นายช่วยรักฉันตลอดไปเลยได้ไหม [Futurecard Buddyfight Ace]

ตอนที่ 1 : บทที่1เทพแห่งสงคราม การ์แกนทัว ดราก้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 385
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    3 พ.ค. 63


"ปีศาจๆๆๆ" เด็กชายตัวเล็กผมสีแดงฟ้าดวงตาสีแดง ถูกเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันลายล้อมแล้วโดนกล่าวซ้ำๆว่าปีศาจ


"ฉันไม่ใช่ปีศาจนะ ฉันไม่ใช่ๆๆ" เด็กชายกล่าวกับตัวเองซ้ำๆพลางนั่งกอดเข่าร้องไห้จนน้ำตานองหน้า


"พวกเธอน่ะ!ทำอะไรกัน หยุดเดี๋ยวนี่!" เด็กชายผมสีเขียวน้ำเงินดวงตาสีแดงออกทองหน่อยๆที่ดูอายุมากกว่าเด็กคนอื่น เดินฝ่าวงล้อมเด็กอายุน้อยเข้ามา ก่อนจะเบิกตาแล้วหันไปกดเสียงต่ำใส่เด็กคนอื่นๆว่า...


"พวกเธอน่ะ... อยากตายมากใช่ไหม?" ดวงตาสีแดงที่ออกทองนิดๆเปลี่ยนเป็นสีแดงสนิทและเรืองแสงออกมาหน่อยๆ เด็กคนอื่นพากันวิ่งหนีเหลือเพียงเด็กชายที่ถูกล้ออยู่โดดเดียวด้วยน้ำตา


"ไม่เป็นไรแล้วนะ พี่อยู่นี่" เด็กชายอายุมากกว่ากล่าวพลางอุ้มเด็กชายอายุน้อยกว่าขึ้นมากอดไว้


"พี่ ผมเป็นปีศาจจริงๆหรอ? ผมรู้สึกอยากฆ่าคนพวกนั้น ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ควร" เด็กชายกระซิบกับคนอายุมากกว่า


"ไม่หรอก เราไม่ใช่ปีศาจหรอกนะ เราแค่มีความมืดในจิตใจมากกว่าคนอื่นๆก็เท่านั้นเอง ถ้าเราเจอดวงตะวันเราจะดีขึ้นแน่นอน" เด็กชายว่าพลางลูบหัวคนอายุน้อย


"ดวงตะวัน?"


"อืม คนที่จะทำให้ความมืดในจิตใจของเราหายไปไงล่ะ"


"พี่เป็นให้ผมได้หรือปล่าว? ผมไม่อยากฆ่าใครตาย"


"ขอโทษแต่พี่เป็นดวงตะวันให้เราไม่ได้หรอก ต้องเป็นเนื้อคู่ของเราเท่านั้นถึงจะเป็นได้ แต่ถ้าเป็นดวงดาราล่ะก็พี่จะเป็นให้"


"ดวงดาราคืออะไรครับ? ทำไมไม่เป็นจันทราล่ะ? มันน่าจะสว่างกว่าดวงดาวนะครับ"


"หะๆ ก็จริงนะ แต่จันทราในที่นี่น่ะเป็นเนื้อคู่ของคนที่มีความมืดในจิตใจเหมือนเราแต่น้อยกว่านิดหน่อย ส่วนดวงดาราคือคนที่เหมือนกับดวงตะวันแต่จะทำให้ความมืดหายไปบางส่วนเท่านั้น"


"งั้นพี่จะเป็นดวงดาราให้ผมแล้วไม่ทิ้งผมนะ"


"ไม่ทิ้งแน่นอน เพราะเราน่ะเป็นดวงดาราของพี่ แล้วพี่ก็เป็นดวงดาราของเราเหมือนกัน"


"อือ! ขอบคุณครับ!" ดวงตาของเด็กหนุ่มอายุน้อยกลับมาเป็นสีทองดังเดิม


"ดูสิ พอเราทำตัวสดใสสีตาเราก็กลับมาเป็นสีทองเหมือนเดิมแล้ว" ดวงตาของเด็กหนุ่มอายุมากกลับมามีประกายทองอ่นๆดังเดิม


"ถ้าผมทำตัวให้สดใจตาจะไม่เป็นสีแดงแล้วก็จะไม่โดนล้อใช่ไหมครับ?"


"ใช่ ดังนั้นเราต้องทำตัวให้สดใจเข้าไว้นะ"


"ครับ"








   หลายปีต่อมา....


"อรุณสวัสดิ์คร้าบ~ ไอคุซัง ฮารุ ^()^" เด็กหนุ่มผมส้มดวงตาสีเทากล่าวอย่างร่าเริงกับเด็กหนุ่มที่อายุมากว่าและเด็กชายอายุน้อย


"อรุณสวัสดิ์ รันมะคุง^v^" เด็กหนุ่มอายุมากผู้มีผมสีเขียวน้ำเงินดวงตาสีแดงออกทองกล่าวในขณะที่กำลังทำอาหาร


"หวัดดีฮะพี่รันมะ!^u^" เด็กชายผมสีน้ำตาลชมพูดวงตาสีทองกล่าว


"ไง! ว่าแต่ยูกะล่ะครับ?" รันมะว่าพลางส่งยิ้มให้ฮารุ ก่อนหันไปถามไอคุที่กำลังทอดไข่อยู่


"นอนอยู่น่ะ วานเธอขึ้นไปปลุกเขาหน่อยได้ไหม?"


"ครับผม!" รันมะว่าพลางเดินไปที่บันได





   ในห้องนอน...


 เด็กหนุ่มร่างบางผมสีแดงฟ้ากำลังหลับฝันหวานถึงดวงตะวันของเขา ในขณะที่เด็กหนุ่มอีกคนหรือก็คือค่อยๆเปิดประตูเข้ามาในห้อง


"งืม~ รันมะ~" เด็กหนุ่มบนเตียงละเมอพูดด้วยรอยยิ้ม


"เห้ยูกะ ตื่นได้แล้วเพื่อน" รันมะว่าพลางเขย่าไหล่ของเด็กหนุ่มบน


"หืม~ รันมะหรอ ห้าว~" ยูกะว่าพลางเอามือขยี้ตาและเอามือปิดปากหาวยาวๆ


"ก็ใช่น่ะสิ ลุกได้แล้วน่า ไปกินข้าวเช้าแล้วทำวีดีโอใหม่กันเถอะ"


ควับ!  ยูกะดึงรันมะมาสวมกอด เล่นเอาเด็กหนุ่มผมส้มตกใจจนเสียหลักล้มตามไป


ตุบ! จนกลายเป็นว่ารันมะนอนทับยูกะ โดยที่แขนของยูกะกอดรันมะแน่น


"อะไรของนายเนี่ยยูกะ!"


"ฉัน... รักนายนะ... รันมะ..."


"รู้น่าเพื่อน! นายชอบพูดแบบนี้ตลอด"


"ไม่... มากกว่าเพื่อน"


"ครับๆลุกได้แล้วไปอาบน้ำแต่งตัวซะ" รันมะว่าพลางลุกจากเตียงและดึงยูกะขึ้นตามด้วยผลักส่งร่างบางเข้าห้องน้ำไป


"หมอนี้แบบนี้ทุกทีเลยสิ ชอบพูดว่ารักๆแล้วงานอื่นก็ไม่เอาเลย" รันมะนั่งบ่นบนเตียง







 สักพักทั้งสองคนก็ลงมา โดยที่ยูกะกอดแขนรันมะไว้


"อรุณสวัสดิ์ครับพี่!" ฮารุทักยูกะด้วยรอยยิ้ม


"ไงฮารุ! แล้วพี่ไอคุล่ะ?" ยูกะทักกลับด้วยรอยยิ้มก่อนถามหาพี่ชายคนโต


"พี่ไอคุไปทำงานแล้วครับ"


"เอ๋ งั้นหรอ?"


"ว่าแต่ฉันสงสัยมานานแล้วล่ะ" รันมะกล่าวอย่างใช่ความคิด


"เรื่องอะไรหรอ?" ยูกะเอียงคอถามแต่ยังคงไม่ละออกจากแขนของรันมะ


"ก็สงสัยน่ะ ว่าไอคุซังทำงานอะไร"


"พี่ไอคุไม่เคยบอกพวกเราเหมือนกันครับ" ฮารุว่าพลางขมวดคิ้ว


"งั้นก็ช่างเถอะ"







 

 หลังทำวีดีโอใหม่เสร็จ...


"นี่ยูกะ นายไม่ลองเล่นบัดดี้ไฟท์ดูบ้างหรอ? พ่อนายเป็นถึงตำนานเลยนะ" รันมะว่า


"อืม~ ถ้านายว่างั้นฉันลองดูก็ได้ ^♢^"





 ที่ร้านการ์ด ตอนนี้การ์ดอยู่ในมือของยูกะและรันมะคนละซอง


"น่าตื่นเต้นจะเลยนะครับ!" ฮารุว่าด้วยดวงตาเป็นประกาย


"ก็นั้นสิเนอะ! งั้นฉันเปิดก่อนเลยก็แล้วกัน!" ยูกะว่าก่อนจะฉีกซองการ์ด


ฟึบ! ปรากฏร่างของมังกรขนขาวตัวใหญ่ในชุดเกราะสีฟ้า


"หะ! นี้เปิดซองแรกก็ได้บัดดี้แรร์เลยงั้นหรอ!?" รันมะกล่าวอย่างตกใจ


"ข้าคือ เทพแห่งสงคราม การ์แกนทัว ดราก้อน"


"ฟังดูเรียกยากแหะ งั้นฉันขอเรียกนายว่ากัลก้าได้ไหม?" ยูกะถาม


"ก็แล้วแต่เจ้าสิ" มังกรตอบ


"งั้นนายชอบ..........." ยูกะเริ่มถามคำถามยาวเยียด


"เจ้าจะบอกชื่อของเจ้าไหม?"


"โอ๊ะ! โทษทีนะ งั้นก็สวัสดีนะกันก้า! ฉัน มิคาโดะ ยูกะ ส่วนนี้ก็ฮารุน้องชานของฉัน!" ยูกะว่าพลางชี้ที่ตัวเองแล้วก็ผายมือไปทางฮารุ


"สวัสดีฮะ!"


"ส่วนนี้ก็ คาโคกาวะ รันมะ คนที่ฉันรักมากที่สุดในโลกนี้" ยูกะว่าพลางดึงแขนรันมะมากอดและวางหัวไว้บนไหล่ของเด็กหนุ่มผมส้ม


"เห้ๆเดี๋ยวคนอื่นก็เขาใจผิดหรอก" รันมะว่าพลางใช้มือเกาแก้มตัวเองที่ขึ้นสีหน่อยๆ


"ก็ไม่เห็นเป็นไรนี้น่า" ยูกะว่าพลางทำหน้ามุ่ย


  ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดกันอยู่รถบินของบัสดี้โพลิสก็มาลงจอดข้างๆพวกเขา ก่อนที่ชายหนุ่มผมสีฟ้าดวงตาสีแดงจะเปิดประตูออกมาจากรถ ยูกะและฮารุถึงกับเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจ


"คุณพ่อ!" ทั้งสองพูดเสียงดัง


"หะ?!" เล่นเอารันมะหน้าเหวอไปเลย


"ไม่เจอกันนานเลยนะ ยูกะ ฮารุ" ชายหนุ่มฉีกยิ้มให้ทั้งสองอย่างอบอุ่น


"คุณพ่อมาทำอะไรที่นี้ครับ?" ยูกะรีบถาม


"ก็เรื่องบัดดี้ของลูกนี้แหละ"


"เจ้าคือหนึ่งในผู้ที่เคยวางมือบนดาบของข้า" มังกรสีขาวกล่าว


"ก็ใช่นะ แต่นั้นก็นานมาแล้วล่ะ"


"เดี๋ยวๆ! พ่อพวกนายคือ ริวเอ็นจิ ทาสุคุงั้นหรอ!? ไม่ใช่มิคาโดะ กาโอ หรอกหรอ!?" รันมะถามอย่างตกใจปนสติแตก


"นั้นคุณแม่ครับ" ฮารุว่า


"หะ!? แม่หรอ! ไม่ใช่คุณพารูโกะหรอ!"


"นั้นแม่ทูนหัวพวกฉัน" ยูกะว่า


"งั้นพวกนายเป็นลูกเลี้ยง?"


"พวกเขาเป็นพ่อแม่ลูกกันแท้ๆเลยต่างหากล่ะ เรื่องนี้ผมเป็นพยานได้" ร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งบนแผ่นผลึกสีทองรูปหน้าปัดนาฬิกากล่าว ก่อนที่เข้าจะบังคบมันลงมาบนพื้นตรงหน้าพวกเขา แล้วทำให้มันหายไป


"พี่ไอคุ!/ไอคุซัง!" ทั้งสามกล่าวอย่างตกใจที่เห็นเด็กหนุ่มผู้แสนคุ้นเคยในชุดเครื่องแบบของบัดดี้โพลิส


"ไงทุกคน" เด็กหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่กัลก้ามองไปที่อากาศข้างๆเด็กหนุ่มด้วยความใจจดใจจ่อ


"มาช้านะไอคุ" ทาสุคุกล่าวกับเด็กหนุ่ม


"ก็คุณน้าเล่นสั่งงานหนักผมเลยนิครับ!" ไอคุกล่าว


"น้างั้นหรอ? ฉันคิดว่าไอคุซังเป็นพี่ชายพวกนาย" รันมะกล่าวอย่างงงๆ


"เป็นลูกพี่ลูกน้องน่ะ" ยูกะตอบ


"งั้นเอง! ว่าแต่ที่บอกว่าเป็นพยานเนี้ย... ไอคุซังหมายความอย่างไงครับ?"


"ก็ผมอยู่ข้างๆคุณอากาโอกับคุณน้าตลอดตอนยูกะเกิดน่ะครับ"


"จะบอกผมว่าคุณกาโอที่เป็นผู้ชายสามารถคลอดยูกะออกมาได้หรอ!? ล้อเล่นใช่ไหมครับ!"


"ตอนนั้นคุณแม่เป็นผู้หญิงต่างหาก" ยูกะแทรกขึ้น


"ไงนะ?"


"คุณแม่เปลี่ยนจากชายเป็นหญิงได้ครับ" ฮารุตอบ


"เขาทำงั้นได้ด้วยหรอ!"


"ก็ไม่รู้สิ" สองพี่น้องตอบพร้อมกัน


"โถ่พวกนาย!"


"ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ แต่น่าจะเป็นฝีมือของเผ่าพันธุ์ของเจ้านี้" กัลก้าว่าพลางเอื้อมมือไปยังอากาศข้างๆไอคุ ก่อนจับความว่างเปล่านั้นขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตาของตน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงออกหวานที่เต็มไปด้วยความโกรธ


"ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!" ก่อนจะปรากฏร่างของเด็กหนุ่มผมยาวสีส้มดวงตาสีทองสวมชุดเกราะสีขาวแซมแดงดำและผ้าคลุมสีแดงในอุ้งเล็บของมังกร


"เซเนีย!" ไอคุร้องเสียงหลง ก่อนจะรีบวิ่งไปหยุดต่อหน้ากันก้า


"ขอโทษนะครับ! แต่ช่วยวางบัดดี้ของผมลงด้วยครับ!" ไอคุกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธ


"เดี๋ยวนะ! นี่พี่มีบัดดี้แถมเป็นบัดดี้โพลิสด้วยหรอ!ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ!" ยูกะโพล่งออกไปอย่างช่วยไม่ได้


"ยูกะนี้ไม่ใช่เวลามาถามนะ! บอกให้บัดดี้เราเอาบัดดี้พี่ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! ไม่งั้นเกิดเรื่องใหญ่แน่!"


"อ เอ่อครับ กัลก้านายช่วยเอาเขาลงมาก่อนได้ไหม?"


"ทำไมข้าต้องทำ? เผ่าพันธ์ของเจ้านี้ทำให้ธรรมชาติการสืบพันธ์ของมนุษย์ต้องผิดแปลก"


"การถือกำเนิดด้วยความรักมันผิดแปลกตรงไหนไม่ทราบ!" ร่างในอุ้งมือของมังกรกล่าวอย่างโมโห เล่นเอามังกรร่างใหญ่ถึงกับสะดุ้ง


"การได้เห็นเลือดเนื้อที่เกิดจากตนกับคนที่รักน่ะ เป็นสิ่งที่สวยงามด้วยการมอบชีวิต แต่การที่มีไม่ได้มันก็เจ็บปวดมากนะ!  พ่อของข้าแค่ต้องการช่วยเหลือมนุษย์ก็เท่านั้นเอง! มันผิดมากนักรึไง!" สิ้นเสียงเถาวัลย์เส้นหนาก็ผุดขึ้นมาจากพื้นก่อนเริ่มบีบรัดร่างใหญ่


"อะไรเนี้ย!" กัลก้าพยายามดิ้นให้หลุดจากเถาวัลย์


"เอาแล้วล่ะสิ" ไอคุไหล่ตก


"เกิดอะไรขึ้นน่ะ!" เด็กๆทั้งสามต่างร้องอย่างตกใจ


"นั้นคือความสามารถของ นักดาบมายาแห่งกาลเวลา เซเนียรัส เขาสร้างภาพมายาที่สามารถหลอกประสาทสัมผัสทั้งห้าได้" ทาสุคุอธิบาย


"จริงด้วย! ทั้งมีกลิ่นหญ้าอ่อนๆกับเสียงที่กำลังรัดมาจากเถาวัลย์ แถมยังรู้สึกได้ถึงการขยับของมัน! สุดยอดไปเลย" รันมะว่าพลางจับที่เถาวัลย์ที่รัดรอบตัวกัลก้า


"ปล่อยข้า!" กัลก้าเริ่มพยายามจับดาบมาฟันเถาวัลย์ แต่มันผ่านไปดื่อๆเลย


"ตราบใดที่ข้ายังคงมีสติอยู่ครบเจ้าก็ไม่มีทางหลุดออกจากเถาวัลย์นี้ได้หรอก!" ร่างในอุ้งเล็บใหญ่กล่าว


"นั้นหมายความว่าไงครับ?" ฮารุถามขึ้น


"ก็ภาพมายาน่ะ ถ้าคนที่สร้างมันยังคงมีสติในการสร้างสมาธิอยู่ล่ะก็ มันก็จะไม่มีอะไรหรือใครที่สามารถทำลายมันได้"


"คุณน้า! นี่ไม่ใช่เวลามาอธิบายนะครับ!" ไอคุกล่าวเสียงดังก่อนหันไปทางสองมอนสเตอร์


"เซเนีย! พอเถอะนะรีบปล่อยคุณมังกรได้แล้ว! ส่วนคุณมังกรเองก็ปล่อยเขาลงมาเถอะครับ!"


"ไม่มีทาง!/ไม่มีวัน!" สองมอนสเตอร์ตอบพร้อมกัน


"งั้นเอาแบบนี้ดีไหมครับ!" ยูกะกล่าวขึ้น


"อะไรงั้นหรอยูกะ?" รันมะถาม


"ก็ไหนๆฉันก็ได้บัดดี้มาแล้วนี่! งั้นเรามาตัดสิ้นกันด้วยบัดดี้ไฟท์ดีไหมล่ะ" ยูกะยิ้มเพราะคิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุด


"แต่ยูกะเราน่ะพึ่งได้บัดดี้เองนะ แล้วจะเล่นเลย-" ไอคุยังพูดไม่ทันจบสองมอนสเตอร์ก็ขัด


"ข้าตกลง!/ข้าเห็นด้วย!"


"แต่ฉันไม่ตกลง!" ไอคุว่า


"หะๆ เอาแบบนี้ไหมล่ะยูกะมาลองกับพ่อก่อน แล้วพรุ่งนี้พวกเธอค่อยตัดสินกัน" ทาสุคุว่า


"ผมเห็นด้วยกับคุณน้ามากครับ ขอบคุณ" ไอคุกล่าวอย่างโล่งอก


"ผมอย่างไงก็ได้! มาสู้กันครับคุณพ่อ!" ยูกะว่าอย่างตื่นเต้น


  การต่อสู้เป็นไปอย่างเหนือความคาดหมายเมื่อยูกะใช้พลังของกัลก้าและชินการ์แกนทัวพานิชเชอร์เอาชนะทาสุคุไปได้


"ไม่เลวเลยสำหรับครั้งแรก" นักดาบผมส้มกล่าว


"ก็นะ ยูกะเขาได้พรสวรรค์ด้านนี้มาจากคุณน้ากับคุณอาเต็มๆเลยนี้" ไอคุเสริม


    แล้วทาสุคุก็จากพวกเด็กๆไปทำงานต่อ ปล่อยให้พวกเขาคุยกันเล่น


"แล้วนายจะมาอยู่บ้านฉันงั้นหรอ?" ยูกะถามกัลก้า


"ก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้วสิ" กัลก้าตอบ


"แต่นายตัวใหญ่มากเลยนะจะเข้าบ้านอย่างไง?" รันมะถาม


"ก็นั้นน่ะสิครับ" ฮารุเอียงคออย่างใช้ความคิด


"ไม่ใช้ปัญหาหรอก" ไอคุว่า


"ยังไงหรอครับพี่?" ยูกะถาม


"ก็ข้าทำเช่นนี้ได้" กัลก้าว่าพลางเปลี่ยนเป็นร่างตัวเล็ก


"หิ น่ารักดี" เซเนียรัสว่าเบา


"เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรนะ?" แต่เหมือนกัลก้าจะได้ยิน


"ก็ปล่าวนี้"


"บอกข้ามา!"


"ไม่บอกหรอก" เซเนียรัสว่าก่อนเปลี่ยนเป็นร่างตัวเล็กเช่นกัน


"พวกนายพอได้แล้ว นี้ก็เย็นมากแล้ว กลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยววันนี้ผมจะทำทาโกะยากิให้ทานนะ" ไอคุร่ายยาว


"เย้!" เด็กหนุ่มพากันร้อง


"อะไรคือทาโกะยากิ?" กัลก้าถาม


"เดี๋ยวก็รู้น่า" เซเนียรัสว่า





  บ้านมิคาโดะ


"กลับมาแล้วครับ~" เด็กๆพากันประสานเสียง


"ยินดีต้อนรับกลับจ้ะ" หญิงสาวผมสีชมพูกล่าว


"ขอบคุณที่ช่วยดูแลบ้านให้นะครับคุณน้าพารูโกะ" ไอคุเป็นคนแรกที่กล่าว


"ยินดีจ้ะ^^ วันนี้มีสมาชิกใหม่ด้วยหรอ?" พารูโกะว่าพลางมองที่กัลก้ากับเซเนีย


"ขอรบกวนด้วย/ต้องขอรับกวนด้วย" ทั้งสองกล่าวพลางโค้งเล็กๆ



   พักหนึ่งยูกะก็คิดเกมขึ้นได้หนึ่งเกม นั้นคือการปาแอปเปิ้ลใส่หลังของกัลก้าที่แหลมเหมือนหนาม โดยมีรันมะเป็นคนถ่ายวีดีโอ และฮารุเป็นผู้ชม


"อย่าเอาของกินมาเล่นสิ!" และยังเป็นเหตุให้โดนพารูโกะดุ แล้วก็ต้องมานั่งกินแอปเปิ้ลกันต่อ


  ส่วนไอคุกับเซเนียรัสก็รับหน้าที่ทำทาโกะยากิ




ห้องทานข้าว


"นี้รึทาโกะยากิ?" กัลก้าว่าพลางมองจานทาโกะยากิที่พารูโกะยกมา


"ใช่! อร่อยมากเลยนะ" ยูกะที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกับรันมะและฮารุกล่าว


"งั้นรึ?" กัลก้าว่าก่อนจะเอามาใส่ปากชิ้นหนึ่ง



ในห้องครัว


"นี้เซเนียทำไมถึงต้องทำทาโกะยากิเยอะขนาดนี้ด้วยล่ะ?" ไอคุที่กำลังทำทาโกะยากิอยู่พูดขึ้น


"เชื่อฉันสิ ฉันรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นใน 3 2 1 ..." สิ้นเสียงของเซเนียรัส


"ทาโกะยากิส่วนของพวกเรา!" ×3


"อ๋อ แบบนี้เองสินะ"




กลับไปที่ห้องทานข้าว


"ข้าขอโทษ มันอร่อยจนข้าควบคุมตัวเองไม่ได้"  ตอนนี้กัลก้ากำลังเอาหัวชนผนัง


"ไม่ต้องห่วงครับยังมีอีกเยอะเลย" ไอคุเดินเข้ามาพร้อมทาโกะยากิพูนจาน


"จริงรึ!" กัลก้าว่าอย่างดีใจ


"ก็จริงน่ะสิเพราะว่าฉันรู้ว่านายจะกินส่วนของพวกเราหมด" เซเนียรัสที่ถือจานทาโกะยากิอีกสองใบมาวางบนโต๊ะว่าขึ้น


"หมายความว่าไง?"  รันมะถาม


"เซเนียมองเห็นอนาคตได้น่ะครับ" ไอคุตอบ


"ว้าว!สุดยอด! งั้นต่อไป..." เด็กๆเริ่มถามอนาคตของพวกเขา จนคนโดนถามไปไม่เป็น


"อ เอ่อ ข้าขอไม่ตอบนะ" ก่อนเจ้าตัวจะใช้ภาพมายาทำให้ตัวเองล่องหน


"ไปไหนแล้วล่ะ!?"


"ไม่ไปไหนไกลหรอก เขาก็คงอยู่แถวๆนี้แหละ เพราะปกติเขาก็เดินล่องหนอยู่ในบ้านนี้ล่ะ" ไอคุว่า


"อือจะว่าไปเนี้ยพี่เป็นบัดดี้โพลิสมานานแค่ไหนแล้วอะ? แล้วเป็นบัดดี้กันตอนไหน?" ยูกะถาม


"อืม ก็สองสามปีได้แล้วล่ะ"


"จริงหรอครับ!" ฮารุกล่าวอย่างตกใจ


"งั้นทำไมไม่เคยบอกพวกเราเลยล่ะ" รันมะถามบ้าง


"ที่ไม่บอกเรื่องเซเนียน่ะ เพราะเขาไม่ชอบที่จะเป็นที่รู้จักน่ะ ส่วนเรื่องบัดดี้โพลิสน่ะ เพราะพวกเธอเป็นห่วงเรื่องคุณน้าทาสุคุอยู่แล้วน่ะสิ พี่ก็เลยไม่อยากให้ห่วงเรื่องพี่เพิ่มน่ะ"


"เพราะพี่เป็นคนประเภทนี้ไงมันถึงได้น่าห่วง!" สองพี่น้องพากันประสานเสียงในขณะที่รันมะหัวเราะแห้งๆ ในขณะที่ไอคุหน้าซีด


"เอาล่ะจ้ะเด็กๆอย่ามัวแต่พูดกันอยู่เลย ทาโกะยากิจะเย็นหมดแล้วนะ" พารูโกะกล่าวทำให้ไอคุรอดจากการโดนสองพี่น้องทารุณกรรมได้






  ทางด้านกัลก้าก็ยัดทาโกะยากิใส่ปากของตัวเองเพียงอย่างเดียว ก่อนจะรู้สึกว่ามีคนมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ


"เจ้ายังต้องซ่อนอยู่รึ? ข้าว่าพวกเขาเลิกสนใจพลังของเจ้าแล้วล่ะ" กัลก้าพูดขึ้นโดยไม่ละจากการกิน


"ทำไมก่อนหน้านี่เจ้าถึงเห็นข้า?" เซเนียรัสปรากฏตัวออกมา


"ข้าไม่ได้เห็นเจ้า ข้าแค่ได้กลิ่น"


"กลิ่น? ข้ากลิ่นแรงมากเลยรึ?" เซเนียรัสเริ่มดมกลิ่นตัวเอง


"ไม่ เจ้ามีกลิ่นเหมือนดอกไม้ที่ข้าชอบ ฟิวเจอร์ดาริออน"


"เจ้าคงหมายถึง ฟิวเจอร์ไทเมอา"


"ที่ดราก้อนเวิลด์เรียกกันแบบนั้น แล้วมันก็เป็นดอกไม้ที่รู้กันว่า จะมีกลิ่นเหมือนพวกชนเผ่าไร้เวิลด์ ที่สามารถควบคุมทุกสิ่งอย่างแห่งกาลเวลาได้ รวมไปถึงความเป็นไปได้แห่งกาลเวลาด้วย"


"งั้นหรอ? ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพวกฉันมีกลิ่นแบบนั้น" เซเนียรัสคว้าผมตัวเองมาดมแต่ก็ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย


"เจ้าคงได้กลิ่นหรอกมั้ง เพราะกลิ่นนี้มันอ่อนมาก"


"หรอ"







  หลังทานข้าวกันเสร็จ ยูกะกับรันมะก็ช่วยกันเตรียมที่นอนให้กัลก้า


"แล้วขนนายจะทำให้เตียงพังไหมเนี้ย?" ยูกะถาม


"ไม่ใช่ปัญหา" กัลก้าใช้พลังบ้างอย่างกับขนของตน


"ลองจับดูสิ" โดยไม่รีรอยูกะกับรันมะก็พากันจับขนของกัลก้า


"ว้าวนุ่มจัง!" สิ้นเสียงทั้งสองก็พากันเล่นขนกัลก้าอย่างเต็มที่






"แล้วพรุ่งนี้วางแผนสู้ไว้ว่าไงล่ะ?" เซเนียรัสที่นั่งอยู่ขอบหน้าต่างที่เปิดอยู่ถามไอคุที่นั่งจัดเด็คอยู่บนเตียง


"ฉันไม่รู้ว่าจะกล้าเอาจริงกับยูกะไหมน่ะสิ เลยไม่รู้ว่าจะจัดยังไง"


"นายจะยอมแพ้ทั้งๆที่ไม่สู้งั้นหรอ?"


"ไม่ใช่อะ ฉันไม่กล้าโจมตีใส่ยูกะด้วยตัวเองหรอก"


"งั้นนายก็แค่จัดเด็คที่ให้พวกเราสู้ก็พอนี้"


"เอางั้นหรอ?"


"อืม! เอาแบบที่จะทำให้เจ้ามังกรขนฟูนั้นพูดไม่ออกไปเลย!"


"เจ้ามังกรขนฟู? หะๆนายดูท่าจะชอบกัลก้าคุงมากเลยสินะ ถึงกับตั้งชื่อเล่นให้เลย ทั้งๆที่ปกติไม่ถูกกับมังกรแท้ๆ"


"ชอบ!? ข้านี้นะ! ไม่มีทางเสียล่ะ!"




 หน้าบ้านมิคาโดะ


"รันมะคืนนี้ไม่ค้างหรอ? ดึกมากแล้วนะ" ยูกะที่ไม่อยากให้รันมะกลับบ้านว่าพลางกอดแขนอีกฝ่ายแน่นไม่ยอมปล่อย


"ฉันอยู่บ้านนายมาทั้งวันแล้วนะให้ฉันกลับบ้านบ้างเถอะ" รันมะว่าพลางพยายามแกะมือของยูกะออก


"ก็ฉันกลัวรันมะโดนฉุดอะ! เดินทางคนเดียวตอนกลางคืนมันอันตรายนี้น่า อย่างน้อยก็ให้ฉันไปส่งเถอะนะ"


"ขาไปน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ขากลับฉันว่านายน่าจะเป็นฝ่ายโดนฉุดมากกว่านะ"


     เถียงกันไปเถียงกันมาสุดท้ายยูกะก็ยอมปล่อยรันมะกลับบ้าน เพราะรันมะพูดว่า "ถ้าวันนี่นายไม่ให้ฉันกลับ พรุ่งนี้ฉันจะไม่มาหานาย" เล่นเอายูกะเงียบนิ่งไปเลย


"อย่าทำหน้าจ๋อยแบบนั้นสิ พรุ่งนี้ก็ได้เจอกันแล้วน่า~ ฝันดีนะ" 


ฟอด! รันมะว่าจบก็หอมแก้มยูกะไปหนึ่งที


"อืม! ฝันดีนะ!" ยูกะว่าด้วยรอยยิ้มและใบหน้าที่แดงระเรื่อ

......

.....

....

...

..

.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น