วิวาห์ร้ายพ่ายรัก [สนพ.ชูการ์บีท]

ตอนที่ 3 : ตอนที่ ๒ หัวขโมย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ก.พ. 61

หัวขโมย

 

ล้อเล่นรึเปล่านายใหญ่ นายเนี่ยนะจะแต่งงาน? ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนครึ่งศอกกับกางเกงยีนสีซีดกรอกเสียงถามอย่างพิศวงผ่านเครื่องมือสื่อสารล้ำสมัย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโดดเด่นไม่เป็นรองใครส่งยิ้มขี้เล่นให้สาวน้อยสาวใหญ่ที่เดินสวนกันภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังตามประสาหนุ่มเจ้าชู้ ชอบโปรยเสน่ห์ไปทั่ว

คนอย่างเราเคยทำอะไรเล่นๆ ด้วยเหรอ

เสียงย้อนจริงจังทำให้คนฟังถอนใจ ไหวไหล่ เบ้ปาก หากไม่ได้ทำให้ความคมสันบนใบหน้าลดลงแม้แต่น้อย สาวใหญ่นางหนึ่งเดินสวนมายังต้องหลบตาเอียงอายเมื่อเขาขยิบตาให้

เออ รู้ว่านายมันจริงจังกับทุกเรื่อง แต่ถามจริง ใครเป็นผู้หญิงโชคร้ายคนนั้นวะ

กลับมาร่วมงานให้ได้ก็แล้วกัน ถึงเวลาก็รู้เองแหละ แล้วตกลงจะกลับเมื่อไหร่ หรือจะเป็นคาวบอยอยู่ที่ฟาร์มไปจนตาย

คราวนี้คนฟังถึงกับระเบิดหัวเราะอย่างขบขัน แต่สักพักนัยน์ตาซุกซนก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเข้า สาวเจ้าสวยเด่นเรียกว่ากระโดดออกมาจากความฝันของผู้ชายทุกคนเลยทีเดียว

อติยะไม่รอช้า รีบตัดบทสนทนากับพี่ชายฝาแฝดอย่างรวดเร็ว

ใครบอกว่าเราอยู่ที่ฟาร์ม ตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ ต่างหาก ไว้ว่างๆ จะแวะไปทักทายให้นายหายคิดถึงนะ แต่ตอนนี้ขอตัวก่อน เรามีธุระด่วนต้องเคลียร์

เฮ้...เล็ก นายเล็ก!”

นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่อติยะได้ยินก่อนที่เขาจะกดตัดสาย แฉลบไปยืนขวางหน้าสาวสวยที่เล็งไว้แล้วว่าต้องทำความรู้จักกับเธออย่างลึกซึ้งให้จงได้

มินตราชะงักกึก เงยหน้าขึ้นมองบุรุษนิรนามที่โผล่พรวดมาขวางเส้นทางการสัญจรของเธอด้วยความแปลกใจ

ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ใช้ตาคมเขม้นมองอีกฝ่ายหวังให้ละลายอยู่ตรงนี้ ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการล่าเหยื่อในขั้นตอนต่อไป

หญิงสาวขยับถอยหนึ่งก้าว ยกสองแขนขึ้นกอดอก ถอนใจยาวอย่างเบื่อหน่าย แต่ไม่วายเอ่ยถามด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงผู้ดีโดยแท้

“Excuse me, can I help you?

อติยะเลิกคิ้ว สีหน้างุนงง 

หญิงสาวกลอกตา ถอนใจพรืดใหญ่ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้อีก เวรกรรม แล้วฉันจะทำยังไงเนี่ย

ชายหนุ่มเพิ่งถึงบางอ้อ เธอคงคิดว่าเขาเป็นชาวต่างชาตินั่นเอง ก็ไม่แปลกนัก ในเมื่อเขาเป็นลูกเสี้ยวหลายเชื้อชาติ ด้วยบิดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ส่วนมารดาเป็นลูกครึ่งอังกฤษกับอเมริกัน-ไทย ทำให้เขามีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนชาวตะวันตก และมีใบหน้าที่ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันออกกับตะวันตกอย่างลงตัว ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่ใช่ไทยแท้อย่างแน่นอน

เขาพยักหน้าหงึกหงักก่อนส่งยิ้มชวนละลายให้เธอพร้อมบอกเสียงนุ่ม ผมเป็นคนไทยครับ

หญิงสาวนิ่วหน้า ย้อนถามเสียงขุ่น งั้นคุณต้องการอะไรไม่ทราบ

อติยะหน้าเหวอไปเล็กน้อย ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีสุภาพสตรีคนใดแสดงความหยาบคาย ไม่ให้เกียรติใบหน้าอันหล่อเหลา และบั่นทอนความมั่นใจของเขาอย่างร้ายกาจเหมือนเธอมาก่อน

ไม่ได้การ เขาควรต้องเรียกความมั่นใจคืนซะหน่อย!

อ้าวคุณ คนไทยด้วยกันทำไมต้องดุด้วยล่ะครับ คนชาติเดียวกันแท้ๆ นะ ทีตอนที่คุณคิดว่าผมเป็นชาวต่างชาติยังมีน้ำใจถามไถ่เลยว่าต้องการความช่วยเหลือรึเปล่า แต่กับคนไทยละทำหน้าบึ้งเชียว

ดวงตาคู่สวยวาววับจ้องอีกฝ่ายอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ยิ่งเขาทำลอยหน้า

ลอยตากวนประสาทก็ยิ่งโมโห นึกอยากร้องกรี๊ดๆ ใส่หูเขาให้ดับไปเลย แต่ตอนนี้เธอไม่อยู่ในอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงกับใคร ถ้าเป็นอารมณ์อยากฆ่าคนละก็ไม่แน่

ผมพูดเรื่องจริงถึงกับโมโหเลยเหรอครับ รับไม่ได้ละสิที่ถูกจี้ใจดำ

ชายหนุ่มยังกวนไม่เลิก ตั้งใจว่าหากทำให้เธอประทับใจในครั้งแรกที่พบไม่ได้ก็จะทำให้หญิงสาวจดจำเขาไปจนวันตายเลยทีเดียว

หน็อย...เขารึออกจะรูปหล่อน่าเคี้ยว มาทำให้เสียเซลฟ์อย่างไม่น่าให้อภัยแบบนี้ ต้องเจอดีบ้างละ!

หญิงสาวกัดฟัน ข่มกลั้นโทสะ เดินหลบเขาเล็กน้อยเพื่อจะได้ไม่ต้องฟังอีกฝ่ายพูดจากวนโมโหให้ของขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ เท่าที่โดนคนรักเบี้ยวนัดก็ทำให้เธอหงุดหงิดมากพอแล้ว

อ้าวคุณ รับความจริงไม่ได้ถึงกับต้องเดินหนีเลยเหรอ อ่อนหัดไปรึเปล่าครับ เขาก้าวตามไม่ลดละ ยิ่งเธอไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ ดีกรีความมั่นอกมั่นใจที่มีอยู่ในระดับสูงเกินพอดียิ่งลดลงฮวบฮาบราวกับหุ้นร่วงจากกระดานในตลาดหลักทรัพย์

มันจะมากไปแล้วนะ เขาเคยต้องเดินตามใครแบบนี้ที่ไหนกัน!

รอผมด้วยสิ อย่างอนเลยน่า ดีกันเถอะนะ

น้ำเสียงยียวนกวนประสาทที่ยังลอยตามหลังมาไม่ห่างเหมือนอีกฝ่ายจงใจกัดไม่ปล่อย ทำให้หญิงสาวกำหมัดแน่น กัดฟันข่มใจไว้สุดฤทธิ์

ใจเย็นๆ มิ้น รอให้ถึงลานจอดรถก่อนเถอะ!’

หญิงสาวก้าวเร็วแทบเป็นวิ่งเพื่อไปให้ถึงที่หมาย ในขณะที่เขาเดินตามสบายๆ เพราะช่วงขายาวกว่าเธอเป็นไหนๆ

นี่คุณจะรีบเดินไปไหนเล่า ผมพูดด้วยดีๆ ทำใจน้อยไปได้ อย่างอนเลยน่า รอผมด้วยสิที่รัก

เสียงของเขาดังขึ้นทุกขณะ แทบจะเป็นตะโกนด้วยซ้ำ ผู้คนที่เดินสวนมาถึงกับอมยิ้ม มองสองหนุ่มสาวอย่างล้อเลียนแกมเอ็นดู มินตรารู้สึกอับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี ในขณะที่ชายหนุ่มเปิดยิ้มให้ท่านผู้ชมอย่างไม่สะทกสะท้าน ยิ่งมีคนมองมากเท่าไร เขายิ่งพอใจมากเท่านั้น

ร่างบางหักเลี้ยวฉับไวเมื่อเจอป้ายทางออก รีบผลักประตูกระจกใสโดยแรง

แล้วเดินผ่านออกไปสู่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าอย่างไม่รีรอ

อติยะก้าวตามติดๆ มาดหมายที่จะก่อกวนอีกฝ่ายให้สาแก่ใจ

เธอต้องชดใช้ให้กับความมั่นใจที่หดหายไปของเขาอย่างสาสม!

มินตราหยุดเดินกะทันหัน ฝ่ายที่เดินตามไม่ลดละถึงกับต้องเบรกจนตัวโก่งเพื่อไม่ให้ร่างกายสูงใหญ่ของเขาชนโครมเข้ากับร่างเล็กบางของเธอ

ใจจริงก็อยากชนอยู่เหมือนกันแหละ แต่พอเจ้าหล่อนหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น เขาก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ อย่างไรพิกล

นี่คุณ ถามจริงๆ นะ สมองไม่ปกติรึไง ตามกวนประสาทชาวบ้านอยู่ได้ หน้าตาก็พอไปวัดไปวานะ เสียดายที่สมองบกพร่องจนเกินเยียวยา แล้วเที่ยวมาเดินห้างหรูๆ ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมอวดคนอื่นนี่คิดว่าจะสามารถยกระดับตัวเองได้รึไง ถ้ายังทำตัวเหมือนคนประสาทเสีย จิตไม่ปกติอยู่แบบนี้ ใครเขาก็ดูออก มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลยนะ ไม่ต้องมาใช้มุกเฝือๆ จีบฉัน มุกแบบนี้ฉันเจอมาเยอะแล้ว เบื่อ บอกเลยว่าฉันไม่สนใจคุณหรอก แฟนฉันทั้งหล่อทั้งรวย ดีกว่าคนประสาทกลับอย่างคุณเป็นกอง

หญิงสาวระบายอารมณ์ออกมาชุดใหญ่หลังจากแน่ใจว่าไม่ได้ตกเป็นเป้าสายตาของใครแล้ว ดวงตาคู่สวยจิกมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจดเท้าอย่างดูถูก ริมฝีปากอิ่มบิดเบ้ด้วยความรังเกียจเปิดเผย

อติยะได้แต่อึ้ง ความโมโหแล่นปรู๊ดเดียวถึงสมอง กัดฟันแยกเขี้ยวโดยไม่ใส่ใจจะสร้างภาพเป็นชายหนุ่มรูปหล่อแสนสุภาพต่อหน้าเธออีกแล้ว เขาสรุปเองว่าหญิงสาวเป็นพวกจิตไม่ปกติเช่นกัน

แน่นอน ก็ผู้หญิงปกติที่ไหนจะบอกว่าหน้าตาเขาพอไปวัดไปวา ดูมุมไหนก็หล่อเลือกได้ซะขนาดนี้ ถ้าเธอพูดแบบนั้นควรต้องไปตัดแว่นด่วนๆ!

รู้อะไรไหมครับคุณผู้หญิง เขาปั้นยิ้มโดยที่ดวงตาไม่ยิ้มด้วย

ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมายืนด่าผมปาวๆ เหมือนอย่างที่คุณทำมาก่อนเลยนะ

หญิงสาวแค่นหัวเราะ มองหน้าเขา ไหวไหล่พลางท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว จะขอบคุณฉันด้วยไหมล่ะ เอาสิ

ชายหนุ่มเหลือกตามองเพดานก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างน่ากลัว และ กวาดตามองไปรอบบริเวณโดยเร็ว เมื่อไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นใดแถวนั้น เขาก็หันกลับมาก้มศีรษะให้เธอเล็กน้อย

นั่นสิ ผมควรต้องขอบคุณอย่างลึกซึ้งให้สมกับความกรุณาของคุณซะแล้ว

ว่าแล้วร่างสูงก็ขยับอย่างรวดเร็วจนมินตรามองไม่ทัน เมื่อรู้ตัวอีกที ริมฝีปากร้อนรุ่มก็บดเบียดกลีบปากนุ่มของเธออย่างสนิทสนมลึกซึ้งตามที่เขาให้คำมั่น

หญิงสาวตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง สติสตังกระจัดกระจายไร้ทิศทางด้วยยังไม่เคยถูกผู้ชายจูบมาก่อน จนเมื่อความอุ่นร้อนแทรกผ่านริมฝีปากเข้ามาเธอจึงได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร รีบใช้มือปัดป่ายผลักไสด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แต่หน้าอกของเขาแข็งแน่นราวกำแพงเหล็ก ไหนจะลำแขนแข็งแรงที่โอบรัดอยู่รอบเอวบางจนไม่สามารถดิ้นหนีจากพันธนาการได้อีกเล่า แต่อะไรก็ไม่ร้ายเท่ากับว่าริมฝีปากของเขากำลังทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นส่ำ

แรงต้านทานค่อยๆ ถูกดูดกลืนไปพร้อมสัมผัสเร่าร้อนเชี่ยวชาญของคนมากประสบการณ์ ความวาบหวามชวนเคลิ้มเข้าครอบงำประสาททุกส่วนจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ เธอจึงปล่อยให้เขาครอบครองริมฝีปากนานเท่านานจนแทบลืมหายใจ

กว่าชายหนุ่มจะยอมถอยห่าง ใบหน้าสะสวยก็แดงก่ำ เรียวปากอิ่มฉ่ำร้อนไปด้วยสัมผัสเอาแต่ใจของผู้ชายแปลกหน้า

ขอบคุณครับ เขากระตุกยิ้มหยันบนเรียวปาก ขณะปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ โค้งคำนับให้เธอด้วยท่วงท่าลีลาสวยงามแล้วเดินจากไปอย่างผู้ชนะ

มินตรานิ่งงัน รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ ทรวงอกสะท้อนขึ้นลงเป็นจังหวะหอบกระชั้น ทั้งตื่นเต้น ตกใจ อับอาย และโมโหปะปนกันจนแยกแยะไม่ออก นึกอยากวิ่งตามไปเอาคืนผู้ชายสารเลวที่บังอาจปล้นจูบแรกในชีวิตของเธอไปซึ่งๆ หน้าให้สาสมกับความคับแค้นใจ หากตอนนี้เรี่ยวแรงจะยืนยังแทบไม่มี ร่างบางจึงค่อยๆ ทรุดลงกับพื้น ได้แต่มองแผ่นหลังกว้างที่ห่างออกไปเรื่อยๆ อย่างอาฆาตแค้นจนกระทั่งเขาลับสายตาในที่สุด

ไอ้คนบ้า ไอ้คนทุเรศ ไอ้หัวขโมย อย่าให้ฉันเจอแกอีกนะ เพราะวันนั้นจะเป็นวันตายของแก!”

หญิงสาวกัดฟันคำรามด้วยความมุ่งมั่นสุดจิตสุดใจ ใช้มือถูริมฝีปากตัวเองแรงๆ อย่างโมโห เจ็บใจที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

คุณหนูไฮโซอย่างมินตราถูกผู้ชายแปลกหน้าไร้สกุลขโมยจูบ รู้ไปถึงไหนก็อายไปถึงนั่น ฮึ่ย...แค้น!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,861 ความคิดเห็น