นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

(Fic Harry) Chrismas Day [SS/HP]

โดย the rain

เมื่อแฮร์รี่อยากจะขอสเนปเดทวันคริสมาส แต่ทำไมกลายเป็นเขาถูกขอเดทแทนได้ล่ะ?!

ยอดวิวรวม

648

ยอดวิวเดือนนี้

9

ยอดวิวรวม


648

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


45
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  6 ม.ค. 63 / 04:12 น.
นิยาย (Fic Harry) Chrismas Day [SS/HP]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Title: Chrismas day

 

Rating: Mature

 

Fandom: Harry Potter – J. K. Rowling

 

Category: Male/Male

 

Relationship: Harry Potter/Severus Snape

 

note : ถ้าใจเราจะคริสต์มาสลงตอนไหนก็คริสต์มาสหน่า

เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 ม.ค. 63 / 04:12


 

 

 

หากขอของขวัญได้หนึ่งอย่างในวันคริสต์มาส คุณจะขออะไร...

 

 

 

ค่ำคืนวันที่ 24 ธันวาคม ทุกที่ล้วนสังสรรค์กันอย่างครื้นเครง ทั้งบ้านและถนนล้วนถูกประดับไปด้วยไฟหลากสีสัน เทศกาลที่ทำให้ฤดูหนาวอันเงียบเหงาดูมีสีสันขึ้นมาอีกสักหน่อย

 

 

 

บ้านโพรงกระต่ายก็เหมือนบ้านหลังอื่นๆ ที่ประดับไฟไว้ทั่วทั้งหลัง หากแต่มันดูครื้นเครงกว่าบ้านหลังอื่นมากเมื่อจำนวนสมาชิกภายในบ้านมีมากเสียจนบนโต๊ะอาหารแทบจะไร้ที่นั่ง

 

 

 

มันเป็นงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่หลังสงครามได้จบลงไปแล้วเกือบปี ความกลัวได้สิ้นสุดลง เหล่าภาคีจึงพากันมาร่วมฉลองที่บ้านโพรงกระต่ายแห่งนี้ด้วย แม้บ้านจะเล็กไปสักหน่อยแต่ไม่มีใครบ่นเรื่องนั้นเลย เพราะมันยิ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นกว่าที่ไหนๆ

 

 

 

แฮร์รี่นั่งไล่มองสมาชิกที่อยู่ร่วมโต๊ะอาหาร เฟร็ดกับจอร์จยังคงหยอกล้อแกล้งน้องสาวอย่างจินนี่โดยมีมอลลี่ที่คอยดุทั้งสองคนให้เงียบสงบ อาเธอร์ที่กำลังคุยกับคิงส์ลีย์เรื่องภายในกระทรวง รีมัสและท็องส์ที่กำลังแนะนำตัวเท็ดดี้ลูกชายของพวกเขาให้เพอร์ซีย์ ชาลีและเฟลอร์รู้จัก รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังเถียงกันด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างทุกที

 

 

 

แม้รอบตัวเขาจะดูครึกครื้นวุ่นวาย แต่แฮร์รี่ก็อดไม่ได้ที่จะรอใครบางคนให้มาปรากฏตัวที่หน้าประตูอยู่ดี เด็กหนุ่มรู้อยู่แล้วว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนไม่ชอบสุงสิงกับใครและเกลียดความวุ่นวายสุดๆ อย่างคนคนนั้น จะมาร่วมฉลองในวันคริสต์มาสอีฟที่บ้านโพรงกระต่ายแห่งนี้

 

 

 

“ถ้าจะให้ฉันพูดนะแฮร์รี่ เธอควรตรงดิ่งไปหาเขาเองเลยมากกว่าจะมานั่งรอมองประตูอยู่แบบนี้นะ” เสียงหวานใสของเพื่อนสาวที่ดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้แฮร์รี่ที่มัวแต่มองเหม่อแอบสะดุ้งด้วยความตกใจ

 

 

 

“ฉันเปล่าสักหน่อย” ดวงตาสีมรกตใต้กรอบแว่นรีบเบือนหนีจากประตูแล้วหันมาสนใจอาหารบนโต๊ะในทันที

 

 

 

“นายไม่เก็บอาการเลยเพื่อน ขนาดฉันที่โดนเฮอร์ไมโอนี่ว่าต่อมรับความรู้สึกเท่าเมล็ดถั่วฉันยังรู้เลยว่านายเอาแต่จ้องประตูนั่นเพราะรอใครบางคน” รอนที่เสริมตามแฟนสาวขึ้นมาทำให้แฮร์รี่อดไม่ได้ที่จะตวัดมองอย่างขุ่นเคือง

 

 

 

“เมื่อกี้พวกนายยังทะเลาะกันอยู่เลยไม่ใช่หรือไง ทำไมตอนนี้มาเข้าข้างกันได้ล่ะ?” รอนยักไหล่ของเขาเล็กน้อยก่อนหันไปสนใจอาหารบนโต๊ะแทนบ้าง ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ก็ส่ายหัวให้เพื่อนสนิทของเธอเบาๆ

 

 

 

“ถ้าเธอยากไปหาเขาก็ไปเถอะ คุณนายวีสลีย์ไม่ว่าอะไรเธอหรอก”

 

 

 

“ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาที่เธอพูดถึงคือใครน่ะเฮอร์ไมโอนี่” แฮร์รี่ตอบกลับอย่างเฉไฉ

 

 

 

“ฉันเป็นเพื่อนเธอมากี่ปีกัน? ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเธอไปนั่งเฝ้าเขาที่ข้างเตียงทุกวันรอให้เขาฟื้น ไหนจะเรื่องที่เธอยอมกลับไปเรียนปีเจ็ดที่ฮอกวอตส์ ทั้งยังดูกระตือรือร้นกับวิชาปรุงยาที่เธอเคยเกลียดนักหนาอีก อย่าให้ฉันต้องพูดถึงความพยายามที่จะเข้าไปคุยกับสเนปของเธอเลยนะ” นัยน์ตาสีเขียวเบิกกว้างทันทีที่เพื่อนสาวหลุดชื่อออกมา พร้อมๆ กับรีมัสที่หันมามองพวกเขาอย่างสนใจ

 

 

 

“แฮร์รี่มีปัญหากับเซเวอรัสอีกแล้วหรือ?” เพราะไม่ได้ฟังตั้งแต่ต้นรีมัสเลยดูจะเข้าใจผิดถึงเรื่องที่พวกเขากำลังพูดกันอยู่นั้นไปอีกทาง และแฮร์รี่ก็โล่งใจมากที่มันเป็นอย่างนั้น

 

 

 

“เปล่าเลยครับ เราแค่กำลังคุยกันว่าสเนปดูจะ—”

 

 

 

“ศาสตราจารย์สเนปคุณพอตเตอร์” เสียงทุ้มที่ดังแทรกขึ้นก่อนที่แฮร์รี่จะได้พูดจบประโยคทำให้เด็กหนุ่มตกตะลึงจนลืมสิ่งที่กำลังจะพูดไปเสียสิ้น

 

 

 

ร่างสูงของชายวัยกลางคนที่พึ่งเดินเข้ามาในบ้านโดยไม่ถอดชุดคลุมสีดำของเขาออก ก่อนมอลลี่จะเข้าไปกอดทักทายแขกที่พึ่งมาถึง บนโต๊ะนั้นอาหารพร่องไปบ้างแล้วแต่ก็ยังนับว่าไม่น่าเกลียดที่เขาจะมาเข้าร่วมตอนนี้

 

 

 

“นึกว่าคุณจะไม่มาเสียแล้วเซเวอรัส” มอลลี่ทักทายเขาอย่างยินดี

 

 

 

“ผมติดธุระมอลลี่ และอาจจะไม่ได้อยู่ร่วมโต๊ะอาหาร ผมแค่แวะมาทักทายและเอาของมาให้รีมัส” แฮร์รี่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่เมื่อได้ยินสเนปพูดอย่างนั้นถึงได้ถูกเฮอร์ไมโอนี่ศอกใส่เข้า

 

 

 

“ฉันแนะนำให้เธอลุกไปคุยตอนที่เขาเดินออกจากบ้านไปแล้วนะแฮร์รี่” เพื่อนสาวกระซิบบอกเขาอย่างนั้นขณะที่สายตาของเขากำลังจ้องมองสเนปนำของที่ว่านั่นส่งให้รีมัส

 

 

 

“ยาตัวใหม่ ผมลองปรับสูตรที่ใช้ดูหวังว่ามันจะให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น” สเนปชี้แจงขณะที่รีมัสกำลังมองขวดยาที่ได้รับมาอย่างใคร่รู้

 

 

 

“ขอบคุณจริงๆ เซเวอรัส ขอบคุณจริงๆ” และทันทีที่รู้ว่าที่ได้รับมาคืออะไรเขาก็ลุกขึ้นจับมือสเนปเขย่าอยู่หลายหนด้วยความดีใจ จนศาสตราจารย์ด้านการปรุงยาพยักหน้ารับเบาๆ นั่นล่ะรีมัสถึงยอมปล่อยมือ

 

 

 

“ผมต้องไปก่อนล่ะ ขอให้มีความสุขกับมื้ออาหาร” สเนปบอกลาก่อนที่เขาจะหมุนเดินออกจากบ้านไป แฮร์รี่ที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

 

 

“เดี๋ยวฉันมานะ” แฮร์รี่บอกเฮอร์ไมโอนี่อย่างนั้นก่อนจะรีบเดินตามศาสตราจารย์ปรุงยาออกไป

 

 

 

“พนันได้เลยว่าเดี๋ยวของเขาคือพรุ่งนี้เช้า” รอนพูดขึ้นทันทีที่เห็นแฮร์รี่ปิดประตูบ้านออกไป

 

 

 

“ฉันว่าบางทีอาจจะนานกว่านั้น” เฮอร์ไมโอนี่เสนอความเห็นพร้อมมองหน้าแฟนหนุ่มของเธอก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

 

 

**********

 

 

 

แฮร์รี่ที่รีบตามสเนปออกมาถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ได้ออกเดินทางไปไหน แต่ก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมศาสตราจารย์หนุ่มถึงได้ยืนเหมือนรออะไรอยู่สักอย่าง

 

 

 

“มีอะไรจะพูดกับฉันล่ะพอตเตอร์” สเนปเป็นคนเปิดประเด็นพูดก่อน ทำให้แฮร์รี่คลายสงสัยได้ในทันทีว่าคนตรงหน้าเขานี่กำลังรออะไร

 

 

 

“ทำไมคุณรู้ล่ะว่าผมอยากคุยด้วย” เด็กหนุ่มพยายามอย่างมากที่จะไม่แสดงอาการดีใจจนเกินไป แต่เขาก็รู้ว่ามันไม่สำเร็จหรอก ในเมื่อเขาห้ามริมฝีปากไม่ให้ยิ้มออกมาไม่ได้เลย

 

 

 

“เธอเป็นคนที่ปิดบังอารมณ์ได้น่ากลัวพอๆ กับใช้คาถาสกัดใจนั่นล่ะพอตเตอร์ ว่ามาสิว่าตกลงเธออยากจะพูดอะไร” ร่างสูงกว่าว่าอย่างนั้นพร้อมยืนกอดอกมองแฮร์รี่ที่ดูจะยังหาทางเริ่มไม่ถูก

 

 

 

“คือ...พรุ่งนี้คุณมีแผนจะไปไหนหรือเปล่าครับ” แฮร์รี่กระซิบถาม ทั้งยังเบนหน้าหลบสายตาไม่ยอมมองคู่สนทนาเสียอย่างนั้น คนถูกถามเห็นแบบนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่ลอบยิ้มออกมา เพราะถึงจะซ่อนอาการไปแต่ใบหน้ากับหูแดงๆ นั่นก็บ่งบอกอยู่ดีว่าเจ้าเด็กนี่ตั้งใจจะทำอะไร

 

 

 

“ถ้าจะชวนฉันเดท เธอก็ควรหันกลับมามองหน้าก่อนจะพูดกับฉันหน่อยนะพอตเตอร์” สิ้นคำพูดนั้นแฮร์รี่รีบหันหน้ามองอีกฝ่ายทันที ไม่ใช่ด้วยทำตามคำแนะนำ แต่ด้วยความตกใจที่ชายตรงหน้านี้ดูจะรู้ทันเขาไปเสียหมด

 

 

 

“ไม่...ผม...เปล่า...คือผมไม่ได้...” เด็กหนุ่มละล่ำละลักพูด ในหัวขาวโพลนไปหมดไม่รู้ว่าต่อจากนี้เขาควรพูดหรือทำอะไรดี เป็นท่าทางให้ชวนขบขันเล็กน้อย แต่ด้วยบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยหิมะอย่างตอนนี้กว่าเด็กนี่จะตั้งสติได้สเนปเกรงว่าจะพากันป่วยไปเสียก่อน

 

 

 

“พรุ่งนี้ฉันว่างทั้งวัน ถ้าเธออยากจะไปเที่ยวล่ะก็มาเจอฉันที่ฮอกส์มี้ดหน้าร้านไม้กวาดสามอันสิบโมงตรง ถ้าเธอสายฉันจะไม่รอ” ชายร่างสูงว่าทิ้งท้ายอย่างนั้นก่อนจะหมุนตัวสะบัดผ้าคลุมสีดำของเขาแล้วหายตัวไป ทิ้งให้แฮร์รี่ยืนนิ่งคิดวิเคราะห์อยู่พักใหญ่ก่อนจะร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นแล้วรีบเดินกลับเข้าไปในบ้าน

 

 

 

“แป๊บเดียวจริงๆ แฮะ ฉันคิดว่านายจะตามเขาไปเลยซะอีก” รอนทักขึ้นทันทีที่เห็นแฮร์รี่เดินกลับเข้ามา “ฉันพนันกับเฮอร์ไมโอนี่ไว้ว่านายอาจจะหายยาวถึงพรุ่งนี้เช้า ส่วนเฮอร์ไมโอนี่พนันว่าอาจจะนานกว่านั้น แต่เห็นได้ชัดว่าพวกฉันผิดทั้งคู่ เขาปฏิเสธนายเหรอเพื่อน?”

 

 

 

แฮร์รี่ตวัดตาขวางๆ มองเพื่อนสนิททันทีที่ได้ยินอย่างนั้น“ปฏิเสธอะไร ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย” ก็ยังไม่ได้พูดอะไรจริงๆ ในเมื่อสเนปเป็นคนพูดเองหมดเลย เด็กหนุ่มต่อท้ายให้ตัวเองในใจ

 

 

 

“บ้าน่ะรอน ถ้าเขาปฏิเสธจริงแฮร์รี่คงไม่ดูร่าเริงขนาดนี้หรอก” เฮอร์ไมโอนี่เสริมต่อ

 

 

 

“ปฏิเสธอะไรกันน่ะ นายไปขอสเนปเดทมาเหรอแฮร์รี่” เป็นเฟร็ดที่พูดแทรกขึ้นจากด้านหลังทำพวกเขาทั้งสามคนสะดุ้งด้วยความตกใจ แฮร์รี่รีบเหลือบสายตาไปทางรีมัสที่ดูจะเริ่มเมาไวน์จนไม่ได้สนใจฟังสิ่งที่พวกเขากำลังพูดกันแล้ว

 

 

 

“ได้โปรดไปคุยกันข้างบนเถอะนะ ฉันจะเล่าให้พวกนายฟังทุกอย่างเลยจริงๆ” แฮร์รี่ตอบอย่างยอมแพ้ เขายังไม่พร้อมให้พวกผู้ใหญ่รู้เรื่องนี้กันด้วย โดยเฉพาะรีมัส

 

 

 

“งั้นเราขึ้นไปกันเถอะ” เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนที่พวกเขาจะเคลื่อนย้ายขึ้นไปรวมตัวกันห้องด้านบนแทน

 

 

 

“ไหนตกลงว่ายังไงบ้าง” รอนรีบเปิดประเด็นโดยมีเฟร็ดจอร์จและจินนี่ตามมานั่งฟังด้วยความอยากรู้

 

 

 

“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรจริงๆ แล้วทำไมพวกนายถึงมั่นใจกันนักว่าฉันจะขอสเนปเดทน่ะ ฉันเคยเกลียดเขาจะตายไป” แฮร์รี่ถามพลางกวาดสายตามองหน้าทุกคน

 

 

 

“ฉันกับเฟร็ดก็พึ่งมารู้ตอนได้ยินพวกนายคุยกันนี่ล่ะ” คำบอกเล่าจากจอร์จทำให้แฮร์รี่เคืองเพื่อนสาวของเขาอยู่หน่อยๆ ที่เปิดประเด็นนี้ขึ้นมา

 

 

 

“โอ๊ยแฮร์รี่ สายตาเธอเวลามองเขาน่ะแทบไม่ได้ปิดซ่อนอะไรเลยรู้ไหม ฉันยังสงสัยมากกว่าว่าสเนปไม่รู้ตัวได้ยังไงว่าเธอมองเขาแบบไหน” เฮอร์ไมโอนี่เสริมขึ้นพร้อมๆ กับจินนี่ที่พยักหน้าเห็นด้วย เพราะพวกเธอสองเป็นคนที่อยู่กับแฮร์รี่ที่ฮอกวอตส์ปีนี้

 

 

 

“อันที่จริงฉันว่าเขารู้มาสักพักแล้วล่ะ...” แฮร์รี่พูดเสียงเบาแต่สร้างความตกใจให้ทุกคนที่ฟังอยู่ไม่น้อยเลย

 

 

 

“หมายความว่าไงน่ะ เมื่อกี้นายไปพูดอะไรกับสเนปมา” รอนรีบถามด้วยความอยากรู้

 

 

 

เด็กหนุ่มกลอกตาสีมรกตไปมาราวกับชั่งใจที่จะพูดอยู่หน่อยๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเริ่มเล่า“อย่างที่ฉันบอกฉันยังแทบจะไม่ได้พูดอะไรเลย ฉัน...ถามเขาแค่ว่าพรุ่งนี้เขาว่างหรือเปล่า แล้ว...เขาก็บอกว่า...ถ้าจะชวนเขาเดทฉันต้องมองเขาขณะที่พูดก่อน...” ยิ่งเล่าแฮร์รี่ก็ยิ่งรู้สึกเสียงตนเองเบาลงทุกที ผิดกับเสียงหัวใจที่ดังจนหนวกหูไปหมด

 

 

 

“แล้วเธอบอกเขาไปว่าไง” เฮอร์ไมโอนี่ถามต่อเมื่อแฮร์รี่เงียบไป

 

 

 

“ตอนนั้นฉันตกใจ ฉันยังคิดอะไรไม่ออกเลย แล้ว...แล้วเขาก็บอกว่าพรุ่งนี้สิบโมงให้ไปเจอกันที่ร้านไม้กวาดสามอัน...” ความเงียบโรยตัวลงระหว่างพวกเขาทันทีที่แฮร์รี่พูดจบ

 

 

 

“เมอร์ลิน! ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย” จินนี่อุทาน

 

 

 

“นายทำตัวเหมือนสาวน้อยมีเดทแรกเลยแฮร์รี่” เฟร็ดวิจารณ์จนแฮร์รี่ต้องรีบหันขวับไปพูดแก้ตัว

 

 

 

“ลองนายต้องไปขอเดทอาจารย์ที่นายเคยเกลียดดูบ้างนายจะประหม่าไหมเล่า”

 

 

 

“นั่นสิแล้วนายไปชอบสเนปตอนไหนกัน” จอร์จรีบถามต่อทันที

 

 

 

“ไม่ ฉันจะยังไม่เล่าตอนนี้” แฮร์รี่รีบบ่ายเบี่ยงก่อนลุกขึ้นยืน“ฉันกลับก่อนดีกว่านี่ดึกมากแล้ว”

 

 

 

“นายนอนที่นี่ก็ได้ แล้วพรุ่งนี้ค่อยใช้ไม้กวาดบินไปฮอกส์มี้ดทันเหลือเฟือ ดังนั้นนั่งลงให้พวกฉันซักซะเถอะ” รอนพูดพร้อมยิ้มอย่างร้ายกาจแล้วดึงแฮร์รี่ให้นั่งลงอีกหนโดยไม่ฟังเสียงโอดครวญของเพื่อนสนิทเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

**********

 

 

 

10:15 ในที่สุดแฮร์รี่ก็ได้มาถึงฮอกส์มี้ด แน่นอนว่าเขาตื่นสาย เพราะเมื่อคืนกว่าเขาจะหลุดจากการซักถามของเหล่าพี่น้องวีสลีย์ (และเฮอร์ไมโอนี่) ได้ก็เป็นเวลาเกือบตีหนึ่งเข้าไปแล้ว จึงไม่แปลกเลยที่ในตอนเช้าเขาจะง่วงจนแทบลุกไม่ไหว แต่เพราะมันเป็นนัดสำคัญแฮร์รี่จึงต้องรีบลากตัวเองออกมา

 

 

 

เด็กหนุ่มเดินไปที่ร้านไม้กวาดสามอันตามที่นัดหมาย แล้วเขาก็ได้พบอาจารย์หนุ่มร่างสูงในชุดคลุมสีดำกำลังยืนปั้นหน้าถมึงทึงราวกับกำลังคุมสอบปรุงยาอยู่หน้าร้านนั้น พอดีกับดวงตาสีดำขลับเห็นแฮร์รี่เข้ารอยยิ้มเย็นเหยียบจึงถูกจุดขึ้นบนริมฝีปาก

 

 

 

“กล้ามากนะพอตเตอร์ที่มาสายแบบนี้” สเนปพูดขึ้นทันทีที่แฮร์รี่วิ่งเข้ามาใกล้พอจะได้ยิน

 

 

 

“ผมขอโทษ คราวหน้าจะไม่ยอมสายเลยครับจริงๆ” แฮร์รี่พูดพลางหอบไปด้วยน้อยๆ จากการที่รีบวิ่งมาหาอีกฝ่าย

 

 

 

“เธอยังไม่รู้เลยว่าจะได้มีคราวหน้าหรือเปล่านะคุณพอตเตอร์” คิ้วคมเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนร่างสูงกว่านั้นจะเดินนำเข้าร้านไป แฮร์รี่ที่เห็นอย่างนั้นจึงต้องรีบสาวเท้าตามเข้าไปด้วย

 

 

 

เนื่องด้วยมันเป็นเทศกาลคริสต์มาสร้านจึงมีคนคับคั่งมากกว่าปกติ แต่ถึงอย่างนั้นอาจจะเพราะเขาคือแฮร์รี่คนดังหรือเพราะอีกฝ่ายคือศาสตราจารย์สเนปก็ไม่ทราบ เจ้าของร้านจึงสามารถหาโต๊ะให้พวกเขานั่งได้ในเวลาเพียงไม่นาน

 

 

 

“การมากับคนดังมันดีอย่างนี้เองสินะ” ทันทีที่ได้นั่งสเนปก็เริ่มเสียดสีเขาอย่างเคย แต่แฮร์รี่เริ่มจะชินกับปากร้ายๆ อย่างนั้นของอีกฝ่ายเสียแล้ว

 

 

 

“บางทีถ้าคุณรู้ตัว คุณก็ดังไม่แพ้ผมเลยนะศาสตราจารย์” เด็กหนุ่มยิ้มตอบกลับก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มกับคนที่เดินมารับรายการพอดี

 

 

 

“ยอกย้อนเก่งเหมือนเคยนะพอตเตอร์ ฉันนึกว่าเธอจะทำตัวดีขึ้นบ้างแล้ว”

 

 

 

“นั่นเพราะตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ในห้องเรียนนี่ครับ” เดี๋ยวหนุ่มยิ้มบางๆ ก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้“จริงสิพูดถึงเรื่องนั้น...” แฮร์รี่เว้นจังหวะไปชั่วครู่แล้วสูดลมหายใจรวบรวมความกล้าขึ้นพร้อมจ้องมองอย่างคาดหวัง “ผมขอเรียกคุณว่าเซเวอรัสได้ไหม? หมายถึง...ในเวลาส่วนตัวอย่างตอนนี้น่ะครับ”

 

 

 

สเนปเลิกคิ้วขึ้นพร้อมมองตอบดวงตาสีเขียวคู่นั้นอย่างไม่หลบหนีไปไหน “และฉันขอถามว่าทำไม?” เครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟคั่นบทสนทนาไว้ชั่วครู่ ทิ้งความเงียบให้โรยตัวลงระหว่างเขาสองคนให้ได้คิดถึงเส้นสถานะที่กำลังถูกก้าวข้ามระหว่างการคุยกันนี้

 

 

 

“...ผมไม่อยากรู้สึกว่าผมเป็นนักเรียนของคุณ ในเวลาที่เราออกมาข้างนอกด้วยกันแบบนี้” แฮร์รี่กระซิบตอบแต่มันก็ดังพอที่สเนปจะได้ยิน

 

 

 

ศาสตราจารย์หนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ การที่เขายอมออกมากับเจ้าเด็กนี่ก็แทบจะเท่ากับว่าเขายอมรับการก้าวข้ามเส้นของเด็กพอตเตอร์แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นแฮร์รี่ก็ยังนับว่าเป็นนักเรียนของเขาอยู่ การเรียกชื่ออาจจะเป็นการกระทำดูสนิทสนมกันเกินไป ต่อให้อยู่กันข้างนอกแต่ฮอกมี้ดนี่ก็ไม่ได้ไกลฮอกวอตส์เท่าไหร่เลย

 

 

 

“เกรงว่าจะยังไม่ได้พอตเตอร์ ในเมื่อเธอยังเป็นนักเรียนของฉันอยู่” สเนปตอบกลับเรียบๆ แล้วยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ

 

 

 

แฮร์รี่ที่ไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจก็อดรู้สึกหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ ไม่ได้“ผมอายุ18แล้ว”

 

 

 

“และยังคงเป็นนักเรียนของฉัน” สเนปเสริมตามในทันที

 

 

 

“ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมคุณชวนผมออกมาวันนี้ครับ?” เด็กหนุ่มเริ่มขมวดคิ้วมองคนเข้าใจยากตรงหน้า

 

 

 

“ฉันก็แค่ชวนเธอมานั่งดื่มเครื่องดื่มด้วยกันเท่านั้น เหมือนที่เธอนั่งดื่มกับศาสตราจารย์ซลักฮอร์นนั่นล่ะ มันคงไม่แปลกหรอกจริงไหม?” เมื่อได้ยินอย่างนั้นแฮร์รี่รู้สึกอยากจะเถียงกลับทันทีว่ามันแปลก และยิ่งแปลกมากๆ เมื่อคนตรงหน้าเขานี่คือเซเวอรัส สเนป! ผู้ซึ่งไม่เคยสนิทสนมกับนักเรียนคนไหนมากกว่าไปเดรโก มัลฟอยลูกทูนหัวของเจ้าตัว และขนาดมัลฟอยยังไม่เคยได้มาดื่มเครื่องดื่มกับสเนปอย่างนี้เลย แล้วนี่เขาคือพอตเตอร์ที่เจ้าตัวเกลียดนักหนานะ จะมองจากมุมไหนก็แปลกเกินไปแล้ว!

 

 

 

“ที่พูดมานั่นเหมือนคุณไม่รู้จักตัวเองเลยนะศาสตราจารย์”

 

 

 

“เงียบน่ะพอตเตอร์” เซเวอรัสตอบกลับแทบจะในทันทีจนแฮร์รี่แอบขันเล็กน้อย นั่นแปลว่าจริงๆ เจ้าตัวก็รู้ใช่ไหมว่าการมานั่งดื่มกับเขาอย่างนี้มันไม่ปกติ แต่ก็ยังรั้นในบางเรื่องจนน่าโมโห เมื่อคิดๆ ไปแล้วแฮร์รี่ก็เริ่มเข้าใจบางอย่างขึ้นมา

 

 

 

“คุณ...ไม่รู้ว่าควรจะพาผมไปที่ไหนใช่ไหมศาสตราจารย์ ถึงได้นัดมาที่นี่” แฮร์รี่ถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่ท่าทีที่ชะงักไปก็อาจารย์หนุ่มก็ทำให้แฮร์รี่เริ่มแน่ใจขึ้นมา

 

 

 

สเนปถอนหายใจยาวจนเกิดควันขาวจากอากาศเย็น “ฉันไม่เคยเดทพอตเตอร์” เขายอมรับออกมาเงียบๆ “ช่วงเวลาเกินครึ่งชีวิตของฉันอยู่กับการเป็นสายลับและหม้อปรุงยา”

 

 

 

แฮร์รี่ยิ้มออกมาทันทีที่ได้ยินอย่างนั้นก่อนจะเริ่มรุกถามต่อ “งั้นถ้าผมพาเราไปที่อื่นการเรียกชื่อต้นคุณก็จะไม่เป็นปัญหาแล้วใช่ไหมครับ?”

 

 

 

“ถ้าเธอคิดจะพาฉันไปย่านมักเกิ้ลแล้วล่ะก็ฉันขอบอกเธอเลยว่าฉันไม่มีเสื้อผ้ามักเกิ้ลหรอกนะพอตเตอร์” สเนปตอบกลับอย่างรู้ทัน แต่แฮร์รี่ก็ยังยิ้มกว้างอย่างเคย

 

 

 

“เรื่องนั้นผมจัดการได้ไม่ยากเลยครับ” เด็กหนุ่มยกเครื่องดื่มของตนเองดื่มรวดเดียวจนหมดแล้วรีบควักเงินวางบนโต๊ะทันที “ไปกันเถอะครับ เดี๋ยวจะหมดวันซะก่อน”

 

 

 

สเนปส่ายหน้าให้กับท่าทีตื่นเต้นนั้นก่อนจะหยิบเงินวางที่โต๊ะและลุกขึ้นเดินตามเด็กหนุ่มไป

 

 

 

**********

 

 

 

พวกเขากลับมากันที่ลอนดอนเพื่อแลกเงินมักเกิ้ลที่กริงก็อต ก่อนแฮร์รี่จะพาสเนปไปร้านเสื้อผ้าที่อยู่ไม่ไกลจากตรอกไดแอกอนมากนัก

 

 

 

เมื่อเข้ามาในร้านพนักงานดูจะแปลกใจกับการแต่งตัวของสเนปสักหน่อย ในขณะที่เจ้าเด็กที่พาเขาเข้ามานี่แต่งตัวตามแบบมักเกิ้ลเป็นปกติอยู่แล้วจึงไม่ได้ถูกมองอย่างแปลกประหลาดอะไรทั้งยังพยายามจะช่วยหาเสื้อผ้าให้เขาอีก

 

 

 

การมีพ่อเป็นมักเกิ้ลก็มีดีอยู่อย่างสำหรับสเนปเวลานี้ คือเขาสามารถที่จะเลือกชุดให้ตัวเองได้โดยไม่ต้องให้เจ้าเด็กตัววุ่นมายุ่ง ถึงเขาจะไม่ได้ใส่ชุดมักเกิ้ลมานานมากนับแต่ที่เขาตัดขาดกับพ่อไปแต่การเลือกหาเสื้อผ้าก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขานัก แต่พอได้เห็นตัวเองในชุดมักเกิ้ลอีกครั้งก็ยังทำให้เขารู้สึกแปลกตาอยู่ไม่น้อย

 

 

 

ด้านแฮร์รี่ที่นั่งรอสเนปอยู่หน้าห้องลองเสื้ออย่างจดจ่อ เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าศาสตราจารย์ปรุงยาในชุดมักเกิ้ลจะออกมาเป็นอย่างไร ทั้งอีกฝ่ายยังไม่ยอมให้เขาช่วยเลือกเสื้อผ้าด้วย แฮร์รี่จึงไม่รู้เลยว่าเขาจะแต่งตัวออกมาแบบไหน กระทั่งร่างสูงนั้นก้าวออกมาจากห้อง และแฮร์รี่ได้พบว่าตนเองนั้นแทบลืมหายใจ

 

 

 

เสื้อคอเต่าสีเทากับโค้ทสีดำและสแลคสีเดียวกันกับโค้ททำให้สเนปดูทั้งเหมือนและแตกต่างไปจากเดิม โค้ทสีดำนั่นให้ความรู้สึกคล้ายเสื้อคลุมประจำของเจ้าตัว แต่เสื้อเต่าและสแลคเข้ารูปทำให้เปิดเผยสัดส่วนและรูปร่างที่มักซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมจนแฮร์รี่ไม่เคยทันสังเกตเห็นกระทั่งตอนนี้

 

 

 

“เธอมองเหมือนฉันประหลาดยิ่งกว่าพนักงานที่มองตอนฉันเดินเข้ามาเสียอีกพอตเตอร์” เสียงทุ้มที่ทักขึ้นทำให้แฮร์รี่สะดุ้งตื่นจากภวังค์จนต้องเกาท้ายทอยแก้เก้อเขิน

 

 

 

“มันก็แค่... ผมไม่เคยเห็นคุณใส่อะไรแบบนี้เลย” สเนปยิ้มเยาะให้คำแก้ตัวของเด็กหนุ่มก่อนที่ร่างสูงนั้นจะเดินไปจ่ายเงินค่าเสื้อผ้าและนำถุงมาใส่ชุดเดิมกลับ

 

 

 

“แล้วตกลงเราจะไปที่ไหนกัน” คนเป็นอาจารย์ถามขึ้นทันทีที่พวกเขาก้าวออกมาจากร้านเสื้อผ้า

 

 

 

“ผมว่าเราไปทานข้าวกันก่อนเถอะ นี่ก็บ่ายกว่าแล้วล่ะ” เด็กหนุ่มว่าพลางมองนาฬิกาข้อมือของตน

 

 

 

“และถ้าเธอจะแนะนำพวกอาหารขยะเพราะคิดว่าฉันจะไม่เคยกินล่ะก็พับเก็บไปได้เลยพอตเตอร์” สเนปรีบดักคอขึ้นทันทีที่เห็นแฮร์รี่ดูจะสนใจร้านเบอร์เกอร์ที่อยู่ใกล้ๆ พวกเขาเป็นพิเศษ

 

 

 

“ทำไมคุณรู้ทันผมตลอด” แฮร์รี่ถามอย่างขัดใจเล็กๆ

 

 

 

“เธอเดาง่ายเกินไปต่างหาก” สเนปส่งเสียงเหอะเบาๆ ก่อนจะเดินนำออกไป ทิ้งให้แฮร์รี่ที่กำลังหงุดหงิดกับตัวเองต้องรีบก้าวเท้าตามเขาไป

 

 

 

สุดท้ายพวกเขาก็มาจบที่ร้านสเต็กแห่งหนึ่ง มันเป็นเพียงร้านบ้านๆ ไม่ได้ประดับเรียบหรูอะไร แต่รสชาติอาหารสำหรับพ่อมดสองคนแล้วก็นับว่าถูกปากอยู่ทีเดียว

 

 

 

“แล้วตอนนี้ผมจะเรียกคุณว่าเซเวอรัสได้หรือยัง?” แฮร์รี่ที่จู่ๆ ก็นำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกครั้งทำสเนปชะงักไปเล็กน้อย

 

 

 

“ดูเธอจะจริงจังเรื่องการเรียกชื่อเหลือเกินนะ” สเนปตอบกลับเรียบๆ โดยไม่ละสายตาไปจากจานอาหารของตนเอง

 

 

 

“อย่างที่ผมบอกไป ผมไม่อยากเรียกคุณศาสตราจารย์สเนปเพราะมันเหมือนผมเป็นนักเรียนของคุณ แต่ในตอนนี้ในเวลานี้... ผมไม่อยากเป็น...” เสียงของแฮร์รี่ค่อยๆ เงียบหายในท้ายประโยค ราวกับเขาไม่มั่นใจเอาเสียเลยที่จะพูดมันออกมาให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามได้ยิน

 

 

 

สเนปเงยหน้าขึ้นจากจาน จ้องมองเด็กช่างเรียกร้องแล้วยักยิ้มบางๆ“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ควรจะเรียกเธอแฮร์รี่ใช่ไหม?”

 

 

 

ชื่อที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของชายตรงหน้าทำแฮร์รี่ใจเต้นแรงเสียจนเขาแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใด แม้กระทั่งเสียงตัวเองที่กระซิบตอบกลับไป

 

 

 

**********

 

 

 

เมื่อทั้งสองออกมาจากร้านอาหารเดิมทีแฮร์รี่ตั้งใจจะพาสเนปไปเดินดูสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของพวกมักเกิ้ล แต่หลายๆ ที่กลับปิดเพราะวันคริสต์มาส สุดท้ายพวกเขาเลยได้มายืนอยู่ริมลานไอซ์สเก็ตขนาดใหญ่แทน

 

 

 

“ฉันนึกว่าเธอจะวางแผนก่อนจะพาฉันมาเสียอีกพอตเตอร์” ชายร่างสูงบ่นขึ้นเบาๆ พลางมองพวกเด็กมักเกิ้ลลื่นไถลไปตามพื้นน้ำแข็ง

 

 

 

“ผมไม่รู้ว่ามันจะปิดหมดแบบนี้นี่นา ผมเองก็ไม่เคยมาเที่ยวคริสต์มาสในลอนดอนเลย ไม่สิต้องบอกว่าผมไม่เคยเที่ยวคริสต์มาสเลยต่างหาก” เด็กหนุ่มแอบเบ้ปากเล็กน้อยที่โดนบ่นใส่ ที่จริงเขาเองก็แอบผิดหวังอยู่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่คิดว่าอยากสร้างความทรงจำที่ดีแท้ๆ แต่ดันไม่หาข้อมูลมาก่อนจนกลายเป็นว่าผิดแผนไปเสียหมด

 

 

 

“เคยเล่นมันหรือเปล่าพอตเตอร์” เสียงทุ้มที่จู่ๆ ก็พูดไปอีกเรื่องพร้อมนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังเด็กๆ บนลานไอซ์สเก็ตสร้างความงุนงงให้แฮร์รี่อยู่ไม่น้อย

 

 

 

“ไม่ ผมไม่เคยเล่น ดัดลีย์ไม่ชอบอะไรพวกนี้และถึงพวกเขาจะมาเล่นกันเขาก็คงไม่คิดจะพาผมมาด้วยหรอก”

 

 

 

“อืม...ฉันเคยได้เล่นตอนเด็กๆ” สเนปพูดขึ้นเบาๆ พร้อมมองไกลออกไปเมื่อนึกย้อนถึงอดีต แฮร์รี่ที่เห็นอย่างนั้นจึงนิ่งเงียบรอคอยให้อีกฝ่ายเล่า ไม่บ่อยนักหรอกที่คนอย่างเซเวอรัส สเนปจะยอมพูดถึงอดีตของตัวเองให้คนอื่นฟัง การที่เขายอมพูดขึ้นมาเองแบบนี้ทำให้แฮร์รี่รู้สึกว่าอีกฝ่ายไว้ใจเขามากทีเดียว

 

 

 

“ลิลี่เคยชวนฉันออกมาเล่นสเก็ตกลางแจ้งด้วยกัน ตอนนั้นฉันไม่มีรองเท้าสเก็ตด้วยซ้ำ แม่ของฉันเลยแอบใช้เวทมนตร์เปลี่ยนรองเท้าคู่นึงของฉันให้หน้าตาเหมือนรองเท้าสเก็ตของลิลี่ที่สุด ฉันเลยได้ลองเล่นสเก็ตเป็นครั้งแรก”

 

 

 

“แล้วแม่ของผมเล่นเก่งไหม?” แฮร์รี่อดไม่ได้ที่จะถาม เขาอยากรู้เรื่องแม่พอๆ กับเรื่องของคนข้างกายเขานี่ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าคนที่สเนปชอบคือแม่ของตนเองเด็กหนุ่มก็อดที่จะรู้สึกหน่วงในอกไม่ได้

 

 

 

“ลิลี่น่ะเล่นเก่งเชียวล่ะ แถมยังหัวเราะใส่ฉันตอนฉันเริ่มเล่นแล้วล้มคว่ำเสียอีก” รอยยิ้มจางๆ ถูกจุดขึ้นบนริมฝีปากยามชายหนุ่มนึกภาพเก่าๆ เหล่านั้น แฮร์รี่มองรอยยิ้มนั้นด้วยความเจ็บปวดอย่างประหลาด แม้มันจะสวยงามยามอีกฝ่ายยิ้ม แต่พอคิดได้ว่ารอยยิ้มนั้นไม่ใช่ของเขามันทำให้อึดอัดจนนัยน์ตาสีเขียวต้องเบนหลบไป

 

 

 

“คุณคงรักแม่ผมมากจริงๆ” เด็กหนุ่มหลุดพึมพำออกไปจนสเนปต้องหันกลับมามอง

 

 

 

“อยากลองเล่นสเก็ตไหมพอตเตอร์?” เรื่องที่พูดถูกเปลี่ยนไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แฮร์รี่พอใจมากที่อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องพูดไป

 

 

 

“ผมไม่มีรองเท้าสเก็ตนะ” สเนปหัวเราะหึทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น แฮร์รี่จึงพึ่งรู้ตัวว่าสิ่งที่เขาตอบออกไปนั่นโง่แค่ไหน

 

 

 

“ยังจำได้ใช่ไหมว่าพวกเราเป็นพ่อมดน่ะพอตเตอร์ และฉันพึ่งเล่าเรื่องแม่ฉันเปลี่ยนรองเท้าให้ไปเมื่อครู่นี่เองไม่ใช่หรือ?” น้ำเสียงถากถางอันคุ้นเคยถูกพูดใส่เด็กหนุ่ม แต่แทนที่แฮร์รี่จะโกรธเคืองเขากลับเขาหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่อยากจะยอมรับเลยว่าเขาชอบน้ำเสียงแบบนี้ของสเนปมากกว่าน้ำเสียงเหงาๆ อย่างเมื่อครู่มากทีเดียว

 

 

 

“ผมแค่ลืมตัวนิดเดียวเอง” แฮร์รี่แก้ต่างแต่สเนปก็ส่ายหัวอย่างเอือมระอา ก่อนมือหนาจะหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาแล้วเสกรองเท้าธรรมดาของพวกเขาให้กลายเป็นรองเท้าสเก็ต

 

 

 

“พยุงตัวเองล่ะพอตเตอร์ ฉันเองก็ไม่ได้เล่นมานานแล้วไม่น่าช่วยเธอได้หรอกนะ” ชายร่างสูงทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นก่อนเขาจะเดินนำเข้าลานสเก็ตไป ทิ้งให้แฮร์รี่ที่แค่ทรงตัวบนพื้นธรรมดาก็ยากเต็มที

 

 

 

“เจ้าคนใจร้าย” เด็กหนุ่มบ่นก่อนจะค่อยๆ พาตัวเองก้าวเข้ามาบนพื้นน้ำแข็งและได้ค้นพบว่ามันเลวร้ายยิ่งกว่าบนพื้นหินเมื่อครู่เสียอีก เขาเกือบลื่นล้มทันทีที่ขาทั้งสองข้างยืนบนพื้นน้ำแข็งหากไม่ได้ใครบางคนช่วยพยุงไว้จากด้านหลังเสียก่อน

 

 

 

“ฉันขอบอกเลยว่าครั้งแรกที่ฉันมาเล่นฉันก็เหมือนเธอนี่เลยล่ะ” น้ำเสียงอันคุ้นเคยพร้อมเสียงหัวเราะหึหึเบาๆ ที่ข้างหูทำเด็กหนุ่มใจเต้นจนลืมไปเลยว่าอีกฝ่ายยังประคองเขาอยู่

 

 

 

“เธอจะยืนเองได้หรือยัง?” พอสเนปทักอย่างนั้นแฮร์รี่ถึงพึ่งรู้สึกตัวจึงรีบผละออกจากอีกฝ่ายมาเกาะขอบกั้นใกล้ๆ

 

 

 

“ผมไม่คิดเลยว่ามันจะยากขนาดนี้ คุณยืนอยู่ได้ยังไง?”

 

 

 

“ถ้าเธอไม่ลืมว่าเธอเป็นพ่อมด เวทมนตร์นิดๆ หน่อยๆ จะช่วยให้เธอทรงตัวได้ไม่ยากเลย” คำตอบที่ได้รับเด็กหนุ่มแทบอ้าปากค้างทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น

 

 

 

“คุณโกงนี่ถ้าทำแบบนั้น”

 

 

 

“ฉันเปล่าใช้” สเนปยักไหล่“ถึงฉันจะไม่ได้เล่นมานานแต่การรื้อฟื้นก็ไม่ใช่อะไรที่ยากขนาดนั้น แต่ฉันแค่แนะนำวิธีลัดให้เธอ” คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างที่แฮร์รี่ลงความเห็นว่าดูกวนประสาทเป็นที่สุด

 

 

 

“แบบนั้นก็ไม่ใช่การเล่นสเก็ตแล้วสิ คุณไม่คิดแบบนั้นเหรอ?” ถ้าหากใช้เวทมนตร์ก็เหมือนเขาแค่ลอยตัวบนพื้นน้ำแข็งเฉยๆ เลยน่ะสิ แบบนั้นจะเรียกว่ามาเล่นได้ยังไงกัน

 

 

 

“ถ้าเธอต้องการอย่างนั้นก็มาหัดทรงตัวก่อน” สเนปถอนหายใจอย่างยอมแพ้ให้ความดื้อดึงนั้นก่อนจับตัวเด็กหนุ่มให้หัดทรงตัวบนพื้นน้ำแข็ง

 

 

 

“หวังว่าคุณคงไม่ดุผมเหมือนในห้องเรียนนะ” ดวงตาสีเขียวเหลือบมองอย่างไม่ค่อยไว้ใจนักจนคนถูกมองต้องแสยะยิ้มออกมา

 

 

 

“มาเถอะแฮร์รี่ สัญญาว่าฉันจะไม่รุนแรงนักหรอก”

 

 

 

สาบานกับเคราของเมอร์ลิน! แฮร์รี่เกลียดการที่สเนปเรียกชื่อเขาในเวลาแบบนี้ชะมัด

 

 

 

**********

 

 

 

เวลาผ่านไปจนตะวันเริ่มตกดิน แฮร์รี่ที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงบนลานสเก็ตในที่สุดเขาก็สามารถเดินเองได้โดยไม่ต้องมีใครช่วยพยุงเสียที แต่ก็ทำเอาขาของเขาหมดแรงจนต้องออกมาทรุดนั่งพักอยู่พื้นหินข้างๆ ลานน้ำแข็ง และเพียงไม่นานสเนปก็ตามเขาออกมา

 

 

 

“ครั้งแรกคุณใช้เวลาฝึกนานเท่าผมไหม?” แฮร์รี่ถามขึ้นทันทีที่เห็นชายร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ เขา

 

 

 

“ฉันในตอนนั้นอาจจะน้อยกว่านิดหน่อย อย่างที่เขาว่าพอตเตอร์ เด็กๆ มักจะสอนได้ง่ายกว่าเสมอ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับรู้สิ่งที่อีกฝ่ายบอกเบาๆ ก่อนจะมองไปรอบๆ เพื่อหาร้านค้าใกล้ๆ

 

 

 

“เอาจริงๆ เลยนะเซเวอรัส ผมหิวน้ำมากๆ แต่ว่าผมไม่มีแรงจะลุกแล้วล่ะ คุณจะช่วยไปซื้อให้ผมได้หรือเปล่า?” เด็กหนุ่มเรียกชื่อร่างสูงกว่าอย่างออดอ้อนโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะยังคงเรียกเขาด้วยนามสกุลอยู่ดี

 

 

 

“จะเห็นแก่ที่เธอน่าจะเหนื่อยมากนะเจ้าเด็กเหลือขอ” มือหนายื่นเข้ามาขยี้เรือนผมสีดำยุ่งเหยิงเล็กน้อยก่อนขายาวคู่นั้นจะก้าวไปยังร้านค้าที่อยู่ใกล้ๆ ทิ้งให้แฮร์รี่ที่นั่งรออยู่มองแผ่นหลังที่เดินออกไปพร้อมยิ้มออกมาจางๆ

 

 

 

อันที่จริงเด็กหนุ่มไม่ค่อยเข้าใจอาจารย์คนนี้ของเขาเท่าไหร่หรอกว่าคิดอะไรอยู่ ทั้งดูน่าจะรู้ว่าเขาคิดยังไงแต่ก็ยังไม่ทำอะไรให้ชัดเจน เหมือนจะปล่อยให้เขาเข้าหาแต่บางครั้งก็ดูผลักไส ทุกครั้งที่เขาพยายามทำอะไรให้ชัดเจนสเนปก็ดูจะบ่ายเบี่ยงออกไป ไหนจะเรื่องของแม่ที่จู่ๆ ชายคนนั้นก็พูดถึงขึ้นมาอีก นั่นจะใช่การปฏิเสธอ้อมๆ หรือเปล่า? ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจจนใบหน้าอ่อนวัยต้องซุกลงกับเข่าตนเอง

 

 

 

“ง่วงแล้วหรือไงพอตเตอร์” สเนปเดินกลับมาพร้อมน้ำเปล่าสองขวดในมือ แฮร์รี่ที่เงยหน้าขึ้นมองภาพนั้นอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายช่างดูดีจริงๆ ในชุดมักเกิ้ลแปลกตาอย่างนี้

 

 

 

“เปล่าผมไม่ได้ง่วงหรอก จริงสิฟ้ามืดแล้วเราไปเดินดูไฟประดับกันไหม?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามพร้อมทั้งรับขวดน้ำจากอีกฝ่ายมาเปิดดื่ม

 

 

 

“ทำไมฉันต้องอยากดูไฟประดับของพวกมักเกิ้ลด้วย ในเมื่อเวทมนตร์ของพวกเราสามารถสร้างสรรค์ได้สวยงามกว่า” สเนปขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยนัก

 

 

 

“มันไม่เหมือนกันสักหน่อย คุณต้องไปลองดูก่อนแล้วจะรู้ว่าบางครั้งมักเกิ้ลก็ทำบางอย่างได้ราวกับพวกเขามีเวทมนตร์เชียวล่ะ” สเนปถอนหายใจเบาๆ เมื่อถูกตื๊อเข้าอย่างนั้นก่อนจะยอมหยักหน้ารับแกนๆ

 

 

 

“แล้วแต่เธอก็แล้วกัน อยากไปจะไปที่ไหนล่ะ?” ชายร่างสูงถามพร้อมทั้งดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาเสกให้รองเท้าของพวกเขากลับมาเป็นรองเท้าธรรมดาอย่างเดิม

 

 

 

“มาเถอะ เราค่อยๆ เดินไปกัน” แฮร์รี่ผุดลุกขึ้นและคว้ามือใหญ่ให้ออกเดินไปพร้อมกัน

 

 

 

**********

 

 

 

พวกเขาค่อยๆ เดินไปตามถนนที่ถูกประไปด้วยแสงไฟหลากสีสัน ผ่านถนนรีเจนท์ไปถึงอ๊อกฟอร์ด พวกเขาได้แวะหาอะไรทานที่อ๊อกฟอร์ดมาร์เก็ตเล็กน้อย โดยมีเด็กหนุ่มเป็นคนชวนคุยตลอดทาง

 

 

 

“คุณชอบพวกมันไหมเซเวอรัส?” แฮร์รี่ถามขึ้นขณะที่พวกเขากำลังยืนพักดื่มช็อกโกแลตร้อนที่ซื้อมาจากร้านค้าในมาร์เก็ต

 

 

 

“เธอหมายถึงแซนด์วิชที่พึ่งกินไปหรือพวกแสงไฟที่ดูเธอจะตื่นเต้นกันล่ะ?”

 

 

 

“ผมหมายถึงทั้งสองอย่าง” เด็กหนุ่มยิ้มกว้างขณะที่เอ่ย รอยยิ้มที่ทำให้คนมองไม่อยากจะยอมรับนักว่ามันเป็นภาพที่ทำให้เขาไม่อาจห้ามริมฝีปากไม่ให้ยิ้มตามไปได้เลย

 

 

 

“ฉันก็ชอบมันเช่นกันแฮร์รี่” เจ้าของชื่อยิ่งยิ้มกว้างขึ้นอีกจนตาแทบปิดเมื่อถูกเรียกด้วยชื่อนั้น เด็กหนุ่มรีบเดินไปโยนแก้วกระดาษเปล่าลงถังขยะใกล้ๆ แล้วเดินกลับมาด้วยท่าทีที่บ่งบอกพร้อมเดินทางต่อ

 

 

 

“คุณยังเดินไหวหรือเปล่า? ผมอยากไปทราฟัลการ์สแควร์ เห็นว่ามีต้นคริสต์มาสยักษ์อยู่ตรงนั้นด้วยล่ะนะ”

 

 

 

สเนปพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนส่งแก้วกระดาษเปล่าไปส่งถังขยะด้วยเวทมนตร์“จากตรงนี้ไปไกลพอสมควรเลยนะ เธออยากจะหายตัวไปหรือว่าอยากจะเดินไปกันล่ะ?”

 

 

 

“ทำไมแทนที่ผมจะใช้เวทมนตร์ผมกลับเดินไปทิ้งเองกัน” แต่แทนที่จะตอบคำถามเด็กหนุ่มกลับกำลังบ่นกระปอดกระแปดกับตัวเองถึงความซื่อเรื่องการไม่ใช่เวทมนตร์กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

 

 

 

“เพราะเธอฉลาดไม่พอน่ะสิ” สเนปเสียดสีใส่เล็กน้อยจนแฮร์รี่ต้องเบ้ปาก

 

 

 

“ผมเปล่าสักหน่อย!” เด็กหนุ่มเถียงกลับก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าควรตอบคำถามก่อนดีกว่าแทนที่จะเถียงกันด้วยเรื่องไร้สาระ “เราเดินไปเรื่อยๆ ก่อนดีไหม ไว้ถึงจุดที่ไม่ค่อยมีอะไรแล้วเราค่อยหายตัวไปก็ได้”

 

 

 

เซเวอรัสพยักหน้ารับเบาๆ และคราวนี้เขาเองที่เป็นฝ่ายคว้ามือเล็กกว่าขึ้นมาจับไว้และออกเดินทางไปยังเป้าหมายต่อไป ทิ้งให้แฮร์รี่ที่เดินตามหลังทั้งใจเต้นทั้งสับสนกับการกระทำนั้น แต่ความอบอุ่นจากมือใหญ่ที่กอบกุมเขาอยู่นี้ทำให้แฮร์รี่ไม่กล้าถามอะไรออกไป

 

 

 

แสงไฟตามริมถนนยังคงมีบ้างประปรายแต่ไม่ได้สวยงามอย่างที่ที่เขาสองคนเดินออกมา สเนปจึงตัดสินใจพาแฮร์รี่หายตัวมายังจตุรัสทราฟัลการ์ในคราวเดียว มือทั้งสองยังไม่ได้ปล่อยกันออกไป มันยังคงจับจูงกันไปจนถึงหน้าต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ที่ถูกประดับไปด้วยแสงไฟ

 

 

 

“ธรรมดากว่าที่คิดนะว่าไหม?” สเนปเป็นคนเริ่มพูดก่อนและเด็กหนุ่มก็พยักหน้ารับเห็นด้วย

 

 

 

“อาจจะเพราะที่ฮอกวอตส์ก็มีแบบนี้ล่ะมั้งครับมันเลยดูธรรมดา แต่อย่างถนนรีเจนท์กับถนนอ๊อกฟอร์ดนั่นผมก็ว่าแปลกตาอยู่” แฮร์รี่ถอนหายใจออกมาเบาๆ “จริงสิเราไปชมวิวบนสะพานเวสต์มินสเตอร์แทนดีไหม? ผมได้ยินมาว่าเขาสร้างลอนดอนอายเสร็จแล้วนะ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะเริ่มเปิดไฟหรือยัง”

 

 

 

“แล้วแต่เธอเลย แต่คราวนี้ไม่เดินแล้วนะแฮร์รี่”

 

 

 

“คุณเหนื่อยแล้วล่ะสิ” เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ

 

 

 

“ฉันต้องคอยพยุงเธอบนลานสเก็ตนั่น คิดว่าฉันใช้พลังงานไปเท่าไหร่กัน” สเนปรู้สึกอยากจะกลอกตาใส่เจ้าเด็กเหลือขอนี่ทันทีที่โดนว่าอย่างนั้นแต่ก็ทำเพียงแค่ถอนหายใจใส่แทน

 

 

 

แฮร์รี่เพียงหัวเราะเบาๆ ตอบกลับก่อนกระชับมือที่กอบกุมกันอยู่ไว้แล้วพาอีกฝ่ายหายตัวมาจนถึงกลางสะพานเวสต์มินสเตอร์ บนสะพานทำให้พวกเขาเห็นวิวของทั้งสองฝั่ง ทั้งพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ที่อยู่ติดกับบิ๊กเบน และลอนดอนอายที่อยู่อีกฟากฝั่งของแม่น้ำเทมส์

 

 

 

“โชคดีว่าเขาเปิดไฟลอนดอนอายแล้วนะ” แฮร์รี่พูดขึ้นอย่างโล่งอกที่อย่างน้อยเขาก็มาไม่เสียเที่ยว

 

 

 

“ดูเธอจะชอบสิ่งก่อสร้างของมักเกิ้ลนะพอตเตอร์” สเนปถามขึ้นขณะที่พวกเขายืนพิงรั้วกั้นมองทอดยาวไปตามวิวข้างแม่น้ำ

 

 

 

“คุณเรียกผมว่าพอตเตอร์อีกแล้ว” เด็กหนุ่มกระซิบบอกอย่างอดน้อยใจไม่ได้ อารมณ์ขุ่นมัวปะปนกับความสับสนที่สะสมมาตั้งแต่เช้าทำให้แฮร์รี่อดที่จะพูดออกมาไม่ได้

 

 

 

“ฉันบอกเธอแล้วว่ามันแค่ความเคยชิน ฉันเรียกเธอว่าพอตเตอร์มาตั้งกี่ปีกัน?” แต่ชายร่างสูงในเสื้อคลุมสีดำนั้นก็ยังคงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจจนเด็กหนุ่มต้องดึงมืออีกฝ่ายให้หันมาพูดกับเขาตรงๆ

 

 

 

“ทำไมคุณถึงชวนผมออกมาวันนี้เซเวอรัส?” ดวงตาสีเขียวเงยขึ้นสบมองตรงดวงตาสีเข้มของอีกฝ่ายอย่างไม่หลีกหนี เขาต้องการที่จะรู้สิ่งที่คนตรงหน้านี้คิดอยู่ “คุณรู้ว่าผมคิดยังไงกับคุณแต่คุณก็ยังชวนผมออกมาด้วยกันวันนี้ ทำไม?”

 

 

 

“เธอคาดหวังคำตอบแบบไหนกันล่ะ?” สเนปตอบกลับด้วยคำถามทั้งยังมองลึกลงในดวงตาสีเขียวคู่นั้นที่แม้จะมองตรงมาที่เขาแต่มันกลับสั่นไหวไปด้วยความไม่มั่นใจในบางอย่าง

 

 

 

“คุณรู้อยู่แล้วว่าผมต้องการคำตอบแบบไหน แต่ที่ผมไม่รู้คือคุณจะคิดอย่างที่ผมคาดหวังไหม?” เด็กหนุ่มบีบมือที่ยังเกาะกุมกันอยู่เบาๆ ความหวาดกลัวที่เริ่มเข้าเกาะกุมทำให้แฮร์รี่เป็นฝ่ายเบนสายตาหลบไปก่อน

 

 

 

แต่แทนที่คำตอบจะมาเป็นคำพูดมือแกร่งที่ว่างอยู่อีกข้างกลับช้อนคางใบหน้าอ่อนวัยให้หันมาหาเขาอีกหน ก่อนริมฝีปากสีหวานจะถูกริมฝีปากของร่างสูงกว่าทาบทับลงมา เด็กหนุ่มตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ แต่ก่อนที่เขาจะประมวลผลอะไรได้ทันจูบแผ่วเบานั้นก็ถูกถอนออกไปแล้ว

 

 

 

“นั่นนับเป็นคำตอบได้หรือเปล่า?” ชายหนุ่มยิ้มจางๆ และถามออกไป หากแต่จูบเพียงแค่นั้นดูจะไม่เพียงพอสักเท่าไหร่เมื่อต้องการคำตอบดูจะยังสับสนอยู่ดี

 

 

 

“แต่...แล้วแม่ของผมล่ะ? ผมเห็นในเพนซีฟนั่น...” ทันทีที่ได้ฟังแฮร์รี่ถามออกมาอย่างนั้นสเนปก็สามารถเข้าใจได้ทันทีว่าเด็กตรงหน้าเขานี่กำลังกังวลเรื่องอะไร

 

 

 

“มีเรื่องนึงที่ฉันต้องบอกให้เธอรู้นะคุณพอตเตอร์” สเนปใช้ภาษาทางการอย่างจงใจ“ฉันเป็นเกย์”

 

 

 

“คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม? ...” แฮร์รี่เบิกตากว้างอย่างตกใจ มันก็ใช่ที่เขาเริ่มเข้าหาอาจารย์ตรงหน้าเขาก่อนแต่แฮร์รี่ไม่เคยคาดหวังว่าสเนปจะตอบรับ และไม่เคยคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะเป็นเกย์เช่นกัน

 

 

 

“ฉันเป็นเกย์มาตั้งแต่ต้นนั่นล่ะแฮร์รี่ ส่วนเรื่องลิลี่ฉันรักแม่ของเธอจริงๆ แต่ในฐานะเพื่อนหรือพี่น้องคนนึงไม่ใช่ในแบบที่เธอคิด ลิลี่เป็นเพื่อนคนแรกและคนสำคัญที่สุดของฉัน เหมือนที่เธอรักเกรนเจอร์และวีสลีย์นั่นล่ะ เธอพอจะเข้าใจแล้วหรือยัง?”

 

 

 

“คุณไม่ได้โกหกผมไม่ใช่ไหม... ไม่ใช่ว่าจะเอาผมไปแทนที่แม่ใช่ไหม?” แฮร์รี่ต้องพยายามอย่างมากที่จะบังคับเสียงของเขาไม่ให้สั่นเครือขณะที่ถาม

 

 

 

“เรื่องตัวแทนนั่นเป็นเรื่องไร้สาระที่สุดที่ฉันเคยได้ยินมาเชียว” คำตอบที่ได้รับทำเด็กหนุ่มคิดอะไรไม่ออกอีกต่อไปนอกจากโผเข้ากอดร่างสูงกว่าที่เขาเคยชิงชังนักหนาแต่ยามนี้กลับสำคัญยิ่งกว่าใคร แล้วปล่อยน้ำตาให้ไหลลงจากความยินดี

 

 

 

**********

 

 

สองร่างพากันกลับมาที่บ้านบนปลายถนนสปินเนอร์ ทันทีที่ประประตูถูกปิดลงริมฝีปากของพวกเขาก็ทาบทับเข้าหากันครั้งแล้วครั้งเล่า เก็บลิ้มชิมรสหวานราวกับไม่รู้จักพอ แฮร์รี่ไม่เคยคิดว่าเขาจะพึงพอใจกับการได้อยู่กับชายคนนี้ คนที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็นค้างคาวน่าเกลียดตัวใหญ่ คนโหดร้ายที่มักกลั่นแกล้งเขาในชั้นเรียน คนคนนั้นเป็นคนเดียวกับที่กำลังทำให้เขาใจเต้นจนแทบไม่เป็นตัวเองในตอนนี้

 

 

“อาจจะช้าไปสักหน่อย แต่สุขสันต์วันคริสต์มาสนะเซเวอรัส”

 

 

“สุขสันต์วันคริสต์มาสเช่นกันแฮร์รี่” ดวงตาสองสีสบมองกันอยู่อย่างนั้น ริมฝีปากถูกทาบทับเข้าหากันอีกครั้งก่อนจะผละออกและแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่พวกเขามอบให้แก่กัน

 

 

หากขอของขวัญได้สักชิ้น แฮร์รี่ก็คิดว่าเขาได้รับของขวัญชิ้นนั้นมาแล้ว

 

 

======================

 

Talk : มาแบบเลทมากกกก แง้ จริงๆ คือแต่งตั้งแต่คริสต์มาสเลยค่ะเพราะก่อนคริสต์มาสมีควิซ (กรี๊ด) ควิซเสร็จก็มาเริ่มแต่งเลย แต่งไว้ได้ประมาณ4000คำก็หนีไปเที่ยวปีใหม่แล้ว (เย้) กว่าจะได้กลับมาต่อจนจบก็เลยคริสต์มาสไปไกลแล้วฮือออ

 

สารภาพว่าจริงๆเรายังไม่เคยไปลอนดอนเลยค่ะได้แต่หาข้อมูลแล้วนั่งเทียนเขียนเอา ตอนแรกตั้งใจจะให้ทั้งสองคนไปจูบกันบนลอนดอนอายด้วยซ้ำ แต่พอไปหาข้อมูลมา ลอนดอนอายเริ่มเปิดใช้งาน31ธ.ค.1999 และเปิดให้คนทั่วไปขึ้นได้คือมีนา2000เลย แล้วไทม์ไลน์ในแฮร์รี่คือจบสงครามปี1998 แปลว่าถ้าหลังสงคราม1ปีคือ1999 ก่อนลอนดอนอายจะเปิดใช้งานนิดเดียวเองปัดโธ่ จริงๆเราอยากเขียนไปWinter Wonderland ด้วยค่ะ แต่นั่นก็เปิดครั้งแรกปี2007คือจบเลย สุดท้ายเลยได้ออกมาอย่างที่เห็น

 

แล้วก็จะเห็นได้ว่าตอนนี้เราลองเขียนเรทอีกแบบด้วยค่ะ เป็นเรทที่มีแต่คำบรรยายไม่ต้องมีบทพูดใดๆ จริงๆ เราอยากให้มันออกมาดูสวยดูโรแมนติกกว่านี้แต่คิดไม่ออก ฟฟฟฟ เดี๋ยวต้องรอองค์ลงใหม่แล้วจะลองเขียนอีกที ซ้อมมือไว้ใส่เรนเวิร์ส เพราะเราว่าในเรนเวิร์สเรทแบบนี้น่าจะเข้ากับบรรยากาศเรื่องมากกว่า

 

สุดท้ายนี้ เจอกันครั้งหน้าเรนเวิร์สตอน7ค่า (จริงแล้วนะจริงๆ)

 

ทิ้งท้ายกันด้วยรูปที่เราได้จากกูลเกิ้ลวิวกันค่ะ 5555 ไปเองไม่ไหวใช้กูลเกิ้ลวิวเที่ยวเอาก็ด้ายยยย

A picture containing sky, outdoor, track, building

Description automatically generated