คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Be My Home [#JinMark] Be My Home [#JinMark] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
* บทความนี้เป็นเพียงเรื่องในจินตนาการ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลที่ปรากฏในเรื่องนะคะ


สวัสดีค่ะ

กลับมาพร้อมกับเรื่องสั้นแบบไม่มีสาระอะไรเลย แต่งเอาฟิน 5555

ไม่มีอะไรจะเกริ่นค่ะ แค่อยากบอกว่าคิดถึงคนอ่าน งานเข้าเยอะมาก ซิกๆ แต่ก็ทยอยเขียนทั้งเรื่องเก่าที่ค้างคา และเรื่องใหม่ที่ไม่รู้อนาคตว่าจะได้ลงหรือไม่อยู่นะคะ (ฮะ! นี่ยังจะเขียนเรื่องใหม่อีกเหรอ? ของเก่ายังไม่จบเลยนะ!!!)

ถึงหลังๆ จะหนีไปฟินบีมาร์คกับแบมนยองมากขึ้น แต่ก็ยังมั่นคงกับมัคจินและจินมัคนะคะ

ก็แค่ฟิน ไม่ได้จิ้นจริงจังอ่ะเนอะ อิอิ โฮกกกกก

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 มี.ค. 60 / 01:51


เพราะรถเสียกลางทาง จึงต้องเดือดร้อนจินยองขับรถมาส่ง

เกือบสองปีแล้ว ที่พวกเราต่างแยกย้ายกันออกมาทำผลงานเดี่ยว

เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน

และเมื่อแจ็คสันกับแบมแบมรับงานคู่กันที่เกาหลี ทำให้พวกเราทั้งเจ็ดคนมีโอกาสพบปะสังสรรค์พร้อมหน้าพร้อมตาเป็นการส่วนตัวอีกครั้ง

ถึงแจ็คสันจะอยู่จีนและแบมแบมอยู่ไทยเสียส่วนใหญ่ แต่คนที่หายหน้าหายตาไปมากที่สุดกลับกลายเป็นจินยอง บุคคลที่ขึ้นแท่นนักแสดงคิวทองสุดฮ็อตเป็นที่เรียบร้อย

จริงสิ

'วันหยุดของผมน่ะเหรอ... ขอออกเดินทางคนเดียว หรือไม่ก็ไปกับใครก็ได้ที่ไม่ใช่คนในวง ผมอยู่กับเจ้าพวกนี้มาทั้งวันทั้งคืนแล้ว เบื่อแล้วครับ ขอไปเจอใครใหม่ๆ ดีกว่า'

สมัยก่อน จินยองเคยให้สัมภาษณ์แบบนั้นนี่นา

จึงไม่น่าแปลกใจ ถ้าคนที่คอยเอาใจใส่คนรอบข้างอยู่เสมออย่างหมอนั่น จะปลีกวิเวกทันทีเมื่อมีโอกาส ยิ่งเพิ่งแยกย้ายกันแบบนี้ จินยองคงกระตือรือร้นกับโลกกว้างที่ได้เจอผู้คนใหม่ๆ มากหน้าหลายตามากกว่าอาลัยอาวรณ์ยึดติดกับคนที่กินนอนอยู่ร่วมกันจนเอียนมาหลายปี

'ให้เลือกเป็นแฟนกับหนึ่งในสมาชิกเหรอ... ไม่ล่ะครับ ผมหาได้ดีกว่าเจ้าพวกนี้แน่ๆ'

นั่นก็เป็นอีกคำพูดของมนุษย์แฟนเซอร์วิสที่ชอบเล่นกับหัวใจคนอื่นด้วยการสกินชิปกับคนรอบข้างไปทั่ว

'ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจและยอมรับว่า... สักวัน พวกเราก็ต้องแยกย้ายกันไปอยู่ดี'

หนึ่งในคำพูดชวนใจหายด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังเพื่อเตือนสติแฟนคลับ

ใช่แล้ว พวกเรารวมตัวกันเพื่อช่วยกันผลักดันความฝันของแต่ละคนให้เป็นความจริง

และตอนนี้ก็ดูเหมือนจะบรรลุเป้าหมายกันแล้ว มันจึงถึงเวลาที่ต้องก้าวต่อไปข้างหน้าตามวิถีของแต่ละคนเสียที

นอกจากแจ็คสันและแบมแบมที่กลายเป็นขวัญใจสาวๆ ในเอเชีย แจบอมกับยองแจก็ได้ร้องเพลงและทำผลงานด้านนี้ในฐานะนักร้องเดี่ยวอย่างเต็มตัว ยูคยอมเองก็ได้ร่วมงานกับศิลปินดังๆ ทั้งในและต่างประเทศมากมาย ส่วนผมก็ยังเวียนว่ายอยู่ในแวดวงนี้ตามแต่โอกาสที่เข้ามาจะอำนวย

จินยองไม่รู้หรอก... เหตุผลที่ผมยังไม่ไปจากเกาหลี...

ผมแค่อยากเฝ้ามองเขา

ผมอยากอยู่ในทุกๆ ที่ที่สามารถส่งแรงใจไปถึงเขาได้ รับรู้ความเป็นไปของเขาตลอดเวลา แม้ในความเป็นจริง เราทั้งคู่ดูเหมือนงานยุ่งและไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันก็ตาม

ผมมันก็แค่คนที่ยึดติดกับอดีตคนหนึ่ง

หลังจากพวกเราแยกย้ายกันออกมา ความสัมพันธ์ของผมกับเขาในฐานะคู่จิ้นก็ไม่มีความหมาย

พวกเราเหลือเพียงความเป็นพี่น้องและเพื่อนสนิทไว้เท่านั้น

เกือบสองปีที่ผ่านมา มีดาราสาวมากมายที่กลายเป็นคู่ขวัญของเขาจากผลงานต่างๆ แทนผมไปเรียบร้อย

เขาเองก็แสดงออกได้สมบทบาท ปราศจากเยื่อใยให้กับคู่จิ้นในอดีตโดยสิ้นเชิง

สมกับเป็นนักแสดง พัค จินยอง

แฟนคลับในเวลานั้นสำคัญที่สุดเสมอ

เขายอมทำทุกอย่าง เพื่อสร้างความสุขและความประทับใจให้กับผู้คนๆ โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะหวั่นไหวกับการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเขาหรือไม่

ผมรู้ซึ้งถึงนิสัยของเขาดี

ความอบอุ่นอ่อนโยนของจินยอง แม้ไม่ใช่ของปลอม แต่ก็ห้ามตกหลุมพรางเป็นอันขาด

ตลอดหลายปีที่เราได้อยู่ด้วยกัน ผมต้องเตือนสติตัวเองเรื่อยมาว่าสิ่งที่เขาทำเป็นพียงแค่งาน ถึงแม้ผมจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ แต่ก็ต้องห้ามความคิดเลยเถิดที่จะทำให้ตัวเองเสียใจอย่างเด็ดขาด

จินยองก็เป็นแบบนั้นกับทุกคนนั่นแหละ

ผมไม่ได้พิเศษไปกว่าใคร...

หลังจากประตูรั้วเปิด จินยองก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดถึงหน้าประตูบ้าน

"ขอบใจนะ ต้องลำบากนายเลย"

ผมปลดเข็มขัดนิรภัย

"บ้านใหม่น่ารักดีนะ" เขาเงยหน้าสำรวจผ่านกระจกหน้าของรถ "กะทัดรัดดี มีสวนด้วย"

"ยิ่งเล็กยิ่งดี ขี้เกียจทำความสะอาด"

จู่ๆ มือใหญ่ก็คว้าแขนขณะผมกำลังจะเปิดประตูรถ

"ลงมือทำความสะอาดเองเลยเหรอ"

ผมหันกลับไปมองอย่างงงๆ

"อือ... ถ้าไม่ทำเอง... แล้วใครจะทำล่ะ"

สายตาของจินยองที่มองมา ราวกับไม่ได้ตั้งใจจะถามคำถามเมื่อกี้

ดวงตากลมที่ดูอ่อนโยนนั้นจ้องหน้าผมนิ่ง

ทว่าผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่ดูใสซื่อไม่เคยเปลื่ยน

เขาคลายนิ้วมือออกจากผม

"ดึกมากแล้ว นายก็ขับรถกลับดีๆ ล่ะ"

"เย็นชาจัง... คนอุตส่าห์ตามมาจนได้ส่งถึงบ้าน แล้วก็ถูกถีบหัวส่งดื้อๆ ซะงั้น"

หืม? ตัดพ้ออะไรของเขา

"พรุ่งนี้นายมีงานแต่เช้าไม่ใช่เหรอ"

พูดเองนะ ตอนที่นั่งดื่มด้วยกัน

"เดี๋ยวก่อน... เมื่อกี้นายบอกว่าขับรถตามมางั้นเหรอ"

"ฉันก็แค่อยากรู้ว่าฮยองย้ายไปอยู่ที่ไหน"

หัวใจผมเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ

"แค่ถาม ฉันก็จะส่งโลเคชั่นไปให้ ไม่เห็นต้องขับตามให้เสียเวลาเลย"

ผมน่าจะนึกเอะใจตั้งแต่ตอนที่เขาขับรถมาเทียบรถของผม

บ้านของจินยองอยู่คนละโซน เขาเคยบอกผมตอนโทรมาปรึกษาเรื่องหาบ้านใหม่

"แต่ถ้าฉันไม่ขับตามมา ก็คงพลาดโอกาสเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาส่งเจ้าหญิงถึงบ้านนะ"

"เพ้อเจ้ออะไรของนายเนี่ย" ผมหัวเราะ

แล้วเขาก็ดับเครื่องยนต์ซะงั้น

"มาร์ค... แถวนี้มีร้านสะดวกซื้อมั้ย"

"หืม นายจะเอาอะไร"

"จู่ๆ ก็อยากกินไอติมช็อกโกแลตน่ะ"

ไอติมช็อกโกแลต? ตอนตีสองกว่าๆ เนี่ยนะ?

"เลี้ยวขวาออกจากรั้ว เลี้ยวขวาที่แยกอีกที ร้านอยู่ตรงปากซอยพอดี เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง"

จินยองบึนปากเหมือนเด็กแสนงอน

"เลี้ยงหน่อยสิ อุตส่าห์ขับรถมาส่งนะ" ยังทวงบุญคุณไม่เลิก

กระนั้นเสียงของเขาก็ออดอ้อนอยู่ในที น่าเอ็นดูเสียจนผมต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ


แล้วผมก็เดินออกมาซื้อไอศกรีมกับเขาจนได้

พวกเรากลับมานั่งหน้าบ้าน เงยหน้ามองหมู่ดาวที่ไม่ค่อยจะเห็นเพราะมีเมฆบัง

"เดทแรกของพวกเราก็กินไอติมกันดึกๆ แบบนี้เนอะ"

ผมหันกลับไปมองคนพูดด้วยแววตาฉงน

"เดท?"

จินยองหันมาอย่างขุ่นเคือง

"อะไรกัน อย่าบอกนะว่าจำไม่ได้ เมื่อก่อนฮยองพูดถึงอยู่บ่อยๆ"

"นั่นเขาเรียกว่าเดทเหรอ"

ผมเสตามองทางอื่น

อันที่จริงผมก็แอบโมเมในใจว่าเป็นเดทนั่นแหละ

"นัดเจอกัน พาไปเลี้ยงไอติม ดูดาวด้วยกัน แล้วก็เช็ดปากให้แบบนี้"

เขายื่นนิ้วมาปาดคราบไอศกรีมบนริมฝีปากผมเบาๆ แล้วเลียราวกับเป็นเรื่องปกติ

ผมรีบเอาหลังมือเช็ดซ้ำ

หัวใจเต้นโครมคราม

"กินไอติมทีไร เลอะเทอะทุกที"

"ใครจะไปกินเรียบร้อยแบบพระเอกอย่างนายล่ะ ฉันก็มูมมามแบบตัวร้ายนี่แหละ"

เขาหัวเราะเบาๆ ดวงตาหยี ใบหน้าใสนั้นเหมือนเด็กจนผมคันมือนึกอยากหยิกแก้มขึ้นมา

"ตัวร้ายอะไรกัน ฮยองเหมือนเด็กมากกว่านะ"

กลายเป็นว่าดันถูกสวนกลับมาด้วยคำพูดเดียวกับที่คิดต่อเขาซะงั้น

"นายก็ชอบทำตัวแก่ใส่ฉันอยู่เรื่อย" ผมจิกกัดเขากลับบ้าง

"ฉันชอบฮยองที่เป็นแบบนั้นนะ... จะได้คอยดูแล"

หืม?

อะไรกัน จู่ๆ ก็พูดคำเลี่ยนๆ ออกมา

เล่นเอาผมไปต่อไม่ถูก

จินยองเป็นแบบนี้อยู่เรื่อย เวลาโต้เถียงกันแล้วผมแรงใส่ เขาก็มักจะขมวดปมด้วยความอ่อนโยนใจดีให้ผมใจอ่อนยวบเสมอ

ผมได้แต่หลุบสายตามองทางอื่น

จะให้เขาเห็นความเขินในแววตาของผมไม่ได้ เดี๋ยวจะรู้ว่าผมคิดต่อเขาเกินเลย

คิดมานานแล้ว

และระยะห่างระหว่างพวกเราก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกนั้นลดน้อยลงแม้แต่นิดเดียว

"ไม่คิดจะอวดบ้านใหม่หน่อยเหรอ"

จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้น

"ดึกแล้ว นายน่าจะอยากรีบกลับมากกว่า"

ที่ไม่เคยกล้าออกปากชวน เพราะพยายามหักห้ามใจต่างหาก

ใจจริงผมอยากให้เขาเข้ามาแทบตาย

"เหรอ... นึกว่าเกรงใจคนที่อยู่ด้วยเสียอีก"

อย่าคิดว่าผมไม่รู้ หมอนั่นกำลังหลอกถามว่าผมมีผู้หญิงอยู่ด้วยหรือเปล่าสินะ

เสียใจด้วย...

"ฉันอยู่คนเดียว"

เขาทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ

กระนั้น ต่อให้เป็นนักแสดงเจ้าบทบาทแค่ไหน แต่สีหน้าแบบนั้นแม้แต่เด็กอนุบาลก็ยังดูออกว่าแกล้งทำ

"ไม่เหงาแย่เหรอ เมื่อก่อนฮยองชอบมานอนห้องฉันบ่อยๆ นึกว่าเป็นพวกขี้เหงาเสียอีก"

"นายก็เหมือนกัน ปากก็บอกว่าชอบอยู่คนเดียว แต่พอแยกวงกลับพานางแบบเข้าบ้านบ่อยๆ ซะงั้น"

จินยองทำตาโตใส่ผม นิ่งอึ้งไปหลายวินาที

"ไปเอามาจากไหน"

แย่แล้ว ไม่ได้ตั้งใจจะหลุดปากออกไปเลย

"ก็... ได้ยินมาจากคนแถวๆ นั้น"

บ้านปัจจุบันของจินยองแวดล้อมด้วยเหล่าคนในวงการบันเทิง แน่นอนว่าหน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง ต่อให้เขาปิดข่าวได้แนบเนียนขนาดไหน แต่สักวันก็ต้องมีคนแพร่งพรายออกไปจนได้

จินยองเองไม่เคยมีข่าวเรื่องชู้สาวกับใครมาก่อน

พอได้ยินข้อมูลแบบนี้ ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า บางที... คนคนนี้อาจจะเป็นตัวจริง

พยายามยินดีกับเขาอยู่ในใจหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเสียที

จินยองฟุบหน้าลงบนฝ่ามือ ถอนหายใจออกมาเบาๆ

"นายปิดข่าวได้ไม่นานหรอกนะ" ผมเตือน

รู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยของตัวเอง

"ไม่ได้อยากปิดข่าว อันที่จริง ฉันอยากพูดความจริงออกมาให้หมดเปลือกเลยต่างหาก"

ผมซ่อนความเจ็บปวดในแววตาไว้ให้มิดชิดที่สุด

"ถ้าบอกความจริงออกไป ฝ่ายหญิงน่าจะดีใจนะ คนเราคบกันก็อยากได้สถานะที่ชัดเจน"

"ฉันเองก็อยากได้สถานะที่ชัดเจนนะ เบื่อหน่ายกับความคลุมเครือเต็มที"

"งั้นก็ทำให้ชัดเจนสิ" ผมสวนกลับไป

"ฮยองต้องการแบบนั้นเหรอ"

ผมนิ่งงันราวกับถูกชกหน้าด้วยคำพูดที่ตอบกลับมา

หรือเขารู้แล้วว่าผมคิดยังไง

แสดงว่าที่ผ่านมาก็แค่ไม่อยากหักหาญจิตใจของผมสินะ

"เรื่องของนาย ไม่เกี่ยวกับฉันเสียหน่อย"

ผมพยายามใจแข็ง

ไม่ได้... อย่าให้จินยองต้องไม่มีความสุขเพราะมัวแต่เกรงใจผมเลย

บางที ถ้าเขาลงเอยกับใครอื่น ผมอาจตัดใจได้ง่ายกว่านี้... และตัดสินใจกลับอเมริกาได้เด็ดขาดกว่านี้

จินยองเงียบไปครู่ใหญ่ ทำเอาผมใจหายวาบอยู่ลึกๆ

โต้กลับแรงไปรึเปล่า

ผมไม่ทันได้คิดว่าคำพูดนั้นมันอาจเหมือนผลักไสจินยองทั้งในฐานะเพื่อนและพี่ชายด้วยเช่นกัน

ทั้งที่เขาอุตส่าห์วางใจผม

แต่มันเรื่องจริงนี่นา... เขาจะคบหากับใครก็ไม่เกี่ยวกับผม

"ใจร้ายชะมัด" ในที่สุดเขาก็พูดออกมา

นายต่างหากที่ใจร้าย... จินยอง

ผมอยากสวนคำนั้นกลับไป แต่ก็ต้องกลืนมันไว้ไม่ให้หลุดออกมา

"ฉันง่วงแล้ว นายเองก็มีงานแต่เช้าไม่ใช่เหรอ" ผมเฉไฉ พลางลุกขึ้นยืน

"หนีอีกแล้ว เพราะฮยองเอาแต่หนี ฉันถึงหาบทสรุปไม่ได้เสียที"

"ไม่ได้หนี แต่ไม่ว่าจะเรื่องย้ายบ้านหรือคนรัก มันเรื่องของนายทั้งนั้น ฉันทำได้แค่เป็นที่ปรึกษา ให้ช่วยสรุปคงไม่ได้หรอกนะ"

"ทั้งเรื่องย้ายบ้าน แล้วก็เรื่องคนรัก สำหรับฉันเกี่ยวกับฮยองทั้งนั้น ฉันก็ต้องให้ฮยองช่วยสรุปสิ"

จู่ๆ ในหัวของผมก็ย้อนนึกถึงบนทสนทนาทางโทรศัพท์ในวันนั้น

'ย่าน OOO เหรอ... ดีจัง ฉันก็อยากย้ายไปอยู่แถวนั้น เบื่อห้องแล้ว อยากได้บ้านเป็นหลังบ้าง'

'แถวที่นายอยู่ก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เพื่อนฝูงก็อยู่กันเยอะ'

'ฉันไม่ได้อยากอยู่กับเพื่อนฝูง ฉันอยากอยู่บ้านที่เป็นบ้าน ฮยองก็รู้ว่าฉันอยู่กับเพื่อนฝูงมานานแล้ว'

ผมหัวเราะพลางส่ายหน้าเบาๆ 'ถ้านายย้ายไปแถวนั้น นายก็เจอเพื่อฝูงอีกอยู่ดี'

'ใครอ่ะ'

'ก็ฉันไง'

น่าจะเป็นอีกคนที่เขาอยากหนีไม่ใช่เหรอ กินนอนด้วยกันมาตั้งหลายปี

'อย่างน้อยก็ไม่เยอะเหมือนแถวนี้'

'งั้น ฉันจะแนะนำบริษัทหาบ้านที่รู้จักกันให้นะ ประธานบริษัทเป็นเพื่อนของพ่อฉันเอง อยากได้แบบไหนปรึกษาได้เลย'

หลังจากการคุยกันคราวนั้น ผมก็ส่งรูปถ่ายของนามบัตรคนที่ติดต่อไปให้เขา

แล้วพวกเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย จนกระทั่งวันนี้

"บ้านที่ฉันอยากได้ มีเพียงแบบเดียวเท่านั้น และก็ไม่มีบริษัทไหนหาให้ฉันได้"

นัยน์ตาทอประกายที่มองตรงมายังผม ทำให้รู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก

ทำไมผมถึงไม่กล้าจ้องตอบกลับไปนะ

ผมแค่ช่วยแนะนำบริษัทหาบ้านให้เขาเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย

"งั้นนายคงต้องจ้างสถาปนิกแทนแล้วล่ะ อยากได้แบบไหนก็ให้เขาออกแบบให้เลย"

"มาร์ค" จินยองเรียกผมแค่สั้นๆ

"จริงสิ" ผมนึกขึ้นได้ "พ่อฉันรู้จักสถาปนิกเก่งๆ นะ ถ้ารู้ว่าได้ออกแบบบ้านคนดังในเกาหลีพวกเขาต้องยินดีรับงานแน่ๆ ฉันจะลองถามให้แล้วกะ..."

คำพูดของผมถูกขัดด้วยไออุ่นที่จู่โจมเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว

เบื้องหน้าของผมคือใบหน้าระยะประชิดของจินยอง

ริมฝีปากของพวกเรากำลังแนบสนิท ลมหายใจของเรากำลังสอดประสาน

ผมได้แต่ตกตะลึงตัวแข็งทื่ออยู่นาน

กว่าจะรวบรวมสติได้ กลีบปากของเขาก็ขยับอย่างนุ่มนวล และค่อยๆ ถือวิสาสะดูดผิวเนื้ออ่อนจนได้ยินเสียงชวนจั๊กจี้

"จินยอง..." ผมเรียกชื่อของเขาเสียงแผ่วทั้งที่ยังถูกพันธนาการด้วยจุมพิตที่หนักหน่วงและจริงจังขึ้นเรื่อยๆ

เราประสานสายตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่แพขนตาของเขาจะหลุบลง

รู้ตัวอีกที ผมก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยสมบูรณ์

เหมือนฝัน

จินยองกำลังจูบผม

ไม่ใช่ที่แก้มอย่างเช่นทุกที

สัมผัสนั้นกำลังยั่วให้อารมณ์ของผมกระเจิดกระเจิง

ความในใจของผม... กำลังจะระเบิดออกมา

"มาร์ค... ช่วยหาบ้านดีๆ ให้ฉันไม่ได้เหรอ ฉันอยากได้บ้านที่มีนาย"

"จินยอง..."

ผมได้แต่ระทดระทวยอยู่ในวงแขนของคนตรงหน้า

"แต่ว่า... นางแบบคนนั้น..."

อดลังเลไม่ได้

จินยองผละใบหน้าออกห่างเล็กน้อย เขาจ้องผมราวกับกำลังอ่านอะไรบางอย่าง ก่อนยิ้มบางๆ อย่างพึงพอใจ

"คิดถึงจัง... แววตาเวลาหึงของฮยอง"

หมายความว่าไง?

"นายคิดว่าพระเอกดาวรุ่งอย่างพัค จินยอง ถ้าคบกับใครจริงๆ จะรอดพ้นสายตาสื่อไปได้งั้นเหรอ"

จริงสิ ผมได้ยินเรื่องนางแบบคนนี้มาตั้งแต่ก่อนจะคุยกันทางโทรศัพท์คราวนั้นด้วยซ้ำ แต่กลับไม่มีกระแสใดๆ ออกมาเลยแม้แต่ในโลกโซเชียล

"เว้นเสียแต่ว่า... คนรักของฉันจะวนเวียนอยู่ที่ไหนสักแห่งรอบตัวอย่างแนบเนียน อย่างเช่น เป็นเพื่อนร่วมวงที่ไปไหนมาไหนด้วยกันได้โดยไม่มีใครสงสัย หรือเป็นพี่ชายที่ชอบมานอนบนเตียงของฉันโดยที่ไม่มีใครระแคะระคาย"

"นาย..."

"แฟนหนุ่มของนางแบบคนนั้นเป็นเพื่อนฉันเอง ตอนมาเยี่ยมที่บ้านก็มาด้วยกันทั้งคู่ หมอนั่นถูกใจห้องของฉันมาก พูดออกมาเล่นๆ ว่าจะขอซื้อต่อ แต่พอฉันได้ยินข่าวว่าฮยองจะย้ายบ้าน ฉันก็เลยคิดจริงจังว่าจะขายต่อให้เพื่อน"

"ฉันย้ายบ้าน แล้วเกี่ยวอะไรกับนายขายบ้านด้วยล่ะ"

"ฉันก็แอบมีความหวัง ว่าฮยองอาจจะชวนฉันไปอยู่ด้วย ถ้าฉันออกปากว่าจะย้าย แต่ที่ไหนได้... ฉันคงประเมินตัวเองสูงเกินไป ฉันคิดไปเองว่าฮยองก็มีใจให้ฉันมาตลอด เอาเข้าจริง ฮยองมันพวกชนแล้วหนีชัดๆ"

ชนแล้วหนี... เนี่ยนะ?

"ก็... ฉันกับนาย... อยู่ในฐานะคนออกปากชวนมาอยู่ด้วยกันได้ที่ไหนล่ะ"

"นั่นสินะ ฮยองพูดถูก... ฉันควรทำให้ชัดเจนเสียที"

นัยน์ตาที่หวานเยิ้มของจินยอง ทำให้ผมต้องหลบตาอีกครั้ง

"มาร์ค... กลับมาเป็นชีวิตประจำวันของฉันได้มั้ย"

อา... ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้ยินคำนี้

ตลอดมามีแต่ผมที่คิดว่าตัวเองคิดไปเองคนเดียว จนต้องคอยหักห้ามใจไม่ให้หลงรักเขามากเกินไป

จินยองจ้องหน้าผมด้วยสายตาที่รอคอยคำตอบ

"ในฐานะอะไร" ผมย้อนถาม

เพราะไม่มีวงแล้ว...

"เอาหัวใจคนอื่นไป ไม่คิดจะรับผิดชอบหน่อยเหรอฮยอง" เขายื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหู

"นี่ก็ดึกมากแล้ว..." ผมเฉไฉมองนาฬิกาข้อมือ

จินยองกระชับวงแขนรอบเอวผม

"ถ้าฮยองไม่ตอบ ฉันก็ไม่กลับหรอกนะ ที่บอกว่ามีงานเช้า ก็แค่ข้ออ้างเท่านั้นแหละ เห็นแบมแบมกับยูคยอมเมาจนคอพับแล้ว"

ริมฝีปากเนียนนุ่มนั้นเคลื่อนมาใกล้จนใจสั่น

"ไม่ได้จะไล่กลับ แค่คิดว่าเราควรจะ... เข้า... บ้าน..."

ผมได้แต่อ้อมแอ้มตอบกลับไป

อีกฝ่ายคลี่ยิ้มดีใจออกมา ดวงตาของเขาสุกสกาวข่มดาวทุกดวงที่ทอประกายหลังกลุ่มเมฆสูญสลายไปจากท้องฟ้า

"ในที่สุดก็ชวนเสียที"

เขาพรมจูบไปทั่วใบหน้าของผมอย่างลิงโลด

"เดี๋ยวสิ ยังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะ" ผมรีบยั้ง ทั้งที่หัวใจเต้นโครมคราม

"ไม่รู้ล่ะ คืนนี้จะค้าง"

"ก็บอกว่ายังไม่ได้ตอบตกลงไงเล่า" ผมขัดด้วยเสียงดุขณะพาตัวเองที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของเขาไปไขกุญแจบ้านอย่างทุลักทุเล

อย่างไรก็ตาม

ถ้าเป็นจินยองล่ะก็

อย่าว่าแต่คืนเดียวเลย

ให้อยู่ต่อไปตลอดชีวิต ผมก็ยอม


จบ.

ผลงานทั้งหมด ของ something to live and die for

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 18:05
    ชอบเรื่องสั้นJinNark ของไรท์ทุกเรื่องเลย อ่านแบ้วให้ความรู้สึกเป็นสีฟ้าสดใส มันไม่ได้หวือหวา แต่ให้ความรู้สึกโรแมนติก ชอบจินยองที่เป็นคนนิ่งๆ แต่ก็เหมือนเสือจอมร้ายกาจ
    ชอบมาร์คที่แลดูเหมือนทันคนแต่ก็ดูใสซื่อจนน่าเอาเปรียบ

    มีโอกาสเขียนJinMarkอีกนะคะ จะรอจิดตามค่ะ
    #5
    0
  2. วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 13:53
    พึ่งเข้ามาอ่านชอบมากกกกกกขอบคุณที่แต่งฟิคฟินๆนะคะ
    #4
    1
  3. #3 araununun (@araununun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 22:37
    เป็นจินยองที่โคตรจินยองเลยค่ะ
    เจ้าเล่ห์มากกกกก 555555
    ชอบความรุกหนักของคุณเสือ
    กับความเขินของคุณมาร์ค
    ฮื่อ น่ารัก
    /คุณแต่งอิงวงได้น่ารักมากที่สุดตั้งแต่เคยอ่านฟิคมัคจินมาเลยค่ะ
    #3
    1
    • #3-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 1)
      16 มีนาคม 2560 / 03:06
      ขอบคุณค่าาาา จริงๆ แล้วชอบแต่งอิงวงมากกว่าแต่งเป็นเรื่องอื่นอีกค่ะ แต่พอเขียนบ่อยๆ เข้ามันก็เบื่อ ต้องหาแนวอื่นมาคั่นล่ะ
      #3-1
  4. #2 chuichi (@chuichi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 03:21
    เขียนได้เป็นจินยองมากๆเลยค่ะ
    จากในมุมมองของมาร์คเราก็เห็นในแบบเดียวกันเป๊ะ
    เป็นพี่เสือใจร้ายจอมเจ้าเล่ห์
    น่าหมั่นไส้ชะมัดเลยค่ะ 5555

    เหมือนจะผลักไสแต่ก็ดึงรั้งไว้
    ทำดีด้วยแต่กับทุกคนก็เหมือนกัน จะให้หลงคิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษได้ยังไง
    มาร์คก็ต้องเลือกอยู่ในโซนปลอดภัยกับใจไว้ก่อนสิคะพี่จิน

    เอาแต่ทำตัวน่าหมั่นไส้แบบนี้เดี๋ยวก็ยุให้มาร์คหนีไปซบอกคนอื่นซะหรอก
    #2
    1
    • #2-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 1)
      7 มีนาคม 2560 / 04:26
      จริงๆ แล้วคนเขียนมีอารมณ์หมั่นไส้จินยองอยู่บ่อยๆ ค่ะ มันเลยออกมาแบบนี้ 5555 หมั่นไส้ความร้ายของจินยอง
      #2-1
  5. #1 bmkjj (@mkjj123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 09:16
    ฮือออ ดีใจแทบร้องที่ไรท์กลับมาแล้ว พออ่านๆไปชักจะร้องจริงๆละ แต่ละคำพูดของจินยองนั้นช่างทำร้ายจิตใจ แต่งได้แบบนิสัยจินยองยังงัยยังงั้นเลย ยังดีที่พี่มาร์คยังทำใจกลับอเมกาไม่ได้ ไม่งั้นคุณนักแสดงคนดังจะตามไปง้อได้อย่างไร อิอิ น่ารักค่ะ
    #1
    1
    • #1-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 1)
      6 มีนาคม 2560 / 17:45
      ฮือออ ดีใจที่มีคอมเมนต์ผู้อ่านเหมือนกันค่ะ หายไปนานจนนึกว่าต้องรอซักพักกว่าจะมีคนเข้ามาอ่านนิยายเสียแล้ว 5555
      #1-1