(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 23 : Chapter 21 : บ้าน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48,972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 474 ครั้ง
    29 เม.ย. 59

 


 


  

 

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งวางอาหารเช้าสำหรับลูกสาวลงบนโต๊ะอาหาร พร้อมกาแฟอีกแก้วสำหรับตัวเอง จินยองมองไปยังที่นั่งว่างฝั่งตรงข้ามที่ไร้เจ้าของมานั่งได้สามวันแล้ว

จินยองทาแยมผลไม้ลงบนขนมปัง ขณะมองหน้าลูกสาวที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือหัวโต๊ะ พริมโรสตักอาหารเข้าปาก เคี้ยวแก้มตุ่ย ไม่รับรู้ถึงสายตาของแม่

“โรส..

“คะ?” เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองแม่ ยิ้มหวานให้ จินยองจะพูดบางอย่าง แต่กลับเปลี่ยนใจ

“อร่อยไหม”

“อร่อยมากเลยค่ะ วันนี้พี่โซมีจะมาอีกใช่ไหมคะ” พริมโรสถามถึงพี่เลี้ยงสาวที่แม่จ้างมาอยู่เป็นเพื่อนเธอ

“ใช่จ้ะ วันนี้พี่โซมีจะมาอีก ชอบพี่เขาเหรอ”

“อื้อ พี่โซมีน่ารัก” จินยองดีใจที่พริมโรสเข้ากับพี่เลี้ยงสาวลูกครึ่งได้เป็นอย่างดี

จินยองไม่ได้หาพี่เลี้ยงคนนี้มาเอง เมื่อสามวันก่อนจู่ๆ เด็กคนนั้นก็มาหาถึงบ้าน บอกว่าแจบอมสั่งให้มาดูแลพริมโรสระหว่างที่เขาไปทำงาน  จินยองยังแปลกใจอยู่เลยว่าแจบอมหายไปไหน คิดว่ารีบไปทำงาน จนตอนนี้แจบอมไม่กลับบ้านมาสามวันแล้ว

จินยองมองโทรศัพท์มือถือที่วางใกล้มือ ชั่งใจว่าจะโทรหาแจบอมดีไหม เขาอยากรู้ว่าแจบอมหายไปไหน ไม่ได้เป็นห่วงหรอกนะ

“พริมโรสจ๊ะ หนูไม่คิดถึงคุณพ่อบ้างเหรอคะ” เรื่องน่าประหลาดใจอีกเรื่องนอกจากเรื่องที่แจบอมไม่กลับบ้านเลย คือ พริมโรสไม่ได้ถามถึงพ่อสักคำ ทั้งที่ลูกสาวคนนี้ติดพ่อแจ

“คิดถึงค่ะ!” พริมโรสตอบเสียงใส จินยองเม้มปากนิดๆ ก่อนถามต่อ

“ไม่โทรไปหาคุณพ่อหน่อยเหรอว่าอยู่ไหน? ทำไมยังไม่กลับบ้าน”

“ไม่โทรหรอกค่ะ”

“ทำไมคะ?”

“อิ่มแล้วค่า ไปดูการ์ตูนแล้วน้า” พริมโรสค่อยๆ ปีนลงจากเก้าอี้ เอื้อมคว้าแก้วนมเดินไปห้องนั่งเล่น จินยองคิ้วขมวด มองข้าวเช้าในชามใบเล็กที่พร่องไปเพียงครึ่งเดียว

ทำไมพริมโรสไม่กระตือรือร้นอยากติดต่อแจบอมเลยล่ะ ไม่รบเร้าให้แม่โทรหาพ่อให้ด้วย หรือว่าพริมโรสจะรู้ว่าพ่อไปไหนแต่ไม่ยอมบอกแม่

 

 

 

“ท่าทางแกจะแพ้พนันพ่อแล้วมั้งแจบอม” ชายกลางคนหัวเราะ นั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่

ชายร่างสูงยืนล้วงกระเป๋ากางเกงสแลคทั้งสองข้าง มองออกไปนอกกำแพงกระจก วางสายตาไว้กับทิวทัศน์ของตึกสูง

“ผมไม่ได้บอกว่าจะพนันด้วยสักหน่อย แผนพ่อไม่สำเร็จหรอก ผมจะกลับบ้านแล้วนะครับ”

แจบอมถอดใจ ไม่อยากรอเวลาไปมากกว่านี้แล้ว เขาคิดถึงพริมโรส อยากกลับบ้านไปหาลูกสาว

“ใจเย็นก่อนสิ เหลือเวลาอีกตั้งหลายวัน จู่ๆ แกหายไปไม่บอกกล่าว ถ้าเขามีใจก็ต้องห่วงแกบ้าง”

“ไม่หรอกครับ ผมหายไปนานแค่ไหนเขาก็ไม่สนใจหรอก คงมีแค่ผมคนเดียวที่ทรมานเพราะคิดถึงพวกเขาแม่ลูกจนครบอาทิตย์”

“ถ้ารักแล้วมันเจ็บปวด เลิกรักเขาสักทีดีไหม พ่อมีคนดีๆ และเหมาะสมรอไว้ให้แกเลือกอีกตั้งเยอะ ส่วนพริมโรสเราก็เอามาเลี้ยงบ้าง พ่ออยากเจอหลานเหมือนกันนะ ตกลงกันซะให้เรียบร้อย แบ่งวันกันดูแล หรือจะดูแลสลับกันคนละเดือนก็ได้ ให้พริมโรสมาอยู่บ้านพ่อบ้าง”

ผู้เป็นพ่อแนะนำลูกชายด้วยความหวังดี เห็นลูกลำบากเขาก็ไม่สบายใจ แจบอมหนีไปอยู่อเมริกากับจินยองมาหลายปี ความสัมพันธ์ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย รัก ทุ่มเท ดูแลสารพัด ผลตอบแทนที่ได้มามันมีอะไรบ้าง แจบอมได้มาเพียงความจริงเรื่องลูกและความสุขจากความรักของพริมโรสเท่านั้น

“ถ้าพ่อไม่อยากให้ผมหนีกลับบ้านตอนนี้อย่าพูดแบบนั้นดีกว่าครับ ผมไม่ได้เป็นเหมือนพ่อนะที่จะหมดรักใครได้ง่ายๆ เบื่อก็หาเอาใหม่ ขืนพ่อทำตัวแบบนี้ต่อไป บั้นปลายชีวิตคงได้ใช้เงินซื้อคนมาอยู่เป็นเพื่อนเข้าจริงๆ” แจบอมเตือนด้วยความหวังดี คุณอิมเหยียดยิ้ม

“แล้วใช้ความดีซื้อใจคนเหมือนแก มันได้ครอบครองไหมล่ะ?”

แจบอมชะงัก  กัดริมฝีปากเล็กน้อยกับถ้อยคำเสียดแทงใจ

“ผมไม่ได้อยากได้ตัวเขาสักหน่อย”

“ใจแลกใจว่าอย่างนั้นเถอะ แกขาดทุนย่อยยับจนไม่มีอะไรเหลือแล้วไอ้ลูกชาย” จินฮุนเยาะเย้ย

“เรื่องของผมเถอะ ไหนว่าป่วยไง หลอกกันชัดๆ”

แจบอมไม่สบอารมณ์ พ่อบอกให้เขามาหา บอกว่าไม่สบาย ไม่มีใครช่วยงาน แต่พอเขามาก็เห็นพ่อแข็งแรงสดใสดี แถมยังสั่งให้คนล็อกตัวเขาไว้ห้ามกลับบ้านอีก ถ้าไม่ใช่เพราะแผนพ่อเขาไม่ยอมอยู่ต่อแน่

“พ่อก็ต้องคิดถึงแกบ้างสิ เมียแกไม่ชอบพ่อ แกก็ต้องไม่ชอบพ่อตามไปด้วยรึไง แกคิดดูซิว่าพ่อลำบากขนาดไหน อายุมากแล้วแต่ยังวางมือจากอะไรไม่ได้สักอย่าง มีลูกชายกับเขาหนึ่งคนมันก็ไม่ยอมช่วยอะไรพ่อเลย” คุณอิมประชดประชัน หวังให้ลูกชายรู้สึกผิดบ้าง

“ถ้าจะให้ผมทำจริงๆ ผมจะเลิกให้หมด พ่อยอมให้ธุรกิจเทาๆ ของพ่อถูกทำให้ขาวสะอาดไหมล่ะครับ ถ้าพ่อยอม ผมจะช่วยก็ได้”

“แกพูดเหมือนพ่อเป็นคนเลวเลย” จินฮุนเบ้ปาก น้อยใจลูก แจบอมหันมามองบิดา กอดอก

“ผมไม่ได้ว่าอย่างนั้น อะไรที่อยู่ใต้ดินก็เอามันขึ้นมาบนดินซะสิครับ”

“ถ้าทำอย่างนั้นก็เจ๊งกันพอดีน่ะสิ!

“พ่อก็ต้องเลือกนะ คนของพ่อมีเท่าไร”

“ก็เยอะ..คนเก่าคนแก่เยอะแยะ”

“ทำเหมือนมาดามมาร์ธาไม่ได้เหรอ ถ้าพ่อลำบากใจเพราะกลัวดูแลคนที่มีอยู่ต่อไปไม่ได้ ผมทำให้ก็ได้นะ” แจบอมพูดไปถึงเพื่อนร่วมธุรกิจของพ่อที่อยู่วงการเดียวกัน ทำธุรกิจคล้ายๆ กัน

“มันก็ได้อยู่หรอก แต่การเปลี่ยนแปลงทีเดียวมันเป็นเรื่องใหญ่มากนะ” จินฮุนรู้ว่าเมียลูกชายไม่ชอบเรื่องที่เขาทำธุรกิจที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไร

“ผมมีลูกสาวนะครับ พ่ออยากให้หลานสาวโตขึ้นมาพร้อมสายตาที่มองไม่ดีและโดนเพื่อนๆ บอกว่าเป็นหลานสาวมาเฟียหรือไง?” แจบอมเอาชื่อพริมโรสมาอ้าง จินฮุนคิดหนัก

“ถ้าจินยองยอมรับรักแก พ่อจะยอมเลิกทำธุรกิจใต้ดินก็ได้ แลกกันไหมล่ะ” จินฮุนยื่นข้อเสนอ

“พ่อคิดจะเลิกจริงๆ หรือเปล่าครับ ทำไมถึงเอาเรื่องจินยองมาแลกเปลี่ยน พ่อก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้”

อาจารย์หนุ่มมุ่นคิ้ว เริ่มคิดว่าพ่อคิดจะเล่นเล่ห์อะไรกับเขาอีกแน่ๆ

“นี่พูดจริงๆ เอาอย่างนี้นะไอ้ลูกชาย พ่อมีวิธีดีๆ จะนำเสนอ ลองเอาไปใช้หน่อยไหมล่ะ” จินฮุนเดินไปหาลูกชาย กอดคอเขาไว้

“วิธีอะไรหรือครับ?”

“พริมโรสมีน้องอีกคนก็ดีน้า”

“พ่อ!” แจบอมตกใจกับวิธีการของพ่อ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าพ่อหมายความว่ายังไง

“ขืนทำแบบนั้นจินยองได้หนีผมไปอเมริกาแน่”

“มีน้ำยาไหมล่ะ” จินฮุนดูถูกไว้เลย คนฟังถึงกับจุกจนพูดไม่ออก

“เป็นสุภาพบุรุษมากไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกน่า” จินฮุนตบบ่ากว้างแรงๆ หัวเราะ เดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้ลูกชายยืนหงุดหงิดไม่พอใจอยู่คนเดียว

 

 

 

“แบมแบม!

ว่าที่คุณแม่สะดุ้งเฮือกเมื่อถูกเรียกด้วยเสียงดัง ก่อนยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าใครที่ก้าวเร็วๆ มาหาตน

“สวัสดีครับคุณป้า”

“แหม! คุณป้าอะไรกันลูก ไม่เอาสิจ๊ะเรียกคุณแม่เหมือนเดิมดีกว่าเนอะ คิดถึงจังเลย” มาดามสวมกอดลูกสะใภ้ที่ตัวนุ่มนิ่มกว่าเมื่อก่อนนิดหน่อยเพราะมีเจ้าตัวเล็กในท้อง

“อ่า..แบมหย่ากับคุณมาร์คแล้วนี่ครับ”

“สถานะสามีภรรยาจบ แต่สถานะแม่สามีกับลูกสะใภ้ยังไม่จบนะจ๊ะ เป็นไงบ้าง สบายดีนะ ตอนที่รู้จากมาร์คว่าหนูยังไม่แท้งแม่ดีใจมากเลย นี่แม่ซื้อของบำรุงมาให้เพียบเลยล่ะ กินเยอะๆ อีกหน่อยก็ดีนะจ๊ะ หนูผอมไปนิดนะลูก” มาดามลูบผมนุ่มด้วยความเอ็นดู มองสำรวจลูกสะใภ้ ดีใจมากจนยิ้มกว้างเลย

“ขอบคุณครับคุณแม่” แบมแบมยอมเรียกมาดามเหมือนเดิม เห็นแก่ความรักความเอ็นดูที่มีให้ตน

“ชื่นใจจัง นี่ย้ายกลับมาอยู่บ้านแม่แล้วเหรอ? ใช่ไหม?”

“เปล่าครับ แค่มาทำรายงานกับยองแจเท่านั้น เดี๋ยวก็กลับบ้านแล้วครับ”

“ไปๆ มาๆ ทำไม ค้างซะที่นี่สิจ๊ะ”

“ไม่ดีกว่าครับ” แบมแบมปฏิเสธเพราะไม่อยากค้างจริงๆ ที่ยอมมานี่ก็เพราะว่าขัดยองแจที่เซ้าซี้ไม่ได้ต่างหาก

“ไม่เป็นไร หนูจะค้างหรือไม่ค้างก็เอาที่หนูอยากทำแล้วกัน หลานแม่เป็นยังไงบ้าง เดือนหน้าก็อัลตราซาวด์แล้วใช่ไหมจ๊ะ” มาดามวางมือบนท้องสะใภ้ ลูบเบาๆ ตื่นเต้นและมีความสุขมากที่ได้จับหลาน

“พอจะรู้แล้วนะครับว่าเพศอะไร แต่พี่คุณไม่มั่นใจ” แบมแบมอัลตราซาวด์เพื่อดูความสมบูรณ์และสุขภาพของเจ้าตัวเล็กในท้องแล้ว เห็นพอดีว่าเด็กๆ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

“จริงเหรอจ๊ะ! ผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“น่าจะแฝดชายครับ 99% พี่คุณบอกว่าเดี๋ยวรอยืนยันอีกทีตอน 20 week

มาดามกรีดร้องด้วยความดีใจออกมาทันทีที่ได้ยินว่าตนเองจะมีหลานชายพร้อมกันถึงสองคน  เธอโผเข้ากอดแบมแบมแน่น ว่าที่คุณแม่กอดตอบ

“อย่างนี้แม่ก็เตรียมซื้อของใช้เด็กผู้ชายไว้รอได้เลยสินะ!

“อย่าเพิ่งก็ได้ครับ” แบมแบมปราม เพราะพ่อกับแม่เขาก็เห่อ อยากจะซื้อของให้หลานเหมือนกัน  แต่รอให้แน่ใจก่อนดีกว่า เผื่อคลอดออกมาเป็นผู้หญิงนี่ตะลึงกันทั้งบ้านเลยนะ

“แจว่าได้ผู้ชายทั้งคู่ก็ดีนะแม่ พี่มาร์คจะได้หัวหมุนไปเลย เลี้ยงเด็กผู้ชายซนๆ ตั้งสองคน”

ยองแจเข้ามาสนทนาด้วยคน ยิ้มแก้มปริดีใจ หอบหิ้วโน้ตบุ๊คและหนังสือติดมือมาวางลงบนโต๊ะ

“นั่นสินะ เด็กผู้ชายก็ต้องหวงแม่นี่เนอะ” มาดามพยักหน้าเห็นด้วย

“ใช่แล้ว” มาดามและยองแจยกมือขึ้นตีกัน แบมแบมหัวเราะเบาๆ เมื่อเผลอคิดภาพตาม

“เป็นอะไรล่ะมาร์ค ทำไมทำหน้าแบบนั้น” ลี่จูทักลูกชายคนโตที่เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าคล้ายไม่พอใจอะไรสักอย่าง มาร์คเดินไปนั่งข้างแบมแบม

“แบมแบมแอบหนีไปหาหมอคนเดียว ไม่โทรบอกผมสักคำ ผมก็อยากเห็นลูกกับตาตัวเองบ้างนี่”

มาร์คทำปากยื่น งอนคนที่นั่งข้างๆ แบมแบมขยับยกไหล่หนีเมื่อมาร์คจะพิงซบ

“ไม่จำเป็นสักหน่อยนี่ครับ”

“ใจร้าย ฮือ” มาร์คแกล้งร้องไห้ แบมแบมผลักเขาไปไกลๆ ด้วยความรำคาญ

“อย่าทำตัวเป็นเด็กน่ามาร์ค ลุกมานี่ซิ มาคุยกับแม่หน่อย” มาดามลุกยืนพลางกวักมือเรียกลูก มาร์คส่ายหน้าปฏิเสธ

“เร็วๆ อย่าชักช้า ปล่อยให้น้องทำงานกันไปน่ะดีแล้ว” ลี่จูเดินไปดึงแขนลูกชายให้ลุกตามเธอออกไปคุยกันนอกห้องนั่งเล่น

“แม่มีอะไร” มาร์คถอนหายใจ สีหน้าไม่สู้ดี ยังเสียดายจับใจที่แบมแบมหนีไปหาหมอคนเดียว

แกเถอะไม่มีอะไรจะเล่าให้แม่ฟังบ้างเหรอ ไม่ค่อยโทรไปเลย”

“ไม่รู้จะคุยอะไรน่ะ ผมเครียดนะแม่ แม่ว่าผมควรทำยังไงดี แบมแบมพูดเรื่องหย่าให้ช้ำใจตลอดเลย เซ็นใหม่ได้ไหม” มาร์คห่อเหี่ยวใจเหลือเกิน ไม่กล้าทำอะไรมาก จะทำอะไรทีก็กลัวแบมแบมจะโกรธ

“จดใหม่ทำไม ใบเก่าแม่ยังไม่ได้จัดการหย่าให้เลย” ลี่จูบอกหน้าตาย มาร์คชะงัก มองแม่ตาโต

“แม่โกหกหรือเปล่าเนี่ย!

“ชี่! เงียบๆ สิโว้ย” มาดามลากแขนลูกชายให้เดินตามเธอไปที่ห้องทำงาน

“ยังไงเนี่ยแม่ หลอกผมเหรอ หรือว่ายังไง นี่ผมดีใจได้เลยไหมเนี่ย” มาร์คถามแม่ไม่หยุด

“ยังไม่ได้หย่า ใบหย่าของแบมแบมยังอยู่ที่แม่” ลี่จูเดินไปที่โต๊ะทำงานของตน  หยิบกุญแจดอกเล็กที่หย่อนไว้ในกระถางดอกไม้ข้างหน้าต่างมาไขเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน หยิบซองเอกสารออกมาวางบนโต๊ะ

“เอาไปสิ” มาร์คเดินไปหยิบซองเอกสารมาเปิดดู จึงเห็นว่าเป็นใบหย่าที่แบมแบมเซ็นไว้ให้จริงๆ

ร่างสูงนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อสายตาปะทะเข้ากับลายเซ็นของตนเอง ริมฝีปากได้รูปกัดเม้ม

“อ่านจดหมายสิ ในซองมีจดหมายของแบมแบมที่เขียนให้แม่อยู่ด้วยนะ”

เมื่อแม่เอ่ยมาเช่นนั้น มาร์คถึงเพิ่งสังเกตว่ามีกระดาษที่พับเป็นทบเล็กๆ อยู่อีกใบ

“แบมเขียนอะไรไว้เหรอครับ”

“ความรู้สึกไง เผื่อจะเข้าใจน้องมากขึ้น” มาดามเดินมากอดไหล่ลูกชาย

“แม่รู้จากยองแจว่ามาร์คจะพาน้องไปหาพ่อกับแม่ที่ไทย”

“ครับ”

“ฝากบอกพ่อแม่แบมแบมด้วยนะว่า ไว้มีเวลาแม่จะบินไปเยี่ยมพวกเขา”

“แม่พูดเหมือนรู้จักพ่อแม่ของแบมแบมเลยนะครับ” มาร์คแปลกใจ ลี่จูผละจากลูกชายเดินไปตรงชั้นหนังสือ หยิบอัลบั้มรูปจากชั้นล่างสุดออกมาเปิด หยิบรูปถ่ายสองใบออกจากอัลบั้มมายื่นให้ลูกชาย

มาร์ครับรูปถ่ายเก่าๆ จากมารดามาดู มาดามยังสาวอยู่เลย อายุประมาณแบมแบมได้เลยล่ะมั้ง

“รูปตอนแม่เรียนที่จีนน่ะ”

“ครับ แล้ว?” มาร์คสงสัยว่าแม่ให้ตนดูรูปสมัยแม่เรียนปริญญาตรีทำไม

“เห็นผู้ชายหน้าตาดีที่สุดในรูปไหมล่ะ ไม่นับพ่อแกนะ”

“ผู้ชายที่ยืนข้างแม่ใช่ไหมครับ” มาร์คมองหน้าตาของชายหญิงเจ็ดคนในภาพ ถ้าตัดพ่อเขาที่ยืนอยู่ด้านหลังแม่ไป ก็เห็นว่าผู้ชายใส่แว่นที่ยืนข้างมารดาหล่อที่สุดแล้ว ดูดีๆ หล่อกว่าพ่อเขาด้วยซ้ำ

รอยยิ้มของผู้ชายคนนี้สดใสมาก แต่คุ้นตาอย่างน่าประหลาด เหมือนเขาเคยเห็นที่ไหน

มาร์คสลับไปดูอีกรูป เป็นรูปของชายใส่แว่นยืนเคียงข้างแม่เขาอยู่หน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ

“เขาชื่อเควิน ชื่อไทยว่ากวินท์..กวินท์ ภูวกุล” มาร์คอึ้ง เงยหน้ามองแม่ด้วยความตกใจ ลี่จูยิ้มเศร้า

“เขาเป็นเพื่อนแม่ นักเรียนต่างชาติไม่กี่คนในรุ่น เป็นคนไทยคนเดียวในรุ่นแม่ด้วยล่ะ แม่เป็นบัดดี้เขา คอยดูแลเขาในช่วงที่เรียนอยู่ที่นั่น เราสนิทกันมาก เขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่ไม่เคยจีบแม่เลย มีแต่ความห่วงใยและความปรารถนาดีให้แม่เสมอ แม่เคยแอบชอบเขาด้วยนะ เพราะเขาเป็นคนดีมาก เพื่อนผู้หญิงในคณะแม่ปลื้มเขากันหมด รุ่นพี่ก็ไม่เว้น เรียกว่าฮอตมากเลยล่ะ”

มาร์คลากเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของแม่มานั่ง รอฟังเรื่องที่แม่จะเล่าต่อไป

“ช่วงที่เรียนที่นั่น แม่ก็คบหากับพ่อแก เควินเองก็มีแฟน เป็นคนไทยเหมือนกัน แต่อยู่กันคนละคณะ มีช่วงหนึ่งแม่กับเขาเริ่มห่างกัน แม่มัวแต่เที่ยวเตร่ สนใจพ่อแกมากกว่าการเรียน เขานี่ล่ะที่ช่วยลากแม่ไปเรียน เช็กชื่อให้ โกหกอาจารย์ว่าแม่ไม่สบาย ให้ลอกเลกเชอร์ ทำรายงานให้ แม่เรียนจบได้แต่ละเทอมก็เพราะเขาเลยนะ แฟนของเควินอายุมากกว่า ตอนนั้นเธอเรียนปริญญาโท พวกแม่อยู่ปีสองกันเอง พอเรียนจบเธอก็ท้อง เลยกลับไปไทยก่อน และหลังจากนั้นไม่กี่เดือนแม่ก็ท้องแก”

ลี่จูยันมือกับโต๊ะทำงาน ส่งตัวขึ้นนั่งบนโต๊ะ มาร์ควางอัลบั้มและรูปบนโต๊ะเยื้องไปข้างหลังแม่

 

“เควินเป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างแม่ ช่วยแม่เก็บเรื่องท้องไว้เป็นความลับ เพราะถ้ามีใครรู้แม่ก็ต้องลาออก เควินดูแลแม่อย่างดี บางทียังดีกว่าพ่อแกด้วยซ้ำ พ่อน่ะเจ้าชู้มาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ แล้ว เพราะแม่เขาเลยมีเรื่องกับพ่อของมาร์คบ่อยมาก ตอนที่แม่ปวดท้องจะคลอดมาร์คน่ะ แม่อยู่ที่หอ เขาไปทำงานที่คณะ เควินเป็นคนพาแม่ไปโรงพยาบาลเอง เขาติดต่อพ่อไม่ได้ รู้ไหมว่าตอนแม่ตื่นขึ้นมาอีกทีแม่เจออะไร”

“อะไรเหรอครับ”

ลี่จูอมยิ้ม ก่อนจะเล่าต่อ

“เควินเขาลากพ่อเข้ามาในห้องพักของแม่ แม่กำลังให้นมแกอยู่เลย สภาพพ่อน่ะหมดหล่อไปเลยล่ะ เควินไปเจอพ่อเขาที่บ้านเพื่อน กำลังเล่นบิลเลียดเลย เขาก็เลยซัดพ่อซะจนเลือดอาบหน้าแน่ะ”

มาร์คอ้าปากค้าง ลี่จูหัวเราะขำ ยกมือขยี้ผมลูกชายที่นั่งอยู่ต่ำกว่า

“หลังจากเรื่องนั้นพ่อก็เลยเอาใจใส่แม่กับมาร์คมากขึ้น เควินน่ะนับได้ว่าเป็นเพื่อนรักของแม่เลย พอเราเรียนจบก็ไม่ได้เจอกันอีก แต่ยังติดต่อกันอยู่เสมอ แม่ย้ายไปโน่นมานี่บ่อยๆ ต้องทำงาน เขาเองก็ต้องทำงานเหมือนกัน เราต่างก็มีลูกชายทั้งคู่ ตอนที่มาร์คเกิด แม่กับเขายังคุยกันเลยว่าถ้าแกเป็นผู้หญิงนะเขาจะจองตัวไว้เลยล่ะ แม่มารู้ข่าวเขาอีกครั้งก็ตอนที่..ที่เขาเกิดอุบัติเหตุตกเขาตอนมาเที่ยวเกาหลี แม่ใจสลายเลย ความรู้สึกที่ต้องสูญเสียเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งไปมันทรมานมากๆ เลยนะมาร์ค..

ลี่จูน้ำตาคลอ เพียงแค่คิดถึงความสูญเสียที่ไม่มีวันได้กลับคืนมาเธอก็อยากร้องไห้

มาร์คเอื้อมมือไปจับมือแม่เอาไว้ ลี่จูบีบมือเขา ยิ้มให้ลูก

“ช่วงนั้นแม่มีเรื่องกับพ่อ และตั้งใจจะมาสร้างตัวที่นี่กับพ่อของยองแจ ตอนแรกแม่ก็คิดว่าเป็นอุบัติเหตุธรรมดา ยังคุยกับพ่อยองแจเลยว่าจะรับลูกของเควินมาดูแล เพราะเควินมีเพียงญาติห่างๆ อยู่ที่เมืองไทย ญาติทางภรรยาเขาก็มี แต่คงไม่สามารถดูแลหลานได้ดีนักหรอก แม่เคยเจอมาแล้วสมัยที่ไปเที่ยวซัมเมอร์ที่ไทย พวกเขาเป็นคนที่ไม่น่าคบเอาซะเลย พอสืบไปสืบมามันมีมากกว่านั้น ไม่ใช่อุบัติเหตุซะทีเดียว มันเป็นสถานการณ์ที่สร้างขึ้นให้เหมือนอุบัติเหตุ อุปกรณ์ปีนเขาไร้ความปลอดภัย เครื่องมือของใช้สำหรับเอาตัวรอดหากเกิดเหตุร้ายก็ไม่สามารถเอามาใช้ได้เลย รู้ตัวแค่คนที่ถูกหลายๆ คนจ้างมาอีกที โดยที่คนคนนั้นไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นเครื่องมือทำร้ายคนอื่น หาหลักฐานอะไรไม่ได้เลย เอาผิดใครก็ไม่ได้ แม่โกรธมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น ตอนนั้นแม่มีธุรกิจต้องดูแล ยองแจก็ยังเล็ก แล้วยังต้องเตรียมการฟ้องร้องเรียกสิทธิ์การเลี้ยงดูมาร์คมาจากพ่อเขาด้วย แม่รู้สึกผิดมาตลอดที่เพื่อนแม่ต้องมาตายไปโดยแม่ช่วยอะไรไม่ได้เลย แม่อยากได้ลูกชายเขามาเลี้ยงแต่แม่ก็ไม่มีสิทธิ์ เพราะเด็กคนนั้นก็มีญาติคอยดูแลอยู่ ลูกชายคนโตรอดเพราะไม่ได้มาด้วย แต่ลูกชายคนเล็กที่มาด้วยกันหายสาบสูญ เมื่อทำอะไรไม่ได้แม่เลยพยายามตามหาเด็กคนนั้นแทน”

ลี่จูไม่ยอมบอกว่าคนที่ถูกใช้โดยไม่รู้เรื่องรู้ราวก็คือพ่อของจินยอง..เรื่องมันจบไปแล้ว นายนั่นก็ตายไปแล้วด้วย บอกมาร์คไปตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ช่วงแรกที่จินยองคบกับมาร์คเธอก็ไม่รู้หรอก พอได้มารู้ทีหลังว่าพ่อของจินยองคือใคร เธอก็รับไม่ได้ พาลเกลียดจินยองไปด้วย

“เด็กคนนั้น..แบมแบมเหรอครับ” มาร์คเศร้าใจที่ต้องมาได้ยินเรื่องร้ายแบบนี้ ลี่จูพยักหน้า

“ใช่จ้ะ เด็กคนนั้นคือแบมแบม แม่ตามหาเขาไม่เจอจนถอดใจ เคยคิดว่าเขาตายไปแล้วด้วยซ้ำ จนแม่มาเจอแกอีกทีตอนไปงานเลี้ยง แบมแบมอายุสิบเจ็ดเอง แม่ได้พบกับฮีเอก่อน แม่ถูกชะตากับเธอ โชคดีมากๆ ที่เธอพาลูกชายไปด้วย พอรู้จักกันได้ปีกว่าแม่ถึงรู้ว่าแบมแบมไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของฮีเอ ตอนนั้นแม่เอ็นดูแกมาก เลยคิดว่าจะสืบหาดูสักหน่อยว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของแกเป็นใคร วันที่แม่รู้ความจริงแม่ช็อกมากเลยนะ นอกจากลูกแม่เอง แม่ไม่เคยรู้สึกอยากดูแลและปกป้องใครเท่านี้มาก่อน ผ่านมาอีกสักพักใหญ่เป็นช่วงจังหวะที่บริษัทของฮีเอกำลังมีปัญหาพอดี แม่เลยยื่นข้อเสนอให้ฮีเอเพื่อเอาแบมแบมมาเป็นสะใภ้..

“เพราะแบบนี้ใช่ไหมครับ แม่ถึงรักแบมแบมมาก”

มาร์คเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ถึงรักและดูแลแบมแบมอย่างดีราวกับลูกในไส้

“อืม และตอนที่รู้ว่าแบมแบมเป็นใคร แม่เลยคิดขึ้นมาได้ว่าเควินมีลูกชายคนโตอีกคน ไม่ได้มีแต่แม่หรอกที่ตามหาแบมแบม พี่ชายแบมแบมก็ตามหาน้องอยู่เหมือนกัน นิชคุณมาเรียนที่เกาหลีหลังจากพ่อแม่เสียไปได้สองปี แล้วก็อยู่ที่นี่มาตลอด แม่จึงหาทางให้พี่น้องเขาได้เจอกัน”

“ทำไมแม่ไม่บอกเขาไปให้เร็วกว่านี้ล่ะครับ”

“แม่เห็นแก่ตัวมากเกินไปน่ะ แม่ไม่อยากให้แบมแบมกลับไปหาพี่ชายเร็วเกินไป แม่อยากอยู่กับเขาให้นานที่สุด..มาร์ค”

“ครับแม่”

“ต่อจากนี้ไปดูแลน้องให้ดีๆ นะ อย่าทำอะไรให้เขาเสียใจอีก ถ้ามีอีกครั้ง แม่คิดว่าเขาคงไม่ใจอ่อนแบบนี้แล้ว”

ลี่จูกลัวใจแบมแบมมากนะ เจ็บครั้งแรกยังพอให้อภัย แต่ถ้ามีอีกครั้ง เธอคงได้เห็นใบหย่าของมาร์คและแบมแบมเข้าจริงๆ

“แม่วางใจเถอะ ถึงแม่ไม่ขอผมก็ทำอยู่แล้วครับ” มาร์คยืนยันหนักแน่นให้แม่สบายใจ

“ขอบใจมากนะมาร์ค”

 

 

 

“ไม่ให้ไป อยากไปหาพ่อกับแม่เดี๋ยวพี่พาไปเอง พี่ไปด้วย”

นิชคุณปฏิเสธทันทีเมื่อแบมแบมมาหาถึงคอนโดแล้วบอกว่าจะไปประเทศไทยกับมาร์ค

“พี่ไม่ว่างสักที แล้วเมื่อไรแบมจะได้ไปล่ะครับ เดี๋ยวคุณพ่อกับคุณแม่จะไม่อยู่บ้านอาทิตย์นึง แบมไม่อยากเหงาอยู่บ้านคนเดียว” แบมแบมไม่คิดมาก่อนเลยว่า แค่มาขอที่อยู่บ้านพ่อกับแม่จะยากกว่าที่คิด

“ไปกับหมอนี่สองต่อสอง พี่ไม่ไว้ใจ” นิชคุณมองมาร์คเขม็ง มาร์คคันปากอยากจะโต้ตอบมาก แต่ต้องนิ่งไว้ รอให้แบมแบมอ้อนพี่ชายเอาเอง เขาไม่อยากทำเสียเรื่อง

“พี่ก็ เขาจะทำอะไรแบมได้ล่ะครับ แบมอยากไปจริงๆ นะ รอให้พี่ว่างแบมก็คลอดพอดีอ่ะ น้า นะๆ พี่คุณ แบมขอไปน้า อาทิตย์เดียวเองนะครับ”

แบมแบมกอดแขนพี่ชายออดอ้อน นิชคุณหันหน้าหนีไม่มองตากลมที่ส่งสายตาเว้าวอน

“ไม่!” แบมแบมสะดุ้ง ปากอิ่มบิดเบ้ ขยับตัวถอยไปนั่งกับมาร์ค นิชคุณเพิ่งรู้ตัวว่าเสียงดังใส่น้อง

“อ่า..พี่ขอโทษนะครับ ไม่งอนนะ”

“อืม” ปากตอบรับว่าไม่งอนแต่หน้าหวานซุกกับต้นแขนมาร์ค นิชคุณตวัดสายตาไม่พอใจใส่มาร์คที่งงว่าทำไมจู่ๆ ต้องมาโดนมองอย่างนั้นด้วย

“ไม่เอาน่า พี่ลืมตัวไปนิดเดียวเอง มาๆ คุยกันก่อน” นิชคุณง้อ แบมแบมเม้มปากแน่น ก่อนคลายออก นิ่งอยู่อึดใจก็ส่งยิ้มให้พี่ชาย

“ไม่เป็นไรครับ แบมไม่ไปก็ได้”  คนท้องพยักหน้าเข้าใจ แต่พี่ชายไม่แน่ใจ

“จริงเหรอ?”

“จริงสิครับ ไม่ต้องคิดมากหรอก เดี๋ยวแบมรอไปพร้อมพี่ก็ได้ แบมไปช่วยพี่ยูคยอมในครัวนะ”

แบมแบมยิ้มให้พี่ชาย ก่อนลุกเลี่ยงไปที่ห้องครัวที่มียูคยอมกำลังอุ่นอาหารอยู่

อย่าได้คิดว่ายูคยอมจะทำอาหารเป็นเด็ดขาด ซื้อมาทั้งนั้น ร้านอร่อยเจ้าประจำ ของโปรดนิชคุณ

“มา แบมช่วย” ว่าที่คุณแม่ส่งเสียงบอกยูคยอม เดินไปที่โต๊ะที่ยังมีอาหารอยู่ในกล่อง ช่วยแกะกล่องเป็ดย่างออกให้ก่อน

“ไม่เป็นไร ตรงนี้พี่ทำเองก็ได้นะ” ยูคยอมหันมาเห็นคนท้องเข้ามาช่วยก็เกรงใจ

“ไม่เป็นไรครับ แบมอยากช่วยนะ มันว่าง” แบมแบมมองอาหารในจานที่อุ่นเสร็จแล้ว จำเอาไว้ว่าพี่ชายชอบกินอะไรบ้าง เผื่อว่างๆ จะทำมาให้กิน

แบมแบมงอนได้แค่แป๊บเดียว พอได้กินของอร่อยก็หายงอนแล้ว และยังพูดคุยหัวเราะเป็นปกติ มีความสุขที่ได้กินข้าวกับพี่ชาย แต่นิชคุณกลับเป็นคนไม่สบายใจซะเอง

“ง่วงหรือยังแบม กลับบ้านกัน” มาร์คชวนคนที่นั่งดูโทรทัศน์กับยูคยอม เขายังไม่ง่วงหรอก แต่กลัวแบมแบมจะปวดหลัง กลับไปพักผ่อนที่บ้านดีกว่า

คนที่ถูกทักสะดุ้งเล็กน้อยเพราะกำลังเหม่อลอย ละมือที่ลูบแหวนของพ่อแม่ ยกข้อมือดูนาฬิกา

“ครับ” แบมแบมส่งมือให้มาร์คฉุดตนลุกขึ้นยืน แล้วหันไปลายูคยอมและพี่ชาย

พอแบมแบมกับมาร์คออกจากบ้านไป ยูคยอมก็เอ่ยขึ้นทันที

“ไม่ชอบน้องเขยแล้วจำเป็นต้องทำร้ายความรู้สึกของน้องตัวเองด้วยเหรอครับ?”

คนที่แสร้งทำเป็นสนใจหนังสือในมือเงยหน้ามองคนรัก

“แบมแบมยอมรอพี่เพราะไม่อยากให้พี่ไม่สบายใจ พี่ไปหาพ่อแม่ทุกปี พี่เลยไม่รู้สึกอะไรใช่ไหมล่ะ แต่น้องน่ะจำพ่อกับแม่ไม่ได้ด้วยซ้ำ เขาก็คงอยากไปเจอพวกท่านสักครั้ง พี่ต้องให้น้องรอพี่อีกกี่วันกี่เดือน ทำอย่างกับตัวเองลาหยุดได้ง่ายนักนี่ แล้วลาได้สักกี่วันกันเชียว ไปวันเดียวแล้วกลับเลยเหรอ? คุณมาร์คต้องดูแลภรรยาเขาอย่างดีอยู่แล้ว ในท้องน้องก็ลูกเขานะ”

ยูคยอมพูดแล้วก็เงียบ ดูซิว่าพี่คุณจะทำยังไง ถ้าไม่ยอมลุกไปตามน้องเขาจะหนีกลับแล้วนะ ไม่อยากอยู่กับคนนิสัยไม่ดี

นิชคุณวางหนังสือลงบนโต๊ะ หยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกจากห้องไป ยูคยอมอมยิ้ม

 

 

ร่างบางหยุดเดิน หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเอี๊ยมตรงหน้าท้องมารับสาย มืออีกข้างรั้งแขนคนที่เพิ่งเดินออกจากลิฟต์เอาไว้

“ครับพี่คุณ”

<อยู่ไหน ออกจากคอนโดพี่รึยัง>

“ยังครับ อยู่ตรงล็อบบี้ พี่มีอะไรเหรอ?”

<รอพี่อยู่ตรงนั้นก่อน เดี๋ยวพี่ลงไปหา> แบมแบมวางสายอย่างงงๆ มาร์คมองหน้าเมีย

“มีอะไรหรือเปล่าแบม”

“พี่คุณจะลงมาคุยด้วยน่ะครับ”

“ทำไมไม่คุยซะให้เสร็จก่อนลงมานะ” มาร์คอดบ่นไม่ได้ พาแบมแบมไปนั่งรอพี่ชายเจ้าตัว

รอไม่นานนิชคุณก็เดินออกมาจากลิฟต์ มองหาน้องจนเจอแล้วเดินตรงมาหาแบมแบมที่นั่งรอ

“พี่มีอะไรเหรอ”

“เอ่อ..” นิชคุณเดินไปนั่งกับน้อง แบมแบมมองหน้าพี่ให้รีบพูด

“เรื่องไปไทยน่ะ..แบมไปกับมาร์คก็ได้”

“หือ?” แบมแบมเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที มาร์คเองก็แปลกใจ

“พี่ยอมก็ได้ จะไปก็ไป แต่ถ้าหมอนี่รังแกอะไรอีกต้องรีบมาบอกพี่เลยนะ”

“ถ้าพี่ไม่อยากให้ไป แบมไม่ไปก็ได้นะครับ” แบมแบมไม่อยากให้พี่ชายเป็นห่วง แต่มาร์คฟังแล้วอยากเรียกร้องความเป็นธรรมมากๆ ว่า แบมแบมสนใจพี่หน่อยเถอะ อย่าสนแต่พี่ชายคนเดียวสิ

“อยากไปก็ไปเถอะ กำลังท้องอยู่ไปเที่ยวให้สบายใจบ้างก็ดี นอกจากบ้านที่กรุงเทพฯแล้วพี่ก็ซื้อบ้านที่ต่างจังหวัดไว้อีกที่ด้วย..มันเป็นบ้านของแม่น่ะ”

“บ้านแม่? ทำไมพี่ต้องซื้อด้วยล่ะครับ ไม่ใช่ของเราเองหรอกเหรอ?” แบมแบมแปลกใจ

“บ้านหลังนั้นเคยถูกเอาไปขายเพราะป้าหมดตัวในคาสิโนน่ะสิ แต่พอพี่รู้ พี่ก็เอาเงินจากการขายบริษัทของพ่อไปซื้อคืนมา พี่ตั้งใจจะซื้อเก็บไว้ให้แบม ตอนนั้นพี่คิดแค่ว่า อยากจะเหลือบ้านของแม่เอาไว้ให้แบมน่ะ เผื่อสักวันพี่ตามหาน้องเจอ เราอาจจะได้กลับไปอยู่ด้วยกันที่โน่นสองคนพี่น้อง  พี่เองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วแบบนี้”

“พี่คุณ..” นิชคุณยิ้มให้น้อง จับมือเล็กเอาไว้

“สมบัติของเราน่ะเหลือไม่มากเท่าไรหรอกแบม เพราะว่าโดนโกงไปเยอะ ตอนมาอยู่ที่นี่ พี่เด็กเกินไปที่จะดูแลทรัพย์สินได้เอง กว่าจะโตพอดูแลเองได้มันก็หมดไปเยอะแล้ว พี่ขายบริษัทกับทรัพย์สินที่พ่อแม่เหลือไว้ เปลี่ยนเป็นเงินกับทองเก็บไว้ในธนาคารแทน เพราะพี่ต้องอยู่เกาหลีเพื่อตามหาแบม นานทีจะกลับไทย บ้านที่กรุงเทพฯพี่ไม่ขายเพราะมันเป็นบ้านที่พ่อรักมาก และพี่ก็สร้างที่เก็บอัฐิพวกท่านไว้ที่นั่นด้วย หลังจากไปเคารพอัฐิของพ่อกับแม่แล้วแบมอยากไปบ้านแม่ก็ลองไปดู ที่นั่นสวยมาก อากาศดีมากด้วยล่ะ”

แบมแบมรู้สึกเห็นใจและสงสารพี่ชายมาก ถึงเขาจะเคยเป็นเด็กกำพร้า เขาก็อยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ไม่นาน เพราะคุณแม่คุณพ่อรับเขาไปเลี้ยงหลังจากอยู่สถานสงเคราะห์ได้ไม่ถึงปี ดูแลเอาใจใส่เหมือนลูกแท้ๆ แต่พี่ชายนั้นเหมือนอยู่คนเดียวจริงๆ ต้องเรียนและดูแลตัวเองเพียงลำพัง ทั้งยังต้องตามหาเขาด้วย เป็นการหาอย่างไม่มีความหวังว่าจะสำเร็จด้วยซ้ำ แต่พี่ก็อดทนและรอจนเราได้พบกันอีกครั้ง

พี่ต้องเหงามากแน่ๆ เลย..พี่เอากำลังใจมาจากไหนนักหนานะ เอาความเชื่อมั่นว่าเขายังมีชีวิตอยู่มาจากไหนกัน..

“ขอบคุณมากนะครับ” แบมแบมกอดพี่ชาย ซบหน้ากับบ่ากว้าง รู้สึกขอบคุณจากใจจริงๆ ที่พี่พยายามรักษาสิ่งที่เหมือนของดูต่างหน้าพ่อกับแม่เอาไว้ให้เขา พี่ชายเขาเก่งมากเลยนะ

“พ่อกับแม่ต้องดีใจแน่ๆ ที่แบมไปหา ครั้งหน้าเราจะไปด้วยกัน ไปพร้อมกันสองคนพี่น้องนะ”

นิชคุณกอดตอบน้องชายแน่น ตื้นตันใจแทนน้องที่จะได้เจอพ่อแม่อีกครั้งสักที แม้จะเป็นเพียงรูปถ่ายและอัฐิเท่านั้น แต่ก็ยังดีที่ได้พบกัน..

 

30%

 

“แม่ดีใจนะที่น้องแบมยอมไปเที่ยวกับมาร์คเขา”

ร่างบางที่นั่งเก็บของอยู่บนเตียงเงยหน้ามองมารดาที่มาช่วยเขาเก็บกระเป๋าเตรียมเดินทางไปเที่ยว

ฮีเอช่วยเก็บเสื้อผ้าให้ลูกด้วยตนเอง แบมแบมถอนหายใจขณะเอาของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าใบเล็ก รวมทั้งเอกสารจำเป็นเผื่อมีเรื่องฉุกเฉินต้องเข้าโรงพยาบาลด้วย

“ทำไมหรือครับ พ่อกับแม่ชอบคุณมาร์คแล้วเหรอ?”

“แบมมีความสุขพ่อกับแม่ก็มีความสุขไปด้วย พ่อเขาก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้หรอกจ้ะ อะไรที่แบมทำแล้วสบายใจ พ่อกับแม่ก็เห็นดีด้วย แม่อยากให้แบมใช้เวลาที่ได้ไปเที่ยวด้วยกันเปิดใจและเลิกสร้างระยะห่างกับมาร์คได้แล้วนะ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว การสร้างครอบครัวมันก็ยากแบบนี้ล่ะจ้ะแต่เราต้องช่วยกันประคับประคองกันไป แบมควรมองแค่ปัจจุบันนะลูกว่าอะไรที่ทำให้แบมมีความสุขที่สุด แบมรักเขาไม่ใช่เหรอ เขาเองก็พร้อมจะดูแลแบมอีกครั้ง เรื่องทั้งหมดมันก็คลี่คลายและผ่านไปแล้ว แม่อยากให้แบมทำตามหัวใจตัวเองได้แล้วนะ แบมของแม่เป็นคนใจดีและชอบให้อภัยคนนี่ ให้โอกาสมาร์คอีกสักครั้งสิ”

ฮีเอเดินมานั่งใกล้ลูกจับมือเขาไว้ เชยคางลูกให้เงยหน้าสบตาตน

“แม่เข้าใจความรู้สึกของแบมนะ แต่การจะยอมรับมาร์คเข้ามาในชีวิตอีกครั้งไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกนะ ไม่มีใครว่าแบมหรอก”

“แม่ว่า..คุณมาร์ครักแบมจริงๆ หรือเปล่าครับ”

แบมแบมกังวล เขาไม่ได้รังเกียจอะไรถ้าคุณมาร์คจะมาอยู่ใกล้ๆ ถึงใจจะเอนเอียงไปหากว่าครึ่งแล้วแต่ลึกๆ เขายังไม่มั่นใจว่าตัวเองได้รับความรักจากคุณมาร์คหรือยัง

“พิสูจน์เองสิจ๊ะ ไม่มีใครมองเห็นความรักจากตัวคนที่เรารักได้ดีเท่าตัวเราเอง แม่ว่าแบมมีคำตอบในใจแล้วเพียงแต่แบมยังไม่มั่นใจเท่านั้นเอง มั่นใจสิจ๊ะ ลูกของแม่น่ะมีแต่คนรักทั้งนั้น มาร์คจะใจร้ายไม่รักลูกของแม่ได้ยังไง”

ฮีเอลูบแก้มใสเบาๆ ด้วยความรักและเอ็นดู แบมแบมยิ้มให้แม่

“แบมจะลองดูครับแม่..ขอบคุณนะครับ”

 

 

 

 

            “แบมมาถ่ายรูปกัน” คุณสามีที่ดูจะตื่นเต้นออกนอกหน้ากับการไปเที่ยวบอกภรรยาที่กำลังมองผู้โดยสารร่วมเที่ยวบินคนอื่น

แบมแบมกลับมามองโทรศัพท์มือถือของสามีแล้วชูสองนิ้ว

“ยิ้มด้วยสิ โอ๊ะ ถ่ายตัวเล็กด้วยดีกว่า ครอบครัวสุขสันต์มากๆ อ่ะสี่คนพ่อแม่ลูก” แบมแบมหมั่นไส้มาก คุณมาร์คนี่ช่างพูดจริง

แต่คำว่าครอบครัวสุขสันต์ก็ทำให้คนฟังรู้สึกว่ามีความสุขไปด้วยล่ะนะ ความสุขของคุณมาร์คคงล้นออกมาจากตัวส่งมาถึงแบมแบมด้วย

“นี่! ถ่ายอย่างเดียวสิครับ ใครอนุญาตให้แตะตัวแบม” แบมแบมแกล้งดุคนที่ยัดเยียดโทรศัพท์ให้เขาถือแล้วแตะลงบนท้องเขา

“ขอจับลูกหน่อยไม่ได้เหรอ” มาร์คทำหน้าตาน่าสงสาร

“ไม่ให้จับ อยากจับไปจับตัวน้องโรสสิครับ”

 “โรสคือลูกแจบอมต่างหาก พี่จะไปจับลูกคนอื่นทำไมเล่า”

“แน่ใจได้ยังไงครับว่าลูกอาจารย์”

“ตรวจดีเอ็นเอแล้วนี่นา”

“ตรวจแล้ว? ตั้งแต่เมื่อไรครับเนี่ย! คุณไม่คิดจะบอกกันเลยสินะครับ” แบมแบมแกล้งเหวี่ยง หน้านิ่วคิ้วขมวด ทำเอาคนเคยมีคดีติดตัวต้องรีบอธิบาย

“พี่นึกว่าแบมจะรู้จากยองแจแล้วนี่นา..พี่ไม่ได้ไม่อยากบอกนะ”

“ไม่เป็นไรครับ เรื่องสำคัญแบมไม่มีสิทธิ์รู้จากคุณหรอกเพราะแบมไม่ใช่คนสำคัญ แบมเข้าใจ”

 แบมแบมคืนโทรศัพท์ให้มาร์ค กอดอก หันหน้ามองไปอีกทาง ความจริงเขารู้จากยองแจหมดแล้ว เพราะคุณมาร์คบอกยองแจ ยองแจก็มาบอกเขาอีกที แต่แค่อยากแกล้งคุณมาร์คแก้เบื่อเท่านั้น

“เอ่อ ไม่ใช่อย่างนั้นนะแบม”

เอาแล้วสิ แบมแบมงอนเขาเหรอ แล้วจะง้อยังไงดีล่ะ มาร์คต้วนเคยทำอะไรถูกใจเมียบ้างไหมเนี่ย

“แบมเข้าใจอะไรผิดเหรอครับ?”

“แบมเป็นคนสำคัญของพี่เสมอนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะปิดนะคะแค่ไม่มีจังหวะจะบอก”

“อือ แบมรู้ ช่างมันเถอะครับ”

“แล้วตอนนี้แบมรู้สึกยังไงบ้างที่ยัยหนูโรสไม่ใช่ลูกพี่น่ะ” มาร์คกลั้นใจถามเลยนะ เขาเดาปฏิกิริยาแบมแบมไม่ออกหรอก

“ดีใจสิครับ”

“ที่ดีใจก็เพราะแบมยังรักพี่อยู่ใช่ไหม โล่งใจที่พี่ไม่ได้มีลูกกับคนอื่นนอกจากแบมล่ะสิ”

 ว่าที่คุณพ่อเอ่ยเข้าข้างตัวเองทำให้ว่าที่คุณแม่เบ้ปากอิ่มทันที

เข้ามานั่งอยู่ในใจคนอื่นหรือไงครับคุณอี้เอินถึงได้รู้ดีนัก เดี๋ยวเถอะ ร้ายกาจจริงเชียว

“เปล่าครับ แบมดีใจแทนพี่แจบอมต่างหาก พี่เขารักคุณจินยองและน้องโรสมากเลย เขาได้เป็นพ่อที่แท้จริงของน้องแล้วคงมีความสุขที่สุดในโลกแน่เลย”

แบมแบมเผลอยิ้มออกมา เป็นโอกาสให้คนที่รอจังหวะอยู่กดถ่ายรูป

“อย่าถ่ายทีเผลอสิครับคุณมาร์ค”

“แบมยิ้มสวยนะ ยิ้มบ่อยๆ สิครับ พี่ขอซื้อได้ไหมไอ้หน้าบึ้งๆ เนี่ย”

“อยากให้แบมยิ้มคุณก็พยายามเอาเองสิครับ แบมไม่ขายให้คุณหรอก ไม่ว่าจะซื้อด้วยอะไรก็เถอะ”

แบมแบมหยิบไกด์บุ๊คท่องเที่ยวประเทศไทยมาเปิดดู ก่อนเอ่ย

“อย่ากวนแบมนะ แบมจะอ่านหนังสือ”

“โธ่ แบมอ่านหนังสือแล้วพี่จะคุยกับใครล่ะที่รัก”

“ดูหนังฟังเพลงไปสิครับ อยากทำอะไรก็ทำไปสิ”

“พี่อยากคุยกับแบม” แบมแบมมองค้อน มาร์คหัวเราะชอบใจที่ทำให้เมียหันมามองด้วย แม้จะมองด้วยหางตาก็เถอะ

 

 

 

 

การมาเที่ยวครั้งนี้ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้ามาเลย แบมแบมเคยมาเที่ยวเมืองไทยกับพ่อแม่หลายครั้งแล้ว แม้จะไม่ได้จัดการอะไรด้วยตนเองแต่ก็พอรู้ว่าควรต้องทำอะไรก่อนหลัง

“ไปตามที่อยู่นี้นะครับ” แบมแบมยื่นสมุดบันทึกเล่มเล็กให้คนขับรถแท็กซี่ที่มาจอดรอรับผู้โดยสารภายในสนามบิน หลังจากคุณลุงช่วยคุณมาร์คยกกระเป๋าใส่ท้ายรถเรียบร้อยแล้วมาประจำที่คนขับ

“มาไทยบ่อยเหรอครับ พูดไทยเก่งจังเลย” คนขับรถเอ่ยชมแบมแบม พอจดจำที่อยู่ในสมุดได้แล้วก็ส่งคืนให้

“ลุงดูไม่ออกเหรอครับ ผมเป็นคนไทยนะ” ร่างบางหัวเราะน้อยๆ คุณลุงคนขับตาโตก่อนหัวเราะ

“จริงเหรอครับ ดูจากหน้าคนหล่อที่มาด้วยลุงนึกว่าได้รับนักท่องเที่ยวจีนอีกแล้ว”

“เปล่าครับ ผมเป็นคนไทยแต่ไปโตที่เกาหลีใต้ นี่สามีครับคนไต้หวัน ไม่สิ เลือดในตัวเขาน่ะไต้หวันแต่สัญชาติอเมริกัน โตที่อเมริกาแล้วย้ายไปอยู่เกาหลีน่ะครับ” แบมแบมแนะนำว่ามาร์คเป็นสามีแทนที่จะเป็นอดีตสามี เพราะมันคงจะแปลกที่คนหย่ากันแล้วมาเที่ยวด้วยกันน่ะนะ

“น่างงดีเนอะสามีหนูเนี่ย” คุณลุงขำพลอยทำให้คุณแม่หัวเราะไปด้วย มาร์คฟังไม่ออกต้องสะกิดไหล่บาง ไม่อยากเป็นส่วนเกิน

“แบมแบมรู้ภาษาไทยด้วยเหรอ?” มาร์คเดาว่าแบมแบมพูดภาษาไทย ไม่อย่างนั้นจะคุยกันสนุกสนานขนาดนี้หรือไง

“รู้สิครับ พ่อกับแม่ให้แบมเรียนตั้งแต่เด็ก”

“พี่ไม่เคยรู้เลย ไม่เห็นเล่าให้ฟังบ้าง” มาร์ครู้สึกว่าตัวเองยังใช้ไม่ได้ ยังรู้เรื่องของแบมแบมน้อยมาก

“คุณไม่ได้ถามนี่ครับ”

“อย่างนี้แบมก็พูดได้สามภาษาเลยสิ เกาหลี อังกฤษ ไทย”

“ห้าครับ”

“หา?”

“เพิ่มญี่ปุ่นกับจีนไปด้วย ก่อนที่จะแต่งงานกับคุณ แบมเคยได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ญี่ปุ่นด้วยนะครับ” แบมแบมเล่าสู่กันฟัง คิดขึ้นมายังรู้สึกเสียดายนิดๆ ที่ไม่ได้ไป

“พูดได้นี่คือสื่อสารเข้าใจ อ่านออกเขียนได้ด้วยน่ะเหรอ?”

“ใช่ครับ” แบมแบมทำหน้าเหมือนจะบอกว่า แปลกตรงไหน ใส่มาร์ค แต่มาร์คคิดว่านี่ล่ะแปลก

มาร์คประหลาดใจ ภรรยาเด็กเขาเก่งมากเลยแฮะ

“มาเยี่ยมญาติกันเหรอครับ” ลุงคนขับชวนคุยไม่ให้ในรถเงียบเกินไป

“ครับ มาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่น่ะครับ”

“ดีจังเลยครับ แสดงว่าไปอยู่มานานหลายปีเลยสินะ พูดไทยสำเนียงต่างชาติมากๆ เลยนะครับ”

“ฮะฮะฮะ สิบกว่าปีเลยล่ะครับ ไม่ค่อยได้พูดกับใคร นานๆ ทีจะได้ใช้ภาษาไทยลิ้นมันก็เลยแข็งๆ พันๆ กันไปหมด นี่โชคดีนะครับที่เรียนแล้วยังไม่ลืมเท่าไร แต่บางคำก่อนจะพูดได้นี่ก็ต้องนึกก่อน”

“ยังดีนะครับที่พูดได้ ไม่ลืมภาษาบ้านเรา แล้วสามีหนูพูดไทยไม่ได้เหรอ”

“พูดไม่ได้เลยครับ แต่พูดไม่ได้ฟังไม่รู้เรื่องน่ะดีแล้วครับ เวลาผมนินทาเขาจะได้ไม่เข้าใจ”

“ฮะฮะฮะ ขี้แกล้งนะเรา นี่แต่งงานกันมานานแล้วเหรอ หน้ายังเด็กกันอยู่เลยนะ”

“แต่งกันได้หลายเดือนแล้วครับลุง ผมมาเมืองไทยหลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยเที่ยวกรุงเทพเลย ลุงพอจะแนะนำสถานที่ดีๆ ให้หน่อยได้ไหมครับ”

“อยากเที่ยวแบบไหนล่ะครับ ช้อปปิ้งหรือวัดล่ะ แถวที่อยู่ของหนูก็มีที่เที่ยวดีๆ อยู่นะ แฟนเป็นคนต่างชาติพาไปชมวัดไทยสวยๆ ก็ดีเหมือนกัน”

“ขอที่ของกินอร่อยๆ นะครับลุง ผมไม่ค่อยชอบช้อปปิ้งที่หรูๆ แต่ถ้าตลาดที่เดินเล่นได้สบายๆ ก็น่าสน เนี่ย ที่นี่ดีไหมครับ” แบมแบมยื่นหนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้ดู คุณลุงมองแวบหนึ่งแล้วพยักหน้า

“ดีๆ ที่นี่ก็ดีนะครับ เดินเล่นได้เยอะดี ของอร่อยเพียบ”

มาร์คยู่ปาก อยากร้องเรียกให้แบมแบมสนใจตนบ้าง แต่ดูท่าทางเพื่อนคนใหม่ของแบมแบมจะทำให้อีกฝ่ายลืมเขาไปแล้ว เขาหล่อกว่าลุงโชเฟอร์อีกนะ สนใจพี่บ้างสิแบมแบม..

 

 

 

แบมแบมยืนมองบ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดกลางด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเลย..

เขารู้สึกดีใจที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง แต่ลึกๆ ยังไม่อยากเชื่อว่าเขาจะมีโอกาสได้กลับมาบ้านของตัวเองอีกครั้ง คิดว่าฝันไป บ้านของพ่อกับแม่..บ้านที่เขาเคยอยู่ตั้งแต่ตอนเกิด เขาจำมันไม่ได้เลย ไม่รู้สึกคุ้นเคยกับบ้านสวยๆ หลังนี้ และความรู้สึกนี้ทำให้แบมแบมรู้สึกไม่ดีที่ลืมเลือนบ้านของพ่อกับแม่ไป

มือเล็กจับประตูรั้วสูงเอาไว้ มาร์คเดินมายืนเคียงข้าง วางมือบนเอวภรรยา

“แบมแบมอยากเข้าไปหรือยัง” แบมแบมมองหน้ามาร์ค พยักหน้า

“เอ่อ..คุณคะ มาหาใครเหรอคะ เจ้าของบ้านเขาไม่อยู่หรอกค่ะ เขาไปทำงานอยู่เกาหลี”

แบมแบมหันหลังไปมองจึงเห็นคุณป้าคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาทางเขา แบมแบมยิ้มให้เธอ

“ทราบครับ ผมเป็นน้องชายเจ้าของบ้านน่ะครับ”

“น้องชาย?”

“ครับ น้องชายเจ้าของที่นี่ เขาเป็นคุณหมอใช่ไหมล่ะครับ” แบมแบมเห็นว่าเธอยังไม่วางใจ คงจะเป็นห่วงว่ามีคนมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้านล่ะมั้ง

บ้านหลังนี้อยู่ในโครงการบ้านจัดสรรราคาแต่ละหลังขายอยู่ที่แปดหลัก ทางเข้าหมู่บ้านมีรปภ.ดูแลความปลอดภัยอย่างดี แบมแบมแปลกใจที่พี่ชายมีเพื่อนบ้านที่ใส่ใจช่วยระแวดระวังให้ด้วย

 “อ่อ ป้าแค่แปลกใจน่ะค่ะว่าเป็นใคร เห็นมายืนอยู่สักพักแล้ว เคยคุยกับคุณหมอว่าเขามีน้องชายอยู่อีกคน แต่ป้าไม่เคยเห็น นานๆ คุณหมอจะกลับบ้านสักที ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ป้าปริมค่ะ ป้าอยู่บ้านข้างๆ นี้เอง คุณจะมานี่เองมิน่าเมื่อวานป้าเห็นคนจากบริษัทรับทำความสะอาดมาที่บ้าน”

เพื่อนบ้านวัยกลางคนของแบมแบมยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตรดี แบมแบมยกมือไหว้เธอ

“สวัสดีครับ ผมชื่อแบมแบมครับ นี่สามีผมเองครับชื่อมาร์ค คุณมาร์คนี่ป้าปริมครับ เพื่อนบ้านหลังข้างๆ รู้จักพี่คุณด้วยล่ะ”

คนตัวเล็กแนะนำตัวกับคุณป้าแล้วหันไปเอ่ยกับสามีเป็นภาษาเกาหลีที่ทั้งคู่คุ้นเคยที่สุด เมื่อมาร์คโค้งทักทาย ป้าปริมจึงไม่แปลกใจที่มาร์คไม่ได้ยกมือไหว้เธอ และคิดว่าเขาเป็นคนเกาหลี

“สวัสดีค่ะ ดูดีจังเลยค่ะแฟนหนูแบมแบม คุณหมอไม่มาด้วยเหรอคะ”

“พี่คุณติดงานน่ะครับ ผมเลยมากับสามีสองคน”

“อ๋อ หมอก็งานเยอะเป็นธรรมดาเนอะ บ้านปิดไว้นานของกินก็ไม่มีติดบ้าน นี่เย็นมากแล้วด้วยถ้าไม่รังเกียจไปทานมื้อเย็นบ้านป้านะคะ เดี๋ยวป้าไปทำเพิ่มเผื่อหนูกับแฟน” คุณป้ามีน้ำใจมาก

“ขอบคุณมากนะครับ แต่คงจะรบกวนเกินไปแบมเกรงใจ เดี๋ยวแบมโทรสั่งมากินก็ได้ครับ”

แบมแบมเกรงใจจริงๆ แต่คุณป้าร่างท้วมกลับหัวเราะ

“ไม่เป็นไรจ้ะ เราจะได้รู้จักกันไว้คนกันเอง คุณหมอเขาก็ใจดีเคยช่วยสะใภ้ป้าไว้ค่ะ เขามาบ้านทีไรก็ไปฝากท้องบ้านป้าทุกทีเลยนะ”

“ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะครับ” แบมแบมรับน้ำใจของเธอไว้ อย่างไรก็เพื่อนบ้านกัน

“ค่ะ เข้าไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวอาหารเสร็จป้าจะให้ลูกชายมาตามนะ”

“ขอบคุณครับ” แบมแบมยกมือไหว้ป้าปริมอีกครั้ง เธอยิ้มให้แล้วเดินกลับไปบ้านตัวเอง

“เข้าบ้านเถอะครับ” แบมแบมไขกุญแจเปิดประตูเล็ก มาร์คลากและสะพายกระเป๋าเดินตามเมีย

“ป้าเขาคุยอะไรกับแบมเหรอ”

“ป้าเขาชวนไปทานมื้อเย็นด้วยกันน่ะครับ เธอรู้จักพี่คุณดี พี่คุณเคยช่วยลูกสะใภ้ป้าไว้แล้วยังไปฝากท้องกินข้าวด้วยตอนมาเมืองไทย ไปก็ดีนะครับ จะได้รู้จักกันไว้”

“ป้าใจดีจังเลยนะ”

“ครับ แบมเองก็แปลกใจเหมือนกัน เสน่ห์พี่คุณแรงน่าดูป้าถึงเอ็นดูพี่นักและเผื่อแผ่มาถึงเราด้วย”

แบมแบมเดินเข้าบ้านก่อน มองสวนแบบญี่ปุ่นที่ถูกจัดไว้เสียสวยงาม บ้านไม่มีคนอยู่แต่ไม่มีความทรุดโทรมหรือความเก่าให้เห็นเลย พี่คุณคงจ้างคนมาคอยดูแลบ้านให้คงสภาพดีอยู่ตลอดเวลา

ว่าที่คุณแม่หยุดยืนตรงเฉลียงทางเข้า ไม่ยอมไขกุญแจเปิดประตูบ้าน

“แบมเป็นอะไรไปครับ” มาร์คลูบผมคนที่ยืนนิ่งเบาๆ แบมแบมฝืนยิ้มให้มาร์ค

“แบมไม่กล้าเข้าบ้านน่ะพี่มาร์ค..

มาร์คตาโตเมื่อได้ยินอีกฝ่ายหลุดปากเรียกเขาออกมาว่าพี่มาร์ค พี่! นะ ถึงจะไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบไหนที่ทำให้แบมแบมเผลอเรียกเขาว่าพี่ แต่มาร์คก็ไม่ทักท้วง

“ถ้าอย่างนั้นพี่ไขให้นะ” มาร์คดีใจมากเลยที่เมียกลับมาเรียกเขาว่าพี่อีกครั้งแล้ว

“อืม..” แบมแบมหลบให้สามีเปิดประตู

เมื่อเปิดประตูออกกว้าง สิ่งแรกที่เห็นคือห้องโถงและห้องรับแขก มาร์คหลบให้ภรรยาเดินเข้าไปก่อน ส่วนตัวเองยกกระเป๋าตามเข้าไป

แบมแบมมองไปรอบบ้านราวกับต้องการจะดูและจดจำ เผื่อจะนึกได้ว่าครั้งหนึ่งเคยอยู่ที่นี่

มาร์คปล่อยให้แบมแบมอยู่กับตัวเอง วางกระเป๋าไว้ใกล้โซฟาชุดสีเขียวอ่อนแล้วเดินหาสวิตซ์ไฟ เมื่อบ้านสว่างก็ทำให้เห็นความสวยงามของการตกแต่งอย่างมีรสนิยมได้ชัดขึ้น

“บ้านสวยมากเลยนะแบม” มาร์คหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดโน้ตที่นิชคุณให้มา อ่านว่าของในบ้านที่จำเป็นอยู่ตรงไหนบ้าง ก่อนเดินไปหารีโมทเครื่องปรับอากาศ

แบมแบมเดินไปปิดประตูแล้วเดินสำรวจบ้านชั้นล่าง

“พี่มาร์ค! ขึ้นไปดูข้างบนกันเถอะครับ” แบมแบมร้องเรียกสามีอยู่ตรงชานบันได ชั้นล่างมีห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องครัว โต๊ะอาหาร และห้องนั่งเล่นเท่านั้น

“ห้องนอนอยู่ข้างบนใช่ไหมแบมแบม เดี๋ยวพี่เอากระเป๋าขึ้นไปจัดของเลยแล้วกัน” มาร์คอมยิ้ม มีความสุขอยู่คนเดียว

แบมแบมเดินขึ้นไปชั้นบนก่อนปล่อยให้สามียกกระเป๋าตามขึ้นมาทีหลัง ขึ้นบันไดมาถึงชั้นสองก็เจอโถงทางเดิน ฝั่งซ้ายมีสองห้องและทางขวามีห้องเดียว แบมแบมเปิดประตูห้องทางฝั่งขวาเข้าไปดูก่อน

ห้องนี้เป็นห้องนอนใหญ่ที่มีระเบียงกว้าง มีห้องทำงานซ่อนอยู่ด้วย มีห้องน้ำในตัว ทั้งห้องตกแต่งด้วยเครื่องเรือนไม้และโทนสีน้ำตาล

“ห้องพ่อกับแม่..” เสียงหวานครางแผ่ว ดูก็รู้ว่านี่คือห้องของพ่อกับแม่ มันมีรูปแต่งงานของท่านด้วย ข้าวของทุกชิ้นวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมือนว่ายังมีคนใช้งานห้องนี้อยู่ ไม่ได้ถูกเก็บใส่กล่องทั้งที่เจ้าของห้องไม่อยู่นานนับสิบปี แบมแบมคิดว่าพี่คงไม่ใช้ห้องนี้หรอก แต่พี่เก็บของทุกอย่างของพ่อแม่เอาไว้เหมือนเดิม คงไม่เคลื่อนย้ายไปไหนเลย..

แบมแบมเดินเข้าไปในห้องทำงาน มือเรียวจับไล้ไปตามของที่อยู่บนโต๊ะทำงานเบาๆ ความรู้สึกบางอย่างล้นทะลักออกมาจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หยิบรูปกรอบเล็กที่เป็นรูปครอบครัวขึ้นมาดู

แม้เคยเห็นรูปพ่อกับแม่จากพี่ชายแล้ว แต่แบมแบมก็ยังรู้สึกคิดถึงและเสียใจ

เขาจำพวกท่านไม่ได้เลยแต่เขาสัมผัสถึงชีวิตชีวาในห้องนี้ได้ ข้าวของที่ไม่ได้วางเป็นระเบียบนักทำให้รู้สึกว่า..พวกท่านแค่ออกไปธุระอีกไม่นานก็จะกลับบ้าน

แบมแบมกอดรูปไว้แนบอกแล้วหันไปซบอกกว้างของมาร์ค ร่างสูงกอดภรรยาเอาไว้ปล่อยให้อีกฝ่ายร้องไห้ออกมาเพื่อระบายความรู้สึกต่างๆ ในใจ..

บ้านนี้มันมีแต่ความทรงจำเต็มไปหมด ทุกครั้งที่พี่ชายกลับบ้าน..พี่ชายจะรู้สึกยังไงนะ ที่พี่เก็บข้าวของทุกชิ้นไว้เพราะพี่รู้สึกเหมือนกันใช่ไหมว่าอยากกลับ บ้านบ้านของพวกเราจริงๆ

ตอนที่พี่ยังไม่เจอเขา พี่คงโดดเดี่ยวและคงใช้ความทรงจำของพ่อแม่ช่วยเยียวยาให้ผ่านพ้นมาได้

“ไปดูห้องอื่นเถอะครับ” แบมแบมผละออกจากอ้อมกอดสามี วางรูปไว้ที่เดิม

“แบมไม่เป็นไรนะ” มาร์คถามพลางเช็ดน้ำตาบนแก้มใสให้เบาๆ ด้วยความเป็นห่วง แบมแบมฝืนยิ้มให้มาร์คสบายใจ พยักหน้ารับว่าตนไม่เป็นไร

ห้องฝั่งซ้ายห้องแรกคือห้องของแบมแบมตอนยังเด็ก ที่แบมแบมรู้ก็เพราะว่าภายในห้องมีแต่ของใช้เด็กวัยอนุบาลและรูปเขาตอนเด็กๆ เต็มไปหมด ห้องทาสีด้วยโทนสีม่วงและสีชมพู หวานจนมาร์คอดเย้าไม่ได้เลยได้ค้อนวงโตจากเมีย

“แบมแบมตอนเด็กน่ารักมากเลย ถ้าลูกเป็นผู้หญิงต้องน่ารักแบบนี้แน่เลยเนอะ”

ในห้องนอนของแบมแบมนี้มาร์คกล้าจับข้าวของขึ้นมาดู ต่างจากห้องพ่อกับแม่เขาไม่อยากจับหรือเคลื่อนย้ายอะไรโดยพลการ

“ลูกเป็นผู้ชายก็น่ารักเหมือนแบมได้” ทำไมคิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วถึงจะน่ารักเล่า ผู้ชายก็ลูกแบมเหมือนกันนะครับ

“ไม่หรอก ลูกผู้ชายก็ต้องหล่อเหมือนพี่สิ”

“หลงตัวเอง” แบมแบมถอนหายใจ บ่นพึมพำ แต่มาร์คหูดีได้ยินชัดเลย

“พี่ไม่หลงตัวเองหรอกนะ พี่หลงแบมมากกว่า”

“โอ๊ย..” แบมแบมครวญครางด้วยความอ่อนใจ เดินหนีออกจากห้องนี้ไปห้องข้างๆ มาร์คเดินตาม หัวเราะเสียงร้องโอดโอยของแบมแบม

เขาแค่อยากให้แบมแบมเลิกเศร้าน่ะ แบมแบมคงคิดถึงพ่อกับแม่ แต่เขาก็อยากให้แบมแบมยิ้มมากกว่าร้องไห้นะ

ห้องข้างๆ คือห้องที่ใช้นอนได้ห้องของพี่คุณ แบมแบมเดินไปนั่งบนโซฟาปลายเตียงแล้วเอ่ย

“พี่นอนห้องนี้นะ แบมจะนอนห้องแบม” มาร์คร้องอ้าว

“ทำไมล่ะแบม ไม่เอาหรอกพี่จะนอนด้วย”

“ไม่ แบมจะนอนคนเดียว” แบมแบมลุกไปลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองจะย้ายมันกลับไปไว้ในห้องข้างๆ แต่มาร์ครีบเดินไปขวาง

“นอนด้วยกันเถอะนะ นะๆ”

“เราหย่ากันแล้วนะ ต่างคนต่างอยู่สิครับ”

“ใครบอก เรายังไม่ได้หย่ากันสักหน่อย!

“หืม?” แบมแบมทำหน้างง มาร์คอมยิ้มแล้วหอมแก้มคนน่ารักไปฟอดใหญ่จนแบมแบมสะดุ้ง

“พี่มาร์ค!

“แม่พี่ยังไม่ได้จัดการเรื่องหย่าให้เลยแสดงว่าการหย่ายังไม่เสร็จสิ้น เรายังเป็นสามีภรรยากันอยู่นะ แบมหายงอนพี่แล้วก็บอก เรียกพี่ว่าพี่มาร์คแล้วนี่”

คุณมาร์ค” แบมแบมเรียกเสียงหนักแล้วเม้มปากแน่น

“โอ๊ะ! ไม่เอาสิครับ ไม่เรียกแบบนี้แล้วนะ นะๆ ไม่เอาไม่ทำหน้าบึ้งอย่างนี้ด้วย ยิ้มเยอะๆ นะ เดี๋ยวลูกก็กลายเป็นเด็กขี้โมโหหรอก”

“อ้อ! นี่จะบอกว่าแบมขี้โมโหเหรอครับ?”

“เปล๊า! อย่าคิดแบบนั้นสิพี่แค่ไม่อยากให้แบมเครียดเนอะ หน้านิ่วคิ้วขมวดจะพาลทำให้อารมณ์ไม่ดี แล้วถ้าอารมณ์ไม่ดีจะส่งไปถึงลูกนะ ไม่ห่วงลูกเหรอ หายใจเข้าลึกๆ คิดเอาไว้ว่าอย่าโกรธพี่มาร์คนะ รักพี่มาร์คนะ ท่องไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็อารมณ์ดีเองแหละ..โอ๊ะยิ้มได้แล้วนี่!

แบมแบมหลุดยิ้มทั้งที่คิ้วขมวดก็เพราะไอ้คำท่อง อย่าโกรธพี่มาร์คนะ รักพี่มาร์คนะ นี่แหละ คนอะไรหาเรื่องพูดเข้าตัวเองได้ตลอดเวลาเลย

“แบมจะไปหาพ่อกับแม่แล้ว” แบมแบมจะเดินเลี่ยงมาร์คออกจากห้อง แต่มาร์คยังขวาง

“บอกมาก่อนว่าจะนอนด้วยกัน ไม่งั้นไม่ให้ออกจากห้องนะ”

“พี่ไม่มีสิทธิ์มาบังคับแบมแล้วนะครับ”

“พี่กำลังขอร้องอ้อนวอนเมียอยู่ต่างหาก จะใจร้ายปล่อยพี่นอนคนเดียวได้จริงๆ เหรอ? เนี่ย ถ้านอนด้วยกัน คืนนี้เราจะได้มานั่งเลือกที่เที่ยวพรุ่งนี้ด้วยกันไง..เนอะ”

แบมแบมกลั้นยิ้มเมื่อเห็นท่าทางหงอยเหงาของมาร์ค ทำตัวน่าสงสารเรียกร้องความสนใจสุดๆ

“ถ้าแบมนอนด้วยพี่ห้ามแต๊ะอั๋งแบมนะ”

“โอ่ย” มาร์คร้องออกมาทันที ข้อนี้นี่ทำยากมากเลย จะหักห้ามใจได้ไหม เมียน่ารักมากขนาดนี้ นี่ก็อ่านหนังสือมานะว่าคนท้องก็ทำนู่นทำนี่ทำอะไรๆ ได้ตั้งเยอะแยะ..

อยู่ใกล้แบมแบมนี่เขาคิดอะไรไม่ดีกับเมียไปเยอะแล้วล่ะ ตอนนี้เขาเป็นคนที่ยอมรับความรู้สึกของตัวเองได้แล้วไง..

“ทำเสียงแบบนั้นคืออะไรครับ” แบมแบมไม่ไว้ใจมาร์คเลย

“เปล่าจ้ะ ก็ต้องนอนเฉยๆ สิเนอะ ไปๆ ไปหาพ่อกับแม่กันดีกว่า” มาร์คเปลี่ยนเรื่อง ฉุดข้อมือแบมแบมให้ออกจากห้องลงไปข้างล่างก่อนจะหลุดอะไรให้น่าสงสัยมากกว่านี้  

 

 

 

ห้องสำหรับจัดเก็บอัฐิของพ่อแม่นั้นนิชคุณสร้างไว้หลังบ้านใกล้กับศาลาพักผ่อนและน้ำตกเล็กๆ ที่สร้างไว้ตกแต่งสวนสวย ห้องมีประตูปิดเปิดสำหรับล็อกและสร้างจากหินอ่อนทั้งหมด

มาร์คมองความสวยงามของห้องแล้วคิดว่าน่าจะเกินสองร้อยล้านวอน นิชคุณคงอยากเก็บอัฐิพ่อกับแม่ไว้ในที่ที่ดีที่สุด

ภายในห้องก็สวยมาก กลางห้องมีโต๊ะวางอัฐิและรูปเอาไว้ ไฟในห้องเป็นสีส้มอ่อนนวลตา

แบมแบมแตะโถบรรจุอัฐิของพ่อแม่ที่วางไว้คู่กันเบาๆ ก่อนทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้น มาร์คเดินมานั่งข้างแบมแบม

ร่างบางลดมือที่ไหว้พ่อกับแม่ลงแล้วหันมามองมาร์ค เอ่ยเสียงเศร้า

“แบมไม่มีอะไรมาให้พ่อกับแม่เลย”

“ถ้าพ่อกับแม่มองเราอยู่บนสวรรค์ พี่คิดว่าท่านไม่อยากได้อะไรหรอกนะ สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับท่านคือการได้แบมแบมกลับมาแล้วต่างหาก พี่น้องได้เจอกัน แบมได้กลับบ้าน มันเป็นสิ่งวิเศษที่สุดที่พ่อแม่ทุกคนอยากได้นะ”

แบมแบมน้ำตาคลอ พยักหน้ารับคำพูดของมาร์คแล้วกอดเขาเอาไว้ มาร์คกอดตอบพลางมองไปที่รูปของพ่อแม่แบมแบมอีกครั้ง

ผมจะดูแลแบมแบมและลูกให้ดีที่สุดครับ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ

 

 

 

“พี่มาร์คห้ามข้ามมานะ” แบมแบมเอาตุ๊กตาในห้องตัวเองมาวางกั้นแบ่งเตียงในห้องพี่คุณ มาร์คยืนมองเมียที่ตบหัวตุ๊กตาแล้วล้มตัวลงนอน

“แล้วพี่จะห่มผ้าห่มยังไง?”

“ไปเอาในห้องแบมสิ อยากให้แบมนอนด้วยแบมก็นอนแล้วนี่ไงครับ” แบมแบมวางหนังสือนำเที่ยวบนอก พลิกกระดาษเปิดอ่าน ไม่สนใจว่าสามีจะคิดยังไง

“โธ่แบม เตียงมันเล็กนะครับ พี่ได้กลิ้งตกเตียงแน่ๆ เลย”

“อย่านอนดิ้นสิครับ แบมไม่เว้นที่ให้อีกหรอกนะแบมก็กลัวกลิ้งตกเหมือนกัน”

มาร์คอมยิ้ม เดี๋ยวรอแบมแบมหลับค่อยเอาตุ๊กตาออกก็ได้ ยอมๆ ไปก่อนละกัน

“จะอยู่กรุงเทพกี่วันล่ะแบม เราต้องขึ้นเหนือไปบ้านแม่อีกนะ”

“สักสองวันก็พอครับ ไปเที่ยวบ้านแม่ก่อน มีเวลาก่อนกลับค่อยทัวร์กรุงเทพกันอีกที”

แบมแบมบอกแผนที่คิดไว้ มาร์คตามใจว่าไงก็ว่าตามกัน

 

 

 

ทำไมตุ๊กตามันอุ่นๆ..

แบมแบมซุกกอดตุ๊กตา ถึงมันจะอุ่นแต่ก็แข็งเกินกว่าจะเป็นตุ๊กตาผ้านะ มือเล็กลูบแปะป่ายมือไปทั่ว ก่อนจะงัวเงียลืมตาขึ้นมอง ตากลมเบิกกว้างขึ้นนิดๆ มือที่จับลูบหยุดลงแล้วผลักไส

“พี่มาร์คปล่อย..

“อือ ใครมากอดก่อนล่ะ” แม้ไม่ลืมตาขึ้นแบมแบมก็รู้ว่าสามีตื่นแล้ว

“เอาตุ๊กตาแบมไปไหน”

“ที่พื้นไง ยังเช้ามืดอยู่เลยนอนต่อเถอะ”

แบมแบมอ้าปากหาว ขยี้ตาแล้วมองหานาฬิกา พอเห็นว่าเพิ่งจะตีห้าครึ่งจึงตัดสินใจนอนต่ออีกนิด ไม่ได้รีบไปไหนอยู่แล้ว จุดประสงค์ในการมาไทยคือมาหาพ่อแม่ เรื่องเที่ยวเรื่องรอง ไปตอนไหนก็ได้

“จะนอนก็นอนดีๆ สิครับ กอดแบบนี้แบมจะนอนยังไง”

มาร์คคลายอ้อมแขนแต่ยังกักตัวแบมแบมไว้ แบมแบมขี้เกียจโวยวายเลยหลับต่อทั้งอย่างนั้น มาร์คลืมตามองกลุ่มผมนุ่มของคนที่ซุกอกตนแล้วหลับไปอีกครั้งด้วยรอยยิ้มก่อนจะหลับตามไป

เป็นเช้าแรกในรอบหลายเดือนที่มาร์คไม่อยากลุกจากที่นอนเลย..

 

 

 

“มันไกลมากนะ แบมเดินไหวเหรอ?”

มาร์คเป็นห่วงภรรยา ดูจากแผนที่แล้วการจะเดินเที่ยวรอบกรุงเก่าอย่างที่แบมแบมต้องการนั้นต้องเดินตามถนนหลายสายที่เชื่อมถึงกัน

“แบมท้องนะครับไม่ได้ป่วยสักหน่อย เดินไม่ไหวก็พักได้นี่นา มีร้านให้นั่งพักเยอะแยะ” คุณแม่ที่ตื่นเต้นจะได้เที่ยวยังยิ้ม ไม่มีท่าทีจะท้อกับแผนการเดินเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เลยแม้แต่น้อย

แต่แบมแบมก็อดคิดไม่ได้ว่าพี่มาร์คจะห่วงทำไมนัก เดินเที่ยวคนเดียวยังจะสบายใจกว่ามาเดินกับพี่มาร์คหรือเปล่าเนี่ย ห่วงจังเลย

“ไปหาอะไรกินกันดีกว่า” แบมแบมเก็บไกด์บุ๊คเล่มเล็กลงในกระเป๋าเอี๊ยมยีนสีฟ้าที่สวมอยู่ ข้างในสวมเสื้อยืดแขนยาวสีขาวจะได้กันแดดได้ด้วย แล้วก็มีหมวกมีฟ้าด้วยอีกใบ ประเทศไทยร้อน

มาร์คสะพายเป้สีขาวสีเดียวกับเสื้อยืดแขนสั้นที่ใส่อยู่ สวมหมวกสแนปแบคสีเดียวกับหมวกแบมแบม ภายในกระเป๋าที่สะพายติดตัวมามีแต่ของจำเป็นสำหรับคุณแม่ทั้งนั้น

“ตกลง เดินก็เดิน” มาร์คยอมทุกอย่างล่ะ อยากไปไหนก็เอา

มาร์คจับมือแบมแบมไว้ แบมแบมมองตัวมาร์ค แตะบริเวณแขนขาวๆ ของอีกฝ่าย

“นี่พี่ทาครีมกันแดดหรือยังครับ” ก่อนออกจากบ้านแบมแบมก็ลืมดูเลย

“หือ? ไม่ต้องทาก็ได้มั้งจ๊ะ แดดคงไม่ร้อนเท่าไรหรอกเนอะ” ตอนนี้ยังเช้าอยู่ แดดยังอุ่นๆ อยู่เลย อากาศดีเหมาะแก่การเดินเล่นด้วย อีกอย่างมาร์คก็ไม่สนใจหรอกนะว่าโดนแดดแรงๆ ตัวจะดำขึ้นหรือเปล่า

            “สวยเนอะ” แบมแบมเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเล่นมาได้สักพัก มองผู้คนที่เดินผ่านไปมา แบมแบมชอบจังเลย บ้านเมืองก็สวย ต้นไม้ก็เยอะ เมืองไทยนี่สวยมากเลยนะ

          “หาที่สวยๆ ถ่ายรูปกันไหมล่ะ” มาร์คสะพายกล้องมาด้วย

“เอาสิครับ แต่ไปหาอะไรกินก่อนแล้วกัน แบมหิวแล้ว” ลำพังคุณแม่คนเดียวก็กินจุอยู่แล้วไง แต่มีคนหารของกินอยู่ในท้องอีกตั้งสองคน ต้องกินเผื่อลูกเยอะๆ

“นี่ลูกหิวหรือแม่หิวกันแน่เนี่ย” มาร์คเอ่ยเย้าภรรยา

“ทำไมครับ ถ้าแบมหิวพี่จะไม่พาแบมไปเหรอ”

“โอ๋ๆ ไม่พาไปได้ยังไงล่ะเนอะ” คุณแม่กินเก่งแต่ตัวยังไม่กลมเท่าไรเลยนะ ที่กลมขึ้นทุกวันมีแต่ท้อง

ตอนนี้มาร์คตามใจแบมแบมทุกอย่างเพราะสิ่งที่เขากลัวที่สุดคือกลัวแบมแบมจะโกรธหรืองอนกันอีก แบมแบมใจแข็งมากนะ เขาไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ที่ไม่มีแบมแบมอยู่ด้วยกันหรอก

 

 

 

“ร้านนี้ให้อารมณ์ย้อนยุคดีจังเลยนะครับ” แบมแบมสะกิดให้พี่มาร์คถ่ายรูปร้านกาแฟเก็บไว้ดู

มาร์คและแบมแบมเข้ามานั่งในร้านที่ตกแต่งอย่างอบอุ่นสไตล์สภากาแฟของร้านกาแฟโบราณที่เปิดบริการกาแฟสดรสชาติเข้มข้นมากว่า 50 ปีแล้ว

บรรยากาศของร้านนี้นอกจากจะมีดีที่การหยิบจับความเป็นจีนมาผสมผสานกับความใหม่ของยุคสมัยปัจจุบันแล้ว อีกสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือบทสนทนาภาษาจีนสลับไทยที่ทำให้กรุงเทพฯในวันวานหวนกลับคืนมาอีกครั้ง

นักท่องเที่ยวจากเกาหลีสองคนกลืนไปกับทุกคนในร้านก็นั่งฟังบทสนทนาเพลินๆ เพราะเข้าใจภาษา

บรรยากาศที่มีคนนั่งร่วมร้านเยอะแต่ทุกคนไม่รีบร้อน กินพลางคุยกันพลางเหมือนกินกาแฟบ้านเพื่อนยิ่งทำให้เวลาดูเหมือนจะหมุนช้าลง และทำให้มาร์ครู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตแบบสบายๆ บ้าง เพราะการงานและตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องตื่นมารับบทหนักทุกเช้าทำให้มาร์คไม่ได้สัมผัสกับคำว่า ไม่รีบเร่ง มานานแล้ว

แต่ที่ทำให้มื้อเช้านี้มันรสชาติดีกว่าทุกวันที่ผ่านมาก็เพราะมีแบมแบมร่วมโต๊ะด้วยกันนี่ล่ะ

แบมแบมหลีกเลี่ยงกาแฟที่มีคาเฟอีนดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ อย่างอื่นแทน ขนมปังกรอบนอกนุ่มในร้อนๆ รสหวานถูกจิ้มเข้าปากทานคู่กัน

แบมแบมให้มาร์คถ่ายรูปบรรยากาศรอบตัวเอาไว้ แต่มาร์คชอบถ่ายนายแบบหน้าตาน่ารักที่มาด้วยกันมากกว่า และทุกรูปที่มาร์คถ่ายแบมแบม เขาคิดว่าตัวเองถ่ายออกมาได้สวยมากทีเดียวล่ะ

รูปจะสวยไม่ได้อยู่ที่กล้องหรือฝีมือดี แต่อยู่ที่ว่าเรารักคนที่เรากำลังถ่ายอยู่มากแค่ไหนต่างหาก..

“ส่งรูปไปอวดยองแจดีกว่า” ขณะที่มาร์คใช้กล้องราคาแพงเก็บภาพ แบมแบมก็ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพอาหารเช้าและบรรยากาศสวยๆ ไว้เพื่ออัพลงโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ทันที

“ยองแจต้องโทรมาโวยวายด้วยความอิจฉาแน่ๆ อย่าเปิดเสียงโทรศัพท์นะ” มาร์คเตือนภรรยาเด็กไว้ก่อน รู้นิสัยของน้องชายดี แบมแบมหัวเราะ

“แบมจะเอาไปฟ้องยองแจนะ” มาร์คอมยิ้ม ไม่ได้กลัวกับคำขู่นั้นเลย แต่ดีใจมากกว่าที่แบมแบมคุยเล่นกับเขาแล้ว

 

 

หลังจากเติมพลังรับวันใหม่กันด้วยมื้อเช้าง่ายๆ แต่อร่อยแล้ว มาร์คและแบมแบมก็ออกกำลังกายด้วยการเดินขึ้นไป ณ พระบรมบรรพตภูเขาทองกันต่อ 

แสงของยามเช้าจับยอดเจดีย์ภูเขาทองเป็นสีทองสุกอร่ามบนเส้นทางรอบกรุงเก่าที่ดูต่างจากกรุงเทพฯในยุคปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ถึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะไม่ได้นับถือพุทธแต่ก็อยากมาเที่ยวชมความงาม และหนึ่งในนั้นก็มีสามีภรรยาต้วนด้วยนี่ล่ะ

“ที่นี่มีพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากเมืองกบิลพัสดุ์ ประเทศอินเดียด้วยล่ะพี่มาร์ค” แบมแบมเอ่ยข้อมูลที่เสิร์ชหาจากทางอินเทอร์เน็ตให้สามีที่กำลังสนใจถ่ายรูปฟัง

“อ๋อ มิน่าล่ะคนมากันเยอะมากเลยนะ” ที่นี่มีทั้งชาวต่างชาติและคนไทยเดินกันทั่วไปหมด

“ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกด้วยล่ะ สวยมากเลยเนอะ”

“โชคดีนะที่ตัดสินใจขึ้นมาเที่ยว เรามาถ่ายรูปกันบ้างเถอะแบมแบม”

“หืม? ถ่ายคู่เหรอครับ ไม่เอาอ่าแบมอ้วน”

คุณแม่ยู่ปากขัดใจกับข้อเสนอนั้น ตอนอยู่ที่ร้านกาแฟก็ดุไปหลายทีแล้วนะว่าอย่าถ่ายๆ แต่พี่มาร์คก็ยังเอาแต่ถ่ายรูปเขาอยู่นั่นแหละ คนท้องตัวกลมๆ อย่างเขานี่น่าถ่ายรูปตรงไหนกัน

“คิดมากอีกแล้วที่รัก แบมแบมของพี่น่ารักออก นะๆ มาถ่ายรูปคู่กันเถอะ” แบมแบมเอียงหน้าหลบมืออีกคนที่ดึงแก้มตน มาร์คหัวเราะคนที่ยังทำหน้ามุ่ย

แบมแบมนี่ไม่มีความมั่นใจเอาซะเลย จะมีสักกี่คนที่เห็นแบมแบมแล้วบอกไม่น่ารักบ้าง นี่ไม่ได้ชมเมียตัวเองนะ ความจริงล้วนๆ เขาเห็นแล้วยังอยากจะฟัดอยากจะขย้ำให้หนำใจ แต่กลัวโดนโกรธเอาอีก

มาร์คจับมือแบมแบมไว้พาเดินไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นคนไทยให้ช่วยถ่ายรูปให้หน่อย

มาเที่ยวทั้งทีไม่มีรูปคู่ได้ยังไงล่ะเนอะ

“พอแล้ว สองรูปพอแล้วนะ ไปดูวิวตรงนั้นกันเถอะครับ”

แบมแบมขอบคุณหญิงสาวที่ถ่ายรูปให้แล้วบอกกับมาร์ค ชี้ชวนไปชมทัศนียภาพที่สวยงามของกรุงเทพมหานคร

คุณแม่เดินไปเท้าแขนกับกำแพงสีขาว รับลมเย็นๆ ที่พัดมาปะทะใบหน้า สดชื่นมากเลย มาร์คเดินไปยืนข้างๆ มองทิวทัศน์เมืองหลวงเป็นเพื่อน

“พี่มาร์ค แบมอยากไปนี่ ลุงคนขับแท็กซี่เมื่อวานบอกว่าที่นี่ก็สนุกด้วยล่ะ”แบมแบมเปิดรูปในอินเทอร์เน็ตให้มาร์คดู กำลังตัดสินใจว่าจะไปไหนกันต่อดี

“มันคืออะไรเหรอ?”

“พิพิธภัณฑ์น่ะครับ ห้องนิทรรศการเป็นแบบสามมิติด้วยนะคงมีอะไรให้ดูเยอะแน่ๆ เลย ไปกันไหมครับ?” แบมแบมถามความเห็นของมาร์คก่อน เที่ยวกันสองคน จะเอาที่เราอยากไปคนเดียวได้ยังไง อีกฝ่ายก็ไม่สนุกไปด้วยน่ะสิ

“ไปสิ แต่โลหะปราสาทนี่ไม่ใกล้กว่าเหรอ จะแวะก่อนไหม”

มาร์คดูแผนที่ ใกล้กันนี้มีโลหะปราสาทแห่งวัดราชนัดดารามวรวิหารอยู่ด้วย เป็นโบราณสถานล้ำค่าที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นโลหะปราสาทแห่งเดียวในโลกที่หลงเหลืออยู่ แค่ดูจากรูปก็สวยงามมาก

“อ่า..แบมขี้เกียจไป ไปดูนิทรรศการเลยได้ไหม พี่มาร์คอยากไปโลหะปราสาทเหรอครับ”

ใกล้กับโลหะปราสาทนั้นเป็นที่ตั้งของนิทรรศน์รัตโกสินทร์ พิพิธภัณฑ์ที่รวมเรื่องราวของรัตนโกสินทร์ไว้อย่างครบถ้วน หลังจากที่คุณลุงแนะนำมาแบมแบมก็หารีวิวจากในอินเทอร์เน็ตดู ทุกรีวิวบอกว่าคุ้มค่ามากถ้าได้ไป นอกจากห้องนิทรรศการแบบสามมิติแล้วยังมีมุมให้ได้ดื่มกาแฟชมเสน่ห์เมืองเก่าในร้านกาแฟหรูที่ตั้งอยู่บนชั้นบนสุด ซึ่งที่นั่นสามารถมองเห็นความงามของถนนราชดำเนินได้ทั่วด้วย วิวสวยมากด้วยนะ

ไหนๆ ก็อยู่แถวนี้แล้ว ลองไปสักหน่อยก็ไม่เป็นไรนี่นา

            “ถ้าอย่างนั้นเราไปดูนิทรรศการเลยก็ได้” มาร์คตัดสินใจอย่างที่แบมแบมต้องการ  

 

 

 

            “ฮือ..ทำไมตั๋วเต็ม” แบมแบมโอดครวญด้วยความเสียดายเมื่อมาถึงที่หมายแล้วต้องพบกับความผิดหวัง

“คนเยอะมากเลย พี่ว่าคงเพราะวันนี้วันหยุดด้วยล่ะมั้งแบมแบม”

พ่อน้องแฝดมองนักท่องเที่ยวชาวต่างขาติและชาวไทยที่ยืนต่อแถวกันอยู่ตรงบริเวณเคาน์เตอร์ของงานประชาสัมพันธ์และสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับงานนิทรรศการ กับ เคาน์เตอร์ขายบัตรเข้าชมงาน

“แบมนึกว่าจะไม่มีคนซะอีก คนก็ชอบมาดูนิทรรศการกันเยอะเหมือนกันนะ”

“ขนาดเรายังอยากมาดูเลย ถ้าอยากดูจริงๆ เดี๋ยวเรามากันตอนบ่ายอีกทีก็ได้นะแบม”

มาร์คปลอบใจไม่ให้เมียหงุดหงิด แบมแบมหวังไว้มากเลยนะ เขาเองก็ประหลาดใจที่คนชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันเยอะขนาดนี้

“ไม่เป็นไรครับเอาไว้มาใหม่พรุ่งนี้ก็ได้ จะมาจองตั้งแต่รอบแรกให้ได้เลย” แบมแบมมุ่งมั่น เจ็บใจที่มาไม่ทันเข้าชม มาร์คอมยิ้ม

“เดินไปเดินมาเริ่มหิวหรือยัง ไปหาของอร่อยๆ กินกันไหม” มาร์คชวนแบมแบมไปทำสิ่งที่สามารถเรียกรอยยิ้มจากอีกฝ่ายได้เร็วที่สุด เรื่องกินกับแบมแบมนี่เป็นของคู่กันเลยนะ

“ก็ได้ครับ” แบมแบมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว บอกเลยว่าขนมปังที่ร้านกาแฟไม่พอให้เขาอยู่ได้เกินสองชั่วโมงหรอก

 

 

 

“มาเที่ยวทั้งทีก็ยังจะมาร้านหนังสืออีกเหรอแบมแบม”

มาร์คท้วงเมื่อเมียเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านหนังสือทางเลือกแห่งหนึ่ง แบมแบมบอกว่ามันเป็นร้านแนะนำที่มีอยู่ในหนังสือนำเที่ยว

“เพิ่งกินอิ่มๆ แบมขี้เกียจเดินต่อแล้วครับ เข้าไปดูแป๊บนึงคงไม่เป็นไรเนอะ”

แบมแบมยิ้มหวาน กอดแขนมาร์คแล้วส่งสายตาออดอ้อนให้สามี คนใจอ่อนและรักเมียอย่างมาร์คจะทำอะไรได้นอกจากพยักหน้ารับตามใจ หนึ่งอาทิตย์ในไทยคือเวลาของแบมแบมทั้งหมด มาร์คให้ชื่อทัวร์ครั้งนี้ว่า แล้วแต่แบม

ร้านหนังสือทางเลือกนี้อยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารเก่าแก่รสชาติดีมากที่ทั้งคู่เพิ่งทานอาหารมา ที่นี่มีทั้งหนังสือทำมือ หนังสือทางเลือก และหนังสือจากหนังเขียนชื่อไม่ดังแต่อัดแน่นด้วยคุณภาพ

เมื่อไรที่เจอร้านหนังสือเหมือนแบมแบมเจอโอเอซิส ร้านขายของที่เดินผ่านมาก่อนหน้านี้ไม่เคยดึงดูดความสนใจของแบมแบมได้เลย ไม่ว่ามาร์คจะชี้ชวนให้ดูอะไรก็ไม่ค่อยสนใจอยากเข้าไปดูหรือซื้อหา ไม่เหมือนร้านหนังสือร้านนี้ที่มีแรงดูดหนอนหนังสืออย่างแบมแบมเข้ามาในร้านได้อย่างง่ายดาย

มาร์คพยายามทำความเข้าใจว่าภรรยาเป็นเด็กใฝ่เรียนรู้ชอบอ่านหนังสือ..น่ารักดี

เมื่อได้อยู่กับสิ่งที่ชอบ สำหรับแบมแบมเวลามักผ่านไปเร็วเสมอ แต่สำหรับมาร์คเวลามันช่างเดินไปช้าเหลือเกิน

แบมแบมตั้งอกตั้งใจเลือกซื้อหนังสืออยู่นานเป็นชั่วโมงโดยไม่เมื่อยขาเลย ส่วนมาร์คน่ะเหรอ ขอเก้าอี้มานั่งคุยกับเจ้าของร้านรอจ่ายเงินให้เมียแล้ว

ปกติมาร์คก็ไม่ใช่คนรักการอ่านอยู่แล้วล่ะ สิ่งที่มาร์คอ่านได้ทุกวันมีแค่หนังสือพิมพ์เท่านั้น นานๆ จะอ่านนิยายสักเล่ม

พอออกจากร้านหนังสือแล้วทั้งคู่ก็เลยไปช้อปปิ้งที่ย่านใกล้ๆ กันต่อ เพื่อเลือกซื้อของแฮนด์เมด และของที่ระลึกสไตล์ย้อนยุคเอาไปฝากคนที่เกาหลีกัน แบมแบมได้โปสการ์ดย้อนยุคสมัยสี่สิบถึงห้าสิบปีก่อนมาหลายใบเลย เรียกว่าเหมาซื้อเลยดีกว่า แบมแบมมีคนที่อยากให้ของฝากเยอะแยะไปหมด

“ไม่ต้องซื้อให้เพื่อนพี่หรอกแบมแบม” มาร์คห้ามเมื่อภรรยาหันมาถามว่าจะซื้อโปสการ์ดแบบไหนไปฝากเพื่อนในกลุ่มของมาร์คดี

“ไม่ซื้อให้ได้ยังไงล่ะครับ มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องมีของฝากติดมือไปให้พี่ๆ เขาบ้างสิ”

“ตามใจแบมละกัน”

เดี๋ยวไอ้พวกนั้นก็ต้องบอกอีกนั่นล่ะว่าแบมแบมเป็นนางฟ้าของพวกมัน ดีกับมันอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ใช่มาร์คไม่ดีใจที่เมียถูกชมนะ แต่มันแสลงใจบาดหูก็ตอนที่เพื่อนๆ แซวว่าแบมแบมไม่น่าได้เขาเป็นสามีนี่ไง เชอะ ไอ้พวกบ้า อิจฉาตัวสั่นกันเลยน่ะสิที่เขามีเมียน่ารัก โชคคนเรามันต่างกันก็ตรงนี้แหละ

ออกจากร้านขายของที่ระลึกทั้งสองคนก็เข้าไปนั่งพักขาทานของหวานกันต่อที่ร้านกาแฟสวยๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถมองเห็นวิวของป้อมพระสุเมรุได้อย่างชัดเจนเลย

เค้กอร่อย วิวสวยงาม ร้านน่านั่งเหมาะแก่การถ่ายรูปเก็บไว้ แบมแบมให้เต็มสิบเลย

“พี่มาร์คทำอะไรครับ” แบมแบมกัดช้อนคันเล็ก มองสามีที่นั่งจิ้มโทรศัพท์มือถือ มาร์คอมยิ้ม

“อัพโหลดรูปแล้วแท็กยองแจน่ะค่ะ”

“โอ๊ย แล้วก็ห้ามแบมเนอะว่าอย่ายั่วยองแจ แกล้งน้องนี่มีความสุขมากไหมครับ”

“มากเลยจ้ะ เดี๋ยวได้ลากแจ็คสันไปเที่ยวระบายอารมณ์ที่ไหนสักที่แน่ๆ ฮะฮะ แค่คิดภาพก็ตลกแล้วล่ะ อุ๊ยเม้นตอบแล้ว ดูสิ” มาร์คยื่นโทรศัพท์ให้แบมแบมอ่านคอมเม้นของยองแจ ร่างบางหัวเราะร่วน

mark_tuan : ทัวร์กรุงเก่าวันแรกกับภรรยาสุดที่รักและเบบี้น้อย เมืองไทยสวยมาก อิจฉาไหมล่ะ @jbmtjr.jsyjbbyk

jbmtjr.jsyjbbyk : มาร์คต้วน!!!!!!! ไอ้พี่ชายใจร้าย คนอำมหิต จิตใจพี่ทำด้วยอะไรทำไมมายั่วกันแบบนี้ ฮือออ อย่าให้เราได้ไปเที่ยวบ้างนะ จะอัพรูปรัวๆ เลย เกลียดดด ทำไมพี่เป็นคนแบบนี้ ฉันเกลียดพี่! ฮือออออ แบมบี้อ่า #ซุกนม @bambam1a ตบพี่ชายให้เราหนึ่งทีแล้วเราจะเป็นทาสแบมบี้

“พี่มาร์คก็ไปแกล้งยองแจ”

“เมื่อเช้าแบมไม่ได้อัพยั่วยองแจหรอกเหรอ”

“แค่คิดว่าจะทำแต่ยังไม่ได้ทำครับ กลับไปเมื่อไรโดนยองแจเอาคืนแน่ๆ”

“ฮะฮะฮะ พี่นึกว่าแบมทำก่อนแล้วไง พี่เลยทำตาม นี่พี่เริ่มเหรอ”

แบมแบมอมยิ้ม ส่ายหน้าน้อยๆ คิดภาพออกเลยว่าตอนนี้ยองแจกำลังงอแงมากแค่ไหน

แต่พี่น้องคู่นี้น่ารักดีนะ เขาเองก็อยากให้แฝดโตมาแล้วสนิทสนมกันแบบพี่มาร์คและยองแจนี่ล่ะ

 

 

กินขนมอิ่มแล้วมาร์คและแบมแบมก็เดินย่อยกันอีกนิดด้วยการไปช้อปปิ้งในร้านหนึ่งที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายสไตล์ชนบท ของที่วางขายนั้นมีทั้งเสื้อผ้าสกรีนลายเฉพาะของทางร้าน และงานไม้ที่เน้นความเป็นไทย ของในร้านแบมแบมเห็นอะไรก็อยากซื้อไปฝากคนอื่นซะหมด

แต่สิ่งที่กำลังจะดูดเงินของมาร์คและแบมแบมให้ซื้อเพื่อตัวเองได้คือ ของเล่นไม้ทำมือที่สืบสานมาจากภูมิปัญญาของคนในชนบทนี่ล่ะ ว่าที่คุณพ่อคุณแม่สนใจของเล่นมาก โดยเฉพาะพี่มาร์คที่ถูกใจตุ๊กตาไม้แบบมีเชือกแขวนหลายอัน ทั้งตุ๊กตารูปไดโนเสา หมูมีปีก และช้างตัวน้อยๆ เห็นอะไรก็อยากซื้อ

“พี่จะซื้ออะไรเยอะแยะครับเนี่ย”

“ซื้อเอาไว้ให้ลูกเล่นไง เอาแขวนไว้เหนือเปลน่ะ พี่ว่าน่ารักดีนะ” มาร์คหันมายิ้มให้แบมแบม

“เห่อมาก” แบมแบมยิ้มน้อยๆ เขาซื้อไว้แค่ชิ้นสองชิ้น พี่มาร์คซื้อเหมือนจะเหมาร้าน ลูกโตยังเล่นไม่หมดเลยมั้ง

แบมแบมถอนหายใจกับความเห่อของสามี หันไปสอบถามราคาของเล่นกับเจ้าของร้านเป็นภาษาไทย

“อ่า..คนไทยหรอกหรือครับ” พี่เจ้าของร้านแปลกใจ เพราะได้ยินแบมแบมและมาร์คส่งภาษาอังกฤษปนเกาหลีกัน คิดว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเสียอีก

“ผมคนไทยครับ”

“แต่สามีคงไม่ใช่คนไทยสินะครับ”

“ไม่ใช่ครับ” คราวนี้แบมแบมเป็นฝ่ายนั่งคุยกับเจ้าของร้านเพื่อรอมาร์คบ้าง ร่างบางปล่อยให้มาร์คมีความสุขกับการซื้อของเล่นให้ลูกไปโดยไม่รบกวน

“ซื้อของเล่นเยอะเชียว คุณพ่อคงตื่นเต้นมากเลยนะครับ น่ารักมากเลย” เจ้าของร้านมองลูกค้าหนุ่มรูปหล่อ เอ่ยกลั้วหัวเราะ คุณแม่อมยิ้ม

“คงจะอย่างนั้นน่ะครับ” ไม่ใช่แบมแบมไม่เห่อลูก ไม่อยากซื้อของให้ลูกหรอกนะ แต่แค่พ่อคนเดียวแฝดก็คงเล่นไม่ไหวแล้ว พี่มาร์คซื้อคนเดียวก็เยอะพอแล้วล่ะ คุณพ่อมีความสุขอยากซื้อเท่าไรก็ซื้อไปเถอะ 

แบมแบมขออนุญาตเจ้าของร้านถ่ายรูปตามมุมต่างๆ และไม่ลืมถ่ายรูปสามีที่ยืนเลือกของเล่นไว้ด้วย

ภาพนั้นน่ะมองแล้วรู้สึกอุ่นหัวใจดีจังเลย..ป่ะป๊าก็ดีใจมากเหมือนกันสินะที่มีแฝดน่ะ

 

 

 

การเที่ยวกรุงวันแรกของมาร์คและแบมแบมปิดท้ายด้วยดินเนอร์สุดหรูกลางสายน้ำเจ้าพระยาบนเรือขนาดใหญ่

การได้นั่งจิบค็อกเทลเคล้าเสียงเพลงแสนหวานและสายลมที่พัดคลอ อำลาแสงสุดท้ายของวันที่ค่อยๆ ลับโค้งน้ำเจ้าพระยาเป็นอะไรที่โรแมนติกสุดๆ แล้วในความรู้สึกของแบมแบม

แต่ค็อกเทลนี่แบมแบมไม่ดื่มหรอก คนที่ดื่มมีแต่ว่าที่คุณพ่อโน่น

 แบมแบมไม่รู้มาก่อนหรอกว่าสามีตั้งใจจะพามาทานอาหารบนเรือ พอช้อปปิ้งตอนบ่ายเสร็จก็กลับบ้านไปพักผ่อนนอนกลางวัน พอตื่นขึ้นมาพี่มาร์คก็บอกให้แต่งตัวไปกินข้างนอกบ้านกัน

ดินเนอร์หรูกับเสื้อยืดกางเกงขาสั้น..เข้ากันมากเลย? แต่แบมแบมก็ไม่สนใจสายตาใครหรอก แค่มากินข้าวนี่เนอะ

เรือที่ใช้ล่องเจ้าพระยาลำนี้คือเรือบรรทุกข้าวสารโบราณที่นำมาตกแต่งใหม่อย่างหรูหรา บรรยากาศสองฟากฝั่งเจ้าพระยายังเป็นสิ่งที่ดึงดูดทุกสายตาให้จ้องมองได้เสมอ รวมถึงแบมแบมด้วย

คุณแม่แทบไม่ได้แตะต้องอาหารเย็นเพราะหยิบโทรศัพท์มือถือมาบันทึกความสวยงามเอาไว้ มาร์คเป็นห่วงจนต้องดุให้แบมแบมทานบ้าง และจะเป็นคนถ่ายรูปให้เอง

ภาพบ้านเก่าริมน้ำนั้นขัดแย้งกับความทันสมัยของตึกรามบ้านช่องรวมทั้งเทคโนโลยีที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกันแต่ก็ยังสวยงาม ภาพเรือหาปลาลำน้อยก็สวย

มื้อเย็นบนเรือจะกลายเป็นดินเนอร์สุดหรูไม่ได้เลยถ้าขาดความงามยามอาทิตย์อัสดง ยิ่งใกล้ค่ำ ความมืดมิดยิ่งช่วยขับเน้นให้เห็นความสวยงามของพระบรมมหาราชวัง วัดวาอารามที่ตั้งอยู่ตลอดสองฝั่งกลับยิ่งเจิดจ้า โดยเฉพาะเมื่อยามที่เรือชะลอผ่านหน้าวัดอรุณราชวรารามไปอย่างช้าๆ โดยมีแสงสีทองอร่ามของพระบรมมหาราชวังอยู่ในฝั่งตรงข้าม เป็นสุดยอดของความหรูกลางกรุงเก่าที่ยากจะบรรยาย

คุ้มค่าจริงๆ ที่ได้กลับมาบ้านเกิดครั้งนี้ ถึงก่อนหน้านี้แบมแบมจะเคยลืมเลือนบางเรื่องไป แต่จากนี้ไปแบมแบมจะจดจำความทรงจำใหม่ๆ เอาไว้แทนที่ และคงไม่มีวันลืมความสวยงามของสิ่งต่างๆ ที่ได้เห็นในวันนี้แน่นอน

“สวยมากเลย ขอบคุณมากนะครับพี่มาร์คที่พาแบมมากินข้าวที่นี่” แบมแบมยิ้มกว้างขณะเลื่อนดูภาพถ่าย เงยหน้าขึ้นมาขอบคุณอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“แบมชอบพี่ก็ดีใจแล้วล่ะ” แค่ได้เห็นรอยยิ้มมีความสุขของแบมแบม มาร์คก็พอใจแล้ว

“พอไปถึงบ้านแม่แล้วเราจะไปเที่ยวไหนกันดีครับ”

“เที่ยวแบบไม่วางแผนมันสนุกกว่าวางแผนนะ พอไปถึงที่นั่นเราค่อยคิดกันก็ได้ แต่ปัญหาคือเราจะไปกันยังไงมากกว่า” มาร์คห่วงเรื่องการเดินทางต่างหาก เขาต้องการให้สะดวกกับแบมแบมและลูกที่สุด

“แบมเบื่อนั่งเครื่องบินแล้ว” พอคุณแม่เอ่ยออกมาแบบนี้ การเดินทางก็ตัดออกไปหนึ่ง

“ถ้าอย่างนั้นนั่งรถไฟไปกันไหม?”

            “นานนะ จะดีเหรอครับ” แบมแบมลังเล แต่ว่ายังไงก็ต้องเดินทางด้วยการขนส่งสาธารณะ ที่นี่ไม่ใช่เกาหลีที่จะได้มีรถยนต์และคนขับรถส่วนตัวพาไปไหนมาไหนนี่นา

“เชื่อใจพี่ไหมล่ะ เดี๋ยวพาเที่ยว”

“แน่ใจเหรอครับ?” แบมแบมอมยิ้ม

“เอาน่า ของไม่เคยลองไปยังไงก็ต้องลองสักครั้ง ไหนๆ ก็มาพักผ่อนแล้วก็ทำให้สุดๆ ไปเลย อยากทำอะไรก็ทำ พี่ว่าแบบนี้ดีกว่านะ เราไม่ควรต้องมานั่งกังวลอะไรหรอก พี่จะดูแลแบมเอง”

“มั่นใจมากเลยนะครับ ฟังภาษาไทยยังไม่รู้เรื่องเลย” แบมแบมเอ่ยแซวพลางตักอาหารในชามกระเบื้องลายสวยให้มาร์คและตัวเอง

มาร์คอมยิ้ม รู้สึกดีที่แบมแบมเอาใจใส่ตนด้วย

“ก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไร พี่มีล่ามส่วนตัวนี่นา”

“ไม่มีค่าจ้างล่ามเลยเหรอครับ”

“ทุกอย่างของพี่ก็คือของแบมนั่นล่ะที่รัก”

“ให้มันจริงเถอะครับ กลับไปบ้านเมื่อไรก็เซ็นยกทุกอย่างให้แบมซะเลยสิ” แบมแบมล่ะหมั่นไส้คนที่ยิ้มกว้างนัก  

“พี่เซ็นให้ได้อยู่แล้ว แต่แบมจะกล้ารับไว้หรือเปล่า” มาร์ครู้ทัน แบมน่ะเหรอจะยอมรับของจากเขา ถึงจะได้ชื่อว่าภรรยาเขาแบมแบมก็ไม่รับอะไรจากเขาถ้ามันไม่จำเป็น ทั้งที่เขาอยากให้ใจจะขาด

“งั้นเก็บไว้ให้แฝดแล้วกันครับ” นั่นไง ผิดจากที่คิดไว้ตรงไหนกัน

“พูดถึงลูก พี่ยังไม่ได้คิดชื่อให้เด็กๆ เลย แบมล่ะคิดไว้บ้างหรือยัง” มาร์คก็ไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อลูกชายว่าอะไรดี แถมมาทีเดียวสองคนก็ต้องคิดสองชื่อ ลำพังแค่ชื่อเดียวก็ยากมากแล้ว

พอมาร์คพูดถึงเรื่องชื่อลูก แบมแบมก็หนักใจทันที ร่างบางลดช้อนข้าวในมือลง ส่ายหน้าน้อยๆ

“ยังไม่ได้คิดเลยครับ ถ้าคุยกับลูกแล้วลูกตอบได้ว่าอยากชื่ออะไรก็ดีสิเนอะ”

เรื่องตั้งชื่อให้ลูกเนี่ยมันคือปัญหาระดับชาติของคนเป็นพ่อแม่เลยนะ

“ลองถามดูสิเผื่อจะได้ยิน ลูกตอบเมื่อไรอย่าลืมบอกพี่นะ พี่จะฟังด้วยคน” มาร์คหัวเราะ

“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปคิดมาแล้วกันครับ เอาชื่อเพราะๆ นะ เดี๋ยวแบมช่วยเลือก” แบมแบมผลักภาระปัญหาโลกแตกให้สามีอย่างซึ่งหน้า

“ก็ได้เดี๋ยวพี่คิดเอง แบมอยากได้ความหมายอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” มาร์คจะเก็บไปเล่าให้เพื่อนฟังว่าเมียยอมให้ตั้งชื่อลูกด้วยล่ะ

“แบมยังคิดไม่ออกเลย รอถามพ่อกับแม่ด้วยดีไหมครับเผื่อจะมีไอเดียอะไรดีๆ แม่พี่มาร์คล่ะ”

อย่ามาถามคำถามแบบนี้กับแบมแบมเลย บอกเลยว่าตอนนี้ไม่มีอะไรในหัวเลยสักนิด

ฝาแฝดหม่าม๊าขอโทษนะที่หม่าม๊าไร้ความสามารถ การตั้งชื่อมันยากมากจริงๆ นะลูก..

“พี่ไม่ให้มาดามตั้งให้เด็ดขาดเลย”

“ทำไมล่ะครับ คุณแม่ต้องมีความคิดดีๆ แน่ๆ เลยนะ” แบมแบมแปลกใจว่าทำไมพี่มาร์คปฏิเสธทันทีแบบนั้น ถ้าคุณแม่รู้คงเสียใจแย่

“มาดามไม่มีเซ้นส์เรื่องชื่อเด็กหรอกเชื่อพี่เหอะ”

“แต่ชื่อพี่มาร์คกับยองแจก็เพราะดีนี่ครับ ความหมายก็ดีนะ”

“พ่อพี่กับพ่อยองแจเป็นคนตั้งน่ะ”

“อ่าว อย่างนั้นหรอกเหรอครับ แบมคิดว่าแม่ตั้งให้เสียอีก”

“แต่ถ้าแบมอยากให้มาดามช่วยคิดให้ก็ได้นะ มาดามคงช่วยตั้งชื่อจีนเพราะๆ ให้แฝดได้”

“แบมว่าอย่างนั้นก็ดีนะครับ”

มาร์คอมยิ้ม แม่คงดีใจจนหน้าบานแน่ๆ ถ้าได้รู้ว่าแบมอยากให้ช่วยตั้งชื่อหลานด้วย ก็มาดามรักแบมแบมมากเลยนี่นา

 

TBC.

**

มาคุยกันเถอะ

ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเสนอชื่อน้องแฝดนะคะ มีแต่ชื่อเพราะๆ ทั้งนั้นเลย

ตอนหน้ามีเที่ยวกันต่อนะ แต่ที่ตัดไปเพราะตอนนี้ยาวมากแล้ว รวมถึงฉากคัทด้วย

อย่าคิดว่ามาฮันนีมูนกันมุ้งมิ้งแล้วเรื่องจะใกล้จบ โนๆ นะจ๊ะ มีอีกหลายตอน มีบททดสอบกันอีก

ไม่สปอยล์ด้วยว่าม่าเปล่า ถึงบอกไปว่าไม่ม่าคนอ่านอาจจะไม่เชื่อน้ำหน้าแล้ว 555

ตอนหน้ามีพี่มาร์คทักทายน้องแฝดบอกเลยว่าเราผวานะ กลัวตัดช่วงคัทแล้วโดนเตือนอีกY_Y

อยากอัพตั้งแต่2-3วันก่อนแล้วค่ะ เจอเตือนตัวแดงไปหมดอารมณ์เลย เครียดมาก ไม่เปิดคอมทำอะไรทั้งนั้น

เห็นสีแดงหน้าบทความเราป่าว? ใครกดก็ไม่รู้ *ตีมือ เราว่าวิวาห์มันก็ไม่มีอะไรเนอะ

นี่เราก็ยังหาสาเหตุที่โดนเตือนไม่ได้เลย ไม่ได้เข้าข้างฟิคตัวเอง แต่เราว่าวิวาห์ไม่เข้าข่ายต้องโดนเตือนอ่ะ 

โคตรคาใจและเฟลมากบอกเลย แต่เราจะไม่ท้อ เรามั่นใจว่าเราไม่ผิด

อยากร้องไห้ นี่เกินสามวันแล้วเขาก็ยังไม่ปลดแบนให้ คงไม่โดนลบอะไรใช่ไหม นี่ก็ไม่รู้ กลัวอ่ะ

ขอบคุณทุกความห่วงใยที่ทุกคนมีให้วิวาห์น้า ฮืออ เราจะสู้ๆ ;________;

เรื่องเล่มฟิค ใครอยากได้วิวาห์ไปนอนกอดอ่านตอนพิเศษฟินๆ แล้วไม่สามารถส่งเมลได้

ติดต่อเราทางกาเกาก็ได้นะ ID : khunkhonlek1996

ใครสนใจดูรายละเอียดได้ในตอนที่ 14 พรีออเดอร์นะคะ

เช็กกาเกาและเมลทุกสองถึงสามวันจ้ะ บางทีส่งมาแล้วเราไม่ได้ตอบภายในวันนั้นอย่างอนนะ



**



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 474 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13133 lek0868909108 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 23:54
    ทริปแล้วแต่แบม น่ารักก
    #13,133
    0
  2. #13111 lek0868909108 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 16:45

    น่ารักก

    #13,111
    0
  3. #13070 lek0868909108 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 07:23

    เป็นฟิคที่น่ารักออกใครกล้ากดแบนตีมืออ ไม่มีอะไรล่อแหลมเลย เนื้อเรื่องน่าติดตามความรักของทั้งคู่

    #13,070
    0
  4. #12931 YanisaCH (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 23:22
    งุ้ยยยยยย
    #12,931
    0
  5. #12850 Spices_smile (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 06:57
    เเงงงงงงงงงง น่ารักเว้อออ
    #12,850
    0
  6. #12821 llllovellll (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 15:51
    ครอบครัวสุขสันต์มากๆเลยยย ดูแลน้องดีๆนะพี่มาร์คคค
    #12,821
    0
  7. #12775 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 21:17
    ครอบครัวสุขสันต์ไปอี๊กกกกกกกกกกกก
    #12,775
    0
  8. #12725 MayKamon (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 22:02

    รักเมืองไทย รักคนไทยด้วยเนอะพี่มาร์ค

    #12,725
    0
  9. #12705 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 23:54
    keep ความสุขไว้ได้มั้ย
    #12,705
    0
  10. #12660 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 04:06
    ชอบความเเน่นข้อมูลของไรท์มากค่ะ เเฝดมีชื่อ3ภาษาไปอีก จีน อังกฤษ ไทย กิ๊บเก๋5555
    #12,660
    0
  11. #12401 FRVN (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 16:46
    ดีจัง บรรยากาศ?ครอบครัวแบบนี้
    #12,401
    0
  12. #12347 Bunny Love (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 00:41
    ต้วนไม่ทาครีมกันแดดระวังนะลูก กลับไปเกาหลีแล้วดำเป็นแมกซิโกไม่รู้ด้วยนะ รู้ๆกันอยู่ว่าเมืองไทยเราแดดแซ่บได้อีก
    #12,347
    0
  13. #12214 toto (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 09:38
    ไรต์หาข้อมูลดีมากอ่ะ อ่านแล้วอยากมีทริปอย่างสองคนนี้เลย
    #12,214
    0
  14. #12155 atita22049 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 21:03
    ข้อลูลแน่นมากเลยไรท์ อ่านแล้วมุ้งมิ้งมากเลย ทริปตามใจเมีย
    #12,155
    0
  15. #12154 atita22049 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 21:03
    ข้อลูลแน่นมากเลยไรท์ อ่านแล้วมุ้งมิ้งมากเลย ทริปตามใจเมีย
    #12,154
    0
  16. #11967 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 20:31
    ทริปตามใจเมีย หวานถูกใจมาก ดีมากเลยยยยย
    #11,967
    0
  17. #11937 @fujinoii (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 08:25
    ทริปนี้มีความละมุนๆ อบอุ่นๆ น่ารักๆ หวานๆ ปนอยู่ตามประสาคนมีครอบครัวแล้ว มีความน่าอิจฉาอยู่ในนั้น อิจฉาๆๆๆๆๆๆๆ
    #11,937
    0
  18. #11907 pilot09remoi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 21:22
    ทริป แล้วแต่แบม ทริปตามใจเมีย55555
    #11,907
    0
  19. #11874 vipygfam (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 11:11
    ละมุนมากเลยดีจัง
    #11,874
    0
  20. #11843 Aely (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 12:16
    น่ารักกกกก หวานกันมากอะ
    #11,843
    0
  21. #11757 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:55
    น่ารักกกกกกก
    #11,757
    0
  22. #11722 M.m1nt (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:03
    มีแบบทดสอบไรอีกง่าาา กลัวน้าา
    #11,722
    0
  23. #11698 C. Chiffon (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:30
    พี่มาร์คน่ารักมากๆเลยอ่ะเนอะ @#@ ~~
    #11,698
    0
  24. #11646 litterrabbitza (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 10:19
    อร้ายยยย ตอนนี้มันน่ารักมากนะ ไม่ไหวแล้ววว
    #11,646
    0
  25. #11598 ไม่บอกกก1 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 16:30
    น่ารักมากกกก ><
    #11,598
    0