คัดลอกลิงก์เเล้ว

[BeeCris2Years] Love Song Project: อดใจไม่ไหว

...ฉันไม่รู้ เพราะฉันบังเอิญไม่มีใคร หรือจะเป็นเหตุผลอะไรก็ช่างมัน...

ยอดวิวรวม

4,591

ยอดวิวเดือนนี้

13

ยอดวิวรวม


4,591

ความคิดเห็น


25

คนติดตาม


274
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  6 ธ.ค. 60 / 00:17 น.
นิยาย [BeeCris2Years] Love Song Project: ʹ [BeeCris2Years] Love Song Project: อดใจไม่ไหว | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

สวัสดีมิตรรัก นักอ่าน ที่น่ารักทุกท่าน นี่เป็นโปรเจ็คที่พวกเราทั้งสามคน 
ไรท์หมี @dogmouthbear  ไรท์อเล็กซ์ @alexisalex และเรา @ihooknoii ตั้งใจมาก
 
แรกเริ่มของโปรเจ็คนี้ เริ่มจากไรท์หมีนี่แหละ และก็ใช้เวลาอยู่เกือบสามเดือน
พวกเราเลือกบทเพลงที่มีความหมาย และชื่นชอบ 
มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวความรัก ที่มีเครื่องดนตรีเป็นองค์ประกอบ
จนได้มาเป็น #LoveSongProjectBC อย่างที่กำลังจะได้อ่านอยู่ต่อไปนี้  


ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานของพวกเราทั้งสามคน และขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกันตรงนี้ 
หวังว่าจะมีความสุข กับสิ่งที่พวกเรามอบให้ในวันครบรอบ 2 ปี บีคริส 

รัก 

นกฮูก หมี อเล็กซ์

เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 ธ.ค. 60 / 00:17


Love Song Project

BeeCris 2 Years Anniversary

 

อดใจไม่ไหว

 

“เป็นเพราะฟ้ามันดูแปลกดีก็เพราะมีดาว
อาจจะเพราะกลางคืนมันเหงาเกินไป”
 

 

            บทเพลงคลาสสิกอย่าง อดใจไม่ไหว ด้วยน้ำเสียงเย็นๆของนักร้องดังอย่าง มาช่า วัฒนพานิช ที่ดังมาจากลำโพงของร้านในค่ำคืนที่อากาศเกือบจะหนาวเมื่อเข้าเดือนธันวาฯนั้นทำให้สาวหมวยร่างบางรู้สึกได้ถึงความอ้างว้างเดียวดายประหลาดที่อยู่ลึกๆภายในใจ...ขณะที่หมุนแก้วในมือให้วิสกี้ที่มันนอนอยู่ก้นแก้วนั้นไหลปนกับน้ำแข็งซึ่งกำลังละลาย...แล้วยกมันขึ้นกระดกเบาๆ เผื่อมันจะช่วยเจือจานความรู้สึกบางอย่างในใจ...

 

            เหงา

 

            ใช่...คืนนี้มันเหงาเหลือเกิน

 

            “กูกลับละ”

 

            สาวหมวยเอ่ยกับเพื่อนๆที่กำลังนั่งคุยเฮฮากันอยู่บนโต๊ะ เธอเหงาอะไรคริส? หล่อนถามตัวเองแบบนั้น เพราะบรรยากาศเบื้องหน้าก็เต็มไปด้วยผู้คน แต่ความรู้สึก เหงา ลึกๆ ที่มันโหวงอยู่ข้างในก็ทำให้เธอไม่สามารถทนอยู่สังสรรค์กับเพื่อนได้...

 

            “เฮ้ยย รีบกลับจังวะ”

 

            “เออ...วันนี้เลี้ยงต้อนรับมึงกลับไทยแท้ๆ”

 

            “อยู่กะเพื่อนต่ออีกหน่อยสิวะ”

 

            เสียงที่รั้งเอาไว้นั้นทำให้หญิงสาวถอนหายใจ แล้วเอ่ยออกไปว่า...

 

            “เออน่ะ ก็กูกลับมาแล้วนี่ไง เดี๋ยวกูก็อยู่อีกนาน ไว้ค่อยนัดกันวันหลังก็ได้”

 

            “โห่ววววววว...”

 

            แน่นอนว่าการปฏิเสธย่อมตามมาด้วยเสียงโห่ฮาด้วยความเซ็ง แต่เพื่อนๆก็เข้าใจเธอดี คริส เป็นคนที่อยากทำอะไรก็จะทำ ถ้าบอกว่าจะทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้ได้...เธอเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว จึงไม่มีใครเข้ามาขวางขณะที่หล่อนหยิบเสื้อคลุม กระเป๋าสะพาย วางเงินลงบนโต๊ะให้เพื่อนๆ และคว้ากุญแจรถ

 

            “มึงไหวนะคริส?​”

 

            หนึ่งในกลุ่มเพื่อนสาวถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใยขณะที่ และสาวหน้าหมวยนั้นก็ยิ้มมุมปากก่อนจะยกกุญแจรถขึ้นมาโบกเบาๆด้วยสีหน้าที่บ่งบอกให้รู้ว่ายังไหว...​แก้วเดียวเอง เธอนึกในใจอย่างนั้น เมื่อปริมาณแอลกอฮอลล์ที่ดื่มเข้าไปยังไม่มากพอให้เธอเมาหรอก

 

            แต่มันมากพอให้เธอคิดถึงใครบางคน

 

            เธอกลับเข้ามานั่งในรถ จับพวงมาลัย ถอนหายใจ เสยผม แล้วตั้งสติอย่างจริงจังขณะที่เพ่งมองไปยังท้องถนนด้านหน้า...ไหวน่า คริสนึกในใจ ยังไงก็ไหว เธอพยายามเตือนตัวเองอย่างนั้นในใจโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้คำว่า ไหว นั้นเธอกำลังหมายถึงอะไรกันแน่...ที่ไหว...

 

            สภาพร่างกายที่กำลังจะต้องขับรถ หรือ ใจ ของเธอ ที่กำลังคิดถึงคนๆนั้น

 

อดใจไม่ไหว ต้องมา
อยากรู้เธอเป็นอย่างไร

อดใจไม่ไหว ต้องเจอ
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...

 

            ทันทีที่คริสสตาร์ทรถ วิทยุของเธอก็เล่นบทเพลงบทเดิมที่ได้ยินในร้านเหล้าเมื่อครู่นี้...

 

            บ้าจัง

 

            คริสนึกจะกดวิทยุเปลี่ยนเพลง...ไม่ใช่ว่าเธอเกลียดเพลงนี้อะไรหรอกนะ...เธอออกจะชอบมันมากด้วยซ้ำ คริสยังจำได้ถึงสมัยก่อนที่อัลบั้มเพลงนี้ออกมาใหม่ๆ เขา ถึงกับไปต่อคิวรอขอลายเซ็นพี่มาช่า ศิลปินคนโปรดของเธอมาให้...เธอยังจำสีหน้าของเขาตอนเอาอัลบั้มเทปพร้อมลายเซ็นของพี่มาช่ามาให้เธอได้อยู่เลย...

 

            “นี่ถ้าบีไม่ได้ทำงานแกรมมี่...คริสไม่ได้ลายเซ็นหรอกนะเนี่ย”

 

            คำพูดอวดๆของเขามาพร้อมรอยยิ้ม ขณะที่วางเทปคาสเซ็ตต์อัลบั้มนั้นลงมาให้เธอ คริสยังจำสีหน้าของตัวเองในวันนั้นได้ดี สาวหมวยยิ้มแล้วเข้าไปคว้าเทปอัลบั้มนั้นไว้ด้วยความดีใจ ส่วนคนเจ้าเล่ห์ผู้ที่สู้อุตส่าห์ไปยืนต่อคิวขอลายเซ็นมาให้เธอนั้นเพียงแต่ยิ้มกริ่มด้วยความดีใจ...สายตาเอ็นดูของเขาในวันนั้น เธอยังจำได้ดี

 

            คริสกับบีโตมาด้วยกัน

 

            ถ้าจะเทียบกับหนัง ก็คงเหมือนหนังเรื่อง แฟนฉัน ภาพยนตร์ย้อนวัยที่เล่าเรื่องความรักครั้งแรกของเด็กประถมแบบนั้น บีกับคริสเกิดห่างกันไม่กี่เดือน บ้านอยู่ข้างกัน แม่ของทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน ถึงจะเรียนคนละโรงเรียนเพราะครอบครัวคริสที่ค่อนข้างมีฐานะกว่าเลือกที่จะส่งลูกสาวเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ส่วนบีนั้นเรียนโรงเรียนไทย แต่ตกเย็นแล้วทั้งคู่ก็จะมาหากันที่หน้าบ้าน แบ่งของเล่นกันเล่น เอาการบ้านมาทำด้วยกัน โตขึ้นมาหน่อยก็เอาเพลงมาแบ่งกันฟัง...คริสรู้จักบีในทุกแง่ และบีก็รู้จักเธอในทุกมุม...ทั้งคู่ไม่คิดว่าจะมีใครในโลกรู้จักอีกฝ่ายมากกว่าตัวเองอีกแล้ว...

 

            จนเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งคู่ก็ตัดสินใจคบกัน

 

            ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้อารมณ์ รักใคร่ ที่ลึกซึ้งมันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ระหว่างเธอทั้งคู่ แต่รู้อีกทีคริสก็ไม่อยากจะอยู่ห่างจากบีแม้แต่วินาทีเดียว และก็รู้สึกหงุดหงิดเวลาเห็นเขาไปดีกับคนอื่น และไอ้ท่าทางเปิ่นเป๋อๆของบีนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกอยากจะอยู่ใกล้ อยากดูแลเขาไปเรื่อยๆ...และเมื่อเธอได้ทราบว่าเขาเองก็มีใจที่ตรงกับเธอ...ทั้งคู่จึงตัดสินใจคบหาดูใจกันแบบ คนรัก อย่างจริงจัง...ตลอดระยะเวลาห้าปี...

 

            เป็นห้าปีที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของคริส

 

            เมื่อจบมหาวิทยาลัย บี คนรักของเธอก็เข้าทำงานที่บริษัทแกรมมี่ ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่กำลังรุ่งโรจน์ที่สุดในสมัยนั้น ครีเอทีฟสาวมีหน้าที่คิดคอนเซ็ปต์ให้กับอัลบั้มของนักร้องดังที่จะปล่อยออกมา ในขณะที่คริสที่ยังไม่มีทางไปตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา

 

            ตอนแรก...ใครๆก็มั่นใจว่าเธอกับบีจะไปกันรอด

 

            ระยะทางไม่มีทางเป็นอุปสรรคกับคนทั้งคู่...ใครๆก็พูดแบบนั้น และสำหรับคนที่โตมาด้วยกันอย่างบีกับคริส ไม่มีความกังวลใดใดเลยขณะที่ทั้งคู่กอดกันเมื่อจะแยกจากกันที่สนามบิน บีโบกมือลาคริส อวยพรให้เธอใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน เก็บประสบการณ์ให้มากที่สุด และรีบกลับมาเมืองไทย...กลับมาหาอ้อมกอดของเขา...

 

            และคริสก็มองภาพอีกสองปีในอนาคตเอาไว้เป็นเช่นนั้น ภาพที่เธอจะกลับจากสหรัฐอเมริกาในฐานะนักเรียนนอก เริ่มงานในวงการแฟชั่นในฐานะดีไซน์เนอร์ กลับมาหาอ้อมกอดของแฟนสาวของเธอผู้ซึ่งกำลังจะกลายเป็น Creative Director ของบริษัท GMM Grammy ในอีกสองปีข้างหน้า....

 

            แต่ชีวิตไม่เคยมีอะไรง่ายดายแบบนั้น

 

            ปัญหาชีวิตที่ถาโถมเข้ามา การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ เฮ้าส์เมทเฮงซวย เจ้าของบ้านเช่าขี้โกง ความกดดันจากการเรียนทำให้จิตใจของเธออ่อนแอท้อแท้ แต่ด้วยความต่างของภูมิประเทศและโซนเวลา รวมทั้งความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานของครีเอทีฟตัวน้อยๆที่กำลังพยายามจะไต่เต้าสู่ตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นของบีนั้นทำให้ทั้งคู่ ไม่มีเวลาให้กัน โดยสิ้นเชิง...

 

            ความเหน็ดเหนื่อย ความน้อยใจ ความดราม่า...ทุกครั้งที่คุยกัน มันคือความทรมานของทั้งสองฝ่าย

 

            และคริสจึงเป็นฝ่ายเลือกที่จะ หยุด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เอาไว้ตรงนั้นก่อน

 

            เธอจำรายละเอียดของวันนั้นไม่ได้ มันเจ็บปวดเกินไปที่จะจำ แต่คริสจำได้ว่ามันเป็นเวลาเช้าตรู่ที่เธอตัดสินใจตื่นขึ้นมา นั่งกัดเล็บ เฝ้าโทรศัพท์อย่างไม่แน่ใจว่าจะโทรไปหาเขาดีไหม...แต่การทะเลาะทุ่มเถียงกันอย่างหนักเมื่อคืนระหว่างเธอกับบีก็ทำให้คริสตัดสินใจว่าเธอไม่ต้องการจะรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้อีกต่อไป...แล้วเธอก็กดยกหูโทรศัพท์...หกโมงเช้าที่นิวยอร์ก มันเป็นเวลาหกโมงเย็นที่ไทยพอดี แน่นอนว่าบีคงจะยังไม่เลิกงาน แต่เขาคงจะว่างพอออกมาหาอะไรกิน และเขาก็คงจะว่างพอที่จะรับโทรศัพท์มือถือ...

 

            แล้วคริสก็บอกเลิกเขา...

 

            “ไม่เอานะคริส...บีไม่เลิกนะ...ทั้งชีวิตบีก็มีแต่คริสคนเดียว...ไม่เลิกได้มั้ย...ขอร้อง”

 

            เสียงของเขาในวันนั้นที่สั่นจนแทบควบคุมไม่อยู่ดังมาตามสายและส่งผลให้ผู้เป็นคนบอกเลิกเขาเองแท้ๆยังร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด แต่เธอ เหนื่อย เกินไป เธอเหนื่อยเกินไปที่จะอยู่แบบนี้ แค่ภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับที่นี่มันก็ยากลำบากพออยู่แล้ว เธอไม่สามารถพยายามประคองชีวิตของตัวเองให้รอดพ้นไปได้โดยที่มือหนึ่งจะต้องพยายามประคองความสัมพันธ์กับบีด้วย...

 

            และทุกอย่างก็จบลง

 

            คริสไม่ได้ติดต่อบีอีกเลยตลอดสองปีที่ผ่านมา...ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากติดต่อเขาหรอกนะ...แต่...

 

            บีหายไปเลย

 

            ไม่มีอะไรที่เธอสามารถใช้ติดต่อเขาได้ เพื่อนๆของเขา...อันที่จริง เพื่อนๆของทั้งคู่ ดูจะ เกลียด เธอกันไปหมด แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะเธอเป็นคน ทิ้ง บี แต่ทุกคนกลับดูรังเกียจเธอราวกับคริสได้ทำอะไรที่ร้ายแรงกว่านั้นลงไป...

 

            อะไรที่ร้ายแรงกว่าการบอกเลิกบี

 

            ซึ่งในตอนนี้คริสเองก็ยังคิดไม่ออกว่าอะไร

 

            เมื่อเธอกลับมาเมืองไทยในครั้งนี้ กลุ่มคนที่สามารถพบเจอได้จึงมีแต่เพื่อนคณะของเธอซึ่งไม่ใช่คณะเดียวกับบี แก๊งเพื่อนสาวที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และพวกเธอก็ฉลาดพอที่จะไม่พูดถึงเรื่องบีให้คริสรู้สึกแย่ขึ้นมาในการพบเจอกัน แม้จะดูก็รู้ว่าคงคันปากอยากถามบ้าง ตามประสา เพราะพวกหล่อนก็คุ้นเคยกับบีในยามที่เขามารับเธอที่คณะหรือยามที่ไปรับเธอยามเมาปลิ้น แต่เมื่อคริสไม่ระบาย ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยถามอะไร

 

            ข่าวคราวของบีจึงเงียบหายไปจากชีวิตเธอ...ทั้งๆที่ไม่ต้องการเลย...

 

            ไม่ต้องการให้เขาหายไป แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะถาม เธอคงรับไม่ได้กับสายตารังเกียจของเพื่อนๆที่รู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงเพียงไหน ถึงบางทีคริสจะคิดถึงจนกดโทรไป...บีก็ไม่ได้รับสาย เขาอาจจะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เธอนึกในใจ เขาอาจจะทำทุกวิถีทางเพื่อหนีจากเธอ และนั่นก็ทำให้คริสยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น เมื่อรู้ว่าเขาไม่ต้องการมีเธอในชีวิตต่อไปแล้ว...

 

            แต่นั่นก็เป็นทางที่เธอเลือกเองไม่ใช่หรือ?

 

อยากมาหา...

หวังว่าคงไม่เป็นไร

ฉันไม่ค่อยเข้าใจ

แค่ขอให้เธอเข้าใจ ก็พอ

 

            บทเพลงในรถยังเล่นวนต่อไป เป็นท่อนฮุครอบที่เท่าไหร่แล้วคริสก็จำไม่ได้ ขณะที่เธอขับรถออกมาจากร้านเหล้านั้น...ร้านเหล้าใกล้ๆบ้านบี และใกล้บ้านเก่าของเธอ เพราะแม้บ้านของบีกับคริสอยู่ติดกันตั้งแต่เด็ก...แต่เมื่อเธอไปอเมริกา...พ่อกับแม่ของเธอก็ย้ายบ้านและเมื่อกลับมา คริสเองก็ซื้อคอนโดฯอยู่ใจกลางเมือง มันจึงกลายเป็น ร้านใกล้บ้านบี ไปโดยปริยาย เพราะเธอไม่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนแถวนี้บ่อยๆอีกแล้วตั้งแต่กลับมา..

 

คริสเองก็รู้ดีว่านี่เคยเป็นร้านประจำของเขา...และที่นัดเพื่อนที่นี่...เอาเข้าจริง ลึกๆแล้วก็หวังว่าคงจะ บังเอิญ ได้เจอกับเขาบ้าง...แต่ก็ไม่มีวี่แวว...เธอไม่สามารถหวังอะไรได้อีกแล้ว

 

อยากมาหา...

สบตาสักครั้งแล้วค่อยไป

 

            รถของเธอแล่นมาเรื่อยๆ จนถึง ซอยบ้านบี เธอกำลังจะต้องขับผ่านซอยบ้านเขาไปเพื่อกลับคอนโดฯของตัวเอง...แต่ด้วยอารมณ์อะไรบางอย่าง เป็นเพราะฟ้ามันดูแปลกดีก็เพราะมีดาว อาจจะเพราะกลางคืนมันเหงาเกินไป เพลงที่จบไปแล้วกลับเล่นคลอในหัวอย่างนั้นขณะที่เธอสาวพวงมาลัย...หักรถไปตามทางนั้น...

 

ฉันไม่รู้ เพราะฉันบังเอิญไม่มีใคร

หรือจะเป็นเหตุผลอะไรก็ช่างมัน

 

            แล้วเธอก็มาจอดรถอยู่หน้าบ้านบี...

 

            แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าตอนนี้เขายังอยู่ที่นี่หรือเปล่า ยังมีใครอยู่ที่นี่ไหม แต่เธอก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอถึงตัดสินใจหักเลี้ยวรถมาที่นี่...แค่เพียง อยากมาหา...หวังว่าคงไม่เป็นไร ดั่งในเพลงว่า เธอเพียงอยากมาจอดรถหน้าบ้านของเขา...เห็นรั้วบ้านของเขา...กลับมาเก็บบรรยากาศที่คุ้นเคย...ที่ๆพวกเธอเคยเล่นกันตอนเด็กๆ ม้านั่งหินอ่อนที่อยู่ระหว่างสองบ้านซึ่งบีกับคริสชอบมานั่งฟังเพลงด้วยกัน...ทุกอย่างมันยังอยู่ที่เดิม

 

            ราวกับว่าเธอไม่เคยจากมันไปไหน

 

            คริสเผลอปลดล็อก แล้วเปิดประตูออกไป...แค่เพียงต้องการสูดดมกลิ่นบรรยากาศเก่าๆอีกครั้ง...

 

            “ปล่อยบี!! บีจะโทรหาคริส!!

 

            เสียงตะโกนจากข้างในดังลั่นออกมา พร้อมกับเงาตะคุ่มๆของร่างสูงที่วิ่งออกมาหน้าบ้าน ราวกับเขาพยายามจะหาสัญญาณโทรศัพท์หรืออะไรสักอย่าง ร่างสูงชูโทรศัพท์ไว้เหนือหัวขณะที่ผู้เป็นแม่ของเขาที่วิ่งตามมานั้นพยายามกระโดดเพื่อเอื้อมมือคว้าไว้...

 

            “บี!! บีโทรหาคริสเขาไม่ได้ลูก คริสเขาเลิกกับบีไปตั้งนานแล้ว เขาไม่กลับมาแล้ว!!

 

            “แม่อย่ามาโกหก!! แม่ไม่อยากให้บีคบกับคริสใช่มั้ยถึงได้ทำแบบนี้!!

 

            “เขาไม่กลับมาแล้วจริงๆลูก...”

 

            “คริส...”

 

            สาวหมวยที่ยืนตัวชาอยู่ตรงนั้นไม่ทันจะได้หลบหรือแอบซ่อนจากสายตาของคนทั้งคู่ที่จู่ๆก็วิ่งออกจากบ้านมา และบทสนทนาเหล่านั้นระหว่างบีกับแม่ก็ทำให้คริสที่พยายามทำความเข้าใจเรื่องราวเหล่านั้นอยู่ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้...เธอตัวชา...กลัว...ที่จะได้รับรู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า...

 

            แล้วบีก็เข้ามากอดเธอ...ร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้น....ท่ามกลางสีหน้าตกใจของคนเป็นแม่ คริสได้แต่ยืนตัวชา ทำตาปริบๆ ขณะที่เธอค่อยๆลูบแขนของเขา แล้วโอบกอดอดีตคนรักของเธอไว้ในอ้อมกอดเบาๆ ลูบเรือนผมของเขา ก่อนจะกระซิบกับบีว่า...

 

            “บี...คริสกลับมาแล้ว”

 

...

 

            “บีเขาความจำเสื่อมน่ะลูก...”

 

            คำพูดนั้นทำให้คริสรู้สึกได้ถึงปลายนิ้วที่ชาๆ อันที่จริงมันเริ่มชามาตั้งแต่เธอได้ยินเขาร้องเรียกชื่อเธอแล้ว และยิ่งเมื่อเธอได้กลับมานั่งในบ้านพ่อของเขา ห้องนั่งเล่นของเขา ที่เก่า ที่เดิม ที่เธอเคยนั่งทำการบ้านกับเขา ที่มีความทรงจำในวัยเด็กมากมาย เพื่อฟัง ข่าวร้าย ที่ผู้เป็นแม่ของเขากำลังบอกเล่าออกมาให้เธอฟัง

 

            “เขาโดนรถชนหน้าตึกแกรมมี่เมื่อสองปีก่อน...หมอว่าสมองของเขากระทบกระเทือน ทำให้มันลบความทรงจำบางอย่างที่เขาควรจะมีไป...เหมือนความทรงจำของเขาจะติดอยู่ในช่วงก่อนที่หนูคริสจะไปอเมริกานั่นแหละจ้ะ” คนเป็นแม่อธิบายอย่างนั้น ขณะที่คริสมองบีที่ผล็อยหลับไปที่โซฟาอยู่ในตอนนี้อย่างสงสาร

 

            “จริงๆเขาดีขึ้นมากแล้วนะ...ยิ่งได้กินยาทุกวัน บางวันนี่กลับมาพูดคุยกับแม่ได้เหมือนปกติเลย แต่บางวันก็จะตื่นมาพร้อมความทรงจำเก่าๆ แบบจำอะไรไม่ได้ ขาดๆหายๆ อย่างวันนี้ เขาตื่นมาก็เรียกหาแต่คริส แม่ก็ไม่รู้จะว่ายังไง บอกว่าคริสเลิกกับเขาไปแล้วเขาก็โวยวาย...”

 

            น้ำเสียงหนักใจแบบนั้นทำให้คริสเม้มปากแล้วเอื้อมมือไปจับมือแม่ของบีไว้เบาๆอย่างปลอบโยน

 

            “วันไหนที่เขาตื่นมาเรียกหาคริส แม่ก็จะพยายามปลอบให้เขาสงบๆ จนกว่าเขาจะลืมๆนั่นแหละ”

 

            คนเป็นแม่เหลือบตามองไปยังลูกสาวร่างสูงที่นอนหลับอยู่บนโซฟาอย่างนั้น ทำให้คริสเผลอน้ำตาคลอออกมาแล้วปาดน้ำตาตัวเองเบาๆ

 

            “คริส...ไม่รู้เรื่องเลยแม่” เธอบอกอย่างนั้น และนั่นก็ทำให้แม่ของบีพยักหน้าเบาๆ

 

            “ไม่แปลกหรอก แม่ก็ไม่ได้อยากบอกใครนัก...ที่ทำงานนี่ก็ลาออกมาเงียบๆเลย...เพราะแม่เชื่อว่าสักวันเขาจะหาย สักวันเขาจะได้กลับไปทำอะไรอย่างที่เขาอยากทำอีกครั้งนึง...” หญิงสูงวัยกล่าวด้วยความมุ่งมั่น “ก็แค่ต้องรอดูอาการเขาเท่านั้นเอง ว่าเขาจะหายสนิทเมื่อไหร่”

 

            คำพูดที่หนักแน่นของคนเป็นแม่นั้นตามมาด้วยแววตาที่เหนื่อยล้า คริสไม่รู้เลยว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา ผู้หญิงคนนี้ต้องเจออะไรบ้างในช่วงเวลาที่เธอต้องดูแลบี...และนั่นก็ทำให้คริสยิ่งรู้สึกผิด...ยิ่งไปกว่านั้น คริสยิ่งเริ่มเข้าใจถึงสาเหตุที่ เพื่อนๆ ที่เกี่ยวข้องกับบีของเธอมองเธอด้วยสายตาที่หมางเมินไป...

 

            เพราะพวกเขาคงคิดว่าเธอเป็น สาเหตุ ที่ทำให้บีต้องเป็นแบบนี้

 

            ที่จริง คริสเองก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าเธอเป็นเหตุที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้หรือเปล่า สาวหมวยเหลือบตามองอดีตคนรักที่หลับใหลอยู่บนโซฟาอย่างสงสาร แล้วเงยหน้ามองผู้เป็นแม่ของเขาด้วยสีหน้ากังวล...

 

            “...คุณแม่ดูแลบีคนเดียวเลยหรอคะ”

 

            คำถามนั้นทำให้ผู้เป็นแม่เลิกคิ้ว

 

            “ถ้าคริสอยากจะมาช่วยดูแลบีด้วยคน...คุณแม่จะว่าอะไรไหมคะ”

 

...

 

            เช้าวันรุ่งขึ้น สาวหมวยตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ด้วยความเมื่อยล้า เธอนอนไม่หลับ หลังจากเมื่อคืนที่แม่ของบียอมตกลงปลงใจให้เธอมาเป็นคนช่วยดูแลอดีตคนรักของเธออีกแรงด้วยคำพูดว่า “ก็ดีเหมือนกันนะ เวลาเขาอาละวาดแม่เอาเขาไม่ค่อยอยู่ ถ้าเห็นหน้าคริสเขาอาจจะอาละวาดน้อยลง” และนั่นก็ทำให้คริสรีบขับรถกลับคอนโดฯ เก็บเสื้อผ้าและข้าวของที่จำเป็นใส่กระเป๋าสำหรับหนึ่งสัปดาห์ แล้วมานอนที่บ้านบี...

 

            และคำแรกที่ อดีตคนรัก ของเธอพูดกับเธอ เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาเห็นหน้าเธอที่นั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นก็คือ...

 

            “คริสมาที่นี่ทำไม?”

 

            คำพูดของเขาทำให้เธอชาวาบ...

 

            “เราเลิกกันไปแล้วไม่ใช่หรอ”

 

            จริงอย่างที่คุณแม่ว่า คริสรู้สึกหน้าชาเมื่อเห็นแววตาเฉยเมยจากบี บางวันเขาก็จำได้ และบางวันก็จำไม่ได้ และ วันนี้ อาจจะเป็นวันที่บีจำได้ว่าหล่อนเคยทำร้ายใจเขามากแค่ไหน...แววตาที่เฉยชาจากอดีตคนรักนั้นทำให้เธอเจ็บปวดไม่เบา และนั่นก็ทำให้คริสเม้มปากเบาๆ

 

            “คริสมาช่วย...ช่วยแม่ดูแลบี”

 

            “ไม่ต้องก็ได้นะ” บีเอ่ยอย่างนั้น เห็นได้ชัดว่าส่วนหนึ่งของจิตใจตลอดสองปีที่ผ่านมาเขารับรู้ดีว่าเขากำลัง ป่วย และผู้ที่ดูแลเขาคือ แม่ และในวันที่เขาพูดรู้เรื่องเช่นวันนี้ บีก็จดจำความเจ็บปวดทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้จนทำใจจะมองหน้า อดีตคนรัก ไม่ลงเสียด้วยซ้ำ “ที่ผ่านมาคริสยังไม่เห็นเคยมาดูดำดูดีเลยนี่...”

 

            “คริสไม่รู้ว่าบีป่วย!

 

            หล่อนกล่าวอย่างนั้นทั้งน้ำตาที่คลอขึ้นมา และนั่นก็ทำให้บีนิ่งอึ้งไป

 

            “ไม่มีใครบอกคริสเลย! คริสถามใครก็ไม่มีใครอยากจะมองหน้าคริสด้วยซ้ำ! บีรู้มั้ยว่ามันทรมานแค่ไหนที่คริสต้องอยู่โดยที่ไม่รู้อะไรเลยแบบนั้นน่ะ!!” หล่อนว่า และนั่นก็ทำให้บีเม้มปากเบาๆ...

 

            “ทรมานหรอ?”

 

            บีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

            “บีทรมานกว่าคริสอีก”

 

            พูดกระแทกแค่นั้นแล้วเขาก็เดินจากไป พลางตะโกนไปทางในครัว “แม่! มีอะไรกินบ้างคะ!” แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา...คริสเม้มปากอย่างลำบากใจ แล้วค่อยๆลุกขึ้นมา ก่อนจะเดินตามเขาไป...

 

            “แม่บีออกไปทำงานน่ะ วันนี้” คริสว่า “จะกินอะไร เดี๋ยวคริสทำ...”

 

            “ไม่ต้อง...”

 

            “บี...อย่าดื้อสิ”

 

            “ก็บอกว่าไม่ต้องไง!

 

            สิ้นเสียงตวาดนั้น คริสก็เพียงแต่เม้มปาก ตัวสั่น น้ำตาคลอ บีไม่เคยตวาดคริส แน่นอน ตั้งแต่คบกันมา ทั้งสองทะเลาะกันแทบนับครั้งได้ จะมาทะเลาะกันมากที่สุดก็ช่วงไปอยู่อเมริกานั่นแหละ...และการตวาดจากเขาก็ทำให้เธออึ้งไม่เบา สาวหมวยเพียงแต่ตัวชาๆ แล้วก็นั่งร้องไห้ออกอย่างหมดทางสู้...

 

            แล้วเธอก็รู้สึกได้ถึงการสวมกอดจากเขา

 

            “คริส...คริส...บีขอโทษ”

 

            คำพูดนั้นและน้ำเสียงปลอบโยนจากเขา ทำให้คริสมีกำลังใจขึ้นมาเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองอดีตคนรักทั้งน้ำตา บีก็ยังคงเป็นบี ถึงแม้เขามีสิทธิ์เต็มที่ที่จะโกรธ...จะเกลียดเธอมากเพียงไหน...สุดท้ายแล้วเขาก็ยังทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นเธอเจ็บปวด...บีลูบใบหน้าของคนที่กำลังร้องไห้ตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดนั้นเบาๆอย่างสงสาร...

 

            “คริสก็ขอโทษ...บี...คริสไม่ได้อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้...”

 

            คำพูดนั้นของคริสทำให้บีขบฟันแน่นจนกรามของเขาขึ้นเป็นสันนูน...คนป่วย ความจำเสื่อมอย่างเขาต้องทรมานกับความทรงจำที่มันขาดๆหายๆมาเป็นปีๆ บางวันก็จำเรื่องของเมื่อวานไม่ได้ บางวันก็จำได้ทุกอย่าง โดยที่ เธอ ผู้หญิงคนข้างหน้าที่เป็นดั่งคนที่บีรักเสมือนดวงใจ...ไม่เคยมาดูดำดูดี...

 

            จะให้ให้อภัยกันง่ายๆ...มันเป็นไปได้จริงๆหรือ

 

            “อย่างน้อยก็ยอมให้คริสดูแลหน่อย...”

 

            หญิงสาวในอ้อมกอดเอ่ยเสียงอ่อนอย่างนั้น ราวกับเธอได้ยินเสียงในใจบี ราวกับเธอรู้ว่าการที่จะมาคุกเข่าขอร้องให้เขาให้อภัยนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำ และนั่นก็ทำให้คริสขอร้องด้วย ข้อเสนอ ที่มันง่ายกว่าที่จะทำใจรับออกมา และนั่นก็ทำให้บีค่อยๆปล่อยอ้อมกอดจากเธอ กอดอก ถอนหายใจมองเธออย่างพินิจพิจารณา...

 

            “ถ้าบีเกลียดคริสมาก จนไม่อยากอยู่ด้วยกันอีกแล้ว...ก็ขอแค่ให้คริสได้ดูแลบีจนหายสนิท พร้อมกลับไปทำงานเท่านั้นก็พอ...” เธอบอกอย่างนั้น “ถ้าวันไหนบีกับแม่ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคริสอีกแล้ว...คริสสัญญา...ว่าคริสจะไปให้ไกล ไม่มาให้บีเห็นหน้าอีกเลย”

 

            คำพูดนั้นของคริสทำให้บีเม้มปากอย่างลำบากใจ ก่อนจะถอนหายใจ แล้วพยักหน้าเบาๆ การพยักหน้าของเขาทำให้คริสเจ็บปวดในใจลึกๆ เพราะนั่นแปลว่า เขาต้องการให้เธอไปไกลๆจริงๆ เมื่อวันที่เขาหายสนิท... เขาไม่ต้องการเธอในชีวิตอีกแล้ว ...หญิงสาวได้แต่กล้ำกลืนความเจ็บปวดนั้นแล้วฝืนยิ้มออกมา...

 

            “ถ้าอย่างนั้น...บีไปนั่งก่อนนะ คริสจะไปทำกับข้าวให้ แล้วก็อย่าลืมทานยาก่อนอาหารนะคะ”

 

            เธอว่าอย่างนั้น ฝืนยิ้มทั้งๆที่น้ำเสียงสั่นๆ แล้วรีบจับบีผลักหันหลังให้เขาเดินไปนั่งที่โซฟา ก่อนที่เธอเองจะรีบก้มหน้าก้มตาปาดน้ำตา เดินเข้าครัวไป เพื่อไปทำอะไรให้เขาทานเป็นอาหารเช้าด้วยใจที่เจ็บปวดเหลือเกิน...

 

แล้วจะไปให้ไกล...

เจอะแล้วจะไปให้ไกล...

อย่างเดิม

 

...

 

            วันแรกของการดูแลบีจบไปอย่างเหน็ดเหนื่อย และวันต่อมาก็มีเรื่องใหม่มาให้เธอรับมืออีก เมื่อบีในเช้าวันถัดมานั้นตื่นขึ้นมาเห็นหน้าเธอครั้งแรกก็ยิ้มให้ เข้ามากอด หอม พูดหวานๆ เหมือนเมื่อสมัยเป็นแฟนกัน...ราวกับไม่มีความเจ็บปวดตกค้างอยู่เลยในความทรงจำ และนั่นก็ทำให้คริสเจ็บปวดไม่น้อยที่เห็นเขาเป็นเช่นนั้น

 

            “คริส...”

 

            บีเอ่ยขึ้นมา ขณะที่เธอกำลังตั้งจะให้ทานยา

 

            “ยาอะไรอะ”

 

            “ยาแก้เครียดน่ะ...ช่วงนี้บีทำงานหนัก หมอเลยให้มากิน” สาวหน้าหมวยโกหกไปอย่างนั้น

 

            “จริงดิ่...” บีขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ “จำไม่เห็นได้เลย” เขาบ่นอย่างนั้น แต่เมื่อเห็นว่าเป็นคริสที่ยื่นยามาให้ เขาก็รับมากินแต่โดยดีอย่างซื่อๆ ก่อนจะรับประทานอาหารเช้าที่คริสทำให้อย่างตั้งใจ

 

            “เออ คริส” บีเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ขณะเงยหน้าขึ้นมาจากจานอาหารเช้า “ตกลงคิดได้รึยังว่าจะไปเรียนต่อที่ไหน” คำถามของเขาแบบนั้นทำให้คริสจุกไม่น้อย...เธอไม่รู้จะรับมือกับเขาอย่างไรดี ไม่รู้ว่าจะต้องโกหก หรือจะต้องบอกไปตามความจริง แต่เธอก็รู้ว่าถ้าหากบอกไปตามตรง เธอคงจะรับมือกับอารมณ์เขายากกว่า คริสจึงตัดสินใจฝืนยิ้มออกมาแล้วโกหกไป...

 

            “ก็...ก็คิดว่าจะไปนิวยอร์กแหละ”

 

            “เหรอ เออ ดี” บีว่าอย่างนั้น “บีมีรุ่นพี่อยู่ที่นิวยอร์ก ชื่อพี่เหม่ง เดี๋ยวไว้บีติดต่อเค้าไป ให้เค้าแนะนำคริสให้นะ” เธอทำไปแล้วบี และคริสกับพี่เขาก็รู้จักกันแล้วด้วย...พี่เขาช่วยเหลือคริสได้ดีมากบี คริสนึกในใจอย่างนั้นอย่างเจ็บปวด “แล้วก็...เดี๋ยวลองดูพวกเอเจนซี่ให้ว่ามีที่ไหนแนะนำวิทยาลัยแฟชั่นดีๆให้ได้บ้าง” นั่นเธอก็ทำไปแล้ว หญิงสาวนึกในใจตามแบบนั้น “เออ ละก็ต้องพาคริสไปเตรียมตัวทำวีซ่าด้วยนะ ทำก่อนนานๆน่ะได้เปรียบ...อเมริกาให้วีซ่าตั้ง...” สิบปี แต่สำหรับวีซ่านักเรียนจะเป็นห้าปี “สิบปีแน่ะ...แต่ไม่รู้วีซ่าเรียนหนังสือจะได้กี่ปีนะ”

 

            ความคิดของเธอที่ผสมปนเปกับคำพูดของบีที่พูดออกมาเสมือนราวว่าเขากลับมาจาอดีตแบบนั้นทำให้สาวหมวยน้ำตาคลอออกมาไม่รู้ตัว คริสสูดจมูกเบาๆ แล้วพยายามซับน้ำตา ซึ่งนั่นก็ทำให้บีผู้คอยสังเกตคนรักอยู่เสมอขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ แล้วเงยหน้าขึ้นมองคริสอย่างจริงจัง

 

            “คริส...ร้องไห้ทำไมอ่ะ”

 

            คำถามนั้นยิ่งทำให้คริสจุก

 

            “...คริส...คริสแค่ใจหายน่ะ คิดว่าจะต้องจากบีไปไกลนานเลย”

 

            “โธ่...เด็กขี้แย”

 

            คำพูดแสนอ่อนโยนอย่างนั้นจากบี และมือของเขาที่ลูบลงมาบนศีรษะของเธอทำให้คริสยิ่งร้องไห้หนัก... สัมผัส ของเขาที่เธอคิดถึงเหลือเกิน ความอ่อนโยน จากเขา...สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เธอขาดหายมานานและแท้จริงเธอก็ต้องการมันมาตลอด...และมันก็ทำให้คริสยิ่งเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าตัวเอง พลาด อะไรไป...

 

            ความผิดพลาดครั้งนั้นมันส่งผลกระทบใหญ่หลวงกว่าที่เธอจะทันได้คิด

 

            “เออ นี่สายแล้ว เดี๋ยวบีต้องไปอาบน้ำ เตรียมตัวไปทำงานแล้วละ...คริสอยู่เฝ้าบ้านแทนแม่...”

 

            “วันนี้วันเสาร์น่ะบี”

 

            คริสรีบโพล่งตัดบทเขาอย่างนั้น เพราะกลัวว่าเขาจะเร่งรีบไป ที่ทำงาน ที่เขาไม่ได้ทำงานอยู่แล้ว ทำให้บีขมวดคิ้ว เขาพยายามหันซ้ายหันขวาเหมือนหาดูปฏิทิน หรือนาฬิกา แต่ก็พบว่าในบ้านของเขาไม่มีทั้งปฏิทินและนาฬิกา และนั่นก็ทำให้บีขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ

 

            “ปฏิทินกับนาฬิกาไปไหนนะ...ก็จำได้ว่าซื้อมาไว้ให้แม่แล้วนี่นา...” บีบ่นอย่างประหลาดใจไม่เบา และนั่นก็เป็นความต้องการของคุณแม่ของบีเองที่จะไม่ให้บีรู้วันเวลา เพราะจะได้สะดวกกับการหลอกให้เขาสงบลงในวันที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วจำไม่ได้ว่าตัวเองป่วย...

 

            “ไหนๆวันนี้ก็วันหยุดแล้ว งั้นเดี๋ยวเราออกไปซื้อปฏิทินกับนาฬิกาให้แม่ดีกว่า”

 

บีว่าแล้วทำท่าราวกับกำลังหากุญแจรถ...

 

            “บี!!

 

            คริสรีบผวาเข้ามากอดแขนของเขาไว้ ทำให้บีเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ “อะไรเล่าคริส” เขาถามด้วยน้ำเสียงซื่อๆแบบนั้น และนั่นก็ทำให้คริสเม้มปาก คิดหาทางหนีทีไล่อย่างอึดอัดใจ แต่เธอก็พยายามดึงแขนเขาเอาไว้ด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะ...คิด...คิด...คิดหาทางอะไรก็ได้ที่จะหลอกล่อไม่ให้เขาออกจากบ้าน...แบบที่เธอเคยทำกับเขาเมื่อก่อน...สมัยที่ยังคบกันอยู่...

 

            อะไรก็ได้! คิดสิคิด! คิดเดี๋ยวนี้!

 

            คริสคิดในใจอย่างนั้น แล้วความคิดอย่างหนึ่งก็สว่างวาบเข้ามาในหัว ขณะที่บีมองมาที่เธออย่างงุนงง หญิงสาวหน้าหมวยก็ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะกัดริมฝีปากแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเขินอายว่า...

 

            “ไหนๆวันนี้ ที่รัก ก็ว่างอยู่บ้านแล้วไงคะ...ไม่อยากใช้เวลาอยู่กับคริสหน่อยเหรอ...”

 

...

 

ฉันไม่ค่อยเข้าใจ

แค่ขอให้เธอเข้าใจ

ก็พอ

 

            หญิงสาวตื่นขึ้นมาตอนกลางคืนอย่างเหน็ดเหนื่อยในอ้อมกอดของเขา คริสเงยหน้ามองเจ้าของใบหน้าที่กำลังหลับใหลอยู่ใต้ผ้าห่มเดียวกันกับเธอด้วยความรู้สึกอบอุ่นปนเจ็บปวดใจ...แต่ขณะเดียวกันก็ รู้สึกผิด เธอรู้สึกว่าเธอกำลังฉวยโอกาสจากอาการป่วยของเขา...เรียกร้องเอา สัมผัสแสนอ่อนโยน และ ความรู้สึกดีๆ ที่บีเคยมีให้เธอกลับคืนมา...โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเธอเคยได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขาหมดแล้วเมื่อสองปีก่อน...

 

            แต่ในยามนี้ เธอกลับไม่อยากคิดอะไรมากนอกจากอยากจะใช้เวลา ความสุข อยู่ในอ้อมกอดของเขา หล่อนเงยหน้าขึ้นแล้วจูบเขาแผ่วเบาอีกครั้งที่ข้างแก้ม จมูก และริมฝีปาก...คิดถึง ความรู้สึกในใจบอกคริสอย่างนั้น...ความใกล้ชิดที่ห่างหายไปนานนั้นทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น แต่ในใจเดียวกันก็นึกอยากจะร้องไห้...เมื่อรู้ว่าวันรุ่งขึ้นที่เขาตื่นมา...เขาอาจจะรังเกียจเธอก็ได้...ที่ฉวยโอกาสกับอาการจำอะไรไม่ได้ของเขาแบบนี้...

 

            และนั่นก็ทำให้คริสค่อยๆยันกายลุกขึ้นอย่างแผ่วเบา เพื่อจะไปแต่งตัวให้เรียบร้อย เพราะถ้าหากพรุ่งนี้บีตื่นขึ้นมาในเวอร์ชั่นที่เขาจำทุกอย่างได้...เขาคงจะโกรธเธอไม่เบาหากทั้งคู่อยู่ในสภาพนี้...หญิงสาวลุกขึ้น แต่งตัวให้ตัวเอง แอบจับเขาสวมชุดนอนให้เรียบร้อย จัดหมอน จัดผ้าห่มให้เขา...ก่อนจะจูบหน้าผากเขาเบาๆ

 

            “...ไว้เจอกันอีกนะบีคนเก่า...พรุ่งนี้เราคงต้องเจอบีคนใหม่ล่ะ”

 

            เธอกระซิบอย่างนั้น แล้วน้ำตาก็คลอๆออกมา

 

            “เป็นกำลังใจให้เราทนสายตาหมางเมินของเขาได้ด้วยนะ”

 

            เธอกระซิบ แล้วจุมพิตหน้าผากของเขาอีกครั้ง...

 

            “คริส...คริส...อย่าไป...”

 

            อยู่ดีๆเขาก็ละเมอออกมา บีละเมอแล้วเอื้อมมือคว้าลมข้างหน้า และนั่นก็ทำให้คริสเลิกคิ้ว หล่อนรีบเอื้อมมือไปกุมมือเขา และบีที่กำลังหลับฝันอยู่นั้นก็ร้องไห้ กุมมือเธอนั้น ขณะที่พร่ำเพ้อออกมาว่า...

 

            “บีไม่เลิกนะ...ทั้งชีวิตบีก็มีแต่คริสคนเดียวอ่ะ...ไม่เลิกได้มั้ย”

 

            เท่านั้น น้ำตาของคริสก็ไหลพร่างพรูออกมา...มันเป็นคำพูดเดียวกับที่เขาพูดใส่โทรศัพท์ วันนั้น วันที่เธอตัดสินใจโทรทางไกลจากอเมริกามาเพื่อบอกเลิกเขา ด้วยความหวังให้ต่างฝ่ายต่างมีชีวิตที่ดีกว่าโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยพยายามรักษาความสัมพันธ์เอาไว้...คำพูดนั้น...เป็นคำพูดสุดท้ายที่เขาพูดกับเธอ...

 

...

 

            “บีโดนรถชนวันที่คริสบอกเลิกบีนั่นแหละ”

 

            วันรุ่งขึ้น...ก็เป็นตามคาด บีที่ตื่นขึ้นมาในอีกวันนั้นจำเรื่องราวของเมื่อวานไม่ได้ และก็กำลังนั่งดื่มนมถั่วเหลืองเพราะหมอให้เขางดชากาแฟ ขณะที่กำลังใช้ช้อนคนแก้วนมร้อนๆให้น้ำตาลก้นแก้วละลายนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นมามองคริสด้วยสายตาเย็นชา แล้วตอบคำถามที่เธอถามไปเมื่อครู่ว่า อุบัติเหตุ ของเขาเกิดขึ้นเมื่อไหร่...และคำตอบของบีก็ทำให้คริสยิ่งจุกจนพูดไม่ออก...

 

            “มิน่า...”

 

            “มิน่าอะไร...”

 

            “มิน่า...ทุกคนรอบตัวบีถึงดูเกลียดคริส”

 

            คำพูดนั้นของคริสทำให้บีขมวดคิ้วแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเธออย่างประหลาดใจ

 

            “ไม่มีใครยอมคุยเรื่องบีกับคริสเลย คริสถามเท่าไหร่ก็ไม่มีใครบอก คริสโทรหาบีก็ไม่มีคนรับ...”

 

            “อืม...” บีตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆราวกับรับรู้แล้วแค่นั้นแล้วก้มหน้าลงไปดื่มนมถั่วเหลืองต่อ และนั่นก็ทำให้คริสถอนหายใจ ก่อนที่เธอจะยกเอาหนังสือเกมลับสมองอย่างพวก Crossword และพวกเกมคำนวนไปให้เขาเพื่อให้บีฝึกสมองประจำวันตามที่หมอแนะนำ เพื่อช่วยฟื้นฟูเซลส์สมองของเขา...และเมื่อคริสจัดการเก็บจานอาหารกลางวันไปจากเขาแล้ว ฝ่ายนั้นก็ก้มหน้าสนใจกับเกมตรงหน้าต่อ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมาคุยกับคริสอีก

 

...

 

            แล้วชีวิตของคริสก็ดำเนินไปอย่างนั้น...บางวันบีก็กลับมาเป็นบีคนเก่า คนที่จดจำได้เพียงเรื่องทุกอย่างก่อนหน้าที่คริสจะไปอเมริกา ซึ่งเธอแอบเรียกเขาในใจว่า บีใจดี เป็นบีคนที่แสนอบอุ่น จนบางครั้งเธอก็รู้สึกเหมือนเธอไม่เคยจากเขาไปไหน...แต่บางวันบีก็กลับไปเป็น บีคนใหม่ คนที่เย็นชาหมางเมินเพราะจดจำความเจ็บปวดทุกอย่างได้ ซึ่งคริสเรียกในใจว่า บีใจร้าย เพราะวันไหนที่เขาจำได้ เขาก็จะแทบไม่ปรายตามองเธอเลย... จะมีก็แต่มองด้วยหางตา พูดจาถามคำตอบคำ...ก็เท่านั้นเอง...

 

            อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ได้ใช้ไปกับ บีใจดี คนที่ดีกับเธอ และรักเธอเหมือนเก่า มันกลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ราวกับว่ามันกำลังเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในช่วงเวลาที่เธอกับเขาไม่ได้อยู่ด้วยกัน และความรู้สึกเก่าๆเหล่านั้นที่กลับมา ก็ยิ่งทำให้คริสรู้สึกไม่อยากจากเขาไปไหน...หญิงสาวจึงยอมทน แม้จะรู้ว่าบางวันที่เขาตื่นขึ้นมา และกลายเป็นคนที่ จำได้ เขาจะเย็นชาหมางเมินกับเธอเพียงใด...

 

            แต่เธอก็ตั้งใจจะใช้เวลาช่วงที่ดีกับเขา...ให้ดีที่สุดเสมอ

 

            และวันนี้ก็เช่นกัน หลังจากที่วางแผนกับคุณแม่อย่างดิบดีเพื่อที่จะหลอก บีใจดี ที่วันนี้ตื่นมาด้วยความงุนงงว่าทำไมเขาไม่ต้องทำงานว่าเป็นวันอาทิตย์ และขออนุญาตคุณแม่พาเขาออกมาสูดอากาศด้านนอกบ้านบ้างได้สำเร็จแล้ว คริสก็พาเขามาเดินเล่นที่สวนสาธารณะยามเย็น เพราะจำได้ว่าบีชอบเล่นกับหมา...เธอจึงพาเขามาเดินเล่นในที่ๆมักจะมีคนมาจูงหมามาเยอะๆ และ บีใจดี ของเธอในวันนี้ก็ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

 

            “ไว้คริสกลับมาจากอเมริกา เราเลี้ยงหมากันเนาะ” บีว่าอย่างนั้นด้วยรอยยิ้ม และนั่นก็ทำให้คริสอึ้งๆไป...หล่อนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง เพราะความเจ็บปวดแล่นมาจุกอก...​สัญญา หล่อนนึกในใจอย่างนั้น สัญญาทุกอย่างที่เคยให้กันไว้ คริสจำได้ทุกอย่าง และมันก็กำลังย้อนกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง เมื่อเธอเป็นคนผิดสัญญา

 

            “อื้ม...” “บีอยากเลี้ยง...” “โกลเด้นใช่มั้ย” “เฮ้ย รู้ได้ไง” “บีเคยบอกแล้ว” “จริงดิ่...จำไม่เห็นได้เลย” คำพูดว่า จำไม่เห็นได้เลย ของบีนั้นจะดังออกมาบ่อยครั้งเป็นพิเศษเมื่อเวลาที่เขาเป็น บีใจดี ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าบีจำไม่ได้เลยจริงๆนั่นแหละ...ความทรงจำของเขาในช่วงที่เป็นบีใจดีนั้นหยุดอยู่ตรงแค่ช่วงก่อนที่คริสจะไปอเมริกาเท่านั้น ทำให้เขาจำไม่ได้ว่าเคยบอกอะไรเธอไปแล้วบ้าง...หรือเคยสัญญาอะไรกับคริสไว้บ้าง...​

 

            หญิงสาวนั่งลงข้างๆเขา ภายหลังที่ทั้งคู่ปูเสื่อปิ๊กนิกกัน แล้วบีก็เอนกายลงนอนบนตักคริสอย่างสบายใจ คริสเผลอก้มลงมอง อดีตคนรัก ที่กำลังทำตัวเป็น คนรัก ของเธอแบบไม่รู้ตัวซึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ตอนนี้ก็อดยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆไม่ได้...ขณะที่เธอลูบหน้าผากของเขาอย่างเบามือ...

 

            “บี...”

 

            คริสเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

 

            “ถ้าวันนึง คริสทิ้งบีไป...บีจะโกรธคริสมั้ย”

 

            บีลืมตาขึ้นมา

 

            “ฮึ้ย ทำไมพูดแบบนั้นอ่ะคริส” เขามองหน้าเธอจริงจัง แล้วเอื้อมมือมากุมมือคริสไว้ “คริสจะไปไหน”

 

            “เปล่า” สาวหมวยลังเล และเม้มปากเบาๆ “ก็แค่ถามเผื่อไว้”

 

            เงียบกันไปอีกพักใหญ่...

 

            “แล้วถ้าคริสบอกเลิกบีไป...แต่กลับมาขอคืนดี...บีจะคืนดีกับคริสไหม”

 

            เธอเอ่ยถามอย่างจริงจังแบบนั้น และนั่นก็ทำให้บีลืมตาขึ้นมามองคริสด้วยสายตาจริงจัง...

 

            “คริสหมายความว่ายังไง...”

 

            สายตาจริงจังของบีแบบนั้นทำให้คริสนิ่งอึ้งไป เธอเกือบจะคิดว่านาทีนั้น บีใจร้าย กำลังปลอมตัวเป็น บีใจดี และกำลังต้องการฟังความรู้สึกที่แท้จริงของเธออยู่...แต่เธอก็รู้ว่าเธอกำลังหวังมากไป...บีใจร้าย ที่จำเหตุการณ์ได้ทุกอย่างคนนั้น...ไม่มีทางจะใจดีกับเธอขนาดนี้หรอก...

 

            แค่หน้าเธอ...เขายังไม่อยากมองเลยด้วยซ้ำ

 

            สาวหมวยจึงฝืนยิ้มออกมา แล้วพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

 

            “เปล่าหรอก ไม่มีอะไร คริสก็เพ้ออะไรของคริสไปเรื่อยเปื่อยแหละ” เธอว่าอย่างนั้น “คริสจะทิ้งบีได้ยังละเนาะ...” ฉันทำไปแล้ว เธอนึกในใจอย่างเจ็บปวดอย่างนั้น แล้วลูบหน้าผากเขาเบาๆ “ก็ในเมื่อคนที่คริสอยากอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต...ก็มีแต่บีคนเดียวนี่นา...”

 

            คำพูดนั้นทำให้คนที่นอนตักเธอเงยหน้ามองเธออีกครั้ง บีดูมีสีหน้าซิเรียสจริงจังผิดปกติ ขณะที่ลุกขึ้นมามองหน้าเธอ...และนั่นก็ทำให้สาวหน้าหมวยเกือบหยุดหายใจ เมื่อหญิงสาวตรงหน้าลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้าเธอ...

 

            “...พูดจริงๆใช่มั้ย”

 

            คำถามนั้นทำให้คริสนิ่งอึ้งไป...แล้วก็เริ่มลังเลใจ ว่าตกลงเขาคือ บีใจดี หรือ บีใจร้าย กันแน่...แววตาที่เจ็บปวดของเขาที่มองมาทำให้คริสสับสน...แต่ก็เพียงแวบเดียวเท่านั้น เพราะเขากลับมายิ้ม แล้วมองหน้าเธอด้วยสายตาเอ็นดูอีกครา...

 

            “ถ้าอย่างนั้น กลับจากอเมริกามาแล้ว เราย้ายมาอยู่ด้วยกันนะ...บีจะซื้อบ้านรอ...”

 

            นี่ไงเล่า ยัยโง่...สิ่งที่เธอพลาดไป...​เธอพลาดอะไรไปบ้างกับชีวิตน่ะ รู้ตัวบ้างไหม

 

            “คริส...ทำไมร้องไห้อีกแล้ว”

 

            บีขมวดคิ้ว และตั้งท่าจะเอื้อมมือมาปาดน้ำตาให้เธออีกครั้ง ขณะที่เสียงหนึ่งดังขัดขึ้นมาก่อน

 

            “อ้าว บี คริส??”

 

            เสียงทักทายนั้นดังมาจากใครบางคนที่เพิ่งเดินผ่านมา พี่ออแกน รุ่นพี่สาวของบีสมัยมหาวิทยาลัยที่คริสไม่ได้เจอนานแล้วเดินเข้ามาหาทั้งคู่พร้อมกับหมาพันธุ์สก็อตติชเทอร์เรียร์ฝูงใหญ่ที่ฝ่ายนั้นจูงมาเดินเล่น แล้วก็มีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นคริส...ฝ่ายนั้นทำท่าเหมือนกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง คริสก็รีบผุดลุกขึ้น แล้วตรงเข้าไปจับแขนพี่ออแกน...บรรดาหมาๆของเธอส่งเสียงเห่าด้วยความตกใจกันขรม แต่คริสก็ไม่สนใจ ขณะที่ลากรุ่นพี่สาวให้ห่างจากบีออกมาแล้วเอ่ยกับเธอว่า...

 

            “เรื่องมันซับซ้อนน่ะพี่ เอาเป็นว่า ตอนนี้พี่ช่วยทำเหมือนไม่รู้ได้มั้ยว่าคริสกับบีเลิกกันไปแล้ว...”

 

            “ห๊ะ?”

 

            “นะคะ...ช่วยหน่อย”

 

            คริสเอ่ยขอแบบยืนยันอย่างนั้น และนั่นก็ทำให้ออแกนหลิ่วตามองคริสด้วยความประหลาดใจปนไม่พอใจ  

 

ใจก็รู้ว่าคนจะมองอย่างเข้าใจผิด

อาจจะคิดกันไปว่าฉันรักเธอ

ก็แล้วแต่เขา...เพราะเขาบังเอิญไม่ใช่เธอ

 

            แต่เมื่อออแกนหันกลับไปเห็นบีที่กำลังชะเง้อมองตามด้วยความงุนงง ฝ่ายรุ่นพี่สาวก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ “บีมันยังไม่หายสินะ” คำพูดนั้นทำให้คริสกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากแล้วพยักหน้าอย่างยอมรับ ออแกนจึงพยักหน้าเบาๆ ถอนหายใจแรงหนึ่งครั้ง แล้วแกล้งทำเป็นยิ้ม ก่อนจะเดินกลับไปหาบีด้วยสีหน้าร่าเริง...

 

“อ้าว บี เป็นไงบ้างละ ช่วงนี้งานหนักมั้ย”

...

 

            เป็นระยะเวลาร่วมสามเดือน โดยสลับกันดูแลกับแม่ของบีที่ยังคงต้องออกไปทำงาน คริสกลับคอนโดฯสัปดาห์ละครั้งเพื่อซักผ้าและตรวจตราความเรียบร้อยต่างๆ ก่อนจะรีบบึ่งกลับมาที่บ้านของบีเพื่อดูแลเขา ชีวิตของเธอเป็นไปแบบนี้เรื่อยๆ ขณะที่อาการของบีค่อยๆดีขึ้นอย่างช้าๆ...

 

            ซึ่งนั่นก็หมายความว่า บีใจดี จะโผล่มาน้อยลง และ บีใจร้าย จะกลับมาบ่อยขึ้นกว่าเดิม

 

            จากวันเว้นวัน ก็กลายเป็นสัปดาห์ละสามวันที่ บีใจดี จะกลับมา แล้วก็ค่อยๆลดลง จากสามวันก็เหลือแค่...สองวัน...และก็ค่อยๆลดลงเป็น หนึ่งวัน ...จนกระทั่ง...

 

            ไม่มีวันไหนในสัปดาห์ที่ บีใจดี กลับมาอีกเลย

 

            และนั่นก็ทำให้ ผู้มาดูแล เจ็บปวดไม่น้อย เพราะระหว่างทางตลอดเกือบสามเดือนที่ผ่านมา สิ่งที่พอจะช่วยหล่อเลี้ยงใจคอของเธอให้อดทนกับความเย็นชาหมางเมินของ บีใจร้าย ได้ก็คือ บีใจดี คนนั้นที่จะกลับมาทักทายเป็นครั้งคราว...แม้บางครั้งเธอจะต้องหลอกล่อเขา ยอมฝืนทน โกหกเขา เพื่อจะได้ใช้เวลาดีๆด้วยกัน...แต่สายตาที่อ่อนโยนจากเขาก็ย่อมดีกว่าสายตาที่เฉยชา...จากบีคนปัจจุบัน...

 

            แต่จะโทษใครได้ล่ะ ในเมื่อ เธอเอง เป็นคนที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้เอง

 

            “อาการคุณน้ำทิพย์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆแล้วนะครับ”

 

            แพทย์ประจำตัวของบีเอ่ยขึ้นมา ระหว่างการพบแพทย์ครั้งล่าสุดกับแม่ของบีและคริส เขาเอาฟิล์มเอ็กซ์เรย์สมองที่ดูยุ่งยากนั้นออกมา ชี้ๆ วงๆ อธิบายพัฒนาการบางอย่างของสมองบีที่คริสก็ไม่เข้าใจให้แม่ของบีกับเธอฟัง...และแน่นอน คนป่วยเองก็นั่งฟังอยู่ด้วย ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

            “หมอคิดว่า...คุณน้ำทิพย์น่าจะกลับไปทำงานเป็นปกติได้แล้วละครับ”

 

            คำพูดนั้นทำให้คริสดีใจ...เธอดีใจที่บีจะหาย...แต่ในอีกใจหนึ่ง เธอก็เสียใจ...เสียใจที่จะไม่ได้มาดูแลเขาอีกต่อไปแล้ว...เพราะ บีใจร้าย นั้นก็คอยพูดอยู่เสมอ ว่าเมื่อเขาหายดีเป็นปกติแล้ว...เธอก็ต้องไป...

 

            และเขาก็พูดจริงๆ

 

            “อย่างงี้คริสก็ไม่ต้องมาดูแลเราแล้วสิ”

 

            บีเอ่ยขึ้นมาอย่างนั้น ระหว่างทางที่ทั้งหมดเดินกลับมาที่รถด้วยกัน และนั่นก็ทำให้คริสสะอึกไปนิดหนึ่ง ผู้เป็นแม่ของบีเหลือบตาหันมามองทั้งคู่ แล้วเอ่ยออกมาเบาๆว่า “แม่เข้าไปนั่งรอในรถนะ” เพียงเท่านั้น แล้วปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน...ที่ลานจอดรถกว้างนั่น...คริสรู้สึกว่ามันกว้างใหญ่และเวิ้งว้างเหลือเกิน...​

 

            “อือ...ก็หน้าที่ของเรามันหมดแล้วนี่เนาะ”

 

            หญิงสาวตอบเขาได้เท่านั้นเอง เธอรู้สึกได้ถึงความตื้อตันไปหมด เมื่อรับรู้ได้ว่าเขาไม่ต้องการเธออีกต่อไปแล้ว... “ขอให้มีชีวิตที่ดีนะ” เธอบอกอย่างนั้น แล้วปาดน้ำตาของตัวเอง

 

            “ตั้งใจทำงานมากๆนะบี ทำในสิ่งที่บีรักให้ดี...และก็...ขอให้มีชีวิตที่มีความสุข”

 

            เธอกล่าวอย่างนั้น แล้วเอื้อมมือมาจับมือเขาเบาๆ บีบมันอีกครั้ง แทนการร่ำลา...แล้วเดินจากออกไปทั้งน้ำตา น้ำตามันไหลบ่าออกมาจากไหนมากมายไม่รู้ และเธอก็ทำได้แค่รีบหันหลังเดินจากบีออกมา เพื่อไม่ให้เขาได้ยินเสียงสะอื้นของเธอได้อีก...


ฉันไม่มีอะไร...
บอกแล้วไม่มีอะไร...

ต่อกัน

 

            ปี๊นนนนนนนนนนนน !!

 

            เสียงบีบแตรที่ดังลั่นนั้นทำให้คริสตาโตด้วยความตกใจ เธอหันไปก็เพิ่งเห็นหน้ารถที่กำลังวิ่งพุ่งตรงมาหา ด้วยความที่เดินปาดน้ำหูน้ำตาออกมาโดยไม่ได้สนใจจะมองทาง...เธอรู้สึกได้ถึงร่างของเธอที่ลอยขึ้นจากพื้น...และใจที่หายร่วงไปอยู่ตาตุ่ม...ก่อนที่ร่างของเธอจะตกลงบนพื้นถนนอีกครั้ง...

 

            บนร่างอุ่นของใครบางคน...

 

            บีหอบหายใจแรง เขาดูเจ็บไม่น้อย ขณะที่แขนยาวเก้งก้างนั้นโอบกอดรอบเอวของเธออยู่ และนั่นเองเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอลอยจากพื้น...บีวิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ และรีบมาคว้าเธอเอาไว้ทันท่วงที ทำให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชแบบฉิวเฉียด เจ้าของรถเปิดกระจกออกมาโวยวายพักใหญ่ “เดินระวังหน่อยสิโว้ย!” เขาว่าอย่างนั้นแล้วขับรถเบิ้ลเครื่องจากออกไปด้วยความหงุดหงิด และนั่นก็ทำให้คริสเงยหน้าขึ้นมองบีด้วยสีหน้าตกใจ

 

            “บี...”

 

            “คริสนี่มัน...เป็นคนห่าอะไรก็ไม่รู้เนาะ”

 

            อดีต คนรักของเธอบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงดุๆอย่างนั้น และนั่นก็ทำให้คริสยิ่งน้ำตาคลอ ขณะที่เขาค่อยๆเอื้อมมือมาลูบใบหน้าของเธอเบาๆ ใช้นิ้วโป้งนั้นปาดน้ำตาใสบนแก้มให้ แล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน...

 

            สายตาอ่อนโยนที่เธอชอบ...ที่เธอไม่เคยได้รับจาก บีใจร้าย ในตอนนี้...เขากำลังใช้มันมองเธออยู่

 

            “แต่บีก็รักคริสอยู่ได้ว่ะ ไม่รู้ทำไม”

 

            คำพูดแบบนั้นของเขาทำให้เธอเลิกคิ้ว ทำตาโตด้วยความประหลาดใจ

 

            “บี...ยังรักคริสอยู่อีกหรอ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ “...นี่บีคนที่จำได้ใช่มั้ยว่าเราเลิกกัน...ไม่ใช่บีที่ไม่รู้ว่าเราเลิกกันไปแล้วใช่มั้ย” คริสว่าอย่างนั้น ทำให้บีถอนหายใจแล้วหัวเราะหึๆ ขณะที่ค่อยๆประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืนขึ้นมา แล้วก้มลงปัดประโปรงเปื้อนฝุ่นให้เธอแผ่วเบา

 

            “ใช่...จำได้”

 

            เขาว่าอย่างนั้น

 

            “และก็จำได้ด้วยว่าเคยรักคริสมากแค่ไหน...”

 

            คริสนิ่งอึ้งไป ใจของเธอกลับเต้นแรงอีกครั้ง แต่ก็ยังมองเขาด้วยความสับสนงุนงง ไม่แน่ใจ...

 

            “แต่บีไล่คริส...” “บีแค่ถามว่าคริสไม่ต้องมาดูแลบีแล้วใช่ไหม” ก่อนที่คริสจะได้พูดอะไรอีก เขาก็แทรกขึ้นมาแล้วมองหน้าเธอด้วยสายตาเอ็นดู “ก็แค่อยากรู้ว่าถ้าไม่ต้องมาดูแลแล้วจะยังอยากมาอยู่ด้วยกันอีกมั้ย? นี่ก็ไม่ฟังอะไรสักอย่าง...รีบร้องห่มร้องไห้...รีบหนีออกมา...เหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด”

 

            เสียงดุๆของบีแบบนั้นทำให้คริสเม้มปากด้วยความขัดใจปนเขิน ขณะที่เขาเอื้อมมือมาบีบจมูกแดงๆของเธอเบาๆด้วยความเอ็นดู...​

 

            “แล้วไหน...ที่บอกว่าคนที่คริสอยากอยู่ด้วยตลอดชีวิต...มีแต่บีคนเดียวไง...”

 

             คริสตาโตขึ้นมาอีกรอบ เมื่อหล่อนจำได้ว่าคำพูดนี้ที่หล่อนพูดกับเขา...หล่อนพูดกับเขาในวันที่เขาเป็น บีใจดี ไม่ใช่ บีใจร้าย ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาไม่สมควรจะมันได้ แต่เขาก็กลับจำมันได้...​

 

            “นี่วันนั้นหลอกคริสว่าจำไม่ได้หรอ?” “วันไหน?” “วันที่เราไปสวนสาธารณะกันอ่ะ” “อือ” บีตอบด้วยสีหน้าทะเล้นแบบนั้น ทำให้คริสตาโต... “เฮ้ยยย ตกลงมีวันไหนที่จำได้แต่หลอกคริสบ้างเนี่ย” “ก็หลายวันอยู่” “บีอ้ะ!!

 

            การเฉลยแบบนั้นของบีทำให้คริสช็อคไปไม่น้อย และก็อดเขินไม่ได้ เพราะในช่วงเวลาที่เธอใช้ไปกับ บีใจดี ระหว่างที่คิดว่าเขาจำไม่ได้ ก็มีหลายวันที่น่าเขิน น่าเอ็นดู รวมทั้งเป็นช่วงเวลาดีๆที่เธอไม่อยากลืมเหมือนกัน...แต่ยิ่งพอมาได้รู้ว่าเขา ตั้งใจ หลอกเธอว่าจำไม่ได้...เพื่อให้ได้ใช้ช่วงเวลาดีๆกับเธอ...มันก็...

 

            “ก็บีอดใจไม่ไหวเหมือนกันนี่นา” คนร่างสูงว่าอย่างนั้น แล้วเอื้อมมือมาจับมือเธอ “พอคริสกลับมาอยู่ใกล้ๆ บีก็อยากใช้เวลากับคริส...เหมือนเราไม่เคยเลิกกันมาก่อนบ้าง” เขาว่าแล้วดึงมือของเธอขึ้นมาจูบเบาๆ  

 

“บีรักคริสมากนะรู้มั้ย”

 

            คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวน้ำตาคลอขึ้นมา คริสเงยหน้ามองบีด้วยความตื้นตันใจ...

 

            “หลังจากทุกอย่างที่คริสทำกับบีน่ะหรอ...”

 

            “หลังจากทุกอย่างที่คริสทำให้บี...ใช่”

 

            ประโยคของคริสนั้นพูดถึงเรื่องร้ายๆที่เธอเคยทำกับเขาในอดีต ส่วนประโยคของบีนั้นพูดถึงสิ่งดีๆที่เธอทุ่มเทพยายามทำเพื่อชดเชยให้เขาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา...และเพียงประโยคสองประโยคนั้นก็ทำลายกำแพงความขุ่นข้องหมองใจที่เคยกางกั้นทั้งคู่ไว้จนราบคาบ

 

            ทั้งสองจึงกลับเข้าสู่อ้อมกอดกันและกันอีกครั้ง

 

อดใจไม่ไหว ต้องมา
อยากรู้เธอเป็นอย่างไร
อดใจไม่ไหว...ต้องเจอ
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...

 

            “ความรักนี่มันไม่มีเหตุผลเลยเนาะ...”

 

            คริสว่าอย่างนั้นพลางปาดน้ำตาตัวเองเบาๆ

 

            “ก็เพราะความรักมันคือเหตุผลไงล่ะ...”

 

            บียิ้ม แล้วจูบแก้มเธอแทนการปลอบประโลมอีกครั้ง

 

อยากมาหา...

สบตาสักครั้งแล้วค่อยไป

 

            “ต่อจากนี้ ห้ามทิ้งบีไปไหนอีกแล้วนะ...”  

 

            “อื้ม”

 

            “สัญญานะ...”

 

            “สัญญาค่ะ...”

 

            สิ้นคำพูดนั้น ทั้งคู่ก็สบตากันอีกครั้ง...แต่แน่นอน มันไม่ใช่การสบตากันครั้งสุดท้าย...มันเป็นการสบตากันครั้งแรกในวันที่ความทรงจำทั้งหมดทั้งดีและร้ายจะไหลกลับมารวมกัน...แต่เมื่อจับมือกันไว้มั่น ทั้งคู่ก็ตั้งใจว่าจะไม่มีวันยอมแพ้กับความรักครั้งนี้อีกแล้ว...และบีกับคริสก็ตั้งใจว่า...จะจับมือกันเดินต่อไป...ในอนาคตเบื้องหน้า...เพื่อสร้างความทรงจำร่วมกัน...ต่อไป...

 

-Finish- 



ผลงานทั้งหมด ของ ไรท์หมี@Dogmouthbear

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

25 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 18:16
    ขอบคุณนะคะกลับมาอ่านเสมอเลยดีจริงๆ
    #25
    0
  2. #24 Horizon-i (@Horizon-i) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 09:43
    คิดถึงบีคริส คิดถึงเรื่องนี้คุณไรท์เขียนดีมากค่ะอ่านฉากแรกๆหน่วงตามเลย เป็นกำลังใจคุณไรท์น่ะค่ะ
    #24
    0
  3. วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 22:32
    เป็นเรื่องที่ดีที่สุด .... ฟังเพลงนี้ทีไรนึกถึงเรื่องนี้ทุกครั้ง จนกลับมาอ่านรอบที่3 :-)
    #23
    0
  4. วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 00:33
    ควรทำเป็นเล่มมากค่ะ อยากเก็บอะไรดีๆเเบบนี้ไว้ 😢
    #22
    0
  5. #21 karn
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 21:57
    ทั้งเศร้า ทั้งซึ้ง อ่านไปน้ำตาไหลเลย สนุกมากๆคะ
    #21
    0
  6. วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 11:11
    น้ำตาไหลตลอดเรื่องเลย สงสารทั้งคู่เลย การตัดสินใจในอดีตมันส่งผลกระทบให้เราเจ็บปวดในปัจจุบันมากกว่าตอนตัดสินใจอีกนะ ฮรืออ แต่ก็ดีใจที่ความรักทำให้ทั้งคู่เปิดใจกลับมารักกันอีกครั้งค่ะ...สมกับเป็นเทศกาลแห่งความสุขจริงๆค่ะ ขอบคุณไรท์ทั้ง 3 ท่านค่ะ
    #20
    0
  7. #19 Peskimo
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 08:33
    ชอบมากๆ เลยค่ะ แอบน้ำตาคลอทั้งเรื่องเลย



    ขอบคุณที่มีโปรเจคน่ารักๆแบบนี้ให้ได้อ่านกันนะคะ สมกับเป็นการส่งมอบความสุขช่วงสิ้นปีเลยค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
    #19
    0
  8. วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 22:01
    ปล. คิดถึงคุณไรท์ในงานเขียนบีคริสนะคะ ^_^
    #18
    0
  9. วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 21:59
    ชอบมากๆเลยค่ะ ไม่รู้จะเม้นอะไรแล้ว มันอิ่มไปหมด <3
    #17
    0
  10. #16 m&m
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 15:27
    ชอบมากกกกค่ะ. รู้สึกอิ่มมากๆ ทจะติดตามอ่านของท่านอื่นๆค่ะ
    #16
    0
  11. #15 Kaewana (@kaewana) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 11:19
    มีครบทุกรสเลย สุข เศร้า เหงา รัก ชอบๆๆ
    #15
    1
    • 21 ธันวาคม 2560 / 00:16
      คือ ทำไมเราเปิดอ่านไม่ได้อ่า
      #15-1
  12. #14 polajan1994 (@polajan1994) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 08:59
    โอ๊ยคือดี~~~~~~~~~
    #14
    0
  13. วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 22:54
    คือยอมรับว่าร้องไห้...นานด้วย...ฮืออออ อ่านตอนแรกๆมือชาอ่ะ อะไรชีวิตจะโหดร้ายกะนุ้งบีปานนั้น 
    ชอบการดำเนินเรื่องที่โครงสร้างชัดเจนมาก ตรรกะ เหตุผลตัวละครก็ชัด (ก็แน่ล่ะ...)
    ฟินมากตอนพี่คริสฉวยโอกาสจากบีใจดี ฉันเขินนนนนนน บิดไปบิดมา 55555
    บีใจร้ายความจริงก็น่ารักดีนะ "คริสนี่มัน...เป็นคนห่าอะไรก็ไม่รูเเนอะ" ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

    สุดท้าย...
    มันอเมซิ่งมากที่หมีสามารถแต่งครึ่งหลังภายใต้เพลงของ James Arthur ได้อย่างไม่วอกแวก อิอิ
    รักกกกกกกก จุบุๆๆๆ

    #13
    0
  14. #12 Ryojin29 (@Ryojin29) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 07:15
    โง้ยยยยย บีอ่ะ นี่ก็อุทานแบบคริสเลย ลุ้นไปก็โอ๋คริสไป งืออออ
    #12
    0
  15. #11 JiraBC (@daw-301) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 06:59
    การกลับมาของพี่หมีในการแต่งบีคริส ฮือออ จะร้องงง อินมากกกก สงสารทั้งบีทั้งคริสเลยยย
    #11
    0
  16. #10 Kala
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 20:52
    ไรท์ยังคงเป็นนักเขียนที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเองเสมอ ขอบคุณสำหรับโปรเจคดีๆ ที่ทำให้...รู้สึกอิ่มทุกครั้งที่ได้อ่าน
    #10
    0
  17. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 20:17
    อ่านไม่ได้อ่ะไรท์ ตรงอ่านนิยายมันไม่มีเนื้อเรื่องเลยอ่ะ ทำไงดีๆๆ
    #9
    0
  18. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 17:59
    อ่านไปจะร้องไห้ไป ดีมากค่าาา
    #8
    0
  19. #7 4530656 (@4530656) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 14:58
    เขียนบรรยายดีมาก ชอบบบบบ
    #7
    0
  20. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 12:46
    อ่านไป มีความใจเต้นตลอด ลุ้นว่าบีจะใจดีหรือใจร้าย อ้าว สรุป หยอกกันไปมา อดใจไม่ไหวเด้อออ
    #6
    0
  21. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 12:24
    คือดีอ่ะ ขอบคุณสิ่งดีๆที่ไรท์ๆๆส่งให้นะคะ
    #5
    0
  22. #4 Zen
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 09:52
    10แต้มเลยค่ะคุณไรท์
    #4
    0
  23. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 07:12
    ดีมากๆเลย หน่วงๆเศร้าๆ แต่ก็น่ารักโรแมนติก ขอบคุณนะคะ
    #3
    0
  24. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 01:32
    พี่บีเจ้าเล่ห์มากอ่ะ เกือบใจหายตอนที่พี่คริสจะโดนรถชน
    #2
    0
  25. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 00:47
    รอโปรเจ็คนี้มานานมาก ในที่สุดดดด

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ธันวาคม 2560 / 00:52
    #1
    0