ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 15 : ทางออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 มิ.ย. 50

 

 

- 15 -

ทางออก

 

            คิม ซอง-ซู นั่งมองพนักงานสาววัยเกือบสามสิบปี ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาของบริษัทตนเอง ด้วยดวงหน้าเรียบขรึมตามประสาที่เขาเป็นเวลาทำงาน หรือไม่สบอารมณ์กับเรื่องใดก็ตาม ดวงตาสีดำสนิทจะยิ่งแลลึกน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้เขาพยายามใช้สายตาที่ดุดันจับจ้องคนตรงหน้าให้เป็นประโยชน์

            มือใหญ่จับปากกาด้านเงินคาดทองประดับไปมาระหว่างนิ้วมือยาวใหญ่ ด้วยท่าทางสบายๆ หากดวงหน้า ดวงตากลับไม่เป็นเช่นนั้น คุณคิดว่าทำอย่างนั้นแล้วผู้ชายที่มีสมองเขาจะหันไปสนใจพิศวาสคุณรึคุณโอ ? เสียงห้าวเอ่ยถามอย่างไม่อ้อมค้อม หลังนั่งดูพฤติกรรมรุกรนของอีกฝ่ายอยู่นาน

            ดิฉัน...ดิฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะบอส ยัยเซนาทำตัวน่ารำคาญมานานแล้ว ดิฉันแค่...แค่เผลอมือไป... หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดี และโดดเด่นด้วยเครื่องแต่งกาย และเครื่องประทินโฉมของสตรี ทำให้เธอแลดูสวยงาม หากก็เพียงเปลือกเท่านั้น ดิฉันขอโทษนะคะบอส เสียงเธอร้อนรนสั่นเครือน้อยๆ มือเรียวจับขอบโต๊ะทำงานใหญ่ฝั่งตรงข้ามของเขาไว้แน่น

            คุณทำร้ายร่างกายชิน เซนาไปเยอะนะโอ ชาจอง... พนักงานในฝ่ายคุณบอกเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว อ๋อ...บางทีอาจจะไม่หมด เพราะพวกเขาว่าจำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง เพราะคุณอิจฉาริษยาจนเป็นนิสัย !” เสียงห้าวลึกกล่าวเรียบๆ หากหนักแน่นในประโยคสุดท้าย จนเจ้าตัวที่กำลังถูกพิพากหน้าซีดหน้าแดงสลับไปมา ด้วยความชิงชังเคืองขุ่น

            โกรธ ไม่พอใจหรือ ?! แล้วทำไมไม่คิดว่า คนที่ถูกคุณทำจะโกรธ จะไม่พอใจ และเกลียดคุณบ้างล่ะคุณโอ ชาจอง ?!”

            ชายหนุ่มจ้องมองดวงตาของลูกน้องที่ดำรงตำแหน่งในระดับสูงนิ่ง จนเธอต้องหลบสายตาลงต่ำ ลดมือลงบนตักกำไว้แน่นด้วยความกลัดกลุ้มที่พลาดทำสิ่งโง่เง่าโจ้งแจ้งเช่นนี้

            ผมขอพักงานคุณหนึ่งสัปดาห์คุณโอ ชาจอง... ผู้เป็นเจ้านายใหญ่กล่าว พลางยักไหล่ เมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามองตกใจตาโต ระหว่างหนึ่งสัปดาห์ผมจะให้รองของคุณดูแลงานทั้งหมด คงเข้าใจนะว่า ถ้าเขาทำงานได้ดี ตำแหน่งคุณจะสั่นครอน หรือจะเป็นอย่างไรต่อไป

            ดวงหน้าที่เนียนสวยด้วยเครื่องสำอางราคาแพงขมวดมุ่ยเคร่งเครียด และเมื่อเจ้านายผายมือเชิญเธอออกจากห้องร่างบางก็ลุกพรวดขึ้นเดินลงส้นออกไปทันที ด้วยความคับแค้นใจที่พ่ายแพ้ต่ออีกฝ่ายที่ตนเองคิดเสมอว่า เจ้าหล่อนด้อยกว่าทุกด้านทั้งรูปร่างหน้าตา ตำแหน่งการงาน หรือเสน่ห์ หากไม่รู้เลยว่า ความหยิ่งยโส และความมั่นใจในตนเองสุดโต่งนั้น เป็นสิ่งที่ไม่น่าพิสมัยเลยสำหรับบุคคลรอบข้าง

            ทำอย่างนี้ก็บีบให้ฉันลาออก หรือย้ายฝ่ายน่ะสิ... โอ ชาจองพึมพำกับตนเองเมื่อเดินเข้ามาถึงฝ่ายของตน ก่อนจะตวัดสายตามองพนักงานในฝ่ายที่จับจ้องมองเธอเป็นตาเดียว

            มองอะไร ทำงานไปสิย่ะ !” เสียงตวาดนั้นกลับทำให้ทุกคนเหยียดรอยยิ้มหยันในหน้าทุกคนทั้งพนักงานชายหญิง ก่อนจะหันหน้าหาจอคอมพิวเตอร์ทำงานของตนเองกันต่อไป โดยไม่ใส่ใจกับอดีตหัวหน้าที่กำมือแน่นสะบัดหน้าเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัว และจัดเก็บของ ด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดมากมาย

 

            ปภาวดียิ้มให้ลูกน้องหนุ่มของสามี ที่อยู่ในชุดเชิ้ตเทาทับด้วยสูทสีดำ ซึ่งเธอพอจะทำความเข้าใจได้ว่า คงเป็นเครื่องแบบที่พวกเขาใส่กัน เมื่อชายหนุ่มคนที่นั่งข้างคนขับลงมาเปิดประตูรถยนต์คันหรูสีน้ำเงินเงางามด้านหลังให้เธอก้าวลงมาได้สะดวก

            ขอบคุณค่ะ เสียงใสกล่าว ยิ้มน้อยๆ จนชายหนุ่มคนนั้นยิ้มรับ ก้มศีรษะลงต่ำให้เธอ

            ไม่เป็นไรครับคุณนาย

            หญิงสาวหน้านิ่งไปนิด ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อคิดได้ว่า ประเทศนี้ก็เรียกผู้หญิงแต่งงานแล้วว่า คุณนายกันทั้งนั้น และก็เดินตามลูกน้องของชายหนุ่มเข้าอาคารสูงที่ก่อสร้างด้วยกระจกสะท้อนเงาทั้งตึก ด้วยความสง่างามที่เธอมีอยู่ในตัว โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางของเธอนั้นทำให้ชายหนุ่ม และหญิงสาวมากมายในอาคารเหลียวมองกันนิ่งงัน

 

            ใครน่ะ ?

            สวยเชียว มาหาใครน่ะ ?

            ใครกัน มีลูกน้องเป็นผู้ชายเดินตาม อย่างกับบอดี้การ์ด !”

            คำซุบซิบถามไถ่กันดังทั่วโถงชั้นล่างของอาคารสำนักงานของคิม ซอง-ซู และเมื่อผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเดินไปยังลิฟท์สิบตัวที่อยู่ลึกเข้าไป ชายหนุ่มคนหนึ่งก็แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ทราบตามหน้าที่ของพวกเธอ ที่ต้องสอบถาม และจะไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องผ่านเข้าไปได้ หากไม่มีการแลกบัตร หรือนัดหมายไว้

            หา...อ๋อ ! เชิญค่ะ คุณเลขาฯ โทร.ลงมาบอกแล้ว หญิงสาวหน้าตาสะสวยในแบบฟอร์มเชิ้ตสีขาวแขนยาวคอผูกเป็นโบทับด้วยสูทสีฟ้าอมเทาเข้ากันกับกระโปรง ที่นั่งเรียงกันอยู่หลังเคาน์เตอร์เอ่ยขึ้นมาคนหนึ่ง ซึ่งอีกสองคนก็มองร่างบางของหญิงสาวที่ไม่เคยพบนิ่งไม่ต่างกัน

            นั่นน่ะหรือภรรยาท่านประธาน ยังสาวอยู่เลย

            สวยด้วยนะ...เหมือนตุ๊กตาเลยว่าไหม ?

            เสียงพูดคุยของสาวๆ ดังขึ้น เมื่อหญิงสาวร่างบางในเดรสสายเดี่ยวตัวสั้นพอดีเข่าลายตารางหมากรุกสีขาวชมพูประดับริบบิ้นขลิบลูกไม้สีชมพูใต้อก และสวมทับด้วยเสื้อคลุมแขนยาวครึ่งตัวไหมถักสีชมพูเนื้อหนาเดินไปขึ้นลิฟท์แล้ว และเพียงไม่นานข่าวการมาเยือนของภรรยาคนใหม่ของท่านประธานก็แพร่ไปทั่วตึก

 

            ชั้นสามสิบเก้าแลดูวุ่นวายเช่นทุกวันของการทำงาน ยิ่งเป็นชั้นของท่านประธาน และฝ่ายธุรการของกรรมการฝ่ายบริหารทั้งหมดอีกนั้นยิ่งทำให้วุ่นวายสับสนกับการเตรียมงาน และแผนงานต่างๆ ก่อนจะพักรับประทานอาหารกลางวัน

            ร่างบางยืนนิ่งอยู่ด้านหลังร่างสูงใหญ่ของลูกน้องทั้งสองของสามีที่กำลังติดต่อกับเลขานุการสาวใหญ่ที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์กว้างอยู่สักครู่ เธอก็เงยหน้า และลุกขึ้นยืนมองมาหาทันทีด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ปิดไม่มิด

            เอ่อ...เชิญค่ะเชิญ... คนหลังเคาน์เตอร์เรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มทั้งสองได้น้อยๆ เมื่อเธอรุกรนก้มศีรษะต่ำ และผายมือไปยังประตูห้องท่านประธานทันที

            ปภาวดีก้มศีรษะรับน้อยๆ ก่อนจะก้าวเดินไปยังประตูห้องที่สองหนุ่มไปเปิดประตูรอไว้ให้

 

            อ้าวปูเป้... เสียงห้าวทักขึ้น พร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ที่ฉายขึ้นบนดวงหน้า ก่อนจะก้มลงเซ็นชื่ออีกชื่อ และปิดแฟ้มลง ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารอีกเล่มขึ้นมาจัดการงานต่อ มาเร็วจัง นั่งก่อนสิครับ

            หญิงสาวเดินยิ้มเข้ามาภายในห้องทำงานกว้างของเขา เหลียวมองการตกแต่งห้องที่ใช้โทนสีขาวน้ำตาล และดำได้อย่างลงตัว แลดูเงียบขรึมเข้ากับบุคลิกของชายหนุ่มอย่างมาก หากก็แลดูสดใส และผ่อนคลายขึ้นมาด้วยผนังกระจกทางด้านหลัง และด้านซ้ายมือของเขาที่ทำให้ห้องดูกว้าง และสว่างขึ้น

            ชุดสวยจัง เขาเอ่ยชมยิ้มๆ จนเธอก้มลงมองตนเอง ก่อนจะหมุนตัวโชว์ไปหนึ่งรอบ ด้วยรอยยิ้มสดใส

            ขอบคุณค่ะ ซื้อมานานแล้ว ใส่ไปครั้งเดียวเอง เลยหยิบมาใส่เสียหน่อย เธอตอบ พลางค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวในมุมรับแขกของเขา วันนี้คุณเตกูพาแฟนไปที่บ้านค่ะ แต่ฉันไม่ได้ถามว่าเธอมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ดูหน้าเธอช้ำๆ เหมือนเป็นแผลด้วย เธอเล่าพลางทำปากมุ่ยน้อยๆ มองดูสามีที่นั่งก้มหน้าเคลียร์เอกสารอยู่บนยกพื้นที่ตั้งโต๊ะทำงานใหญ่ของเขา และเขาก็เงยหน้าขึ้นมาพยักหน้ารับรู้ด้วย

            เธอโดนทำร้ายน่ะ และก็ผมพักงานคนทำร้ายเธอไปแล้วล่ะ เขาบอกกล่าวเรียบๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มน้อยๆ ให้เธอ เป็นทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้

            หญิงสาวพยักหน้ารับ ถึงว่า...ดูท่าทางคุณเตกูอารมณ์ไม่ค่อยจะดีเท่าไร ตอนคุณโทร.ไปป้าจีอินก็กังวลใหญ่เลย นึกว่าแฟนของลูกชายเป็นสาวใจกล้าบ้าบิ่น พอพบตัวจริงผิดคาดกันทั้งบ้านเลยค่ะ เซนาดูอ่อนแอจังเลย เธอว่าเสียงอ่อนในตอนท้าย

            ก็คงหัวอ่อนน่ะ เห็นเตกูว่า เธอเป็นเด็กกำพร้า ก็คงโดนรังแกจนชินมั่ง แต่ตอนทำงานก็ดีนะ รับผิดชอบหน้าที่ดี ไม่มีอะไรผิดพลาด เขาตอบยิ้มน้อยๆ พลางเก็บเอกสาร และปากกาเข้ากระเป๋าสูท ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงาน และจับเสื้อสูทให้เข้าที่

            แล้วเขาว่ากันยังไงล่ะเรื่องแต่งงานน่ะ ?

            ฉันขอตัวออกมาก่อน แต่ตอนจะออกจากบ้านมา ป้าจีอินว่า คุณเตกูจะไปอยู่แมนชั่นกับเซนาก่อนน่ะค่ะ เพราะสัญญาถึงสิ้นเดือน มัดจำถึงได้จะคืน ป้าจีอินก็เลยว่า จะค่อยๆ จัดห้องไว้รอ คุณว่าเซนาจะอึดอัดไหมคะ ?

            ไม่หรอกน่ะ... เขาตอบก้มลงยิ้มให้คนตัวเล็กที่แหงนหน้าขึ้นมามองเขา ส่วนของป้าจีอิน กับเตกูก็แยกไปเป็นสัดส่วนนะจ้ะที่รัก มีพื้นที่เป็นของตัวเอง และเตกูก็ไม่เห็นบ่นอะไรด้วย เพราะปกติเจ้านี่จะพูดในสิ่งที่คิดไว้ตลอด ไม่ได้เห็นผมเป็นเจ้านายมากนักหรอก เขาบอก พลางโอบเอวคอดของภรรยาสาวไว้หลวมๆ ไปทานข้าวกันก่อนเถอะ แล้วจะได้เลยพาคุณไปร้านชุนยองได้เร็วๆ ด้วย เขาบอกยิ้มน้อยๆ และเดินโอบร่างบางของภรรยาออกจากห้องทำงานมาด้วยกัน จนทุกสายตาของพนักงานที่ยังไม่เคยพบเห็นภรรยาใหม่ของเจ้านายใหญ่เหลียวมองกันเป็นแถว และเขาก็ยิ้มรับในหน้า หากก็ไม่ได้ปล่อยการโอบเอวของเธอเลย

 

            ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดสูทราคาแพงเดินเคียงข้างร่างแบบบางสมส่วนในเดรสสีหวานที่สูงได้เพียงหัวไหล่ของเขาเท่านั้นเรียกสายตาพนักงานทุกคนให้หันมองได้ไม่ยากเลย ยิ่งได้รับข่าวด่วนจากผู้ประสบพบเหตุชั้นแรกจากประชาสัมพันธ์ ความสนใจ และอยากเห็นหน้าคุณนายของประธานคิมยิ่งทำให้โถงกลางชั้นล่างของบริษัทในเวลาเที่ยงวันอัดแน่นไปด้วยพนักงานทุกฝ่าย และบริเวณชั้นลอยก็มีคนมุงดูเต็มไปหมด

            ซองซู...ฉันว่าเรากำลังเป็นเป้าสายตานะคะ

            ใครๆ เขาก็อยากเห็นคุณทั้งนั้นแหละปูเป้ ไม่ต้องสนใจหรอกน่า... เขาตอบพลางยิ้มกริ่มลงมาหาคนที่ตวัดค้อนขึ้นมาให้

            ที่นัดฉันมาที่นี่ก่อน เพราะจะให้เกิดเรื่องฮือฮาเนี่ยนะ

            เปล่าเสียหน่อย แค่ช่วยกลบข่าวเตกูกับเซนาต่างหาก และก็เป็นทางออกที่ยิงนัดเดียวได้นกสองตัวด้วยนะ เพราะเปิดตัวภรรยาสาวสวยของผมด้วยไง เขาตอบ พลางยกมือขึ้นกดศีรษะหญิงสาวเบาๆ และภาพนั้นเรียกเสียงหวีดว้ายของสาวๆ ที่ยืนดูอยู่ได้ดีทีเดียว จนปภาวดีขมวดคิ้วเหลือบสายตามองรอบด้านน้อยๆ

            ฉันว่าคุณนี่เป็นที่หมายปองของพนักงานในออฟฟิศนะ

            เหรอ...ผมไม่เห็นคิดอย่างนั้น คงเป็นแบบหนุ่มโสดในฝันมั่งจ้ะ เขาตอบยิ้มๆ ไม่ปฏิเสธเลยสักนิด จนหญิงสาวเบ้ปาก

            หลงตัวเองจัง

            อ้าว ! ก็คุณบอกเองนี่น่า

            ก็นึกว่าจะปฏิเสธ ที่แท้ก็หลงตัวเองเหมือนกันนะเนี่ย เธอว่า พลางทำหน้าจริงจัง เรียกรอยยิ้มจากเขาได้ชัดเจน เรียกเสียงฮือฮาที่หญิงสาวทำให้ประธานคิมยิ้มออกมาได้กว้างขวาง และหลายครั้งในไม่กี่นาทีที่เธอมาที่นี่ได้มากมาย

            มือใหญ่เปิดประตูรถด้านหลังให้ภรรยาด้วยตนเอง พร้อมกับปกมือกันขอบบนของรถยนต์ให้เธออีกด้วย ความเอาใจใส่ และท่าทางรักใคร่สนิทสนมกันเรียกเสียงซุบซิบถามไถ่กันทั่วอาคาร แม้รถยนต์คันหรูของเจ้านายหนุ่มจะแล่นออกจากบริเวณลานจอดรถด้านหน้าไปแล้วก็ตาม พนักงานมากมายก็ยังคงไม่หยุดอยากจะรู้เรื่องของภรรยาสาวคนใหม่ของประคิม ซอง-ซูเลย

 

            ปาค ชุน-ยองนั่งนิ่งงัน เมื่อได้รับรู้เรื่องราวของชาน เต-กูในตอนบ่ายแก่ๆ หลังนัดแนะเวลากับเพื่อนสนิทให้พาภรรยาเข้ามาดูร้านและตารางงาน

            เฮ้อ...ทำไมผู้ชายบ้าระห่ำ เลือดร้อน ขี้งก งี่เง่า ถึงชอบผู้หญิงแบบ... ชายหนุ่มใจสาวทำท่านั่งตัวหรีบ มือประสานเรียบร้อย ก้มศีรษะน้อยๆ พร้อมกับทำหน้าตาไร้เดียงสาที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนคนนั่งมองดูทั้งสองปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังด้วยความขบขัน

            เอ้า ! ฉันพูดจริงนะย่ะ เธอไงปูเป้ ตัวเองก็เรียบร้อย อ่อนโยน ถึงจะตรงไปตรงมายังไงเธอก็ดูเป็นผู้หญิ้งผู้หญิงอยู่ดี แล้วไอ้เจ้านายลูกน้องสองคนนี้โตมาด้วยกันอย่างกับเป็นพี่น้อง มันก็ขี้งก เลือดร้อน บ้าๆ บอๆ พอกันล่ะ

            หญิงสาวหัวเราะเบาๆ พลางเหลียวมองสามีที่นั่งยักไหล่ไม่ใส่ใจกับคำกระทบกระเทียบของเพื่อนสนิทเท่าไร พร้อมยกมือจับถ้วยกาแฟขึ้นจิบด้วยดวงหน้าแสร้งทำชื่นชมรสละมุนของกาแฟมากมาย จนเธออดขันไม่ได้ โดยที่ปาค ชุน-ยองก็ได้แต่ตวัดสายตาค้อนหมั่นไส้ไปหา

            เอ้าล่ะ...ปูเป้ว่าไงจ๊ะร้านฉัน ?

            สวยค่ะ และก็ใหญ่ด้วย ไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้ เธอตอบยิ้มน้อยๆ และมองดูพื้นที่รอบร้านที่กว้างเท่ากับตึกแถวสี่คูหาที่เมืองไทย หากการตกแต่งนั้นสวยงามลงตัว และที่ตั้งก็อยู่ใจกลางแหล่งชอปปิ้งอีกด้วย

            ก็ขยายออกเมื่อสองปีก่อนน่ะ เพราะมีลูกค้าประจำ และก็มีมาเรื่อยๆ ทำให้อยู่ได้ ฉันก็เกาะกระแสบ้างล่ะ และก็ดีที่ตึกเป็นสมบัติของแม่น่ะ ไม่ต้องเช่าไง คนเล่ายิ้มภูมิใจจริงๆ เธอไม่ต้องเข้าร้านทุกวันก็ได้นะ ฉันให้เธอทำงานที่บ้านได้ ออกแบบเสื้อผ้า กับเครื่องประดับ หรือกระเป๋ารองเท้ามาได้เลย ฉันให้เวลาดูแลเฮวอนได้ อีกอย่างเผื่อเธอท้องขึ้นมา เจ้านี้จะมาว่าว่าใช้งานเธอมากไป ทำงานที่บ้าน แล้วเอามาส่งก็สะดวกดี ฉันก็ให้ดีไซน์เนอร์อีกคนทำแบบนี้แหละ เจ้าหล่อนบอกเล่ายิ้มๆ อ๋อ...ฉันไม่ฟิกซ์สไตล์นะจ้ะปูเป้ อย่างที่เธอเห็นแหละ เรามีหลายมุมสำหรับชุด เครื่องประดับดีไซน์ต่างๆ

            ให้เมียฉันออกแบบมุมของตัวเองได้หรือเปล่าล่ะ ?

            เจ้าของร้านสาวในร่างชายหนุ่มร่างสูงตวัดค้อนเพื่อนชายที่สนิทสนมทันควัน ไม่งกเลยนะแกซองซู...เมียนายเขายังไม่เห็นพูดอะไรเลย

            อ้าว...ฉันก็ต้องปกป้องสิทธิของเมียสิ เพราะผัวเมียก็เหมือนคนๆ เดียวกัน เขาว่าพร้อมยักไหล่ทำหน้ายียวน จนหญิงสาวหัวเราะที่ได้เห็นชายหนุ่มผ่อนคลายกับเพื่อนสนิทได้มากมายขนาดนี้ แม้จะเห็นมาแล้วก็ตาม หากก็อดขันไม่ได้

            ย่ะ เขาประชดใส่หน้าชายหนุ่ม ก่อนจะหันไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ออกแบบมุมของเธอมาก็ได้นะปูเป้...ฉันว่า คงได้ลูกค้าสาวๆ หวานปนเปรี้ยวแบบเธอเพิ่ม คนฟังยิ้มรับ พลางก้มศีรษะน้อยๆ ให้อีกฝ่าย อีกอย่างนะ ค่าแบบต่างๆ ที่ผ่านและมีการผลิตฉันให้ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นจากการตั้งราคาขาย และถ้าชิ้นงานไหนขายได้ก็รับไปอีกยี่สิบเปอร์เซ็น...เข้าใจใช่ไหมจ้ะ คำถามสุดท้ายของเขาทำให้เธอยิ้มรับ

            เข้าใจค่ะคุณชุนยอง ต้นทุนการผลิตกับอุปกรณ์ต่างๆ ในร้านก็ต้องจ่ายค่ารักษาเหมือนกัน ฉันคิดว่าก็ได้เยอะค่ะตั้งสี่สิบห้าเปอร์เซ็นแนะ เธอยิ้มรับสดใส

            ขอบใจนะที่เข้าใจ บางทีบางคนมาสมัครพออธิบายก็ไม่เข้าใจ อยากจะได้เสียเก้าสิบเปอร์เซ็น ฉันก็ว่า ค่าที่ค่ารักษาร้านฉันจ่ายคนเดียวเลยหรือไง ก็ไม่ทำงานกันเลย อ๋อ...ถ้าไม่มีงานใหม่ๆ เข้าเกือบสองเดือนฉันเลิกจ้างนะจ้ะ

            แต่ฉันว่า ทำไมนายไม่ทำสัญญาชี้แจงให้ชัดเจนล่ะ

            ทำย่ะ ฉันรอบคอบนะย่ะซองซู... เธอว่า พลางหันไปหยิบแฟ้มกระดาษหลังเคาน์เตอร์มา นี่ไง แผ่นกระดาษเอสี่ที่มีข้อความมากมายสองแผ่นถูกนำออกมา และยื่นไปให้ปภาวดี ซึ่งถูกมือใหญ่ของสามีดึงไปก่อน

            ภาษาเกาหลีเมียฉันอ่านไม่แตก ฉันอ่านเอง

            ไอ้นี่ ! ไร้มารยาท ดึงไปจากมือฉันเลยนะ น่าเกลียดจริง คำสัพยอกของชุนยองเรียกเสียงหัวเราะจากหญิงสาวคนเดียวในบริเวณด้านในร้านได้ดีทีเดียว ก่อนเธอจะเดินไปฟังคำอธิบายจากสามีที่กวักมือเรียก

 

            ร่างบางขยับเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่นของสามียิ่งขึ้น จนเขาอมยิ้มในหน้า พร้อมกระชับอ้อมแขน และก้มลงจูบศีรษะเธอเบาๆ ก่อนจะเกยปลายคางอยู่เหนือศีรษะเธอ

            พรุ่งนี้วันหยุดอยากไปไหนหรือเปล่าปูเป้ ? เสียงห้าวเอ่ยถามอ่อนโยน มือใหญ่ข้างหนึ่งลูบหัวไหล่เนียนเปลือยเปล่าเบาๆ

            รอถามเฮวอนดีกว่าค่ะ ฉันไม่อยากไปไหนหรอก อยู่บ้านก็ได้ ไม่เห็นต้องออกไปทุกสัปดาห์เลยนะคะ

            จ้า...อยู่บ้านก็ได้ เฮวอนมีการบ้านหรือเปล่าไม่รู้นะ เขาตอบ พลางก้มลงจูบศีรษะเธออีก

            แสงจากไฟสนามส่องแสงสลัวให้พอได้เห็นว่า ทั้งคู่นอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงหลังใหญ่อย่างสนิทชิดใกล้ โดยใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ที่ปกคลุมเรือนกายเปลือยเปล่าอยู่นั้นก็ให้ความอบอุ่นได้ดีจากประสิทธิภาพการสัมผัสกันของผิวเนื้อแท้ๆ ของทั้งคู่เอง

            ง่วงแล้วหรือครับปูเป้... เขาเอ่ยถาม เมื่อเธอเงียบไป และได้ยินเสียงหาวน้อยๆ ดังขึ้นมา

            ค่ะ วันนี้รู้สึกเพลียๆ สงสัยเพราะออกไปหาคุณ และก็ไปร้านคุณชุนยองด้วยมั่งค่ะ เธอตอบยิ้มอ่อนๆ ระหว่างเงยหน้าขึ้นคุยกับเขาที่นอนกอดอยู่

            อือ...อากาศก็เริ่มหนาวแล้วด้วย ร่างกายคุณคงปรับตัวอยู่... เขาบอกด้วยเสียงห่วงใย ราตรีสวัสดิ์นะจ้ะที่รัก เขาว่า พร้อมก้มลงจูบปลายจมูกโด่งของเธอเบาๆ จนเธอยิ้มรับ และจูบแก้มเขาตอบไปที

            ราตรีสวัสดิ์ค่ะ เสียงใสเอ่ย พร้อมกระชับอ้อมแขนน้อยๆ ของตนกอดร่างหนาของเขาไว้ ก่อนจะซุกซบใบหน้ากับไหล่หนาบึกบึนของเขา ด้วยดวงหน้าเปื้อนยิ้ม และไม่นานก็หลับใหลไปพร้อมๆ กับเขาที่มองดูเธออยู่ หากก็ฝืนความง่วงงุนที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาให้ผู้คนได้พักผ่อนไม่ได้

 

...............................................

 

หุหุหุ เห็นความน่ารักของ คิม ซอง-ซู หรือยังคะ

แหม...อิจฉาปูเป้เหมือนกันนะเนี่ย

(เขียนเองอิจฉาเองนะเรา...เริ่มจิตประสาทแล้ว !)

 

 

 

ยังไงก็ขอบคุณท่านผู้อ่านที่ติดตามกันนะคะ

Comment กันบ้างนะคะ บอร์ดจะร้างแล้ว ฮือ...

 

 

 

รักษาสุขภาพกันนะจ้ะ บะบายจ้า...

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #321 หญิง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:35
    พระเอกน่ารักจังเลย

    ทำไมชีวิตจริงไม่มีอย่างนี้นะ

    ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆออกมาค่ะ
    #321
    0