[(Destiel-Thorki) SPN x Avengers] Mark of Cain

ตอนที่ 6 : 6 [Sam's POV, Thor/Loki]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    7 ก.ย. 59

หลังจากแคสเทียลช่วยชีวิตเขาเอาไว้ โดยใช้พลังอันมีเหลืออยู่จำกัดรักษาบาดแผลที่เกิดจากการโดนปฐมศัสตราฟันเป็นแผลยาวชนิดที่เขาน่าจะตายแน่ ๆ กาเดรียลก็แน่ใจว่าเขามาถูกทาง เขาตัดสินใจถูกแล้วที่ผละจากเมตาทรอนมาอยู่กับพวกนี้ ศรัทธาของเขาในตัวแคสเทียลได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผิดพลาด ไม่ใช่เพราะเขายังหายใจอยู่ แต่เพราะเห็นกันแล้วว่าทูตสวรรค์ผู้โด่งดังตนนั้นไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือทูตสวรรค์ด้วยกันเอง

แคสเทียลพร้อมจะให้อภัย และแน่นอนว่าเขาจะไม่ใช้วิธีสกปรกเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ ไม่เหมือนเมตาทรอน

ในมือกาเดรียลมีห่อของพะรุงพะรังจากซูเปอร์มาเก็ต เสบียงสำหรับบังเกอร์ ถึงเขากับแคสเทียลจะไม่จำเป็นต้องกินต้องนอน แต่พวกวินเชสเตอร์ต้อง และในถุงก็ไม่ได้มีแต่อาหาร แต่มีของบางอย่างที่จำเป็นต้องตุนเอาไว้สำหรับใช้ในการร่ายคาถาต่าง ๆ หรือป้องกันปีศาจ ทูตสวรรค์ สัตว์ประหลาด และอื่น ๆ อีกมากมายที่จ้องจะฆ่าพวกเขาอยู่เฉลี่ยแล้วสัปดาห์ละไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง

อดีตนักโทษสวรรค์ผู้ถูกคุมขังมาอาจจะยาวนานเท่า ๆ กับอายุขัยของมนุษยชาติจนกระทั่งได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระในการรัฐประหารสวรรค์เมื่อไม่นานมานี้ทำตัวกลมกลืนเข้ากับโลกมนุษย์ได้ดีกว่าแคสเทียลเสียอีก อย่างน้อยก็ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อได้โดยไม่กระชากคอเสื้อเด็กเฝ้าร้านล่ะนะ

อีกห้าร้อยเมตรจะถึงบังเกอร์ ท้องฟ้าฤดูใบไม้ร่วงที่แจ่มใสอยู่ดี ๆ กลับเปลี่ยนเป็นมืดมัว ลมพัดกรรโชก สายฟ้าแลบแปลบปลาบ กาเดรียลเหลือบมองดูฟ้าเพียงแวบเดียวก็สบถ เร่งฝีเท้าขึ้นในทันที

เขาไม่รู้ว่าใครไปทำอีท่าไหน แต่ปัญหามาเยือนพวกเขาอีกแล้ว

“ใครเรียกเทพสายฟ้ามา?

เขาถามทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในบังเกอร์ พาเอาใบไม้กับฝุ่นที่ปลิวว่อนอยู่ข้างนอกจำนวนหนึ่งเข้ามาด้วย “แคสเทียลอยู่ที่ไหน”

แซมเบือนหน้าจากจอแลปทอปมามองเขา ปากกาทัดไว้ที่หู วินเชสเตอร์คนน้องยังไม่เห็นว่าข้างนอกกำลังจะเกิดพายุกระหน่ำ หรือถ้าเห็น เขาก็ยังไม่สำเหนียกว่านี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ

“แคสไปดูดีน ทำไมเหรอ?

“มีใครบางคนเรียกเทพสายฟ้ามาที่นี่” กาเดรียลเอ่ยเสียงเคร่ง

“ท่าทางเขาจะไม่พอใจนักเสียด้วย ในเมื่อไม่ใช่ข้า ไม่ใช่เจ้า ก็ต้องเป็นแคสเทียลหรือดีน”

แซมมองหน้ากาเดรียล พึมพำตรงกับที่อดีตนักโทษสวรรค์คิด

“ดีน”

ก่อนจะลุกพรวดพราดจากเก้าอี้ ตรงดิ่งไปยังห้องขัง กาเดรียลวางของที่ซื้อมาทิ้งไว้ที่ห้องโถงกลางซึ่งใช้เป็นห้องอ่านหนังสือไปในตัว แล้วสาวเท้าตามไปติด ๆ

 

ธอร์ โอดินซัน มีท่าทางไม่พอใจเป็นอย่างมากจริงตามที่กาเดรียลคาดการณ์ ดวงตาสีฟ้าเหมือนนภาที่เกรี้ยวกราดมีรอยของอสนีบาตเปี่ยมท้นอยู่ในนั้น

แซมไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย ดีนก็มีสายตาแบบนี้เหมือนกันเวลาที่เขา—และระยะหลัง ๆ มานี้ก็แคสด้วย—โดนใครทำร้าย อย่าคิดว่าเขาไม่เห็นนะ สายตาดีนตอนที่เมตาทรอนออนไลน์บอกว่าพลังที่ถูกขโมยไปของแคสกำลังระเหยหายไปอย่างช้า ๆ น่ะ พี่ชายของเขามุ่งมั่นอยากไปฆ่าเมตาทรอนด้วยหลายเหตุผลก็จริงอยู่ แต่ตอนนี้แซมมั่นใจว่าพลังของแคสเทียลเป็นหนึ่งในเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำเขาเดือดพล่านแน่นอน

แล้วดูจากสภาพของโลกิ—(นั่นมันเก้าอี้ทรมานไม่ใช่หรือ ดีนทำอะไรน่ะ!)—แล้ว เขาก็คิดว่าเจ้าตัวคงโดนทำร้าย ไปมากโข ชนิดที่ถ้าเปลี่ยนเป็นเขาละก็ แซมแน่ใจว่าดีนคงแล่เนื้อเอาเกลือทาเจ้าของผลงานแหง ๆ

แต่ธอร์ไม่เหมือนดีน อย่างน้อยก็ไม่เหมือนซะทีเดียว แม้ว่าสายตาของเขาแทบจะแผดเผาทุกคนในห้องให้มอดไหม้ได้ และค้อนมยอลเนียร์ที่ห้อยเอาไว้กับเอวก็ดูข่มขวัญไม่ใช่เล่น แซมกำลังจะเตรียมพะบู๊ตอนที่เทพสายฟ้าละสายตาจากพวกเขา แล้วก้าวเข้าไปหาผู้เป็นน้องชาย

มือหนากระชากสายรัดหนังอย่างดีหลายเส้นที่ตรึงโลกิเอาไว้ขาดเหมือนเชือกเปื่อย ๆ ประคองร่างบอบบางกึ่งเปลือยนั้นขึ้น (ทำไมถึงกึ่งเปลือย แซมพยายามจะไม่คิดถึงประเด็นนั้น) กอดประทับแนบไว้กับอก โลกิซุกใบหน้าเข้ากับแผ่นอกหุ้มเกราะ ดูอับอายและอ่อนแรงเกินกว่าจะปกป้องตัวเองได้ ณ นาทีนี้เขามอบตัวเองให้ธอร์ดูแล ให้ช่วยเหลือเขา นำตัวออกไปให้ห่างจากคนที่ทำร้ายกัน ประหนึ่งเจ้าหญิงกับอัศวินม้าขาว ซึ่งพูดไปดีนก็จะหาว่าเขาสาวแตกอีก แต่ในสายตาแซมมันเป็นแบบนั้นชัด ๆ เขายังรู้ด้วยว่าสองคนนี้ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แม้หลาย ๆ แหล่งข่าวจะประโคมว่าโลกิเป็นอนุชาแห่งธอร์ก็เถอะ เด็กเนิร์ด อย่างเขา (ตามที่ดีนว่า) รู้ดีกว่านั้น

แต่กระนั้นธอร์ก็รักน้องเลี้ยงคนนี้มาก จนแซมรู้สึกว่าวันนี้โชคเข้าข้างพวกเขาเป็นพิเศษแล้วที่เทพสายฟ้ายังไม่ชี้ค้อนมาทางพวกเขา

“พวกเจ้าจับเขามาได้ยังไง?

แซมเกือบจะโล่งอก อย่างน้อยคำถามแรกเขาก็ตอบได้ “เราไม่ได้จับเขามา—“

“เขามาหาฉัน ที่ร้านเหล้า”

ดีนพูดแทรก แซมสังเกตว่าพี่ชายหน้าอาบเลือดไปครึ่งแถบเหมือนเพิ่งโดนใครที่หมัดหนักมาก ๆ ตะบันหน้ามา กระนั้นก็ยังเอาตัวเองขวางไว้ระหว่างแคสเทียลกับธอร์ เหมือนอย่างตอนที่กาเดรียลก้าวเข้ามาในบังเกอร์โดยไม่แน่ชัดว่าเป็นศัตรูหรือมิตร ที่ดีนไม่บังเขาไว้เสียด้วยอีกคนก็เพราะว่าเขาเข้ามาจากทางประตู คนละฝั่งกับที่ดีนยืนอยู่

“มารินเหล้าให้ แล้วก็หว่านเสน่ห์ใส่”

นักล่าหนุ่มนิสัยเสียจบประโยคพร้อมยักคิ้วกวนประสาท

“เขาเสนอ ฉันสนอง ใช่ไหมที่รัก”

“ดีน หุบปากไปเลย” แซมคงถองพี่ซี่โครงพังแล้วถ้าหากว่ายืนอยู่ใกล้ ๆ กัน นี่เขาก็ทำได้แค่ตีหน้ายักษ์ใส่ กับส่งสายตาให้แคสลากพี่ชายเขาออกไปจากที่นี่ที

ทูตสวรรค์เข้าใจความหมายในสายตาของเขา มือข้างหนึ่งของแคสเทียลจับไหล่ดีน มีเสียงลมที่เกิดจากการกระพือปีกดังแหวกอากาศ แล้ววินาทีต่อมาทั้งสองคนก็หายวับไปจากตรงนั้น ทิ้งเอาไว้แค่แซมกับกาเดรียลยืนประจันหน้ากับสองพี่น้องชาวแอสการ์เดียน

แซม วินเชสเตอร์หันกลับมาทางเทพสายฟ้า กระอักกระอ่วน แต่ก็รู้ว่าต้องพูดอะไรสักอย่าง เริ่มจากตรงไหนสักที่

“พี่ชายผมเขา...ช่วงนี้อาการไม่ค่อยดี เขาแบบว่า...” ชายหนุ่มเอานิ้วชี้จี้ที่ขมับ ยิ้มเจื่อน

“ข้างในนั้นคงมีอะไรเสียหายนิดหน่อย เรากำลังพยายามซ่อมกันอยู่ เอาเป็นว่า คุณก็ได้น้องชายคุณคืนไปแล้ว เพราะงั้น มีทางไหนมั้ยที่เราจะเจ๊า ๆ กันไปได้?

เขาหวังจริง ๆ ว่าจะคลี่คลายเรื่องนี้ได้โดยสันติวิธี แค่เมตาทรอนกับศิลาเทวทูตพวกเขาก็เต็มกลืนแล้ว ดีนยังมาทำตัวแปลก ๆ อีก เขารับมือเทพเจ้าจากตำนานของพวกนอร์สอีกไม่ไหวหรอกนะ ต่อให้นามสกุลวินเชสเตอร์ แต่ก็ไม่ได้มีสิบเศียรยี่สิบกร ปัญหาช่วยเข้ามาหาพวกเขาทีละเรื่องจะได้มั้ย ขอร้องล่ะ

ธอร์ดูอยากจะเอาเรื่องพวกเขาอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้เมื่อดีนถูกพาตัวออกไปแล้วและแซมก็พยายามคุยกับเขาด้วยเหตุผล เทพสายฟ้าซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นถึงเจ้าชายรัชทายาท (ถึงจะเป็นเจ้าชายแนวไวกิ้งก็เถอะ) ก็ดูอยากจะพยายามปฏิบัติตัวเยี่ยงสุภาพชนตอบกลับมาบ้าง โดยเฉพาะเมื่อโลกิกระตุกเสื้อเขาเบา ๆ ดวงตาสีฟ้าทอดลงสบดวงตาสีเขียวซึ่งส่งสายตาเป็นเชิงห้ามไม่ให้เอาเรื่องเอาราว

“โลกิต้องการที่พักฟื้น”

ธอร์เอ่ยในที่สุด เบนสายตากลับมายังแซม แม้น้ำเสียงจะราบเรียบแต่สายตาบอกชัดว่ายังเจือด้วยระลอกคลื่นในใจ

“ความจริงก็คือ ข้าเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าเขายังไม่ตาย พอรู้ก็ออกตามหาเขาทันที แต่การจะพาเขากลับแอสการ์ดในตอนนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้...”

แซมไม่แน่ใจว่าเขาจะโล่งอกดีไหม การสู้กับธอร์กับให้ที่ลี้ภัยแก่เขาอาจจะนำปัญหาใหญ่พอ ๆ กันมาหาพวกเขา แต่อย่างน้อยตอนนี้รอยยิ้มของเขาก็เกร็งน้อยลง

“บังเกอร์มีห้องเหลือเฟือ ผมคิดว่าหาห้องให้พวกคุณทั้งสองคนได้”

“ข้าอยู่ห้องเดียวกับโลกิก็ได้” ธอร์เสนอ มองดูโลกิอย่างระมัดระวัง “ข้าไม่อยากนำปัญหามาให้พวกเจ้า”

แซมในฐานะเด็กเนิร์ดพอจะรู้ฤทธิ์โลกิมาบ้าง เขาอ่านทั้งข่าวและเทวตำนานนั่นแหละ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกอเวนเจอร์สออกมาจัดการซะก่อน (พูดถึงเรื่องนั้น นอกจากเบาแรงพวกเขาไปงานหนึ่งแล้วแซมยังแอบดีใจที่เขาไม่ใช่ตัวประหลาดคนเดียวในโลก ถึงจะไม่มีใครในนั้นเคยเป็นร่างทรงของซาตานก็เถอะ) พวกเขาคงได้ขับอิมพาล่าไปนิวยอร์กกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

ถ้ามีอะไรแย่กว่าให้ที่ลี้ภัยแก่ธอร์ ก็ต้องเป็นการให้ที่ลี้ภัยแก่โลกิ แต่ก็อีกนั่นแหละนะ พวกเขาเคยมีทางเลือกมากมายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

เขานำทั้งสองคนไปที่ห้องนอนที่ยังว่างอยู่ห้องหนึ่งของบังเกอร์ แบบนี้คงต้องบอกให้แคสพาดีนไปหลบไกล ๆ อย่าเพิ่งกลับบังเกอร์สักพักจนกว่าเทพสองพี่น้องนี่จะไป คิด ๆ ดูแล้วให้ดีนอยู่ห่าง ๆ ที่นี่ก่อนสักพักก็ดี ห่าง ๆ ปฐมศัสตราและห่าง ๆ เรื่องของเมตาทรอน เขาเชื่อว่าในระยะสั้น ๆ แคสสามารถคุ้มครองดีนได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วที่เป็นปัญหาก็คือการพยายามคุ้มครองดีนจากตัวของดีนเองนั่นแหละ

“เตียงอยู่นี่ หมอนกับผ้าห่มอยู่ในตู้ถ้าอยากได้เพิ่ม ห้องน้ำอยู่ตรงนี้ พวกคุณใช้น้ำร้อนเป็นใช่มั้ย” ถามทั้ง ๆ ที่ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าพวกไวกิ้งอาบน้ำร้อนกันรึเปล่า

“ห้องครัวอยู่ทางโน้น ห้องนั่งเล่นพวกคุณก็เดินผ่านมาแล้ว ถ้ามีอะไรก็เรียกผมหรือกาเดรียลได้” วินเชสเตอร์คนน้องกัดลิ้นตัวเอง ไม่ให้ประโยค พยายามอย่าก่อเรื่องอะไรนะ หลุดออกไป เพราะพวกเขาเองก็ไม่เชิงว่ามีชีวิตสงบราบเรียบอะไรนักหรอก เขากระแอม

“คุณคงพอเดาออกว่าที่นี่เราไม่เชิงเปิดให้คนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม เพราะงั้น...เออ...ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าชวนใครมา อย่าบอกที่ตั้งของมันกับใคร เราไม่อยากให้รู้กันเยอะ”

ธอร์พยักหน้า ดวงตาสีฟ้าของเขาครุ่นคิดจนแซมไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายได้ยินทั้งหมดที่พูดเมื่อกี้รึเปล่า หรือว่าเทพสายฟ้าจะมัวแต่คิดเรื่องน้องชายจอมก่อเรื่องของตัวเองที่จนบัดนี้ก็ยังใส่ที่ครอบปากเอาไว้ เขาอดไม่ได้ต้องเสริมอีกนิดหน่อย

“ดูน้องชายคุณด้วยล่ะ”

“ข้าสัญญาว่าจะไม่ให้เขาก่อเรื่อง”

ธอร์ให้คำมั่น “แล้วพี่ชายเจ้า?

“ผมจะบอกให้เขาไปที่อื่นสักพัก” บางทีอาจจะไปพักร้อนกับแคส แซมอดยิ้มในใจกับความคิดนั้นของตัวเองไม่ได้ พระเจ้ารู้ดีว่าสองคนนั้นสมควรได้พักร้อน

เขาออกมาจากห้องพักแขกซึ่งไม่ค่อยมีมาเยือนบังเกอร์บ่อยนัก สบตากับกาเดรียล อดีตนักโทษสวรรค์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้เล่ห์เพทุบายมาเป็นรูมเมทอยู่ในร่างเดียวกันกับเขามีสีหน้าไม่สู้ดีนักขณะแจ้งข่าวร้ายล่าสุด

“ปฐมศัสตราหายไปแล้ว”

______________________________


สวัสดีค่ำวันศุกร์ค่ะ :D

แซมมี่กับพี่ธอร์โผล่มาตามเสียงเรียกร้องแล้วนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

581 ความคิดเห็น

  1. #199 aimnah (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 00:00
    ตอนนี้แอบฮาปนสงสารแซม ชีวิตวุ่นวายมากๆ คนโน้นคนนี้ ประนีประนอมเก่งเป็นที่หนึ่ง 555555
    #199
    0
  2. #179 ชื่อช้อยค่ะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:44
    อ่านแล้วฮาดีกับความคิดของเจ้าตัว ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนที่อยากจะตาย555555
    #179
    1
    • #179-1 tasenda(จากตอนที่ 6)
      25 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:57
      หมายถึงแซมใช่ไหมคะ จะว่าไป จริง ๆ แล้วเรื่อง SPN ก็เต็มไปด้วยตัวละครที่ชีวิตมีปัญหา (ดูจากประวัติแล้วสมควรล่ะนะ) แต่ก็ฮึดกลับมาสู้ใหม่และเล่นตลกให้คนดูขำต่อได้ตลอด dTvTb

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:57
      #179-1
  3. #28 Roserin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 17:25
    การอ่านฝั่งของแซมมี่มันบันเทิงดีแท้ แล้วฉันก็เห็นนะ นายแอบชงเดสเทียลเบาๆใช่ไหมแซมมี่ 555
    #28
    1
    • #28-1 tasenda(จากตอนที่ 6)
      19 กันยายน 2559 / 17:50
      เราคิดว่าแซมอาจจะแอบเป็นชิปเปอร์ตัวพ่อค่ะ 555+
      #28-1
  4. #9 Tirabliss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 22:19
    แอร๊ย~~ ดีงาม ดีงามมากมาย ถถถถถถถ
    โถ่ เเซมมี จะสงสัยอะไรกับการเปลือย 
    โถ่พี่ธอร์ ขอนอนห้องเดียวกับกิก็ต้องเกิดปัญหาเเน่ๆ อิอิ 😀
    #9
    1