Wissenschaft und Magick: Angriff des Reich!!![วิทยาศาสตร์ และ เวทมนตร์: การโจมตีของอาณาจักร]

ตอนที่ 4 : สู้อีกฝากของมิติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 มิ.ย. 60

“สหาย และพี้น้องทุกท่าน เมื่อสามเดือนที่แล้ว มีพวกหนูศักดินาสกปรกจากอีกฝากของมิติมันโผขึ้นมาและโจมตีเราอย่างไม่ได้แจ้งเตือนใด ๆ ประชาชนพี่น้องและเพื่อนของเราจำนวนมาก ได้สินชีพลงในเขตกลางเมืองกรุงเทพ ตั้งแต่เขตสูญการค้าสยามพาลาก้อน เซนทันเวอร์ ตรอดจนระแวกไก้ลเคียง เป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีผู้สูญหายคาดว่าโดนจับตัวไป จนถึงวันนี้ ในวันนั้นทั้งกองกำลังต่าง ๆ และ ประชาชนต่างร้วมใจเป็นหนึ่งและอาจหาญ ต่อสู้ไม่กลัวตาย โต้และรุกครืบตีไร่พวกหนูสกปรก ซึ่งเราทราบชื่อแล้วว่าเป็นจักรวรรดิใหญ่ ชื่อ แดนชุส อยู่อีกฝากของมิตินั้น วันนี้เราสามารถเปิดปิด และ เชื้อมต่ออีกข้างกับฝังนี้ได้แล้ว ทั้งเรายังสร้างประตูขึ้นเป็นจุดเชื้อมต่อ เพื่อให้สามารถสือสารกับฝังนี้และฝังนั้นได้ บัดนี้ทั้งกองกำลัง ทั้งผู้รักชาติ รักเสรีภาพ รักแผ่นดินพ่อ ได้พร้อมแล้ว ที่จะบุกไปยังอีกฟากของมิติ และ สังสอนพวกมันให้ได้รู้ว่า อย่าได้คิดจะมาย้ำยีแดนบิดาของเราอีก ทั้งยังจะให้พวกมันได้ชดใช้กรรมที่มันก่อกับพี้น้องเราอย่างสาสม ชัยโยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” ท่านผู้นำสูงสุด(นายกรัฐมนตรี) ขึ้นกล่าวบนเวทีก่อนจะเปิดประตูมิติซึ่งประตูนี้นักวิจัยของเราวางระบบให้สามารถง้างมิติค้างเอาไว้ได้ และสองกองกำลังป้องกันอาณาจักรเข้าไป ซึ่งผมก็ได้ไปพร้อมกับกองกำลังป้องกันพรรคสวนหนึ่ง เป็นตัวแทนของพรรคในการเข้าร้วมสงครามครั้งนี้ 
“ชัยโยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” เสียงเหล่าชายชาตินักรบทั้งหลายที่เข้าร้วมสงครมครั้งนี้โหร้องและปีนขึ้นยานยนต์ต่อสู้มีเกาะ และ พาหะนะอื่น ๆ ก่อนเข้าไปสู่อีกฝากของมิติ
ภายใต้สนธิสัญญาจตุภาคี ในวันที่ 25 กันยายน พุทธศักราช 26xx ตามเวลายุโรป กองทัพบกแห่งสหพันสาธารณรัฐเยอรมัน ได้เครื่อนพลสู่อีกฝากของมิติที่เปิดขึ้นด้วยนักวิทยาศาสตร์ของฝ่ายจตุภาคี ณ ลานหน้าประตูชัย ทร้ามกลางสายตาของประชาชน แต่ได้ทำการกันชาวต่างชาติออกไปก่อนแล้ว และ ในเวลาเดียวกัน ณ ลานกว้างหน้ารัฐสภาฟินแลนด์ ก็ได้เครื่อนพลเช่นกัน ทร้ามกลางการสงของประชาชน
เวลาเดียวกันแต่เป็นวันที่ 24 กันยายน พุทธศักราช 26xx ตามเวลาเอเชีย กองกำลังป้องกันตนเองทางบกของญี่ปุ่นก็ได้เครื้อนพลสู่อีกฝากของมิติ ณ ลานกว้างหน้าพระราชวังจักรวรรดิ และ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ ลานกว้างหน้าพระบรมรูปทรงม้า กองกำลังป้องกันอาณาจักรภาคพื้นดิน และ กองกำลังป้องกันของพรรคชาติสังคมนิยมแห่งสหพันธรัฐไท(SSNSPTB)* และ กองกำลังปลดปล่อยประชาชนของพรรคของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประชารัฐปวงชนไท(VBSCPTVR)** และ กองกำลังปลดปล่อยชาติของพรรคเสรีนิยมแห่งประเทศไท(NBSLPT)*** และ กองกำลังประชาชนของพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไท(VSSPT)**** และ กองกำลังปกป้องประชาชนสังคมประชาธิปไตยแห่งประเทศไท(SVSSDPT)***** และ กองกำลังปกป้องปิตุภูมิของพรรคประชาธิปไตยชาตินิยม(SVSNDP)****** ซึ่งรวมกันแล้วได้เท่ากับกำลังพลของอีกสีชาติทีเหลือไม่มากไม่น้อย ต่างกันแค่มีสายบังคับบัญชาจากคนระที้กันแต่สุดท้ายจะเครื่อนไหวได้ต้องได้รับมติจากสภาผู้แทนราษฏร์อยู่ดี และเมือพวกเราผ่านประตูมิติเข้ามาเราพบว่าเรามาโผ่ ณ ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งด้านหน้ามองไปเห็นกำแพงเมืองอยู่ไกล ๆ โอมาถึงได้ประทะเลยสินะ 
“ลงมาจากยานพาหนะ และเตียมตัวรับการประทะ ปืนใหญ่ และ เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง เตียมตั้งแนวยิง ยานยนต์ต่อสู้มีเกราะ ทุกคนตั้งขบวนฟันปลาเครื่อนพลได้ ให้พลทหารราบเครื่อนที่ตามยานยนต์ต่อสู้มีเกราะ ไปเข้าโจมตี แต่ตอนนี้แค่ตั้งขบวนตามที่บอกก่อนเข้าใจใหมนายพลทุกท่าน” ผู้บันชาการสังกลาน
“รับทราบ ผู้บันชาการ” ผมและนายพลคนอื่น ๆ ตอบรับ จริง ๆ แล้วในกองกำลังของพรรคต่าง ๆ ไม่มียศแบบทหารหลอกนะครับ แต่เนื้องจากกองกำลังป้องกันของพรรคชาติสังคมนิยมแห่งสหพันธรัฐไท อยู่ใต้ที่นี้ทั้งหมด อยู่ใต้การบันชาการของผมทั้งหมด ผมเลยมีอำนาจควบคุมเทียบเท่าตำแหนงนายพล เมืออยู่ในสงคราม
“นายพลเทวิทร์ เนื้องจากนายเป็นคนเดียวในไม่กี่คนในนี้ที่พูดภาษาที่นี้ได้ นายต้องเป็นฑูตทหารนำกำลังสวนหนึ่งไปเจรจา ก่อนเข้าใจใหมเราไม่ปรารถนาจะเปิดสงครามกับประเทศอื่นที่ไม่ใช่ไอ่จักรวรรดิเสงเครงที่โจมตีเรา เข้าใจใหม” ผู้บันชาการหันมาสั่งผม
“รับทราบ ผู้บันชาการ เราจะทำให้ดีที่สุด” ผมตอบรับ
“ระวังตัวด้วย เราไม่รู้จักที่นี่เลย จะมีการต้อนรับฑูตแบบใหนก็ไม่อาจรู้ได้ จำไวรักษาชีวิตไว้ก่อนเรื่องอื่นค้อยคิดบัญชีทีหลังหากมีอะไรเกิดขึ้น” ผู้บันชาการกำชับ
“ครับผม” ผมตอบรับ และตบเท้าชูแขนขวา ก่อนเดินไปสังการ
“หัวหน้าหน่วยกองกำลังป้องกันพิเศษ ทุกนายรายงานตัว” ผมตะโกนสั่ง
ไม่นาน ก็มีชายในชุดรายพรางสีเทาดำ สวมหมวกม่อตาลสีเทาดำ บนหน้าหมวกมีสัญลักษณ์ธรรมจักรของพรรค ที่แขนซ้ายมีปลอกแขนสีขาวติดตราธรรมจักรของพรรค จำนวนสิบคน วิ่งมายืนตรงต่อหน้าผม 
“ผมหัวหน้ากองกำลังป้องกันพิเศษที่ 1 ณัฐวัตร์ รุ่งเรืองรอง รายงานตัวครับ” คนแรกตะโกนรายงานตัว
และคนอื่น ๆ ก็เริมรายงานตัวจนครบทั้ง 16 คน ซึ่งจริง ๆ แล้วกองกำลังของพรรคต่าง ๆ นั้นมีสายบัญชาที่ง่ายกว่า เพราะมีกำลังพลของแต่ระพรรคนั้นจำกัดอยู่แค่ไม่เกิด 5000 คน ในยามสงบ แต่ในยามสงครามอาจเพิ้มขึ้นเพื่อช่วยทดแทนกำลังที่เสียไปได้ และ ทั้ง 5000 คนนั้น คือ กระจายไปต่าง ๆ ทั่วประเทศตามสาขาพรรคต่าง ๆ แล้ว ดังนั้นสายบัญชาจึงมีน้อยตาม คือ มีหัวหน้าหน่วยควบคุมกำลังพลร้อยคน ขึ้นตรงต่อผู้บังคับบัญชาที่พรรคกำหนดและผู้บังคับบัญชาตามสาขานั้น ๆ ขึ้นตรงต่อที่ทำการพรรคใหญ่ในกรุงเพรชบูรณ์เมืองหลวงใหม่(ท่าฝ่ายฟาสซิสต์ชนะเลือกตั้งจะย้ายเมืองหลวงทางนิติในไปที่เพรชบูรณ์ ท่าฝ่ายลิเบอโลซิสต์ชนะจะย้ายไปเพรชบุรี แต่ท่าฝ่ายมาร์กซิสต์ชนะจะย้ายไปลำปาง แต่สูญราชการใหญ่ได้กระจายอยู่ทั้ง 3 ที่) 
“พวกนายเข้าใจนะ” ผมถ่ายทอดคำสังที่ได้รับมาให้พวกหัวหน้าหน่วยไปบันชาการต่อ 
“รับทราบครับผม” พวกเขารับคำสั่ง
“เตียมกองคุ้มกันให้ผมที เอายานยนต์มีเกาะไปด้วยนะสองคัน ท่ามีปัญหาอะไรแจ้งให้ปืนใหญ่ยิงถล่มได้ทันที” ผมสั่งพร้อมกับเดินขึ้นรถยนต์สำหรับนายทหาร 
“รับทราบครับ” และไม่นานกองกำลังป้องกันมือดีราว 30 นาย พร้อมทั้งหน่วยป้องกันฑูตทหารจากกองกำลังป้องกันอาณาจักรอีก ราว 25 คน ก็ขึ้นมาเตียมพร้อมบนรถขนทหาร และ ออกตัวไปพร้อมกับมียานยนต์มีเกาะ กระหนาบสองข้างเป็นการคุ้มกันไปยังประตูเมือง

“นั้นอะไรกำลังตรงมาทางนี้นะ” เสียงทหารยามบนกำแพงพูดขึ้น 
“ไม่รู้ดิ โจมตีเลยใหม” มันหันไปถามเพื่อน
“เห้ ไปบอกเจ้านายพวกเราทีพวกเราเป็นฑูตจากสุวรรณภูมิอันศักดิ์สิทธิ์ เราต้องการเจรจาการฑูตด้วย ท่าไม่ออกมาเจรจาด้วย เราจะทำการบุกถลมระนะ ใน 30 นาที เข้าใจที่ฉันพูดใหม นี้ฉันใช้คำผิด หรือ เปล่า” ผมตะโกนขึ้นไป
“555555+ อะไรนะ จะโจมตีเหลาะ น้ำหน้าอย่างพวกแกจะทำไรได้วะ” พวกมันขำอย่างตลก
“นี้จากฑูตทหาร ถึงพลปืนใหญ่ ยิงได้พิกัตข้างซ้ายบนกำแพงเมือง ห่างจากประตูเมือง 2 เมตร แต่ยิงแค่นัดเดียวนะ ย้ำแค่นัดเดียว” ผมแจงไปทางวิทยุ
“รับทราบ ปืนใหญ่เตียมพร้อมยิง พิกัต..” เสียงรอดจากวิทยุตัดสัญญานหายไป
“งั้น คอยดูกำแพงเมืองข้างซ้ายของพวกแกให้ดีระ” ผมตะโกน
ฟิวววววววววววว ตู้มมมมมมมมมมมม
เสียงกระสุนปืนใหญ่ ยิงโดนกำแพงเมือง ทำให้กแพงเมืองที่ตั้งตะหง่านอยู่พังลงมาเป็นแนวยาว สวนพวกบนกำแพง ยืนนิ่งค้างพร้อมกับความชุลมุนของพวกทหารในเมือง
“เอาไงดี” มันหันไปถาม เพื่อนมัน
“นี้มันเกิดอะไรขึ้น” พอดีกับนายทหารของมันเดินเข้ามาพอดี มันจึงเล่าให้ฟัง
“โปรดใจเย็นและลอตรงนั้นก่อนนะขอรับ” มันรีบสั่งให้เปิดประตูเมือง
“ไปแจ้งท่านดยุคเดียวนี้เลย สวนพวกเจ้าสองคนเตียมตัวเจอการลงโทษได้ เราต้องขออภัยที่คนของเราเสียมารยาทกับทันฑูต แต่ไม่ทราบว่าท่านมาจากที่ใดกัน” มันสังการเสร็จและหันมาคุยกับผม 
“พวกเราเป็นฑูตทหารมาจากสหภาพแห่งอาณาจักรสุวรรณภูมิอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านคงไม่รู้จักไว้จะเล่าลายเอียดให้ฟัง” ผมตอบ
ซักพักรถมาของท่านดยุคก็มาถึง เขาลงจากรถและมองกำแพงเมืองที่พังราบกับรู้ใหญ่เกิดจากกระสุนปืนใหญ่บนพื้นแบบ อึ่ง ๆ
“ท่านดยุค คนผู้นี้เป็นฑูตทหารนะขอรับ” นายทหารคนนั้นรีบเข้าไปแนะนำ
ทางด้านท่านดยุคก็หน้าตื่นเดินมาไก้ล
“สวัสดีท่านฑูตทหาร เรามีนามว่า ซูคิรอฟ ฟาน ยูคาน เป็นดยุคแห่งคราฟ ท่านมีนามว่าอะไร และ ต้องการอะไรจากเรา” ท่านดยุคพูดกับผม แมนจะพยายามปรับน้ำเสียงไม่ให้ตืนแล้ว แต่ก็ยังดูตื่นตนกอยู่ดี
“สวัสดีท่านเราชื่อ เทวิทร์ เสรีพิทักษ์ จ ราษฏร์ชาติ ห อาคาเน วันนี้มาเป็นฑูตทหารเพื่อเจรจา แต่ก่อนอื่นเราขอถามว่า พวกท่านเป็นอะไรกับ จักรวรรดิแห่งแดนชุส หรือเปล่า” ผมถาม
“โอ องค์จักรพรรดิแห่งแดนชุสทรงเป็นเสมือนเจ้านายของเรา ทรงเมตาให้ตะกูลข้ามาครอบครองเมืองแห่งนี้” มันกล่าว 
“แล้วท่านรู้เรื่อง ที่จักรวรรดิยกพลข้ามมิติไปโจมตีอีกโลกหรือไม่” ผมถาม
“รู้สิขอรับ กองทัพจากทุกเมืองต่างสงไปหวังได้เกียรติจากชัยชนะนั้น แต่กลับแพ้หมดรูป ทหารที่กลับมามีแต่พูดเรื่องไร้สาระสติแตก อย่างพลังทำรายร้างเวทมนแปลก ๆ ที่ไม้หน้าเชื่อ เอะ ด...เดียวนะ พลังที่เหมือนพระเจ้ายิงมาจากฟ้าเกิดหลุมขนาดใหญ่พลังทำรายมหาสาน หรือว่าพวกท่าน...” มันมองพวกผมอย่างตกใจ
“ใช้ เมือสามเดือนที่แล้วตามเวลาโลกของเรา จักรวรรดิได้ทำการโจมตีอย่างไม่ได้แจ้งเตือน ถือเป็นการประกาศสงคราม เราในฐานะฑูตมาแจ้งท่านว่าในหนึ่งชั่วโมงเราจะบุกเมืองท่านหากไม่ยอมจำนน” ผมกล่าวด้วยเสียงเข้ม
“ข้าศึก ๆ พวกเจ้าจับมันเร็ว” ดยุครีบสั่งให้ทหารตรงมาทางผม แต่ทว่า
ปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้ง
เสียงปืนกลจากยานยนต์มีเกาะ ยิงถลมใส่พวกทหารที่ดราหน้าวิงเข้ามาล้มตายเป็นระนาว 
“ตั้งโลขึ้นจัดขบวนเรียงหน้ากระดาน” นายทหารฝังนูนสั่ง 
แต่มันยอมไร้ผลกระสุนทะลุโล่ทุกนัด
ทหารฝังนูนจำนวนมากล้มลงตายเกื่อนกล่าน
“นี้คือคำตอบสินะท่านดยุค แล้วเจอกันใหม่ในสนามรบ” ผมกลับขึ้นรถและให้รถขับออกไป มีทหารม้าไร้ตามมาแต่ถูกทหารบนรถขนสงทหารยิงจนล้มเป็นใบไม้ร่วง
 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
*Schutzstaffel von Nationalsozialistische Partei das Taischen Bund
**Volksbefreiungstaffel von Kommunistische Partei das Taischen Volksrepublik
*** Nationalsbefreiungstaffel von Liberale Partei das Taischland
****Volkstaffel von Sozialistische Partei das Taischland
*****Schutzvolkstaffel von Sozialdemokratische Partei das Taischland
******Schutzvaterlandstaffel von Nationalische Demokratische Partei


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 07:51
    สนุกดีคร้าบบบ
    #7
    0