คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Sweetish Wicked You [#JinMark] Sweetish Wicked You [#JinMark] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
* บทความนี้เป็นเพียงเรื่องในจินตนาการ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลที่ปรากฏในเรื่องนะคะ


สวัสดีค่ะ

แว้บเอาฟิคสั้นมาแปะ สั้นมาก... ไม่มีอะไรเลย... เขียนย้อมใจในวันไร้โมเมนต์ มันก็เลยพลอยไร้สาระไปด้วย 555


เกริ่นแค่นี้แหละค่ะ :)



มีตอนต่อสั้นๆ 
มีความตั้งใจว่าจะไม่เอาลงในเด็กดี ขอเอามาซ่อนลิงค์ไว้นะคะ (แต่ยินดีต้อนรับคอมเมนต์ที่นี่ค่ะ)




เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ก.ย. 61 / 21:05


วันหยุดยาวกลางฤดูร้อนกำลังจะเริ่มขึ้น

บรรยากาศที่หอของเราเงียบเหงาลงทันใด

เมื่อวานแจบอม แจ็คสัน และแบมแบมต่างทยอยกลับบ้าน

พรุ่งนี้เช้าก็เป็นคิวของยูคยอม แล้วก็...

คนที่ผมกำลังช่วยจัดกระเป๋าให้

"ฝากสวัสดีคุณย่า แล้วก็กินของอร่อยๆ เผื่อฉันด้วยนะ จินยอง"

"ไม่ล่ะ พี่กินเยอะกว่าฉันตั้งหลายเท่า ขืนกินเผื่อก็ท้องแตกตายพอดี" เขาตอบเสียงเย็นชา ขณะวางเสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบในกระเป๋าเดินทาง

"นายไปแค่อาทิตย์เดียว ทำไมต้องหอบกระเป๋าไปใบใหญ่ขนาดนี้ด้วยล่ะ" ผมท้วง

"ทีพี่เดินทางแค่ไม่กี่วัน ยังเอาไปใบใหญ่กว่าฉันอีก" เขาสวนกลับ

ก็... มันใจหายนี่นา แค่สัปดาห์เดียวก็จริง แต่การเห็นเขาถือกระเป๋าใบโตๆ ออกจากหอไปโดยไม่มีผม แค่คิดความเหงาก็เข้าจู่โจมถึงขั้วหัวใจ

แล้วผมก็ยังไม่วาย มาช่วยเขาจัดกระเป๋าให้ตัวเองเจ็บปวดเล่นๆ อีก

"พี่มาร์ค... พอเถอะ"

จินยองเอื้อมมือมาจับข้อมือของผมไว้เป็นเชิงห้าม

เขาคงสังเกตความรู้สึกของผมได้จากแววตาและสีหน้าของผม

ซึ่งสาบานได้... ผมสะกดมันไว้แล้วนะ

"ถ้าพี่คิดจะถ่วงการจัดกระเป๋าของฉัน ขอร้องล่ะ ไปทำอย่างอื่นดีกว่านะ"

แง่ะ

"จินยอง ฉันอุตส่าห์มาช่วยนายนะ ไม่ได้เหรอ"

"ไม่ได้" เขาตอบกลับเสียงแข็ง

"ทำไมล่ะ"

"ก็พอฉันพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋า พี่ก็เอามันออก ฉันอดทนมองอยู่พักนึงแล้วนะ"

รู้ทันอีก

ก็ไม่อยากให้จินยองจัดเสร็จเลยนี่นา ถ้าถึงเวลาปิดกระเป๋าเมื่อไหร่ คงใจหายน่าดู

"ขอโทษ ฉันคงเบลอไปหน่อย" ผมแก้ตัวพลางหยิบเสื้อของเขากลับมาใส่ในกระเป๋าใหม่

"หยุด!!! หยุดเลย หยุดตรงนั้นแหละ" เขารีบห้ามทันใด

"อะไรอีก ฉันก็ขอโทษแล้วไง จะช่วยนายอย่างจริงจังแล้ว ฉันแพ็คของเก่งนะจะบอกให้"

"พี่เขยิบไปตรงนั้นเลย... หลังพิงกำแพงด้วย"

ผมยอมทำตามอย่างว่าง่าย... ก็ได้

"นั่นแหละ ดีมาก... ถ้าไม่อยากโดนไล่ออกจากห้อง ก็ช่วยอยู่เฉยๆ จนกว่าฉันจะจัดกระเป๋าเสร็จ โอเค้"

ผมเบะปาก ทำหน้าจ๋อย แล้วยอมพยักหน้า

วันพรุ่งนี้จินยองก็จะไปแล้วนี่นา อย่างน้อย... คืนนี้ผมก็อยากอยู่ใกล้ๆ เขาให้มากที่สุด

น่าอิจฉาจินยองจริงๆ เขากำลังจะได้กลับไปหาครอบครัวแล้ว

ถึงจะไม่ได้แสดงออกอะไรมากมาย แต่ผมก็รู้ว่าเขากำลังอารมณ์ดี บางทีเขาก็เผลอฮัมเพลงออกมาขณะหยิบของใส่กระเป๋าด้วย

ในขณะที่ผมต้องเดียวดายอยู่ที่หอนี่

ผมก็คิดถึงแอลเอเหมือนกันนะ

แต่ผมก็อยากกลับแอลเอโดยมีจินยองเดินทางข้างกายไปด้วยนี่นา

"ช่วยไม่ได้ ฉันถามพี่แล้วนี่ว่าจะไปด้วยกันรึเปล่า พี่ก็ตอบเองว่าไม่" จู่ๆ เขาก็โพล่งออกมาราวกับรู้ว่าผมกำลังคิดอะไร

"นายควรจะได้ใช้เวลาส่วนตัวกับครอบครัวบ้างไม่ใช่เหรอ"

ถ้าผมไป ก็จะเป็นการรบกวนที่บ้านของเขา พ่อแม่เขาก็ต้องคอยเกรงใจ ดูแลผม

อีกอย่าง จินยองกลับบ้านครั้งนี้ต้องไปดูแลคุณย่าที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ถ้าผมไปก็อาจจะเป็นภาระให้กับจินยองมากกว่า

"พูดยังกับพี่ไม่ใช่ครอบครัวของฉันงั้นแหละ" จินยองเอ่ยออกมาทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตาพับเสื้อผ้าราวกับไม่ได้คิดอะไร

แต่หัวใจของผมกลับพองโต ใบหน้าร้อนผ่าว อดคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้

ทว่า

"พวกเราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกันหมดไม่ใช่เหรอ"

จินยองชิงทำลายอารมณ์ดีใจจนเกือบออกนอกหน้าของผมเสียก่อน

"พี่ก็มาเที่ยวบ้านฉันได้ เหมือนกับตอนที่ยูคยอมไปเที่ยวบ้านพี่ที่อเมริกาไง"

"นะ... นั่นสินะ" ผมงึมงำออกไปด้วยสีหน้าเจื่อน

"นินทาอะไรผมเหรอ" ยูคยอมโผล่หน้าเข้ามาในห้องทันที

"เปล่า แค่บอกพี่มาร์คว่า ถ้าจะไปเที่ยวบ้านฉัน ฉันก็ยินดีต้อนรับ เหมือนที่นายไปเที่ยวบ้านพี่มาร์ค"

"นั่นสิ แล้วทำไมพี่ถึงไม่ไปล่ะ" เจ้าน้องเล็กหันมาถาม

"ฉันก็เกรงใจบ้านจินยองน่ะ อีกอย่าง ตัดสินใจกะทันหันก็คงไม่ดี"

"แต่พี่จินยองก็เคยชวนพี่มาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ น่าเสียดายออก ว่าแต่ทำไมคราวนี้พี่ไม่กลับบ้านล่ะ"

"ตั๋วเครื่องบินแพงมากเลย" ผมตอบอ้อมแอ้ม หลบสายตาเล็กน้อย "อีกอย่าง เที่ยวบินส่วนใหญ่เวลาไม่ดีเลย กว่าจะเดินทางไปถึง กว่าจะเดินทางกลับมา หมดไปแล้วสองวัน เสียดายค่าตั๋ว เสียดายเวลา"

"นั่นสิเนอะ ถ้าอเมริกาอยู่ใกล้อย่างฮ่องกงหรือเมืองไทย ฉันก็อยากจะขอไปกับพี่มาร์คอีก"

เจ้าเด็กตัวใหญ่เดินเข้ามาแตะไหล่ผม

"เหงาหน่อยนะ"

"ไม่เหงาหรอก ยองแจก็อยู่" จินยองขัด

"เออ จริงด้วย ถือซะว่าพี่มาร์คอยู่เป็นเพื่อนพี่ยองแจ"

ทว่าจินยองกลับหัวเราะออกมา

"สำหรับยองแจ พี่มาร์คอยู่หรือไม่อยู่ก็คงมีค่าเท่ากันล่ะมั้ง"

แล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันขบขัน

"แต่พี่จินยองไม่อยู่แบบนี้ สงสัยห้องนี้คงถูกพี่มาร์คยึดอีกแล้วล่ะ"

ยูคยอมหันมาทำหน้าล้อเลียนผม

"ไม่หรอก ตั้งแต่แลกห้องกับพี่แจบอม พี่มาร์คก็ไม่ค่อยมาห้องฉันหรอกนะ"

"ไม่มีข้ออ้างให้มามากกว่ามั้ง" เจ้ามักเน่ทำหน้าเหมือนรู้ทัน

"ข้ออ้างอะไร" ผมสวนกลับไป "ก็ห้องยองแจไม่มีแมลง ของก็ไม่รก ถ้าฉันยังมานอนห้องจินยองบ่อยๆ อีกก็เกรงใจ"

ทั้งที่อยากมาแทบใจจะขาด อยากให้จินยองเอ่ยปากอนุญาต...

ยูคยอมหรี่ตาแล้วชี้นิ้วมาราวกับจะพูดว่า นั่นไงล่ะ ข้ออ้าง

"นั่นสิ อุตส่าห์จับคู่รูมเมทกันไปแล้ว ขืนนอนสะเปะสะปะก็ไม่มีความหมาย อีกอย่าง ฉันชินกับการมีห้องคนเดียวแล้วด้วย"

จินยองก็เหมือนกัน ใจร้าย ไม่เปิดโอกาสให้เลย

"ว่าแต่นาย จัดกระเป๋าเสร็จแล้วเหรอ" จินยองถามขึ้น

"อื้ม เกือบแล้ว เหลือแต่ของที่วางลืมไว้ในห้องน้ำน่ะ" พูดจบก็เข้าไปหยิบ แล้วออกจากห้องไป

จินยองปิดกระเป๋าเดินทาง ก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งใจ

"เหลือแต่ของส่วนตัวบางอย่าง พรุ่งนี้ค่อยล็อคกระเป๋าแล้วกัน"

"นี่ จินยอง..." ผมเดินเข้าไปอ้อนใกล้ๆ

"พี่มาร์คมีอะไรรึเปล่า นี่ก็ดึกแล้ว ฉันจะเข้านอน" เขาถามกลับมาเสียงเรียบๆ ราวกับชิงตัดโอกาส

"คืนนี้... ฉัน... นอนด้วยได้มั้ยอ่ะ" ผมทำเสียงออดอ้อน ดึงชายเสื้อเขาแล้วเอียงหน้าซบไหล่จากทางด้านหลัง

"ห้องพี่ก็มี ทำไมไม่ไปนอน" เขาตัดรอน

"แต่... เราจะไม่เจอกันอีกตั้งอาทิตย์นึง ฉัน... ต้อง... คิดถึง..."

น้ำตาเจ้ากรรมรื้อขึ้นมาเอ่อที่ขอบตาจนได้ อุตส่าห์สะกดกลั้นเอาไว้แล้วแท้ๆ

"อะไรกัน แค่อาทิตย์เดียว อย่ามางอแงหน่อยเลย"

"จะแค่อาทิตย์เดียว วันเดียว หรือแค่ชั่วโมงเดียว ฉัน... ก็ไม่อยากห่างจากจินยองหรอกนะ"

จินยองหันตัวมามองหน้าผมอย่างอึ้งๆ

"เดี๋ยวนี้พี่ใหญ่ขี้แยขนาดนี้แล้วเหรอ"

"เปล่าซักหน่อย" ผมหลบตา

ทว่าเขาจับใบหน้าผมหันกลับไปสบสายตา

ให้ตายเถอะ เขาคงไม่รู้สึกอะไรเลยสินะ ถึงได้ยังมีอารมณ์ยิ้มขำล้อเลียนปฏิกิริยาน่าอายที่เหมือนเด็กเล็กๆ ของผมแบบนั้น

ที่เย็นชาใส่เมื่อกี้ก็คงแกล้งผมเล่น ร้ายกาจที่สุด

"พรุ่งนี้ฉันต้องตื่นเช้า"

ผมสะบัดหน้าให้พ้นจากมือเขา

"งั้นฉันจะไม่รบกวนนายแล้ว พรุ่งนี้เดินทางปลอดภัยนะจินยอง ราตรีสวัสดิ์"

ผมหันหลัง เดินออกจากห้อง

ทว่ายังไม่ทันถึงประตู ก็ถูกอ้อมกอดอุ่นๆ รวบตัวไว้เสียก่อน

"งอนซะแล้ว ยังไม่ทันบอกซะหน่อยว่ารบกวน"

ผมดันตัวออก ทว่าเขายังคงดื้อดึงกระชับอ้อมแขนแน่น

"ก็นายเพิ่งไล่ฉันกลับไปนอนที่ห้องหยกๆ"

"แล้วใครใช้ให้ขออนุญาตล่ะ ถ้าขอฉันก็ไม่ให้หรอกนะ"

ผมหน้าร้อนฉ่าขึ้นมา

"นายนี่มัน..."

ชอบกวนประสาท...

"ไหน ดูซิ ตาแดงเลย ร้องไห้เหรอ"

เขาประคองใบหน้าผมเข้าไปมองใกล้ๆ

"เปล่า"

แค่เกือบ

ผมเสตามองทางอื่น

ทันใดนั้น สัมผัสนุ่มนวลก็ประทับลงบนริมฝีปาก

ผมกลอกสายตากลับไปมองใบหน้าที่กำลังแนบชิด

พบแพขนตาที่ล้อมกรอบดวงตาสีดำสนิทที่กำลังมองมาอยู่ตรงหน้า

ผมหลับตาลงสัมผัสถึงความอบอุ่นที่ถูกจรดลงมาและลมหายใจที่ประสานกันอยู่ที่ปลายจมูกของพวกเรา

จินยองถอนริมฝีปากออกครั้งนึง

"อย่าทำตัวน่ารักให้มาก คืนนี้ฉันตั้งใจจะนอนเร็ว เข้าใจมั้ย"

"ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับทำตัวน่ารักเลยอ่ะ"

เขายิ้มขำ ทำตาเจ้าเล่ห์ กระชับวงแขนรอบเอว ยกตัวผมขึ้น แล้วเดินไปยังที่นอน

"จะหนึ่งอาทิตย์ หนึ่งวัน หนึ่งชั่วโมง พี่คิดว่าฉันอยากจะห่างจากพี่หรือไง" พูดพลางวางผมลง

"จินยองอา..."

"งั้นก่อนไป จะกอดให้หนำใจเผื่อช่วงเวลาที่ต้องคิดถึงแล้วกันนะ"

จินยองโถมตัวเข้าหาผม ก่อนพรมจูบบนใบหน้า

ผมไล้มือไปบนกล้ามเนื้อแกร่งบนแผ่นหลังนั้น

ฮือ... ยังไม่ทันต้องลากัน ก็ดันคิดถึงเขาซะแล้ว

หนึ่งสัปดาห์ ผมจะทนไหวรึเปล่าเนี่ย


ตื่นเช้ามา... จินยองก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว

กระเป๋าเดินทางก็หายไปด้วย

นาฬิกาบนผนังบอกเวลาเก้าโมง ป่านนี้เขาคงกำลังนั่งอยู่บนรถไฟเรียบร้อย

ผมหยิบมือถือขึ้นมา ไม่พบข้อความใดๆ จากจินยอง

หมอนั่นเป็นแฟนที่ใจร้าย ชอบดุ ชอบเย็นชาใส่อยู่บ่อยๆ

แต่ก็รักอยู่ดี แค่รู้ว่าเขายังรักผมก็ดีใจแล้ว

ผมพิมพ์ข้อความส่งไป

"คิดถึงแล้วอ่ะ"

"เดินทางปลอดภัยนะ"

"ถึงบ้านแล้วบอกด้วย"

"อยากให้เวลาผ่านไปไวๆ จัง"

ทว่า ผ่านไปห้านาที ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะเปิดอ่าน

หลายครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า ผมไล่ตามเขามากไปจนเขาอาจจะเบื่อรึเปล่า

แต่เวลาผมงอนบ้าง เขาก็ง้อผมทุกครั้งนี่นา

กระนั้น ถ้าคิดในแง่ดี บางทีการห่างๆ กันบ้าง ก็อาจจะทำให้พวกเราคิดถึงกันมากยิ่งขึ้นก็ได้

และผมหวังว่าผมจะไม่ใช่ฝ่ายที่ทรมานแบบนั้นอยู่คนเดียว


"ยองแจ มะรืนนี้ว่างมั้ย" ผมถามเจ้าเด็กน้อยอีกรายที่ไม่ได้กลับบ้านเหมือนกัน

"ยังไม่ได้มีโปรแกรมอะไรนะ ถามทำไมเหรอ" เขาตอบขณะที่ยังง่วนอยู่กับคีย์บอร์ดและหน้าจอ

"ไปดูละครบรอดเวย์กัน" ผมชวน

เท่านั้นแหละ หมอนั่นถึงกับหันมามอง พร้อมกับทำตาโตเป็นประกาย

"จริงเหรอ! มีด้วยเหรอ!"

"อื้ม... พอดีฉันมีบัตรโซนติดหน้าเวทีอยู่สองใบ ถ้านายว่างก็ไปด้วยกัน"

ทันใดนั้น ยองแจก็หรี่ตามองผมราวกับประเมินอะไรบางอย่าง

"พี่ได้บัตรละครบรอดเวย์มาได้ไง ใครให้มา"

ผมอึกอัก

"ก็... ซื้อมาน่ะ"

"ซื้อ?"

หมอนั่นทำหน้าเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง

"อย่างพี่มาร์คเนี่ยนะ ซื้อตั๋วดูละครบรอดเวย์ แถมยังตั๋วที่นั่งแพงสุดอีก พี่นึกอะไรของพี่ขึ้นมาเนี่ย"

ผมได้แต่หัวเราะแหะ

"เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน เหมือนเคยได้ยินพี่จินยองบ่นว่าอยากดูนี่นา"

ไม่ต้องรู้ทันก็ได้นะ ไอ้น้องบ้า

"แล้วนายไม่อยากดูเหรอ"

"ก็อยากนะ แต่ฉันไม่เข้าใจ พี่อุตส่าห์ซื้อตั๋วแล้ว ทำไมไม่ชวนเจ้าตัวล่ะ ปล่อยให้กลับบ้านไปทำไม"

"ก็... มันคลาดไปนิดเดียว"

วันนั้น พอทางเว็บไซต์เปิดให้จองบัตร ผมก็กดซื้อมาเรียบร้อย ตั้งใจว่าจะเซอร์ไพรส์จินยอง ที่ไหนได้ ยังไม่ทันได้บอก ก็ดันมีโทรศัพท์มาจากทางบ้านของเขาว่า อาการป่วยของคุณย่าน่าเป็นห่วง ไม่รู้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอหน้ากันรึเปล่า

เป็นใครก็คงพูดไม่ออก

แถมจินยองยังชวนผมไปหาครอบครัวกับเขา ทั้งใบหน้าที่ยังเต็มไปด้วยความกังวล

ผมจึงได้แต่ภาวนาจนถึงวินาทีสุดท้าย ขอให้อาการคุณย่าของจินยองดีขึ้นเรื่อยๆ เผื่อหมอนั่นจะเปลี่ยนใจทัน

แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีข่าวดีแบบนั้นมาจากทางบ้านของจินยองเลย

"โอเค งั้นถ้ามะรืนนี้ฉันไม่มีนัด ก็จะไปด้วยแล้วกันนะ" ยองแจรับคำ


ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูกที่มาดูละครบรอดเวย์ในคืนนี้

ถึงจะมียองแจนั่งรถออกมาจากบ้านด้วยกัน แต่พอนึกถึงบัตรที่ซื้อมาทีไร ก็คิดถึงคนที่เอ่ยปากว่าอยากมาดูทุกครั้ง

"พี่ถอนหายใจรอบที่ร้อยแล้วมั้ง" ยองแจทักขึ้นมา "คิดถึงแฟนล่ะสิ"

"เปล่าซักหน่อย" ผมแก้

"เสียดายจังเลยเนอะ พี่จินยองไม่อยู่ ตั๋วเลยเสร็จโจร" หมอนั่นพยายามพูดติดตลกเปลี่ยนบรรยากาศในรถ

"นายมาดูด้วยกันก็ยังดีกว่าปล่อยให้ตั๋วเป็นหมัน"

"นั่นสิ ที่นั่งแพงสุดด้วย น่าเสียดาย"

เมื่อถึงที่หมาย พวกเราก็ลงจากรถ

พวกเราหาอะไรกินรองท้องกันนิดหน่อยฆ่าเวลา

"พี่มาร์ค" จู่ๆ ยองแจก็ทักขึ้น พร้อมกับกุมหน้าท้อง

"เป็นอะไรรึเปล่า"

"ปวดท้องอ่ะพี่... อยากเข้าห้องน้ำ"

"ไปสิ เดี๋ยวฉันรอแถวนี้"

"ไม่ๆ อีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มแล้ว พี่เอาตั๋วมาให้ฉันใบนึง พี่เข้าไปนั่งรอก่อน เดี๋ยวฉันตามเข้าไป"

"เอางั้นเหรอ"

ผมมองใบหน้ายู่ของยองแจอย่างเป็นห่วง ก่อนยื่นตั๋วให้เขา

"เดี๋ยวเจอกันข้างในแล้วกันนะ" พอพูดจบ หมอนั่นก็วิ่งจู๊ดไปยังสุขาทันที

ช่วยไม่ได้แฮะ

ผมเดินเข้าไปนั่งข้างในก่อนตามที่ตกลงกัน

ผ่านไปสิบนาที...

ไฟในฮอลล์ดับลง เป็นสัญญาณว่าการแสดงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นมาครู่หนึ่งแล้ว

ไม่มีวี่แววว่ายองแจจะเข้ามา

ผมเริ่มกังวลใจ

คงไม่หลงทางหรอกนะ?

หรือว่าไม่สบายเป็นอะไรขึ้นมา?

หรือว่าทำบัตรตกหาย?

ผมหยิบมือถือออกมาส่งข้อความหายองแจ

"กำลังจะเริ่มแล้ว นายเป็นอะไรรึเปล่า"

หมอนั่นตอบกลับมาเกือบในทันที

"รอแป๊บนะพี่ กำลังเข้าไป"

จู่ๆ ก็มีคนมานั่งข้างๆ ผม ตรงที่ของหมอนั่น

"ขอโทษนะครับ ตรงนี้เป็นที่ของเพื่อนผม"

เป็นชั่ววินาทีที่การแสดงกำลังเริ่มขึ้น

แสงสลัวจากบนเวที ทำให้พอเห็นเค้าหน้าของคนที่เหมือนจะมานั่งที่ผิด

"เพื่อนคุณคงไม่เข้ามาแล้วล่ะครับ" เสียงที่คุ้นหูดังฝ่าเสียงเพลงเปิดตัวต้อนรับผู้ชม

ผมทำตาโต มองหน้าอีกฝ่ายให้ถนัดสายตา

จินยอง...

"ทำไมนายถึง..."

มาอยู่ที่นี่

"อย่าเพิ่งถามอะไรเลย ฉันอยากดูละคร เดี๋ยวจบแล้วค่อยคุยกันนะ" พูดพลางคว้ามือผมไปประสาน ก่อนเอนหลังบนพนักเก้าอี้อย่างครึ้มอกครึ้มใจ

ผมได้แต่อมยิ้มในความมืด

ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่คิดถึงจะมาดูละครกับผมในคืนนี้

มีข้อความจากยองแจส่งมาทางมือถืออีกครั้ง

"จริงๆ แล้ววันนี้มีนัดอ่ะ ขอโทษที่ต้องเบี้ยวนะพี่"

ผมส่ายหัวเบาๆ

ยองแจนี่มัน... จริงๆ เลย


หลังจบการแสดง พวกเราก็เดินทางกลับหอ

"คุณย่า... อาการเป็นยังไงมั่ง" ผมเอ่ยถามอย่างเกรงใจ

จินยองกลับมาแบบนี้ ทำให้ผมรู้สึกผิดต่อคุณย่าของเขาอย่างบอกไม่ถูก

"คุณย่าดีขึ้นมากแล้วล่ะ ออกจากโรงพยาบาลมาตั้งนานแล้ว"

"อ้าว..."

ไหนตอนนั้นบอกว่าอาจเป็นครั้งสุดท้าย...

"ขอโทษนะ แต่ทางบ้านก็ไม่มีใครบอกฉันเหมือนกัน พอคุณย่าอาการดีขึ้นก็ต่างดีใจจนลืม"

"แล้วนายกลับมาแบบนี้ ไม่เป็นไรแน่เเหรอ"

"หยุดครั้งหน้าค่อยไปเยี่ยมใหม่ก็ได้... ไปด้วยกัน"

เขากระชับมือที่กุมมือผม ปลายนิ้วโป้งลูบไปบนหลังมือเบาๆ


ทันทีที่กลับถึงหอ ขณะจินยองกำลังรื้อกระเป๋าเดินทาง จู่ๆ ก็ตะโกนเรียกผม

"พี่มาร์ค!"

ผมอุ้มโคโค่เดินตามเสียงไปอย่างร่าเริง

มีอะไร? หรือซื้อของฝากมาให้?

ทว่าพอถึงห้อง เห็นสีหน้าของจินยองพร้อมด้วยของกลางก็ต้องกลับหลังหัน

เขาดันฉวยคอเสื้อด้านหลังของผมได้เสียก่อน

"จะไปไหน... อธิบายมาเดี๋ยวนี้ว่านี่มันอะไร"

"ก็เค้า... ก็เค้าคิดถึงจินยองนี่นา" ผมเบะปาก แก้ตัวน้ำขุ่นๆ หวังว่าหมอนั่นจะเอ็นดูและยอมใจอ่อน

"พี่คิดถึงฉัน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าวของพวกนี้ด้วยเล่า" เขาทำเสียงดุใส่

ของที่ว่าคือ รูปถ่ายของพวกเราที่ใส่กรอบไว้อย่างดี ตุ๊กตาชัคกี้ของผม หมอนที่พิมพ์ลายหน้าของผม สมุดบันทึกของผม ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมานั้นรวบรวมอยู่ในกระเป๋าเดินทางของจินยอง

"มิน่าล่ะ ตอนที่ยกกระเป๋าฉันถึงได้รู้สึกว่ามันหนักกว่าที่คาดเอาไว้ พี่ทำแบบนี้ทำไม" เขาตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงเหลืออด

"ก็เค้าคิดถึงจินยองนี่นา แล้วเค้าก็รู้ว่าความคิดถึงมันทรมานขนาดไหน เค้าไม่อยากให้จินยองทรมานเพราะคิดถึงเค้า ก็เลย... แอบเอาของพวกนี้ใส่...ไป...ให้..."

หลังจากที่จินยองหลับไปแล้ว คืนวันที่จัดกระเป๋า

นี่แสดงว่าตอนไปถึงที่นู่น หมอนี่ไม่ได้รื้อของทั้งหมดออกมาสินะ

ผมส่งสายตาอ้อนวอนเรียกความสงสารเต็มที่

"เว้นเสียแต่ว่า... นายจะไม่คิดถึงฉันเลย"

นัยน์ตาผมสั่นระริก

ผมกลัวเหลือเกิน

กลัวว่าจินยองจะพูดว่าไม่คิดถึงผม

สำหรับผม จินยองเป็นเหมือนบ้านอีกหลังหนึ่งที่เกาหลี ผมคงหัวใจสลาย ถ้าผมไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับเขา

ผมไม่อยากให้จินยองพูดคำนั้น

แต่คนใจร้ายอย่างจินยองอาจพูดออกมาก็ได้

เขามักสนุกกับการแกล้งพูดให้คนอื่นรู้สึกไม่ได้ดั่งใจอยู่บ่อยๆ นี่นา

แล้วเวลาหนึ่งสัปดาห์ เขาก็คงไม่คิดว่ามันจะยาวนานอะไรถึงขนาดที่ต้องรู้สึกอย่างนั้น

ผิดกับผม... เพียงไม่กี่นาทีที่คลาดสายตาก็ใจหาย

จินยองถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดึงผมเข้าไปกอด

"วันหลังไม่ทำแบบนี้อีกนะ ถ้าคิดถึงก็โทรหา วิดีโอคอลก็มี"

อา... โล่งอกขึ้นมาเล็กน้อย ที่เขาไม่พูดคำนั้นออกมา

ต่อให้รู้ว่าพูดเล่น แต่ก็เจ็บอยู่ดี

"แต่จินยองก็คงคุยโทรศัพท์กับฉันไม่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน"

"ถึงได้ชวนให้ไปด้วยกันไงล่ะ ฉันก็คิดถึงพี่จนจะบ้าตายเหมือนกันนะ"

หัวใจมันพองโต

ผมก้มหน้างุดด้วยความเขิน หลบสายตาซ่อนสีหน้าดีใจที่ไม่อยากให้เขาเห็น

นานๆ ทีหมอนั่นจะยอมพูดอะไรหวานเลี่ยนออกมา ทำเอาผมทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

"งั้นคราวหน้าจะไปด้วยนะ"

โคโค่ส่งเสียงประท้วงขณะที่พวกเรากอดกันแน่นขึ้น

ผมปล่อยเจ้าตัวเล็กกระโจนออกจากอ้อมอก ก่อนโอบวงแขนรอบเอวของอีกฝ่ายอย่างประจบ

"จินยอง... คืนนี้ขอนอนด้วยได้มั้ย"

ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ผ่านทางหน้าอกของเขา ก่อนทำเสียงเข้มใส่

"ไม่ได้"

"จะนอน"

"ก็ตามใจ" เขากระซิบเบาๆ ที่ใบหู "แต่ไม่รับประกันความปลอดภัยนะ"

ผมหน้าร้อนฉ่า

ให้ตายเถอะ แฟนผมเนี่ย ร้ายกาจชะมัดเลย


จบ.


เรื่องยาวไร้อนาคตมากๆ ค่ะ ลงเรื่องสั้นที่แทบไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลยไปก่อนแล้วกัน ต้องรีบเขียนจินมัคค่ะ เพราะตอนนี้จินแบมมีอิทธิพลต่อหัวใจเหลือเกิน

มานั่งดูเรื่องที่ตัวเองเขียนแต่ละเรื่อง แล้วก็รู้สึกว่า ทำไมเราช่างไม่ถนัดนิยายรักหวานแหววเอาเสียเลย เข้าไปอ่านงานหวานๆ ของคนอื่นก็เข้าไม่ค่อยถึงด้วย รู้สึกเลยค่ะว่าแก่ใกล้พ้นวัยเจริญพันธุ์แล้วจริงๆ เฮ้อออออ ช่วงนี้ถ้าเราดองนิยายก็เดาสาเหตุได้ตามนี้เลยนะคะ หวานสุดได้แค่ระดับเรื่องนี้ค่ะ

ผลงานทั้งหมด ของ something to live and die for

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 ssomo (@s-supawan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 18:38

    ชอบมากงับบบบบบบบบ
    #6
    0
  2. วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 23:07
    อร๊ายยยยย จินมัคของเรา
    ชอบพี่มาร์คที่ขี้อ้อน ขี้งอแงแบบนี้ มันเหมาะกับจินยองคนเย็นชาที่สุด
    #5
    0
  3. วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:52
    ตามไปอ่านการแก้แค้นของจินยองมาแล้วค่ะ สงสารพี่มาร์คตอนเดินตัวลีบออกจากห้องมาก จินยองเอาแต่ใจตัวเองจิงๆเล้ย นี่คงคิดมาแล้วว่าจะทำเย็นชาใส่ก่อนแล้วค่อยมาอ้อนทีหลังงี้ พี่เค้าต้องเดินทางพรุ่งนี้ก็ยังจะ... ทำดีแล้วหล่ะเนอะ เป็นการให้กำลังใจพี่เค้า ต้องไปคนเดียวด้วยเนี่ย แอบเป็นห่วง T T
    #4
    1
    • 30 มีนาคม 2560 / 23:12
      ถ้าเขียนเป็นเรื่องยาว คงใส่แฮชแท็คว่า "ฟิคจินยองใจร้าย" ค่ะ 5555 บังเอิญว่าเป็นเรื่องสั้น
      #4-1
  4. วันที่ 18 มกราคม 2560 / 21:48
    เอาจริงๆระหว่างเรานี่ นึกถึงคำกล่าวนึงในทวิตเตอร์ที่อ่านผ่านตามาเลยค่ะ ถึงจะเมนคนเดียวกันแต่บางทีก็คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะชอบคนละร่างกัน ถึงคุณจะเมนแจ๊คสัน แต่ในสายตาเราและคุณมองจินยองคนละร่างกันจริงๆแถมพี่มาร์คก็คนละร่างเช่นกัน แต่เราก็ยังชอบเสพงานของคุณนะคะ มันดูย้อนแย้งในตัวเราดี ตีกันในหัวตัวเองนี่แหละค่ะ ถ้าจะผิดก็ผิดที่เรานี่แหละที่เสพติดการอ่านงานของคุณจริงๆ เวลาอัพมาร์คจินนี่เราดีใจแทบเนื้อเต้น เวลาอัพจินมาร์คก็อ่านนะคะ แต่ไม่ดีใจเท่าอัพมัคจิน เรากับเพื่อนที่ซี้กันอีกคนสมัยติ่งดงบังชินกิมาด้วยกัน เราชวนนางมาบ่วงกัซแต่นางก็ดันมองจินยองคนละร่างกับเรา สำหรับนางจินยองคือพี่เสือ แต่สำหรับเราจินยองคือเสือในคราบลูกแมวน้อย น้องทำอะไรเราก็มองว่าน่ารักไปหมดเพราะไม่ได้มองน้องแบบหญิงมองชาย แต่รักน้องแบบน้องชายคนนึงจริงๆ ทุกวันนี้แทบจะตบกันค่ะ นางชิบมาร์คแบม+บีจิน+แจ๊คแจ ตรงข้ามกับเราที่ชิปมัคจินทูแจและแจ๊คแบม ตอนชวนนางมาติ่งลืมยัดฟิคให้นางอ่านค่ะ นางไปหาอ่านเองโอ้โห คุยกันทีนี่แทบยกโมเม้นต์คู่ตัวเองมาข่มกันและกัน บางทีก็อยากเทเลิกคบนางมาซะดื้อๆ แต่ก็ยังคบอยู่นะคะ ชอบซาดิสตบตีเวลายกโมเม้นต์คู่ชิปตัวเองมาข่มนางได้ ชั้นเรียลกว่าประมาณนั้น
    นอกเรื่องไปไกลเลย กลับมาเรื่องฟิคดีกว่า จินยองเย็นชาจังเลยค่ะ เหมือนน้องจะซาดิสมากกกกกก ชอบให้พี่เสียใจให้พี่งอนจะได้ง้อพี่แบบหื่นๆ เด็กมันร้ายยยยยยย
    พี่มาร์คสาวน้อยมากค่ะ ฟรุ้งฟริ้งงุ๊งงิ๊งได้แบบ น่าจับกดน่าทำให้ร้องไห้แรงๆแล้วแกล้งฟัดๆๆๆๆ(แต่เรายังมองว่าพี่แมนมากในชีวิตจริงนะคะ ในที่นี้เราจะทรงร่างน้องเอินเพื่ออ่านฟิคค่ะ)
    สรุปเลยละกัน จินยองหื่นมากและพี่มาร์คก็ขี้อ่อยแรงค่ะเรื่องนี้

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 มกราคม 2560 / 21:51
    #3
    4
    • 19 มกราคม 2560 / 06:33
      อาจริงเรื่องยกโมเม้นต์มาข่มนี่เป็นกับเพื่อนเรานางเดียวนะคะ เราไม่ยกตนข่มโมเม้นต์ในที่สาธารณะแน่ๆ มันดูไร้มารยาทอย่างแรงในการแล่นเรือของเราในน่านน้ำคนอื่น เวลาเห็นคนอื่นติดแท็กคู่เราแต่ชงเข้าคู่ตัวเองข่มงี้ มองบนแรงมากแต่ก็ช่างมันค่ะ เราไม่ตอบโต้ แต่ในมโนนี่ตบได้ตบค่ะ5555+
      เราลองไปอ่านฟิคจินมาร์คของคนอื่นมาแล้วนะคะ ไม่ใช่ว่าเราเปิดกว้างอะไรที่อ่านจินมาร์คของคุณได้ อย่าเข้าใจผิดว่าเราดีขนาดนั้น แต่คนอื่นแต่งได้แบบพี่มาร์คสาวจ๋ามากค่ะ เราทำใจไม่ได้เลยเลิกอ่านไปก่อนจบทุกที ถึงแม้พี่แกจะหน้าตาน่ารักสวยหมวยเป็นน้องเอินยังไง แต่เราสัมผัสได้ถึงความโฉดโหดมของนางภายใต้ภาพลักษณ์เทวดายิ้มสวยนั้น เราว่านางเป็นคนโหดมเด็ดขาด ขี้รำคาญ เวลาที่นางไม่อยากทำอะไรนางจะไม่ยอมทำเลย เวลาที่นางอยากทำขึ้นมาต่อให้ใครห้ามนางก็จะทำ แต่นางแค่เป็นคนโฉดที่ใจดี(มั้ง) สังเกตว่าทุกคนในวงจะไม่กล้าขัดใจพี่มาร์ค ถ้านางออกอาการทุกคนจะเกรงใจนางกันหมด เราเคยคิดเล่นๆว่าสมัยอยู่เมกานางต้องเป็นเหมือนซีรีย์ฝรั่งวัยมัธยมที่เราเคยดูแน่ๆ นางต้องอยู่แก๊งค์เด็กเอเชียรวยๆร้ายๆที่ซ่าๆในโรงเรียนและคอยกลั่นแกล้งเด็กเนิร์ดอะไรแบบนั้น ดูจากเพื่อนของนางที่ซ่าไม่เกรงหน้าใคร พ่อแม่คงดีใจที่ลูกขอมาเป็นไอดอลที่เกาหลี มาอยู่นี่เลยต้องเป็นคนดีอะไรแบบนี้(นี่แต่งฟิคเรอะ5555+)
      ส่วนจินยองเราว่าน้องเป็นคนที่ดูหลายมิติแบบที่คุณว่าเลยค่ะ ให้เป็นลูกแมวน้อยแสนน่ารักนุ่มนิ่มไปจนถึงเสือตัวร้ายจ้องตะปบเหยื่อ นางทำได้หมดทุกเลเวลจริงๆ เด็กมันร้ายอะค่ะ นี่อ่านนิยายจีนเรื่องนึงแล้งนึกถึงจินยองมากค่ะ ในเรื่องนายเอกเป็นเกย์ยุคใหม่ที่ถูกกินก็ได้ กินเค้าก็ดีขอแค่ถูกใจนางได้หมด เป็นคนงดงามจนใครๆก็หลงรัก แต่เป็นตัวร้ายจอมวางแผนเจ้ามารยา ไม่รู้มำไมอ่านละนึกถึงจินยองมาก จินยองเป็นคนงดงามสง่าในสายตาเรามากค่ะ มีเสน่ห์ทั้งชายหญิง ดูดี มีหลายมิติน่าค้นหา หน้าตาสมส่วนไปหมด จะโฟกัสตรง ปาก จมูก คิ้ว ดวงตา รูปหน้า มันดูดีไปหมด องค์หนักมากค่ะบอกเลย อยากหลงรักน้องมากแต่ทำยังไงก็เอ็นดูนางแค่น้องจริงๆ นี่ตีอกชกตัวเองทุกวันว่าทำไมไม่หลงรักน้องมันไปเลยวะ บางทีก็รู้สึกอารมณ์คุณแม่มาเต็ม เหมือนได้เห็นลูกชายค่อยๆเติบโตเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์แล้วรู้สึกภาคภูมิใจจนต้องอวดใครๆว่านี่ลูกชายชั้นเอง แต่เราต้องเป็นแม่สามีตัวร้ายแน่ๆค่ะ เพราะหวงลูกชายกลัวสาวใดมาแย่งไป 5555+
      ที่เราชอบอ่านฟิคคุณเพราะทั้งคู่ไม่ดูแมนจนเกินไป มีมุมสาวน้อยน่าปกป้องบ้างทั้งคู่ เมะไม่แมนเกินเคะ และเคะก็ไม่สาวแตก จริงๆอยากแนะนำให้ไปอ่านฟิคมัคจินเรื่องเด็กเวรเดอะซีรีย์นะคะของคุณอลิชเจย์ค่ะ ในเรื่องจินยองแมนมากจริงๆ เจอหน้าพี่มาร์คครั้งแรกนางก็ต่อยกันปากแตกแล้วค่ะ เราเองก็ชอบฟิลแบบนั้นนะคะ ชอบที่เคะยังแมนๆเป็นผช.ปกติ เพราะในชีวิตจริงเราเดาไม่ได้เท่าไหร่ว่าใครเคะใครเมะ เราว่าเกย์ก็เหมือนผช.ปกติเพียงแค่พวกเค้าไม่ได้พิศมัยผู้หญิงอย่างเราแค่นั้นเอง เราเป็นแม่ค้าค่ะ มีลูกค้าเกย์คู่นึงชอบมาซื้อของที่ร้าน เอาจริงๆเรางงมากว่าคู่นี้ใครรุก เพราะนางดูสาวกันทั้งคู่แต่มีหนวดเครา เลยคิดว่าเราคงจะสลับๆกันอะนะ เพื่อความสบายใจของตัวเอง 55555+

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 มกราคม 2560 / 06:34
      #3-3
    • 20 มกราคม 2560 / 16:33
      โอ้ววว ขอบคุณที่แนะนำฟิคค่า เดี๋ยวจิไปอ่าน 555
      คิดเหมือนกันเลยอ่า ถ้าเราเด็กกว่านี้ เราก็คงหลงรักจินยองแบบผู้ชายคนหนึ่งไม่ลงเหมือนกัน กร๊ากๆๆๆ ออร่ามาเป็น "ลูกชายแห่งชาติ" มากกว่า "สามีแห่งชาติ" (ตอนนี้วัยใกล้หมดฮอร์โมนแล้ว ไม่ว่าชอบใครก็เห็นเป็นลูกหลานไปหมดแล้วค่ะ จิ้นให้กินกันเองอย่างเดียว ไม่เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยว ไม่มีอารมณ์แบบนั้นด้วยอ่า) จินยองดูเป็นเด็กที่มีความเป็นคนแก่ไปเลย ไม่มีวัยรุ่น --- วัยรุ่นสุดตอน JJ Project แล้วอ่ะค่ะ น้องมีมุมเซ็กซี่นะ คิวท์แอนด์เซ็กซี่ตามสเป็คมาร์ค แต่ไม่มีเซ็กซ์แอพพีลในแบบผู้ชายต่อผู้หญิง ยังนึกไม่ออกเลยว่า ถ้าอนาคตเล่นละครแล้วมีเลิฟซีนกับนางเอก... อ่า ไม่ฟินอ่ะ ไม่ฟินอย่างแรง เว้นแต่นางเอกเธอจะร้ายๆ เผ็ดๆ เฟียสๆ ป้าๆ เจ๊ๆ ดุๆ โหดๆ หรือไม่ก็มีความเป็นแม่เต็มเปี่ยมแซงหน้าจินยองให้ได้ อาจจะพอถูไถ เสริมความฟินจากความน่าเอ็นดูของจินยองได้ แต่เอาเข้าจริงก็จิ้นจินยองกับผู้หญิงไม่ลงจริงๆ อ่ะ ขนาดฉากจูบในละครก่อนหน้านี้ ยังไม่ทำให้เรารู้สึกหึงหวงแทนมาร์คในฐานะชิปเปอร์ได้ แถมดูแล้วออกจะตลก และมโนว่าจินยองแอบเม้มปากหลับตาปี๋ตอนกล้องเบี่ยงมาด้วยซ้ำ 55555 น้องนางเอกก็ให้ความรู้สึกว่า จูบไปเถอะ พี่เขาชอบผู้ชาย หนูไม่เสียหายอยู่แล้ว พี่สาว น่ารัก อบอุ่น ขี้เแกล้ง กันเองๆ
      ยอมรับอย่างนึงว่า ภาพนิ่งของจินยองมองแล้วเคะกระจายมาก เราจะชิปมัคจินเพราะภาพนิ่งค่ะ ช่วงไหนแต่งฟิคมัคจินแปลว่าเสพภาพนิ่งเยอะ แต่เวลาดูคลิปหรือภาพเคลื่อนไหวทีไร ไม่รู้ว่าด้วยเพราะอะไร เรามักจะรู้สึกว่านางเป็นผัวมาร์คทุกที เพราะความละมุน เพราะความดูแล เพราะความตามใจ เพราะความทำตัวเป็นพี่ชายแต่ก็มีแกล้งทำตัวเป็นน้องชายรึเปล่านะ และบางทีนางก็ยอมให้มาร์คเมะบ้าง คือนางเป็นคนคุมเกมอ่า แล้วก็เป็นคนคุมเกมที่รู้จักมาร์คดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ด้วย ลีลานางเยอะโพด พอมีมม.แบบภาพเคลื่อนไหวทีไร เราลงแดงฟิคจินมัคทุกทีเลย แล้วมาร์คก็นะ... เวลานางอยู่ไม่นิ่งก็ชอบทำตัวสาวน้อยเหลือเกิน (บางทีเราก็อยากแต่งฟิคแนวโนดาเมะ รุ่นพี่ - จินยอง, โนดาเมะ - มาร์ค คือหลายโมเมนต์มันโคตรจะได้เลยอ่ะค่ะ) ไม่ได้สาวน้อยแบบสนิมสร้อยนะ แต่จะเป็นสาวแก่นๆ ซนๆ บ้าๆ บอๆ แมนพอๆ กับผู้ชาย ลูกสาวกำนันอะไรงี้ 555 แต่มาร์คจะเป็นคุณพี่สาวก็ตอนอยู่กับเจบี แล้วเจบีก็ชอบปล่อยความเขิน ทำให้เราฟินกับบีมาร์คไปอีก อารมณ์น้องชายที่แอบหลงรักพี่สาวแต่ต้องแอบเก็บอาการไว้เพราะแฟนพี่ดันเป็นเพื่อนสนิทของเราเอง และแฟนพี่ก็ดันหึงเพื่อนสนิทเราเอามากๆ โดยที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเราแอบรักนางอยู่นั่นแหละ โหย... ถ้านี่เป็นแฟนเซอร์วิสนะ เรายกรางวัลตุ๊กตาทองให้เจบีเลยอ่ะ มันไม่ใช่การแสดงออกที่ชัดเจน แต่มันเหมือนหนังดราม่าที่คนดูแค่ได้กลิ่นอายนิดๆ ต้องเอาไปขบคิดอ่านเรื่องราวข้างหลังภาพต่อ (แต่ไม่ได้มโนนะ) คือเป็นแฟนเซอร์วิสที่มีมิติมากๆ เราจะยอมกราบเบญจางคประดิษฐ์เจบีเลยจริงๆ และไม่รู้ว่าเพราะอย่างนี้ด้วยรึเปล่า เราถึงไม่สามารถจิ้นบีเนียร์ได้ ทั้งที่โมเมนต์จิ้นมันเยอะกว่า มันก็รู้สึกว่าไม่ใช่อ่า หรืออาจจะไม่ใช่แนวของเรา 5555
      #3-4
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. วันที่ 16 มกราคม 2560 / 13:33
    ขอยกมือเชียร์สุดแขนเลย จัดจินมัคเยอะๆเลยค่า (^^)?~~~
    #1
    1