ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 33 : SS2 Chapter 23 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 289 ครั้ง
    28 ต.ค. 62














 

เมนูน่าอร่อยนะ ขอกินด้วยสิ

ร่างบางกอดอก ยืนิงกรอบประตูห้องเก็บเสบียง มองเด็กชายหญิงที่จับมือกันแน่น ถอยหลังกรูด มองเขาเขม็ง

“นี่มันของของเรานะ เราเจอก่อน”

เตนล์ทำใจกล้าเอ่ยออกมา คนมาใหม่หัวเราะหึ

“ฉันมาที่นี่ก่อน ฉันเจอก่อนพวกนายแล้ว”

“แต่คุณก็ไม่ได้เอามันไป มันอยู่ในนี้ เราเจอโดยที่มันไม่มีเจ้าของ เราก็ต้องได้”

จื่อวีไม่ยอมเสียขุมทรัพย์แสนอร่อยให้ใครแน่ แม้คนตรงหน้าจะมีรังสีน่ากลัวไม่น่าเข้าใกล้ก็เหอะ

“พูดจาเห็นแก่ตัวดี ถ้าขอดีๆ ก็จะแบ่งให้อยู่หรอกนะ แต่พูดจาอย่างนี้น่าจะไม่อยากคุยกัน”

หญิงสาวดึงมีดที่เหน็บเอวไว้ปาออกไปอย่างรวดเร็ว เป้าหมายคือเฉือนเส้นผมของจื่อวี ไม่ได้คิดจะให้ทำอันตรายอะไร

ปึ้ก!

มีดของเยรินเฉี่ยวต้นคอจื่อวีตัดเส้นผม แล้วปักเข้าที่กล่องบนชั้นด้านหลังอย่างแม่นยำ เด็กทั้งสองตัวแข็งทื่อ โดยเฉพาะจื่อที่ยังเสียววูบที่ลำคอ

“นี่กะจะฆ่ากันเลยหรือไง” เตนล์เอ่ยเสียงสั่น ดึงจื่อวีให้ถอยจากมีดเล่มนั้นมาหลบหลังตน

“ถ้าจะฆ่าฉันปาไปปาดคอแล้ว”

เยรินกอดอก ตอบเสียงราบเรียบ

 

 

 

“อื้อ อย่างนั้นแหละดี แรงๆ หน่อย”

“เมื่อยแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะพอสักทีวะพี่”

“บ่นมากนักนะมึง”

จินยองที่นอนคว่ำให้ฮันบินเหยียบหลังส่งเสียงไม่พอใจ คนที่เป็นเครื่องนวดส่วนตัวก็เหยียบไปเหอะ เหยียบจนเมื่อยขาแล้ว

ถ้าไม่เกรงใจจะขึ้นไปกระโดดๆ กระทืบๆ แม่ง แต่ขืนทำแบบนั้นพี่จินยองเตะม้ามแตกแน่ๆ

ไม่ขอเสี่ยงดีกว่า ยังไม่อยากตาย

“เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย อารมณ์เสียอีกละ อารมณ์แปรปรวนจังน้อ ของขาดก็เงี้ย”

วีที่นั่งเคี้ยวหมากฝรั่งพร้อมหาคลื่นในวิทยุไปด้วยเอ่ยแซวออกมา จินยองมองตาขวาง

“ของขาดพ่อมึงสิ”

“พ่อตายแล้วจ้า”

“กวนส้นตีนกันทั้งนั้น พอๆ ไม่ต้องนวดแล้วไอ้ฮันบิน”

“เย้!” ฮันบินโห่ร้องออกมาอย่างดีใจแล้วรีบโดดลงจากเตียงหนีไปนั่งกับเพื่อน กลัวพี่จินยองเปลี่ยนใจ

“เยรินลงไปไหนของมันนานนัก ไม่ใช่มีผีเข้ามาในโรงแรมแล้วจับแดกไปละนะ”

“สงสัยก็ลงไปตามเองน้า” ฮันบินรีบพูดดักออกมาก่อน วีพยักหน้าเห็นด้วย

“พวกมึงนี่นะ นับวันยิ่งขี้เกียจตัวเป็นขน” จินยองชี้หน้าแล้วลุกจากเตียง ไปยืดเส้นยืดสายหน่อยก็ดี

 

 

 

“อะไร เรามีกันตั้งสี่คน ให้แค่สองกระป๋องเองเหรอ”

“พวกกูก็มีสี่คน และยังมาก่อนด้วย นี่ของพวกกู แบ่งให้สองกระป๋องก็บุญหัวพวกมึงแล้ว”

“อ้าวเจ๊นี่ มึงมีกันสี่คนจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ กูเห็นมีแต่มึงเนี่ย หนึ่งต่อสี่สำเหนียกไว้บ้าง จะปากดีเกินไปหรือเปล่า”

“มึงจะรุมกูก็เอาสิไอ้เด็กเวร ถ้าไม่รุมให้ตายกูจะแล่เนื้อเฉือนกระดูกพวกมึงมาแดก มึงลอง!

จินยองเดินเข้าใกล้ห้องเก็บของมากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้ยินเสียงถกเถียงกันชัดขึ้น นั่นเสียงเยรินแน่ๆ แต่เสียงผู้ชายอีกคนนั่นใคร มีคนรอดชีวิตเข้ามาในนี้อีกเรอะ

จินยองเดินมาถึงห้องที่เปิดประตูค้างไว้ก็เห็นเยรินกำลังเท้าเอวแหงนหน้ายืนเถียงกับผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งอยู่ สูงจนมันดูเตี้ยมากไปเลย ตลกว่ะ

“มีอะไรกัน คนพวกนี้ใครวะ”

“พี่! พี่มาก็ดีเลย เด็กพวกนี้เพิ่งมาที่โรงแรมแต่มันจะยึดหมูกระป๋องเราไป”

เยรินหันมาเห็นจินยองก็ดีใจ วิ่งมาหา จินยองเอามือยันหน้ามันไม่ให้กอด รำคาญ ร้อน กวาดสายตามองเด็กทั้งสี่ ก็คงเด็กมั้ง ดูจากหน้าตาน่าจะอยู่มอปลายกัน

เซฮุนกอดอก มองมาที่จินยองเขม็ง ท่าทางไม่ได้หวาดกลัวเลย แต่เพื่อนอีกสามที่เห็นจินยองนี่ขนลุกแล้ว ดูน่ากลัวกว่าเจ๊ผู้หญิงหน้าอ่อนนี่อีก แม้คนที่เพิ่งมาจะหล่อมากก็เหอะ

จินยองมองกวาดเซฮุนตั้งแต่หัวจดเท้าแล้วยกยิ้มมุมปาก ท่าทางแบบนี้นี่มันน่าสนใจจริงๆ

“มาถึงก็จะขโมยของกันเลยเหรอไอ้หนู”

“ไม่ได้ขโมย ก็ตอนเพื่อนผมมาเจอมันไม่มีใครหรืออะไรแสดงความเป็นเจ้าของนี่”

“ตอนนี้รู้แล้วนี่”

“ก็รู้แล้วเลยจะขอแบ่งนี่ไง”

“แล้วทำไมเราต้องแบ่งให้”

“อ่าว ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ” เซฮุนจะของขึ้นอีกแล้ว จีมินรีบคว้าแขนเสื้อไว้ บอกให้ใจเย็นๆ

ไม่แค่จีมินนะที่สังเกตเห็นปืนที่เอวของผู้ชายหน้าประตู เตนล์และจื่อวีก็เห็น

“อาหารและน้ำหายาก เมื่อหาเจอแล้วไม่มีใครอยากแบ่งให้คนอื่นหรอกไอ้หนู”

“เลิกเรียกไอ้หนูสักที ผมชื่อเซฮุน” อดีตหัวโจกประจำโรงเรียนเอ่ยค้าน หัวเสียเมื่อถูกเรียกเหมือนเด็กๆ

อาหารและน้ำหายาก เมื่อหาเจอแล้วไม่มีใครอยากแบ่งให้คนอื่นหรอกนะไอ้หนูเซฮุน

กวนตีนฉิบหายไอ้หน้าหล่อนี่!

จินยองส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ

“ไอ้สายตาและท่าทางยะโสโอหังนั่นมันขัดลูกตาว่ะ ฉันแก่พอจะเป็นพ่อเป็นแม่พวกแกได้แล้วนะมีมารยาทหน่อยก็ดี ถ้าลดท่าทีกวนตีนนั่นลงได้และขอดีๆ ฉันอาจจะแบ่งให้พวกแกเอาไปกินบ้างก็ได้”

“พี่! พี่จะให้ของพวกมันจริงๆ เหรอ ตอนนี้เราต้องการเสบียงนะ” เยรินกระตุกแขนเสื้อจินยอง เอ่ยค้าน

“แต่เราก็ยังพอมีอยู่ ของที่เอามาจากตอนแยกกับหมอก็ด้วย พวกมันยังเด็กอยู่ สงเคราะห์มันหน่อยแล้วกัน”

จินยองขี้เกียจจะมีเรื่อง ไม่อยู่ในอารมณ์หาเรื่องเด็ก เขายังเศร้าเรื่องชยอนูอยู่เลย

เยรินหน้านิ่วคิ้วขมวด มองเฮียที่แปลกไป

คงไม่ได้สะเทือนใจกับการตายของชยอนูจนเพี้ยนใช่ไหม น่าจะมีภูมิตั้งแต่คราวหนูแฮยองแล้วสิ หรือว่าติดเชื้อแสนดีของพี่หมอมาวะ อยู่ด้วยกันไม่นานเองนะ ได้รับอิทธิพลพ่อพระมาขนาดนี้เลยเหรอ?!

 

“ตามใจพี่แล้วกัน แล้วจะให้เท่าไหร่ล่ะ”

เยรินไม่พอใจนักแต่ก็ไม่อยากขัดลูกพี่ จินยองมองเด็กทั้งสี่แล้วถอนหายใจ

“สี่กระป๋องแล้วกัน”

“โหย เยอะอ่ะ!

จินยองหันมองเยรินด้วยสายตาดุดันจนเยรินต้องรีบสงบปากสงบคำ

“ชั้นสองเป็นที่พักของพวกฉัน อย่าขึ้นไปยุ่มย่าม ชั้นแรกยังมีห้องให้พัก ต่างคนต่างอยู่ด้วย”

แค่เด็กสี่คนคงไม่มีปัญหาอะไรให้หนักใจ  แต่ถ้าพวกมันอยากมีปัญหาค่อยว่ากันอีกที

“ครับ ขอบคุณมากนะครับ” จีมินรีบรับคำแล้วโค้งขอบคุณ  ก่อนจะตีไหล่เพื่อนๆ ให้ขอบคุณอีกฝ่ายบ้าง เซฮุนทำอย่างไม่เต็มใจนัก ไม่ไว้ใจ

จินยองโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ให้เยรินเอาหมูกระป๋องออกให้เด็กๆ แล้วยกที่เหลือตามมา

“อะไรนะ?! ทั้งลังมันหนักมากนะพี่ ให้ฉันยกคนเดียวเหรอ พี่ก็ช่วยกันยกไปด้วยกันสิ” เยรินโวยวาย

“กูขี้เกียจ มึงนั่นแหละยกไป หรือไม่ก็รอตรงนี้ กูขึ้นห้องแล้วจะบอกให้ไอ้วีลงมาช่วย”
“อะไรของพี่วะ แต่ก็เอาเหอะ ไปแล้วอย่าลืมให้ไอ้วีลงมานะ”

“บ่นจังมึงนี่ น่ารำคาญ” จินยองเดินหนีไปไม่ใส่ใจลูกน้องสักนิดว่าจะหน้างอหน้าเบ้แง่งอนแค่ไหน

“ไม่เคยทำเหมือนกูเป็นผู้หญิงเลย ใช่ซี้ กูมันถึกนี่”

เยรินเดินไปนั่งยองๆ ตรงหน้าลังแล้วเปิดลังออก บ่นอย่างเบื่อๆ แต่ก็บ่นไปงั้นแหละ ไม่ได้จริงจังอะไร พี่จินยองเอ็นดูเธอก็ดีแล้วแหละ อาจจะมองว่าเธอแข็งแรงพึ่งพาได้เหมือนผู้ชายก็ได้

“ผมช่วยยกไปให้ไหมครับ” เตนล์อาสา ไหนๆ ก็ได้หมูเพิ่มมาอีกสองกระป๋องแล้ว แบ่งกันกินวันละกระป๋องก็กินได้ตั้งสี่วันแน่ะ ดีจะตาย

“ก็ดี” เยรินไม่ขัดศรัทธาหรอก

“สาระแนว่ะเตนล์ เดี๋ยวเพื่อนเจ๊นี่ก็ลงมาช่วยป้ะวะ” เซฮุนยืนพิงชั้นวางของ เอ่ยออกมา  ทั้งหมดหันไปมองเขา

“แต่เขาอุตส่าห์แบ่งของให้นะ” จื่อวีว่าเราก็ไม่ควรแล้งน้ำใจนะ แม้จะถูกมีดปาแต่เธอก็ไม่ถือสาแล้วล่ะ แค่ได้หมูมากินก็พอแล้ว

“แล้วไง ของนี้แต่เดิมก็ไม่ใช่ของพวกเจ๊นี่สักหน่อย ก็แค่มาก่อนแล้วถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ถ้าเรามาถึงก่อนเราก็ได้ก่อน”

“เออ! ถ้าพวกมึงมาถึงก่อนก็ได้ไปแล้วไง แต่นี่พวกกูมาก่อนไงจ๊ะ เสียดายไปนะไอ้น้อง” เยรินหรือจะยอม ไอ้เด็กนี่ปากวอนหาตีนนัก

“กวนตีน!

“แหม ทำอย่างกับมึงไม่กวนตีนอ่ะนะ แค่มองหน้ามึงเฉยๆ ก็อยากเอาตีนไปประทับแล้ว หน้าตาวอนมีเรื่องฉิบหาย”

เยรินคิดว่าไอ้เด็กนี่ต้องเป็นหัวโจกในโรงเรียนแน่ๆ ท่าทางเอาเรื่องไม่น้อยเลย แล้วอีกสามคนนี่ก็ลูกกระจ๊อก ดูใช้การห่าไรไม่ได้เลยอ่ะ

“ปากอย่างนี้ถือไปเองละกัน” คนอาสาถือไม่อยากมีเรื่อง แต่คนมีเรื่องไม่อาสา

“อย่างกับกูจะง้อ”

เยรินกำลังก้มตัวลากลังหมูกระป๋องไปทางประตู ก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งมาพอดี

“โอ๊ยตากู! เห็นตูดมึงพอดีเลย”

วีส่งเสียงทักออกมา เยรินถึงกับปล่อยมือจากลังแล้วหันไปหาคนที่มา พุ่งไปตบหัวอย่างไว

“ตูดกูทำไม มึงจะล้อกูตูดใหญ่อีกแล้วใช่ไหม ไอ้คนเฮงซวยนี่!

“โอ๊ย! มึงพูดของมึงเองนะ กูเปล่า” วียกแขนขึ้นกันหน้า

“ไร้สาระฉิบหาย มายกไป!

“ใครวะ หน้าตาดีอ่ะ น่ารักๆ ทั้งนั้น” วีเดินเข้ามาในห้องเก็บของ มองอีกสี่คนที่มองตนอยู่

“คนรอดชีวิตอีกกลุ่มไง โง่จริง”

“กูรู้ป้ะว่าคนรอดชีวิต ชื่อไรกันน่ะ มาจากไหน ยังเด็กกันอยู่เลยนี่”

“ทำไมต้องบอกวะ ธุระไม่ใช่”

วีหรี่ตามองเด็กตัวสูงกว่าใครที่พูดจาไม่เข้าหู เยรินเห็นเพื่อนเงียบก็เดินไปตีหลังเบาๆ

“ช่างแม่งเหอะ ไอ้เด็กนี่มันกวนตีน เฮียใหญ่ยังไม่ใส่ใจเลย มึงก็อย่าไปใส่ใจ”

วีมองเขม็งไปยังเซฮุนอีกครั้งก่อนจะยกลังขึ้นมาแล้วออกจากห้องไป เยรินรีบเดินตามไปติดๆ

“ไอ้เหี้ย..สายตาเมื่อกี้น่ากลัวมากเลย หัวใจกูจะหยุดเต้น” เตนล์ถึงกับยกมือกุมอก ใจหายแวบเลยเมื่อกี้

“เราว่าคนกลุ่มนี้อาจไม่ธรรมดานะ พกปืนพกอาวุธกันทุกคน สายตาท่าทางก็น่ากลัวด้วย เราอย่ามีเรื่องกับเขาอีกดีกว่านะ บางทีคนอื่นๆ อาจไม่ได้ใจดีเหมือนผู้ชายคนแรกก็ได้”

จีมินก็รู้สึกหนาวๆ กับสายตาของคนที่น่าจะชื่อวีเมื่อกี้เหมือนกัน

“ฉันว่าคนที่มีปัญหาสุดคือเซฮุน แกต้องรู้จักสงบปากสงบคำบ้างนะ เพื่อชีวิตเราทุกคน ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไป คนก็เปลี่ยน มันก็ทำอะไรกันได้ทุกอย่าง ดูอย่างพวกที่เราหนีมันมาสิ จะมีคนรอดชีวิตอีกสักกี่คนที่ยังหลงเหลือความเป็นคนและเป็นคนดีบ้าง”

จื่อวีว่าเซฮุนควรปรับตัวหน่อย จะวอร์กับทุกคนที่เจอก็ไม่ได้ เดี๋ยวได้ตายเร็วกันหมด บอกตรงๆ ตอนนี้เธอเข็ดขยาดกับพวกผู้ใหญ่มาก

“เออรู้แล้ว จะพยายามละกัน ไปหาห้องนอนเหอะ กูเพลีย”

เซฮุนเดินออกจากห้องเก็บของคนแรก ทุกคนได้แต่มองหน้ากันอย่างหวั่นใจ

 

 

 

 

 

“ขี่มาเลยเหรอ เห่อจริงๆ”

มาร์คบ่นเมื่อลูกสาวขับรถมอเตอร์ไซค์สีดำมาจอดตรงหน้า ฮยอนจินที่อยู่ใกล้ๆ เท้าเอว

“เสียงรถมันจะไม่ดึงพวกกัดมาหาเราอีกใช่ไหม เสียงท่อแหลมไปหรือเปล่า”

“ก็ธรรมดานะคะ หนูชอบคันนี้” อเล็กซิสดับเครื่องแล้วตั้งขาตั้ง ยังคร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่

“เอาเถอะ ชอบก็ดีแล้ว” มาร์คไม่อยากบ่นอยากว่าอะไร ตามใจลูก

“นี่มาร์ค”

“ครับ” มาร์คหันไปมองพี่สะใภ้ ฮยอนจินเดินมาพิงกับกระโปรงรถที่มาร์คนั่งอยู่

“ฉันว่าเราไปตามพวกนั้นดีไหม ไปกันนานแล้วนะ”

“กลัวจะคลาดกันน่ะสิครับ”

“ไม่หรอกมั้ง ฉันเป็นห่วงไรอัน”

“ผมก็ห่วงเมียผมเหมือนกัน”

“ห่วงแต่ก็ยังใจเย็นนั่งรอเฉยๆ เนี่ยนะ”

“แล้วพี่จะให้ผมทำยังไง”

“เดินทางต่อสิ ไปหาพวกนั้น”

“เขาไปทางไหนกันก็ไม่รู้นะ ถ้าเขากลับมาคนละทางกับที่เราไปแล้วไม่เจอพวกเรา จะทำยังไง”

“แกก็คิดเยอะ”

“แต่มันก็เป็นไปได้นี่”

“พอเถอะค่ะทั้งคู่เลย รออีกสักครึ่งชั่วโมงหรือชั่วโมงนึงก่อนแล้วกัน ถ้ายังไม่มากันอีกค่อยไปตาม”

ไอรีนช่วยออกความเห็นก่อนที่ทั้งสองจะเถียงกันไปมาแล้วสุดท้ายลงเอยด้วยการทะเลาะ ตอนนี้ไม่มีทั้งพี่ไรอันและพี่แบมแบมคอยห้ามด้วย

สามีเธอก็ไปเป็นเพื่อนพี่แบม เธอห่วงมากเหมือนกัน แต่ก็ทำได้แค่ใจเย็นและรอ

“เอาตามที่ไอรีนว่าละกันนะครับ”

มาร์คเองก็อยากไปตาม แต่คนทางนี้มีเยอะกว่า แล้วยังมีพวกเด็กๆ อีก เขาไม่อยากเดินทางไปไหนมาไหนโดยไม่จำเป็น สี่คนนั้นที่แยกตัวไปก็เป็นเรี่ยวแรงสำคัญของกลุ่มซะด้วย นั่นเท่ากับว่าคนมีฝีมือในกลุ่มนี้มีน้อยกว่าด้วยซ้ำ คนที่แม่นปืนก็มีแค่เขาและไอรีน แจบอมก็พอใช้ได้ นอกนั้นก็

“เอาอย่างนั้นก็ได้ อีกแค่ชั่วโมงเดียวนะ” ฮยอนจินมองนาฬิกาข้อมือแล้วก็เดินกลับไปรอที่รถตัวเอง

มาร์คและไอรีนมองหน้ากัน ประหลาดใจที่หมู่นี้พี่ฮยอนจินชักจะเรื่องมากน้อยลงทุกทีแล้ว

 

 

 

 

 

ท่านนายพลดูรายงานผลแล้วถอนหายใจ ชานซองที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานขออนุญาตเอ่ย

“ท่านครับ”

“หืม?” ซึงฮยอนเงยหน้ามองผู้ใต้บังคับบัญชา

“ผมว่าเราควรจะทำอะไรสักอย่างกับอูยอง”

“เราทำมาหลายครั้งแล้วเขาไม่ปริปากบอกอะไร ขนาดให้ไปอยู่ศูนย์วิจัยแทนที่จะเป็นที่นี่เผื่อเขาจะเผลอลดความระมัดระวังตัวก็ยังไม่ได้ผล”

“แต่ถ้าเราให้เขาบอกเรื่องของหมอต้วนแทนล่ะครับ”

“บอกแล้วช่วยอะไรได้”

“ท่านไม่สงสัยในตัวเขาบ้างหรือครับ”

“สงสัยสิ และคิดว่าเขาน่าจะกำลังทำตามที่หมอต้วนเคยทำ”

“ท่านทราบ?”

“แค่เดาๆ ผมก็พอได้ยินนักวิจัยเขาคุยๆ กันอยู่บ้างว่าอูยองน่าสงสัย และเอกสารที่เขาอ่านนั่นผมแน่ใจว่าต้องเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของสังกัดเก่าเขา”

“ของPPIหรือครับ?

“ใช่ และมันอาจจะยิ่งกว่านั้น”

“อะไรครับ?”

“อาจจะเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานของหมอต้วน”

“ว่าไงนะครับท่าน ทำไมท่านคิดว่าเป็นของหมอต้วนแทนที่จะคิดว่าเป็นของเขาเองล่ะครับ”

ชานซองทั้งตกใจและสงสัย แต่ท่านนายพลไม่ได้ตื่นตระหนกไปด้วยเลย

“เชื้อที่เพาะเลี้ยงและเอกสารของหมอต้วนหายไป คุณเองคงจำเรื่องนี้ได้”

“จำได้ครับท่าน”

“อูยองและหมอต้วนเคยเป็นทีมเดียวกันตอนทำงานPPI

“ครับ เรื่องนั้นก็ทราบ”

“หมอต้วนเคยเป็นหัวหน้าทีมวิจัย เมื่อเขาออกไป และทุกคนในทีมก็ออก แต่ถ้ามีบางคนไม่ได้ออกจากทีมล่ะ ถ้ามีบางคนทำงานวิจัยนั้นต่อล่ะ”

ชานซองคิดตามแล้วก็เบิกตากว้าง

“ท่านหมายความว่า

“อูยองเป็นคนเก่งมาก ถ้าเทียบกับข้อมูลของคนที่อยู่ในทีมวิจัยแล้ว ความรู้ความสามารถอูยองอยู่กลางๆ ก็จริง แต่ถ้าไม่มีใครยอมทำต่อและเขาได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมต่อล่ะ เขาอยู่ที่นี่ ดึงตัวมาทำงานง่าย และเคยทำงานกับหมอต้วน คุณคิดว่าPPIจะปล่อยเขาเหรอ ถ้าเขาทำต่อแต่ข้อมูลงานทุกอย่างหมอต้วนเก็บไว้ เขาต้องการใช้มัน นั่นก็สอดคล้องกับที่งานของหมอต้วนหาย สถาบันโดนระเบิด เอกสารที่อูยองไม่เคยเอาห่างตัวอาจจะเป็นข้อมูลของเชื้อที่พัฒนาจนกลายเป็นโรคนรกนี่ก็ได้”

“ที่ท่านว่ามาก็เป็นไปได้ แต่มันจะเป็นอย่างนั้นเหรอครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาควรจะแจกจ่ายเอกสารนั่นให้นักวิจัยทุกคนช่วยกันทำยายับยั้ง ไม่ใช่เก็บงำไว้คนเดียว”

“ถ้าเขาเป็นคนทำเชื้อนั่นต่อ เขาก็อาจจะทำยาต้านได้ และมันคงมีเหตุผลที่เขาปกปิดเรื่องเอกสารนั่นกับทุกคน ผมคิดว่าคงมีเหตุผลอื่นที่นอกเหนือจากความเห็นแก่ตัว”

“หมายความว่าท่านจะไม่ตามตัวหมอต้วนแล้วเหรอครับ”

“ผมแค่อยากเผื่อใจไว้ เผื่อหมอต้วนตายเราก็ยังเหลืออูยองให้ทดลองทำยาไปเรื่อยๆ แต่ถ้าหมอไม่ตายและหาตัวเจอ แน่นอนว่าผมต้องการเขามากกว่าอูยอง จากผลงานที่ผ่านมา ผมคาดหวังในตัวเขามากกว่า”

“ผมจะพยายามหาตัวหมอต้วนมาให้ได้ครับ”

“ขอบใจ”

“ท่านครับ”

“ว่ามา”

“เรื่องปิดเมืองหลวงเพื่อล้างทั้งเมืองท่านยังมีแผนจะทำต่อไหมครับ”

“อยากทำ แต่คงต้องรอให้ผู้รอดชีวิตอพยพออกจากเมืองให้หมดก่อน หรือถ้าไม่หมดก็ต้องเหลือให้น้อยที่สุด ผมไม่อยากเสียประชากรไปมากกว่านี้ จะรออีกสักเดือน”

“ถ้าในอีกหนึ่งเดือนยังออกจากเมืองกันไม่หมดล่ะครับ”

“คงต้องทำใจปิดเมืองทั้งอย่างนั้น เราต้องการสาธารณูปโภคนี่ ผมไม่อยากให้ประเทศนี้ล่มจมไปทั้งๆ อย่างนี้ ถ้าเรามีน้ำ ไฟ และอื่นๆ เราคงจัดการอะไรๆ ได้ง่ายกว่านี้ล่ะนะ”

 “นั่นสินะครับ..” ชานซองฟังแล้วไม่สบายใจเลย

มันจะทำได้จริงๆ น่ะเหรอ กว่าจะถึงหนึ่งเดือนกลัวแต่ว่าจะมีพวกกัดเพิ่มมากกว่าเดิมจนเกินกำลังจะจัดการน่ะสิ แค่นี้ก็ฆ่าไม่หมดแล้ว

 

 

 

45%

 


 

 “ทำหน้าให้มันดีๆ ไม่ได้รึไง” ไรอันที่ทั้งร้อน เหนื่อย และเหม็นกลิ่นซากศพหาที่ระบาย และภาชนะรองรับอารมณ์นั้นคือเด็กใหม่

แต่แม้โดนดุลูคัสก็ไม่ได้ชักสีหน้าหรือมีท่าทีไม่พอใจ เขากลับรีบปรับสีหน้าให้ดีขึ้นทั้งที่ดูก็รู้ว่าอ่อนแรง

ลูคัสไม่ได้กินอะไรมาหลายมื้อแล้ว และยังต้องช่วยพวกแบมแบมกำจัดพวกกัดที่ขวางทางด้วย อยู่เฉยๆ ยังพอเก็บกักพลังงานได้ แต่ออกแรงมากๆ แล้วลูคัสหน้ามืด

แบมแบมถอนหายใจ เดินไปพลางค้นอะไรในกระเป๋าเป้ รั้งไหล่กว้างให้หยุดเดิน ทุกคนพากันมองว่าแบมแบมทำอะไร

มันเป็นหลอดเล็กๆ แบบที่นักเทคนิคการแพทย์ไว้ใส่เลือดที่เจาะจากคนไข้ แต่ภายในไม่ใช่เลือด มันเป็นเกล็ดสีขาวๆ

“น้ำตาล กินซะสิ แล้วดื่มน้ำตาม น้ำตาลนายน่าจะลง ตอนนี้ไม่มีอะไรกิน ของหวานก็ไม่มี”

แบมแบมยื่นหลอดน้ำตาลให้ แต่ลูคัสลังเล มีสีหน้าไม่แน่ใจ เห็นท่าทางนั้นแบมแบมก็หัวเราะทันที

“ไม่ต้องกังวล สะอาด หลอดใหม่”

“ขอบคุณครับ” ลูคัสรับหลอดมาเปิดจุกแล้วเทกรอกใส่ปาก ชางอุคมองอย่างแปลกใจ

“พี่เอาน้ำตาลติดตัวมาด้วยเหรอครับ”

“อื้อ เผื่อใครบาดเจ็บแล้วจำเป็นต้องทำน้ำเกลือน่ะ”

ชางอุคพยักหน้าเข้าใจ ไม่ได้ถามต่อ เพราะไอ้การทำน้ำเกลือให้คนป่วยเนี่ย พี่แบมแบมเคยสอนแล้ว

“อาจจะไม่ได้ดีขึ้นปุบปับ ถ้าเจอพวกกัดนายก็ไม่ต้องสู้หรอก คอยหลบเอาไว้ เดี๋ยวหน้ามืดเป็นลมจะลำบากพวกเราอีก ดีไม่ดีโดนรุมกัดช่วยไม่ทันได้ตายฟรี”

แจ็คสันกอดอก เอ่ยขึ้น ไรอันได้แต่ถอนหายใจแต่ทำอะไรไม่ได้

“แต่ผมไม่เป็นไรนะครับ ผมช่วยได้” ลูคัสกระตือรือร้นไม่อยากเป็นภาระ

“เราคงไม่โชคร้ายเจอผีเป็นโขยงจนต้องให้นายช่วยหรอก” ชางอุคก็เห็นด้วย

ตั้งแต่ออกจากสำนักงานมา ก็เจอพวกกัดประปราย ไม่น้อยไม่มาก แต่เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน และแม้ลูคัสจะบอกว่าตัวเองสายหลบไม่ใช่สายสู้ แต่เขาก็ช่วยได้มาก สู้ทั้งที่ทักษะการต่อสู้น้อยนิด

 

 

 

 

 

จินยองนั่งบนเก้าอี้ตรงระเบียงห้องพักของโรงแรมอย่างไม่สนใจไยดีว่าจะมีผู้รอดกลุ่มอื่นเห็นหรือไม่ ขาเรียวใต้กางเกงยีนยกขึ้นไขว่ห้างพาดตักอีกข้าง นิ้วเรียวคีบบุหรี่ที่มีควันแดงวาบไว้ สูบอัดพิษร้ายอีกครั้งก็ดีดเถ้าตรงปลายทิ้ง

“พี่” เสียงของฮันบินเอ่ยเรียก เปิดประตูกระจกระเบียงออก จินยองไม่ได้หันมองแต่เอ่ยถาม

“ว่า”

“เราควรย้ายที่ไหม พี่เคยบอกว่าไม่อยากอยู่ร่วมกับกลุ่มที่รอดกลุ่มอื่นอีกแล้ว”

จินยองผ่อนลมหายใจปะปนไปกับควันบุหรี่

“ขี้เกียจว่ะ”

“มันไม่ใช่เหตุผลเลย”

“เด็กมอปลายจะกลัวอะไรมัน”

“แต่ไอ้เด็กนั่น ไอ้ตัวสูงๆ ท่าทางมีปัญหา”

“พวกเราเป็นคนดีมากมั้ง”

เยรินหัวเราะคิกเพราะฟังอยู่ตลอด วีที่นอนหงายบนเตียงฮัมเพลงเบาๆ แต่หูฟังการสนทนา

มือที่ว่างของจินยองไล้ลงบนวิทยุสื่อสารเบาๆ ลูกน้องเห็นอย่างนั้นก็ได้แต่มองหน้ากัน

เยรินคลานมาหาร่างโปร่ง

“พี่น่าจะติดต่อพี่แบมไปบ้างนะ”

“ไม่จำเป็น” จินยองมองทิวทัศน์ที่พังพินาศเขม็งราวกับเป็นทัศนียภาพอันงดงาม ไม่หันมองเยริน เด็กสาวขยับนั่งคุกเข่า

“แต่เขาอาจจะกำลังเป็นห่วงและรอพี่ติดต่อไป”

“ถ้ามันคิดถึงฉันต้องติดต่อมาก่อนสิ”

“แต่เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นใครจะกล้า แม้จะเป็นพี่หมอก็เถอะ” วีเอ่ยขึ้นมาบ้าง ทุกคนเงียบกริบ

“หิวข้าว ไปทำอะไรมากินหน่อยไป” จินยองสั่งเรียบๆ เยรินถอนหายใจ เงยหน้ามองฮันบินที่ยืนค้ำหัว ฮันบินไหวไหล่ เดินไปที่กระเป๋าเสบียง วีดีดตัวขึ้นนั่ง

“ลงไปใช้ครัวข้างล่างไหม”

“ไปทำไม ขี้เกียจไปเจอพวกนั้น”

“แต่ฉันอยากเจอ”

“เล็งใครไว้”

“พอเลยพวกมึง อย่าไปทำรุ่มร่าม เจอเรื่องผีกัดก็เหี้ยพอแล้วอย่าไปสร้างความลำบากให้ชาวบ้าน”

จินยองปรามเสียงเข้ม วีและฮันบินชะงัก ก่อนจะรับคำพร้อมกัน ฉุดกระชากกันออกไปจากห้อง

เยรินยังนั่งที่เดิม จินยองถอนหายใจ จะทิ้งบุหรี่แต่หญิงสาวรีบร้องห้าม

“อย่าทิ้ง! เหลืออีกตั้งครึ่งนึง เสียดาย เอามานี่” เยรินรับไปจัดการต่อ จินยองเหลียมองเธอ ผลักหัวสวยเบาๆ แล้วยิ้มนิดๆ

เยรินก็เหมือนลูกสาวเขาอีกคน วีกับฮันบินก็เหมือนน้องในไส้ ถ้าก่อนเรื่องจะจบเขาไม่เสียแค่ชยอนูล่ะจะทำยังไงดี

มันน่ากลัวเกินไป

เขาควรตระหนักถึงภัยร้ายของโรคนี้ได้ตั้งแต่คราวแฮยองแล้ว

คนยิ่งเยอะยิ่งดูแลลำบากก็จริง แต่ถ้าเจอพวกผีเป็นสิบเป็นร้อยมีแค่สี่คนจะเอาตัวรอดยังไง ลำพังเขาตายเขาไม่เสียดายชีวิตหรอก ลูกผัวไม่มี แต่ไอ้สามคนนี้นี่สิ

หรือเขาคิดผิดนะที่แยกจากหมอมา แม้คนรอบตัวหมออาจจะใช้ไม่ได้ทุกคนแต่หมอมันเป็นคนดี ดีมากด้วย ดีแบบหาได้ยากไม่ว่าจะในโลกเสื่อมทรามหรือโลกปกติ

จินยองมองวิทยุ ใจลังเลหนักว่าจะใช้ดีไหม

 

 

 

 

พวกกัดกลุ่มหนึ่งไม่เกินเจ็ดคนเดินโซซัดโซเซอย่างหิวโหยตรงมาทางกลุ่มของแบมแบม ไรอันถึงกับกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย ทุกคนตื่นตัวตั้งรับ เพราะจะหลบตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว และลูคัสเองก็ยังไม่หายทึ่งเลยที่คนพวกนี้ไม่กลัวพวกกัดเลย หรือกลัวแต่ไม่แสดงออกก็ไม่รู้

ชางอุค แจ็คสัน และไรอันมีมีดยาวกับมีดสั้นเป็นอาวุธ ขณะที่แบมแบมใช้ดาบที่ได้จากจินยองเช่นเคย

แจ็คสันเปิดการต่อสู้ก่อน เขาตรงเข้าหาผีตัวหนึ่งที่เดินตัวเอียงเอวด้านขวาแหว่งจนอวัยวะภายในไหลกองห้อยออกมาด้านนอก มือหนึ่งจับหัวอีกมือแทงมีดลงไป ทั้งหมดใช้เวลาไม่กี่วินาที

“แกน่ะไปหลบหลังรถคันนั้น ถ้าเกะกะโดนกระซวกแน่” ไรอันตะโกนบอกลูคัสแล้วถีบพวกกัดตัวหนึ่งที่เป็นชายกล้ามใหญ่แต่หัวแบะสมองไหล เมื่อมันเซก็ตวัดมีดตัดคอ

ลูคัสรีบวิ่งไปหลบหลังรถเก๋งคันหนึ่งตามที่ไรอันบอก

ชางอุคจะโถมใส่พวกผีตรงหน้าแล้วแต่ต้องชะงักเมื่อด้านหลังถูกดึง เขาไวพอตัวถีบตัวหน้าไปไกลๆ แล้วเอี้ยวหันไปด้านหลัง ผงะเมื่อเจอผีดิบตัวหนึ่งพ่นลมหายใจเหม็นเน่าห่างไปไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือ มันยึดกระเป๋าที่เขาสะพายไว้ เขาปักมีดใส่มันแล้วจับแขนเหวี่ยงตัวมันข้ามหัวลงไปนอนกับพื้น ทับตัวที่เขาถีบไปพอดี

ศิลปะการต่อสู้ที่เรียนมาไม่เสียเปล่า

            แบมแบมด้วยความที่อาวุธยาวกว่าใครเขาตวัดดาบทีเดียวก็ตายไปสอง ตัวหนึ่งคอขาดกระเด็น อีกตัวเกือบขาด

            ลูคัสมองการเคลื่อนไหวต่อสู้ทั้งหมดของทั้งสี่อย่างชื่นชมและเก็บรายละเอียดว่าถึงคราวคับขันควรจะทำยังไง

            เหงื่อไม่ทันออกก็ฆ่าได้อีกกลุ่ม แต่เลือดเน่าที่เปรอะตัวทำให้ทุกคนต่างไม่ชอบใจ

ทุกคนเดินทางต่อ แต่ไม่ใช่เส้นทางเดิมตอนขามา ทำให้ได้เจอกลุ่มรอดชีวิตอีกกลุ่ม กลุ่มที่ไม่มีท่าทีคุกคามแต่กลับดูร้อนรน

“แค่ผ่านทางใช่ไหม จะไปก็ไปเลย ที่นี่คือฐานของพวกเรา”

หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยกับพวกแบมแบมด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร ไม่คุกคามแต่ระวังตัว

คนที่ขวางทางกลับกลุ่มของแบมแบมคือชายสามคนและหญิงอีกหนึ่งคน ฐานที่ว่าคืออู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ และอาวุธในมือของทุกคนก็คือเครื่องไม้เครื่องมือในอู่

“เราก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากที่นี่เหมือนกัน”

แจ็คสันยืนนำหน้าทุกคนในกลุ่ม แค่รังสีสังหารของเขาก็ทำให้อีกฝ่ายขยาดได้ แต่ก็แค่รู้สึกชั่วแวบหนึ่ง ในเวลานี้ไม่มีใครมาเหนือใคร ใครพวกมากก็ชนะ พวกเขาคิดกันแบบนี้ กลุ่มแบมแบมมีห้าคนเอง

“อาวุธดีนี่นา มีอาหารไหม”

ชายคนหนึ่งเห็นว่าเป็นถิ่นตัวเองก็ละโมบ  ไรอันคิ้วขมวดฉับ ไม่พอใจ ออกหน้าไปฉะด้วย ชางอุคก็ห้ามไม่ทัน

“เป็นขอทานรึไง”

“อ่าวไอ้นี่! มีแค่ห้าคนอย่ามาปากเก่ง”

ทั้งสองฝ่ายทำท่าจะโผนเข้าหากันแต่แบมแบมปลดเป้บนไหล่แล้วโยนไปแทบเท้าชายคนที่ละโมบ

การกระทำทุกอย่างหยุดชะงัก ชายคนนั้นรีบหยิบเป้แบมแบมขึ้นมา แม้แต่กลิ่นที่น่าสงสัยก็ไม่ได้ทำให้ความอยากได้ลดลง

“เฮ้ย!

พอเปิดกระเป๋าแล้วเห็นของข้างในชายคนนั้นก็ร้องเสียงหลงแล้วโยนกระเป๋าคืนมา แต่คงแรงมากไปหน่อยหัวจองกุกเลยกลิ้งหลุนๆ ออกมา

ฝั่งตรงข้ามแตกฮือทันที แบมแบมหน้านิ่ว ขึ้นเสียงดัง

“มีมารยาทบ้างสิวะ! ทั้งเนื้อทั้งตัวก็มีกันแค่ที่เห็น จะเอาหัวนี่ไปแดกป้ะละ”

แบมแบมเลียนแบบคำพูดและท่าทางของจินยองมา ให้ดูไม่อ่อนแอ

ร่างบางเก็บหัวใส่กระเป๋าตามเดิมแล้วสะพายหลัง

“อะเอาไปทำอะไร”

“เสือก” ไรอันว่าสั้นๆ แต่เจ็บ ทุกคนหน้าตึง

“ไปเถอะ ถ้าค่ำแล้วจะแย่ครับ”  ชางอุคเร่งเร้า ทุกคนเห็นด้วย

แต่ก่อนจะได้จากไปแบบไม่เสียเลือดเนื้อ ก็มีเหตุให้แบมแบมรั้งรออยู่อีกครั้ง

“แย่แล้ว รินะจะคลอด!

แค่ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกชายหนึ่งในสามคนที่ขวางทางกลุ่มแบมแบม ไรอันก็ได้แต่สาปส่งฟ้าดินในใจ

อย่านะ อย่าเชียวนะ

“คลอด?” แบมแบมเผลอร้องถาม ทุกสายตาหันมาทางเขา ชางอุคตบหน้าผากตัวเองทันที เหนื่อยใจ

“ไม่เอาน่าแบม” แจ็คสันส่ายหน้า แบมแบมดูลังเล

“ถามทำไม หรือว่าทำคลอดเป็น ทำเป็นใช่ไหม!?

ชายกลางคนร่างสูงใหญ่รี่มาหาแบมแบม ลืมความกลัวทั้งหมดไปหมดสิ้น

“เอ่อ..” แบมแบมตีกับความคิดตัวเองในหัว เขาเข้าใจทุกคน ทั้งสองฝ่ายเลยด้วย

ไม่ช่วยก็คงรู้สึกแย่ ช่วยก็แย่ ทางมาร์คก็กำลังรออยู่

เขาจะตัดสินใจยังไงดี

 

 

TBC.


 **

กลุ่มเฮียใหญ่กับเซฮุนเจอกันแล้ว เย่ เปิดด้วยสถานการณ์ขำๆ ไม่อยากให้เครียดกัน

แต่จะอยู่ที่เดียวกันได้อีกนานไหม จะแตกกระเจิงหรือเดินทางไปด้วยกันล่ะ?


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 289 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. #2498 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 20:33
    แบมเอ้ยยยย เกรียนมาก ตอนนี้ไม่เครียดเลย เหมือนไรท์แต่งมาให้คนอ่านผ่อนคลายบ้างไรงี้ 5555555 ตอนก่อนๆ คือหนักหน่วงจริง
    #2,498
    0
  2. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:18
    ทุกการตัดสินใจ... เป็นสิทธิ์ของแม่ค่ะ....
    #2,468
    0
  3. #2339 Chiracc (@Chiracc) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 21:42
    หมอคะ รีบกลับค่ะ
    #2,339
    0
  4. #2248 kor_kod1 (@kor_kod1) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 20:08
    โอ้ยย แบมมม55555
    #2,248
    0
  5. #2205 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 21:52
    ค่ะคุณหมอ
    #2,205
    0
  6. #2142 SDK15 (@SDK15) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:43
    แบมจะทำคลอดไช่ไหมก็ความเป็นหมออะเนาะ
    #2,142
    0
  7. #2141 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:37
    เฮียใหญ่น่าจะวาร์ปไปรวมกลุ่มกับเด็กๆนะคะแง สำหรับตอนหน้าคือเดาว่าความเป็นหมอในตัวมันเยอะกว่า แบมแบมทำคลอดให้แน่ๆเลย
    #2,141
    0
  8. #2140 PavitaTuanrit (@PavitaTuanrit) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:19
    รอนานมากกกกก😂
    #2,140
    0
  9. #2139 Bella1997 (@KanjanaKunpitak) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:05

    คิดถึงเรื่องนี้มากๆเลยค่ะไรท์ รอแจ้งเตือนทุกวัน แงงงงง ดีใจๆ
    #2,139
    0
  10. #2138 lupang05 (@esther41) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:50
    เย้!!!!!
    #2,138
    0
  11. #2137 Praeguy (@prae7) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:29
    รอทุกวันเลยนะคะแงงงงง😭
    #2,137
    0
  12. #2136 2543135790 (@2543135790) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:35

    ในที่สุดไรท์ก็มา
    #2,136
    0
  13. #2135 2543135790 (@2543135790) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:34
    รอนานมากกกกก
    #2,135
    0
  14. #2134 atina-na (@atina-na) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:12
    รอตลอดเลยค่าาา อยากให้มาลงบ่อยๆจังงง
    #2,134
    0
  15. #2133 KuenNun (@KuenNun) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:32
    เมื่อไหร่จะจบอ่า ไม่อะไรอะไรนะ เราลุ้นจนไม่อยากให้ใครตาย ฮือออออ. หมอต้วนกับมาร์คอย่าตายนะ
    #2,133
    0
  16. #2132 Markbam2MB (@Markbamx2MB) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:08
    ในที่สุดไรท์ก้มาแล้วว
    #2,132
    0
  17. #2131 phitmanta (@phitmanta) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:03

    รออยู่ตลอดนะคะ
    #2,131
    0
  18. #2130 KGXUS8683 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:01
    รอนะคะไรท์
    #2,130
    0
  19. #2129 beebb_bb (@beebb_bb) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:14
    ยังรอเสมอออออ
    #2,129
    0
  20. #2128 Aoysao (@Aoysao) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:31
    ในที่สุดก็ได้อ่านต่อสักที นอนานมากเลยค่าาา ไรท์
    #2,128
    0
  21. #2127 PavitaTuanrit (@PavitaTuanrit) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:57
    ไรท์คะ มาต่อออออ. ฮือออสนุกมากก😭
    #2,127
    0
  22. #2126 MT?BB (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:04

    ขออนุญาตสอบถามนะคะ ตอนนี้นี่อยู่ประเทศอะไรหรอคะ? เการึป่าวคะ? ใครทราบตอบแทนได้นะคะ ??????????’?

    #2,126
    1
    • #2126-1 yoblackheart (@yoblackheart) (จากตอนที่ 33)
      6 มิถุนายน 2562 / 21:07
      น่าจะเกาหลีนะ
      #2126-1
  23. #2125 KanyaJantason (@KanyaJantason) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:22
    มันลุ้นทุกตอนจิงๆค่ะสนุกกกกกกก
    #2,125
    0
  24. #2116 LOOK_WALAK (@N_Nam0802) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 10:15
    ตัวละครเยอะม๊ากกกกกก
    และยังคงความเป็นแบม เก็บทุกคนที่เจอให้เข้าร่วมทีมด้วยเหมือนเดิม
    #2,116
    0
  25. #2095 SDK15 (@SDK15) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 22:40
    มาต่อได้แล้วค่ะแอดอกหนูจะแตกแล้ววว
    #2,095
    0