[Fic Got7] All One Short #MarkNior #MarkJin

ตอนที่ 2 : [OS] Mark's Kabedon #MarkNior (PG)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    26 ต.ค. 57







[OS] Mark's Kabedon









"พรุ่งนี้ไม่เล่นแล้วนะ คาเบะด้งอะไรนั่น.."



เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นในห้องแต่งตัว หลังจากคอนเสิร์ตวันแรกที่นาโกย่าจบลงด้วยดี แจ็คสันยิ้มขำให้เพื่อนร่วมปีที่ปากยื่นราวเด็กอายุ 3 ขวบโดนกลั่นแกล้ง ทั้งที่แก้มกลมนั่นยังเจือไปด้วยสีแดงระเรื่อเพราะความเขิน



ไม่ต้องพูดอะไรออกมา เขาก็รู้ในทันทีว่าเจ้าเพื่อนตัวแสบกำลังแสดงท่าทางหงุดหงิดกลบเกลื่อนอาการ เสียหน้า มีอย่างที่ไหน อยู่ดีๆ ก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้นเวที ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นแค่การแสดง ปกติแอคติ้งนั่นนี่ตอนถ่ายซีรี่ย์ไม่มีจะบ่น พอคนที่ต้องแสดงด้วยเป็นเฮียมาร์คเข้าหน่อย ก็แพ้ทางทุกทีสิน่า


 

เฮ้อ..



จินยองถอนหายใจยาว แม้จะพูดไปแบบนั้น แต่เอาเข้าจริงเมื่อนึกถึงเรื่องหน้าที่ ความรับผิดชอบ ที่หลีกหนีไม่ได้ การเปลี่ยนตัวน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ คิดได้ดังนั้น ตากลมก็เริ่มกวาดไปทั่วห้อง ก่อนจะจดจ้องไปที่น้องชายคนสนิท



"ยองแจ~ เปลี่ยนตัวกับพี่เถอะ น้าา"



"ไม่ต้องมามองผมแบบนั้นเลย ผมไม่เอาด้วยหรอก"



ยองแจที่กำลังถอดเครื่องประดับออกจากตัว รีบพูดปฏิเสธ แม้สายตาของพี่ชายที่มองมาทางเขาจะเต็มไปด้วยความออดอ้อนขอความเห็นใจ แต่จะให้ช่วยเรื่องนี้ บอกตามตรงว่าไม่ถนัดเอาซะเลย



"ผมเป็นผนัง.. และที่สำคัญ เฮียมาร์คตัวเตี้ยกว่า จะให้เฮียชะเง้อคอขึ้นมารึไง?"



ยูคยอมเอ่ยขึ้นก่อนที่จินยองจะทันได้พูดอะไรออกไป ที่เด็กนั่นกล้าพูดแบบนี้ก็เพราะพี่ใหญ่ของวงอย่างมาร์คและแจบอมไม่ได้กลับ เข้ามาในห้องพร้อมพวกเขา ไม่งั้นคงไม่กล้าแขวะแรงๆ แบบนี้แน่ ปากอิ่มเบะออกก่อนจะแยกเขี้ยวใส่มักเน่ตัวโตที่มักจะกวนประสาทเขาเสมอ




เขาหันไปมองน้องชายตัวเล็กอีกคนที่เหลืออยู่ ซึ่งกำลังนั่งกินขนมอย่างสบายใจอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง ด้วยความหวังสุดท้ายที่มี ตากลมกระพริบปริบให้แบมแบม ผู้ที่ไม่เคยปฏิเสธคำขอของเขาเลยสักครั้ง



"หยุดเลย!! แบมแบมไม่ทำ ฉันไม่อนุญาต!!"



"น้องยังไม่ได้พูดสักหน่อย อย่ามาขัดสิวะ!"



คนที่เอาตัวเข้ามาขวางระหว่างเขากับแบมแบมเอ่ยขัดเสียงดัง หน้าตาที่ยิ้มยียวนกวนประสาทเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นขึงขังจริงจังจนจินยองนึกหมั่นไส้ คนบ้าอะไรโคตรขี้หวง ครั้นพอถามว่าคิดอะไรกับน้องหรือเปล่า ก็ได้คำตอบเฉไฉตอบทีเล่นทีจริงว่าเป็นสามีบ้างละเป็นภรรยาบ้างละ ไม่เห็นจะจริงจังสักที



"แบมแบมไม่ทำใช่ไหม? บอกไอ้จินยองไปสิ"



แจ็คสันรีบหันไปหาเด็กตัวเล็กที่ทำหน้าเหรอหรา ไม่รู้จะเลือกเข้าข้างฝ่ายไหนดี แต่พอเห็นหน้าตาขึงขังจริงจังของแจ็คสัน ก็เลือกที่จะคล้อยตามพี่ชายอย่างว่าง่าย



"แบมแล้วแต่เฮียแจ็คฮะ เฮียว่าไงแบมก็ว่าตามนั้น"



พอน้องชายพูดจบ แจ็คสันก็หันไปกอดเจ้าเด็กตัวเล็ก จมหายเข้าไปในอกกว้าง ยิ้มให้อีกฝ่ายราวกับถูกใจคำตอบนักหนา จนจินยองได้แต่กลอกตาอย่างนึกหมั่นไส้ ก่อนจะหันหลังกลับเมื่อไม่มีใครยอมเปลี่ยนตัวกับเขาสักคน



"เออ!! ไม่ช่วยก็ไม่ต้องช่วย ฉันก็แค่ไม่เล่นมันบนเวทีก็จบ.."



เขาพูดขึ้นเสียงดัง ก่อนจะกระชากประตูห้องให้เปิดออก ใจนึกอยากออกไปสงบสติอารมณ์ความหงุดหงิดสักพัก ทำไมไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของเขาบ้าง ไหนบอกว่าเป็นทีมเดียวกัน เรื่องแค่นี้ก็สลับกันบ้าง ช่วยกันหน่อยก็ไม่ได้หรือไง ไอ้พวกใจดำ!



เพราะก้มหน้าก้มตาไม่สนใจสิ่งรอบข้าง พอคว้าลูกบิดได้ก็ดึงเข้าหาตัวทันที แต่แล้วคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้องก็ทำให้เขาต้องตกใจ




"เหวอ!!!"




ด้วยไม่คิดว่าจะมีใครเดินสวนออกมา พี่ใหญ่ประจำวงอย่างมาร์คก็เลยไม่ทันระวังตัว ชนเข้ากับจินยองที่กำลังก้าวออกมาพอดี แขนแกร่งรีบยื่นไปคว้าเอวคนที่กำลังจะล้ม ก่อนจะดึงร่างนั่นเข้ามากอดไว้แน่น ตกใจไม่น้อยที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็พรวดพราดออกมาไม่ทันได้ตั้งตัว




"เป็นอะไรหรือเปล่า?"




ดวงตากลมเบิกกว้างในทันที ก่อนจะรีบผละออกจากอ้อมกอดแข็งแรงนั่น แม้ว่าอีกฝ่ายจะตัวไม่ได้ใหญ่โตไปกว่าเขา แต่ถ้าเปรียบเทียบความแข็งแรงของแขนแล้ว มาร์คที่ซ้อม martial arts tricking บ่อยกว่าจึงมีพลังมากกว่าอย่างช่วยไม่ได้



"เอ่อ.. ไม่ฮะ.. ผมไปข้างนอกแป๊บนึงนะ"




จินยองเผลอสบตากับมาร์คครู่หนึ่ง ก่อนจะหลบสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงคู่นั้น รีบหันไปหาแจบอมที่เดินตามมาติดๆ บอกความจำนงเสียงดัง แล้วรีบเดินออกไปจากห้อง



"เฮ้! เดี๋ยวสิ.. นายจะไปไหน"



เสียงของมาร์คตะโกนไล่หลังไป แต่ก็ไม่มีคำตอบอะไรตอบกลับมาอีก



"อะไรของมันวะ?"



ลีดเดอร์ของวงส่ายหัวกับท่าทางแปลกๆ ของน้องชายคนสนิท ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องอย่างไม่อยากจะใส่ใจนักเพราะรู้ถึงนิสัยของเจ้าตัวดี ผิดกับมาร์คที่ยังมองตามร่างนั้นไปจนสุดสายตา



"ไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอก มันก็แค่งอแงตามประสามันนั่นแหละ เดี๋ยวก็กลับมาเอง"



แจ็คสันที่ยังกอดคอแบมแบมเอาไว้เอ่ยบอกพี่ใหญ่ของวงที่ยังยืนชะเง้ออยู่ที่หน้าประตูห้อง



"พวกนายทำอะไรจินยองหรือเปล่า? ทำไมหมอนั้นดูสีหน้าแปลกๆ"



มาร์คหันไปจับจ้องแจ็คสัน แต่อีกฝ่ายกลับยักไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ยูคยอมมักเน่ของวงแทน



"ไม่เกี่ยวกับผมนะ! ผมยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย"


"เฮียไม่ต้องหาตัวคนทำหรอก เพราะคนที่ทำให้มันเป็นแบบนั้น.. ยังไม่รู้ตัวเองเลย"



คิ้วหนาขมวดเป็นปมกับคำตอบของแจ็คสัน เขาไม่เข้าใจสิ่งที่น้องชายพูดออกมาสักนิด นี่เป็นเพราะเขาไม่เก่งภาษาเกาหลีหรืออีกฝ่ายใช้ไวยากรณ์ผิดกันแน่ พอหันไปหาตัวช่วยอย่างแจบอม แล้วฝ่ายนั้นแค่ยักไหล่มาให้ มาร์คก็ยิ่งงงไปกันใหญ่



"ช่างมันเถอะ ไม่ต้องห่วงมันหรอก เจ้านั่นมันรู้หน้าที่อยู่แล้ว เดี๋ยวก็กลับมาเองแหละ.. เอาละ! รีบเปลี่ยนชุดจะได้กลับโรงแรมกัน"




แจบอมเอ่ยปิดบทสนทนา พลางเร่งให้ทุกคนในวงรีบทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ จะได้กลับไปพักผ่อนเตรียมตัวสำหรับงานในวันพรุ่งนี้ ทิ้งให้มาร์คได้แต่ยืนทบทวนคำพูดแปลกๆ พวกนั้นเพียงลำพัง




--




ใบหน้าที่ร้อนฉ่าเพราะความใกล้ชิดที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อครู่ พาลทำให้จินยองนึกไปถึงตอนที่อีกฝ่ายทำคาเบะด้งบนเวที ที่ชิดใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นปะทะผิวแก้ม แม้จะเคยโดนมาร์คหอมแก้มมาหลายครั้ง แต่เหตุการณ์พวกนั้นมันเกิดขึ้นปุ๊บปั๊บ ไม่เคยรู้สึกถึงสัมผัสแบบนี้มาก่อน สารภาพตามตรงเลยว่า ปาร์คจินยอง 'ไม่ชิน'




แถมหัวใจของเขายังเต้นรัวโดยไม่รู้สาเหตุ จนนึกกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงบ้าๆ นั่นด้วย เป็นเหตุผลหลักเลยที่เขาไม่อยากรับบทบาทหญิงสาวในคอนเสิร์ตวันพรุ่งนี้อีกเป็นครั้งที่สาม แค่สองครั้งก็แย่เกินพอ..




แย่สำหรับหัวใจของตัวเอง



แย่เพราะใบหน้ามันร้อนไปหมด



และสุดท้าย..




แย่ที่ร่างกายมันอ่อนปวกเปียกเหมือนไม่มีแรงจะยืน




น่าขายหน้าที่สุด.. ให้ตายสิ




--




แม้จะเป็นห่วงน้องชายร่วมวงอย่างจินยองแค่ไหน แต่เอาเข้าจริงมาร์คก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปรบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าตัวนัก ตลอดทั้งคืนเขาเอาแต่คิดทบทวนทุกอย่างที่ผ่านมา หาสาเหตุของท่าทางแปลกๆ เผื่อว่าเจอกันอีกครั้งในตอนเช้า เขาอาจจะมีเวลาพูดคุยกับอีกฝ่ายให้เข้าใจ





--



"วันนี้ไม่ทำคาเบะด้งได้ไหม.."



จู่ๆ จินยองก็เอ่ยขึ้นหลังจากจบการซักซ้อมคิวเพลง ก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่มในอีก 3 ชม.ข้างหน้า ซึ่งคำถามนั้นเรียกทุกคนให้หันมาสนใจเขาได้ แต่ก็เต็มไปด้วยความกดดันที่ต้องหาเหตุผลดีๆ มาอธิบายให้ทุกคนเห็นด้วย




"ก็เราทำกันมาสองรอบแล้ว แฟนๆ คงจะเบื่อกันแล้วละ.."




จินยองก้มหน้าตอบเสียงเบา เพราะรู้ว่าเหตุผลของตัวเองมันดูไม่เข้าท่าเลยสักนิด




"นายไม่อยากเป็นผู้หญิงให้พี่เหรอ?"




มาร์คเอ่ยถามอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเขาโดยตรง



"ก็ไม่เชิงหรอกฮะ.."



"เอาอย่างนี้แล้วกัน ลองถามแฟนๆ บนเวทีดูก่อนว่าอยากให้โชว์ไหม ถ้าเขาบอกว่าเบื่อ เราก็จะไม่เล่น.. โอเคนะ"



แจบอมเอ่ยตัดสินใจให้ในฐานะลีดเดอร์ของวงที่ต้องรีบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องน่าอึดอัดไปเสียก่อน



"แต่ว่า.."



"จินยอง.. นี่คืองานนะ นายลืมไปแล้วเหรอ"



สิ้นเสียงของแจบอม จินยองก็ทำได้แค่พยักหน้ายอมรับ จริงอย่างที่อีกฝ่ายบอก นี่มันเป็นส่วนหนึ่งของงาน เขาไม่มีสิทธิจะมาอิดออดอะไรทั้งนั้น



เมื่อหมดเรื่องราวที่จะต้องซักซ้อมแล้ว สมาชิกที่เหลือก็แยกย้ายไปที่ห้องพัก เพื่อเตรียมตัวสำหรับงานตอนเย็น ต่างจากมาร์คที่เดินตามจินยองไปเงียบๆ ก่อนจะดึงตัวอีกฝ่ายให้แยกตัวออกมาด้วยกัน




"คุยกับพี่แป๊บหนึ่งนะ"




แรงดึงที่ข้อมือและสายตาที่คนเป็นพี่มองมา ทำให้เขาจำต้องเดินตามอีกฝ่ายไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยสต๊าฟ กำลังทำงานกันขะมักเขม้น ก่อนจะมาหยุดยืนมุมหนึ่งของทางเดินที่ค่อนข้างปลอดผู้คน



จินยองพยายามควบคุมสีหน้าตัวเองไม่ให้แสดงอาการตื่นเต้น เพราะแค่อีกฝ่ายจับจูงเขามา หัวใจของเขาก็เต้นเร็วรัวจนไม่รู้จะหยุดมันยังไง



"โกรธอะไรพี่หรือเปล่า พี่ขอโทษนะถ้าทำให้นายไม่พอใจ"



"เปล่าฮะ.. ไม่ใช่อย่างนั้น.."



ใบหน้ากลมรีบส่ายหน้าปฏิเสธสายตาคมที่มองมา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้จินยองไม่กล้าสบกับดวงตาคู่นั้นตรงๆ ได้แต่เฉไฉมองอย่างอื่นไปเรื่อย



"เรื่องคาเบะด้ง ถ้านายไม่อยากทำพี่ก็จะไม่พูดถึงมัน ถ้ามันจะทำให้นายสบายใจขึ้น"



"ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกฮะ.. ผมแค่.. เอ่อ ไม่ชินแค่นั้นเอง"



จินยองพยายามอธิบายให้มากที่สุด เพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจเขาผิด




"ไม่ชิน.. งั้นเหรอ?"




มาร์คพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้คนตรงหน้า



"ผิดกับพี่เลย.. ถ้าไม่ใช่นาย พี่ก็คงไม่ทำแบบนั้นกับใคร"



ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นยีผมของจินยองอย่างเอ็นดู



"ไม่ทำก็ไม่ทำ โอเคนะ.. ไปเตรียมตัวกันเถอะ"



มาร์คพูดจบก็เดินกลับไปทางเดิมที่เพิ่งเดินมา ก่อนจะเจอกับสต๊าฟที่คุ้นเคยกันดีชวนคุย แล้วดึงให้เดินห่างออกไปจากจินยองที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่



ประโยคเดียวประโยคนั้นดังก้องอยู่ในหู



'ถ้าไม่ใช่นาย พี่ก็คงไม่ทำแบบนั้นกับใคร'



ฝ่ามือเล็กยกขึ้นทาบหน้าอกของตัวเอง ก่อนจะออกแรงกดมันเอาไว้..




..เผื่อว่าจังหวะที่กำลังเต้นระรัวอยู่ในตอนนี้




จะแผ่วเบาลงบ้าง




เขาคิดว่า..




หัวใจของเขา.. กำลังทำงานหนักเกินไปแล้ว




--




"เมื่อไม่นานมานี้ผมเพิ่งเคยได้ลองทำท่าคาเบะด้งแบบในซีรี่ย์ญี่ปุ่นที่พวกเราเคยดู"



"เฮียพูดแบบนี้จะทำให้ดูใช่ไหม?"



แจ็คสันเอ่ยถามพี่ใหญ่ของวง ที่พูดขึ้นหลังจากคอนเสิร์ตดำเนินมาจนถึงช่วงท้ายของงาน



"จริงๆ ก็ไม่รู้ว่ามีคนชอบหรือเปล่า อยากให้ทำกันไหม?"



มาร์คเอ่ยถามแฟนๆ ในฮอลล์อย่างไม่มั่นใจนัก ใจจริงเขาไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีก เพราะตัวเองก็รับปากกับจินยองไปแล้วว่าจะไม่แสดงมันบนเวที แต่สุดท้ายแจ็คสันก็เดินเข้ามากระซิบบอกให้ทำซะ




'ทำไปตามความรู้สึกนะเฮีย เอาตามจริง เชื่อผมสิ'





สุดท้ายเขาเลยต้องผิดสัญญากับจินยองจนได้ แม้จะไม่มั่นใจในผลลัพธ์ที่จะตามมานัก..



เสียงทุกคนที่ตะโกน "ทำเลย ทำเลย ทำเลย" ทำให้มาร์คได้แต่ยิ้มรับ ก่อนจะหันไปมองจินยองที่ยืนโบกไม้โบกมือบอกไม่เอาไม่ทำ แต่ใบหน้ากลับแต้มไปด้วยรอยยิ้มเขินก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง



แบมแบมช่วยดันให้จินยองขยับมายืนที่กลางเวที ในขณะที่ยูคยอมเหมือนจะรู้หน้าที่ รีบเข้าไปยืนหันหลังเป็นฉากให้ จนในที่สุดจินยองจึงต้องยืนอยู่นิ่งๆ



มาร์คสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะยกมือขึ้นมากำไว้คล้ายกับเรียกพลังให้กับตัวเอง ขยับไมค์ลอยให้ห่างจากริมฝีปาก แล้วเดินเข้าไปหาคนที่เอาแต่ยืนก้มหน้านิ่ง



แขนยาวเอื้อมไปยันที่หลังของยูคยอมไว้ทั้งสองข้าง พยายามก้มลงสบตาคนตรงหน้า ก่อนจะพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน




"นายเป็นคนแรกนะที่พี่ทำแบบนี้ด้วย และไม่คิดจะทำกับใครอีก.."



มาร์คเลื่อนมือขึ้นมาลูบผมของอีกฝ่าย ก่อนจะเชยคางของจินยองให้หันมาสบตากัน



"สิ่งที่พี่ทำตอนนี้ มันคือเรื่องจริงที่พี่อยากทำกับนาย.. แค่คนเดียว"



ริ้วสีแดงที่ปรากฏบนใบหน้ากลม เรียกรอยยิ้มจากมาร์คได้เป็นอย่างดี ท่าทางเขินอายของอีกฝ่ายกำลังทำให้หัวใจของเขาพองโตไปด้วย


เขาไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิด ว่าที่ตัวเองเลือกจินยองมาเป็นคู่ในการแสดงทัวร์ครั้งนี้ จะเป็นเพราะความรู้สึกส่วนตัว รู้แค่ว่า.. เวลาที่มีอีกฝ่ายอยู่ข้างๆ คือช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข ความมั่นใจ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน




ทั้งคู่.. หัวเราะออกมาพร้อมกัน




นาทีนี้หัวใจของจินยองกำลังเต้นระรัวไม่ต่างจากครั้งก่อนที่เคยผ่านมา แต่เขากลับไม่นึกกลัวมันอีก เพราะเขามั่นใจว่าหัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก็กำลังเต้นในจังหวะที่ไม่ต่างจากเขานัก




มันเป็นจังหวะของคนที่..




'กำลังมีความรัก'




--



"แนะนำแต่คนอื่น.. ของตัวเองเอาให้รอดเถอะ"




จินยองพูดขึ้น เมื่อเดินผ่านเจ้าเพื่อนตัวดี ที่กำลังเช็ดมือให้น้องชายตัวเล็กอย่างแบมแบม นึกหมั่นไส้อยู่ในที




"มาก่อกวนอะไร ไปไกลๆ เลยไป!"




เอ่ยไล่เพื่อนตัวแสบ ก่อนจะหันไปมองนิ้วเล็กที่ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยครีมสีขาวสด แอบมองใบหน้าของเด็กที่ยังเล็บเลียนิ้วที่มืออีกด้านอย่างนึกเอ็นดู




'มันเหมือนกันซะที่ไหน'




นั่นคือสิ่งที่เขาอยากจะเถียง




'ไม่ได้ซึนวะ.. แค่ยังไม่ถึงเวลา'




'ก็ดูเด็กนี่สิ.. ไร้เดียงสาจนอยากจะถนอมไว้นานๆ'





 

-END-




-----




talk:



มันจบแบบนี้ได้ใช่ไหม?

เห็นมีคนอยากได้ ก็เลยแต่งให้นิดนึง ><
ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยังไงก็ติชมได้นะคับ

ฝากแท็ก
#มนคาเบะด้ง ด้วยนะ

ขอบคุณค่ะ ^^~

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #51 pa_ern (@pa_ern) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 11:52
    น่ารักและเขินมากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ
    #51
    0
  2. #32 น้องฮุน (@zanizz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 00:20
    งื่อออออออออน่ารัก
    #32
    0
  3. #27 AlIIzabeTT's (@aliizabett2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 22:36
    ทำอะไรแบบนี้ได้แค่กับนยองคนเดียวสินะพี่มัคคึ =/////= เขินแทนเลยงุ้ยยยยย ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะะะะ
    #27
    0
  4. #24 yamakawaii (@yamakawaii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 19:50
    กรี๊ดดดด ถ้าไม่ใช่จินยองก็ไม่ทำสินะมาร์ค ไม่อยากลองกับยองแจบ้างหราาาา #โดนถีบบบ
    #24
    0