วิวาห์ร้ายพ่ายรัก [สนพ.ชูการ์บีท]

ตอนที่ 2 : ตอนที่ ๑ หนี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ก.พ. 61

หนี้

 

อะไรนะคะ จะให้มิ้นแต่งงาน!” เสียงแหวแว้ดบอกอารมณ์ไม่พอใจดังลั่นบ้าน หญิงสาวส่ายศีรษะอย่างดื้อรั้น เดินไปเดินมาราวหนูติดจั่น ก่อนหันกลับมาเล่นงานคนแจ้งข่าวร้ายอย่างไม่ไว้หน้า

คุณย่าเพิ่งเสียไปไม่นาน งานศพยังไม่ทันข้ามเดือน เราทุกคนยังอยู่ในชุดไว้ทุกข์ด้วยซ้ำ แต่คุณน้ากลับมาพูดเรื่องแต่งงานหน้าตาเฉย ถามจริงๆ นะคะ ไม่รู้สึกละอายใจบ้างเหรอ

เมรีถึงกับหน้าม้าน ร้อยวันพันปีไม่มีเสียละที่ลูกเลี้ยงจะให้ความเคารพนบนอบเธอให้ควรแก่ฐานะ แม่เลี้ยงแม้จะไม่ได้อยู่ในฐานะมารดาที่แท้จริง แต่เธอก็เป็นภรรยาของ เจ้าสัวมานเมฆซึ่งเป็นบิดาของเจ้าหล่อน แต่อีกฝ่ายหาได้ใส่ใจหรือให้ความยำเกรงไม่

เธอเข้าใจฐานะของตัวเองดีจึงมิเคยปริปากบ่น ได้แต่ก้มหน้ารับความจริงและอยู่แต่เฉพาะในตำแหน่งแห่งที่ของตน ไม่เคยก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของอีกฝ่ายมาก่อน หากเรื่องนี้ใหญ่เอาการ แม้ไม่อยากเกี่ยวข้องแต่ก็มิอาจเพิกเฉยได้จึงจำต้องชี้แจงให้หญิงสาวรับฟังด้วยเหตุผล

เรื่องนี้เป็นความต้องการของคุณท่านค่ะ น้าเพียงแค่รับหน้าที่มาบอกต่อเท่านั้น

มินตราเชิดใบหน้าสะสวยโดดเด่นที่ใครได้เห็นแล้วต้องมองซ้ำขึ้น ใช้หางตาเหลือบแลอีกฝ่ายอย่างไม่ชอบใจพร้อมบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว

มิ้นไม่แต่งค่ะ ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นใคร จะลงมาจากสวรรค์ชั้นฟ้าหรือผุดขึ้นมาจากนรกขุมไหน มิ้นก็ไม่สนใจ มิ้นมีแฟนแล้ว มิ้นจะแต่งงานกับคนที่มิ้นรักเท่านั้น ไม่ว่าคุณย่าจะต้องการหรือจะเป็นความต้องการของคนอื่น ขอบอกให้รู้ว่ามิ้นไม่แต่งเด็ดขาด อ้อ และขอร้องว่าอย่าเอาชื่อคนตายมาอ้าง เห็นแก่คุณย่าบ้างเถอะค่ะ ท่านจะได้หลับอย่างสงบจริงๆ ซะที

สิ้นคำประกาศกร้าว มินตราก็เดินลิ่วออกไปจากห้องโถงของบ้านวรเสนาทันที เมรีวิ่งตาม หากทันเห็นเพียงท้ายรถสปอร์ตสุดหรูที่แล่นทะยานออกไปราวพายุเท่านั้น

 

เมขลาย่นคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าเป็นทุกข์กังวลของมารดา แม้การจากไปของคุณท่านบนเรือนใหญ่จะก่อให้เกิดความเศร้าโศกเสียใจแก่ทุกคนในบ้านวรเสนา แต่เธอคิดว่าน่าจะมีเรื่องบางอย่างที่ผู้เป็นแม่เก็บมาครุ่นคิดนอกจากเรื่องนี้ ด้วยความเศร้าโศกควรระบายออกด้วยน้ำตา ไม่ใช่การถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วนเช่นที่ผู้เป็นมารดากระทำอยู่

เป็นอะไรไปคะแม่ สีหน้าดูไม่ดีเลย

น้ำเสียงอ่อนนุ่มของบุตรสาวทำให้ผู้เป็นแม่ระบายยิ้มออกมาได้แม้ในขณะเครียดจัด

เปล่าหรอกลูก แม่แค่มีเรื่องต้องคิดนิดหน่อยเท่านั้น

คำโกหกของเมรีไม่เคยใช้ได้ผลกับคนช่างสังเกตและใส่ใจกับคนรอบข้างอยู่เสมอเช่นเมขลา หญิงสาวเดินไปโอบเอวของมารดาอย่างประจบ

แม่โกหกไม่เก่งเลยนะคะ มีเรื่องอะไรหนักหนาก็บอกเมได้นะ มีอะไรที่เมช่วยได้ เมก็ยินดีจะช่วยแม่ทุกอย่างเลยค่ะ

เมรีคลี่ยิ้มสดใสขึ้น เอื้อมมือลูบกลุ่มผมนุ่มลื่นของบุตรสาวด้วยความรักใคร่เอ็นดู

ขอบใจมากนะเม แม่รู้ว่าเมเต็มใจช่วยเหลือเราทุกคนไม่ว่าเรื่องนั้นจะหนักหนาสักแค่ไหน แต่เรื่องนี้ลูกไม่อยู่ในฐานะจะช่วยอะไรได้ แม่ทั้งเสียใจและเสียดายที่ไม่อาจรับน้ำใจของเมนะลูก

หญิงสาวย่นคิ้ว เอียงคอ สบตามารดาด้วยความฉงน

เราทุกคน หมายความว่ายังไงคะ

ผู้เป็นแม่หน้าซีด หลบตาบุตรสาวเป็นพัลวัน เธอลืมไปว่า เมขลาช่างสังเกตและใส่ใจกับทุกคน ทุกคำพูด ทุกอย่างรอบตัว หากหลุดพิรุธแม้เพียงคำเดียว เจ้าหล่อน

ต้องสอบถามเอาคำตอบให้จงได้

ว่ายังไงคะแม่ ที่บอกว่า เราทุกคนหมายความว่ายังไง มีเรื่องหนักใจอะไรเกี่ยวกับเราทุกคนในบ้านวรเสนาอย่างนั้นเหรอคะ บอกเมมาเถอะค่ะ เผื่อเมอาจจะช่วยได้ ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเราทุกคน งั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กและไม่ใช่หน้าที่ของแม่คนเดียวที่ต้องขบคิดหาทางแก้ปัญหา พูดออกมาเถอะนะคะ เมจะได้ช่วยแม่คิดอีกแรง

เมขลารบเร้าจริงจัง เธอไม่เห็นด้วยเลยสักนิดที่มารดาต้องแบกรับทุกอย่างไว้บนบ่าแทนคุณท่านบนเรือนใหญ่และทุกคนในบ้านวรเสนา แม่ของเธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ จิตใจอ่อนโยน ถนัดงานบ้านงานเรือน แล้วจะให้มาขบคิดปัญหาหนักๆ คนเดียวได้อย่างไร

เมรีอ้ำอึ้ง แต่แววตามุ่งมั่นของบุตรสาวและความกลัดกลุ้มที่รุมเร้าทำให้เธอยอมแพ้แก่ความอ่อนแอของตัวเอง บอกเล่าปัญหาใหญ่ที่ทุกคนในบ้านวรเสนาจำเป็นต้องรับรู้ในยามนี้ให้บุตรสาวฟัง

 

คุณหนูมิ้นว่ายังไงบ้างครับคุณเมรี ทางนั้นรอคำตอบจากเราอยู่ ขืนเรายังไม่ให้คำตอบที่แน่นอนในเร็ววัน เป็นไปได้สูงมากที่ทุกคนในบ้านจะถูกไล่ที่และทายาทของวรเสนาก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ตามกฎหมาย ผมพอได้ยินข่าวเกี่ยวกับคุณชายใหญ่ของอัครเกียรติมาบ้าง เขาเป็นนักธุรกิจตัวจริง เรื่องผ่อนปรนหนี้สินพอคุยกันได้ แต่นั่นหมายความว่าเขาต้องได้กำไรและคุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไปเท่านั้น

เสียงเนิบช้าของ ดำรงเอ่ยขึ้น สีหน้าและแววตาเคร่งเครียดจริงจัง

เมรีถอนใจยาว บอกเล่าทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง ด้วยในเวลานี้ดำรงเป็นที่ปรึกษาเพียงคนเดียวของเธอจริงๆ

คุณดำรงก็รู้นะคะว่าคุณมิ้นกับฉัน เอ่อ...ฉันไม่อยู่ในฐานะที่จะบอกให้คุณมิ้นทำหรือไม่ทำอะไรได้

งั้นคุณเมรีก็ต้องเลือกแล้วละครับว่าจะบังคับให้คุณหนูแต่งงานหรือจะปล่อยให้คุณหนูชดใช้หนี้สินทั้งหมดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ดำรงเอ่ยเตือน เขาพอรู้มาบ้างว่ามินตราไม่เคยยอมรับแม่เลี้ยง แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อวรเสนาเป็นหนี้บานตะไท แค่เจ้าหนี้ยังไม่เข้ามาไล่ที่ก็นับว่าปรานีมากแล้วสำหรับคนที่ไม่เคยยอมเสียเปรียบใครอย่าง อชิระ อัครเกียรติ

เมรีหน้าเสีย สบตาทนายประจำตระกูลของสามีผู้ล่วงลับไปแล้วอย่างสิ้นหวัง ฉันควรต้องบังคับคุณมิ้นให้ได้ใช่ไหมคะ

อีกฝ่ายพยักหน้ารับ ควรต้องเป็นอย่างนั้นครับ คุณเมรีอย่าคิดมากเลย ที่เราทำอยู่นี่ก็เพื่อวรเสนาและคุณหนูทั้งนั้น วันนี้เธออาจจะยังไม่เข้าใจ แต่ผมเชื่อว่าเธอต้องเข้าใจในสักวัน ที่สำคัญวรเสนาไม่มีทางเลือกอื่น คุณอชิระบอกชัดว่าต้องการสายเลือดของวรเสนาเท่านั้น

คำพูดของดำรงทำให้เมรีขมวดคิ้วนิ่วหน้า คุณอชิระรู้จักคุณหนูรึเปล่าคะ

คงไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวครับ แต่เขาไม่ใช่คนโง่ ไม่งั้นเขาคงไม่ก้าวมายืนในจุดสูงสุดอย่างทุกวันนี้ได้ด้วยอายุเพียงแค่นี้ จะว่าไปเขาเป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้าที่อายุน้อยที่สุดก็ว่าได้ คุณหนูคงไม่ลำบากนัก อย่างน้อยเขาก็รับปากว่าจะจัดงานเลี้ยงให้ใหญ่โตสมฐานะของวรเสนา แม้จะไม่มีทะเบียนสมรสในตอนนี้แต่ก็มีตำแหน่งเป็นประกัน และหากคุณหนูมีทายาทให้เมื่อไหร่ เขาจะจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมาย นี่เป็นหนทางเดียวที่จะรักษาทั้งบ้านและชื่อเสียงของวรเสนาเอาไว้ได้ คุณหนูจำเป็นต้องเสียสละในฐานะที่มีสายเลือดของวรเสนาอย่างเต็มตัวครับ

เมรีถอนใจยืดยาว รู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาทันที เรื่องคงจะง่ายกว่านี้หากมินตราอยู่ในฐานะเลือดในอกของเธอเอง การบีบบังคับใจ ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้านับเป็นเรื่องเจ็บปวดในความคิดของเธอ

มินตราแม้จะเอาแต่ใจและเป็นขาวีนตัวจริง หากโดยเนื้อแท้ก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ยิ่งเจ้าหล่อนมีคนรักที่หวังจะครองคู่กันอยู่แล้ว ถ้าถูกบังคับให้แต่งงานกับชายอื่นต้องได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัสเป็นแน่ เธอรู้ซึ้งแก่ใจในเรื่องนี้ดี เคยเจ็บปวดทุกข์ทรมานกับมันมากจนไม่อยากให้ใครต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน

แต่เธอจะทำอย่างไรได้ ในเมื่อทางเลือกไม่ได้มีมากกว่าหนึ่ง...

 

คุณอาดำรงว่ายังไงบ้างคะแม่ พอจะมีทางผัดผ่อนได้บ้างไหม เมขลารีบเข้ามาถามความคืบหน้าจากมารดาภายในห้องทำงานเก่าของเจ้าสัวมานเฆม หลังจากเห็นรถของดำรงออกจากบ้านไปแล้ว ผู้เป็นแม่ส่งยิ้มหม่นหมองทำให้คาดเดาคำตอบได้ไม่ยาก

แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะ เมไม่เดือดร้อนที่จะย้ายออกจากบ้านนี้ แล้วเมก็รู้ว่าแม่เองก็ไม่เดือดร้อนเหมือนกัน แต่ที่แม่หนักใจเพราะเป็นห่วงคุณมิ้นกับคนอื่น รวมทั้งเสียดายบ้านวรเสนาเพราะมันเป็นบ้านของคนที่แม่รัก นั่นทำให้แม่อยากรักษาที่นี่ไว้ใช่ไหมคะ

เมรีน้ำตาคลอเบ้า รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการแบกรับทุกอย่างไว้บนบ่า แต่ก็ยังมีแก่ใจจะสู้ต่อ ในเมื่อเธอเป็นเพียงภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย แต่ยังมีความปรารถนาที่จะรักษาวรเสนาเอาไว้ ทั้งในแง่ฐานะทางสังคม และการดำรงอยู่ของวร-เสนา ดังนั้นมินตราที่เป็นสายเลือดแท้ๆ ก็ควรต้องเสียสละเช่นกัน

แม่จะต้องบังคับคุณมิ้น ไม่ว่าต้องใช้วิธีไหน แม่ต้องทำให้ได้

แววตาเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นของมารดาทำให้เมขลาเม้มปาก ครุ่นคิดอะไรบางอย่างเงียบๆ สักพักก็เอ่ยขึ้น ให้เมลองคุยกับคุณมิ้นก่อนดีไหมคะ เมจะอธิบายให้เธอเข้าใจว่าทำไมเธอต้องเป็นคนเสียสละ เผื่อว่าเธอจะรับฟังบ้าง ขืนให้แม่ไปพูดเอง ดีไม่ดีเธอจะมองว่าแม่ทำตัวเหมือนแม่เลี้ยงในละครหลังข่าวเอาได้

เมรีนิ่วหน้า ถอนใจเฮือกใหญ่ แววตากังวล จะดีเหรอลูก คุณมิ้นไม่ชอบแม่เลยทำให้เธอไม่ชอบเมไปด้วย ให้เมพูดก็เหมือนแม่พูดนั่นแหละ ยังไงเธอก็มองเราไม่ดีอยู่วันยังค่ำ

หญิงสาวหัวเราะเสียงใส ไม่เหมือนค่ะ ไม่มีทางที่คุณมิ้นจะหยุดฟังแม่อธิบายหรอก ดีไม่ดีแม่จะต้องเป็นฝ่ายนั่งฟังเธอวีนแทนน่ะสิไม่ว่า แต่สำหรับเม แม่ไว้ใจได้ว่าถึงคุณมิ้นไม่อยากฟังก็ต้องฟังค่ะ

ผู้เป็นแม่นิ่วหน้า แววตากังวลมากยิ่งขึ้น ก็นั่นแหละที่แม่เป็นห่วง เราน่ะเป็นพี่ แม่ไม่อยากให้เมรังแกน้อง

เมขลาแสร้งทำตาโต ย่นจมูกแล้วเอ่ยอย่างขบขัน คุณมิ้นคิดว่าเมเป็นพี่ที่ไหนกันคะ ก็แค่ลูกติดแม่เลี้ยงเท่านั้นแหละ นึกแล้วก็อยากเป็นพี่คุณมิ้นจริงๆ เหมือนกันนะ เมจะได้อบรมสั่งสอนและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยกชุดเลย

เมรีหัวเราะเบาๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ เมขลาเป็นคนร่าเริงสดใส มองโลกในแง่ดี มีจิตใจเอื้ออารีต่อคนรอบข้างเสมอ ใครอยู่ใกล้ก็มักจะมีความสุขสดชื่นและก่อให้เกิดความสบายใจ นี่คือเสน่ห์อันเรียบง่ายที่ไม่ต้องปรุงแต่งด้วยสิ่งใดหากก็มีคุณค่าอยู่ในตัวเอง

แม่สบายใจขึ้นแล้วใช่ไหมคะ ไม่ต้องห่วงนะ เมจะช่วยอธิบายและเกลี้ยกล่อมคุณมิ้นเอง หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ

เมรีมองบุตรสาวแล้วอดสะเทือนใจไม่ได้ หากเพียงชาติกำเนิดของเมขลาเทียบเท่ามินตรา เธอเชื่อเหลือเกินว่าหญิงสาวจะยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อทุกคนโดยไม่ต้องมีใครร้องขอ

แต่เรื่องนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะเมขลาไม่มีทางเทียบกับมินตราได้ ไม่ว่าในทางใด

 

 

1,861 ความคิดเห็น