ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 32 : SS2 Chapter 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,947
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 240 ครั้ง
    30 มิ.ย. 61




 

            อเล็กซิสยิงถูกไหล่ผู้ติดเชื้อที่ท้องแหว่งจนเห็นกระดูกซี่โครงก่อนที่มันจะเอื้อมมือคว้าไหล่ของซองจิน เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มหันกลับมาแล้วใช้มีดปักหัวมันได้ทันก่อนมันจะโผนเข้าหาอีกครั้ง

            รถของบ้านต้วนติดฝูงพวกกัดอยู่ตรงถนนทางแยกก่อนทางที่จะไปตึกสามชั้นที่มีร่างจองกุก มันเป็นทางที่ใกล้สุดแต่เต็มไปด้วยพวกกัด มาร์คตัดสินใจพลาดที่มาทางลัดซึ่งใกล้กว่าทางที่มาครั้งก่อน แต่การตัดสินใจของเขาก็ผ่านการเห็นชอบจากทุกคนมาเหมือนกัน มันเลยไม่รู้จะโทษใครดี

            ฝูงกัดมีมากจนทุกคนต้องช่วยกันสู้ จะถอยกลับตอนนี้ก็สายไปแล้ว

            ซองจินหันกลับไปมองคนช่วยก็เจอลูกผู้น้องสาววิ่งไปถีบผีดิบที่กำลังวิ่งเข้าหายูคยอม

            ในสถานการณ์ตึงเครียดที่ต้องเอาตัวรอด ยังไงสายเลือดความเป็นครอบครัวก็มาก่อนอคติความเกลียดชัง ช่วยใครได้ก็ช่วยก่อน อเล็กซิสก็คิดแค่นั้น

            การเดินทางมาตามเส้นทางเดิมไม่ง่ายเหมือนที่ชางอุคบอก ทั้งที่พวกเขาอ้อมมาตามเส้นทางใหม่เพื่อเลี่ยงการเจอฝูงผีให้น้อยที่สุดแต่มันกลับตรงข้าม

            ผู้ติดเชื้อก็ไม่ได้น้อยลงจากครั้งก่อนที่มาเลย เหมือนฆ่าไปเท่าไรก็มีคนติดเชื้อเพิ่มเข้ามาแทน

            อาจเป็นไปตามที่แบมแบมเคยว่าไว้ว่าผู้ติดเชื้ออาจพัฒนาได้ เวลาแสดงอาการหลังติดเชื้ออาจลดลงก็ได้ คนป่วยกินคนถึงมีมากอย่างนี้

            “จู่ๆ ก็บอกว่าจะมาหาร่างไอ้เด็กผีนั่นระหว่างทางจะไปโรงบาล มันไม่ใช่เรื่องที่ตกลงกันไว้เลยนี่ แบมแบมเอาแต่ใจชะมัด ว้าย!

            ฮยอนจินบ่นสะใภ้อีกคนก่อนจะหวีดร้องเมื่อมีผู้ติดเชื้อใบหน้าแหว่งหายไปซีกหนึ่งเดินเข้าหา เธอใช้ปืนที่สามีให้ไว้ยิงสวนออกไปด้วยความตกใจ แต่มันก็แค่ถากต้นคอไปเท่านั้น มันผงะไปตามแรงกระสุนก่อนจะเดินเข้าหาเธออีกครั้งอย่างไร้ซึ่งความเจ็บปวด ฮยอนจินจ่อปืนไปทางผีดิบทั้งที่มือยังสั่น

            “หัว!

            แจบอมตะโกนเตือนสติหญิงสาวก่อนจะหันไปกำจัดผู้ติดเชื้อที่มาล้อมยังจุดจอดรถของพวกเขาเป็นสิบ

            ฮยอนจินสะดุ้งเฮือก หันมองแจบอม นั่นจึงทำให้พวกกัดมีเวลาประชิดเข้าหาตัวได้ ฮยอนจินถูกดันจนถอยหลัง เธอดันมันไว้ด้วยแรงทั้งหมดแล้วออกแรงผลักมันออกไป ใช้จังหวะที่ชิงมาได้น้อยนิดยิงออกไปอีกนัด คราวนี้ก็ยังเฉียดหัวมันจนเธอเริ่มโมโห ถีบพวกกัดออกจนมันหงายแล้วใช้มือซ้ายดึงมีดสำรองที่เหน็บไว้ตรงเอวออกมาแทงที่หัวมันหลายครั้ง

            “อาคะระวัง”

            อีกด้าน ดาฮยอนร้องบอกอาสาวที่ยืนปักหลักยิงพวกกัดที่ดาหน้าเข้ามาเป็นสิบคน ข้างหลังไอรีนมีผู้ติดเชื้อสองคนเดินเข้าไปใกล้ แต่ไอรีนที่รัวกระสุนออกไปสกัดผู้ติดเชื้อไม่ได้ยิน

            หญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์และหลบอยู่ในรถว้าวุ่นใจ ก่อนจะตัดสินใจก้าวลงจากรถแล้วรีบไปหาอาวุธที่อยู่ท้ายรถของอา

            ดาฮยอนคว้าเอามีดยาวกว่าฟุตมาถือ เธอไม่อยากใช้ปืนเพราะไม่อยากลองยิงในตอนนี้ กลัวจะพลาดไปโดนไอรีน

            หญิงสาวสูดลมหายใจลึกแล้วผ่อนออกระบายความตื่นเต้น กำมีดไว้แน่นแล้วก้าวยาวๆ  ให้เร็วขึ้นกว่าปกติตรงไปยังผู้ติดเชื้อที่เข้าใกล้อาสาวมากขึ้น เธอเคาะมีดลงกับพื้นดึงความสนใจพวกมันให้ห่างจากไอรีน

            เมื่อผีดิบตรงมาหาดาฮยอนที่รออยู่แล้ว มีดยาวก็ฟันลงที่ศีรษะของพวกกัดหนึ่งในสองคนนั้น แต่เธอลงแรงมากเกินไปจนมีดลงลึกติดอยู่กับกระโหลก ดาฮยอนชะงัก เริ่มกลัวขึ้นมาเมื่อดึงมีดไม่ออก

            การเคลื่อนไหวของดาฮยอนทำให้ผู้ติดเชื้ออีกคนหันมาสนใจเธอ ดาฮยอนออกแรงดึงมีดออก จนผู้ติดเชื้อเอนหงายมาหา เธอยื้อไว้หันผู้ติดเชื้อที่ยังค้างคากับมีดตัวเองไปเป็นโล่กันผู้ติดเชื้ออีกคน

            ผู้ติดเชื้อปะทะผู้ติดเชื้อ สองร่างทิ้งน้ำหนักมาหาจนดาฮยอนจะล้ม จังหวะนั้นมีดก็หลุดจากกระโหลกที่แตกพอดี ดาฮยอนกระโดดหลบพวกกัดสองร่างที่ล้มลงไปกับพื้นไปด้านหลัง เซแต่ยังทรงตัวได้

            แม้อีกตัวจะตายซ้ำสองแต่อีกตัวยังไม่ตาย มันลุกจากร่างพวกเดียวกันเข้ามาหาดาฮยอน หญิงสาวเงื้อมือจะฟันมันแต่ร่างมันกลับล้มลงต่อหน้าต่อตาเธอพร้อมกับเสียงปืนหนึ่งนัด

            ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อเห็นคนที่มาช่วย

            “ออสติน”

            “พี่จินยองสอนไว้น่ะครับ” เด็กชายยิ้มให้เธอ ก่อนจะลดปืนลง

“ขอบใจจ้ะ”

ไอรีนหันหลังมาตามเสียงปืน เห็นหลานทั้งสองก็หวีดร้อง

“ลงจากรถมาทำอะไรกัน กลับรถไปเดี๋ยวนี้นะ!

ทั้งสองสะดุ้งเฮือก ก่อนออสตินจะใส่เซฟตี้ที่ปืนวิ่งมาฉุดมือดาฮยอนวิ่งไปที่รถ ไอรีนหันหาพี่ชายคนรองก็เห็นเขากำลังฆ่าพวกกัดอยู่ไกลๆ กับยองแจ

 

 

 

 

 

แบมแบม ชางอุค ไรอัน และแจ็คสันแยกจากกลุ่มตรงถนนไปยังตึกสำนักงานที่คิดว่ายังมีร่างจองกุกอยู่

ทั้งสี่มีเลือดเปรอะกันไปคนละนิดคนละหน่อย กว่าจะมาถึงตึกไม่ง่ายเลย การเดินทางฝ่าฝูงพวกกัดก็ไม่มีครั้งไหนง่ายหรอก ชางอุคเป็นคนนำทาง แจ็คสันปิดท้ายคอยระวังหลังให้ทุกคน

ไรอันให้พวกเขาแยกมาหาจองกุกก่อนจะได้ไม่เสียเวลา หาเจอแล้วรีบไปสมทบกับกลุ่มที่รออยู่ที่รถ

“แกแน่ใจนะว่าจองกุกมันจะช่วยอะไรแกได้ ถ้ามาเสียเที่ยวล่ะแกโดนแน่”

ร่างสูงคาดโทษน้องสะใภ้ บ่นอย่างหัวเสียเมื่อหลบพวกกัดกลุ่มหนึ่งอยู่ด้วยกันในตรอกแคบ ผู้ชายสี่คนมาเบียดแอบในจุดเดียวกันไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์หรอกนะ อึดอัดจะตาย

พวกกัดไม่กี่คนพวกเขาก็จัดการได้แต่เปลืองแรง เลยจะรอให้มันผ่านไปก่อน

“ผมคิดว่าช่วยได้” แบมแบมกระซิบ อยู่ใกล้ไม่จำเป็นต้องเสียงดังเรียกพวกกัดหรอก

“ไม่แน่ใจสินะ” ไรอันหันไปดุแบมแบม

“ต้องลองก่อนสิครับถึงจะบอกอะไรได้”

แบมแบมพ่นลมหายใจออกมา มองค้อนพี่ชายสามีขี้บ่น บ่นแล้วจะมาด้วยทำไม

“อย่าเพิ่งเถียงกันเลยครับ ทางโล่งแล้ว ไปต่อเถอะ”

แจ็คสันชะโงกมองออกไปข้างนอก เห็นทางสะดวกก็ออกไปก่อนแล้วกวักมือเรียกทุกคนให้ตามออกมา

“ค่อยยังชั่วที่แถวนี้ไม่มีพวกกัด โอ๊ะ!

ชางอุคโล่งอก ยังเปรยไม่ทันจะจบก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีมือลอดมาจากใต้ท้องรถที่กำลังเดินผ่าน เขากระโดดหลบ ฉวยแขนแบมแบมไว้แน่นจนร่างบางที่เดินนำอยู่ใกล้สะดุ้งโหยงเซไปหา

“มีอะไร” แบมแบมถามอย่างตกใจ ชางอุคชี้ไปยังมือที่โผล่ออกมาจากใต้ท้องรถ

“พวกกัดน่ะพี่ ตกใจหมดเลย”

“เปล่า”

เจ้าของมือที่อยู่ใต้ท้องรถส่งเสียงออกมาแล้วถัดตัวออกจากใต้รถ ชางอุคลากพี่สะใภ้ออกมาห่างๆ อย่างระวัง

แจ็คสันและไรอันพากันหยุดเมื่ออีกสองคนไม่เดินต่อ

คนที่ออกมาจากใต้ท้องรถยนต์รุ่นใหม่ที่หน้ารถพังยับ คือ เด็กหนุ่มหน้าตาดีผมสีน้ำตาลท่าทางอิดโรย สวมเสื้อยืดคอกลมสีเหลืองขมุกขมัว กางเกงยีนสีซีดมีรอยขาดเปื้อนฝุ่นเต็มไปหมด

เด็กหนุ่มที่กะอายุด้วยสายตาไม่น่าเกิน 20 ปีส่งยิ้มเจื่อนมาให้ทั้งสี่ ลุกขึ้นยืน ที่หลังสะพายเป้แฟ่บๆ เหมือนไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเอาไว้

ทั้งสี่เห็นว่าเป็นคนรอดชีวิตที่ไม่อันตรายอะไรก็พากันหันหลังกลับไปตามทางเดิมที่ต้องการจะไป

เด็กหนุ่มเห็นว่าทั้งหมดไม่สนใจตนก็รีบวิ่งตาม

“เดี๋ยวก่อนครับ รอก่อน”

คนที่หยุดคือแบมแบม เขาหันไปมองเด็กหนุ่ม

“มีอะไรเหรอ”

“ผมหิวมากเลย พวกคุณพอมีของกินบ้างไหมครับ”

….

ทั้งหมดมองกวาดเด็กหนุ่มอีกรอบ มาขอกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ

“ขอโทษนะ เราไม่ได้เอาของกินติดมาเลย เรามาทำธุระ แต่มีน้ำนะ จะเอาไหม”

แบมแบมเปิดเป้ที่สะพายไหล่ทันทีโดยไม่รอให้เด็กหนุ่มตอบ ไรอันกอดอก กลอกตามองบนอย่างระอากับความใจดีของแบมแบม

น้ำและอาหารมันเป็นสิ่งหายากก็ยังจะใจดีไม่เข้าเรื่อง

“ขอบคุณมากครับพี่” เด็กหนุ่มยื่นมือมารับน้ำจากแบมแบมไปดื่มอย่างกระหายแล้วก้มหัวขอบคุณยกใหญ่ แบมแบมอมยิ้ม

“ไม่เป็นไรจ้ะ ค่อยๆ ดื่มก็ได้ นี่มาคนเดียวเหรอ จะไปไหนล่ะ”

“มาคนเดียวครับ จะไปไหนยังไม่รู้เลย คิดว่าจะหนีเข้าป่าเหมือนกัน แต่ยังไม่เจอป่าเลยอ่ะ ตอนเกิดเรื่องก็หนีตายจากวิดลัยกลับหอครับ แต่หอกลายเป็นดงผีไปก็เลยเร่ร่อนมาเรื่อยๆ เพื่อนที่หนีมาด้วยกันก็มีครับแต่มันติดเชื้อกันหมด ตอนนี้เลยเหลือผมรอดมาคนเดียว ผมยังคิดเลยว่าตัวเองนี่ดวงดีมาก คือผมคิดว่าผมเป็นคนโชคดีกว่าชาวบ้านนะครับ ตอนอยู่วิดลัยก็ไหวตัวทันก่อนคนอื่น ตอนกลับหอก็ยังก็หนีออกมาทันอีก”

“เอ่อ..

“เนี่ย ผมหนีไปก็หาของกินไปเรื่อยๆ แต่ของมันหายากมากเลย รามยอนห่อสุดท้ายที่เอามาจากหอก็หมดไปเมื่อสองวันก่อน น้ำก็หมด ผมไม่มีแรงจะไปต่อ ขี้เกียจสู้กับผีด้วย ง่วงด้วย ก็เลยมานอนใต้ท้องรถ คือผมคิดว่าพวกกัดมันคงไม่มีความสามารถขนาดก้มมองหาเหยื่อใต้ท้องรถได้น่ะครับก็เลยมาหลบอยู่ตรงนี้ ที่จริงผมอยากไปหลบบนต้นไม้ เมื่อก่อนผมเคยเดินป่ากับปู่ที่รู้จักที่เป็นพราน ก็พอได้วิชามาบ้าง แต่ในเมืองแบบนี้หาต้นไม้ยากมาก ผมกำลังคิดจะหาสัตว์มากินเหมือนกัน แต่ในเมืองนี่มีแต่หมากับแมวและมันจะติดเชื้อหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เหมือนกันเลยยังไม่ได้กิน แต่ผมไม่ใช่คนใจดำอำมหิตขนาดจะกินหมาแมวได้ลงหรอกนะ หาอะไรอย่างอื่นกินได้ก็กินไปก่อนน่ะครับ พี่คือผู้มีพระคุณของผมเลย ถ้าไม่ได้น้ำจากพี่คงแย่แน่”

 ผู้ใหญ่ทั้งสี่ได้แต่อึ้งกับเด็กหนุ่มตรงหน้าที่เอ่ยรัวเหมือนไม่ได้คุยกับใครมานาน

“อ้อ ผมชื่อลูคัสครับ เรียนปีสองวิทยาลัยพยาบาล เห็นหน้าตาแบบนี้ผมก็เป็นคนจิตใจอ่อนโยนนะครับ” เด็กหนุ่มฉีกยิ้มสดใส

“รีบไปเหอะ เสียเวลามากแล้ว”

ไรอันกระตุกแขนแบมแบมให้เดินต่อแต่แบมแบมสนใจในประวัติเด็กคนนี้มาก

เรียนพยาบาล..

“พ่อแม่ไปไหนล่ะ”

“อ่อ ผมเป็นเด็กกำพร้าน่ะครับ โตมากับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ตอนแปดขวบมีคนมารับไปเลี้ยงเหมือนกัน แต่พ่อบุญธรรมก็ตายไปเมื่อปีที่แล้ว บรรลุนิติภาวะพอดีก็เลยอยู่คนเดียว แต่ไม่ลำบากหรอกครับพ่อก็ทิ้งเงินไว้ให้จนพอเรียนจบอยู่ พ่อโชคดีกว่าผมอีกอ่ะที่ตายไปก่อนจะมาเจอโรคระบาดแบบนี้ พ่อผมเป็นคนกลัวผีกับพวกตัวประหลาดมากๆ คงหัวใจวายแน่ถ้าเจอคนตายลุกมาเดินเพ่นพ่าน”

“ไม่มีที่ไปก็ไปด้วยกันไหม”

แบมแบมเอ่ยถามแต่โดนไรอันกระชากซะตัวปลิวไปปะทะอกกว้าง

“แกอย่าได้คิดจะรับใครเข้ากลุ่มอีกเชียว” ไรอันก้มมองแบมแบม ดุเสียงเข้ม แบมแบมผละตัวออกมา

“ทำไมล่ะ เขาน่าสงสารออก แล้วเรียนพยาบาลด้วยนะ ต้องมีประโยชน์แน่” แบมแบมหน้านิ่ว ไม่เข้าใจว่าทำไมไรอันต้องห้าม

“น่าสงสารตรงไหน นิสัยใจคอมันเป็นไงเราก็ไม่รู้”

“เราไม่มีทางรู้หรอกครับ มีแต่เราจะช่วยหรือปล่อยไปเท่านั้น”

“ปล่อยมันไป มันไม่ได้ขอจะมากับเราก็อย่าไปเสนอโอกาสให้มัน”

“กลุ่มเราก็ใหญ่มากแล้วนะครับ” ชางอุคเห็นด้วยกับไรอัน ไม่อยากรับใครสุ่มสี่สุ่มห้าอีก คราวจองกุกยังติดคาในใจไม่หาย

“แต่จะว่าไป ถ้าเขาพูดจริง ทักษะเดินป่าก็มีประโยชน์นะ” แจ็คสันอยู่ข้างแบมแบม

ความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย ลูคัสมองผู้ใหญ่ทั้งหมดตาปริบๆ

“ผมอยู่คนเดียวได้นะ ไม่ต้องสงสารผมหรอก” เด็กหนุ่มยิ้มให้คนที่ให้น้ำกับตนมา

“เห็นไหมล่ะ” ไรอันชี้หน้าลูคัส แบมแบมถอนหายใจ

“อยู่คนเดียวมันลำบากนะ”

“ผมชินแล้วครับ” ลูคัสไม่อยากให้อีกฝ่ายลำบากใจ

“เราควรรีบไปหาจองกุกแล้วกลับไปหาทุกคนนะครับ ไม่รู้สถานการณ์ทางนั้นเป็นไงบ้าง” ชางอุคแย้ง เตือนสติแบมแบม

“นั่นสิ เราเสียเวลามากแล้วด้วย”

ไรอันปล่อยแขนน้องสะใภ้แล้วลากชางอุคให้เดินนำไปก่อน แบมแบมยืนนิ่ง แจ็คสันมองหน้าแบมแบมก็เข้าใจ หันไปถามลูคัส

“นายเคยฆ่าคนไหม”

“เห?! ถามอะไรอย่างนั้นอ่ะ!” ลูคัสตกใจ แจ็คสันกอดอกมองตาเด็กหนุ่ม จริงจัง

“แสดงว่าไม่เคย?”

“ก็ไม่เคยน่ะสิพี่” เด็กหนุ่มหน้านิ่วคิ้วขมวด

“พวกกัดล่ะ”

“ก็เคยอยู่ แต่ยกเว้นพวกกัดที่เป็นเพื่อนผมครับ ทำใจไม่ได้จริงๆ แต่ส่วนใหญ่ผมหนีอย่างเดียว ไม่จวนตัวจริงๆ ก็ไม่ฆ่าหรอกนะ ขี้เกียจ”

“แล้วใช้อะไรฆ่า”

“ของที่ผมทำเอง เนี่ยๆ”

ลูคัสหันหลังให้ทั้งสองดูด้ามไม้อะไรสักอย่างตรงปลายมีมีดทำครัว ใช้เทปสีดำพันด้ามมีดกับปลายไม้ เขาเสียบมันเก็บอยู่กับกระเป๋า

อาวุธประยุกต์ที่เขาทำเองทำให้แบมแบมและแจ็คสันมองหน้ากัน

แบมแบมมองเด็กหนุ่มอย่างจริงจังอีกครั้ง

“อยากไปด้วยกันไหม”

“ไปได้เหรอครับ”

คำตอบของลูคัสทำให้แบมแบมรู้ว่าเด็กคนนี้ก็คงไม่ได้อยากอยู่คนเดียวเท่าไร

“ถ้ามาเร็วกว่านี้คงจะฝากไปกับจินยองได้นะ”

แบมแบมเอ่ยยิ้มๆ หันไปมองแจ็คสัน คุณทหารอ่อนใจเมื่อนึกถึงคนที่จากไป

“นั่นสิ แต่เขาไปแล้วนี่ ถ้าคุณจะพาเด็กนี่ไปด้วยก็พาไปสิ”

“พี่ไรอันต้องเกลียดขี้หน้าฉันเพิ่มมากขึ้นแน่”

“ทำอย่างกับว่าคุณแคร์”

“ก็ไม่”

ทั้งสองหัวเราะกันเล็กน้อย ก่อนแจ็คสันจะตรงเข้ามาลากแขนลูคัสไปยังรถที่เขาเพิ่งคลานออกมา

แจ็คสันทำท่าจะถอดเสื้อยืดของเด็กหนุ่มออก ลูคัสกอดตัวเองไว้โวยวาย ขัดขืน

“พี่จะทำอะไรน่ะ! ผมไม่ชอบผู้ชายตัวบึ้กๆ หรอกนะ ปล่อยผมไปเถอะ”

ฉันก็ไม่ชอบนายหรอกน่า! ขอตรวจดูหน่อยว่านายไม่ได้โดนกัดมา กลุ่มเราเคยต้องเสียคนไปเพราะมีคนในกลุ่มโดนกัดแล้วไม่บอก

“อ่าวเหรอ จู่ๆ มาเลิกเสื้อกันไม่บอกใครก็ต้องกลัวไหมอ่ะ ถึงผมสูงกว่าี่แต่คงสู้กล้ามี่ไม่ไหวหรอกครับ”

ลูคัสยิ้มเจื่อน แบมแบมกลั้นหัวเราะออกมาเป็นเสียงกระแอมไอ แจ็คสันถอนหายใจ ตบหัวเด็กหนุ่มไปหนึ่งทีอย่างอดไม่อยู่

ปากดีนัก!

 

 

 

 

 

 

“แกพามันมาทำไม”

ไรอันเท้าเอวเมื่อเห็นทั้งสามเดินมายังหน้าตึกสำนักงานเป้าหมายแล้ว เขายืนรอและหวังว่าแบมแบมจะทิ้งไอ้เด็กพูดมากนั่นไว้ แต่แบมแบมกลับเอามันมาด้วยจริงๆ

“เราช่วยทุกคนที่เราเจอไม่ได้หรอกนะครับ เราต้องเดินทางกันอีกนานเลย”

ชางอุคเสริมขึ้น สนับสนุนไรอัน ไม่อยากให้แบมแบมใจอ่อนจนผิดพลาดเหมือนตน

“เราตรวจร่างกายเขาละเอียดแล้ว ไม่มีอะไร ปลอดภัย” แบมแบมยืนยันกับทั้งสองแต่มองตาไรอัน

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นแกต้องรับผิดชอบ” ไรอันชี้หน้าแบมแบม ย้ำหนัก แบมแบมพยักหน้า

“ครับ ผมจะรับผิดชอบเอง พี่ไม่ต้องกังวลหรอก”

ไรอันไม่อยากจะเถียงกับแบมแบมอีก แบมแบมรั้นเกินกว่าจะคุยด้วยไหว

“ไปหาจองกุกเถอะ”

แจ็คสันเปลี่ยนเรื่องแล้วเดินนำไปยังชั้นสอง แบมแบมรีบเดินตามไปทันที

ไรอันมองหน้าลูคัสนิ่งแล้วสะบัดหน้าเดินตามอีกสองคนไป ชางอุคพยักหน้าให้ลูคัสตามมาด้วยกัน

 

 

 

 

 

ร่างของจองกุกยังคงนอนอยู่ในห้องประชุมห้องเดิม แบมแบมเดินไปยังร่างที่ถูกแทงจนพรุน

“เยรินโมโหน่ะครับเลยแทงซะยับ”

ชางอุคบอกแบมแบมถึงเรื่องที่ลืมบอก แบมแบมพยักหน้ารับรู้แล้วมองทั้งร่างของเด็กหนุ่มที่เพิ่งเคยเจอหน้ากัน แม้เขาจะตายแล้วหลายวันแต่ก็ไม่ได้บวมอืด ผู้ติดเชื้อที่ตายแล้วก็ไม่เห็นจะบวมสักราย

เขาหน้าตาดีจริงๆ น่าเสียดายที่ตายตั้งแต่อายุยังน้อย

แบมแบมนั่งลงคุกเข่าแล้วพลิกศพดู ไรอันปล่อยให้น้องสะใภ้ทำงานไป ส่วนตนก็เดินไปยังหน้าต่างห้อง เปิดมันออกมองไปด้านนอก ล้วงบุหรี่ออกมาสูบ

ไรอันก็ใช่ว่าจะลืมว่าลูกชายตัวเองทำเรื่องอะไรไว้ รอยบนร่างจองกุกน่าจะเป็นฝีมือของซองจินแทนที่จะเป็นเยริน แต่ลูกเขาก็ช่วยอะไรกลุ่มในตอนนั้นไม่ได้เลย

แจ็คสันเดินมายืนคุยด้วย ไรอันเลยส่งบุหรี่ไปให้มวนหนึ่งพร้อมไฟแช็ค แจ็คสันขอบคุณแล้วรับมาจุดสูบ

“พวกพี่มาเพื่อหมอนี่เหรอ มาทำไม มีอะไรในศพนี้เหรอครับ”

ลูคัสถามชางอุค ไม่กล้ารบกวนแบมแบม ร่างสูงที่นั่งบนเก้าอี้นวมมองแบมแบมทำงานกวักมือเรียกลูคัสมานั่งด้วยกัน

อชางอุคเล่าย่อๆ ให้ฟังว่ามากันทำไมเด็กหนุ่มก็ร้องโอ้โหออกมาเสียงดัง

แบมแบมถอดเสื้อศออก ดึงมีดที่เหน็บเอวออกมากรีดตั้งแต่คอลงไปจนจรดท้องน้อย แหวกชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อออกจนเห็นอวัยวะภายในที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าชวนให้คลื่นเหียน ลูคัสที่นั่งมองอยู่เอ่ยถามแบมแบม

“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”

“เอาถุงซิปล็อกในกระเป๋าออกมาให้หน่อย”

แบมแบมพยักเพยิดไปทางกระเป๋าตนที่วางไว้ใกล้ๆ ลูคัสรีบวิ่งมานั่งยองข้างๆ แล้วค้นกระเป๋า เจอแพ็คถุงซิปล็อกก็หยิบออกมา

“มีปากกา เขียนตรงถุงให้ด้วย”

“ครับๆ”

แบมแบมตัดชิ้นเนื้ออวัยวะภายในของจองกุกออกมาอย่างเร่งรีบแต่ก็ประณีต จะให้แบกทั้งร่างเดินทางไปด้วยก็คงไม่ดี

แค่ 30 นาทีแบมแบมก็จัดการกับร่างจองกุกเสร็จเรียบร้อย เย็บปิดแผลให้ด้วย ก่อนจะลุกขึ้นแล้วใช้ดาบของตนฟันคอจองกุกจนขาดในดาบเดียว

…..

            ทุกคนได้แต่อึ้งกับการกระทำของแบมแบมที่กำลังเก็บศีรษะของจองกุกที่ตัดออกมาใส่ถุงแล้วยัดใส่กระเป๋าเป้ของตนอีกที

“จะอ้วกว่ะแบมแบม”

ไรอันกลืนสิ่งที่จะออกมาจากลำคออย่างยากเย็น ขณะที่แบมแบมใช้เสื้อของศพคลุมร่างไร้หัวแล้วประสานมือ นึกขอบคุณและขอโทษศพในใจ

“ไปกันเถอะ ผมเป็นห่วงทุกคน”

แบมแบมไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดและท่าทางสยดสยองอยากอาเจียนของพี่ชายสามี เดินนำทุกคนออกจากห้องประชุมไป

 

 

 

 

 

ทุกคนในบ้านต้วนนั่งพักกันกลางถนนที่มีร่างพวกกัดนอนตายซ้ำกันเกลื่อน แบ่งน้ำกันดื่มอย่างประหยัด

อเล็กซิสที่เดินไปดูรอบๆ กับแจบอมวิ่งมาหาพ่อที่นั่งอยู่หน้ากระโปรงรถ

“พ่อคะ หนูเจอมอเตอร์ไซค์ หนูขี่ไปได้ไหม”

“จะขี่มอเตอร์ไซค์ทำไม ไปรถเราก็ได้”

มาร์คปิดฝาขวดน้ำแล้วโยนให้แจบอมดื่มต่อ ร่างสูงก็รับไปเปิดดื่ม อเล็กซิสตรงเข้ามากอดแขนพ่อแล้วอ้อน

“รถยนต์อึดอัดอ่ะ ขอหนูขี่มอเตอร์ไซค์เถอะนะ นะคะ”

“มีมอเตอร์ไซค์สักคันก็น่าจะดีนะ ต่อไปบางทีอาจจะมีประโยชน์กว่ารถยนต์ก็ได้”

แจบอมช่วยเกลี้ยกล่อมมาร์ค เอ็นดูยัยอเล็กซิส มาร์คนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้า

“อยู่ไหนล่ะ แน่ใจว่าไม่มีเจ้าของแล้วนะ”

“แน่ใจค่ะ ไม่มีเจ้าของแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะพ่อ” อเล็กซิสหอมแก้มพ่อแล้วรีบลากมือแจบอมไปเอารถเป็นเพื่อน

มาร์คมองอเล็กซิสแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ก้มมองนาฬิกาข้อมือ

กลุ่มของแบมแบมไปนานแล้วนะ คงไม่เป็นอะไรกันหรอกใช่ไหม

 

 

 

 

 

จื่อวีหาที่พักเป็นโรงแรมเล็กๆ ที่มีไม่กี่ห้องเป็นที่นอนของทุกคน ทั้งสี่ช่วยกันขนของใส่กระเป๋าแบ่งกันสะพายแล้วเข้าไปในโรงแรม ต่างถือปืนกันไว้คนละกระบอกปลดเซฟตี้พร้อมยิงถ้าเจอพวกกัด เป็นหลักสูตรสอนยิงแบบเร่งรัดที่เซฮุนสอนทุกคนมาก่อนลงจากรถ

จื่อวีจอดรถด้านหลังโรงแรม ทั้งหมดจึงเข้าไปทางประตูขนของที่ตรงไปยังห้องครัวก่อนเป็นห้องแรก

กึง!

จีมินสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงในห้องครัว เซฮุนเอาตัวเป็นที่กำบังเพื่อน เดินนำเป็นคนแรก

เขามองเข้าไปในห้องครัวผ่านช่องกลมๆ ตรงประตู ก็เห็นผู้ติดเชื้อที่ยังสวมชุดเชฟอยู่ในนั้นคนหนึ่ง

“ห้องนี้มีเจ้าของ ฉันจัดการเอง”

เซฮุนบอกเพื่อน ทำมือให้รอข้างนอกแล้วจะเปิดประตูเข้าไป แต่เตนล์จับบ่าไว้

“เราผ่านไปเฉยๆ ไม่ดีกว่าเหรอ”

“นี่มันครัว เราต้องใช้ที่นี่ ฉันอยากกินอาหารร้อนๆ บ้าง เตาน่าจะยังใช้ได้ ฉันจะไปฆ่ามัน พวกแกรอตรงนี้”

เซฮุนใส่เซฟตี้ เก็บปืน หยิบมีดออกมาถือเตรียมพร้อมแล้วเปิดประตูห้องครัวเข้าไป

เด็กหนุ่มเดินตรงเข้าไปหาผู้ติดเชื้อคนนั้นอย่างไม่ลังเลแล้วผลักมันไปติดเคาน์เตอร์ทำอาหาร โดยกดให้มันหันหลังไว้จะได้ไม่เอื้อมมือมาทำร้ายเขาได้จากนั้นแทงลงไปที่ศีรษะ ฆ่าไปได้อย่างง่ายดาย

เซฮุนเช็ดมีดเก็บไว้อย่างเดิมแล้วหาอาหารที่อาจจะพอเหลือ

“เราไปดูที่ห้องเก็บของด้วยไหม อาจจะยังมีอะไรเหลือบ้าง”

จื่อวีเกาะขอบประตูห้องครัวถามเซฮุน

“เออ มึงล็อกประตูหลังแล้วไปหาของเลย ไปกับไอ้เตนล์ เหลือจีมินไว้กับกู กูจะไปดูข้างนอกว่ามีพวกกัดอีกไหม”

ข้างนอกที่เซฮุนว่าก็คือภายในโรงแรมนี่แหละ

“โอเค” จื่อวีรับคำแล้วหันไปหาเตนล์ พากันเดินต่อไป ขณะที่จีมินเดินเข้ามาในครัว

“ทำไมต้องเราล่ะ”

จีมินถามเสียงเบา เซฮุนตวัดสายตามองหยุดมือที่รื้อชั้น

“จะให้กูอยู่คนเดียวอ่อ?”

“เปล่า แต่เตนล์ก็..

“กูไม่ได้พิศวาสอะไรมึงหรอก แต่ไอ้จื่อยังไงก็ผู้หญิง และเตนล์ก็หัวไว จำวิธียิงปืนที่กูสอนได้เร็วกว่ามึง มันสองคนน่าจะช่วยกันได้ ส่วนมึงอ่ะอ่อนกว่าไอ้จื่ออีก อยู่กับกูอ่ะดีแล้ว จะได้ตายช้าๆ”

จีมินบุ้ยปากอย่างไม่พอใจที่เซฮุนว่าเขาสู้จื่อวีไม่ได้ แต่ก็เรื่องจริง ถ้าเป็นห่วงจะบอกกันดีๆ ไม่ได้หรือไงไอ้เพื่อนคนนี้ จะต้องมากระทบกระเทียบให้เสียความมั่นใจทำไม

เซฮุนสำรวจห้องครัวขณะที่จีมินยันมือยกตัวขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์

“เซฮุนคิดว่าไงที่เราจะย้อนไปหายู”

“ตามความคิดกูมันเสี่ยงมาก ไม่น่าไป ไปก็ตายเปล่า”

“แต่เตนล์อยากไป”

“ช่างหัวแม่ง สามเสียงต่อหนึ่งเสียงมันสู้ไม่ได้หรอก”

“นับรวมเราแล้วอ่อ”

“นับผีแถวนี้น่ะ”

จีมินถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก พูดกับเซฮุนต้องโดนกวนทุกทีอ่ะ ตอนโลกดีๆ กว่าจะของานขอการบ้านจากเซฮุนมาส่งได้ปากเปียกปากแฉะ ต้องต่อล้อต่อเถียงกันตลอด

 

 

 

“เตนล์ยกลังนั้นให้เราดูหน่อย”

จื่อวีชี้ไปยังลังที่อยู่สูงบนชั้นวางของ สูงเกินมือเธอเอื้อมถึง ในนั้นน่าจะเหลืออาหารกระป๋องบ้าง เซ้นส์มันบอก

เตนล์เอื้อมไปยกลังลงมาให้จื่อวี มันหนักจนเขาเซ

“เหลือแฮะ”

เตนล์รับรู้ถึงน้ำหนักก็ดีใจ ลังที่เคยอยู่ต่ำกว่าโดนเอาไปแล้ว ก็ชั้นมันว่างแล้วนี่

“เอามาดูเร็ว” จื่อวีตื่นเต้น

เตนล์รีบวางลังกับพื้น หญิงสาวรีบนั่งยองเปิดกล่องของกินนั้นออกดู พอเห็นว่าหมูกระป๋องยังอัดเต็มลังก็แปะมือกับเตนล์ สอดนิ้วกำมือเข้าหามือของกันและกัน เขย่าไปมา ดีใจกันสองคน

“มีเยลลี่กับอมยิ้มเหลือนะ เอาไปด้วยดีไหม”

“ก็ดีนะ ฉันไม่ได้กินของหวานมานานแล้ว”

จื่อวีเห็นดีด้วยกับเตนล์ มองไปรอบห้องเก็บของขนาดใหญ่ที่ส่วนใหญ่ชั้นจะว่างเปล่าแล้ว มีแต่ของที่ไม่น่ากินได้และของหวานที่หลงเหลืออยู่

หมูกระป๋องลังนี้คือขุมทรัพย์กองใหญ่ของพวกเธอเลยล่ะ!

“วันนี้กินหมูอบก็ดีนะ”

“ถ้าเตาแก๊สในครัวยังใช้ได้ล่ะก็นะ”

สองเพื่อนร่วมชั้นวาดฝันเมนูอย่างฝันหวาน ก่อนจะต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้องเก็บของและเสียงของคนที่ไม่ใช่เพื่อนอีกสองคนของตน

“เมนูน่าอร่อยนะ ขอกินด้วยสิ”

จื่อวีและเตนล์จับมือกันแน่น ถอยหลังกรูด มองผู้มาใหม่ด้วยสายตาระแวดระวัง

 

 

 

 

 

 

“เฮ้อ

หญิงสาวนั่งเท้าคางมองชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ที่ส่งเสียงคุยกันโหวกเหวกโวยวายอย่างเบื่อหน่าย รถบรรทุกคันใหญ่นั้นเต็มไปด้วยข้าวของจำเป็น

ที่พักค้างแรมชั่วคราวของกลุ่มเธอคือโรงงานขนมขนาดใหญ่ มีรถบรรทุกให้เลือกใช้สอยตามใจ ซึงจุนจึงให้คนขนของกินของใช้มารวมกันในรถบรรทุกคันหนึ่ง และอีกคันนั้นกำลังถูกดัดแปลงเป็นห้องทำงานของจีซูและแดเนียล สองนักวิจัยของ PPI ที่ยังมีชีวิตรอดและถือว่าเป็นคนเก่งอันดับต้นๆ ของPPI

ี่ซึงจุนเขาว่าแบบนั้นนะว่าเก่ง ลิซ่าก็แค่รับฟัง เธอไม่สนใจหรอกว่าใครจะทำอะไร ตอนนี้เอาชีวิตรอดไปวันต่อวันได้ก็อแล้ว

“ไงลิซ ท่าทางเบื่อๆ นะ ออกไปยืดเส้นยืดสายหน่อยก็ได้”

ซึงจุนเดินมาทักคนที่นั่งบนหลังคารถยนต์ ลิซ่าหันมองเขาแล้วส่ายหน้า ไถลตัวลงมานั่งที่หน้ารถ

“เบื่อๆ ค่ะ ออกไปแถวนี้ก็ไม่มีประโยชน์”

“สนใจไปดูห้องทำงานหน่อยไหม”

“ไม่ค่ะ ไปก็ดูไม่รู้เรื่อง”

ลิซ่ายิ้มเจื่อน ดีใจที่ซึงจุนให้อิสระเธอมากกว่าคนอื่นๆ แต่เธอยังไม่มีอารมณ์สืบเรื่องราวตอนนี้ ไว้มีอารมณ์ค่อยไปดูก็ได้

“เธอไม่เคยเจอหมอต้วนจริงๆ เหรอลิซ”

“ไม่ค่ะ” ลิซ่าแปลกใจที่จู่ๆ เขาก็ถามเรื่องเก่า เขาไม่เชื่อที่เธอเคยบอกหรอกเหรอ

“ฉันให้คนดักฟังการสื่อสารของกองทัพ”

“คะ?”

ลิซ่างงที่เขาเปลี่ยนเรื่องไวมาก เธอไม่แปลกใจหรอกที่มหาเศรษฐีจะหนีมาพร้อมคนเก่งๆ ในหลายด้าน เขาคงมีอะไรทำฆ่าเวลากว่าจะถึงที่หมายเยอะแยะ

พวกนั้นยังตามหาแบมแบมอยู่เลย”

“เขาเป็นคนสำคัญนี่คะ พี่เคยบอกว่าเขาเก่งมาก”

“ฉันก็ยังอยากได้ตัวเขาอยู่”

“หมอผ่าตัดสำคัญยังไงกับ PPI ของพี่ ถ้าต้องการหมอฉันหาคนอื่นให้พี่ได้”

หมอในกลุ่มก็มี ลิซ่าไม่เข้าใจเท่าไร เธอคอยแอบฟังคนนั้นคนนี้ที่ดูเป็นคนสำคัญของซึงจุนคุยกันเรื่องสำคัญๆ ฟังได้อย่างละนิดละหน่อยแล้วเอามาปะติดปะต่อกัน แต่ก็ยังไม่มั่นใจเท่าไรว่าเข้าใจถูกไหม

“เธอไม่อยากรู้มากกว่านี้หรอกลิซ เชื่อฉันเถอะ ยังไม่ใช่ตอนนี้”

ซึงจุนขยี้ผมเธออย่างเอ็นดู โยนกล่องเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตให้เธอแล้วผละไป หญิงสาวรับมันไว้ได้

เธอมองตามแผ่นหลังกว้าง เจาะกล่องเครื่องดื่มดูดน้ำหวานๆ คิ้วสวยยังคงขมวดมุ่น ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

 

 

 

 

 

ยุนกินั่งมองอาหารเช้าตรงหน้าที่มีข้าวโอ๊ตใส่นม สลัด ขนมปังนุ่มอุ่นๆ หนึ่งก้อน และปลาอบชิ้นใหญ่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำซอส แม้เป็นอาหารดีๆ ที่สงวนไว้ให้แต่เจ้าหน้าที่สำคัญแต่เขากลับไม่นึกอยากตักเข้าปาก

เขาอยู่ในห้องแล็บมาเกิน 24 ชั่วโมงแล้วถึงได้มาพักกินข้าวและจะไปนอน  แต่พอออกมาจากห้องทดลองเขากลับไม่นึกอยากอาหารเลยสักนิด

“นั่งมองอย่างเดียวไม่อิ่มหรอกนะคะ”

ซินบีวางถาดอาหารบนโต๊ะแล้วนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่มโดยไม่ขออนุญาต ยุนกิเงยหน้ามองหญิงสาวที่ทำงานคนละห้องแต่เคยเห็นหน้าค่าตากันอยู่บ้าง

“ผมยังไม่หิว”

“สภาพคุณแย่มาก ไปนอนก่อนค่อยตื่นมากินไหม” ซินบีบิขนมปังเข้าปาก แนะให้อย่างหวังดียามเห็นสีหน้าและใต้ตาที่คล้ำของชายหนุ่ม ดูก็รู้ว่าโหมงานและอดนอน

อาหารของเจ้าหน้าที่ก็เหมือนๆ กัน จะมีต่างกันบ้างถ้ามีคนแพ้อาหารอะไร

25%..ไม่ดีขึ้นเลย” ยุนกิพึมพำ หมายถึงยาต้าน แต่ถึงไม่อธิบายเพิ่มซินบีก็เข้าใจ

“อย่าไปคิดมากเลย กว่าโรคจะก่อตัวทำลายล้างได้ขนาดนี้ใช้เวลากี่เดือนกี่ปี เราจะมาหาทางยับยั้งมันโดยใช้เวลาไม่กี่วันมันก็เกินไป”

“ก็ถูกของคุณ” ยุนกิตอบกลับแต่ท่าทางยังห่อเหี่ยว ไหล่ตก ซินบีอ่อนใจ

“กินเถอะ มีคนอีกมากบนแผ่นดินที่ไม่มีอะไรจะกิน เราอยู่บนเรืออย่างสบายและมีกินก็กินไปอย่าให้เสียของ กินแล้วไปพักเถอะ หัวจะได้โล่ง สมองจะได้ปลอดโปร่ง”

“คุณทำงานกับอูยองใช่ไหม”

ยุนกิตักข้าวโอ๊ตเข้าปาก เขี่ยข้าวไปมาแล้วเงยหน้ามองซินบี หญิงสาวพยักหน้า

“ใช่แล้ว ทำไม”

“คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง เขาทำงานไปถึงไหนแล้ว”

“งานเขาคืบหน้าแค่ไหนใครจะไปรู้นอกจากตัวเขากับท่านนายพล มีอะไรเคยบอกใครที่ไหนล่ะ ฉันก็พยายามสืบอยู่ แต่หมอนั่นไว้ตัวมาก ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร”

ยุนกิมองซ้ายขวา พอเห็นว่าในห้องอาหารของเจ้าหน้าที่ตอนนี้มีคนน้อยและรอบข้างไม่มีคนนั่งก็วางช้อนแล้วป้องปากกระซิบกับหญิงสาว

“ผมบังเอิญได้ยิน..แค่ได้ยินมาจากที่ทหารยศสูงคุยกัน เขาเคยทำโปรเจคลับของ PPI

เธอโน้มตัวขยับเข้ามาฟังใกล้ๆ แล้วตาโต

“จริงน่ะ!

“อือ คุณเคยเห็นเขามีท่าทีแปลกๆ ไหม”

“บ่อยไป แต่ทำงานให้PPIได้นี่ก็ไม่แปลกใจ เขาฉลาดจะตายไป” ซินบีจิ้มสลัดเข้าปาก คิ้วขมวดน้อยๆ ยามครุ่นคิดถึงเพื่อนร่วมงานนามจางอูยอง

“ผมรู้จักคนที่ฉลาดกว่าเขาอีก”

“หมอต้วนที่ตามหากันใช่ไหม” ข่าวดังจะตายใครๆ ก็รู้ ออกประกาศตามหาทั่วประเทศ

“อื้ม”

“เขาคงไม่ได้ทำงานให้ PPI ด้วยอีกคนหรอกนะ” ซินบีกล่าวติดตลก ขยับไปนั่งดีๆ กินอาหารเช้าต่อ

ยุนกิฟังแล้วได้แต่ฝืนยิ้ม

“ผมภาวนาเลยว่าอย่าให้เขาข้องเกี่ยวกับPPI

“แต่ที่น่าสนใจกว่าหมอต้วนก็อูยองนี่แหละ ใกล้ตัวเราที่สุด เขาขอใช้ห้องแล็บส่วนตัวแล้วยังแอบอ่านเอกสารอะไรก็ไม่รู้”

ซินบีกระซิบ เล่าสู่กันฟัง คิ้วเข้มของยุนกิขมวดชนกัน

“จริงเหรอ ”

“อือ พยายามถามแล้วก็ไม่บอกอะไรเลย”

“ใครจะบอก”

“อยากรู้จังว่าถ้าเราทำยาไม่สำเร็จแล้วจะเป็นยังไง เรือลำนี้จะลอยบนผิวน้ำไปได้อีกนานแค่ไหนกัน”

ซินบีถอนหายใจ ปักช้อนค้างไว้กับชิ้นปลา มองหน้ายุนกิ แววตาและหัวใจยุนกิเองก็สั่นไหวไปกับอนาคตจากปากเธอ

“ไม่รู้สิ ตอนนี้เราทำได้แค่พยายาม..ทำได้แค่นี้เอง”

 

 




TBC.

**

ขอโทษนะคะที่หายไปนานมาก ฮือ

ตัวละครใหม่มาจะมีตัวละครเก่าหายไปไหมนะ?

กลุ่มเซฮุนจะเจอใคร? กลุ่มแบมแบมจะคลาดกับกลุ่มใหญ่หรือเปล่า? หึหึ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 240 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. #2467 nayuwo1423- (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:57
    ไม่คิดว่าลูคัสจะมาเจอกับพี่แจ็ค​สัน555555 คงบันเทิงกันล่ะ
    #2,467
    0
  2. #2338 Chiracc (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 21:17
    มาลุ้นกันต่อค่ะ
    #2,338
    0
  3. #2277 110720 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 19:51
    สคริปต์ลูคัสคือสุดมาก 555 เจอแจ็คสันพี่ชายที่พลัดพรากแล้วใช่มั้ย
    #2,277
    0
  4. #2247 kor_kod1 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 19:05
    โหหหหหห สุดยอดมากเลยย
    #2,247
    0
  5. #2204 igot7ibambam (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 21:48
    จะตาย5555555 อึดอัด
    #2,204
    0
  6. #2075 tongonea (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 21:22
    เอาแล้วไงเตนล์กับเจอใครกันนนน พี่โจ้ก็มาเด้องานนี้ รักๆ /คิดถึงมากๆเลย ปลาบปลื้มไรท์กลับมาแล้ว ขอบคุณ​มากๆนะคะ สู้ๆ
    #2,075
    0
  7. #2060 atina-na (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 08:56
    รอนานมากกกเลยค่าา จนเกือบลืมเนื้อหาตอนเก่าไปแล้ว ต้องไปย้อนอ่านใหม่ แงงง
    มาอัพบ่อยๆนะคะ รอติดตามอยู่ตลอดเลยค่า เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์ อย่าเท อย่าหายน๊าา
    #2,060
    0
  8. #2047 yanfan20 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 08:44
    รอนะค้าา //เป็นกำลังใจให้น้า
    #2,047
    0
  9. #2027 ???????? (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 21:20

    พิ่โจ้555???? รอไรท์อยุ่น้าาาเป้นกำลังให้ค่าาา //ดีดใจให้ปิ้วๆๆ

    #2,027
    0
  10. #2025 ittimon19 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 15:25

    ทำไมหายไปนานจังเลย ยังรออยู่นะคะ

    #2,025
    0
  11. #2022 ittimon19 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 00:54

    เมื่อไหร่จะเปิดพรีภาค2 คะ รอนะคะ

    #2,022
    0
  12. #2017 misstomtam (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 16:12
    ปูมาขนาดนี้ มีแยกกันแน่เลยยยย
    #2,017
    0
  13. #2015 pathanan12345678 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 09:00
    ไรท์ไม่เอาาาา ไม่คลาดแล้ววว กว่าจะเจอกันก้ยากลำบาก TT
    #2,015
    0
  14. #2009 20102547 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 23:11

    โหไรท์ทิ้งท้ายได้แบบ.........อ๊ากอยากอ่านต่อ

    #2,009
    0
  15. #2008 ParichartPP (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:56
    กรี้ดดดดเ ไรท์กลับมาแล้ว กลับมาทีก็ไม่เคยผิดหวัง โอ๊ยแต่ลุ้นตลอด รอตอนต่อไปค่ะไรท์
    #2,008
    0
  16. #2007 tongonea (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 09:57
    โอ้โหหหห​ พี่โจ้้้้้
    #2,007
    0
  17. #2006 Love (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 06:49

    ลูคัสสสสสส พี่โจ้!~ ถถถถ เอ็นดู ที่พีคสำกรับเราคือลูคีสกะแดเนียลค่ะ 555อยู่กีนไปนานๆก่อนนะ อย่าเพิ่งตาย 555

    #2,006
    0
  18. #2005 leyjila (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 22:02
    รออ่านต่อสนุกมากกก งงมากทำไมไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อนเลย กดเฟบไว้อย่างรวดเร็วละตอนนี้
    #2,005
    0
  19. #2004 CnameC (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 20:10
    พิโจ้ โว้ยยยยย5555
    #2,004
    0
  20. #2003 Armyidin (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 19:13
    รอเจ้าค่ะ รออออออออออ จองกุ๊กกลูกแม่ ฮือออออออ
    #2,003
    0
  21. #2002 esther41 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 04:05
    ตอนนี้หลายกลุ่มเหลือเกิน แต่ขออยู่ทีมแม่เสือสาวจินยองค่ะ รอโมเมนต์บีเนียร์ไม่รู้ว่าจะมีรึเปล่า ถึงมีคงอีกนานเพราะตอนนี้แม่งแยกกลุ่มกันแหละ แต่เห็นด้วยกับแบมแบมนะว่าถ้าจินยองยังอยู่ควรส่งพี่โจ้ไปอยู่ด้วย5555ให้ไปอยู่กับวี55
    #2,002
    0
  22. #2001 Aoysao (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 21:12
    คนเยอะ รีดเดอร์เริ่มงง เหอะๆๆๆ แต่ก็รอลุ้นต่อไป
    #2,001
    0
  23. #2000 phen-19842 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 19:48
    เครียด
    #2,000
    0
  24. #1999 mindmind2B (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 12:29
    รอจ้าาา
    #1,999
    0
  25. #1998 inuyanan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 11:18
    เตนล์กับจื่อเจอใครนะ แต่กลุ่มแบมแบมได้ลูคัสมาเชื่อว่ามีประโยชน์แน่ๆ
    #1,998
    0