คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Love Replica [#MarkJin] Love Replica [#MarkJin] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
* บทความนี้เป็นเพียงเรื่องในจินตนาการ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลที่ปรากฏในเรื่องนะคะ


เรื่องยาวยังไม่จบ เอาเรื่องสั้นมาปล่อยค่ะ

อยากเขียนเรื่องสั้นมานาน แต่คิดพล็อตออกมาทีไร เป็นเรื่องยาวทุกที

ตอนนี้ดูนิยายในความปกครองของตัวเองแล้ว เศร้ามาก... ทำไมมีแต่แฟนฟิค GOT7 ทั้งนั้นเลย แม้แต่เรื่องที่คิดว่าจะเขียนเป็นนิยายทั่วไป ปรากฏว่าเขียนเท่าไหร่ก็เขียนไม่ออก พอแก้ตัวละครเป็นดาราที่จิ้นเท่านั้นแหละ ตัวหนังสือหลั่งไหลออกมาเป็นหน้าๆ

มันอยู่ที่แพชชั่นจริงๆ นะคนเรา ซิกๆ

ไม่พล่ามอะไรเยอะดีกว่าค่ะ

ฝากฟิคเบาๆ เขียนแบบเอาแต่ใจเรื่องนี้ไว้ในอ้อมใจคนเข้ามาอ่านด้วยนะคะ นานๆ จะเขียนอะไรสั้นๆ ได้ซักที ทั้งที่ปกติเป็นมนุษย์ชอบเสพเรื่องสั้นแท้ๆ เลย ฮือออ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ม.ค. 60 / 01:50


"สวัสดีครับทุกคน ผมนักแสดงพัค จินยอง จากละครเรื่องคืนฝนหลาก"

ใบหน้าได้รูปที่งดงามและสมส่วนราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดเอ่ยทักทายผ่านหน้าจอด้วยรอยยิ้ม

ตามด้วยเสียงบรรยายพร้อมกับการตัดภาพไปยังงานแถลงข่าวของละครสลับกับภาพเบื้องหลังในกองถ่าย

"เป็นที่ฮือฮาสนั่นทั่ววงการวิทยาศาสตร์และวงการบันเทิงทั้งในและต่างประเทศ เมื่อโปรโตไทป์ของแอนดรอยด์พัค จินยอง ได้ถูกนำมาทดลองใช้งานจริงในการแสดงละครที่ไม่ใช่อะนิเมชั่นสามมิติ นอกจากจะเป็นครั้งแรกของวงการบันเทิงเกาหลี แล้ว ยังถือเป็นครั้งแรกของวงการบันเทิงโลกที่ประวัติศาสตร์จะต้องจารึกไว้"

"วันแรกที่มาประชุมต่อบท ฉันไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่านี่คือแอนดรอยด์ ไม่มีใครบอกฉัน แล้วฉันก็คิดว่านี่คือคุณพัค จินยองตัวจริง ฉันก้มหัวทักทายเขาไปตั้งหลายครั้งแน่ะค่ะ" นักแสดงสาวดาวรุ่งที่แสดงคู่กันให้สัมภาษณ์อย่างตื่นเต้น

"ไม่อยากเชื่อเลยว่าแอนดรอยด์จะสามารถตีความเพื่อการแสดงฉากหนึ่งได้หลากหลายเหมือนคนจริงๆ และยังบันทึกแอ็คติ้งผู้กำกับต้องการที่สุดไว้ได้อีกด้วย ต่อให้ต้องแสดงซ้ำเพราะเปลี่ยนมุมกล้อง ก็สามารถผ่านได้อย่างฉลุย และเป็นธรรมชาติยังกับเจ้าตัวมาเอง" ตามด้วยเสียงของผู้กำกับ

"แล้วมีปัญหาในเรื่องของการรับส่งอารมณ์ไหมคะ" เสียงทีมงานสัมภาษณ์แผ่วเบา ทว่ามาพร้อมกับตัวอักษรประกอบ

"ถึงจะบอกว่าบันทึกการแอ็คติ้งที่ดีที่สุด แต่ก็ยังมีการตอบสนองต่อคนรอบข้างได้อย่างลึกซึ้ง จะว่าไปมันก็ออกจะเป็นอุปสรรคนิดหน่อยนะครับ ถ้านักแสดงที่เข้าฉากด้วยไม่เก่งจริง เพราะถ้าไม่ทำให้เขาแสดงอ่อนตามอีกฝ่าย ก็จะพยายามส่งอารมณ์มากเกินไปเพื่อให้ถึงจุดที่ผู้กำกับต้องการจนคนที่ร่วมฉากอาจรู้สึกเหมือนถูกคุกคามได้ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าไปเจอนักแสดงที่มีการตีความต่างออกไป หรือบางครั้งมีการผิดคิวกันเล็กน้อย เราจะเห็นเวทมนตร์บังเกิดอยู่หน้ากล้องเลยทีเดียว"

"ในส่วนของนักแสดงพัค จินยองก็ออกมาเผยความในใจจากการเข้าร่วมโครงการนี้ค่ะ"

ภาพตัดไปที่ชายหนุ่มคนเดิมที่แต่งตัวต่างออกไป

"จริงๆ ผมก็ไม่ได้อยากให้มีพัค จินยองคนที่สองมาแย่งงานผมหรอกนะครับ" พูดกลั้วหัวเราะ "แต่ผมคิดว่ามันน่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากๆ ด้วยที่จะได้เห็นตัวเองจากภายนอก อยากรู้ว่าทางผู้ผลิตจะสามารถดึงความเป็นผมออกมาได้มากน้อยแค่ไหน และก็ไม่อยากเชื่อเลย เขาทำออกมาได้เหมือนมากจนผมถึงกับหลอนไปหลายวัน ต่อจากนี้ผมก็อยากเห็นพัฒนาการก้าวต่อไปภายใต้เนื้อหนังสังเคราะห์นั่น มนุษย์เราอาจมีการเติบโตด้านชีวิตจิตใจตลอดเวลาก็จริง แต่ด้วยสังขารและขีดจำกัดด้านภาวะอารมณ์ต่างๆ ทำให้ผมก็ยังเป็นตัวผมแบบในตอนนี้ใช่ไหมครับ แต่ถ้านำศักยภาพตั้งต้นของผมไปใส่ไว้ในร่างกายที่ไร้ขีดจำกัดแบบนั้น ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหน"

"พูดได้ว่านี่คือพัค จินยองคนที่สองเลยรึเปล่าคะ" คำถามโผล่ขึ้นมาในรูปแบบของซับไตเติล

"อืม... ถ้าคนภายนอกมองก็คงจะเห็นว่าเป็นอย่างนั้น แต่ผมไม่ได้ให้เขาใส่ตัวตนทั้งหมดของผมเข้าไป ถ้าจะพูดให้ถูกคือ เขาไม่มีนิสัยเสียๆ หลายอย่างที่ผมไม่อยากเปิดเผย ในอนาคตผมก็ต้องตาย แต่เขายังมีชีวิตอยู่ใช่ไหมครับ ดังนั้นจะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด" พูดจบก็ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะอย่างเอียงอาย "สรุปก็คือ เป็นพัค จินยองที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าตัวผมเองเสียอีก"

ภาพของสถาบันวิจัย ตามด้วยภาพจำลองกระบวนการผลิต ปรากฏขึ้นแทนที่ พร้อมกับเสียงผู้บรรยาย

"แอนดรอยด์พัค จินยองได้รับการพัฒนาทางสมองและพฤติกรรมหลักๆ สองทาง ทางแรกคือจากซอฟต์แวร์ที่ได้บันทึกลักษณะต่างๆ รวมไปถึงบุคลิก วิธีคิดและพฤติกรรมแม้เล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นแบบฉบับของคุณพัค จินยองไว้ และทางที่สองคือจากการเรียนรู้ต่อยอดด้วยการเลียนแบบจากเจ้าตัว..."

หน้าจอโทรทัศน์ดับลงเพียงเท่านั้น

ชายหนุ่มที่นั่งดูอยู่ที่โซฟาวางรีโมทคอนโทรล ก่อนลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นในครัว

ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

มือใหญ่ยื่นไปอังไว้เหนือหน้าจอ ก่อนภาพวิดีโอคอลจะปรากฏออกมาเป็นโฮโลแกรมเล็กๆ ฉายอยู่กลางอากาศ

"เอาพัค จินยองคืนมาเดี๋ยวนี้" ใบหน้าของเจ้าของชื่อเอ่ยเสียงเข้มโดยไม่ทักทาย

ชายหนุ่มเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ก่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้หน้าจอ

"พูดอะไรของคุณครับ คุณพัค จินยอง... คุณก็ยังอยู่ดีกินดีของคุณตรงนั้น" พลางส่งยิ้มยียวน

"อย่ามาเล่นลิ้น คนที่ลักพาตัวพัค จินยองหลังงานประกาศรางวัลเมื่อคืนนี้คือนายใช่มั้ย"

"ลักพาตัว? มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ แย่จริง แบบนี้ก็ต้องเป็นข่าวใหญ่แน่ๆ"

แสร้งทำสีหน้าตกใจ

"นายมันแสดงละครไม่เก่งหรอกนะมาร์ค เอาพัค จินยองคืนฉันมา"

"ฉันแสดงละครไม่เก่ง แต่ฉันกวนตีนเก่งใช่ไหมล่ะ ดูสิ ควันออกหูแล้วนะ จินยอง"

ใบหน้าในโฮโลแกรมสะกดสีหน้าให้สงบนิ่ง

"นายต้องการอะไร"

มาร์คยิ้มที่มุมปาก ก่อนแกล้งทำท่านึก

"โอกาส" เขาตอบเพียงสั้นๆ

อีกฝ่ายกลอกตา ทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนสวนกลับมา

"ยังไม่มีอารมณ์จะให้"

"ก็ตามใจ งั้นโจรลักพาตัวก็ขอเก็บพัค จินยองไว้เชยชมต่อจนกว่านายจะมีอารมณ์ก็แล้วกัน" พูดจบก็ตัดสาย ภาพโฮโลแกรมวืดดับไปทันที


ชายหนุ่มวางแก้วเปล่าลงในอ่างล้างจาน ก่อนเดินตรงไปยังห้องนอน

เมื่อประตูเปิดออก ก็พบร่างของพัค จินยองนั่งนิ่งอยู่ที่ขอบเตียง

"ทำแบบนี้ คิดว่าคุณจินยองจะยอมใจอ่อนเหรอครับ" ใบหน้าที่เหมือนกับเจ้าของชื่อที่เอ่ยมาอย่างไม่มีที่ติถาม

"หิวรึเปล่า" อีกฝ่ายไม่ตอบ แต่ถามกลับสั้นๆ

"ถ้าผมตอบว่าหิว คุณจะมีปัญญาหาหน่วยพลังงานมาให้ผมหรือไงครับ"

หน่วยพลังงานที่ว่าคืออาหารพิเศษของแอนดรอยด์

แม้ในการทำงานจะต้องรับอาหารจริงเข้าสู่ร่างกายบ้าง แต่ถ้ายังไม่เกินปริมาณที่จำกัด ระบบการย่อยอาหารในร่างกายของแอนดรอยด์ก็ยังสามารถรองรับและกำจัดออกไปได้อย่างเหมาะสม กระนั้น อาหารมนุษย์ที่ถูกป้อนเข้าไปก็เป็นเพียงแค่สิ่งแปลกปลอมที่มีรสชาติ ไม่ได้มีผลอะไรต่อร่างกายของแอนดรอยด์ในเชิงสารอาหาร

แน่นอนว่า โปรโตไทป์อย่างเขายังไม่มีแม้แต่แผนการผลิตเพื่อจำหน่ายด้วยซ้ำ หน่วยพลังงานดังกล่าวจึงไม่ใช่สิ่งที่หาซื้อได้

"งั้นนอนเก็บแรงไปก่อน รอเจ้าของมารับแล้วกัน" มาร์คตอบพลางกลับหลังหันจะออกไปจากห้องอีกรอบ

"โปรโตไทป์อย่างผมไม่มีโหมดประหยัดพลังงานแบบโรบ็อตอุตสาหกรรมหรอกนะ แล้วถ้าพลังงานหมดลงจนถึงขีดสุด ร่างกายที่มีเนื้อเยื่อต่างๆ เฉกเช่นมนุษย์ทุกประการของผมก็จะเริ่มเน่าเปื่อยผุพังไม่ต่างจากศพ ต่อให้ได้รับการรักษาสภาพด้วยการแช่แข็ง กว่าจะบูทระบบขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้งก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก แม้แต่มหาเศรษฐีอย่างคุณก็ชดใช้ไม่ไหวหรอก"

"ขึ้นอยู่กับความกรุณาปรานีของจินยองแล้วล่ะ" พูดจบก็ปิดประตู


ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา กลิ่นอาหารหอมฉุยก็ลอยมาจากห้องครัว

มาร์คเปิดประตูห้องนอนอีกครั้ง ก่อนเรียกคนข้างใน

"ดินเนอร์เป็นเพื่อนกันหน่อยสิ"

"แต่..."

"ฉันรู้นะ ว่านายกินได้"

"ถึงจะบอกว่า กินเข้าไปก็ไม่มีอันตรายใดๆ แต่การรับสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเองเข้าสู่ร่างกาย ในแง่ความรู้สึกมันก็ทรมานนะครับ"

"พูดมากจริง เป็นแค่ตัวประกัน อย่าเรื่องมากน่า"

"คุณนั่นแหละ ละเมิดคนอื่นมาแล้วยังจะมีหน้ามาพูดอีก" ถึงจะปากดีแค่ไหน แต่ก็ยอมเดินออกมาอย่างว่าง่าย

มาร์คเลื่อนเก้าอี้ให้พัค จินยองขณะนั่ง ก่อนที่ตัวเองจะไปยังฝั่งตรงข้าม

"ทีกับคุณจินยอง คุณไม่เห็นทำอะไรหวานๆ แบบนี้ให้เลย" ไม่วายบ่นอุบออกมาอีก

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ

นี่เขาคิดผิดหรือถูก ที่ชวนแอนดรอยด์นิสัยเดียวกับแฟนหนุ่มออกมานั่งกินอาหารด้วย

หมอนี่เลียนแบบได้เหมือนตัวจริงทุกประการอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

ต่างก็ตรงที่ มาร์คไม่ได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อแอนดรอยด์ เขาจึงไม่จำเป็นต้องยกเว้นความน่ารำคาญและความน่าหมั่นไส้บางอย่างที่เขายกเว้นให้กับคนที่เขารักอยู่เสมอ

พัค จินยองก้มลงมองอาหารในจานตรงหน้าแล้วต้องแปลกใจ

แม้รูปลักษณ์ของมันจะเหมือนอาหารทั่วไป แต่ด้วยสัญชาตญาณที่สั่งสมมาก็รู้ได้ว่านี่คือหน่วยพลังงานของแอนดรอยด์

"คุณไปเอามาจากไหน" ถามอย่างระแวง

ทว่ามาร์คกลับยักไหล่ ไม่ตอบ ก้มหน้าก้มตาตักอาหารของตัวเองเข้าปาก

เมื่อไม่อาจดึงความสนใจของคนตรงหน้าได้ พัค จินยองก็ใช้ตะเกียบแย่งไก่ทอดในจานอีกฝ่ายมาเคี้ยวตุ้ยๆ

ชิ้นที่หนึ่ง ชิ้นที่สอง และชิ้นที่สาม...

มาร์คใช้ตะเกียบของตัวเองกันตะเกียบของอีกฝ่ายเมื่อกำลังจะแย่งไก่ชิ้นสุดท้าย

"ฉันเตรียมของนายไว้ให้ ทำไมไม่กิน" เขาทำเสียงดุ

"ก็ของคุณมันดูน่ากินกว่า"

"นี่มันของคน กินมากเดี๋ยวก็ท้องไส้ปั่นป่วนหมดหรอก"

"การรับสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเองเข้าสู่ร่างกาย ในแง่ความรู้สึกมันก็ทรมานนะครับ" พัค จินยองทวนคำพูดตัวเองซ้ำอีกครั้ง

"หมายความว่าไง"

ใบหน้าสวยไร้ที่ติหัวเราะคิก

"นายโดนหลอกอีกแล้วล่ะ มาร์ค เฮ้อ... ทีนี้เข้าใจรึยัง ว่าทำไมฉันถึงไม่ยอมรับคำขอแต่งงานของนายเสียที"


ใช่แล้ว...สามเดือนก่อน มาร์คขอจินยองแต่งงาน


พวกเขาคบหากันอยู่ลับๆ มานานหลายปี มาร์คตกหลุมรักแฟนหนุ่มของตัวเองอย่างสุดหัวใจ และเขาก็แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังรอให้เขาผูกพันอย่างเป็นทางการมาตลอด

จนกระทั่ง...

วันหนึ่งของปีที่แล้ว จินยองกลับมาที่บ้าน แล้วพบว่าผู้ชายที่ตัวเองรัก กำลังนอนกอดปล้ำกับแอนดรอยด์ที่เป็นสำเนาของตัวเขาเอง

มาร์คไม่รู้... และไม่เคยระแคะระคายกับโครงการลับที่จินยองกำลังร่วมงานอยู่

ไม่รู้... คือไม่ผิด

แต่ภาพบาดตาบาดใจในวันนั้น ทำเอาจินยองพลั้งปากบอกเลิก แล้วก็ร้องห่มร้องไห้ไม่เป็นอันกินอันนอนอยู่เป็นสัปดาห์

ตัดใจยังไงก็ไม่ขาด

เพราะทุกอย่างเป็นความผิดพลาดของเขาเอง

การบันทึกรูปแบบพฤติกรรมของแอนดรอยด์ ส่วนหนึ่งมาจากการเลียนแบบมนุษย์ตัวจริง ดังนั้น จินยองจึงต้องรับแอนดรอยด์มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันราวหนึ่งเดือน

ซึ่งก็ดันเป็นหนึ่งเดือนที่มาร์คนึกพิเรนทร์อยากจะฉลองครบรอบเดทครั้งแรก จึงนำดอกไม้และของขวัญมาให้ที่บ้าน

ประจวบเหมาะกับที่จินยองเกิดเลิกกองดึก พอกลับมาถึงก็พบว่า เจ้าแอนดรอยด์ดันออกหน้าฉลองวันครบรอบแทนเขาอย่างอิ่มเอมไปเกือบเรียบร้อย

'ก็บอกไปตั้งหลายครั้งแล้วว่ายังไม่ได้ทำ' มาร์คเอาแต่ยืนกรานเสียงหลง หลังจากอาการช็อคบรรเทาลงระดับหนึ่ง

'มันไม่เกี่ยวกับทำหรือไม่ทำหรอก แก้ผ้านัวเนียกันขนาดนั้น ถ้าฉันไม่กลับเข้ามาก่อน นายคงได้เป็นผัวแอนดรอยด์คนแรกของโลกแล้วมั้ง'

'ฉันไม่รู้นี่ว่ามีของประหลาดนี่อยู่ในบ้านนาย ถ้ารู้สักนิด ฉันก็จะได้ดูตาม้าตาเรือกว่านี้'

'นายมันไม่ได้เข้าใจอะไรเลย' จินยองเถียงกลับ น้ำใสๆ เอ่ออยู่ที่ขอบตาล่าง

'ฉันไม่เข้าใจอะไร? นายเอาแต่บอกฉันว่าฉันไม่เข้าใจ จนฉันงงไปหมดแล้วว่านี่ฉันกำลังไม่เข้าใจอะไร'

จินยองจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างโกรธขึ้ง

'ที่คบกันมาเป็นปีๆ มันคงไม่มีความหมายกับนายเลยสินะ ถ้าฉันไม่ใช่พัค จินยอง ถ้าฉันไม่มีได้มีรูปร่างหน้าตาแบบนี้ นายจะยังรักฉันอยู่รึเปล่า' พูดจบก็เดินกลับเข้าห้องนอน ปิดประตูเสียงดังโครมใหญ่

วงแขนที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อสมบูรณ์สวมสอดรอบอกกว้าง ก่อนซบใบหน้าลงบนแผ่นหลังของมาร์คอย่างอ่อนโยน

'รักนะครับ... รักมาร์คที่สุดเลย' ใบหน้าที่พร่ำคำหวานหูนั้นคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง

แม้แต่วิธีการ และน้ำเสียงเวลาเอ่ยคำนั้น ก็ยังถอดแบบมาจากตัวจริงราวกับอัดเสียงไว้

เขายอมรับว่าหมอนี่น่ารักมาก และยิ่งน่ารักเป็นพิเศษเวลาที่เขาต้องการจินยอง

แต่สุดท้ายก็ต้องแกะแขนที่เกาะกุมออกอย่างไร้เยื่อใย

ต่อให้เหมือนแค่ไหนก็ไม่ใช่ตัวจริง

ไม่รู้หรอกนะ ว่าเจ้าแอนดรอยด์นี่ได้รับการถ่ายทอดข้อมูลจากต้นฉบับยังไง แต่ดูเหมือนว่าหนึ่งในข้อมูลเหล่านั้น จะมีความรักของจินยองที่มีต่อเขาด้วย ดังนั้น ตอนที่มาเซอร์ไพรส์ที่หน้าบ้าน ทั้งสีหน้าและแววตาจึงได้เปี่ยมไปด้วยความสุขไม่ต่างจากเจ้าตัว

มาร์ครู้สึกเสียใจ... ไม่ใช่ที่เขาพลาดจนเกือบมีความสัมพันธ์กับคนอื่น

เขารู้สึกผิดมหันต์ที่ไม่สามารถสร้างรอยยิ้มนั้นให้กับคนที่เขารักในวันสำคัญของพวกเขาได้ หนำซ้ำยังทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองและเสียใจ

แต่ที่เขาไม่เข้าใจก็คือ... ทำไมจินยองซึ่งเป็นสาเหตุของการเข้าใจผิดนี้แท้ๆ ถึงไม่ยอมเข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุ

อย่างไรก็ตาม ความรักก็ไม่ทำให้ทั้งคู่ตัดขาดจากกันได้

มาร์คเทียวไล้เทียวขื่อง้ออีกฝ่าย ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำผิดตรงไหน จนกระทั่งจินยองยอมใจอ่อน

'สัญญาอย่างหนึ่งได้มั้ย' จินยองขอต่อรองก่อนที่จะยอมรับช่อดอกไม้

'ว่ามาสิ'

'แอนดรอยด์พัค จินยองถูกสร้างขึ้นมาโดยลบข้อเสียของฉันออกไปเยอะมาก ถ้าจะพูดอีกอย่างก็คือ หมอนั่นน่ารักและนิสัยดีกว่าฉันหลายเท่า'

มาร์คยักไหล่

'แต่ก็เป็นแค่แอนดรอยด์ ไม่ใช่นายอยู่ดี'

'ใครมันจะไปรู้ล่ะ เกิดวันดีคืนดี นายอารมณ์เปลี่ยวขึ้นมาแล้วฉันไม่อยู่ ฉันก็กลัวว่าแอนดรอยด์ที่น่ารักของฉันจะแปรสภาพกลายเป็นตุ๊กตายางที่ว่านอนสอนง่ายของนายไปน่ะสิ'

'ไม่มีทาง อีกอย่าง ฉันไม่ได้รักนายแต่ข้อดีเสียหน่อย ข้อเสียบางอย่างของนายก็ทำให้ฉันรัก'

จินยองหน้าร้อนผ่าว พยายามซ่อนความขวยเขินต่อดวงตาวิบวับที่จับจ้องใบหน้าของเขา

'งั้นก็สัญญานะ ว่าจะไม่กิ๊กกับแอนดรอยด์พัค จินยอง'

ชายหนุ่มยื่นนิ้วก้อยออกไปข้างหน้า

มาร์คฉีกรอยยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนเกี่ยวนิ้วก้อยกับอีกฝ่าย

'สัญญา'

ตัวจริงที่เขารักอยู่ตรงหน้า ใครมันจะบ้าไปกิ๊กกับสำเนาได้ล่ะ เขาคิดพลางยกนิ้วก้อยที่เกี่ยวกันนั้นขึ้นมาจูบเบาๆ

และแล้วเมื่อถึงเวลาที่เขาคิดว่าเหมาะสม เขาก็ขอจินยองแต่งงานในที่สุด

ตอนนั้น ชีวิตรักที่แสนราบรื่นของพวกเขา มันควรจะจบลงที่คำบรรยายว่า "แล้วทั้งคู่ก็ครองรักกันอย่างมีความสุข"

หากจินยองไม่เกิดอุตริ ท้าทายเขาให้เลือกว่าจะแต่งงานกับคนไหน โดยพาแอนดรอยด์คู่ใจที่แต่งตัวเหมือนกันทุกประการมายืนอยู่ข้างๆ

ฉิบหายแล้ว... มาร์คได้แต่สบถกับตัวเองอยู่ภายในใจ

ใช่ว่าเขาแยกคนรักกับแอนดรอยด์ไม่ออก ตลอดหลายเดือนมานี่ หลังจากแอนดรอยด์นั่นถูกปรับเปลี่ยนบางอย่างใหม่เพื่อป้องกันศึกชิงนายกับมนุษย์ที่เป็นต้นฉบับ เขาก็พอจะแยกความแตกต่างของทั้งคู่ได้บ้าง... แม้จะทักผิดเป็นบางครั้ง เวลาที่ทัศนวิสัยไม่ชัดเจน

แต่ครั้งนี้ จินยองเล่นไม่ซื่อกับเขา...

หมอนั่นทำตัวเลียนแบบแอนดรอยด์ ในขณะที่แอนดรอยด์มีพัฒนาการไปไกลมากจนดูเหมือนเป็นพัค จินยองที่สมบูรณ์แบบโดยสมบูรณ์

สำหรับจินยอง การเล่นสลับตัวก็คงไม่ต่างกับการละเล่นเพื่อลองใจคนอื่นสักเท่าไหร่

มาร์คจ้องลึกในแววตาของทั้งสองฝ่าย

ระหว่างดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักและความโหยหาอย่างซื่อๆ กับดวงตาที่แฝงความลึกลับราวกับท้าทายว่าผลจะออกมาอย่างไร

และเขาก็เลือกดวงตาขี้เล่นส่องประกายท้าทายตามแบบฉบับคนร้อยเล่ห์อย่างจินยองในที่สุด

ทว่า เขาทายผิด

ก็ใครมันจะตามทันนักแสดงมืออาชีพที่เคยกวาดรางวัลจากการเล่นเป็นตัวละครที่บุคลิกซับซ้อนจนคว้าหัวใจคนดูทั้งเกาหลีมาแล้วอย่างพัค จินยองเล่า... หนำซ้ำยังมีตั้งสองคน

พออธิบายเหตุผลที่เลือก จินยองถึงกับหัวเสีย โวยวายว่าการแต่งงานไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และที่ให้สร้างเงื่อนไขให้เขาเลือกก็ไม่ใช่การล้อเล่น

การขอแต่งงานครั้งแรกจึงพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี

หลังจากนั้น จินยองก็ไม่ยอมพบหน้ามาร์คอีกเลย

นั่นเป็นสาเหตุให้เขาตัดสินใจลักพาตัวแอนดรอยด์ในครั้งนี้


กลับมาที่ปัจจุบัน

มาร์คมองอีกฝ่ายซึ่งย้ายมานั่งคร่อมบนตักเขาเป็นที่เรียบร้อย

โดนหลอกอีกแล้วงั้นเหรอ

เพราะเป็นมนุษย์ ถึงไม่แตะต้องอาหารของแอนดรอยด์สินะ

"ทำไมนายชอบเล่นแบบนี้อยู่เรื่อย"

ดวงตาของคนโดนปั่นหัวฉายแววแห่งความโกรธขึ้ง

"เป็นนาย นายจะแต่งงานฝากชีวิตไว้กับคนที่ไม่รู้ว่านายเป็นใครงั้นเหรอ คนที่แต่งงานกับแฝด ก็ยังต้องแยกแฟนตัวเองให้ออกเลยไม่ใช่รึไง"

มาร์คถอนหายใจ

"แต่นี่มันไม่ใช่แฝดของนาย แต่มันคือก็อปปี้ของนาย ให้ฉันมานั่งแยก ไม่คิดว่าใจร้ายไปหน่อยเหรอ"

"แล้ววันดีคืนดี ฉันกลับมาบ้านแล้วเห็นนายมีอะไรกับสำเนาของฉันแบบคราวที่แล้วอีก นายไม่คิดว่าใจร้ายไปหน่อยเหรอ" อีกฝ่ายเถียง

"ถ้าปัญหานั้น ฉันคิดว่าเราแก้ไขมันได้ ฉันไม่ใช่คนประเภทพระยาเทครัวหรอกนะ"

จินยองนิ่งเงียบ มองหน้าอีกฝ่ายสักพัก

"ฉันรู้ นายไม่ใช่คนประเภทนั้น แต่นายมันไม่.เข้า.ใจ.อะ.ไร.เลย" พูดพลางเขย่าไหล่คนตรงหน้าอย่างขัดใจ

เขาลุกขึ้น ทำท่าจะเดินหนี ทว่ามือของอีกฝ่ายดึงรั้งเอวกลับไปนั่งท่าเดิมอีกครั้ง

"ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าฉันไม่เข้าใจอะไร ทุกวันนี้ฉันยังรักนายไม่พออีกเหรอ"

อีกฝ่ายนิ่งงันไป

"จินยอง แล้วนายล่ะ... ยังรักฉันอยู่รึเปล่า ยังอยากแต่งงานกับฉันอยู่รึเปล่า"

ดวงตาที่มองอย่างเว้าวอนและหวาดกลัวคำตอบที่อาจไม่ได้ดั่งใจ ดูน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก

"มาร์ค... ฉัน..."

ทว่า จู่ๆ คนที่นั่งข้างล่างก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาแตะนิ้วบนริมฝีปากอีกฝ่าย

"ฉันคิดว่า ฉันวางแผนมาอย่างรัดกุมขนาดนี้ ไม่น่าจะจับผิดตัวหรอกใช่มั้ย"

"พูดอะไรของนาย"

"อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ นายเองก็ชอบฉันเหมือนคนต้นแบบของนายไม่ใช่เหรอ... แอนดรอยด์พัค จินยอง"

"อะไร จู่ๆ ก็..."

"นายมันก็ฉลาดเหมือนจินยองนั่นแหละ ถ้าคืนนี้นายยั่วฉันสำเร็จ นอกจากจินยองจะโกรธจนเลิกกับฉันแล้ว นายก็หวังว่าจะหลุดจากการจับตัวไปได้ด้วย เพราะถ้าเป็นจินยอง หมอนั่นก็คงทำแบบนั้นเหมือนกัน"

ที่ไม่ดิ้นรนหาทางหนี ก็เพราะรู้ว่าเป็นเขา แต่ก็ใช่ว่าจะยอมให้ริดรอนอิสรภาพแต่โดยดี

จินยองถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

"ให้ตายเถอะ พอพูดความจริงก็ไม่เชื่อกันบ้างเลย ทั้งที่ฉันก็ไม่ใช่คนขี้โกหกเสียหน่อย"

มาร์คหัวเราะเบาๆ

"จินยองไม่ใช่คนขี้โกหก แต่เจ้าเล่ห์และก็ไม่เคยพูดให้ชื่นใจคนฟังเลย"

"ฉันไม่พูด แต่ฉันทำ... แล้วฉันก็ทำมาตลอด ไม่ชื่นใจสักนิดเลยเหรอ"

กลีบปากได้รูปแดงระเรื่อเคลื่อนเข้ามาใกล้

ถ้าไม่ชื่นใจ... คงไม่หลงหัวปักหัวปำมาจนถึงทุกวันนี้หรอกนะ

มาร์คหลับตารับการประทับจูบของคนตรงหน้า

เขาเป็นฝ่ายผละริมฝีปากออกมา แล้วถาม

"นายคงไม่ใช่แอนดรอยด์ให้จินยองมาแหกอกฉันเอาทีหลังหรอกนะ"

อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ ก่อนพรมจูบไปทั่วใบหน้า

"ถ้านายยุ่งกับพัค จินยองของฉัน ไม่ใช่แค่นายหรอกนะ หุ่นกระป๋องนั่นฉันก็จะไม่ไว้ชีวิตเหมือนกัน"


มาร์คลืมตาขึ้นในตอนเช้า

สุดท้าย เมื่อคืน ทุกอย่างก็จบลงที่เตียงจนได้

เขาแค่หวังว่าจินยองจะไม่หนีหายไปเสียก่อน

ก่อนที่เขาจะขอหมอนั่นแต่งงานอีกครั้ง

ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นร่างกายอุ่นๆ ยังคงหลับไหลอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน

มาร์คเขี่ยเส้นผมอ่อนนุ่มเล่น ก่อนไล้เรื่อยมายังผิวขาวเนียนที่ไหล่และแขน

เสียงกริ่งดังขึ้นที่หน้าบ้าน ตามด้วยเสียงสื่อสารจากอินเตอร์คอม

"มาร์ค! ออกมาเดี๋ยวนี้ ฉันรู้นะว่านายอยู่ที่นี่" เจ้าของเสียงนั้นคือพัค จินยอง ที่กำลังตีสีหน้าขึงขังอยู่ในจอ

คนที่หลับสบายอยู่ในอ้อมกอดสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนขยับตัวส่งเสียงงัวเงียอย่างเกียจคร้านออกมา

"ตื่นแล้วเหรอครับ ที่รัก" ชายหนุ่มจุมพิตที่หน้าผากอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการทักทาย

"มาร์ค! นายทำบ้าอะไร มาเปิดประตูให้ฉันเข้าไปเดี๋ยวนี้" เสียงจากหน้าจอเล็กๆ บนผนังยังโวยวายไม่เลิก

จินยองที่อยู่บนเตียงยืดแขนไปโอบรอบคอของคนข้างๆ ก่อนรั้งเข้ามาจูบที่ริมฝีปาก

"ยังไม่อยากตื่นเลย มาร์คปลุกให้เค้าตาสว่างหน่อยสิ"

ทั้งคู่นัวเนียกันอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหน้ากันอีกพักใหญ่ โดยไม่ได้สนใจเสียงของผู้มาเยือน

"มาร์ค ถ้านายยังไม่ออกมานะ เราได้เห็นดีกันแน่" เสียงจากข้างนอกยังคงขู่ฟ่ออย่างไม่ยอมแพ้

"นี่... นายส่งข้อความไปบอกแอนดรอยด์ของนายหน่อยดีมั้ย ว่าเฉลยทุกอย่างแล้ว" พูดพลางกดจูบเบาๆ ไปตามเรือนร่าง

"ได้สิ... แต่ไว้หลังจากนี้ได้มั้ย ยังไม่อยากให้ใครมาขัดจังหวะเลย" เสียงออดอ้อนของจินยอง ทำเอาชายหนุ่มถึงกับอารมณ์กระเจิดกระเจิง


กว่าคนร้ายจะโผล่ออกมาจากที่กบดาน ก็ผ่านไปราวชั่วโมงได้

นิสัยกัดไม่ปล่อยของแอนดรอยด์พัค จินยองเหมือนเจ้าของไม่มีผิด

"เข้ามาสิ" ชายหนุ่มเชิญอีกฝ่ายอย่างเย็นชา

เมื่ออีกคนก้าวเข้ามาในบ้าน ก็พบร่างของตัวเองนั่งเอกเขนกอย่างอารมณ์ดีอยู่ที่โซฟา

"จินยอง กลับบ้านกัน" ผู้มาใหม่เรียกหาทันที

"หมดเวลาเล่นละครแล้วล่ะ พัค จินยอง" มาร์คขัดขึ้นมา

"หมายความว่าไง" คนถูกขัดหันมามองตาขวาง

"ขอโทษนะ ปล่อยให้นายเป็นห่วงทั้งคืน แถมยังต้องตะโกนหน้าบ้านอยู่ตั้งนาน" จินยองบนโซฟาเอ่ยขึ้นบ้าง "ฉันบอกความจริงมาร์คไปแล้วล่ะ"

"ความจริง?"

"นายกลับไปเป็นแอนดรอยด์เหมือนเดิมได้แล้ว ตอนนี้เราปรับความเข้าใจกันแล้ว"

จินยองที่เพิ่งเข้ามานิ่งงันไปครู่ใหญ่

ใบหน้าซีดเซียว กับดวงตาที่สับสนนั้นทำให้มาร์ครู้สึกใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก

เขาเหลือบมองสองจินยองสลับกันไปมา

ในที่สุด จินยองที่เพิ่งเข้ามาก็ลากแขนมาร์คเข้าไปในห้องนอน

ทันทีที่ประตูปิด จินยองต้องถึงกับชะงัก เมื่อเห็นสภาพที่ยุ่งเหยิงของเตียงที่อยู่กลางห้อง

ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามไปถึงสันหลัง

"นี่มันเรื่องอะไรกัน... อย่าบอกนะ... ว่านาย... นอนกับหมอนั่นไปแล้ว"

มาร์คถึงกับมือสั่น เมื่อเห็นดวงตาที่แดงก่ำรื้อน้ำตาของอีกฝ่าย

เขาพยายามจับต้นชนปลายเรื่องราวทั้งหมด แต่สุดท้ายก็จบที่ความสับสนว่าใครคือคนรักของเขากันแน่

ประตูห้องนอนเปิดออก พร้อมกับแขนที่โอบเจ้าของห้องจากด้านหลัง

"ใช่แล้ว จินยอง... ฉันนอนกับเขาไปแล้ว"

มาร์คจึงได้แน่ใจว่าเขาได้ทำผิดมหันต์กับคนตรงหน้า

"จินยอง... ฉัน... อธิบายได้นะ"

"อธิบาย?"

ริมฝีปากอิ่มคู่นั้นสั่นระริกพอๆ กับร่างกาย

"นายจะอธิบายอะไรกับฉันอีก!"

น้ำตาแห่งความผิดหวังไหลอาบพวงแก้มใสเป็นทาง

"ฉันกะแล้วเชียว ว่าเรื่องบ้าๆ นี่มันต้องเกิดขึ้นซักวัน ตราบใดที่นายยังแยกฉันกับแอนดรอยด์นั่นไม่ออก นายทำมันลงไปจนได้ นายนอกใจฉันจนได้"

"ใจเย็นๆ ก่อนสิ จินยอง"

ถึงอีกฝ่ายจะพยายามยื่นมือเข้ามาปลอบ แต่เมื่อเห็นวงแขนที่โอบรอบแผ่นอก ไหนจะใบหน้าที่เหมือนตัวเองกำลังซอนซบอยู่ที่ไหล่กว้างของคนที่รัก หัวใจของจินยองก็แทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

"ฉันไม่เคยนอกใจนะ" มาร์คพูดเสียงอ่อย

"ยังจะมีหน้ามาพูดอีกนะ หลีก!"

เขาผลักมาร์คออกไปให้พ้นทาง ก่อนวิ่งออกจากห้อง

บ้าชะมัด... ทำไมต้องเป็นแบบนี้

ต่อให้ไม่เห็นพฤติกรรมนั้นตำตา แต่หมอนั่น... ไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธหรือต่อต้านแอนดรอยด์พัค จินยองเลยสักนิด

เพราะได้กันแล้วงั้นเหรอ?

เพียงแค่คืนเดียวเนี่ยนะ?

พัค จินยองที่สมบูรณ์แบบ... คงรวมไปถึงเรื่องบนเตียงด้วยสินะ

เขาไม่น่าประมาทให้แอนดรอยด์นั่นคลาดสายตา

เขาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าแอนดรอยด์ที่มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนเขาทุกประการย่อมแอบมีใจให้คนคนเดียวกัน

บางที การลักพาตัวที่ว่า อาจเป็นการสมยอมมาตั้งแต่ต้น

แม้แต่การโอบกอดอย่างหวงแหนหลังจากได้ครอบครอง... ก็ไม่ต่างจากที่เขาเคยทำกับมาร์คในอดีตเลยสักนิด

มาร์คเองก็คงดีใจที่ได้คนรักที่สดใหม่กว่า... กว่าตัวเขาที่หลังๆ มีแต่พ่อแง่แม่ งอน เล่นตัวตลอดเวลา

แล้วเขาล่ะ... เอาเขาไปไว้ที่ไหน

จินยองปาดน้ำตา สวมรองเท้าผ้าใบมือไม้สั่น ทุกอย่างตรงหน้าลางเลือน

ไม่มีวี่แววว่าคนรักจะเดินตามเขาออกมา

ความเจ็บปวดและความน้อยใจยิ่งทวีจนทนแทบไม่ไหว

เขายืนขึ้น เอื้อมมือไปเปิดประตู แล้วก้าวออกจากบ้านไป

แต่แล้วก็ชนอะไรบางอย่างเข้าอย่างจัง

"บอกแล้วไงว่าให้ใจเย็น" เสียงที่คุ้นหูดังขึ้น

จินยองกระพริบตาเพื่อมองหน้าคนที่ยืนยิ้มอยู่หน้าบ้านให้ชัดเจน

มาร์ค... ในชุดเสื้อผ้าที่แตกต่างจากเมื่อครู่ แถมในมือยังถือช่อดอกไม้เล็กๆ

เขาได้แต่ทำปากพะงาบๆ ด้วยความงุนงง

"โอ๋... ดูสิ ตาบวมหมดแล้วนะ" พูดจบก็ล้วงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาบนแก้มให้

"นี่... มันเรื่องอะไร"

"ฉันเคยไม่เข้าใจนะ ว่าทำไมนายเอาแต่งอนแล้วก็พูดว่าฉันไม่เข้าใจอะไรเลย จนกระทั่งเมื่อกี้... ฉันก็รู้แล้วล่ะ ว่าฉันมันไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ ด้วย"

"เล่นอะไรของนาย"

"ไม่ได้เล่น... นี่เอาจริง"

มาร์คที่ยืนตรงหน้ายัดช่อดอกไม้ยัดใส่มือจินยอง

"เห็นนายหึงฉัน โดยที่นายไม่รู้ว่านั่นไม่ใช่ฉัน จะว่าขำก็ขำ จะว่าเจ็บก็เจ็บ นี่นายไม่รู้จริงๆ เหรอ ว่าหมอนั่นก็เป็นแอนดรอยด์เหมือนกัน"

จินยองถึงกับหน้าซีด

"แสดงว่า... นายไม่ได้..."

"พัค จินยองของนาย เป็นแอนดรอยด์ ถ้าต้องรับสิ่งที่ไม่ได้สร้างมาสำหรับเขา ในแง่ความรู้สึกมันก็ทรมานนะ"

เมื่อจินยองหันหลังกลับไป ก็พบแอนดรอยด์สองตัวที่หน้าเหมือนพวกเขา กำลังยืนกอดกันกลมราวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน

"คิดว่าตัวเองมีแอนดรอยด์ได้คนเดียวหรือไง ใจร้ายชะมัด ให้กำเนิดนักแสดงพัค จินยองที่มีชีวิตจิตใจ มีความรัก มีความรู้สึกเหมือนนายทุกอย่าง แต่ไม่ผลิตคนที่เขารักมาให้ เหงาแย่เลย"

มาร์คล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋า

เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า

"แต่งงานกันนะ จินยอง"

คนฟังตัวแข็งทื่อไปหลายวินาที ก่อนยอมเปิดปากตอบออกมา

"ไม่!"

"ทำไมล่ะ"

มาร์คถึงกับทำหน้างง

"นายก็จำฉันไม่ได้ ฉันก็จำนายไม่ได้ แล้วเราจะอยู่กันได้ยังไง"

มาร์คถอดหายใจออกมาอย่างระอา

"เรื่องนั้น... ฉันคิดว่าเราช่วยกันแก้ปัญหาได้นะ นายเชื่อใจฉันไหมล่ะ"

หยาดน้ำใสเอ่อขึ้นมาที่ขอบตาล่างอีกครั้ง

หลังจากปล่อยให้อีกฝ่ายรอด้วยความหวังในชั่วอึดใจ ในที่สุดจินยองก็ยอมพยักหน้า

"อืม"

แม้สีหน้ากังวลของอีกฝ่ายยังไม่เลือนหายไป แต่เขาก็ยอมให้มาร์คดึงมือซ้ายไปบรรจงสวมแหวนทองคำขาวให้ที่นิ้วนาง


จบ


ตอนแรกที่วางตอนจบไว้ไม่ใช่แบบนี้เลยค่ะ จะให้มาร์คขอแต่งงานอีกรอบ แล้วจินยองก็ให้เลือกว่าตัวเองคือคนไหนอีกครั้ง เสร็จแล้วมาร์คก็ไปเลือกแอนดรอยด์ (เพราะรู้ว่าเป็นแอนดรอยด์ด้วยกัน) แล้วจินยองก็เดินออกไป เจอมาร์คตัวจริงของแต่งงาน แล้วก็จบที่ตรงนั้น

แต่จินตนาการเจ้ากรรมมันก็แย้งมาว่า แล้วถ้าเกิดผิดคิว มาร์คแอนดรอยด์ซึ่งมีชีวิตจิตใจของมาร์คอย่างเต็มตัวดันผ่าเลือกจินยองตัวจริงขึ้นมา ไม่โป๊ะแตกตรงตอนจบเหรอ

เออเนอะ คิดเองก็เหวอเอง เลยพยายามเลี่ยงการจบที่มีโอกาสคิดหักมุมต่อยอดหลังจากบรรทัดสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวไม่แฮปปี้เอ็นดิ้ง 5555

ผลงานอื่นๆ ของ something to live and die for

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. #11 Serena_v (@Serena_v) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 00:49
    หักมุมหลายตลบมาก สุดยอดเลยค่ะ
    #11
    0
  2. วันที่ 13 เมษายน 2560 / 11:24
    ลแงมาอ่านภาคนี้ก่อนไปอีกภาค โอ๊ย! ไรท์ขาาาา เนื้อเรื่องพลิกไปมายิ่งกว่าย่างเนื้ออีก เล่นเอาคนอ่านเกือบจะไปสอบเคมีได้เต็มแล้ว/อันนี้เวอร์ไป ทำมายยยยมันพีคขนาดเน่!!
    #10
    1
    • #10-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 1)
      16 เมษายน 2560 / 15:08
      โห... สมัยมัธยม คนเขียนเกือบตกเคมีนะคะ ขอบอก 555
      #10-1
  3. วันที่ 20 มกราคม 2560 / 18:24
    อ่านจบนี่แบบร้องว้าวเลยนะคะ .. นี่มันคือเรื่องอะไรเนี่ยยย พีคมากก เป็นพล็อตที่หักมุมคนอ่านแบบเราสุดๆ ตอนแรกก็จับต้นชนปลายไม่ถูก นึกว่าพี่มาร์คจะกอดกับแอนดรอยส์จริงๆ คิดว่าจะดราม่าซะแล้ว แต่พออ่านมาตอนสุดท้าย เฉลยว่ามาร์คแอบแก้เผ็ดจินยองโดยการคลอดแอนดรอยส์มัคต้วนมาบ้าง ก็แบบ เฮ้ยมันล้ำมาก 55 ไม่เคยอ่านแนวนี้เลย ชอบมากๆๆ ฮือ ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ มีงานเขียนออกมาเรื่อยๆน้า ทีมรออ่าน แฮ่ ;3
    #9
    1
    • 20 มกราคม 2560 / 20:08
      ขอบคุณมากค่า จะพยายามเขียนออกมานะค้า ส่วนใหญ่เขียน 10 เรื่องจะรู้สึกโอเคซัก 2-3 เรื่องค่ะ 5555 ไม่อยากเขียนหักมุมบ่อย กลับตัวไปเขียนพล็อตธรรมดายากมากเลย ในหัวพร้อมทรยศพล็อตเดิมตัวเองตลอดเวลา ตอนนี้กลายเป็นว่าเขียนเรื่องอื่นที่ไม่หักมุมช้าลงเยอะเลยค่ะ เหอๆๆๆ
      #9-1
  4. วันที่ 20 มกราคม 2560 / 15:14
    ทำไมจบเร้วจัง อยากไห้มีอีก
    #8
    1
    • 20 มกราคม 2560 / 20:05
      มีต่ออาจไม่สนุกก็ได้นะคะ 5555

      จริงๆ แล้วที่มโนไว้ต่อจากนี้คือ หลังจากมาร์คกับจินยองแต่งงานกัน แอนดรอยด์ของทั้งคู่ถูกแช่แข็งไว้สำหรับการใช้งานในอนาคตค่ะ แต่ไม่พูดถึง เพราะอยากเก็บความกังวลของจินยองไว้ให้สุดทางในตอนจบ ชอบความแฮปปี้ที่ครึ่งๆ กลางๆ
      #8-1
  5. #7 Kanompie (ขนมพาย) (@pieitim) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 01:32
    โอ๊ยย สุดยอดไปเลย ชอบสุดอะไรสุด คำศัพท์วิทย์มาเต็มมาก แอบสงสัยเลยว่าไรท์เก่งวิทย์ป้ะเนี่ย 555555 ชอบมากอ่ะ ชอบม้ากกก
    #7
    1
    • #7-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 1)
      12 มกราคม 2560 / 01:48
      ขอบคุณที่ชอบค่า ไม่ได้เก่งวิทย์เลยค่ะ โง่เลข (มาก) ด้วย 555
      #7-1
  6. วันที่ 11 มกราคม 2560 / 23:45
    ชอบมากค่ะ ฮือออ เป็นฟิคที่คาดไม่ถึงเลยค่ะ55555555 ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆแบบนี้นะคะ ><
    #6
    1
  7. วันที่ 11 มกราคม 2560 / 15:52
    เห้ยยย ชอบอ่ะ บรรยายไม่ถูก มันมีความซับซ้อนในแบบที่คิดไม่ถึงอ่ะ เหมือนโดนหลอกซ้ำซ้อน แต่เพราะว่ามันเป็นฟิค เลยเต็มใจให้โดนหลอกเต็มๆเลยค่ะ ดีมากกกก เนื้อเรื่องดี นวัตกรรมล้ำยุคไปอีก เหมือนเห็นโลกอนาคต จากที่อ่านๆมานี่พี่มาร์คนี่รวยไม่เบาเลยนะคะ ออกจะไปทางมหึมาอภิมหาเศรษฐี ถ้าจินยองไม่เอาเรียกเราได้ค่ะ 5555555
    ปล.ชอบทั้งคนทั้งแอนดรอยด์เลย ฮืออออ ~
    #5
    1
    • 11 มกราคม 2560 / 16:14
      ขอบคุณค่า ไม่รวยก็ง้อแฟนแบบนี้ไม่ได้นะ หายไปสามเดือนได้แอนดรอยด์ตัวใหม่เนี่ย... ต้อรักและทุ่มเทขนาดไหน 5555
      #5-1
  8. วันที่ 11 มกราคม 2560 / 09:25
    ขอแอนดรอยด์ตัวนึงค่ะ : ) เรื่องนี้ต้องค่อยๆอ่าน สับสนไปพร้อมๆกะตัวละครเลย ดีใจที่พี่มาร์ครักจริงหวังแต่ง แก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาด
    #4
    2
    • 11 มกราคม 2560 / 16:12
      พลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง รู้ซึ้งถึงความยากลำบาก 555
      แอนดรอยด์ต้องไปเป็นคู่ค่ะ เดี๋ยวเขาเหงานะ กร๊ากๆๆๆ
      #4-1
    • 11 มกราคม 2560 / 22:25
      แหม ได้มาเป็นคู่ยิ่งดีค่ะ ชอบให้เค้าอยู่ด้วยกัน ฟินตัวแตกไปเลยงั้น >///<
      #4-2
  9. วันที่ 11 มกราคม 2560 / 09:06
    งื้ออ ชอบอีกแล้วอะ เสน่ห์ของฟิคคุณ something.. คือพล็อตเรื่องที่มีเนื้อหาล้ำยุคและบทหลอกคนอ่านนะรู้มั้ย ดีจังงง ฮือแต่ละเรื่องคิดมาดีมากเลยย

    นี่ใจหายมากตอนที่จินยองมาเห็นมาร์คกับแอนดรอยส์ นึกว่าจะจบแบบดราม่าซะแล้ว TvT แต่พี่มาร์คก็เนอะ โดนมาหลายรอบแล้วจะวางแผนมาดีก็ไม่แปลก รู้ทันสินะ 555 แต่กลายเป็น2คู่แบบนี้เวลาออกไปเดินข้างนอกคนจะไม่ตกใจกันแย่เลยเหรอ ยิ่งจินยองเป็นดาราด้วย สมมติมีฟค.เห็นอยู่อีกที่ แล้วฟค.อีกกลุ่มเห็นว่าอยู่อีกที่ โอยย นึกภาพแล้ววุ่นวายน่าดู >//<

    ชอบฟิกคุณจังค่ะ เขียนมัคจินออกมาเยอะๆนะคะ *กะพริบตาอ้อนวอน*

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 มกราคม 2560 / 14:39
    #3
    1
    • 11 มกราคม 2560 / 16:10
      ขอบคุณที่ชอบค่า จริงๆ ณ ปัจจุบันเราไม่ใช่คนเขียนแนวหลอกคนอ่านเลยนะ แต่ดูเหมือนว่าเขียนแล้วจะได้ฟีดแบ็คเยอะกว่าแนวอื่นซะงั้น แปลว่าคนอ่านชอบความรู้สึกตอนโดนหลอกมากกว่าการเดาทุกอย่างได้รึเปล่านะ 5555
      จริงๆ พล็อตนี้เขียนเป็นนิยายไม่มันส์เท่าไหร่ค่ะ เพราะการใช้คำศัพท์ในการบรรยายมีข้อจำกัด ทำให้จำใจต้องหลอกคนอ่าน ซึ่งจริงๆ แล้วสไตล์เราไม่ใช่หลอก แต่บิดเบือนให้คนอ่านเข้าใจไปเองว่าเป็นอย่างนั้นมากกว่า ถ้าเขียนเป็นบทละครถึงจะบรรลุเป้าหมายโดยไม่ต้องหลอกลวงกัน แต่ทำไงได้ เขียนแล้วไม่มีใครเล่น ก็เลยยอมหลอกคนอ่านก็ได้ ต้องฝืนใจเขียนแบบเชอร์ล็อคโฮล์มแทนที่จะเป็นมาเปิล
      ปล. ถ้ามีแอนดรอยด์จินยองจริงๆ นี่ เวลาเห็นจินยองอยู่นอกบ้านคงต้องทายกันว่านี่คือตัวจริงรึเปล่า 555 จินยองจะอ้วนๆ ผอมๆ ไม่ได้แล้วนะ ไปเดทแล้วแฟนคลับจะจับได้จากขนาดพุง เอ๊ย ขนาดตัวนี่แหละ แอนดรอยด์มาร์คน่าจะทายยากกว่า เพราะนางตัวเท่าเดิมตลอดเวลา

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 มกราคม 2560 / 16:23
      #3-1
  10. วันที่ 11 มกราคม 2560 / 09:02
    นี่มันหลอกซ้อนหลอกกันนี่นา โหยยยยย นี่แหละฟิคสไตล์ของคุณที่เราหลงรัก ชอบการถูกหลอกอยู่ร่ำไปและเดาทิศทางไม่ได้นี่แหละค่ะ
    พักนี้ไม่ค่อยมีเวลาเลยค่ะ เลยยังไม่ได้ตามอ่านฟิคยาวเรื่องนั้นเลย เห็นมาอัพหลายตอนแล้ว แต่ต้องห้ามใจตัวเองไม่ให้กดเข้าไปอ่าน กลัวไม่มีเวลาเม้นท์น่ะค่ะ ไม่ใช่อะไร จะอ่านเฉยๆแล้วจากไปก็รู้สึกไม่ดี เลยรอให้มีเวลาเต็มที่ค่อยมาตามอ่านตามเม้นท์เอาอีกที พอดีเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้น แถมยังเป็นมัคจินด้วย เลยแวะมาอ่านได้ 5555+ 
    จริงๆก็คิดนะคะ ว่าจินยองจะสร้างแอนดรอยของตัวเองมาทำไม ในเมื่อตัวเองก็สมบูรณ์แบบทุกอย่างอยู่แล้ว แถมยังมาทำให้พี่มาร์คแกสับสนเล่นจนเกิดปัญหาเข้าไปได้อีก แต่ไม่ได้คาดคิดจริงๆว่าจะจบแบบนี้ เราก็นึกว่าจะต้องเลิกกันจริงๆ พอเจอโป๊ะแตกว่าที่ได้กับแอนดรอยจินยองคือแอนดรอยมาร์ค หลอกในหลอกไปอีกค่ะ จบแบบสมหวังปนงงๆของคนอ่านไปอีก นี่ชั้นโดนหลอกอีกแล้ววววววววว55555+
    #2
    1
    • 11 มกราคม 2560 / 15:58
      ขอบคุณค่าาา เข้าใจหัวอกแม่ยกมัคจิน เจอจั่วหัวจินมัคก็จะอารมณ์เอาไว้ก่อนก็ได้ ไรงี้ เราก็เป็นเหมือนกันค่ะ ขอบคุณมากสำหรับการคอมเมนต์ มาเห็นตัวหนังสือเป็นพรืดแล้วก็ชื่นใจอ่ะ เอาจริงๆ คอมเมนต์นี่เขียนยากกว่าเขียนนิยายอีกนะ เราเป็นคนนึงที่คอมเมนต์ไม่เก่ง ยอมรับเลยว่าอย่างมากก็ทำได้แค่กรี๊ด ถ้าเป็นเรื่องที่ชอบและได้ใจ แต่ให้วิจงวิจารณ์อะไรไม่เป็นเลยค่ะ พอเห็นคนอ่านที่เขียนคอมเมนต์ให้แบบตั้งใจนี่ โคตรนับถือเลยอ่ะ

      ถ้าย้อนกลับไปเล่าปูมหลังของเรื่องนี้ จินยองไม่ได้อยากได้แอนดรอยด์ของตัวเองหรอกค่ะ แต่เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ทางโครงการคัดเลือกและติดต่อมา เจ้าตัวคิดว่ามันเป็นหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกก็เลยให้ความร่วมมือ พอได้ลองเข้าไปอยู่ในโครงการอย่างเต็มตัว ก็ทุ่มเทเต็มที่ตามประสาจินยอง
      #2-1
  11. #1 โอเลนจี ×` (@iyacup-jubjub) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 08:36
    กรรมนึกว่าอีพี่มาร์คจะตายตอนจบซะแล้ว. 555
    คดีพลิกจ้า.. 55
    #1
    1
    • #1-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 1)
      11 มกราคม 2560 / 15:51
      เกือบค่ะ 555 ถ้าเป็นแบบนั้นสงสัยได้กลายเป็นเรื่องยาวแทน
      #1-1