก็บร้วมกับเชลยคนอื่น ๆ ที่เราจับได้” ผมหันไปสั่งผู้คุมสองคน

“ได้ท่าน” พวกเขาก็รากมันไปเก็บ

ให้ตายเถาะถึงจะสั่งให้ฆ่าไม้เลี้ยงแต่ ไท-สยาม ก็คือไท-สยาม เมตาอย่างมาก ทำให้พวกมันถูกจับเป็นจำนวนมาก เปลืองทรัพยากรชิพ

“การสอบสวนเป็นไงบ่าง สหาย” ชายหนุ่มรุนเดียวกับผม แต่หล่อจนหน้าหมันใส้ เดินเข้ามาถาม

“ไม่ได้เรื่องมันฟังที่เราพูดไม่เข้าใจ คงต้องสอนภาษากันหน่อย” ผมหันไปตอบ

“อย่ารุนแรงนักระ การทรมานเชลย มันผิดกฏบัตรสหประชาชาตินะ” เขาพูด

“สหายนนท์ หวงพวกมันด้วยเหลาะ ชังมีเมตายิงนัก” ผมพูดแดกดัน

“เหาะ สหายวินทร์ ผมห่วงจะถูกนานาชาติเล่นซะมากกว่า กำแพงมีหูประตูมีตา” เขาตอบผมกลับ

“อ่อ งั้นก็ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับบบบบ” ผมตอบกลับ

“เลิกประชดประชันบ่างจะเป็นกะไรหรือ?” เขาถามผม

“ท่ามิได้ประชดท่านว่าที่เสนาธิการแล้วไซ ข้าน้อยจะนอนตาไม่หลับ” ผมแกล้งตอบกลับอย่างกวน ๆ

“กระนั้น หรือ ท่าเป็นเยี้ยงนั้นแล้วไซร์ ท่านจงเลิกประชดแดกดันข้าเถิด ข้ามิประสงค์จะให้ท่านได้นอนตาย เอ๊ย นอนตาหลับ ฝันสบาย” นนท์ตอบกลับแบบมีอารมร้วม

พวกเราพูดกันกันไปมา จนเดินมาถึงที่ประชุมของพรรค ผมจึงผักประตูเข้าไป

“ขอสมเด็จพระจักรพรรดิทรงพระชนหมื่นปี” ผมกับนนท์ ชูแขนขวา และ แสดงการเคารพองคืพระประมุข ซึงเป็นการทักทายของ NSPTB

สงใสระสิ คือ งี้หลังจากการผนวกรัฐฉาน ทำให้เรามีทั้งกษัตริย์ไทใหญ่ และ กษัตริย์ไทสยาม จึงมีการเลือกตั้งจักรพรรดิเกิดขึ้นทุก 4 ปีคู่กับการเลือกตั้งผู้นำประเทศ เพื่อหาประมุขสูงสุด ซึ่งคราดว่าท่าเรา ผนวกรัฐชนชาติไท ทั้งหมดเข้าร้วมสหพันธรัฐได้ จะมีเจ้าเยาะมาก จากสารพัดชนชาติไท ทั้งที่เป็นกษัตริย์ เจ้าพระยา เจ้ามหาพระยา เจ้าฟ้า ดังนั้นจึงเกิดการตั้งประมุขสูงสุดผ่านการเลือกตั้ง คือ ขึ้นเป็นจักรพรรดินั้นเอง แบบมาเลเซีย เลือกเจ้าฟ้า เจ้าพระยา ขึ้นเป็นพระรามาธิปดี นะระ

“ขอสมเด็จพระจักรพรรดิทรงพระชนหมื่นปี” สมาชิกพรรคคนอื่น ๆ ชูแขนขวาและตะโกนตอบ

“การสอบสวนเป็นไงบ่าง” ท่านผู้นำถาม

“ไม่ได้เรื่องครับท่าน พวกมันไม่เข้าใจภาษาเราเลย” ผมตอบ

“งั้นจะทำไง” เขาถาม

“ก่อนแรกสอนภาษาไทกลางให้มันก่อนท่ามันไม่รับ ก็ขอให้ท่านมอบอำนาจให้ผมทรมานและฆ่ามันได้ด้วยครับ” ผมตอบ

“ไม่ได้ ฆ่าเชลย หรือ ทรมานมันผิดกฏหมายและผิดกฏบัตรสหประชาชาติ แต่ท่ามันคิดหนีและต่อสู้ก็อีกเรื่อง” ท่านผู้นำตอบผม

“ท่าต่อสู้เพื่อหลบหนี้ ฆ่าได้สินะครับ” ผมตอบแบบยิ้ม ๆ

“ใช่” ท่านผู้นำยิ้มชั่วตอบกลับมา

“เมือตะกี้ไปประชุมสภามา ทีมวิจัยของเรา พบว่าประตูมิตินั้นเมือเปิดแล้วตรงจุดใหน ตรงจุดนั้นจะมีมวลกาศแปลกไปกว่าตรงอื่น และ ได้รองทดลองดู ตอนนี้เราสามารถเปิดกลับไปฝังนั้นได้ อีกไม่นาน เพราะทีมวิจัยของสุวรรณภูมิ ร้วมกับญี่ปุ่น เยอรมัน และ ฟินแลนด์ กำลังช่วยกันวิจัยอยู่” ท่านผู้นำประกาศ

“ขออนุญาติครับ แล้วเรื่องนี้ นิปปง แดนดอยท์ช แดนฟิน เกียวไรด้วยระครับ” เจ้านนท์ถาม

“จากการประชุมสหประชาชาติเมือวานนี้ สหประชาชาติไม่เชื่อเรื่องนี้มองเป็นเรื่องเหลวใหล แต่ทั้ง 3 ประเทศข้างต้นเจอแบบเดียวกับเราเลยแอบมากระซิบลับหลัง เราเลยทำสนธิสัญญาร้วมกันแบบรับ ๆ เพื่อการนี้ โดยมีการร้วมมือกันทั้งด้านการทหาร เศรษฐกิจ วิทยาการ การเมืองระหวางประเทศของประเทศสมาชิก ทั้ง 4 โดยมีเป่าหมายหลักพูดถึงข้อตกลงภายภาคหน้าที่จะเกิดขึ้นหลังจากข้ามไปอีกฝากของมิติได้
เรียกว่า สนธิสัญญาจตุภาคี หรือ กติกาสัญญาเบอร์ลินที่ 2 พวกเราเชื่อว่าเราจะมีทรัพยากรมหาสานคอยเราอยู่ที่นั้น” ท่านผู้นำพูด

“ท่านผู้นำแล้วจะเอายังไงกับเจ้าจีนขี้ฟ้องดีครับ มันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องสหประชาชาติ ดีที่สหประชาชาติไม่เชื่อ” ท่านเสนาธิการพูดขึ้น

“ไว้ได้ทรัพยากรมาแล้วค้อยไปตบมันก็ยังไม่สาย เรามีเรื้องต้องเครียกับมันอีกเยาะ” ท่านผู้นำตอบ

“งั้นระหวางนี้คิดว่าพวกมันจะเปิดมาโจมตีเราอีกใหมครับท่าน” สมาชิกพรรคคนหนึ่งรุกขึ้นถาม

“อาจจะมาอีกแต่ไม่รู้ที่ใหน แต่ที่แน่ ๆ เราได้กระจายกำลังไปแล้ว หากโดนโจมตีอีก เราก็จะตบมันกลับไปอีกแน่นอน ไม่ว่าจะกี่ครั้ง เราจะสงไอ่พวกเดรฉานนั้น ไปลงนรก เป็นค้าราคาที่มันบังอาจเอาตี้นเนา ๆ ตัวเหม็น ๆ ของมันมาเหยียบย้ำบนแดนบิดาของเรา เอาละวันนี้แยกย้ายได้ ขอองค์สมเด็จพระจักรพรรดิทรงพระชนหมื่นปี” ท่านผู้นำบอกเริกการประชุม และ ยกแขนขวาขึ้นตะโกนสรรเสริญพระประมุข

“ขอองค์จักรพรรดิทรงพระชนหมื่นปี” พวกเราและสมาชิกคนอื่น ๆ ชูแขนขวาและตะโกนสรรเสริญจักรพรรดิก่อนจะแยกย้ายกันออกไปจากสภา

 

3 เดือนต่อมา

“โอ พวกนายเก่งนิพูดภาษาไทข้องขึ้นเยาะไร” ผมชมเชลยศึกคนหนึ่ง

“ได้อาจารย์ดีนิครับ แต่เมือใหลพวกผมจะได้รับการปล่อยตัวไประครับท่านผู้คุม” มันถามผม

“คงยาก ท่าพวกนายไม่ช่วย ที่นี้ถึงเวลาแล้วเล่าให้ฟังสิพวกนายมาจากใหนและมาทำไม” ผมถาม

“ใจเย็นท่านผมแปลไม่ทัน” มันตอบผม

“ก่อนแรกผมมาจากเมืองเชสคี ซึงอยู่อีกฝากของมิติที่ท่านอยู่ ผมมาที่นี้เพื่อสร้างผลงานในสนามรบ เพื่อจะได้เป็นอัศวินของจักรวรรดิ จักรวรรดิแห่งแดนชุส ที่ยิงใหญ่ต้องการขยายอำนาจมายังโลกอื่นเพื่อตั้งอาณานิคม แต่ไม่นึกพวกท่านจะมีเวทมนท์แปลก ๆ และแขงแกรงปานนี้” มันพูด

“ที่นี้ทุกคนไม่มีเวทมนท์หลอกนะ ที่แกเห็นนะเป็นผลผลิตจากวิทยาศาสตร์ ตัวแทนของความพยายาม และ ชัยชนะของมนุษยชาติ เกิดจากมนุษย์สร้างมันขึ้นต่างหาก” ผมตอบกลับไป สวนมันทำหน้าอึ่งจนอาปากค้างไปหมดแล้ว

“ผมขอถามกลับ ท่านดูแล้วก็ยังเด็ก(ไม่นับความโหดร้ายที่ทรมานพวกตูตอนไม่ได้ดังใจอะนะ //ความคิดของเจ้าเชลย) แต่ได้เป็นอัศวินแล้วหรือครับท่าน” มันถามแบบหวาด ๆ

“ที่นี้ไม่มีอัศวินหลอกนะ ขุนนางก็ไม่มี ที่นี้ปกครองในระบอบประชาธิปไตย มนุษย์ทุกคนเสมอภาคกันหมด และฉันมีอาชีพเป็นแค่นักศึกสา ที่อนาคตจะได้เป็นผู้นำพรรค ลงสมักเลือกตั้ง อ่อ ที่นี้ประชาชนเป็นคนเลือกผู้นำ สวนวิธีไว้อนาคตท่าพวกแกได้เป็นพลเมืองจะสอนละกัน” ผมพูด

“แปลว่าที่นี้ไม่มีทาส ไม่มีการกดขี่ ไม่มีการแบ่งชนชั้นสินะครับ” มันถามอีก

“ใช่ ที่นี้ไม่มีทาส สวนการแบ่งชนชั้นพวกคนรวย ผู้มีอำนาจ มันก็ยังนิสัยเสียชอบแบงแยกตามเคย แต่มีกฏหมายคุ้มกระลาหัวอยู่ทำไรมากกว่าแสดงอาการไม่ได้หลอก เพราะรัฐธรรมนูญ หรือ กฏหมายสูงสุดระบุไว้ชัดเจน มนุษย์ทุกคนเมื่อเกิดมายอมมีสิทธิบางประการติดตัวมาด้วย นั้น คือ ชีวิต เสรีภาพ และ การแสวงหาความสุข พูดไปพวกแกจะเข้าใจใหม” ผมถาม

“ก็ไม่ข้อยเข้าใจ แต่งั้นการทรมานพวกผมก็ผิดกฏหมายไม่ใช่เหลาะ” มันถาม

“มีปัญญาฟ้องก้ไปฟ้องเลย” ผมท้า

มันเลยเงียบ

“สหายวินทร์ ไม่ได้จะมาขัดจังหวะความสนุกที่แลดุป่าเถื่อนของนายหลอกนะ แต่มีข่าวมาบอก” เจ้านนท์วัตน์ เดินเข้ามาพูดอย่างเข้าใจผิดว่าผมเตียมจะซ้อมเจ้านี้อีกแล้ว

“สหายนนท์ว่ามาได้เลย แต่บอกก่อนข้าแค่โมโหนิดหน่อยไม่ได้จะกระทืบมันหลอกนะ” ผมหันไปบอก

“ตอนนี้ทางฝ่ายวิจัยหาวิธีเปิดประตุได้แล้ว แถมประเทสเราได้ผลิตอาวุธใหมออกมาแล้วด้วย” มันพูดพร้อมยื้นปืนพกที่มีเหมือนกระจกสทอนแสงอยู่ข้างปืน

“นี้มันอะไร” ผมถาม

“รองยิงดูสิ” เจ้านนท์พูด

ปิ๊วววว

เสียงปืนลั้นขึ้นและมีแสงพุ่งออกมาจากปืน คร้ายเลเซอร์

“นี้มัน” ผมอึ่ง

“ใช่มัน คือ ปืนพลังแสง อาสัยพลังงานจากแสงอาทิตย์ มาสร้างแสงที่มีความร้อนแรงสูง ยิงได้เลื่อย ๆ ตราบพระอาทิตย์ยังสองอยู่ ท่ามืดแล้ว ก็ใช้วิธีเอาแมกกาซีนที่เก้บพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ใส่ไปในชองใส่แมกกาซีนก้ยิงได้จนกว่าพลังงานจะหมดและใส่อันใหม่ไปแทนที่” มันอธิบาย

“แบบนี้ก็สวยสิ กองกำลังป้องกันอาณาจักรของเราก็ยิงได้ไม่อันแล้วสินะ ว่าแต่ไปเอาวิธีสร้างของแบบนี้มาจากใหนกันนะ” ผมพูด

“เห็นว่าเป็นผลพร้อยได้จากการวิจัยรอยแยกมิติอะนะ” มันตอบ

“งั้นเรารีบไปพบท่านผู้นำกันเถาะ ผมว่านายมาสภาคงไกลประชุมเสร็จแล้ว ทางพรรคคงมีเรียกประชุม และเราจะได้มีงานทำกันซะที” ผมพูด

“ว่าแต่นายโดดเรียนเหลาะ” นนท์ถาม

“ไปและกลับมาแล้วเฟย” ผมตอบและเดินออกไปพร้อมเรียกผู้คุมมาเอาพวกเชลยไปเก็บ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #6 Iด็กช่าJ (@timkijja4) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 19:46
    คำผิดเยอะเกิ๊นนนนนน 555+ ไปอ่านต่อล่ะ
    #6
    1