[Fic Got7] All One Short #MarkNior #MarkJin

ตอนที่ 1 : [OS] You're My Love #BNior #MarkNior #MarkJin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,225
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    29 ก.ย. 57








[OS] You're My Love








"เจบี.. ฉันยังรักนายนะ และคิดว่าชีวิตนี้ฉันคงขาดนายไม่ได้.."





นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยิน





ก่อนที่ผม.. จะจากเขาทั้งคู่มา




ผมไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของพวกเขา ถ้าจะมีคนผิดก็คงเป็นตัวผมเอง




ตัวผมที่เข้าไปแทรกระหว่างเขาสองคน เข้าไปตอนที่ทั้งคู่กำลังสับสนกับความสัมพันธ์




เป็นผมเองต่างหากที่ควรจะโดนเกลียดโดนตราหน้าว่าหักหลังเพื่อนสนิทของตัวเอง






แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น..



...

..

.






ผมคงเลวเกินจะเยียวยา ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า..




'ผมรักจินยอง'




รักเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักใครสักคนได้




แม้ว่าเรื่องเหล่านั้นจะผ่านมาเกือบปี




แต่ผมกลับ..





ไม่เคยลืมดวงตาคู่นั้น


ไม่เคยลืมรอยยิ้มที่เขามอบให้


ไม่เคยลืมเรื่องราวของเรา







แต่มันคงไม่มีความหมายอะไรอีก





ผมทำได้แค่บอกตัวเองว่า..




ถ้านั่นคือความสุขของเขา




ผมจะยอมปล่อยมือ..





และเก็บเรื่องของเราไว้ให้ลึกที่สุด




ปิดตายมันไป ตลอดกาล..







-----







สนามบินอินชอน


หลังจากที่นั่งเครื่องบินมาร่วม 14 ชม. มาร์คเดินออกมาจากอาคารผู้โดยสาร อาจจะเพราะตอนนี้เป็นฤดูร้อน ทำให้บรรยากาศที่เกาหลีไม่ได้ดูเงียบเหงามากนัก เขาหยิบกระเป๋าเดินทางขนาดไม่ใหญ่ลากไปตามทางเดินอย่างคุ้นเคยเพื่อหาแท็กซี่เข้าเมือง

บรรยากาศสองข้างทางค่อนข้างแตกต่างไปจากเดิม ตึกที่กำลังก่อสร้างตอนเขาจากไป บัดนี้สร้างเสร็จเรียบร้อย มาร์คนั่งมองวิวตามถนนหนทางไปเรื่อยๆ โซลที่เขาเคยรู้จักยังมีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป คงจะมีแค่เขาที่ลบความรู้สึกนั้นไม่ได้สักที


ทั้งที่ควร 'ยินดี' กับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เอาเข้าจริง เขายังไม่กล้าเปิดแม้แต่ซองจดหมายที่ส่งไปให้เขาไกลถึงอเมริกา ด้วยฝีมือว่าที่เจ้าบ่าวอย่างเจบี จะมีก็แต่แจ็คสันที่บอกกับเขาว่


'มึงจะไม่มายินดีกับเพื่อนหรือไงวะ? กูบอกได้แค่ว่า.. งานนี้มึงต้องมา'






ต้องมาเพื่อรับรู้ความจริง และยอมรับมันให้ได้สินะ




เขานึกขำกับความคิดของตัวเอง รู้สึกปวดใจ มากขึ้นอีก เมื่อนึกถึงเสียงตามสายของเจบีที่โทรไปเชื้อเชิญเขาด้วยตัวเอง


'จินยองต้องดีใจแน่ ถ้ารู้ว่ามึงมา~'


คำพูดนั้นไม่มีแม้แต่เสียงกระแนะกระแหนหรือติดค้างอะไรในใจ กลับเป็นเขาเองที่รู้สึกละอาย ทั้งที่เกือบจะเป็นมือที่สาม ระหว่างคนทั้งคู่ แต่ท้ายที่สุด เจบีก็ยังนับว่าเขาเป็นเพื่อน ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ มาร์คก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะปล่อยให้สมองว่างเปล่า เมื่อรถเคลื่อนเข้าสู่ย่านใจกลางเมือง






---







"ขอโทษที่ไม่ได้ไปรับว่ะ"

"อือ กูรู้ว่ามึงยุ่ง"


แจ็คสันเดินเข้าไปกอดมาร์คหลังจากสะสางงานที่บริษัทแล้วกลับมาเจอเพื่อนรักที่โรงแรมของตัวเอง


"คิดถึงมึง"

"เหมือนกัน"

"มึงไม่คิดจะกลับมาอยู่ที่นี่ต่อเหรอ? กิจการมึงก็มี"

"ยังว่ะ" มาร์คตอบพลางนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ รับกระป๋องเบียร์จากแจ็คสันมาถือไว้ "กูยังอยากเที่ยวไปเรื่อยๆ"


แจ็คสันนั่งที่โซฟาตัวข้างๆ เหลือบตามองเพื่อนรักที่ดูจะหลักลอยมากขึ้นทุกวันพลางถอนหายใจ


"มึงเที่ยวมานานแล้วมั้ง เกือบปีแล้วนะ ยังทำใจไม่ได้อีกเหรอ?"


เมื่อเจอคำถามตรงๆ ตามประสาเพื่อนสนิทที่รู้ไส้รู้พุงกันไปหมด มาร์คก็ได้แต่ยกยิ้ม ก้มมองกระป๋องเบียร์ในมือ


"นิดนึง ยิ่งต้องมางาน.. นี้อีก กู.. ไม่รู้ว่ะ"

"มึงยังรักมันอยู่เหรอ?"

"กูไม่รู้ว่าจะเรียกว่ารักได้ไหม กูแค่ยังไม่ลืม.. ไม่เคยลืม"


แจ็คสันยกยิ้มอย่างนึกขำกับความซื่อตรงต่อความรู้สึกของเพื่อนรัก ก่อนจะกระดกเบียร์เข้าปาก


"มึงทำให้เรื่องมันยุ่งยาก กูเห็นแล้วเหนื่อยแทน"


มาร์คยิ้มรับคำพูดของแจ็คสัน พลางคิดว่า มันก็อาจจะจริงอย่างที่เพื่อนว่า เขาควรจะลืม และทำให้มันจบไปได้แล้ว ในเมื่อมันไม่มีทางเป็นไปได้อีก แต่เขากลับยังฝังใจ


"ไม่แน่นะ กูเจอเขารอบนี้ อาจจะทำให้เรื่องนี้จบลงจริงๆ"

"เออ.. กูขอให้เป็นอย่างนั้น"


อาจเพราะตั้งแต่วันนั้น ทั้งเขาและจินยองไม่ได้มีคำอธิบายใดๆ ต่อกัน ทำให้มันยังติดค้างในใจเขามาตลอด ถ้ามีโอกาสสักครั้ง เขาก็อยากพูดคุยกันให้เข้าใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปตลอดกาล


"พรุ่งนี้มึงจะไปก่อน หรือไปพร้อมกู"

"ไปพร้อมมึง"

"โอเค กูแวะไปทำงานที่บริษัทก่อน งั้นเดี๋ยวกูมารับ ปาร์ตี้น่าจะเริ่มเวลาเดิม"

"อืม"


เรื่องราวตลอดช่วงเวลาที่ไม่ได้พบกันของคนทั้งคู่ ค่อยๆ ผ่านการบอกเล่าไปเรื่อยๆ ตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน รวมถึงจำนวนแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นแปรผันตรงกับเข็มนาฬิกาที่ล่วงเข้าสู่วันใหม่





---





มาร์คขยับตัวตื่นขึ้น เมื่อแสงที่เล็ดลอดผ่านผ้าม่านผืนหนาสาดส่องเข้ามาในห้อง ร่างสูงหรี่ตามองนาฬิกาที่โต๊ะข้างเตียงที่บอกเวลา 9 โมงเศษ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มอีกครั้ง


แต่แล้วบางอย่างก็ฉุดให้มาร์คผุดลุกขึ้น เขาจัดการอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะขับรถออกจากโรงแรม


บางอย่างที่เขาเคยทำจนเป็นกิจวัตรก่อนจากไป..






---






รถสีดำจอดสนิทที่ข้างตึกย่านหรูหรากลางเมือง จากตำแหน่งนี้ เจ้าของรถสามารถมองเห็นฝั่งตรงข้ามของถนนได้อย่างชัดเจน และก็เป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้ เจ้าของร้านกำลังเดินจากลานจอดรถ เพื่อมาเข้าตึกทางด้านหน้า ร่างของคนที่คุ้นเคย คนที่ทำให้หัวใจมาร์คสั่นไหว ทั้งเมื่อหลายเดือนก่อนและไม่เว้นแม้แต่ในเวลานี้

มาร์คเผลอมองรอยยิ้มสดใสที่ประดับบนใบหน้าน่ารักไม่วางตา มองคนที่เขาทำได้แค่คิดถึงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา


'นายสบายดีใช่ไหม มีความสุขดีใช่ไหม..'


รอยยิ้มบางเบาจุดขึ้นที่มุมปากหยัก แค่ได้เฝ้ามองอีกฝ่ายเงียบๆ เขาก็รู้สึกดีมากแล้ว แต่ก่อนที่ความคิดจะล่องลอยไปมากกว่านี้ ความเป็นจริงที่ว่า.. วันพรุ่งนี้คนที่เขาเฝ้ามองอยู่จะต้องแต่งงาน ความเจ็บปวดราวกับโดนบีบรัดอย่างรุนแรงในอกด้านซ้ายก็ตรงเข้าจู่โจมจนต้องเบือนหน้าหนี พยายามทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้


"ฉันจะพูดคำว่า 'ยินดี' กับนายได้ยังไงกัน จินยอง.."


มาร์คสต๊าทรถ หันไปมองร่างเล็กนั่นอีกครั้ง ก่อนจะขับรถออกไป





ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่สายตาของคนฝั่งตรงข้ามหันมองมา





และเห็นแค่เพียงรถที่เคลื่อนผ่าน




บางที.. อาจจะไม่มีเวลาของเรา





หลงเหลืออีกแล้ว..






---






แจ็คสันมารับมาร์คที่โรงแรมตอน 5 โมงเย็น เนื่องจากวันนี้เป็นปาร์ตี้สละโสดของเจบี การแต่งกายจึงเป็นเพียงชุดลำลองธรรมดา สถานที่คือบ้านพักตากอากาศของเจ้าบ่าวที่พวกเขาคุ้นเคยกันดี ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงกว่าๆ รถของแจ็คสันก็เข้าจอดในบริเวณบ้านพัก




เขาหันไปมองมาร์คที่ยังนั่งนิ่งแม้ว่าเขาจะจอดรถเรียบร้อยแล้ว


"มึงโอเคนะ?"

"อือ.."


เสียงตอบแบบขอไปทีทำให้แจ็คสันถอนหายใจ ปากก็บอกโอเค แต่สีหน้ากลับดูไม่โอเคสักนิด


"งั้นเข้าไปข้างใน"


แจ็คสันเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ ก่อนทั้งคู่จะเดินตรงเข้าไปในบริเวณที่จัดงาน


คนที่มาร่วมงานส่วนใหญ่เป็นเพื่อนสนิทของเจบี ดังนั้นทุกคนเลยสนิทสนมคุ้นเคยกันดี แจ็คสันเดินตรงไปที่สระว่ายซึ่งเป็นสถานที่ในการจัดงานวันนี้ ก่อนที่จะได้เจอกับเจ้าภาพของงานในทันที


"เฮ้!! มึงมาช้าไปป่าววะ พวกนั้นมันกินกันจนจะอ้วกอยู่แล้ว"

"กูต้องไปรับเพื่อนมึงอ่ะ โทษมันดิ"


แจ็คสันพูดพลางพยักเพยิดไปที่มาร์คที่เดินตามหลังมาติดๆ


"มาร์ค!! ไม่เจอตั้งนาน คิดถึงมึงว่ะ"

"ยินดีด้วยนะ งานแต่งมึง"

"ขอบใจที่มึงมา แต่อย่าพูดเรื่องนั้นเลย มันเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ วันนี้กูขอโสดก่อน"


เจบีพูดจบก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี จนแจ็คสันนึกหมั่นไส้


"กูจะฟ้องเจ้าสาว ถ้าเขาไม่แต่งกับมึงกูจะขำให้"

"มึงเล่นแรงไปแล้ว!! ไปนั่งตรงนู้นไป เอาของกินเข้าปากจะได้ไม่ต้องพูดมาก พวกนั้นมันกินกันอยู่นู่น"


เจบีชี้ไปทางบาร์น้ำฝั่งตรงข้าม ก่อนที่จะกอดคอมาร์คให้ออกเดิน โดยมีแจ็คสันเดินขนาบอีกข้าง


สายตาของมาร์คมองไปรอบสระว่ายน้ำ พยายามมองหาคนที่เขาต้องการพบเจอ แต่ก็ไม่พบคนๆ นั้นสักนิด ทำได้แค่ลอบถอนหายใจ และไม่รู้ว่าหัวใจที่เต้นรัวในตอนนี้ เกิดจากความตื่นเต้นที่จะได้เผชิญหน้ากับอีกฝ่าย หรือเพราะหวาดกลัวกับเรื่องราวที่ต้องยอมรับกันแน่ รู้แค่เพียงว่ามันไม่ใช่เรื่องสนุกเลยกับสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่



พวกเขานั่งลงที่โต๊ะประจำ เหมือนปกติที่มีงานสังสรรค์ มาร์คยิ้มรับคำทักทายจากรุ่นน้องอย่างยองแจ แบมแบม และยูคยอม ทุกคนต่างถามไถ่ถึงเรื่องราวของมาร์คที่หายหน้าหายตาไปนาน โดยเจ้าภาพอย่างเจบีก็คอยเดินชนแก้วกับโต๊ะนู้นโต๊ะนี้ไปเรื่อย


มาร์คจิบแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อย แม้เขาจะรู้สึกดีที่ได้กลับมาเจอทุกคนในบรรยากาศเดิมๆ อีกครั้ง แต่เรื่องที่ยังค้างคาใจก็ยังคงมีอิทธิพลมากกว่า สายตาคมยังคอยแต่จะกวาดมองไปมา จนแจ็คสันที่นั่งมองเพื่อนสนิทมาสักพัก ต้องเอ่ยถามเจ้าภาพอย่างเจบีที่เดินกลับมานั่งร่วมโต๊ะ


"แล้วว่าที่เจ้าสาวมึงไปไหน? ทำไมไม่ออกมากินด้วยกัน"


"เขาติดงาน.. อ้าวเฮ้! จินยองมานั่งนี่สิ"


เจบีหันไปเรียกจินยองที่เดินถือถาดใส่อาหารออกมาจากส่วนครัว โดยมีแม่บ้านเดินตามออกมาติดๆ ก่อนที่คนที่ถูกเรียกจะเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียง พลางยกยิ้มบางกลับมาให้


"ไม่ต้องทำแล้ว มากินบ้างสิ!! ตัวผอมไปแล้วเนี่ย.."


มาร์คหันไปมองคนที่กำลังเดินเข้ามาที่โต๊ะด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งดีใจที่ได้เจออีกฝ่ายแต่อีกใจหนึ่งก็เจ็บปวด


"ก็กินกันไปสิ ไม่ต้อง.."


จินยองชะงักไปเล็กน้อย เมื่อสบตาเข้ากับมาร์ค ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วหันไปยิ้มให้เจบีที่เดินเข้ามากอดคอตัวเองแน่น ลากให้เดินมาที่โต๊ะด้วยกัน จินยองจึงหันมาทักทายมาร์ค


"มาร์ค.. กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"มาถึงเมื่อวาน.. นายสบายดีนะ"

"อืม.. สบายดี.."


เหมือนมีกำแพงบางๆ กั้นระหว่างเขาทั้งสองคน รอยยิ้มของจินยองทำให้มาร์ค เผลอมองตามอีกฝ่ายไม่วางตา ก่อนที่เจบีจะดึงเก้าอี้ให้จินยองนั่งลงข้างตัว แล้วหันไปกระซิบบางอย่างกันสองคน นั่นจึงทำให้มาร์คต้องเบือนหน้าหนี


"พี่จินยองนี่เป็นอย่างนี้ประจำเลยเนอะ.. ชอบทำอาหาร ใครได้ไปเป็นแฟนนี่สบายเลย"

"เวอร์เกินไปแล้ว ฉันไม่ได้ทำเก่งขนาดนั้นซะหน่อย"


แบมแบมหันไปเอ่ยชมพี่ชายคนสนิท ก่อนที่อีกฝ่ายจะขยับมากอดคอน้องชายเอาไว้

บรรยากาศในโต๊ะยังคงเป็นไปด้วยความครื้นเครง มีแต่เสียงพูดคุยหยอกล้อ แกล้งกันไปมา ซึ่งทำให้ว่าที่เจ้าบ่าวที่ดื่มกินเต็มที่อย่างเจบีเข้าใกล้คำว่าเมาเข้าไปทุกที





จินยองถือโอกาสที่อาหารในจานหมด ออกมาเติมเพิ่มให้ในห้องครัว ก่อนจะให้แม่บ้านนำไปเสิร์ฟ เขายอมรับกับตัวเองเลยว่า ตัวเขาก็รู้สึกหวั่นไหวไม่น้อยที่ต้องเจอกับมาร์คอีกครั้ง


ก่อนจะหันไปเห็นผลไม้วางอยู่บนเคาท์เตอร์ จึงหยิบขึ้นมาปอกหวังเพื่อให้จิตใจของตัวเองสงบลงบ้าง แต่ขณะที่กำลังปอกผลไม้อยู่นั่น ร่างที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก็เผลอลงแรงมากกว่าปกติ จนปลายมีดกรีดเข้าที่นิ้วของตัวเอง


"อ๊ะ!! อือ.."


ระหว่างที่กำลังตกใจแผลของตัวเอง มือของใครบางคนก็คว้าข้อมือเขา จับจูงไปที่อ่างล้างจานในทันที ก่อนจะเปิดน้ำล้างแผลให้


"มะ.. มาร์ค! ไม่ต้องก็ได้.."


อีกฝ่ายไม่ตอบอะไร กลับตั้งหน้าตั้งตาล้างแผลให้อย่างเบามือ จนคนที่พยายามดึงมือกลับเลิกดื้อดึงไปเอง ปล่อยให้อีกฝ่ายทำแผลติดพลาสเตอร์ให้จนเรียบร้อย ก่อนจะปล่อยมือของจินยองในที่สุ


"ขอบใจนะ.."

"นายนี่เหมือนเดิมเลยนะ ชอบเหม่อลอย"

"อืม.. คงงั้น"


มาร์คมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหยิบกล่องปฐมพยาบาลเก็บเข้าที่ พยายามเว้นช่องว่างระหว่างเขาและจินยองให้มากที่สุด


"พอดีฉันมาเข้าห้องน้ำหน่ะ เลยทันได้เห็นนายกรีดเนื้อตัวเองเล่นพอดี"


คำพูดแหย่ของมาร์คทำให้จินยองที่ยังเกร็งไม่น้อยยกยิ้ม เป็นอย่างนี้เสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เขามีความรู้สึกไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร คนๆ นี้ก็จะเข้ามาอยู่ข้างๆ เสมอ แม้มาร์คจะเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่กลับมีวิธีทำให้รู้สึกดีได้อย่างประหลาด


"ใครจะบ้ากรีดนิ้วตัวเองเล่นเล่า.. พูดมั่วแล้ว!"

"ใครจะรู้ล่ะ เห็นแต่ก่อนก็มีแผล.." มาร์คหยุดชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบเอ่ยคำขอโทษอีกฝ่าย "ฉันขอโทษ.."


จินยองมองสีหน้าของมาร์คที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดก็ยิ้มบางให้ จริงอย่างที่อีกฝ่ายพูด ก่อนหน้านี้ เวลาที่ทะเลาะกับเจบีเขามักจะกรีดแขนตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากอีกฝ่าย บางทีก็คิดแค่เพียงว่าเมื่อตัวเองเจ็บปวดจะได้ลืมเรื่องเหล่านั้น มานึกๆ ดูในตอนนี้ก็น่าสมเพชตัวเอง ที่ทำอะไรโง่ๆ ลงไป



"ไม่เป็นไรหรอก แต่ก่อนฉันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ นั่นแหละ.. แต่ตอนนี้.. ไม่แล้ว"


"อืม ดีแล้ว ฉันอยากให้นายรักตัวเองมากกว่านี้"


"เป็นเพราะนายที่คอยให้กำลังใจ อยู่ข้างฉันเสมอ.. ขอบใจมากนะมาร์ค"



คำขอบคุณที่ออกมาจากใจทำให้มาร์ครู้สึกดีอย่างประหลาด ทั้งคู่เงียบกันไปสักพัก ก่อนที่มาร์คจะเอ่ยทำลายความเงียบ


"กับเจบีเข้าใจกันดีแล้วใช่ไหม?"


ถามจบ มาร์คก็นึกอยากจะกัดลิ้นตัวเอง ในเมื่อทั้งคู่กำลังจะแต่งงานกัน แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าคงเข้าใจกันดี แล้วมันเรื่องอะไรที่จะต้องถาม ถามให้ตัวเองเจ็บปวดมากขึ้นหรือไงกัน


"อืม ก็ถือว่าเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หมด.."

"ดีแล้วล่ะ ยินดีด้วยนะ.."


มาร์คหันไปส่งยิ้มให้อีกฝ่าย ด้วยรอยยิ้มที่เขาก็ไม่รู้จะเรียกความสุขจากช่วงเวลาไหนของชีวิตมาช่วยให้มันดูยินดีอย่างที่ปากพูดออกไป


"ทำไมนาย.."

"พี่จินยอง พี่เจบีให้มาตาม.."



ในระหว่างที่จินยองกำลังจะเอ่ยคำถามบางอย่างออกไป น้องชายอย่างยูคยอมก็เข้ามาหยุดบทสนทนาของพวกเขาซะก่อน ทั้งคู่หันมามองหน้ากันก่อนจะยกยิ้ม มาร์คพยักหน้าให้จินยองรีบออกไป ซึ่งจินยองก็ยิ้มให้อีกฝ่ายอีกครั้งที่เข้าใจ แล้วเดินออกไปพร้อมน้องชาย


ชายหนุ่มยกยิ้มให้ตัวเอง อย่างน้อยพวกเขาทั้งคู่ก็ยังคุยกันได้ปกติ แค่เท่านี้ก็มากเพียงพอแล้วสำหรับคนที่มาทีหลังอย่างเขา





---





มาร์คกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม ในขณะที่เจบียืนอยู่ที่ริมสระน้ำ ข้างกันมีจินยองยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนที่เจ้าภาพของงานจะเอ่ยขึ้น


"สำหรับวันนี้กูก็ขอบใจพวกมึงทุกคนมาก ที่มาปาร์ตี้สละโสดของกู เป็นอีกวันหนึ่งในชีวิตที่กูจะไม่มีวันลืมเลยจริงๆ"


เสียงโห่แซว ดังขึ้นปะปนกับเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ในงาน


"อะไรวะ? พวกมึงจะไม่ให้กูทำซึ้งบ้างเลยเหรอ เงียบเลยๆ"


เจบีชี้หน้าทุกคนไปรอบๆ พลางหัวเราะไปด้วยอย่างอารมณ์ดี


"แต่มีอย่างหนึ่ง ที่กูอยากจะทำในวันนี้.."


เจบีหันไปดึงจินยองให้มายืนด้วยกัน


"กูอยากจะขอบคุณคนๆ หนึ่ง คนที่กูรักมากไม่แพ้ใคร"


เขาจับมือจินยองแน่น พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยคำขอบคุณ


"คนที่อยู่ข้างๆ กูมาตลอด ต่อให้กูจะเลว จะทำไม่ดีด้วยแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยทิ้งกูไปเลยสักครั้ง.. ปาร์คจินยอง"

"พูดเวอร์ไปแล้ว~"


จินยองบ่นอุบ ที่อยู่ดีๆ อีกฝ่ายก็พูดอะไรแปลกๆ


"ขอบใจนะ ขอบใจจริงๆ"


มาร์คที่นั่งมองทั้งคู่อยู่ เผลอกัดริมฝีปากเพื่อข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ให้ลึกที่สุด โดยมีฝ่ามือของแจ็คสันตบเบาๆ ที่ไหล่ ในระหว่างที่คนรอบข้างต่างส่งเสียงเชียร์กันยกใหญ่ เมื่อเจบีดึงจินยองเข้ามากอดไว้แน่น


"หวานไปพี่ โอ๊ยยย.. ไม่คิดว่าผมจะอิจฉาเหรอ"

"นั่นพี่จินยองของผมนะ!"


เสียงแซวจากคนในโต๊ะ ยิ่งทำให้มาร์คก้มหน้านิ่ง ริมฝีปากหนายกยิ้มบาง อย่างคนยอมจำนนท์ต่อสิ่งที่เขาไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้


"เออๆ กูไม่กอดจินยองของพวกมึงแล้ว~"


เจบีพูดกลั้วหัวเราะ แว่บนึงมาร์ครู้สึกว่าเจบีหันมองมาทางเขา ก่อนจะหันไปพูดต่อหลังจากปล่อยจินยองให้เป็นอิสระ


"และสำหรับเจ้าสาวของกูในวันพรุ่งนี้ จีเฮ.."


เจบีดึงสาวน้อยที่กำลังกอดกับจินยองอยู่ข้างหลัง ให้มายืนข้างกัน ก่อนจะหอมแก้มว่าที่เจ้าสาวตัวเล็กอย่างรักใคร่


"กูไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายความรู้สึกที่มีต่อจีเฮได้........"






มาร์คไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเจบีพูดอะไรออกมาบ้าง เขาจำได้แค่ว่าตัวเองฝุดลุกขึ้นยืนในทันที จ้องมองไปที่จินยองนิ่งอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านัก และหลังจากที่อีกฝ่ายหันมาสบตา ประสาทการรับรู้ของเขาก็เหมือนไม่ทำงาน รู้สึกคับคล้ายคับคลาว่ามีแรงดึงที่มือจากใครสักคนฉุดให้นั่งลง จนกระทั่งเจบีพูดจบ




---




'มึงใจเย็นก่อน ตั้งใจฟังที่กูพูดนะ มันเป็นความต้องการของจินยอง.. เฮ้!! นี่มึงฟังให้จบก่อนก็ได้ ไอ้มาร์ค!! จินยองไม่หนีมึงไปไหนหรอก'




เสียงแจ็คสันตะโกนไล่หลัง แต่ตอนนี้มาร์คไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว เขาอยากฟังจากปากของคนเพียงคนเดียวมากกว่า






"เดี๋ยว!! จินยอง"


มาร์ควิ่งตามจินยองที่กำลังเดินห่างออกไปที่มุมนึงของงาน จนอีกฝ่ายต้องหยุดหันมามอง และเมื่อมาร์คไปหยุดยืนต่อหน้าอีกฝ่าย เสียงหอบหายใจจากความเร่งรีบก็ทำให้จินยองถึงกับหลุดขำ

เมื่อเห็นใบหน้าน่ารักนั่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส  มาร์คก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม ก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะออกมาในที่สุด


"นี่ไม่ตลกเลยนะ.. ทำไมไม่มีใครบอกฉันเรื่องนี้สักคน~"

"เรื่องไหน?"

"ก็เรื่องที่นายไม่ใช่เจ้าสาวของงานนี้ไง"

"เจบีบอกไปแล้วในจดหมายไม่ใช่เหรอ?"

"ก็.. หยา!!! อิมแจบอม"


มาร์คนึกถึงรอยยิ้มเมื่อไม่กี่นาทีก่อนของเจบี ก็เข้าใจในทันทีว่าตัวเองคงโดนเพื่อนหลอกปั่นหัวเข้าให้แล้ว




"ไม่มีอะไรใช่ไหม.. งั้นฉันไปดูในครัวแปปนึงนะ.."


เมื่อเห็นมาร์คเอาแต่นิ่งเงียบ จินยองจึงรีบตัดบท เพราะความจริงแล้วเขาก็ไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด


"เดี๋ยวสิจินยอง.."


ฝ่ามือใหญ่คว้ามืออีกฝ่ายมาจับไว้ ก่อนจะเอ่ยเจตนาที่แท้จริงให้จินยองรับรู้


"ขอเวลาให้ฉันพูดอะไรก่อนได้ไหม?"


จินยองหันมาสบตากับคนที่กำลังจับมือเขา แรงสั่นน้อยๆ ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังใช้ความพยายามมากแค่ไหน ก่อนจะพยักหน้ารับ แล้วออกเดินตามแรงดึงไปเงียบๆ





"ระหว่างนายกับเจบีเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงกลายมาเป็นแบบนี้?"


มาร์คถามขึ้นในขณะที่ยังก้าวเดินนำอีกฝ่ายไปที่สนามหน้าบ้านพัก


"เราตกลงจะเริ่มต้นกันใหม่ในฐานะเพื่อน.."

"ทำไม?"

"ก็อย่างที่นายรู้ เราทั้งสองคนคบกันมานาน จนแยกไม่ออกว่ามันเป็นความรัก ความผูกพัน หรือความเคยชิน.. พอได้ลองถอยกันคนละก้าว เราก็รู้ว่า ไม่ควรฝืนมันอีกต่อไป"

"แต่นายบอกว่านายอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเจบี.."

"ฉันเคยคิดแบบนั้น เคยคิดว่าเจบีเป็นทุกอย่างในชีวิต.. แต่พอได้ให้เวลากับตัวเองอย่างจริงจัง ฉันก็รู้ว่ามันไม่จริงเลย ฉันสามารถอยู่คนเดียวได้โดยไม่ต้องเอาตัวเองไปผูกติดกับเจบีอีก"


คำพูดทุกอย่างของจินยองอธิบายเรื่องราวที่ผ่านมาได้ทุกอย่าง แต่นั่นก็ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจของมาร์คต่ำลงไปด้วย ต่ำจนเขาคิดว่าอาจจะไม่มีแรงกลับมาเต้นในจังหวะเดิมอีกครั้ง เพราะเขาเองก็อาจจะไม่ได้มีความสำคัญต่ออีกฝ่ายเลยเช่นกัน



มาร์คปล่อยมือของจินยอง เดินห่างออกไปอีก 2-3 ก้าว สูดหายใจเข้าปอด ก่อนจะค่อยๆ พรูลมหายใจออกมาช้าๆ


"มาร์ค.."

"วินาทีแรกที่ฉันรู้ว่านายไม่ใช่เจ้าสาวของเจบี นายรู้ไหมว่าหัวใจฉันมันเต้นแรงราวกับมันจะหลุดออกมา"

"..."

"แต่พอนายบอกว่า นายมีความสุขดีกับการที่ได้ใช้ชีวิตคนเดียว.. ฉันก็ไม่มั่นใจเลย.."

"..."

"เป็นฉันคนเดียวหรือเปล่า.. ที่คิดถึงนาย"


ความเงียบที่เกิดขึ้นเพิ่มช่องว่างระหว่างกันอีกครั้ง ก่อนที่จินยองจะเอ่ยขึ้นบ้าง



"ฉันไม่รู้จะอธิบายกับนายยังไง แต่ถ้าฉันทำให้นายรู้สึกแย่.. ขอโทษนะ"

"..."

"ฉันแค่ต้องการเวลา ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเพียงเพราะคำว่าเหงา ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเพียงเพราะต้องการใครสักคนมาทดแทนเจบี.."



มาร์คหันกลับมามองจินยองอีกครั้ง ในตอนนี้เขาคิดว่าเขาเข้าใจความรู้สึกแบบนั้นของอีกฝ่ายแล้ว




"แล้วถ้าเป็นตอนนี้ล่ะ?"

"..."

"นายพร้อมที่จะมีใครหรือยัง?"



สายตาจริงจังของมาร์คที่มองมา ทำให้หัวใจของจินยองเต้นรัว จากที่เคยอธิบายเหตุผลต่างๆ ได้ดี ตอนนี้เขาทำแค่เพียงเม้มริมฝีปากไว้แน่น


"ให้ฉัน.. เป็นคนนั้นได้ไหม?"

"มาร์ค.. คือฉัน.."


มาร์คดึงมือของจินยองมาจับไว้ ก่อนจะพูดในสิ่งที่อยากบอกกับอีกฝ่ายสักครั้ง


"ฉันรักนาย.. รักมาตลอด นายอาจจะมองว่าความรู้สึกในตอนนั้นมันไม่เหมาะสม ไม่สมควร แต่จนถึงวันนี้.. นาทีนี้ ฉันก็ยังยืนยันว่านั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันรู้สึกกับนาย"


"..."


ความเงียบที่ยังปกคลุมระหว่างเขาและจินยอง ทำให้มาร์คค่อยๆ ปล่อยมือนั้นลง บางทีนี่อาจจะเป็นคำตอบที่จินยองไม่อยากจะพูดออกมาก็ได้




"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไรไป ทั้งที่ควรเสียใจที่ต้องเลิกกับเจบี.. แต่การที่จู่ๆ นายก็หายไป กลับทำให้ฉัน.. รู้สึกแย่มากกว่า"

"..."

"ฉันไม่แน่ใจว่ามันคือความรักไหม.. แต่ถ้านายอยากจะหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน ฉัน.."


ยังไม่ทันที่จินยองจะพูดจบ แรงดึงจากมาร์คก็ฉุดร่างของจินยองเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด ทั้งที่วงแขนนั้นยังคงสั่น


"ไม่เป็นไร.. ไม่เป็นไรเลย ฉันรอได้"


ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของมาร์ค ทำให้ความรู้สึกสับสนในใจของจินยองสงบลง ท่อนแขนเล็กยกขึ้นกอดตอบมาร์ค ซบหน้าลงกับไหล่กว้าง



"อือ.. ขอบคุณนะมาร์ค"


"ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณนาย"





การเดินทางที่พยายามหลีกหนีหัวใจของตัวเองนั้น ต่อให้หนีไปจนสุดหล้า แต่ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจมันก็คอยแต่จะกลับมาหาเจ้าของ ของมันอยู่เรื่อยไป เจ้าของหัวใจอย่าง




'ปาร์คจินยอง'





 
END






-----




talk :


ทอล์คอะไรดี ?
หายไปนานเนอะสำหรับฟิค ><
เรื่องนี้จริงๆ ตั้งใจจะลงวันเกิดจินยองอา แต่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว
แต่ก็ถือว่ายังเป็นเดือนเกิดลูกชายก็แล้วกันเนอะ 555+

สุขสันติ์วันเกิดมายลูกชาย ขอบคุณที่เป็นจินยองที่น่ารักตลอดมานะคับ
ขอให้ประสบความสำเร็จทุกด้าน ใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขนะ รักคับ

ปล.เรื่องยาวจะตามมาเร็วๆ นี้นะคับ
ปล2. ใครที่อยากเขียนจดหมายหาเด็กๆ ที่ญี่ปุ่น ยังให้ส่งกันได้จนถึงวันที่ 3 ตค. นะจ๊ะ
รายละเอียดอื่นๆ ตามอ่านได้ในเฟบทวิต @tinna2706
ปล3. ก่อนหน้านี้มีวันช๊อตเบาเบาที่ลงในทวิตไว้ด้วยนะคับ ไปค้นอ่านได้จ้า

ขอบคุณค่ะ



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #26 AlIIzabeTT's (@aliizabett2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 22:20
    โง้ยยยยหักมุมมากกกกก คือไม่คิดว่าพี่บี จะแต่งกะคนอื่นที่ไม่ใช่นยองอ่ะ555555555 พี่มาร์คคงจะตกใจน่าดูเลออออ //ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะไรท์~
    #26
    0
  2. #23 yamakawaii (@yamakawaii) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 19:41
    ถ้ามาร์คอ่านจดหมายตั้งแต่แรกก็ไม่โดนแกล้งละ แถมแจ็คสันนี่ตัวดีเลย 555555
    #23
    0
  3. #20 มายด์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 14:33
    จินยองรีบๆๆให้คำตอบกับพี่มาร์คเร็วๆๆๆน้าาาา สงสารพี่แกอ่ะ โดนทั้งบีทั้งแจ็คหลอก โถ่ๆๆๆ พ่อคุณทำใจตั้งนาน สุดท้ายก็แพ้ให้จินยองอยู่ดี ^^

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะค่ะ
    #20
    0
  4. #10 Prayy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 23:30
    ขำอ๊ะะะ นึกหน้าพี่บีตอนแกล้งพี่มาร์คออกเลยยย

    เจ้าเล่ห์กันทั้งพี่บีทั้งหวัง 555555555555555555555555
    #10
    0
  5. #9 Junie K. (@imjuni3z) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 22:30
    เจบีคนบ้า มาปั่นหัวมาร์คได้ไง นึกว่าจินยองจะเป็นเจ้าสาวจริง ๆ สะแล้ว ~~~~~ สำหรับจินยองแล้ว มาร์คก็รอได้เสมอสินะ ก็รักอะเนอะ ^^
    #9
    0
  6. #8 hamugi (@hamugi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 20:34
    แงๆลุ้นแทบแย่ ตอนแรกอ่านไปก็หน่วงๆน่ำตาคลอ สงสารมาร์คจริงๆ สักพักเย้ๆ ดีใจมาก ที่มาร์คก็สมหวังกับเค้า แหมเพื่อนๆนี่ปิดกันดีนัก คนอ่านก็ลุ้นฉี่จะราด
    #8
    0
  7. #7 mAjjcs (@milkpy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 19:02
    นึกว่าจะไม่แฮปปี้ซะและ เย้ น่ารักมากกกกก
    #7
    0
  8. #6 ใบไม้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 18:52
    ตอนแรกก็หน่วงนะแต่หลังๆมานี่เอ๊ะทำไมมันน่ารักอย่างนี้หล่ะ 5555 เป็นการแต่งที่เรียบง่ายแต่ดูดีมากอะ มันเหมือนเป็นเร่ื่องจริงที่อยู่ในชีวิตประจำวันเลย โอย น่ารัก
    #6
    0
  9. #5 chocoice_Mty (@mtypaeng) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 15:26
    โอ๊ยยยย หน่วงแทนพี่มาร์ค อึดอัดมากกกเหมือนเจ็บอยู่คนเดียว ถึงนยองจะเจ็บเหมือนกัน แต่ไรท์ถ่ายทอดผ่านความรู้สึกชองมาร์ค เลยเจ็บไปกะมาร์คเลย.....รอฟิคต่อๆไปของไรท์(เรื่องเก่าด้วย)นะคะ
    #5
    0
  10. #4 wrong at love (@mayawanr) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 13:35
    ฮูวว์ นึกว่าจะจบทั้งน้ำตาซะอีกยิ่งตอนเจบีประกาศสละโสดพร้อมกอด
    จินยองอยากบอกว่าโคตรกดดันเลย แต่งมาเรื่อยนะจะรออ่าน
    #4
    0
  11. #3 Angalgel (@zinlanimie) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 09:27
    แงๆๆๆ คิดว่าจะดราม่าน้ำตาแตก สงสารพี่มาร์ค แต่แล้ว พี้บีทำไว้แสบมาก 55555555 รีดเดอร์อยากร้องไห้ หน่วงเบาๆ แต่สุดท้ายก็แอบซึ้งอยู่ดี -///////-
    #3
    0
  12. #2 มายมวั้คคึ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 02:01
    โอยย ซึ้งมากๆค่ะ >< ทีแรกก็ตกใจ คิดว่าเจ้าสาวคือจินยองจริงๆ 5555 เจบีนี่ร้ายใช่เล่น -.,-



    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ~
    #2
    0