นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

ยอดวิวรวม

1,074

ยอดวิวเดือนนี้

11

ยอดวิวรวม


1,074

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


59
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ส.ค. 59 / 19:05 น.
นิยาย Fic Daiya no A [Misawa] - ŧ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

วัสดีค่า
ฟิคนี้อยู่ในโปรเจคต์ไดยะวีคลี่



- วีคที่ 11 SCENT [กลิ่น] -
#ในที่นี้ขอเป็นกลิ่นอู่หลงละกันเนอะ 555555






คุยกันหน่อยนะครัช : 

ตอนแรกได้หัวข้อมานี่คือจิ้นอะไรหื่นๆทันที-- แอ้ก!
แต่คือพล็อตนี้อยากเขียนมานานแล้วค่ะ เพิ่งหาทางเชื่อมกับไดยะวีคได้นี่แล
เรื่องจึงออกมาด้วยประการฉะนี้

ขอให้รีดเดอร์สนุกกับการอ่านนะคะ 
คำผิด คำแปลก คำมะนาวต่างดุ๊ด ทักมาเลยจ้า 


    โยโระชิคุ โอเนะไง ชิมัส    



ก่อนอ่าน : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไรท์เตอร์โกงทั้งเชื้อชาติและสัญชาติของตัวละคร รวมอายุและคาแรกเตอร์ของตัวละครย่อยบางคน 555555555 จะมีความจีนแต้จิ๋วโผล่ออกมาเล็กน้อยถึงปานกลาง(?) น้องจะเรียกคุณมิยุว่าอาเฮีย ส่วนคุณมิยุจะเรียกน้องหลายแบบ  อาทิ " แมวน้อยของเฮีย " , " อาตี๋ " ประมาณนี้ 555555555 จะรู้สึกถึงความขรรมส์มากกว่าความฟิน 555555

ขอบคุณโค้ดสวยๆจากคุณ BERLIN THEME 2016 (กระต่ายน้อยใส่มาส์ก.)

b e r l i n ?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 ส.ค. 59 / 19:05




Title : อู่หลง
Paring : Miyuki (27) x Sawamura (19)
Genre : Romantic, Comedy, Drama

___________________________________________________________



          ซาวามูระ  เอย์จุน [19]
          เชื้อชาติ : จีน - ญี่ปุ่น
          สัญชาติ : จีน
          ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ : โตเกิว--


          " อั้ยหยา! " เสียงดังลั่นของคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่งในห้องดังขึ้นมาทันที เป็นผลให้เพื่อนที่ยืนกอดอกเฝ้าอยู่ข้างหลังต้องถอนหายใจเป็นรอบที่ล้าน แล้วรุดเดินเข้ามาชะเง้อมองแบบฟอร์มที่เจ้าตัวกำลังกรอกอยู่

          " นายกรอกผิดเป็นรอบที่ล้านแล้วนะเฟ้ย! อยู่ญี่ปุ่นมากี่ปี่แล้วเนี่ย... " คาเนมารุ ชินจิ เพื่อนของเขา เรียนคณะเดียวกัน สาขาเดียวกัน กำลังแทบจะเป็นบ้าตาย เพราะพวกเขาต้องรีบกรอกแบบฟอร์มลงเรียนเสริมรายวิชาภาษาญี่ปุ่นของสถาบันหนึ่ง ก่อนที่ที่นั่งคอร์สนั้นจะเต็ม

          " คาเนมารุ.. " เจ้าของผมสีน้ำตาลเปลือกไม้ทำตาเป็นประกาย " อั๊วขออีกใบได้ไหมอ้ะ..."

          " เป็นอะไรฟะวันนี้ กรอกผิดกรอกถูกอยู่นั่นแหละ! " คาเนมารุส่ายหน้าระอา

          " ก็ตั้งแต่เช้าอั๊วยังไม่ได้พักเลยนี่... ป๊าใช้อั๊วออกไปแบกของช่วยอาเฮียตั้งแต่เช้า แล้วก็ต้องมาเรียนต่อ ตอนนี้อั๊วง่วงจะตายแล้ว " ว่าจบตาก็ปรือ พร้อมกับเสียงบ่นงุ้งงิ้งในลำคอ

          คาเนมารุส่งเสียงฮึ่ม  

          เพื่อนของเขา  ซาวามูระ เอย์จุน ลูกครึ่ง จีน - ญี่ปุ่น เพราะพ่อของหมอนี่เป็นคนจีน เกิดที่เฉาโจว แต่ย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่นตั้งแต่หมอนี่อายุเก้าขวบ ภาษาญี่ปุ่นของซาวามูระค่อนข้างจะชัด ยกเว้นสรรพนามที่ยังใช้อั๊วกับลื้อตามพ่อแม่




          " อั๊วหิวข้าว~ " หลังยื่นแบบฟอร์มที่เคาน์เตอร์ของสถาบัน ทั้งคู่ก็เดินขาลากออกมา มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟเพื่อที่จะกลับบ้าน

          เกือบทุกวันที่คาเนมารุต้องเดินไปส่งให้แน่ใจว่าหมอนี่ขึ้นรถไฟถูกไหม เพราะล่าสุดขึ้นผิดแล้วไปโผล่แถวชินจูกุ แทนที่จะเป็นรปปงงิ

          " ไปหากินเอาเองเลยเฟ้ย! แล้วอย่าไปขึ้นรถไฟผิดสายอีกล่ะ! "

          " อั๊วโตแล้วน่า! อั๊วไม่ขึ้นผิดซ้ำสองหรอก " เจ้าตัวบ่นเสียงงุ้งงิ้ง 

          " คราวก่อนได้ข่าวว่าต้องลำบากมิยูกิซังขับรถไปรับอยู่ชินจูกุเลยไม่ใช่หรือไง? แล้วกว่าจะกลับได้นี่ก็ปาเข้าไปกี่โมง? เที่ยงคืน? " คาเนมารุกอดอกหลิ่วตาพลางล้อเลียนเจ้าตี๋ที่อยู่ข้างๆ

          เอาจริงๆ หมอนี่หน้าไม่เหมือนอาตี๋เลยสักนิด ตาสีอำพันกลมโต กับผิวสีน้ำผึ้งที่ไม่เหมือนคนจีนนั่น คงได้มาจากแม่ล่ะนะ

          " อาเฮียไม่ลำบากหรอกน่า! เรื่องแค่นั้นเอง! " น่าน พูดออกมาเอง แถมไม่คิดจะเกรงใจอีกต่างหาก เจ้านี่มันบากะมูระชัดๆเลย เขาล่ะสงสารมิยูกิซังที่ต้องทนดูแลหมอนี่มานับครั้งไม่ถ้วน นับถือในความอดทนจริงๆ

          " เป็นฉันจะเสียดายค่าน้ำมันที่หมดไปกับเจ้าเด็กหลงเซ่อซ่าคนเดียวนะ..."

          " ฮึ่ย!!! คาเนมารุ! ลื้อ! *เฉาฉุ่ย! " เจ้าตัวทำตาแมวพลางพูดภาษาแปลกๆใส่หน้าเขา

          ( *เฉาฉุ่ย แปลว่า ปากเหม็น, ปากไม่ดี )

          " กล้าว่าผู้มีพระคุณที่เดินมาส่งแกทุกวันเรอะ! " คาเนมารุเอาสันพจนานุกรมญี่ปุ่นที่เหน็บรักแร้เอาไว้เคาะหัวเพื่อนเต็มแรง

          " จ๊าก! เจ็บนะเฟ้ย! " ทีนี้ล่ะญี่ปุ่นชัดเชียว

          " ถึงแล้วเฟ้ย! กลับไปได้แล้ว ห้ามเถลไถลนะ! " คาเนมารุย้ำ

          " อั๊วรู้แล้วน่า! " เจ้าตัวตะโกนกลับหลัง พลางวิ่งเข้าสถานนีรถไฟไปทันที





          21.00 AM

          " กลับมาแล้วครับ "

          ซาวามูระแง้มประตูเข้ามาในบ้าน เป็นบ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ สไตล์ญี่ปุ่น ไม่ได้ประดับตกแต่งอะไรมากมาย

          ตระกูลของเขากับตระกูลมิยูกิสนิทกันมาตั้งแต่รุ่นอากง อากงของเขา ซาวามูระ เอโตกุ เป็นคนเฉาโจวขนานแท้ แต่เกิดหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ตอนนี้จึงมีทั้งแซ่จีนและชื่อญี่ปุ่น เอโตกุเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายของอากงตระกูลมิยูกิ หลังจากที่ทั้งคู่มีหลาน ก็ตัดสินใจที่จะย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่นพร้อมกัน เพื่อร่วมหุ้นกันเปิดร้านอาหารจีน

          ตอนนี้เหมือนพวกอากง ป๊า แล้วก็ม๊าจะออกไปข้างนอก เห็นบอกว่าวันนี้มีธุระต้องกลับดึก

          ร่างเล็กเดินไปเปิดตู้เย็นเผื่อจะหาอะไรกินได้บ้าง

          

          ว่างเปล่า



          ไม่เหลือแม้แต่ผักสำหรับทำอาหาร ข้าวสำหรับหุงก็หมด เนื้อก็ไม่มี ไข่ก็หมดเกลี้ยง แม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็หาย

          " เฮ้ย! แล้วอั๊วจะเอาที่ไหนกินล่ะเนี่ย! " เจ้าตัวอุทานออกมา เขาแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหิว วันนี้เป็นวันที่เขาเลิกดึกเป็นพิเศษ ปกติจะกินข้าวกับพวกอากง หรือถ้าพวกอากงไม่อยู่ บางครั้งจะไปกินกับอาเฮียที่บ้านข้างๆ

          แต่วันนี้เขารู้ว่าอาเฮียไม่อยู่...

          วันไหนที่อาเฮียอยู่ เขาจะรู้ เพราะทุกครั้งที่เขาเดินผ่านบ้านมิยูกิ เขาจะได้กลิ่นหอมของชาอู่หลง...มันเป็นเครื่องดื่มโปรดของมิยูกิ คิดๆแล้วหมอนั่นก็เหมือนคนแก่ ต้องนั่งซดทุกเย็น บางวันเขาก็โผล่ไปแจมบ้าง

          
          โครก~


          " หิว..." ซาวามูระเริ่มจะตาปรือ เดินโซซัดโซเซไปที่โซฟาหน้าทีวี ก่อนที่จะหลับลงไปเสียอย่างนั้น







          เขาตื่นขึ้นมาอีกทีก็ปาเข้าไปหกโมงเช้าแล้ว... 

          สิ่งที่ทำให้เขาตื่นก็ไม่ใช่อะไร ก็ความหิวนั่นแหละ ท้องเจ้ากรรมร้องโครกครากมาตั้งแต่เมื่อวานเย็น แถมตอนนี้ยังไม่ได้หาอะไรใส่ลงไปเพื่อสนองมันเลย

          เขาลูบท้องตัวเองป้อยๆ พลางคิดว่าจะมีแรงเดินไหม

          เอ๋..?


          แล้วเขาก็ต้องตกใจ เมื่อที่ที่เขาตื่นขึ้นมาไม่ใช่โซฟาหน้าทีวี

          แต่มันเป็นห้องของเขาเอง แถมเสื้อที่เขาใส่ก็ดันไม่ใช่เชิ้ตกับกางเกงนักศึกษาเหมือนเมื่อตอนนอน แต่ดันเป็นเสื้อยืดตัวโปรดที่เขาชอบใส่เป็นชุดนอน 

          ใครพามาเนี่ย..

          หรือเขาจะเดินละเมอเข้าห้องมานอนเอง?

          เป็นไปไม่ได้! 

          แล้ว... ป๊าเหรอ..? คงจะเป็นป๊าล่ะมั้ง.. ดูสิ ขนาดบ๊อกเซอร์ยังเปลี่ยนให้เลย อ่า ป๊านั่นแหละ!

          คิดได้ดังนั้นสมองก็ปลอดโปร่ง ร่างเล็กส่ายหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำ รีบอาบน้ำใส่เสื้อ เพื่อที่จะได้ไปหาอะไรกินที่ร้านอาหารของบ้านเขาและบ้านมิยูกิ ทั้งสองตระกูลนี่ร่วมหุ้นเปิดร้านอาหารมาได้หลายปีแล้ว ตอนนี้ก็เรียกได้ว่ากิจการกำลังรุ่ง

          เขาคิดว่าเขาคงต้องรีบสักหน่อย เพราะต้องขึ้นรถไฟไปมหาวิทยาลัย ให้ทันคาบเช้าตอนแปดโมง

          

          หลังทำธุระเช้า เขาวิ่งตึงตังลงมาจากชั้นสอง วันนี้ไม่เห็นพวกป๊าอีกแล้ว คงออกไปซื้อของที่ตลาดนั่นแหละ เพราะธุรกิจร้านอาหารต้องเตรียมของตั้งแต่เช้า แถมปริมาณที่ต้องใช้นั้นไม่ใช่น้อยๆเลย

          เขาล็อกกุญแจบ้าน ก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่ร้านอาหาร

          ร้านอาหารของพวกเขาเป็นร้านอาหารขนาดกลาง มีเคาน์เตอร์ไม้สำหรับแขกที่มานั่งกินคนเดียว แล้วก็มีโต๊ะเล็กโต๊ะใหญ่สำหรับแขกที่มาหลายๆคน ได้เลือกนั่งกินได้ตามสบาย

          

          ครืด!


          
          " อาเฮีย! " เขารีบเรียกคนที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ไม้ทันที

          ชายหนุ่มคนที่ยืนชิมซุปอยู่ตรงเคาน์เตอร์หันมา เป็นใบหน้าที่เขาคุ้นเคยมาเกือบสิบปี ผมสีน้ำตาลอ่อนรับกับใบหน้าคม ดวงตาสีน้ำตาลทองใต้กรอบแว่นดำ กับรอยยิ้มกวนประสาทที่ดูกี่ทีๆก็เรียกน้ำโหได้ไม่ลดละ

          " ว่าไง.. แมวน้อยของเฮีย.. เมื่อวานกลับบ้านไม่ยอมอาบน้ำก่อนนอนใช่ไหม.. ซกมกนะเนี่ย~ " เจ้าตัวทำเสียงล้อเลียนพลางก้มหน้าหั่นผักต่อ

          " ลื้อกล้าว่าอั๊วเรอะ! " เจ้าตัวทำตาแมวทันที แล้วแมวน้อยของเฮียอะไรกัน เรียกแบบนั้นสักกี่ครั้งเขาก็ไม่ชิน มันขนลุก!

          " แหม่.. แถมหลับคาโซฟาทั้งสภาพเน่าเฟะแบบนั้นเนี่ย สมเป็นอาตี๋จริงๆน้า.. " เจ้าตัวว่าพลางล้อต่อ

          " เดี๋ยวนะ... " เจ้าตัวโบกมือห้ามเมื่อคิดอะไรบางอย่างได้ " เฮียกำลังจะบอกว่า.."
          
          " หืม... " เจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนเงยหน้าขึ้นมามองคนที่กำลังอ้าปากค้างขึ้นเรื่อยๆจนเขาเป็นห่วงว่าแมลงจะบินเข้าไป

          " เฮีย.. เฮีย.. " เจ้าตัวยกนิ้วสั่นๆนั่นขึ้นมาชี้หน้าคนอายุมากกว่า แล้วพูดติดอ่างขึ้นมาเสียเฉยๆ

          " อ๋อ.. อั๊วเปลี่ยนเสื้อให้ลื้อเอง~ เปลี่ยนบ๊อกเซอร์ให้ด้วยนา ตัวโปรดของลื้อเลย~ รับรองว่าไม่ใช่ตัวเก่าที่ลื้อบอกว่ามันฟิต-- โอ๊ย! "

          ยังไม่ทันจะขาดคำ สมุดเล่มหนึ่งตามด้วยยางลบก็ลอยกระแทกหัวเขาด้วยแรงที่ไม่ใช่น้อยๆ

          " อาเฮีย! ลามก! หื่น! ลื้อกล้าทำกับอั๊วได้ยังไง! " เจ้าตัวตะโกนด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ

          " ลื้อพูดเหมือนลื้อกำลังเสียเอกราชให้อั๊วงั้นแหละ อั๊วอุตส่าห์แบกลื้อขึ้นไปนอนนะ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี-- โอ๊ย! "

          " เฉาฉุ่ย! อย่าใช้คำว่าเสียเอกราชนะ! "

          " อาตี๋ เดี๋ยวอั๊วจะฟ้องป๊าของลื้อข้อหามาใช้ความรุนแรง-- อ่อก! " หลังอาวุธหมดมือ เจ้าของผมสีเปลือกไม้ก็ตรงเข้าเขย่าคอคนที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ทันที

          " เฮียยยยยย! วันนี้อั๊วจะเอาเลือดหัวลื้อออกมา! "

          " เอย์จัง! " เสียงหนึ่งทำให้เขาต้องหยุดชะงักทันที 

          ทั้งสองคนหันไปก็เห็นว่าเป็นคุณปู่ พ่อ แล้วก็แม่ของซาวามูระ กำลังเดินเข้ามาภายในร้านพลางมองพวกเขาที่กำลังจะฆ่ากันตายคาร้านอาหาร

          " ม๊า! " ทั้งสองคนเรียกชื่อหญิงคนแรกที่โผล่เข้ามาพร้อมกัน

          ไม่แปลกที่อาเฮียจะเรียกแม่ของซาวามูระว่าม๊าด้วย เพราะครอบครัวสนิทกันมานานเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน การเรียกแบบนั้นจึงไม่แปลกอะไรนัก แต่ด้วยความที่แม่ของซาวามูระเป็นคนญี่ปุ่น จึงทำให้สำเนียงของเธอชัดกว่าคนอื่นๆในบ้าน

          " เอย์จัง.. ลื้อกำลังจะฆ่าคาสึเหรอ? "

          " ม๊า! อาเฮียรังแกอั๊วอ้ะ! " เจ้าตัวว่าพลางวิ่งไปฟ้องมารดา ทิ้งให้ มิยูกิ คาซึยะ หรือคนที่เขาชอบเรียกติดปากว่า 'อาเฮีย' ยืนเกาหัวแกรกๆ อยู่คนเดียว

          

          ซาวามูระแฉทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืน หลังสิ้นคำฟ้องของร่างเล็ก คนทั้งบ้านก็เงียบกริบ

          เงียบได้ไม่กี่อึดใจ ทุกคนในบ้านก็หัวเราะชนิดเป็นระเบิดไดนาไมต์

          " ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! พวกลื้อโตมาด้วยกันขนาดนี้! อาบน้ำด้วยกันยังเคยเลย! เห็นกันมาเท่าไรต่อเท่าไรแล้ว ลื้อน่าจะชินได้แล้วนะ! เนอะ.. คาสึ "

          " ฮ่าฮ่าฮ่า! ใช่ครับกง! ไม่รู้อาตี๋จะอายทำไม อั๊วยังไม่ได้รังแกอาตี๋เลยแม้แต่ปลายเล็บ! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! "

          เอาสิ.. เข้าข้างกันเข้าไป ส่งเสริมกันเข้าไป! มิยูกิน่ะเป็นลูกหัวแก้วหัวแหวนประจำบ้านนี้นี่ เชอะ!

          " เฮีย! ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ! " เจ้าตัวทำท่าอยากจะฆ่าคนอายุมากกว่าอีกรอบ

          " โอเคๆ อั๊วไม่หัวเราะแล้ว-- คึ! " แล้วเจ้าตัวก็ไปนั่งทำท่ากลั้นสุดความสามารถอยู่ตรงมุมร้าน

          " มิยูกิ! " เจ้าตัวโกรธจนหน้าแดง มือเล็กกำแน่น พลันน้ำตาที่คลออยู่ตรงเบ้าทำเอามิยูกิต้องเงียบ เมื่อเจ้าตัวเล็กท่าจะงอนจริง หันหน้าหนีเขาแบบไม่คิดจะหันมาสบตา

          " อย่าโกรธอั๊วน่า.. นะ อาตี๋.." เจ้าตัวเริ่มง้อ

          " เอย์จัง... เมื่อวานม๊าเป็นคนโทรบอกให้คาสึมาดูลื้อเอง ม๊าเป็นห่วง กลัวลื้อจะกลับบ้านดึกแล้วไม่มีอะไรกิน... ก็เลยให้คาสึเข้าไปดูให้น่ะ "

          " แต่เฮียมาแก้ผ้าอั๊วอ่ะ! "

          ยังไม่จบเรื่องนั้น..

          " อ่า.. อั๊วขอโทษก็ได้.. เอาเป็นว่าเช้านี้ลื้ออยากกินอะไร เดี๋ยวอั๊วทำให้พิเศษเลย.."

          " หืม.. " เจ้าตัวแหล่ตามองคนข้างหลังขณะที่กำลังกอดอก พลันสายตากลมหันไปเห็นนาฬิกาที่แขวนบนผนัง

          " ไม่นะ! จะเจ็ดโมงครึ่งแล้ว! เฮีย! อั๊วจะไปเรียนไม่ทัน! ขอไข่ลวกสองฟอง! "

          " ลื้อกินอะไรหัดดูโภชนาการบ้างได้ไหมเนี่ย " มิยูกิในชุดผ้ากันเปื้อนกอดอกมาองร่างเล็กทันที

          " เดี๋ยวอั๊วทำแกงกะหรี่ให้ ไม่ต้องกลัวไปเรียนไม่ทัน เดี๋ยวอั๊วไปส่งเอง ทีนี้ก็มานั่งกินข้าวดีๆได้แล้ว.. "

          







          ระหว่างที่นั่งไปในรถ ไม่มีใครปริปากอะไรออกมา

          มิยูกิเหล่ตามองร่างเล็กที่นั่งข้างๆ ริมฝีปากอิ่มเบ้ออกมานิดๆ แถมแก้มก็พองลมเหมือนกับว่ายังไม่หายโกรธเรื่องเมื่อคืน

          " ยังไม่หายโกรธอั๊วอีกเหรอ? " เขาลองใช้ไม้อ่อนดู

          " ... " 

          " งั้นเดี๋ยวอั๊วไปส่งลื้อที่มหาลัยทั้งสัปดาห์เลยก็ได้เอ้า! แถมทำข้าวกล่องให้ด้วย เอาไหม? " เจ้าตัวพยายามลดแลกแจกแถม
          
          " อั๊วไม่ใช่เด็กที่จะให้ลื้อไปส่ง! ข้าวกลางวันอั๊วไปหาร้านกินเองได้! ลื้อไม่ต้องเลย! " เจ้าตัวตวาดเขาเป็นชุด

          " อ่า.. อั๊วขอโทษ ก็อั๊วกลัวลื้อจะเหนียวตัวเพราะใส่เสื้อแบบนั้นนอน "

          " ..... "

          " อาตี๋ "

          " ..... "

          " เอย์-- "

          " เฮียชอบทำเหมือนอั๊วเป็นเด็กอยู่เรื่อย... สำหรับเฮียน่ะ.. อั๊วเป็นแค่เด็กใช่ไหม? " คำที่หลุดออกมาทำเอาเขาชะงัก

          " .... "

          " .... "
 
          ต่างคนต่างเงียบกันไปนาน จนกระทั่งมิยูกิเป็นฝ่ายเปิดปากออกมา  " ลื้อโกรธเรื่องนั้นเองเรอะ.."

          " สำหรับเฮียมันก็เป็นแค่ 'เรื่องแค่นั้น' นั่นแหละ.. " 

          " อั๊วขอ-- "

          " เฮียจอดเลย.. อั๊วจะลง "

          " อาตี๋ ลื้ออย่าใช้วิธีนี้กับเฮียสิ.. มันไม่ดีเลยนะ "

          " จอดเดี๋ยวนี้ "

          " อั๊วไม่จอด.."

          " อั๊วบอกให้จอดไง "

          " เอย์จุน! อย่าทำแบบ-- "

          " เฮีย! จอด! มันเลยมหาลัยมาไกลแล้ว! ลื้อจะให้อั๊วเดินเหรอ! ถ้าเฮียจะขี่เลยขนาดนี้ให้อั๊วเดินจากบ้านมาเลยดีกว่าไหม! "

          









          มิยูกิ คาซึยะ ชายหนุ่มวัยที่โตแล้ว(?) อายุ 27 ปี กำลังจนแต้มให้เด็กที่อ่อนกว่าตัวเอง 8 ปี หลังจากที่เจ้าตัวเล็กว้ากใส่เขาเมื่อเช้า แล้วก็ชิ่งลงจากรถไปเลย ไม่หันกลับมาพูดกับเขาอีก

          อ่า... จะบ้าตาย

          " ยังไม่คืนดีกับอาตี๋เล็กเรื่องเมื่อเช้าอีกเรอะ? " เสียงหนึ่งดังขึ้น จนเขาต้องหันไปมองด้านหลัง ก็ปรากฎว่าเป็นชายวัยทำงานทำงานที่มีรอยเหี่ยวตามใบหน้าเหมือนเคร่งงานมากเกินไป สีหน้ากร้านโลกแบบนั้นเป็นสิ่งที่เขาได้รับมาจากชายคนนี้

          " อาป๊า " มิยูกิเรียกอีกคนเบาๆ

          " ซาวามูระเล่าให้อั๊วฟัง นี่อั๊วเพิ่งรู้ว่าอั๊วไม่เคยสอนลื้อให้ง้อคนเลยเหรอ..? " ชายวัยทำงานถามขึ้น ซาวามูระที่ว่าหมายถึงพ่อของร่างเล็กที่โกรธกับลูกชายเขาเมื่อเช้า

          " ป๊าน่าจะรู้ว่าอาตี๋ง้อยาก " 

          " อาตี๋ใหญ่... ไม่ใช่ว่าลื้อไปทำอะไรให้ตี๋เล็กโกรธหรือไง.. ลื้อยิ่งเฉาฉุ่ยอยู่ด้วย.."

          น่าน เฉาฉุ่ยอีกแล้ว เหมือนเขาจะโดนคำนี้เกือบทุกวัน ทั้งจากป๊าแล้วก็อาตี๋

          " อ่า.. อั๊วผิดก็ได้ " ว่าจบก็โดนทัพพีเคาะหัวดังโป๊ก

          " ลื้อไม่ต้องมาก็ดงก็ได้.. เอาเป็นว่าเย็นนี้ลื้อไม่ต้องทำงาน ให้พัก แล้วลื้อจะเอาเวลาว่างของลื้อไปทำอะไรคงจะรู้นะ.."

          " ครับป๊า " เจ้าตัวตอบไปเบาๆ

          " แล้วลื้อจะเอายังไง? ปีนี้ลื้อจะยี่สิบเจ็ดแล้ว.. เรื่องเพ่ยเพ่ย "

          " อั๊วยัง.... ตอบไม่ได้ "
        
          " .... "

          ผู้เป็นพ่อถอนหายใจ ก่อนจะเดินหันหลังไป  " เรื่องอาเพ่ยลื้อลองไปคิดดู สิ้นเดือนต้องมาบอกอั๊ว สุดท้ายจะยังไงอั๊วก็แล้วแต่ลื้อ..."

          " ครับ... "







          " เอย์จุนคุง ทะเลาะกับมิยูกิซังมาเหรอ? " เสียงหวานละมุนของเจ้าของเรือนผมสีกุหลาบดังขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนเขากำลังกินข้าวด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด จากที่สังเกตุได้ เพื่อนของเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เช้า

          " เปล่าหรอก ฮารุจจิ " เจ้าตัวกินข้าวต่อ " อั๊วนี่แหละที่โมโหไปเองคนเดียว เฮียไม่สนใจอั๊วหรอก "

          " โถ่ เอย์จุนคุง ผมว่ามิยูกิซังเขาไม่ได้... "

          " เฮ้อ.. อีกเดี๋ยวเฮียคงไม่อยู่ให้อั๊วโกรธแล้วล่ะ ก็เดือนหน้าเฮียจะแต่งกับอาเพ่ย.... " อาเพ่ยเป็นลูกของเพื่อนสนิทอีกคนของบ้านซาวามูระแลบ้านมิยูกิ ตอนนี้อยู่ที่ปักกิ่ง ถ้าหากมิยูกิตกลงจะแต่ง ก็จะไปขออาเพ่ยที่ปักกิ่ง แล้วก็คงจะทำงานหรือไม่ก็เรียนต่อโทที่นั่นเลย

          " เอย์จุนคุง.... " เพื่อนสนิทใจไม่ค่อยดี เมื่อเห็นคนข้างๆแก้มแดงแปลกๆ แถมริมฝีปากก็เม้มแน่น

          สักพักเจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มพร้อมกับส่งเสียงดังเหมือนเดิม " ไปเรียนกันเถอะ! ฮารุจจิ! "

          " ..... " โคมินาโตะถอนหายใจ เพื่อนของเขานั้น ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันกับมิยูกิซังมาจวนจะสิบปีได้แล้ว แต่สองคนนี้ก็ดันไม่เคยคุยกันเรื่องนี้สักที

          ตอนนี้ทั้งสองคนก็เลยเป็นแค่พี่กับน้อง...






          

          ซาวามูระเดินเข้ามาตามทางเดินไปยังบ้านอย่างอิดโรย วันนี้เขากลับดึกอีกแล้ว ร้านอาหารข้างๆก็ปิดหมด 

          วันนี้เฮียอยู่บ้าน...

          เขาได้กลิ่นชาอู่หลงลอยมา.. เป็นชาที่เฮียชอบดื่มบ่อยๆ บ้านอาเพ่ยเป็นสวนชา ตอนเฮียอยู่ที่จีนได้ยินว่าได้ดื่มบ่อยๆ จนกระทั่งมาญี่ปุ่นก็ยังเลิกไม่ได้

          ที่เฮียชอบดื่ม มันเป็นเพราะอาเพ่ยหรือเปล่า..?

          
          โครก~


          หิวอีกแล้ว... เฮ้อ

          แล้วเสียงโทรศัพท์เขาก็ดังขึ้น

          " ครับ... ม๊า " เขากรอกเสียงลงไปอย่างอิดโรย

          [ เอย์จัง.. ตอนนี้พวกม๊าอยู่สนามบิน ที่บ้านอาเพ่ยมีเรื่องด่วนให้ไปช่วย เอย์จังอยู่คนเดียวสักสามวันได้หรือเปล่าจ๊ะ? ]

          " ได้ครับ ไม่มีปัญหา " ซาวามูระว่า มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร บางวันมีเหตุฉุกเฉินเรื่องวัตถุดิบร้านไม่พอก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน จนเขาชินแล้ว

          [ ข้าวเย็นที่บ้านยังไม่มีเลย พวกม๊ารีบมากจนไม่มีเวลาเตรียม ลูกออกไปหาอะไรกินข้างนอกกับคาสึนะ เหมือนเขาบอกว่าจะรอออกไปกินพร้อมลูก..]

          " ......ครับ....... " เจ้าตัวตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะวางสาย

          ให้ไปกินกับอาเฮียหน้าแว่นนั่นเรอะ! ไม่ไปอ่ะ! ยังไงก็ไม่ไป!

          " เอย์จุน... " 

          เจ้าตัวหันตามเสียง ก็ปรากฎว่าเป็นคนในหัวข้อสนทนาเมื่อกี้นี้ กำลังยืนพิงรถสีดำคันเดียวกับที่ใช้ไปส่งเขาเมื่อเช้าอยู่ 

          แต่งตัวแบบนั้นจะไปยั่วสาวที่ไหนหรือไง ดึกแล้วไม่ต้องจัดเต็มขนาดนั้นก็ได้!

          " .... " ร่างเล็กบุ้ยปาก พลางเดินเลยคนตรงหน้าเพื่อจะเข้าบ้าน

          " ลื้อจะไปไหน อั๊วอุตส่าห์รอลื้อไปกินข้าวนะ ไส้อั๊วจะกิ่วแล้วเนี่ย..."

          " ลื้อก็ไปกินเองสิ... "

          " อย่าโกรธอั๊วแบบนั้นจะได้ไหม? "

          " ก็เฮีย--! " เจ้าตัวหันมาเตรียมระบายความเกรี้ยวกราดใส่หน้าคนตรงหน้า แต่กลับชะงักไปเสียก่อน

          " อาตี๋..? "

          " ไปก็ไป.. " เจ้าตัวเสียงแผ่วลง ก่อนจะเดินขึ้นรถไปฝั่งที่นั่งข้างคนขับ เขาเหลือบไปเห็นที่วางของที่อยู่ฝั่งข้างๆ เป็นซองใบชาอู่หลงแห้งจากเมืองจีน ตรงข้างๆมีโน้ตสีหวานแปะเอาไว้


          
          เฮียคาสึ


          เป็นยังไงบ้าง? ที่ญี่ปุ่นตอนนี้อากาศดีไหม? ถ้าว่างๆเฮียโทรหาเพ่ยบ้างนะ อั๊วคิดถึงเฮียจัง..
          อั๊วส่งชาอู่หลงที่เฮียชอบมาให้ เกรดเอเลยนะ!
          เรื่องงานแต่งน่ะ.. แล้วแต่ว่าเฮียจะตัดสินใจเลยนะ เพ่ยรอเฮียได้เสมอ
          แม้ว่าผลจะเป็นยังไง... เพ่ยก็รักเฮียนะ 
          ปล. แล้วเอย์จุนเป็นยังไงบ้าง ยังผอมเหมือนเดิมหรือเปล่า? ถ่ายรูปมาให้ดูบ้างนะ


          จาก เพ่ยเพ่ย


          

          อ่านจบ เขาถึงกับนั่งนิ่ง

          เพราะแบบนี้ไง... 

          อาเพ่ยน่ะเป็นเหมือนพี่.. ชอบห่วงเขาตลอดเวลา เพ่ยเพ่ยดีกับเขามาก เป็นเพื่อนเล่นที่ดีให้เขาแล้วก็เฮีย ตอนที่เฮียไม่อยู่อาเพ่ยก็มาอยู่เป็นเพื่อนเขา ตอนที่เขาเป็นไข้แล้วไม่มีใครว่างมาดูแล เพ่ยเพ่ยก็มาช่วยดูแลเขาจนหายดี

          ถ้าเฮียจะแต่งกับอาเพ่ย เขาก็ไม่คิดจะค้านอะไรหรอก เฮียก็น่าจะมีความสุขดีที่ได้แต่งกับผู้หญิงดีๆแบบนั้น

          อาเพ่ยรักเฮียมาก แถมไม่เคยทำให้เฮียต้องรำคาญใจ ไม่เหมือนเขาที่เอาแต่โกรธแล้วก็เอาแต่ใจ ลำบากเฮียบ่อยๆ เป็นเด็กซุ่มซ่าม ตั้งแต่ตอนที่เขาหลงอยู่ชินจูกุแล้ว

          มิยูกิขึ้นรถฝั่งคนขับ พลางเหลือบตามองคนข้างๆ แล้วออกสตาร์ทรถ เพื่อขับไปย่านการค้าที่มีภัตตาคารอาหารหลากหลายเชื้อชาติ

          " ลื้อชอบอาหารญี่ปุ่นใช่ไหม? งั้นเอาร้านเดิมนะ... เดี๋ยวคืนนี้อั๊วเลี้ยงเอง "

          " เอาอาหารจีนก็ได้..."

          " ? "

          " ก็ลื้อชอบอาหารจีน จะได้ดื่มอู่หลงด้วยไง.."

          " อาตี๋ "

          " อั๊วขอโทษที่เอาแต่ใจ... ตอนนี้อั๊วแค่อยากให้เฮียรู้สึกว่าอยู่กับอั๊วแล้วสบายใจเหมือนตอนอยู่กับอาเพ่ยบ้าง ก่อนที่เฮียจะไปหาอาเพ่ยที่ปักกิ่ง.. "

          " .....! " มิยูกิจอดรถทันที พลางหันมามองคนข้างๆที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้น แต่ใบหน้าเต็มใบด้วยน้ำตาที่ไหลเป็นสาย

          " เอย์จุน..."

          " เฮียดีกับอั๊ว! แต่อั๊วกลับเอาแต่ใจจนวินาทีสุดท้าย! อั๊วไม่แปลกใจหรอกที่เฮียจะชอบอาเพ่ย! "

          " ..... "

          " ในทางกลับกัน อั๊วคิดว่าเฮียน่ะใจร้ายที่สุด... เฮียน่ะตัวแสบเลย! ทำไมต้องมาดีกับอั๊วด้วย! ฮึก... ถ้าเฮียไม่ปล่อยให้อั๊วเอาแต่ใจจนโต! ถ้าเฮียไม่มาดูแลอั๊ว อั๊วคงไม่ต้องรู้สึกแบบนี้หรอก! "

          " ...... "

          " ชาอู่หลงน่ะ.. อั๊วก็ชอบกลิ่นของมันเหมือนกัน ทุกครั้งที่เฮียอยู่บ้านอั๊วจะได้กลิ่น... แต่ต่อจากนี้อั๊วคิดว่าอั๊วคงจะไม่ได้กลิ่นมันอีก... "

          " เอย์-- "

          " ก็เฮียจะไม่อยู่เอาใจอั๊วแล้วนี่! ฮึก... ก็อั๊วไม่ใช่... "

          เสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆ จนมิยูกิต้องดึงร่างเล็กข้างๆเข้ามากอดเอาไว้ ทำเหมือนกับที่ตอนที่ร่างเล็กร้องไห้แบบนี้ตอนเด็กๆ มือหนาส่งไปลูบหัวร่างเล็กเบาๆ

          " ก็อั๊วไม่ใช่คนที่จะทำให้เฮียมีความสุขที่สุดนี่... " 

          
          



          " เด็กโง่เอ๊ย "







          " .... " เสียงสะอื้นยังดังไม่ขาด มิยูกิกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พลางฝังปลายจมูกโด่งรั้นลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่ม

          " อั๊วยังไม่ได้พูดสักคำว่าอั๊วจะแต่งกับอาเพ่ย..."

          " .... "

          " ร้องไห้ซะตาบวมเลยนะ.. ร้องมากี่วันแล้วเนี่ย? แอบร้องไห้ตอนนอนด้วยหรือเปล่า? " เจ้าตัวว่าพลางเอานิ้วเกลี่ยน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตากลมไม่หยุด

          " ฮึก... อั๊วไม่ได้หัวเราะหน้ารื่นได้เหมือนเฮียนะ..."

          " ชู่ว.. อย่าร้องน่า... " 

          " ....อั๊วขอโทษที่อั๊วพูดแบบเมื่อกี้กับเฮีย.. เรื่องอาเพ่ย... ถ้าเฮียจะแต่ง อั๊วก็ดีใจ-- "

          " ฟังอั๊วก่อน..."

          " ..... "

          มิยูกิยิ้ม พลางเอื้อมมือไปจับใบหน้าเล็กไว้อย่างแผ่วเบา

          " เรียกชื่ออั๊วสิ.. " เจ้าตัวว่าด้วยเสียงกระซิบที่พร่าแผ่ว

          " มิยูกิ "

          " ไม่ใช่อันนั้น "

          " ............คาสึยะ......... " เสียงเรียกนั้นดังพร้อมกับเสียงสะอื้นที่จะมาอีกระลอก แต่มิยูกิดันโน้มใบหน้าลงมาจนแทบจะไม่เหลือระยะห่าง


          ริมฝีปากร้อนประทับลงกับริมฝีปากของเขา มิยูกิบดเบียดเข้าหาเขาอย่างอ่อนโยนและละเมียดละไม เป็นจูบแรกที่ทำให้เขารู้สึกดีตั้งแต่แรกสัมผัส

          อุ่น...

          ซาวามูระเคลิ้มไปกับสัมผัสที่ร่างสูงมอบให้

          " อ้าปากสิ.. " เสียงประซิบติดริมฝีปากของร่างสูงทำให้เขายอมเปิดปากออกตามที่ร่างสูงบอก


          หัวใจเขาเต้นระส่ำตั้งแต่ที่ลิ้นร้อนของคนตรงหน้าแทรกเข้ามาในโพลงปาก เข้าโรมรันกับลิ้นเล็กที่ไม่ประสีประสา ลิ้นร้อนเกี่ยวกวัดกันไปมาอย่างไม่สิ้นสุด เสียงลมหายใจหอบของทั้งสองคนดังก้องรถ เพราะช่องว่างที่เป็นศูนย์นี่ทำให้แทบจะไม่มีอากาศหายใจ 

          ฝ่ามือหนากดให้ศีรษะเล็กเข้ารับสัมผัสที่ตนมอบให้ ความหวานและนุ่มภายในร่างเล็กนี่ทำเอาเขาแทบขาดสติ เสียงครางหวานที่ร่างเล็กเผลอไผลออกมานี้ยิ่งชวนให้เขาอยากจะสัมผัสคนตรงหน้ามากขึ้น

          เขาผละออกอย่างเสียดายเมื่อเห็นน้ำใสคลออยู่ตรงขอบตา ใบหน้าแดงก่ำชวนมองทำให้เขาเผยอยิ้มพอใจ

          " เฮียยิ้มอะไร...? " ร่างเล็กพูดเสียงแผ่วเมื่อหน้าผากของเขาทั้งสองคนยังติดกันอยู่ ทำให้เขาสามารถเห็นได้แม้กระทั่งแพขนตาของคนตรงหน้า รวมทั้งรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนที่กำลังเป่าปะทะผิวเนื้อนี่

          " ......นี่จูบแรกของลื้อหรือเปล่า...? "

          " กะ-- ก็แล้วจะทำไมเล่า..." 

          " ....นี่..... "

          " ....? "

          " ลื้อรู้หรือเปล่า? ว่าทำไมอั๊วถึงผลัดเรื่องงานแต่งงานกับอาเพ่ย.."

          " ...ไม่... "

          " นั่นเพราะอั๊วคิดกับอีได้แค่น้องสาว... ไม่เคยมากไปกว่านั้นเลย... แต่อั๊วอยากจะคุยกับอีเรื่องนี้สักครั้งก่อนที่จะบอกกับพวกอาป๊า.. คุยแบบตัวต่อตัว ไม่ใช่ผ่านโทรศัพท์ อีจะได้ไม่ต้องเสียใจมาก.. "

          " ..... "

          " ลื้อน่ะ... ชอบอั๊วมากี่ปีแล้ว..." มิยูกิถามแบบตรงๆ ทำเอาร่างเล็กสะดุ้ง

          " อั๊วยังไม่ได้พูด-- "

          " เอย์จุน "

          " ...... " ร่างเล็กชะงัก พลางก้มหน้าลงเพื่อซ่อนสีแดงเข้มที่เริ่มจะปิดไม่อยู่ " ...ตอนเด็ก... ประมาณสิบเอ็ดขวบ..."

          " ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ตอนนั้นยังกะเปี๊ยกอยู่เลยนี่...แก่แดดใช้ได้เลยนะเรา... "

          " แล้วทำไมเล่า-- "

          " อั๊วน่ะ... " มิยูกิยิ้ม  ตอนนี้นั้น... สายตาของเขาไม่อาจละจากคนข้างๆไปได้เลย  " อั๊วน่ะ ไม่รู้หรอก.."

          " ไม่รู้อะไร? "

          " ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้... ที่อั๊วไม่สนใจใครเลยนอกจากลื้อ.. ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้... ที่อั๊วอยากจะดูแลลื้อ.."

          " .... " ร่างเล็กเบิกตากว้าง เมื่อฟังสิ่งที่กำลังพรั่งพรู่ออกมาจากปากคนตรงหน้า

          นี่เขาฝันหรือเปล่า...




          " แล้วก็... ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้... ที่อั๊วเอาแต่คิดเอาไว้.. ว่าสักวันลื้อจะเป็นของอั๊วคนเดียว "




          ร่างเล็กเริ่มหน้าขึ้นสีอีกครั้ง หัวใจเขามันเต้นจนแทบจะหลุดออกจากอก เขาก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความอายไม่ให้คนตรงหน้าเห็น แต่มือหนากลับจับคางของเขาเชยขึ้นให้มาสบตาเสียอย่างนั้น

          สายตาของมิยูกิตอนนี้ เป็นประกายที่อ่อนโยน 

          เป็นประกาย.. แบบที่ไม่เคยมีให้ใครมาก่อน

          

          " คนที่อั๊วชอบ... คือเอย์จุน อาตี๋ของอั๊ว "














          เขาได้กลิ่นอู่หลงอีกแล้ว...

          วันนี้เขาเลิกเรียนเร็ว ส่วนเฮียอยู่บ้านแน่ๆ เขาไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าไปเปิดประตูบ้านของมิยูกิโดยไม่คิดจะเคาะแต่อย่างใด


          ปึง!


          " เฮีย! วันนี้--- เอ๋.. เอ๋! " แล้วเขาก็แทบจะทรุดเมื่อคนตรงหน้าเป็นป๊า ม๊า กง  แล้วก็อาป๊ากับอากงของมิยูกิ รวมถึงอาเฮียที่เขาหมายจะวิ่งมาหาเมื่อกี้ด้วย

          " เอย์จุน ลื้อมานี่เร็ว... " ป๊าของมิยูกิกวักมือเรียกเขา

          เขาเดินเข้าไปอย่างกล้าๆกลัวๆ

          บรรยากาศแบบนี้มันอะไร?
          
          นี่เขาทำอะไรผิดเหรอ?

          " พะ-- พวกลื้อ.... " 

          " อั๊วกำลังจะขอลื้อ... " มิยูกิพูดหน้าตาย ก่อนที่จะโดนทัพพีฟาดหัวอีกระลอก " โอ๊ย! ป๊า! "

          " อย่ามาขึ้นเสียงกับอั๊ว! เจ้าเด็กเลือดร้อนนี่! วันนี้อั๊วแค่มาคุย แล้วอั๊วก็ต้องไปจัดการเรื่องอาเพ่ยให้ลื๊อด้วย ตอนนี้นั่งนิ่งๆ อย่าก่อความวุ่นวายให้อั๊วเพิ่ม! " ว่าพลางตวาดแว้ดใส่คนที่นั่งลูบหัวป้อยๆ

          " ไม่ต้องเป็นทางการมากนักก็ได้นา.." อากงของซาวามูระพูดขึ้น " เราก็คนกันเอง อั๊วให้ฟรี..."

          " กง! อั๊วไม่ใช่ข้าวสารนะ! " เจ้าเด็กแสบแย้งขึ้นมาทันที แล้วก็โดนทำให้สงบปากด้วยม้วนกระดาษยักษ์ของเอโตกุ

          " คาสึ... ลื้อก็ลีลา แทนที่จะมาบอกกับอั๊วตั้งแต่เนิ่นๆเรื่องอาเพ่ย... ดันให้อั๊วมาวุ่นวายทีหลังเลยเห็นไหม? "

          " ขอโทษครับป๊า... "

          " ....แต่พวกอั๊วก็รู้เรื่องพวกลื้อมานานแล้วเหมือนกัน.... พวกลื้อมันปากแข็ง ตั้งแต่เด็กๆแล้ว คิดว่าพวกอั๊วเป็นหัวหลักหัวตอเรอะที่จะไม่รู้เรื่อง... ลีลาอยู่นั่น อั๊วรึจะจับพวกลื้อแต่งเลยเดี๋ยวก็หาว่าอั๊วคลุมถุงชน..."

          " เดี๋ยวนะป๊า! " สองเสียงประสานขึ้นพร้อมกัน

          " ป๊าไม่สนเรื่องที่พวกอั๊วเป็นผู้ชายเลยเหรอ? " มิยูกิเริ่ม 

          " แต่นั่นมันเอย์จุน... ไม่ใช่ใครอื่น เป็นเด็กที่อั๊วเห็นตั้งแต่เล็ก ไม่ใช่คนไม่ดีที่ไหน แล้วพวกลื้อก็ชอบกัน.. จะให้อั๊วห้ามเรอะ... อยากให้อั๊วห้ามไหม?"  ป๊าว่าพลางเงื้อทัพพีขึ้นอีกรอบ

          " ไม่ครับ..." คนสวมแว่นจ๋อยลงถนัดตา

          " อีกอย่าง " อาป๊าของมิยูกิวางทัพพีลง ก่อนจะเปลี่ยนไปเอามือลูบหัวลูกชายเบาๆ " ลื้อเป็นลูกชายคนเดียวของอั๊ว ตั้งแต่เด็กอั๊วไม่มีเวลาให้ลื้อเลย แต่ลื้อก็ยังเป็นเด็กดี ขยัน แล้วก็ไม่เคยทำอะไรไม่ดี เรื่องแค่นี้ทำไมอั๊วจะให้ลื้อไม่ได้..."

          

          แล้วเรื่องก็จบลงที่แหวนหมั้นหนึ่งคู่สำหรับสองคน พร้อมกับข้อตกลงที่ว่าให้ทั้งสองคนเรียนต่อจนจบก่อน แล้วค่อยมาคุยเรื่องนี้กันทีหลัง




          พักหลังๆซาวามูระมานั่งจิบอู่หลงกับมิยูกิบ่อยขึ้น เพราะอะไรบางอย่าง เดี๋ยวนี้ร่างเล็กไม่ค่อยพยศกับเขาเหมือนเมื่อก่อน



          ต่อจากนี้ เขาคงได้กลิ่นของมันทุกวัน 

          กลิ่นที่ชวนให้เขานึกถึงแต่คนตรงหน้า

          กลิ่นที่จรรโลงหัวใจได้ทุกเวลา




          ...ที่กลับมาที่บ้าน...





Fin









     OMAKE


     " อาตี๋ ตั้งแต่ที่ลื้อโผล่มา อั๊วนี่เหนื่อยทุกวัน..." มิยูกิว่าพลางเปิดรีโมตทีวีดู

     " เฮียจะหาว่าอั๊ววุ่นวายใช่ไหม!? " ร่างเล็กแยกเขี้ยวทันที

     " เปล่า.. ลื้อทำให้อั๊วต้องคอยเก็บห้อง..." มิยูกิยกอู่หลงขึ้นจิบ

     " อะไรเฮีย..? อั๊วยังไม่ได้ไปวุ่นวายห้องเฮียเลยนะ! "

     " อั๊วเองนี่แหละที่ทำห้องรก..." มิยูกิสารภาพ

     " แล้วเฮียจะมาว่าอั๊วทำไม?! อั๊วไปทำอะไร..? " ร่างเล็กชักรำคาญใจ

         

     " เพราะอั๊วชอบลื้อ  "




         


___________________________________________________    



ตึ๋งโป๊ะ! //โดนตบ พร้อมโดนบอกว่า อย่าเล่นมุขนี้อิกนะ 5555555
โอยฮาาาาา 555555
อยากจะบอกว่าตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะดราม่านะ ฮวือ 
วางพล็อตแบบเรื่องยาวเอาไว้ แต่ต้องตัดให้จบในหนึ่งตอน
ถ้ามีอะไรที่ดูเร่งรัดก็ขออภัยนะคะ 5555555 แถมอาป๊าของเฮียมิก็หลุดคาร์ 55555555 

สารภาพ แรงบันดาลใจหลักของเรื่องนี้
อันดับหนึ่ง : มุข 'อั๊วชอบลื้อ' ของเฮียหมี 55555555555555555
อันดับสอง : อยากเห็นน้องเรียกหมีว่าเฮีย
อันดับสาม : อยากให้เฮียเรียกน้องว่า อาตี๋ แอร๊ยยยยยยย

ขอบคุณมากๆที่ติดตามนะคะ

แล้วเจอกับไรท์ได้ที่ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร และคุณโจรสลัดที่รักนะค้าา
บั๊ยบี

ผลงานอื่นๆ ของ - หมูทอด -

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. #11 KM~♡ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 09:19
    เราอ่านสำเนียงธรรมดาไม่ได้เลยค่ะ ต้องอ่านเปงจีนๆเหมือนมีคางุระเข้าสิง5555555555
    #11
    0
  2. วันที่ 22 กันยายน 2559 / 11:33
    หลังจากที่ดองมานาน เราก็ได้เวลามาอ่านสักที เฮ้ /กำมือชึ้นแล้วร้องเพลง/
    คือตอนแรกๆมันฮามากค่ะ อ่านไปยิ้มไป ตลกอิเฮีย เอ้ย อาเฮีย555555555
    ล่ะดูป่วงๆ มึนๆ ชอบตอนเฮียคาสึเรียกน้องว่าแมวน้อย โอ้ย มีความอ่อยเด็กอะไรเบอร์นี้คะ
    พออ่านมาถึงตอนอยู่ในรถ ทำไมหน่วง น้ำตาแทบจะไหล นี่อินง่ายมากจริงๆ555555
    แล้วก็อารมณ์ก็เปลี่ยนแทบไม่ทันตอนที่เฮียจูบน้อง โห เฮียคะ...แบบนี้ก็ได้เหรอ
    ไม่พอ...บอกอาตี๋อ้าปากด้วย กัดลิ้นเฮียไปเลยหนู ทำไมหมั่นไส้เฮียคนนี้55555
    แต่ก็เป็นฉากจูบที่น่ารักมาากๆเลยค่ะ ฮือ อ่านไปต้องบิดไป มันจั๊กจี้ใจ รู้สึกดีค่ะ

    ตอนหมั้นก็เป็นอะไรที่พีคไปอีกค่ะ ผู้ใหญ่บ้านนี้รู้เรื่องมานานแต่ก็เงียบ เอ้า55555
    น่าจะจับหมั้นไปตั้งแต่ที่น้องอายุ 11 ขวบไปเลย จองไปเลยค่ะ คนนี้ของอาเฮียหลีนะ
    ตี๋จะไปเป็นของคนอื่นมะด้ายยยย เฮียจองแล้ว ผู้ใหญ่รับทราบแล้ว ประมาณี้555555
    คือชอบค่ะ คู่นี้ตลกดี55555 ให้เลขห้าสิ้นเปลืองอะไรเบอร์นี้ แต่ฟิคน่ารักจริงๆ 
    แต่มุกอั๊วชอบลื้อนี่แบบ...อยากประเคนกำปั้นให้อาเฮียมากกกก 
    ช่างกล้า กล้ามาก ไม่หล่อนี่จะไม่ให้อภัยเลยเหอะ หมั่นนนนน หมั่นมาก5555555
    เป็นกลจ.ให้เบลได้ปั่นฟิคน่ารักๆแบบนี้อีกต่อไปเรื่อยๆนะคะ อาจจะมาอ่านช้ากว่าชาวบ้านไปมากโขแต่อ่านแน่นอนค่ะ ปุอิ๊ง /หัวใจ/
    #10
    0
  3. วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 13:24
    โอยยย เกลียดดดด มุขตอนล่างนี่แบบ โอยยยยย ตายค่ะ 555555

    ฮืออ บรรยากาศจีนๆ แบบนี้น่ารักมาก อาตี๋เล็ก อือออ ขอได้มั้ยคะ ขอไปเป็นตัวแทนพี่คาสึ เราอยากได้แบบอาตี๋เล็กแบบนี้หนึ่งคน //นั่งในร้านอาหารสั่งตาใส //โดนตะหลิวเคาะหัว

    ขำ เฉาฉุ่ยมากค่ะ มิยูกินี่หนึคำนี้ไม่พ้น โดนทั้งหนูเอย์ ทั้งอาป๊าบ่นใส่เลย 555555 อบอุ่นหัวใจมาก อ่านแล้วยิ้มตามตลอด น่ารักมากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆ น้าา <3
    #9
    0
  4. #8 sakaki miyaza (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 21:08
    มีความเจ๊ก สูงมาก555เวลาอ่านนี่นึกถึงสำเนียงเวลาป๊ากะเพื่อนคุยกันเลย55555+

    น้องมาหลงรักคนเฉาฉุ่ยเเบบนี้ได้ไงเเถมยังเสี่ยวไปไหนอีกต่างหาก มีความเกลียดมุก555 'อั๊วชอบลื้อ' ไม่ใช่คนจีนเล่นไม่ได้นะเนี่ยย น้องจ๋าาาน่าย๊ากกอาตี๋น้อยของอาเฮียมิยูกิ เจ๊คนนี้อยากเอานู๋มาฟัดที่บ้านมากอ่ะ เเต่อาเฮียนี่ไปรักน้องเอาตั้งเเต่เมื่อไหร่กันน้าาา แต่อาจจะรักมานานเเล้วเเต่พึ่งรู้ตัวก็ได้เนอะ
    #8
    0
  5. #7 soma
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 10:17
    คริ คริ ชื่อเรื่องออกจะขมอมฝาด แต่ในเรื่องช่างหวานหยดปานเจ้าของโรงงานน้ำตาลมาเขียนเอง

    ชอบอ่ะ---เอาอีก เอาอีก //โบกธงเชียร์คนเขียนสุดใจขาดดิ้น

    ฮือ ฮือ อิจฉาตี๋น้อยกับอาเฮีย

    ไหง ในออริ พี่มิยูไม่ดีกับน้องเอย์จุน อย่างนี้บ้าง
    #7
    0
  6. #6 bam2113 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 06:53
    เงิบมุขสุดท้ายที่เฮียเล่นอ่า 5555 ติดตามอยู่ สู้ๆนะ
    #6
    0
  7. #5 White Petunia44 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 23:06
    เกลียดความเสี่ยวของมิยูกิตอนท้ายมากเลยค่ะ 5555
    เรื่องนี้น่ารักมาก
    เอย์จุนน่าฟัดมากกกก
    บางตอนนี้เขินตัวบิดเลย~
    #5
    0
  8. #4 twkk
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 20:38
    มีความปั่นเร็ว55555555555555555555 

    โอ๊ยยยยยยยยยย เรื่องนี้น้องเป็นคนจีนทำมาหากินอยู่ใ--- /ผิด ถึงจะเป็นคนจีนก็ยังน่าฟัดอยู่ดีค่ะ ขำน้องที่ด่าคุณมยก.เฉาฉุ่ย เออ เอาเข้าไป คุณป๊าก็ด่าเอ็งเฉาฉุ่ยนะมยก. ควรพิจารณาตัวเอง55555555555555 แหม่ ตอนแรกนี่ก็นึกว่าเจ๊เพ่ยจะมีบทบาทมากกว่านี้แล้วค่ะ ละคุณมยก.นี่รักใคร่ชอบพอน้องมาตั้งแต่ตอนไหนคะ บอกหน่อยอยากรู้ว555555555 

    เรื่องความน่ารักนี่ให้สิบมินิฮาร์ทเลยค่ะ ชอบจัง lol 
    รอเรื่องยาว (และเรื่องสั้นอื่น ๆ ถ้ามี) นะคะ555555555 เป็นกลจ.ให้ค่ะ เริ้บ 

    ป.ล. เอ้อ เกือบลืมค่ะ5555 แอบเห็นคำผิดน้า คำว่า "กระซิบ" น่าจะอยู่เกือบท้ายๆเรื่องเลยค่ะ แฮ่ :3 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 สิงหาคม 2559 / 20:40
    #4
    0
  9. #3 หงษ์ปีกราตรี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 19:58
    น่ารัก
    แอบชอบกันมาตั้งแต่เด็กๆ
    สนับสนุนให้คลุมถุงชนกันเลยค่ะ
    ปากแข็งกันดีนัก อิอิอิ
    #3
    0
  10. #2 Fairy_Naru_Reborn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 19:56
    โอ๊ยยย ความน่ารักมุ้งมิ้งนี่มัน -,.- 'อั๊วชอบลื้อ'>\\\< MiyuSawa <3
    #2
    0
  11. #1 Wendy
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 19:50
    อาเฮียกับอาตี๋น้อย น่ารักจังเลยค่ะ
    #1
    0