คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย ... #ԤWBC แก... #ฟิคแกWBC | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ก.พ. 62 / 23:55


แก...

 

คอมฟอร์ตโซน...แปลว่าที่ๆคนเราอยู่แล้วสบายใจ 

เฟรนด์โซน...แปลว่าโซนของคนที่เป็นได้แค่เพื่อน 

ตามภูมิศาสตร์ของหัวใจ...

          “เฟรนด์โซน”...มักจะเป็นพื้นที่ๆอยู่ใกล้ๆกับ“คอมฟอร์ตโซน”เสมอ

 

...

 

            “แก...” 

 

            เสียงเรียกแบบนั้นคุ้นเคยเสมอจนคนฟังแทบไม่ต้องถามเจ้าของเสียงแล้วว่าเรียกทำไม ขณะที่หญิงสาวร่างสูง หน้าคม นัยน์ตาหม่นเศร้านั้นกระพริบตามองหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันที่อยู่ตรงหน้าซึ่งกำลังมายืนอยู่หน้าห้องหล่อนในตอนนี้ เจ้าของใบหน้าน่ารักนั้นยิ่งดูน่ารักเมื่อมันแดงก่ำ...แต่วุ้นกลับรู้สึกว่าคริสจะน่ารักมากกว่านี้...หากใบหน้าของหล่อนไม่ได้แดงก่ำเพราะอาการร้องไห้มาอย่างหนัก

 

            “ทะเลาะกับบีอีกแล้วสิ” 

 

            เพื่อนสาวร่างสูงว่าเช่นนั้นด้วยน้ำเสียงที่จับอารมณ์ได้ยากว่ามัน...ชินชา...ขุ่นมัวหรือพอใจกันแน่...พลางผลักประตูเปิดให้เพื่อนของหล่อนเข้ามาได้ ขณะที่หญิงสาวหน้าหมวยปาดน้ำตาป้อยๆแล้วขยับเข้ามาอยู่ในห้องหล่อนทั้งๆที่ยังสะอื้นอยู่อย่างนั้นแล้วพยักหน้ารัวๆ

 

            “อือ ขออยู่ห้องแกก่อนนะ วันนี้ไม่อยากกลับห้องบีและก็ไม่อยากอยู่คนเดียวว่ะ”

 

            “ได้สิ...” ได้ตลอดแหละ...วุ้นแอบคิดอยู่ในใจ เพราะแม้จะเป็นเจ้าของห้อง เธอก็ไม่เคยมีสิทธิ์ปฏิเสธหญิงสาวตรงหน้าคนนี้อยู่แล้ว...เพื่อนสนิท...สถานะที่เธอเป็นมาตลอดกับคริส...เพื่อนสนิทที่จะอยู่ตรงนี้เสมอเมื่ออีกฝ่ายต้องการ มันเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว และมันก็คงจะเป็นแบบนี้เรื่อยไป...

 

            “แกแม่.งคือคอมฟอร์ตโซนของฉันจริงๆว่ะ”

 

            นั่นคือสิ่งที่คริสพูดเสมอทุกครั้ง...เพื่อนรัก...อย่างเธอเป็นคอมฟอร์ตโซน เป็นที่พักใจ เป็นทุกอย่างที่อีกฝ่ายจะมาอยู่ใกล้ๆในวันที่เหนื่อยล้า...บางทีคริสจะมาที่ห้องของเธอแค่เพียงเพื่อร้องไห้ใส่...บางทีก็มาเพื่อนอนกอดแขนเธอดูหนังแล้วหลับไป...บางทีก็มาแค่เพราะผ่านมาและแวะเอาขนมมาให้...

 

            และแน่นอนบางครั้ง คริสก็มากับ...บี

 

            ชื่อไอ้บ้านี่มันกรีดแทงใจเธอเสมอเลยให้ตายสิ 

 

            ราวกับเป็นคำวิเศษ...ชื่อของคนรักของคริสมักจะทำให้วุ้นรู้สึกยิ้มไม่ออก หัวใจของเธอที่มักจะพองโตทุกครั้งที่ได้เห็นใบหน้าของ เพื่อนรัก นั้นมักจะห่อเหี่ยวลงไปทุกทีที่ได้ยินชื่อของคนรักของเพื่อน พ่วงเข้ามาด้วย วุ้นมักจะหลีกเลี่ยงไม่ไปอยู่ในพื้นที่ที่ทั้งสองคนจะอยู่ด้วยกัน ถ้าหากคริสนัดแล้วมีบีด้วย วุ้นจะพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ไป...เพราะไม่อาจทนดูภาพ ดีดีเหล่านั้นได้...ทั้งๆที่มันไม่ควรจะเป็น...หล่อนรู้ว่าหล่อนควรจะยินดีกับเพื่อน

 

            แต่แล้วข้างในใจก็ต้องมาคอยอิจฉาเขาเรื่อยไป

 

            โคตรเลวเลย...ต้องมาแอบภาวนาให้เขาเลิกกัน

 

            วุ้นนึกในใจอย่างนั้น 

 

ทั้งๆที่ต่อให้เขาเลิกกันก็ไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสไหม

 

ความเศร้าก็คือ คริสอยู่มาตั้งนานโดยไม่มีบี และวุ้นก็ไม่คิดจะทำอะไร...ไม่สิ...เธอไม่รู้ว่าควรต้องทำอะไรต่างหาก...เพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยม...เหมือนว่าจำความได้ก็มีผู้หญิงคนนี้อยู่ข้างๆเสมอ...วุ้นไม่เคยสงสัย ไม่เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่...ก็เพื่อนไง...คำตอบไม่เคยยากและซับซ้อน

 

จนกระทั่งมันมีแฟน 

 

วุ้นไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะหึงหรือหวงใครได้ แต่นาทีที่เธอรู้สึกเหมือนควันออกหู เหมือนไฟร้อนๆแผดเผาอยู่ในอกเมื่อคริสเอาผู้หญิงร่างสูงหน้าสวยคนนั้นมาแนะนำให้เธอได้รู้จักว่าชื่อบี และ เป็นแฟนคริส และยิ่งเมื่อได้เห็นอีกฝ่ายโอบแขนลงมาที่ไหล่ของเพื่อนสนิทเธออย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ วุ้นยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย...

 

อยู่ๆก็ตกอยู่ใน เฟรนด์โซน แบบไม่เต็มใจและไม่ทันตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ

 

“แก...” 

 

เจ้าของใบหน้าหมวยที่น้ำตาดูจะเหือดแห้งไปแล้วและอารมณ์ดีขึ้นมากแล้วในตอนนี้นั้นกำลังคุ้ยอยู่ที่ตู้เย็นห้องเธอราวกับเป็นตู้เย็นห้องตัวเองแบบนั้นเรียกเธอและทำให้วุ้นที่กำลังนั่งอยู่หน้าทีวีนั้นเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนสนิทของหล่อน ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ 

 

“ว่า?” 

 

“ห้องแกไม่มีเบียร์หรือเหล้าอะไรเลยหรอวะ...เดี๋ยวนี้เป็นแม่ชีหรือไง”

 

อืม...ก็แค่นั้นเอง แค่ความต้องการเล็กๆน้อยๆของคริส ที่ต่อให้อีกฝ่ายไม่ต้องร้องขอ...วุ้นก็ต้องลงมายืนหน้าร้านสะดวกซื้อไม่มีชื่อข้างล่างคอนโดฯของตัวเองเพื่อซื้อสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้จนได้...ทุกอย่างที่คริสต้องการ...ขอให้บอกเถอะ...หรือแค่เอ่ยปากบ่นมาก็ได้...วุ้นก็พร้อมจะหามาให้ตลอด

 

แสนดีขนาดนี้ทำไมแกถึงยังไม่เคยเห็นอีกวะ...

 

วุ้นคิดอย่างปวดร้าวใจ 

 

คนดีๆมันมักจะเป็นได้แค่เพื่อนหรือไงวะ...

 

วุ้นคิดไปเรื่อยเปื่อย ขณะที่ยื่นธนบัตรจ่ายค่าเบียร์และขนมขบเคี้ยวอีกบางส่วน ขณะที่พนักงานเฝ้าร้านกำลังหัวเราะกับโฆษณาในทีวีอยู่...โฆษณาของหนังโรแมนติกคอมมิดี้จากค่ายหนังอารมณ์ดีเฟรนด์โซน...ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจอยู่ในขณะนี้...หล่อนถอนหายใจเบาๆ ขณะที่กระแอมเพื่อจะเรียกพนักงานคนนั้น...ตัวละครในหนังในโฆษณาก็เอ่ยออกมาดังลั่นว่า...

 

“เพื่อนพ่อมึ.งดิ!” 

 

อึก... รู้สึกเหมือนมีคนเอามีดมาแทง...หล่อนได้แต่ยิ้มแหยๆเมื่อพนักงานหันมาให้ความสนใจหล่อนอีกครั้ง แล้ว มนุษย์เฟรนด์โซน อย่างเธอก็ต้องหอบสังขาร ใจที่เจ็บช้ำ และเบียร์กับขนมตามสั่งกลับขึ้นไปให้เพื่อนสนิทของหล่อนที่กำลังนอนรออยู่อย่างสบายอกสบายใจบนห้องนั้น

 

ทั้งๆที่หลายๆครั้งอยากจะตะโกนใส่หน้ามันว่า...

 

เพื่อนพ่อมึ.งดิ่...

 

เหมือนในหนังบ้าง...แต่ก็กลัวจะ สิ้นสุดทางเพื่อน แบบชื่อหนังเหมือนกัน

 

“โอ๊ย...โคตรรักแกเลยไอ้วุ้น!” 

 

ทันทีคริสเห็นสิ่งที่ตัวเองต้องการในถุงที่วุ้นหอบหิ้วมา หญิงสาวหน้าหมวยก็ยิ้มจนตาหยีแล้วเอ่ยปากบอกคำว่ารักได้เต็มปากเต็มคำด้วยสีหน้ามีความสุข...และคนที่ยืนถือถุงใส่เบียร์และขนมจุกจิกพวกนั้นก็เพียงแต่แค่นยิ้มอย่างฝืดเฝือน...หล่อนรู้ดี...ทุกครั้งที่เพื่อนของหล่อนเอ่ยคำว่ารัก....

 

มันคือคำว่ารักที่ไม่เคยมีความรักเจือปนอยู่ในนั้น 

 

“สองร้อย จ่ายมาด้วย ไม่เลี้ยงนะ” 

 

ทันทีที่เพื่อนสนิทของหล่อนลงมือคุ้ยเบียร์กระป๋องออกจากถุง วุ้นก็เอ่ยออกมานิ่งๆแบบนั้นแล้วแบมือมาตรงหน้า ทำให้คริสทำหน้ายู่น้อยๆแล้วหลิ่วตามองเพื่อนของหล่อน

 

“หูย งกว่ะ” 

 

ถึงจะพูดอย่างงั้นก็ควักเงินแปะลงบนมือให้อยู่ดี 

 

วุ้นรู้...คริสไม่เคยคิดจะเอาเปรียบเธอ...ไม่ว่าจะเป็นทางการเงิน หรือทางจิตใจ...มันไม่ใช่ความผิดของอีกฝ่ายเลยที่เธอต้องติดอยู่ในกรงขังทางความรู้สึกแบบนี้...ก็คริสไม่เคยรู้...และวุ้นเองก็ไม่เคยบอก...แต่จะบอกออกไปได้อย่างไร ในเมื่อเพื่อนสนิทของเธอก็ยังคงมีคนรักที่คบกันมาเกือบห้าปีแล้ว....

 

“คราวนี้ยังไงล่ะ...ห่างกันสักพัก...ระยะทำใจ...หรือเลิก?”  

 

รู้ว่าเลวนะที่รีบถามตอนนี้...ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าแกพร้อมจะเล่าหรือเปล่า...แต่มันก็อยากรู้

 

คำถามของวุ้นทำให้คริสที่กำลังสนใจกระป๋องเบียร์อยู่เหมือนจะจุกไป แต่หล่อนก็รีบเปิดกระป๋องแล้วกรอกมันอั้กๆเข้าปาก...ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นปาดปากแล้วมองกลับมาที่เธอด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว

 

“เลิกแม่.ง!” 

 

คริสพูดแค่นั้นเอง แล้วก็เดินกลับไปนั่งหน้าทีวี...แต่หัวใจของเพื่อนสนิทอย่างเธอกลับกระตุก...แล้วมันก็เต้นแรงด้วยความสุข...มันอาจจะแค่นั้นเอง...แต่แสงสว่างแห่งความหวังก็พลันฉายแวบมาที่หัวใจของเธอ...คนที่แอบรักและรออีกฝ่ายมานาน...มันคงไม่มากเกินไปใช่ไหม...ถ้าจะหวัง

 

แม้ในใจจะลิงโลดแบบนั้น วุ้นก็เพียงแต่แค่นยิ้ม แล้วหยิบกระป๋องเบียร์มาเปิดตามอีกฝ่าย ก่อนจะเดินตามไปนั่งโซฟาหน้าทีวีเคียงข้างคริส แล้วเอ่ยถามออกมาว่า...

 

“เลิกจริง?” “อือ” “เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คืนดีกัน” “ไม่แล้ว แม่ง...เฮงซวย” “แกก็พูดแบบนี้ตลอดแล้วฉันก็เห็นแกกลับไปดีกับเขาตลอด” “ไม่แล้วเว้ย...” “ให้แน่เหอะ” “เอ๊ะไอ้วุ้น แกเพื่อนใคร!!” 

 

เมื่อโดนต้อนแบบนั้นคริสก็อดโวยวายด้วยน้ำเสียงไม่พอใจออกมาไม่ได้ และนั่นก็ทำให้หญิงสาวร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆเพียงแต่จิบเบียร์เข้าไปเบาๆ แล้วยื่นกระป๋องเบียร์มาตรงหน้าอีกครั้ง

 

“เพื่อนแก” 

 

คำตอบกับท่าทางแบบนั้นทำให้คริสเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะยื่นกระป๋องเบียร์ไปชนกับอีกฝ่าย 

 

“เนี่ย...มันต้องแบบนี้” 

 

แล้วทั้งสองก็ดื่มเบียร์เคียงข้างกันเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก...กระทั่งหน้าแดงๆกรึ่มๆได้ที่...คนขี้อ้อนแบบคริสก็ค่อยๆเอนหัวลงมาซบไหล่ของวุ้นเบาๆ และนั่นก็ทำให้ผู้ที่ถูกซบไหล่นั้นตัวแข็งขึ้นมาเล็กน้อย...แน่นอนคริสไม่ได้สังเกต...ไม่เคยสังเกต...ขณะที่หล่อนถอนหายใจเบาๆอย่างพึงพอใจ

 

“ขอบใจมากนะแก...แกคือคอมฟอร์ตโซนของฉันจริงๆว่ะ” 

 

คริสว่าเช่นนั้น ทำให้วุ้นเผลอหันมามองคนข้างกาย

 

นิ่งไว้...

 

เธอพยายามข่มหัวใจไม่ให้เต้นระรัวเมื่อได้กลิ่นหอมจากเส้นผมของเพื่อน...ความใกล้ชิดถึงเพียงนั้น...เธอคงไม่มีวันได้มาเลยหากทั้งสองไม่ใช่เพื่อนกัน...พื้นที่พิเศษตรงนี้...เธอคงไม่มีวันได้อยู่...หากคริสไม่ได้ให้ความไว้ใจและให้ความเป็นเพื่อนกับเธอ...เธอไม่อยากจะทำลายมัน...แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถาม...

 

“แกคิดว่า...ถ้าเราสองคนเป็นแฟนกัน มันจะเป็นไงวะ”

 

นานๆทีก็อยากจะถามอะไรแบบในหนังบ้าง...ทีหนังโรแมนติกคอมมิดี้เขายังถามกันได้เลย...วุ้นได้แต่พยายามกลบเสียงหัวใจที่เต้นระรัวขณะที่รอคอยคำตอบของอีกฝ่าย...ขณะที่คริสเงยหน้าขึ้นมองหล่อนก่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วเอ่ยคำพูดที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นว่า...

 

“บ้า...แก...จะไปคิดอะไรแบบนั้นวะ เราสองคนเป็นแฟนกันได้ที่ไหน” 

 

ไม่มีความคาดหวัง ไม่มีอนาคตที่รอตรงหน้า ไม่มีภาพฝันว่า ถ้าหาก...มีเพียงแต่ความเป็นจริงที่กำลังตอกย้ำและกระแทกมาตรงหน้าเธอว่าคริสไม่เคย คิดไม่เคยคิดอะไรไปไกลในแบบที่เธอคิด...ไม่เคยคิดอะไรเลย

 

วุ้นยิ้มเจื่อน

 

“เออ...นั่นสิเนาะแก” เธอได้แต่ว่าพลางหลบตา พยายามซ่อนความเสียใจเอาไว้ในอก “เราสองคนจะเป็นแฟนกันได้ไง” คำพูดนั้นของวุ้นทำให้คริสหลิ่วตาใส่หล่อนน้อยๆ 

 

“เมาป้ะเนี่ย ถามอะไรเพี้ยนๆ” คริสว่าอย่างนั้น ทำให้วุ้นแค่นยิ้มเจื่อนๆ แล้วไม่กล้าพูดอะไรอีกครั้ง เมื่อคริสเอ่ยต่อออกมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะว่า... “เราสองคนมันอยู่กันมาขนาดนี้อะ แกเห็นฉันมาทุกแบบแล้ว ทั้งเมา ทั้งร้องห่มร้องไห้ ทั้งเป็นบ้า ถามจริง แกชอบฉันลงหรอวะ...”

 

ชอบลงสิ...

 

วุ้นได้แต่ตอบในใจอย่างขมขื่นอย่างนั้น เมื่อคริสกล่าวต่อออกมาว่า...

 

“ฉันยังชอบแกไม่ลงเลย” 

 

อืม...เกมโอเวอร์แฮะ 

 

วุ้นนึกในใจอย่างนั้น 

 

จบเกมตั้งแต่ยังไม่เริ่มเล่นเลย

 

“เออ ฉันก็ชอบแกไม่ลงเหมือนกันนั่นแหละ โธ่!” วุ้นว่าอย่างนั้นแล้วพยายามทำน้ำเสียงแจ่มใส “ก็แค่ถามเล่นๆ ทำเป็นจริงจังไปได้ ไปนอนไปไอ้หมวย” ...ไล่เขา แต่เธอกลับเป็นฝ่ายที่ลุกขึ้นไปเอง และนั่นก็ทำให้หญิงสาวหน้าหมวยที่นั่งอยู่ข้างๆหล่อนเหวอๆไป

 

“เฮ้ย จะไปไหนวะแก” 

 

“เข้าห้องน้ำ จะตามมาด้วยมั้ย” 

 

คำตอบนั้นทำให้เสียงของอีกฝ่ายเงียบไป และเธอก็เอาตัวเองเข้ามาขังไว้ในห้องน้ำซึ่งเป็นที่ๆอีกฝ่ายจะไม่สามารถตามมากวนใจเธอได้อีก...เพราะทนไม่ไหว...ทนกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว...และนาทีนั้นที่วุ้นกำลังกอดตัวเองอย่างหนาวเหน็บ...เพื่อนสนิทอย่างเธอก็รับรู้อยู่ในใจว่า...

 

เธอคือ คอมฟอร์ตโซน ที่ไม่เคยมี คอมฟอร์ตโซน เป็นของตัวเองเลย

 

...

 

            “แก...” 

 

            เสียงเรียกนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง และวุ้นก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการอะไร...รู้เหมือนที่รู้มาเสมอ ขณะที่เธอมองภาพของคริสในชุดที่สวยที่สุดในวันนี้อยู่หน้ากระจกแล้วเลิกคิ้วน้อยๆเป็นเชิงให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเธอกำลังรับฟังอยู่...และคริสก็หันมามองเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

 

            “ฉันสวยหรือยังวะ...” 

 

            ที่สุดเลยเว้ยแก... 

 

            ตอบในใจไปแบบนั้น แต่ในความเป็นจริงได้เพียงแต่ยักคิ้วน้อยๆ แล้วตอบว่า...

 

            “ก็เหมือนเดิมอะ...บียังสวยกว่าแกอีกวันนี้” “อินี่แกเป็นเพื่อนใครกันแน่วะ” “เพื่อนแก...” “เพื่อนฉันก็รู้จักชมฉันหน่อยได้มั้ยวะ” “เฮอะ” “อิวุ้น!!” 

 

            ก็มีแค่นั้นเอง หน้าที่ของเพื่อนสนิท...ในวันนี้...ในงานสีขาวที่ดูวุ่นวาย...วันที่เพื่อนของเธอกำลังจะจดทะเบียนสมรสกับคนอื่น...วุ้นก็เพียงแต่ทำหน้าที่เพื่อนที่ดีที่สุด ในการยืนอยู่ข้างเพื่อนในวันที่ดีที่สุด...ขณะที่เธอลุกขึ้นยืนมองเพื่อนในชุดสวย...คริสมองเธอด้วยสายตามีความสุข ขณะที่ขยับกายเข้ามากอด 

 

            “ขอบใจมากเลยนะเว้ยแก...” 

 

            วุ้นกลัวว่าใจของตัวเองจะเต้นดังไป แต่ขณะเดียวกัน มันก็กำลังแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ ขณะที่หล่อนกอดคริส...กอดแน่น...ราวกับว่าจะไม่ได้กอดอีกแล้ว...ก่อนที่จะถึงเวลาปล่อยอ้อมกอดออกมา...แล้วมองคริสด้วยสายตาอ่อนโยนอีกครั้ง...เพื่อนสาวของหล่อนก็เพียงแต่มองหล่อนตอบ

 

            แล้วน้ำตาของหล่อนก็พร่างพรูออกมา 

 

            “วุ้น...เฮ้ย...แก...” 

 

            ทั้งๆที่ควรจะยิ้มและยินดีกับเพื่อน แต่หล่อนกลับหยุดน้ำตาของตัวเองไม่ได้ คริสเพียงแต่มองวุ้นอย่างสับสนแล้วก็เผลอน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว...ราวกับความเจ็บปวดของหล่อนได้หลั่งไหลไปสู่เพื่อนสนิทของหล่อนได้อย่างง่ายดายเมื่อคริสเองที่เป็นว่าที่เจ้าสาวและควรจะมีความสุขที่สุดในวันนี้กลับน้ำตาคลอออกมาเช่นกันขณะที่หล่อนขยับกายเข้ามาลูบไหล่หล่อนอย่างปลอบโยน

 

            “ฉันขอโทษจริงๆว่ะแก...ฉันขอโทษ...” 

 

            คริสเอาแต่พูดซ้ำๆอยู่อย่างนั้น วุ้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายขอโทษเรื่องอะไร ขณะที่หล่อนกำลังปาดน้ำตาของตัวเองโดยมีคริสปลอบอยู่ข้างๆ แต่อีกฝ่ายก็พูดต่อออกมาว่า...

 

            “ขอโทษที่ฉันรักแกแบบนั้นไม่ได้” 

 

            คริสว่าอย่างนั้น 

 

            “ขอโทษที่วันนี้คนที่จะยืนตรงนั้นข้างๆฉันมันไม่ใช่แก”

 

            คำปลอบประโลมของคริสนั้นทำให้วุ้นอึ้งไม่น้อย 

 

            “แกรู้?” 

 

            “รู้ดิ่...” คริสว่า “เป็นเพื่อนภาษาอะไรจะไม่รู้เรื่องเพื่อนล่ะ จริงมั้ย” หญิงสาวหน้าหมวยว่าอย่างนั้นทั้งๆที่น้ำตาคลอ “ฉันแค่ไม่อยากพูดออกมาให้มันลำบากใจเราทั้งคู่ แต่ฉันรู้ว่าแกรู้สึกยังไงกับฉัน ฉันแค่รับมันไว้ไม่ได้” 

 

            วุ้นปาดน้ำตา 

 

            “ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ...” 

 

            “ตั้งแต่คืนที่เรากินเบียร์กันวันนั้น”

 

            คำพูดนั้นของคริสทำให้วุ้นตัวชา

 

            “มิน่า...แกห่างฉันไปเลย” หล่อนพูดเช่นนั้นทั้งๆที่ยังปาดน้ำตาป้อยๆ และก็ทำให้ว่าที่เจ้าสาวคลี่ยิ้มอ่อนๆอย่างเอ็นดูปนเศร้า ขณะที่หล่อนเอ่ยต่อออกมาว่า...

 

            “ฉันไม่อยากให้แกคิด...ฉันไม่อยากให้แกรู้สึก...ฉันหวังว่าถ้าเราห่างๆกันทุกอย่างมันคงจะดีขึ้นสำหรับแก...ฉันไม่อยากให้แกต้องมาทนรู้สึกไม่ดี...” คริสว่าอย่างนั้น “ถ้าแกอยากเลิกคบฉัน ถ้ามันจะทำให้แกสบายใจกว่าโดยไม่ต้องมาปั้นหน้ายิ้มกับฉันกับบี...ฉันโอเคนะเว้ย”

 

            คำพูดของหล่อนทำให้วุ้นอึ้งไม่น้อย 

 

            “ไม่ดิ...” หล่อนว่าขณะที่รู้สึกได้ถึงรสขมปร่าในลำคอและก้อนแข็งๆที่จุกอยู่ในนั้นราวกับมันไม่ต้องการให้หล่อนพูดได้อย่างสะดวก “ฉันไม่เคยอยากเลิกเป็นเพื่อนกับแก...ฉันขอโทษว่ะ...ฉันผิดเองที่ดัน...” หล่อนเม้มปากน้อยๆขณะที่มองหน้าเพื่อนที่ยืนมองหล่อนด้วยสายตาเอ็นดูตรงหน้า แล้วเอ่ยต่อออกไปว่า... “รู้สึก” 

 

            คริสคลี่ยิ้มเศร้าๆ 

 

            “มันไม่ใช่ความผิดแกที่แกจะรู้สึก...และมันก็ไม่ใช่ความผิดฉันที่ฉันจะไม่รู้สึก...”

 

            หล่อนว่าเช่นนั้น 

 

            “เราสองคนแค่รู้สึกไม่ตรงกัน...แกเก็ตใช่ปะ”

 

            วุ้นพยักหน้าน้อยๆ แล้วพยายามปาดน้ำตาอีกครั้ง ขณะที่คริสเอื้อมมือมาจับมือหล่อนไว้เบาๆ 

 

            “ฉันรู้นะว่าที่ผ่านมาแกคงทรมานมากกับความพยายามเก็บมันไว้...และฉันโคตรเกลียดเลยที่ต้องรู้ว่าตัวเองก็คือคนที่กำลังทรมานแก...วันนี้ฉันขอแกแค่อย่างเดียว...ขอให้แกยอมทรมานอยู่กับฉันตรงนี้เป็นครั้งสุดท้ายก็พอ...ถ้าแกไหว” คริสว่า “ฉันแค่อยากให้แกอยู่ในวันสำคัญของฉัน เหมือนที่แกเคยอยู่มาทุกๆครั้ง” 

 

            “พูดขนาดนี้...ใครจะปฏิเสธได้วะ” 

 

            วุ้นว่าพลางปาดน้ำตาป้อยๆ 

 

            “แกจะปฏิเสธก็ได้เว้ย” คริสว่าอย่างนั้น 

 

“ฉันไม่ใช่แฟนแก แกไม่ต้องทำทุกอย่างที่ฉันขอก็ได้”

 

            คำพูดแบบนั้นทำให้วุ้นทำหน้ายู่ 

 

            “ย้ำซะเจ็บเชียว...รู้แล้วล่ะน่า” 

 

            “เจ็บๆทีเดียวให้หายไง...ดีมั้ย” คริสว่าอย่างนั้นแล้วยิ้มให้เธออย่างเอ็นดู ก่อนจะขยับเข้ามากอดคอเพื่อนสาวร่างสูง ขณะที่วุ้นยังคงจมูกแดงๆอยู่...ทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงที่ดังมาจากข้างหลัง...

 

            “คริสคะ...พร้อมหรือยังคะ” 

 

            บี...ไอ้เวรเอ๊ย แกนี่มัน...

 

            วุ้นได้แต่นึกในใจแบบนั้น ชีวิตเธอมันเป็นแบบนี้มาเสมอตั้งแต่มีไอ้บ้านี่เข้ามา...

 

            คนร่างสูงในชุดขาวที่ยืนหน้าซื่ออยู่ตรงนั้นได้แต่ยิ้มงงๆ เมื่อคริสปาดน้ำตาตัวเองน้อยๆทั้งรอยยิ้มแล้วเอื้อมมือไปจับมือคนรักของตนขณะที่เดินไปใกล้อีกฝ่าย แล้วค่อยๆปล่อยมือจากเธอไป...สู่อ้อมแขนของไอ้เจ้านั่น...แต่วันนี้ วุ้นกลับมองบีด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไป...เมื่อก่อน...เธอมักจะคิดเสมอ...ว่าถ้าไม่มีบี...เรื่องของเธอกับคริสมันอาจเป็นไปได้...

 

            แต่ความชัดเจนในวันนี้ก็ทำให้เธอรู้แล้วว่า...

 

            ต่อให้คริสไม่มีบี...ก็คงไม่เลือกฉัน...

 

            หล่อนนึก 

 

            ที่ตรงนั้น...มันก็คงเป็นคนอื่นอยู่ดี

 

            “แก...”

 

            เสียงนั้นเรียกเธออีกครั้ง ขณะที่หญิงสาวหน้าหมวยในชุดสีขาวหันมามองเธอเป็นครั้งสุดท้าย...ภาพๆนั้น...วุ้นเพียงแต่มองมันอย่างอ้อยอิ่งเนิ่นนานราวกับต้องการจะบันทึกมันไว้ในใจตลอดไป...ขณะที่ฝ่ายนั้นเอ่ยถ้อยคำที่คล้ายๆจะเป็นคำบอกลาออกมาว่า...

 

“ฉันไปแล้วนะ...” 

 

วุ้นได้แต่ยิ้มฝืดเฝือน แล้วโบกมือให้อีกฝ่าย

 

“เออ...” หล่อนว่าอย่างนั้น 

 

“โชคดีเว้ยแก” 

 

พิธีที่เหลือของงานแต่งคริสกับบีเป็นอย่างไร...วุ้นเองก็ไม่รู้...เพราะสุดท้าย...เธอก็ไม่ได้อยู่ดูตรงนั้น...และเธอก็รู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเธอกับคริสคงจะขาดสะบั้นลงนับตั้งแต่นาทีที่เธอก้าวเท้าออกมาจากงานแต่งงาน...ความเศร้าท่วมท้นหัวใจ...เมื่อเธอได้รับรู้ว่า...ต่อไปนี้มันจะไม่มีเสียงเรียก...แก...ที่คุ้นเคยอีกต่อไป...ต่อไปนี้จะไม่มีใบหน้าของหญิงสาวคนเดิมที่เต็มไปด้วยน้ำตาที่โผล่มาหาเธอในทุกๆครั้งที่มีปัญหากับคนรัก...

 

ต่อไปนี้มันจะไม่มีอีกแล้ว 

 

เธอรู้ว่ามันคงจะเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ต้องเลิกคบกับเพื่อนที่ใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตมาด้วยกัน...แต่เธอก็เริ่มรับรู้ได้ในใจว่าในความเป็นจริงแล้ว...เธอสูญเสียความเป็นเพื่อนกับคริสไปตั้งแต่วันที่เธอเริ่มรักอีกฝ่ายนั้นแหละ...


เพราะเมื่อข้ามเส้นไปแล้วมันไม่มีทางเหมือนเดิม...แม้จะหวังให้มันเหมือนเดิมสักเท่าไหร่ก็ตามที...


แต่ในความทุกข์ระทมนั้น เธอกลับโล่งใจประหลาด เมื่อความขมขื่นที่เคยหนักอึ้งนั้นค่อยๆระเหิดระเหยขึ้นไปในอากาศ...ไม่มีอีกแล้ว...คุกที่เจ็บปวด...ไม่มีอีกแล้ว...ความรู้สึกอันเสียวเสียดสะเทือนใจทุกครั้งที่มีการขยับกายของคนๆนั้น...ไม่มีอีกแล้ว...ความรู้สึกผิด...ความรู้สึกเลว...ความรู้สึกแย่ที่เคยจ้องอยากให้คนอื่นเขาเลิกกัน

 

เพราะเธอเลือกที่จะไม่อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว 

 

เฟรนด์โซนไม่ใช่คุก...ถ้าไม่อยากอยู่...แค่เดินออกมาก็ได้

แต่ที่ไม่เคยออกมาได้ เพราะเราเต็มใจจะอยู่ตรงนั้นเองต่างหาก 

 

เธอนึกในใจแบบนั้นแล้วคลี่ยิ้มออกมาเบาๆ 

 

และวันนี้...ฉันเลือกที่จะออกมาแล้วเว้ย...แก...

ผลงานทั้งหมด ของ ไรท์หมี@Dogmouthbear

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 เมษายน 2562 / 12:27

    เคยตกอยู่ในเฟรนโซนเหมือนกัน เรื่องนี้บรรยายความรู้สึกได้ดีจริงๆ

    #8
    0
  2. #7 TikKanyarat (@TikKanyarat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:24
    เจ็บ ดี
    #7
    0
  3. #6 Kaewana (@kaewana) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:40
    สงสารวุ้น แต่ก็ยังทีมบีคริสค่ะ

    ไรท์หมีขา เอาใบเฟิร์นกลับมา รังสรรค์ซักเรื่องสิคะ
    #6
    0
  4. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:39
    อ่านรอบแรกเอาเนื้อหาด้วยฟิลเตอร์บีคริส ด้วยความรักลูก ก็จะแบบโล่งอกที่เค้าคู่กัน น้องบีไม่ถูกทิ้ง สงสารวุ้นแต่แอบดีใจอ่ะ เข้าใจใช่ม๊า

    อ่านรอบสอง คืออยากจะร้องไห้ตามวุ้น เจ็บปวดและเสียใจไปด้วย มันแย่กว่าแอบรักข้างเดียวปกติคือมันมีความเป็นเพื่อนอ่ะ มิตรภาพ ความไว้ใจ ซึ่งคนแอบรักก็ไม่ผิด มันอยู่ที่แอบรักได้ก็ต้องอยู่ในที่ตัวเองให้ได้จริงๆ

    เสียดายที่เค้าจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้อีก

    T T
    #5
    0
  5. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:24

    งืออออ ขนาดไม่ได้อินหรือมีประสบการณ์ตรงกับความสัมพันธ์แบบเฟรนด์โซนเลยแม้แต่น้อยนะคะ แต่อ่านไปแล้วกลับรู้สึกเจ็บจึ้กแทนพี่วุ้นของเราเลยเหมือนกัน ปล.ไรท์ยังบรรยายภาษาออกมาได้ดีแล้วก็ทำให้เราอินได้เสมอเลยนะคะ ขอบคุณที่แต่งตอนนี้ขึ้นมา จะรอติดตามตลอดค่ะ :)

    #4
    0
  6. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:20

    ที่สุดเลยเว้ยแก.... เฟรนด์โซนมันน่ากลัวนะ เป็นวงการที่เข้าแล้วออกไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็เสียเพื่อนไปแล้ว แงงงงงงงงง เศร้า จริงๆมันก็มีแหละมั้ย เฟรนด์โซนที่เปลี่ยนมาเป็นแฟนโซน แต่คงน้อยมากจริงๆ????????????????

    #3
    0
  7. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:07
    จริง ความรู้สึก ถ้ารู้สึกไปแล้วมันไม่มีทางเหมือนเดิม
    #2
    0
  8. #1 ihooknoii (@ma-milk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:02
    ร้องเลย สงสารผัว 5555 จะบอกไงดีอ่ะ เข้าใจทุกคนเลย แต่ก็นะ แต่ว่าฉันรักเธอ รักไปแล้วทั้งใจ ฮืออ วิ่งไปปลอบผัว ฉากสุดท้ายที่บีเดินเข้ามา สบถด่าเต็มปากมากอ่ะ แบบ ทำร้ายผัวฉันทำม๊ายยย 5555
    #1
    0