ตอนที่ 33 : บทที่ ๑๗ (๑๐๐%) เกินรับไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

                ไอ้คนเนรคุณ! กี่ครั้งกี่หนแล้วที่แกทำกับฉันแบบนี้ ทำอะไรเคยเห็นหัวฉันบ้างไหม ไอ้ฆาตกร! แกฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็นมาทีหนึ่งแล้วยังไม่สาแก่ใจใช่ไหม ไอ้พีร์! ไอ้ทรพี!”

                ป้า ช่วยใจเย็นๆ ก่อนได้ไหม ผมอธิบายได้

                อธิบายเรอะ! น้ำหน้าอย่างแกมันก็ดีแต่แก้ตัว ไหนบอกมาซิว่าแกจะให้ฉันแก้ตัวกับคนอื่นว่าอย่างไร ที่หลานตัวเองมันกินบนเรือนขี้รดบนหลังคาครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้!”

                พีร์เดือดปุดเมื่อถูกต่อว่ารุนแรง

                ก็แล้วจะสนคนอื่นทำไมล่ะฮะ อย่างกับป้าเคยสนตอนที่แอบรักพ่อของเธอหัวปักหัวปำ ไม่ดีหรือที่อย่างน้อยก็ประสบความสำเร็จรุ่นหลาน

                ราวกับฟางเส้นสุดท้ายขาดผึง ผู้สูงวัยกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ตั้งท่าเตรียมฉีกกระดาษยับยู่ยี่ในมือ ชายหนุ่มฉวยไว้ได้ทัน กระนั้นหัวมุมก็ขาดวิ่นเล็กน้อย

                ดุจนภาคว้าสิ่งของใกล้มือขว้างปาใส่ปราการหนาพร้อมทั้งปล่อยถ้อยผรุสวาจาใส่ไม่ยั้ง เมื่อไม่อาจปัดป้องได้ตลอด สุดท้ายวิทยุเครื่องโปรดก็ลอยมากระแทกหางคิ้วและแตกกระจายอยู่แทบเท้า

                แกทำแบบนี้ได้ไง อยากให้ฉันตายจริงๆ ใช่ไหม หญิงชราทรุดตัวหอบสะอื้นหมดเรี่ยวแรงอยู่ปลายเตียง

                ป้า...

                ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าป้า! ให้ตาย... ฉันไม่น่าเอาแกมาเลี้ยงเลย ไอ้ทิตย์มันห้ามแล้วแต่ฉันไม่ฟัง แกเกลียดฉันมากใช่ไหมที่ไปพรากแกมาจากแม่แกถึงได้ทำกับฉันอย่างนี้

                ไม่ใช่นะฮะ ปฏิเสธโดยไม่รู้ตัว

                เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของป้าบาดลึกลงบนจิตใจแข็งกระด้างให้หลั่งเลือดอีกครั้ง

                มุทิตาไม่รู้ว่าขาทั้งสองพาเธอกลับมายังห้องของตนได้อย่างไร ความเคลือบแคลงสงสัยว่าเพราะเหตุใดดุจนภาจึงเมตตาต่อเธอประหนึ่งเจ้าหญิงน้อยๆ เกินกว่าคนทั่วไปพึงกระทำต่อลูกเพื่อนเหมือนกับที่ทิวและวันทนาปฏิบัติเสมอ มาบัดนี้ได้รับคำตอบแล้ว มันมาพร้อมกับความน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อคิดว่าอาจไม่มีใครรักหรือแม้แต่ยอมรับเธอดังที่เป็นเธอ

                หญิงสาวปล่อยให้น้ำตาไหลพรากขณะกกกอดกรอบรูปสุดรักสุดหวงแนบดวงใจ ทั้งตัดพ้อทั้งต่อว่าบุพการีทั้งสองซึ่งมาด่วนจากไป

                โต๊ะอาหารเย็นวันนั้นว่างเปล่า ไม่มีใครสนใจว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะลงมารับประทานอาหารหรือไม่ดังเช่นทุกที

 

                โทรศัพท์สำนักงานส่งเสียงร้องลั่นแต่เช้า คนที่เพิ่งมาถึงพอดีกระวีกระวาดรับสาย นึกแปลกใจครามครันว่าใครโทร. มาก่อนเวลาเข้างานปกติ

                พี่มด วันนี้ผมขออนุญาตเข้างานสายหน่อยนะครับ ปลายสายกล่าวร้อนรน

                มีอะไรหรือเปล่าประกอบ

                ป้าผมถูกรถชนครับ

                หากว่ายังคงมีความง่วงงุนหลงเหลืออยู่ มุทิตาแน่ใจว่าตนได้ตื่นเต็มตาก็คราวนี้

                แล้วป้าเป็นไงบ้าง ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน

                ป้ายังพอมีสติครับ ตอนนี้ผมอยู่โรงพยาบาล แต่อาจเข้าสายเพราะว่าต้องกลับไปดูแลยาย

                จ้ะ ไม่ต้องห่วงทางนี้นะ หยุดจนกว่าทุกอย่างเรียบร้อยยังได้

                ขอบคุณครับพี่มด อีกฝ่ายเอ่ยอย่างซาบซึ้ง เมื่อโล่งใจไปเปลาะหนึ่งจึงกลับมาพูดเก่งอย่างเคย เมื่อกี้ผมโทร. เข้ามือถือพี่แต่ไม่มีสัญญาณ โทร. เข้าเครื่องพี่หนูนาก็สายไม่ว่าง เลยลองเสี่ยงโทร. มาที่นี่ดู ไม่คิดว่าจะมีคนรับเพราะเช้าอยู่เลย โชคดีจริงๆ

                เครื่องพี่ไม่ค่อยดี ถ้าป้าของประกอบเป็นอย่างไรอย่าลืมส่งข่าวพวกพี่ด้วยนะ แล้วเย็นนี้พี่จะแวะไปเยี่ยม

                ครับ รับคำแล้ววางสาย

                ปกติแล้วหากเธอกลับไปนอนที่บ้าน ทุกเช้าก่อนไปทำงานมุทิตาจะแวะไปรับหนูนาก่อนเสมอ เว้นแต่วันนี้ที่เธอต้องการประวิงเวลาเผชิญหน้าออกไปให้นานที่สุด หญิงสาวจึงตรงมายังที่ทำงานแทน

                คนมาก่อนต้องเผชิญกับสายตา ตัดพ้อ ซึ่งหนักไปทาง ต่อว่า หลังจากนั้นไม่กี่นาที หนูนาหอบหิ้วท้องแก่ผลักกระจกใสเข้ามา สามีของเพื่อนก้มศีรษะทักทายก่อนกลับออกไปเมื่อแน่ใจว่าภรรยาของตนมีคนอยู่เป็นเพื่อนแล้ว มุทิตาชิงเล่าข่าวอันน่าตกใจของประกอบขึ้นเสียก่อน หวังเบี่ยงเบนความสนใจของคนเพิ่งมาถึงไปยังเรื่องนั้นแทน

                หนูนา ป้าของประกอบถูกรถชน ประกอบโทร. มาบอกว่าอาจเข้าสาย

                ตายจริง! แล้วเป็นอะไรมากไหม ตื่นตกใจจนลืมความขุ่นข้องหมองใจไปสนิท

                ประกอบบอกว่ายังพอมีสติอยู่บ้าง ตอนนี้ถึงมือหมอแล้ว

                เฮ้อ มีเรื่องให้หัวใจจะวายแต่เช้า เจ้าเด็กนี่ก็ถีบอยู่ได้ คนท้องทิ้งตัวลงนั่งอย่างน่าหวาดเสียว

                หนูนา ค่อยๆ นั่งซี

                ยุ่ง

                คนเป็นห่วงเม้มปากอย่างน้อยใจ มากกว่าน้อยใจเพื่อนคือน้อยใจในโชคชะตา เธอไม่เคยรู้สึกเคว้งคว้างเท่านี้มาก่อนเลย หญิงสาวรีบหมุนเก้าอี้กลับโต๊ะของตนก่อนน้ำตาจะหยาดหยดลงมา

                เหมันต์...ชื่อของพี่ชายแสนดีผุดขึ้นมาเป็นคนแรกทุกครั้งยามมีปัญหา ทว่าคราวนี้เธอต้องสลัดชื่อนั้นทิ้งเสีย เมื่อนึกได้ว่ามารดาบุญธรรมคงระบายเรื่องราวทั้งหมดกับเพื่อนรักเรียบร้อยแล้ว และวันทนาคงไม่รอช้าที่จะบอกเล่าแก่ลูกชายซึ่งแวะไปเยี่ยมพอดี มือบางกำปากกาแน่น ดวงตาพร่าเลือนไม่อาจจับตัวเลขหลายหลักบนหน้ากระดาษได้

                โอ๊ย!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจากทางด้านหลังเรียกสติคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงคำนึงกลับมา

                มุทิตาหันขวับแต่เพื่อนสาวไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ เธอกำลังประคองครรภ์เดินชิดกำแพงออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้าเหยเก ก่อนที่ร่างอวบอูมจะทรุดลงกองกับพื้นช้าๆ

                หนูนา! เจ็บท้องหรือหนูนา

                มด ช่วยเราด้วย โอ๊ย...

                ใจดีๆ นะหนูนา ปล่อยแขนเราก่อน เราจะโทร. บอกพี่ก้อง

                ไม่เอา แกอย่าทิ้งฉันนะมด ฉันกลัว หนูนาปล่อยโฮ น้ำหูน้ำตาไหลพรากปะปนเหงื่อกาฬจนไม่อาจแยกได้

                หญิงสาวลูบหน้าเปียกชื้นของเพื่อนพลางเอ่ยตอบ เราไม่ทิ้งแกหรอก ปล่อยมือก่อนนะหนูนา เราลุกไปหยิบโทรศัพท์ตรงนี้เอง นะ

                คนท้องยอมปล่อยเพราะรู้สึกเจ็บแปลบรุนแรงจนต้องใช้มือกุมครรภ์ใหญ่แทน มุทิตาวางหูแล้วกลับลงนั่งข้างเพื่อนซึ่งเอนลงบนพื้น ใจชื้นขึ้นมาบ้างเมื่อรู้ว่าความช่วยเหลือกำลังมา

                หายใจช้าๆ ลึกๆ นะหนูนา พี่ก้องกำลังไปยืมรถเพื่อนเดี๋ยวนี้ อดทนอีกนิดนะ

                มด มันเจ็บ ไม่ไหวแล้ว เหมือนตัวจะแตกอยู่แล้วมด

                ทำใจดีๆ ไว้ แกต้องไม่เป็นไร หายใจพร้อมเรานะหนูนา เหมือนที่เคยฝึกด้วยกันไง เธอสูดหายใจเข้าลึกและหนูนาก็ยอมทำตาม

                โอ๊ย!” คนเจ็บท้องคลอดกรีดร้องสุดเสียง

                หนูนา เป็นอะไรหนูนา

                เลือด...เลือดใช่ไหมมด อะไร...อะไรแฉะๆ ตรงขาฉัน

                มือบางสั่นระริกเมื่อลดสายตาลงต่ำและเหผ็นน้ำเจิ่งนองพื้น

                ไม่ใช่ คงน้ำเดินน่ะ อย่า...อย่าลุกนะหนูนา เดี๋ยวพี่ก้องก็มาแล้ว แกต้องอดทนนะ

                ฉันขอโทษ...ขอโทษที่ว่าแกตอนนั้น แกไม่โกรธฉันใช่ไหม

                ไม่... ไม่เลย อย่าร้องไห้ซี่ เรามาหายใจพร้อมกันใหม่อีกทีนะ

                เวลาผ่านไปนาทีต่อนาที ความหวาดกลัวก็เข้าเกาะกุมจิตใจเมื่อความช่วยเหลือยังมาไม่ถึง ที่สุดจึงน้ำตาไหลลงมาอย่างไม่อาจควบคุม

                เราเสียใจ โอ๊ย! เราไม่อยากให้มดเป็นแบบเรา เราไม่ได้โกรธแกจริงๆ หรอกนะ แกเข้าใจใช่ไหมมด

                เราเข้าใจ...หนูนา เราดีใจที่หนูนาไม่โกรธเราแล้ว แต่ตอนนี้แกต้องเชื่อเราก่อนนะ หายใจเข้าลึกๆ พูดพลางบีบมือเพื่อนกระตุ้นให้ทำตาม

                ขณะที่กำลังซับเหงื่อให้อยู่นั้นรถยนต์คันหนึ่งก็แล่นอย่างรวดเร็วมาจอดหน้าตึกแถว พยาบาลจำเป็นแทบจะกระโดดตีอกชกหัวทันทีที่เห็นชายหนุ่มรูปร่างสันทัดซึ่งนับวันเธอก็ยิ่งมองเห็นความดีของเขาลงจากรถมา

 

                ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่สามารคลายความร้อนรุ่มในใจคนได้ มุทิตานั่งไม่ติดหลังเพื่อนสาวถูกเข็นหายเข้าไปหลังประตูบานใหญ่นานราวชั่วกัปชั่วกัลป์ ส่วนก้องภพก็นั่งกุมมือของตนแน่นพลางถอนใจครั้งแล้วครั้งเล่า

                อ้าว เหม ไหนว่าวันนี้หยุดไงวะ

                พอดีมีธุระน่ะ ชายหนุ่มหยุดตอบเพื่อนสนิทก่อนแลเลยไปยังร่างแบบบางซึ่งเขารู้สึกว่ามันบางลงไปอีก ยืนหันหลังให้อยู่ไกลๆ

                แพทย์หนุ่มในชุดสีเขียวมองตาม นั่นน้องนายนี่นา มาทำอะไรตรงนี้

                เพื่อนเขากำลังจะคลอด นายใช่หมอเธอหรือเปล่า รีบไปสิ

                ไม่ใช่เว้ย

                เออ งั้นแยกกันตรงนี้แหละ

                เหมันต์กลับมาก่อนกำหนดการเดิมซึ่งตั้งใจว่าจะกลับเย็นนี้ มารดาของเขาเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เขาฟังเมื่อเช้านี้ ตามที่เพื่อนของท่านโทร. มาระบาย แต่ชายหนุ่มไม่เชื่อ ต้องมีบางสิ่งผิดพลาดและเขาก็รีบกลับมาเพื่อฟังคำอธิบายจากเธอ

                ทว่าเมื่อไปหาหญิงสาวที่ที่ทำงานก็พบว่าประตูกระจกติดฟิล์มทึบถูกคล้องกุญแจไว้ สตรีวัยกลางคนเจ้าของร้านข้าวแกงใกล้ๆ จึงกรุณาบอกว่าเจ้าของตึกแถวคูหานั้นหายไปไหน

                มด

                พี่เหม... คนที่กำลังยืนคว้างหมุนตัวกลับมาสวมกอดพี่ชายทันที

                เหมันต์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่มือหนาจะยกขึ้นลูบเรือนผมอย่างอ่อนโยน เสียงสะอื้นลอดออกมาจากแผ่นอกกว้างของเขาแผ่วเบา

                ไม่เป็นไรนะ หนูนาต้องปลอดภัย ถ้อยคำปลอบประโลมไม่ต่างจากที่เคยใช้เมื่อวันวาน

                แต่หนูนาเข้าไปนานแล้ว มดกลัว หนูนาดูเจ็บมากจริงๆ นะคะ มดกลัว... ไม่อยากให้เป็นแบบ...แบบแม่เวฟ นี่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยด้วยซ้ำ

                เธอคงกลัวมากจริงๆ นั่นแหละถึงได้พูดกระโดดไปกระโดดมาแบบนั้น ซ้ำร่างบางซึ่งบางแสนบางราวกับจะจมหายไปในอ้อมกอดเขายังสั่นราวลูกนก เหมันต์สะท้านใจด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งวาบหวามตามประสาชายหนุ่มที่พึงใจในหญิงสาว และเป็นห่วงระคนเอ็นดูในฐานะพี่ชาย

                อย่าพูดแบบนั้น...รู้ไหม การแพทย์สมัยนี้ก้าวหน้ามากแล้ว เพื่อนของมดต้องปลอดภัย เชื่อพี่นะ

                ราวกับคำรับรองนั้นศักดิ์สิทธิ์ มุทิตาผละออกจากอ้อมกอดนั้นทันทีที่ได้ยินเสียงประตูเปิดออกมา

                คุณพ่อได้ลูกแฝดค่ะ แฝดชายหญิงด้วยนะคะ คุณแม่ปลอดภัยดี

                หูแว่วเสียงหวานดั่งเสียงนางฟ้าบนสรวงสวรรค์รายงานข่าวดีแก่ชายหนุ่มซึ่งเอาแต่นั่งก้มหน้าภาวนาตลอดเวลา มุทิตาตั้งใจจะหันไปยิ้มให้กับเจ้าของวาจาอันศักดิ์สิทธิ์นั้น ทว่าความมืดก็เข้าครอบคลุมอย่างรวดเร็ว

 ..............................................................

          ฮือออ เกิดอะไรขึ้นกับมด มาติดตามกันต่อบทหน้านะคะ

          ไรต์จะอัปจนจบบทที่ 18 เป็นบทสุดท้าย ขอฝากผลงานใหม่ที่กำลังอัปต่อไปด้วยนะคะ

          https://writer.dek-d.com/dekd/writer/view.php?id=1690437


          ป.ล. ตอนนี้มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกลุ้นหนังสือนิยายเรื่อง #ฟ้าหลงจันทร์ ในเพจของไรต์ เชิญชวนทุกคนนะคะ 

https://www.facebook.com/bhapimol.pimolbha/photos/a.694414810589573.1073741829.684764078221313/1646016618762716/?type=3&theater



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

81 ความคิดเห็น