(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 22 : Chapter 20 : คำขอโทษ 100% [อีดิทคำผิด]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50,955
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 565 ครั้ง
    29 เม.ย. 59

 

 

     



 

 

            “คิดยังไงถึงทำตัวเป็นพระเอกละคร คิดว่าการตากน้ำค้างและปล่อยให้ยุงกัดตลอดคืนหน้าบ้านจะทำให้เมียเห็นใจว่างั้น? แล้วเป็นไง สภาพดูได้ไหมเนี่ย?”

            ยองแจนั่งบนเตียงพี่ จิ้มหน้าผากแรงๆ อดบ่นไม่ได้ มาร์คเอียงหน้าหนี

            “แค่เป็นหวัดนิดเดียว” มาร์คถอนหายใจ นั่งพิงหลังกับหมอน

“เป็นไข้ตัวร้อนอย่างนี้เรียกนิดเดียวเหรอ?” อย่าให้ยองแจวีนนะพี่มาร์ค

“อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่น่า พี่ไม่ได้อ่อนแอซะหน่อย” มาร์คโยนเจลลดไข้ที่ถือแปะหน้าผากใส่ตักน้อง

“ไม่สบายก็ยอมรับหน่อยสิ..อ๊ะ! พี่ไม่สบายก็ดีเหมือนกันนะ” ยองแจเป็นห่วง ก่อนจะดีดเปาะเหมือนมีความคิดดีๆ มาร์คมองหน้าน้อง สงสัย

“อะไรของแกอีก”

“ถอดเสื้อออกหน่อยสิ”

“หา?”

“เออเร็วๆ ถอดออกมาเลย จะอายอะไรพี่น้องกัน” ยองแจขยับตัวขึ้นคุกเข่า โน้มตัวไปจับชายเสื้อยืดของพี่ไว้ มาร์ครีบจับมือนิ่มห้าม

“จะถอดทำไมวะ?”

“วะกับน้องได้ไง ปากร้าย อย่าลีลารีบถอดเร็ว ต้องทำตัวให้ไม่สบายหนักกว่านี้นะ”  ยองแจดึงเสื้อออกจากตัวพี่ชายโยนทิ้งข้างเตียง ก่อนจะเอื้อมไปหยิบรีโมทเครื่องปรับอากาศเร่งอุณหภูมิให้หนาวขึ้น

            “แกจะทำอะไรยองแจ พี่หนาวนะ!” มาร์คดึงผ้าห่มมาคลุมตัว ยองแจยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมากดโทรหาพี่สะใภ้ ยกนิ้วแตะปากพี่ชายให้หยุดพูด

“ฮัลโหลแบมบี้ ว่างเปล่า ทำอะไรอยู่” มาร์คหูผึ่ง ยอมเงียบ

<อยู่บ้านจ้ะ ยองแจมีอะไรเหรอ?>

“อ้อ อยู่บ้านเหรอ เฮ้อ..ยองแจมีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อยน่ะแบมบี้”

<มีอะไรเหรอ>

“คือ..พี่มาร์คไม่สบายอ่ะแบมบี้ เลยไม่ได้ไปทำงาน แล้วเรามีธุระต้องไปทำกับพี่แจ็คสัน เราไม่อยากผิดนัดกับพี่เขา..แบมบี้ช่วยมาที่บ้านเราแล้วดูแลพี่มาร์คให้แป๊บนึงได้ไหมอ่า ยองแจไปทำธุระไม่นานหรอก นะแบมบี้ เราห่วงเขามากเลย ไม่กล้าทิ้งพี่ไว้ที่บ้านคนเดียวอ่ะ”

ยองแจทำเสียงเป็นห่วงเพิ่มอีกระดับ อ้อนวอนขอร้องปลายสาย มาร์คอมยิ้มกับแผนของน้อง

ยองแจนี่หัวไวดีจริงๆน้องรัก อยากได้อะไรบอกมา พี่จะหามาให้ทุกอย่างเลย

<ไม่สบายมากเลยเหรอ?> ยองแจยิ้มกว้างเมื่อน้ำเสียงของแบมแบมฟังดูห่วงใยพี่ชาย

“อื้อ..ตัวร้อน มีไข้ด้วย ยองแจพยายามจะลากไปหาหมอแต่เช้าแล้ว แต่พี่น่ะสิดื้อ ไม่ยอมไป บอกว่ากินยาไปเดี๋ยวก็หาย ข้าวก็ไม่กินด้วยนะ ยองแจล่ะกลัวพี่ชายจะปวดท้องไปด้วยอีกโรค”

<แต่ว่าที่บ้านก็มีคนรับใช้นี่นา..>

“ไม่เหมือนกันสักหน่อย ถ้าให้ฮโยจูมาดูแลได้ยองแจก็อยากจะใช้หรอก แต่พี่ไม่ยอมให้ใครเข้ามายุ่มย่ามในห้อง เนี่ยยองแจเลยต้องจัดการเอง บังคับให้เช็ดตัวแล้วปล่อยให้เขานอน ถ้ายองแจมีคนให้ไหว้วานยองแจไม่โทรไปรบกวนแบมบี้หรอกนะเพราะยองแจรู้ว่าแบมบี้ยังไม่ให้อภัยพี่ชาย แต่ถ้าแบมบี้ไม่อยากมาก็..เฮ่อ..ไม่เป็นไร ยองแจไม่เซ้าซี้ดีกว่า เดี๋ยวแบมบี้จะลำบากใจ ถ้าพี่มาร์คได้นอนสักตื่นคงจะดีขึ้นเอง”

ยองแจทำเสียงเกรงอกเกรงใจ แต่ตีมือกับพี่ชายเบาๆ

<แค่ตากน้ำค้างเองนะ..>

“ยุงกัดด้วยนะ รอยเต็มตัวไปหมด ตอนยองแจเช็ดตัวให้ยังตกใจเลย ช่วงนี้พี่ชายก็ไม่ค่อยได้กินอิ่มนอนหลับด้วย ร่างกายเลยอ่อนแอน่ะสิ อ๊ะ แค่นี้ก่อนนะแบมบี้ ยองแจไปดูพี่ชายก่อน”

<เดี๋ยวก่อน…>

“หือ? แบมบี้มีอะไรอ่ะ” ยองแจทำเป็นถามอย่างสงสัยทั้งที่กำลังอมยิ้ม โยกตัวทำไปมาท่าทางลั้นลาดีใจมาก มาร์คคว้าหมอนฟาดน้องด้วยความหมั่นไส้ กลั้นขำไม่ให้เสียงลอดเข้าโทรศัพท์

<ตอนนี้เขาหลับอยู่เหรอ?>

“อือ หลับอยู่ ยองแจไม่กล้าทิ้งเขาไว้อ่ะ กลัวว่าตื่นมาจะไม่กินข้าวกินยาแล้วลากสังขารหนีออกจากบ้านไปทำงาน”

<แบม..แบมไปดูให้แป๊บนึงก็ได้นะ ยองแจจะไปธุระนานไหม>

            ยองแจทำท่ากรีดร้องแต่ไม่มีเสียงออกมาทันที มาร์คพลอยตื่นเต้นตามน้องไปด้วย ท่าทางดีใจมากขนาดนี้อาจจะเป็นข่าวดี

“ไม่นานหรอก แป๊บเดียวเอง สักสองสามชั่วโมง แบมก็ถือซะว่าออกมาทำธุระรอเวลาไปเรียนตอนบ่ายก็ได้ไง เนอะ”

<เราไปให้ก็ได้>

“ขอบคุณมากนะแบมบี้ แบมบี้ใจดีมากๆ เลย!

ยองแจกดวางสายแล้วร้องเย้ ตีมือกับพี่ชายแรงๆ สองพี่น้องจับมือดีใจกันใหญ่

“ทำตัวให้ดูป่วยมากๆ เข้าไว้นะ”

“ขอบใจนะยองแจ น่ารักที่สุด อยากได้อะไรบอกมา” พี่ชายรั้งน้องมาฟัดหอม ยองแจทุบพี่ชายให้ปล่อย

“ยองแจโตแล้วนะ! ไม่ต้องให้หรอกน่า พี่ทำให้พี่สะใภ้ยองแจกลับมาให้ได้เร็วๆ ก็พอ ยองแจไปโทรหาพี่แจ็คสันก่อนนะ ต้องไปเตี๊ยมกันก่อน เผื่อแบมบี้โทรไปหาพี่แจ็คสัน”

ยองแจยกมือบ๊ายบายแล้วเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางร่าเริง มาร์คตะโกนขอบใจน้องอีกครั้งก่อนคลานไปเก็บเสื้อมาสวมแล้วล้มตัวลงนอน รอแบมแบมมาหา

 

 

 

 

“คุณแบมมาแล้ว คิดถึงจังเลยค่ะ” คุณแม่บ้านเดินออกมารับแบมแบม ร่างบางยิ้มให้เธอ

“ขอบคุณครับ”

“คุณมาร์คนอนอยู่ที่ห้องค่ะ ป้ากำลังทำซุปให้เธอ คุณแบมมาได้จังหวะพอดี คุณมาร์คเห็นคุณมาคงจะยอมทานอะไรบ้าง ขึ้นไปหาเธอเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าจะให้เด็กยกซุปขึ้นไปให้ คุณแบมจะรับอะไรไหมคะ”

“ไม่ล่ะครับ ขอบคุณ แบมทานมาแล้ว”

แบมแบมมาตัวเปล่า ไม่ได้แวะซื้ออะไรมาเยี่ยมคนป่วย ยองแจโทรหาเขาระหว่างทางมาที่บ้านว่ายองแจออกไปทำธุระแล้ว ให้เขารีบมา

“ในที่สุดคุณแบมก็ยอมกลับมาบ้านนะแม่” ฮโยจูวิ่งมาเกาะแขนมารดาขณะมองตามแบมแบมขึ้นไปชั้นบน

“แค่ชั่วคราวเท่านั้นเอง ถ้ากลับมาอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยก็ดีน่ะสิ”

“เฮ้อ..เสียดายเรื่องคุณหนูน้อยเนอะ ถ้าคุณหนูยังอยู่ ฉันจะขอเป็นพี่เลี้ยงคุณหนูเลยนะแม่”

“หวังมากไปแล้วสาวน้อย ถึงลูกคุณแบมยังอยู่ เธอคงจะยอมให้เด็กดื้ออย่างเราเป็นพี่เลี้ยงลูกเธอหรอก”

คุณแม่บ้านดีดหน้าผากลูกสาว นัยน์ตาเธอหม่นหมอง นึกเสียดายที่ตนไม่มีโอกาสได้ดูแลลูกของคุณมาร์คบ้าง

 

 

 

แบมแบมยืนลังเลอยู่หน้าห้องนอนของมาร์ค ไม่กล้าเคาะประตู ยืนทำใจอยู่สักพักกว่าจะกล้าเคาะเบาๆ แล้วเปิดเข้าไป

ร่างบางปิดประตูให้เบาที่สุด สาวเท้าเข้าไปหาเตียงกว้างที่มีร่างสูงนอนหันหลังมาทางประตู

“คุณมาร์ค..” แบมแบมลองเรียกดูก่อน ยืนเว้นระยะห่างจากเตียงพอสมควร  

เมื่อรอแล้วไม่มีเสียงตอบรับ ว่าที่คุณแม่เลยเดินอ้อมไปอีกฝั่ง จึงเห็นว่าคุณพ่อแฝดหลับอยู่ แต่ยังไม่ไว้ใจ คุณมาร์คอาจจะแกล้งหลับก็ได้

“คุณมาร์ค” แบมแบมลองเรียกอีกหน คราวนี้เสียงดังขึ้น เอื้อมมือไปจับไหล่ที่ซ่อนใต้ผ้าห่มผืนหนา แต่คุณมาร์คไม่ขยับเลย คงหลับจริงๆ

เด็กหนุ่มทรุดลงนั่งคุกเข่าบนพื้นข้างเตียง วางมือลงบนหน้าผากและลำคออีกฝ่าย นิ่วหน้าน้อยๆ เมื่อสัมผัสถึงความร้อนเบาบาง

มีไข้ ไม่สบายจริงๆ ด้วย เขาแอบคิดว่าบางทีคุณมาร์คอาจจะให้ยองแจหลอกเขาก็ได้

แบมแบมรู้สึกผิดขึ้นมาทันที จะดูแลสักหน่อยก็ได้ จะได้หายกัน เพราะเขาเองมีส่วนทำให้คุณมาร์คไม่สบาย

คุณแม่น้องแฝดหันไปเห็นของสำหรับดูแลคนป่วยที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะ คงเป็นของที่ยองแจใช้ดูแลพี่ชายเมื่อเช้า

แบมแบมไม่ได้แกะแผ่นเจลมาใช้เพราะมันก็ใช้ลดไข้ได้เฉพาะที่เท่านั้น เขาหยิบอ่างใบเล็กที่ใช้แล้วไปเปลี่ยนน้ำในห้องน้ำเพื่อจะได้เช็ดตัวให้คนที่กำลังนอนหลับอยู่

แต่จะดึงผ้าห่มออกยังไงไม่ให้คุณมาร์คตื่นล่ะ

แบมแบมค่อยๆ ดึงผ้าห่มออกจากตัวคุณมาร์คช้าๆ ภาวนาให้อีกฝ่ายหลับลึกไม่ต้องรู้สึกตัวขึ้นมาก่อนเขาจะเช็ดตัวให้เสร็จ

เด็กหนุ่มชะงักเมื่อคนป่วยขยับตัวเล็กน้อย เมื่อยืนรอจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายยังไม่ตื่นก็รีบเอาผ้าห่มออกไปให้พ้นตัว

“อย่าตื่นนะ..” แบมแบมพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะบิดผ้าที่เปียกน้ำพอหมาดเช็ดที่เท้ากับมือคนป่วยก่อน แม่สอนแบมแบมไว้ว่าให้เช็ดจากส่วนปลายอวัยวะเข้าหาหัวใจ อย่างพวกมือกับปลายเท้าน่ะ

เขาจะทำยังไงกับตัวคุณมาร์คล่ะ ให้ยกตัวคุณมาร์คถอดเสื้อน่ะไม่ไหวหรอกนะ ถ้าโดนตัวมากกว่านี้คุณมาร์คต้องตื่นแน่ๆ เลย

แบมแบมลังเลที่จะเลิกชายเสื้อของคนหลับขึ้น ตัดสินใจเช็ดแค่แขนกับซอกคอพอ เช็ดได้นิดเดียวก็ถือว่าแบมแบมมาช่วยดูแลตามที่ยองแจขอร้องแล้วล่ะน่า

คุณแม่เจ้าตัวเล็กพับผ้าเป็นทบเล็กๆ เอาวางไว้ที่ซอกคอคนหลับ ยกอ่างน้ำไปเทน้ำทิ้งในห้องน้ำ

ความเย็นของผ้าและความหนาวจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำให้มาร์ครู้สึกตัว มือควานหาผ้าห่ม เขารอแบมแบมจนเผลอหลับไปจริงๆ

มาร์คจะข่มตาหลับต่อแล้วถ้าไม่ได้ยินเสียงในห้องน้ำเสียก่อน หรือว่าจะเป็นแบมแบม?

ร่างสูงรีบหลับตาลง นอนท่าเดิม คอยฟังว่าตกลงใครกันที่เข้ามาในห้องเขา

แบมแบมเดินมาดึงผ้าห่มคลุมตัวมาร์คเหมือนเดิม ก่อนจะทรุดลงนั่งบนพื้น หยิบผ้าผืนเล็กจากซอกคอที่อุ่นขึ้นเพราะความร้อนจากตัวมาร์คมาเช็ดที่มือเขาอีกครั้ง

ร่างบางถอนหายใจขณะมองมือเรียวข้างซ้ายของมาร์ค เครื่องประดับชิ้นเล็กที่ทำจากแพลทินัมยังคงอยู่ที่นิ้วนางตามเดิม

 แบมแบมจับคอเสื้อตัวเองโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วแตะโดนแหวนแต่งงานที่นูนขึ้นผ่านเสื้อตัวใหญ่ที่สวมอยู่ เขาเอาแหวนแต่งงานคล้องไว้กับสร้อยคอ มือเล็กที่วางลงบนมือสวยของมาร์คนั้นมีแหวนของพ่อแม่สวมไว้แทนแหวนแต่งงาน

ทำไมคุณมาร์คถึงยังสวมแหวนแต่งงานเอาไว้ ทั้งที่เราเลิกกันแล้ว..

แหวนที่สวมให้กันในวันที่เราไม่เต็มใจจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน..คุณถอดมันทิ้งไปก็ได้  

“ขอโทษนะครับ..” แบมแบมกล้าพูดได้แค่คำๆ นี้เท่านั้น

ขอโทษที่ทิฐิจนทำให้คุณไม่สบาย..

ขอโทษที่ถอดแหวนแต่งงานของเราออกไปแล้ว..

ขอโทษที่เข้ามาในชีวิตคุณในเวลาที่คุณไม่เต็มใจ

ตั้งแต่แต่งงานจนเลิกกัน..แบมยังไม่ได้ขอโทษคุณเลยที่ทำให้คุณต้องแต่งงานทั้งที่คุณไม่อยากแต่ง

แบมแบมไม่รู้ว่าคุณยังเก็บแหวนไว้กับตัวทำไม อาจจะคนละเหตุผลกับที่แบมยังเก็บมันไว้ก็ได้

แบมแบมเช็ดน้ำตาตนเองที่หยดลงบนมือของมาร์ค รีบลุกขึ้นเพื่อจะได้ออกไปจากห้อง

แรงบีบกระชับที่มือเล็กทำให้แบมแบมตกใจ เลื่อนสายตาจากมือสวยขึ้นไปมองใบหน้าของมาร์ค จึงพบว่าดวงตาสวยคู่นั้นไร้แววของคนหลับและกำลังจับจ้องมาที่ตนเอง

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ จากนั้นมาร์คก็ใช้มือข้างที่ว่างวางลงบนแก้มใส เช็ดน้ำตาให้แบมแบม

“ขอบคุณที่มานะ..

มาร์คไม่อยากถามว่าแบมแบมขอโทษตนเรื่องอะไร เขาขอรู้ว่าแบมแบมห่วงใยเลยมาหาเขาก็พอ

“แบมจะกลับแล้วครับ” แบมแบมดึงมือของตนคืน รีบลุกขึ้นถอยออกจากมาร์ค คนป่วยยันกายลุกขึ้นตาม รีบก้าวลงจากเตียงก่อนเซเล็กน้อยเพราะเวียนหัว

เด็กหนุ่มขยับจะไปช่วยประคอง แต่พอคิดได้ว่าการโดนตัวกันมันเสี่ยงความลับแตกก็ร้องบอกตัวเองให้หยุด

“แบมอย่าเพิ่งไป” มาร์ครีบก้าวเข้าไปรั้งแขนแบมแบมไว้ ขอร้อง

มาร์คชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามือซ้ายของแบมแบมนั้นไม่มีแหวนแต่งงานของตนสวมอยู่อีกแล้ว

ไม่เป็นไร..ไม่มีแหวนก็ไม่เป็นไรหรอก แหวนแต่งงานที่แบมแบมไม่เคยอยากได้มาตั้งแต่แรก จะถอดทิ้งก็เป็นสิทธิ์ของแบมแบม

แต่เขาถอดมันออกไม่ได้ ทำใจถอดแหวนแต่งงานของเราทิ้งไม่ได้จริงๆ เขายังใส่มันไว้เพื่อหลอกตัวเองว่าเขายังเป็นสามีของแบมแบม..

แบมแบมมองมือตัวเองตามสายตาของมาร์ค แต่พอเห็นความเสียใจที่ปรากฏบนสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วในอกก็พลอยเจ็บไปด้วย

“พี่ดีใจนะที่แบมมาที่นี่” มาร์คยิ้มด้วยความดีใจจริงๆ

“แบมแค่ทำตามที่ยองแจไหว้วานก็เท่านั้นครับ” แบมแบมพูดดับความหวังของมาร์ค

“จะเหตุผลอะไรพี่ไม่สนใจหรอก พี่สนแค่ว่าแบมยอมมาหาพี่แล้วเท่านั้น”

มาร์คไม่อยากให้แบมแบมกลับไปเลย ถ้าแบมแบมก้าวออกจากห้องเขาไปตอนนี้ ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไรที่แบมแบมจะยอมมาที่บ้านนี้อีกครั้ง

“แบมมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรคุณ คุณมีคนดูแลเยอะแล้ว”

“ถึงจะมีสักกี่คนพี่ไม่สน พี่ต้องการแค่แบมคนเดียว”

“อย่าพูดอย่างนี้เลยครับ”

“ที่แบมยอมมา เพราะแบมก็ยังห่วงพี่ไม่ใช่เหรอ ถ้าแบมไม่รักพี่แล้วแบมไม่ต้องสนใจไยดีอะไรพี่เลยก็ได้นี่ ไม่ต้องแคร์ว่าพี่จะเป็นจะตายยังไง..แต่แบมก็ยังยอมมา”

“อย่าพูดเข้าข้างตัวเองแบบนั้นสิครับ แบมมาก็เพราะว่าแบมรู้สึกผิดต่อคุณเท่านั้น แบมมาเพราะแบมเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณไม่สบาย”

“แค่นั้นจริงเหรอแบม..

“ถ้าพี่เป็นอะไรมากกว่านี้ แบมจะบอกว่าห่วงพี่ไหม?”

“ถ้าคุณคิดจะทำร้ายตัวเองเพื่อให้แบมสนใจก็เลิกคิดเถอะครับ ไม่มีประโยชน์” แบมแบมไม่สบายใจเลย ไม่ว่ามาร์คจะพูดด้วยอารมณ์และเหตุผลอะไรก็ตาม

“เป็นห่วงก็บอกมาสิ” มาร์คมองสบตาแบมแบม แต่ร่างบางกลับไม่สู้สายตา กลัวว่าคุณมาร์คจะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองคิดอะไรอยู่

“คุณลุกขึ้นมาพูดได้ขนาดนี้แสดงว่าหายดีแล้ว แบมขอตัว”

แบมแบมดึงข้อมือออกจากการกอบกุมแล้วหันหลังจะเดินออกจากห้อง มาร์ครีบก้าวตามไปกอดอีกฝ่ายเอาไว้ ไม่ยอมให้ไป

ทว่าการกอดครั้งนี้ส่งผลมากกว่าที่คิด แบมแบมยืนนิ่งด้วยความตกใจไม่คิดว่าจะถูกสวมกอดโดยไม่ทันตั้งตัว ขณะที่คนกอดเองก็นิ่งค้างไป เพราะว่ามือเขาจับโดนท้องที่ไม่ได้แบนราบอย่างที่ควรจะเป็น

แบมแบมเหยียบเท้าอีกฝ่ายจนมาร์คเผลอคลายอ้อมแขน คนที่มีความลับปิดบังถอยห่างจากมาร์ค ใบหน้าหวานมีสีหน้าตกใจ

แบมแบมรู้ว่าตอนนี้มาร์คก็น่าจะรู้แล้วแน่ๆ..

“แบม..ไม่จริงน่า..ทำไม...” มาร์คกำลังอึ้งเพราะไม่แน่ใจ เขามองมือตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ

แบมแบมเองก็ไม่คิดว่าการตัดสินใจมาหามาร์คครั้งนี้ จะทำให้สิ่งที่เขาคิดว่าจะเก็บเงียบไปได้ตลอดเปิดเผยออกมา

เด็กหนุ่มรีบก้าวไปที่ประตู มือเล็กจับที่เปิดประตูจะเปิดออกไปแล้ว แต่ความตั้งใจนั้นล้มเหลวเมื่อมาร์คตามมาดันประตูไว้ให้ปิดลงตามเดิม เขายืนซ้อนหลังแบมแบม ยันมือกับประตูกักร่างเล็กเอาไว้

“แบม..โกหกพี่ใช่ไหม”

เสียงทุ้มสั่นพร่าเต็มไปด้วยอารมณ์และความสับสนมากมาย คำถามที่แบมแบมไม่อยากได้ยิน

“เปล่า แบมไม่ได้โกหก” แบมแบมยังไม่อยากยอมรับความจริง

“ลูกของเรายังอยู่...ทำไมแบมต้องบอกว่าแท้งด้วย ทำไมล่ะแบม

“แบมไม่ได้โกหก..แบมเกือบแท้งแล้ว แบมมีภาวะแท้งคุกคามจริงๆ..

แบมแบมหันมามองหน้ามาร์ค ผลักอกกว้างให้ออกไปห่างตัว แต่มาร์คขืนตัวไว้ จับมือเล็กไว้ทั้งสองข้าง

“เกือบแท้ง..แสดงว่า?..” 

“แบมแค่อยากให้เราจบกันจริงๆ แบม..แบมก็เลย..

“พี่ไม่อยากฟังเหตุผลว่าทำไมแบมถึงโกหก..พี่ไม่อยากฟังว่าแบมอยากไปจากพี่พี่ขอร้อง บอกพี่มาตามตรงว่าแบมยังท้องอยู่ใช่ไหม..

น้ำเสียงที่คาดหวังของมาร์คกดดันแบมแบม ร่างบางหลบสายตามาร์คก่อนจำใจเอ่ยออกมา

“ใช่..พวกเขายังอยู่”

พอได้คำยืนยันจากปากแบมแบม ร่างสูงทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นทันทีทั้งที่ยังจับมือแบมแบมไว้แน่น ความปิติยินดีที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับโถมเข้าใส่จนยืนไม่อยู่

แบมแบมตกใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายร้องไห้..

มาร์คทั้งตกใจและยินดี..ดีใจมากกับข่าวนี้..ดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้

เขาได้สิ่งที่เขาคิดว่าสูญเสียไปแล้วกลับมาอย่างไม่คาดฝันเลย..

“ฮึกดีจังเลยนะที่ยัง..ยังอยู่..ดีแล้ว..

มาร์คกอดเอวแบมแบมไว้แน่น ซบหน้ากับท้องแบมแบมแล้วร้องไห้โฮออกมาด้วยความดีใจ

แบมแบมก้มมองคนที่กอดเขาแล้วร้องไห้ดีใจเหมือนเด็ก ทั้งสงสารและรู้สึกผิด มือเล็กยกขึ้นอย่างลังเล..ก่อนจะวางมันลงบนผมนิ่มของอีกฝ่าย

“แบมแบมขอโทษคุณคงเสียใจมากตอนที่รู้ว่าพวกแกไม่อยู่แล้ว”

“ใช่..ทรมานมาก..เสียใจมาก เจ็บเหมือนจะขาดใจ..พี่ฮึก..พี่คิดอยู่ตลอดเวลาว่าถ้าพี่ดูแลแบมให้ดี..ถ้าพี่ใส่ใจแบมบ้างสักนิด..ถ้าพี่มองเห็นความรักของแบมบ้าง..พี่คงรู้ไปนานแล้วว่าแบมท้อง และพี่ก็คงไม่เสียลูกและแบมไป..

พี่มาร์ค..คิดโทษตัวเองมาตลอดเลยสินะ

“คุณไม่เกลียดแบมเหรอที่แบมโกหกคุณ แบมทำให้คุณเจ็บปวดและต้องโทษตัวเอง”

“เกลียดสิแต่พี่เกลียดตัวของพี่เอง..เกลียดมากที่พี่รักษาแบมกับลูกไว้ไม่ได้ที่ผ่านมามันเจ็บปวด แต่พี่ก็ได้รู้แล้วว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง..และแบมรู้สึกยังไงบ้างพี่ขอโทษนะแบม พี่ขอโทษ”

คำขอโทษของมาร์คสั่นคลอนหัวใจคนฟังจนร้องไห้ออกมาเงียบๆ

“แบมขอโทษนะที่โกหก..

“ไม่เป็นไร..ไม่ต้องขอโทษ พี่ไม่ใส่ใจหรอก และพี่ก็จะไม่คิดถึงมันด้วย แค่ลูกยังอยู่อะไรก็ไม่สำคัญไปกว่านี้แล้ว..

มาร์คไม่โกรธเลยสักนิดที่แบมแบมทำให้เขาต้องทุกข์ทรมานใจกับความรู้สึกสูญเสียนั้นนานนับเดือน..ทุกคนมีเหตุผลในสิ่งที่ตัวเองทำ แบมแบมเลือกที่จะโกหกเพราะมีเหตุผลของตัวเอง

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดไปถึงอดีตที่แสนเจ็บช้ำ เขาอยากอยู่กับปัจจุบันที่มีลูกและแบมแบมมากกว่า สิ่งที่ผ่านมาแล้วมันไม่สำคัญเลย อดีตเป็นสิ่งที่แก้ไขอะไรไม่ได้ เราสามารถจัดการกับเรื่องที่ผ่านมาได้แค่วิธีเดียว คือการมองย้อนกลับไปและจำเอาไว้เป็นบทเรียนสำหรับอนาคตเท่านั้น

เดี๋ยวสิเหมือนแบมแบมจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง

“พวกเขาเมื่อกี้แบมพูดว่าพวกเขาใช่ไหม?”

มาร์คลุกขึ้นยืน แต่ยังไม่ยอมปล่อยแบมแบม ร่างบางพยายามแกะแขนมาร์คออกจากตัว

“เปล่า!

“ยังจะมาปฏิเสธอีก หมายความว่ายังไง?”

อ้อมแขนมากโอบแน่นขึ้นอีก ในเมื่อดิ้นนักก็จะกอดให้แน่นแบบนี้ล่ะ ดิ้นได้ดิ้นไปสิ

“แบมให้ภาพอัลตราซาวน์คุณไปแล้วนี่นา คุณดูไม่เป็นหรือไง”

มาร์คส่ายหน้า ก่อนจะคิดตาม..

“ฝาแฝด?!

“โอ๊ย! แบมตกใจนะจะตะโกนทำไมเล่า แล้วปล่อยแบมสักที แบมอึดอัด!” แบมแบมเสียงดังใส่บ้าง มองค้อนคนที่กอดรัดเขาจนจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

“ถ้าปล่อยแบมก็หนีพี่กลับบ้านน่ะสิ ไม่ปล่อย ไม่ให้ไป จะขังแบมเอาไว้ในห้องนี้ไม่ให้ไปไหนอีกแล้ว” ตอนนี้มาร์คมีความสุขมากจนบ้าไปแล้ว

“ไม่ได้นะ เราหย่ากันแล้ว คุณจะรั้งแบมไว้ที่นี่ไม่ได้นะ” แบมแบมพยายามดิ้นรน ขืนตัวอก ทั้งผลักทั้งดันจนเหนื่อยแต่มาร์คกลับไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด

“หย่าแล้วพี่ก็จะจดใหม่”มาร์คเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ ซบหน้ากับบ่าบาง ถือโอกาสเช็ดน้ำตาไปด้วยเลย แบมแบมทุบต้นแขนมาร์คแรงๆ

“ถ้าไม่ปล่อย แบมจะโกรธคุณ จะไม่พูดกับคุณอีก และจะไม่ให้อยู่ใกล้ลูกด้วย! แบมจะนับถึงสามเท่านั้นนะ”

“ไม่เชื่อ”

“หนึ่ง”

“แบมอ่า อย่าใจร้ายกับพี่สิ”

“สอง”

“แต่พี่คิดถึงแบมนี่

“สะ

“โอเค” มาร์คยอมปล่อยแบมแบมทันที แบมแบมมองด้วยสายตาไม่พอใจ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทุบมาร์คไปอีกทีแล้วจะเปิดประตูออกไป

“เดี๋ยวสิแบม”

“อะไรอีกละครับ อ๊ะ” แบมแบมถูกดันหลังติดประตู

“คุณมาร์คจะทำอ..อื้อ” เสียงหวานขาดหายเมื่อถูกจูบ และเป็นจูบที่เอาแต่ใจมากๆ ด้วย ไม่คิดจะขอก่อนหรือไง ใครเขาอนุญาตกัน

แบมแบมพยายามดันไหล่กว้างออกไปแต่กลับถูกเบียดชิดเข้ามามากกว่าเดิม

หายใจไม่ออก คุณมาร์คไปอดอยากมาจากไหนถึงได้ขยี้ซะรุนแรงแบบนี้เนี่ย!

ร่างสูงผละออกมาก่อนเพื่อให้อีกคนได้หายใจ

“ฉวยโอกาส!” แบมแบมด่าพร้อมกับหายใจไปด้วย มาร์คอมยิ้ม นิ้วเรียวไล้ที่ริมฝีปากล่างเบาๆ แบมแบมอยากจะงับให้นิ้วขาดเลยจริงๆ

“ด่าได้ด่าไปสิ แบมไม่ให้กอดแต่ไม่ได้ห้ามพี่จูบนี่” มาร์คถือคติด้านได้อายอดนะ เขาคิดถึงแบมแบมจะตายอยู่แล้ว

มือสวยประคองใบหน้าหวานเอาไว้แล้วประกบจูบลงที่ปากอิ่มอีกครั้ง เปลี่ยนจากดุดันไม่ทันให้หายใจหายคออย่างเมื่อครู่เป็นดูดเม้มความนุ่มละมุนช้าๆ ปลายลิ้นลากเลียที่ริมฝีปากหวานฉ่ำก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากเล็กแล้วตวัดเกี่ยวลิ้นเล็กที่ขัดขืน

“อื้ม..” มือเล็กเปลี่ยนจากทุบตีเป็นจิกลงบนไหล่กว้าง แต่มาร์คไม่รู้สึกเจ็บสักนิด

ถ้าไม่ติดว่าแบมแบมเพิ่งจะหายจากแท้งคุกคามและยังไม่หายงอนเขา มาร์คคงจับแบมแบมปล้ำไปแล้ว

 

 

 

ยองแจไถแท็บเลตราคาแพงของตนเล่นรอคนรักที่ไปซื้อเครื่องดื่ม

ในเวลาที่มีจำกัด ยองแจไม่รู้จะไปไหนดีเพราะมีเรียนตอนบ่าย พี่แจ็คสันเลยพามานั่งเล่นที่ร้านกาแฟน่ารักๆ แทน

ยองแจเงยหน้าจากจอเพื่อมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาผ่านหน้าร้าน เขานั่งอยู่หน้าร้านในส่วนที่นั่งแบบเอาท์ดอร์ ลมเย็นๆ จากธรรมชาติกับบรรยากาศร้านสวยๆ ก็ทำให้จิตใจผ่อนคลายได้มากเหมือนกัน

“มาแล้ว” แจ็คสันถือเครื่องดื่มมาสองแก้ว หยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ไม้ของยองแจ ร่างบางเงยหน้ามอง พอดีกับที่อีกฝ่ายก้มมาหา แจ็คสันจุ๊บที่ปากนิ่มของอีกฝ่ายเบาๆ แล้วยิ้มกว้าง  ยองแจยกมือตีไหล่หนาแรงๆ

“ลวนลามยองแจเหรอ”

“นิดหน่อยพอชื่นใจ” แจ็คสันยื่นแก้วเครื่องดื่มให้ยองแจ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกัน

“พี่เบื่อไหมที่ยองแจไม่ค่อยสนใจพี่เลย” ยองแจจิบช็อกโกแลตร้อนในแก้วแล้วถามสิ่งที่ตนสงสัยมาสักพักแล้ว แต่ไม่กล้าถามสักที

“ไม่นะ ไม่เบื่อหรอก”

“จริงเหรอ?”

“แต่น้อยใจ”

“อ่าว”

แจ็คสันอมยิ้ม เอื้อมมือไปหยิกแก้มนุ่มเบาๆ

“แฟนเรา ไม่มีเวลาให้เราเลย มันก็น่าน้อยใจนะ แต่พี่เข้าใจว่ายองแจก็ต้องให้เวลาไอ้มาร์คมากกว่าอยู่แล้ว และช่วงที่ผ่านมามันก็แย่มากจริงๆ พี่เฉยๆ”

“งั้นพี่อยากให้ยองแจทำอะไรให้เป็นพิเศษไหม อยากได้อะไรหรือเปล่า” แจ็คสันหัวเราะเมื่ออีกฝ่ายถามออกมาตรงๆ

“ไม่หรอก ไม่จำเป็นเลย แค่ยองแจมีเวลาว่างอยู่กับพี่บ้างก็พอ..อย่างกาแฟแก้วนี้น่ะ รสชาติมันก็ไม่ได้ต่างจากที่พี่เคยกินหรอก แต่วันนี้พี่มีความสุขในการดื่มมันมากกว่าทุกทีเพราะพี่ได้นั่งคุยกับยองแจไปด้วย...พี่มักน้อยมั้ง แค่นี้พี่ก็พอใจแล้วน่ะ”

คำพูดของพี่แจ็คสันทำให้ยองแจรู้สึกผิดมากเลย โธ่เอ๊ย มักน้อยจริงๆ เลย

“ไปเดินเล่นกัน” แจ็คสันลุกขึ้นยืนก่อน แล้วยื่นมือให้ยองแจจับ

“นี่คือเดทเหรอ?”

“เดทของยองแจจำกัดความไว้ว่ายังไงล่ะครับ แค่เดินเล่นธรรมดานับไหม?”

“นับก็ได้” ยองแจสอดนิ้วประสานกับมือที่จับอยู่ แกว่งเบาๆ

“เบื่อหรือเปล่า”

“นิดนึง” ยองแจตามตามความจริง การมาเดินตลาดทั่วไป มองข้าวของตามร้านข้างทางไม่ใช่แบบที่ยองแจคุ้นเคยสักเท่าไร

“ลองใช้ชีวิตแบบเรียบๆ บ้างก็ดีนะยองแจ ไม่ต้องใช้ชีวิตหรูหรามากก็ได้”

“ยองแจจะพยายาม” ยองแจรู้ว่าไลฟ์สไตล์ของตนและพี่แจ็คสันค่อนข้างต่างกันมาก พี่แจ็คสันติดดิน แต่ยองแจทำไม่ค่อยไหว

“ตอนอยู่มหาลัยพี่ซื้อแหวนร้านแบบนี้จีบสาวล่ะ” แจ็คสันเล่าให้ยองแจฟังเมื่อเดินผ่านร้านขายเครื่องประดับเล็กๆ ข้างทาง ยองแจหัวเราะ ไม่เชื่อ

“จริงอ่ะ ลูกชายเจ้าของห้างดังอย่างพี่เนี่ยนะ?”

 “จริงสิ ก็ตอนเด็กๆ พ่อพี่ไม่ให้ใช้เงินฟุ่มเฟือย เงินพี่ลงไปกับเกมหมด ไอ้มาร์คก็ชอบชวนไปคาราโอเกะบ้างล่ะ เกมเซ็นเตอร์บ้างล่ะ แล้วยังร้านเหล้าอีก เงินมันก็เลยหมด อยากจะซื้อของให้สาวสักชิ้นเลยมีปัญญาซื้อแค่ของชิ้นเล็กๆ ราคาไม่กี่พันวอนให้ ต่างกับไอ้มาร์คที่มีเงินเปหญิงเต็มที่ มาดามตามใจมันจะตาย”

“แล้วผู้หญิงที่พี่จีบว่าไง” ยองแจอยากรู้ ถ้ามีคนซื้อแหวนร้านข้างทางให้ยองแจ เขาคงปาทิ้งเลยอ่ะ

จะจีบทั้งทีไม่ลงทุนเลย

“ก็ไม่ว่าไง ผิดหวังหน่อยๆ มั้ง เขารู้กันไงว่ากลุ่มพี่มันลูกคนมีเงิน แต่แค่ของขวัญดีๆ สักชิ้นยังไม่มีเงินซื้อไปให้เขาเลย” แจ็คสันคิดถึงอดีตแล้วก็หัวเราะเบาๆ กับความบ้าบอของตัวเอง

“เราย้อนกลับไปร้านเมื่อกี้กันเถอะ” ยองแจคล้องแขนลากพี่แจ็คสันเดินย้อนกลับไปทางเก่าเพื่อไปร้านที่เดินผ่านเมื่อกี้

ที่ร้านขายเครื่องประดับ เจ้าของร้านเป็นหนุ่มมาดเซอร์ ดูแล้วไม่น่าจะเกินวัยมหาลัย

ยองแจมองสร้อยข้อมือและแหวนที่มีหลายแบบ เห็นราคาแล้วตกใจ ไม่ว่าคิดว่าจะตั้งราคาถูกแบบนี้

“ข้อมือนี่ทำเองเหรอครับ?” แจ็คสันพินิจมองสร้อยข้อมือแบบถัก งานดูประณีตดีจัง

“พี่สาวผมถักแล้วมาฝากขายอ่ะพี่ชาย”

“ฝีมือดีนะ”

“อุดหนุนสักเส้นสิครับ”

แจ็คสันพยักหน้า ก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินออกมา ดูเงินสดที่มีเหลือติดกระเป๋านิดหน่อย เพราะเขาชอบพกเครดิตการ์ดไว้ใช้จ่ายมากกว่าพกเงินเยอะๆ

“อันนี้น่ารักอ่ะพี่แจ็คสัน ดูสิๆ” ยองแจชูแหวนที่ติดดอกไม้สีฟ้าอันจิ๋วให้แจ็คสันดู

“กล้าใส่เหรอ?”

“ไม่กล้าอ่ะ ของถูกแบบนี้ใส่ไปแล้วนิ้วยองแจจะเป็นอะไรไหมอ่ะ แต่อยากซื้อไปดูเล่น น่ารักดี”

“แฟนพี่ท่าทางติดหรูน่าดูนะ” ชายหนุ่มวิจารณ์เมื่อเห็นท่าทางและสีหน้าอีกฝ่ายตอนที่ตอบแจ็คสันเมื่อกี้ ไหนจะคำพูดที่ไม่น่ารักเท่าหน้านั่นอีก

“อย่ามาว่าเรานะ พี่ซื้อให้หน่อย” ยองแจหันไปค้อนพ่อค้าก่อนจะอ้อนคนรัก แจ็คสันพยักหน้า

“เอาสิ แต่เมื่อกี้ยองแจเสียมารยาทนะ มาติของต่อหน้าพ่อค้าเขาได้ยังไง”

แจ็คสันต่อว่ายองแจ แต่ไม่ได้บังคับให้ขอโทษ อยากรู้ว่ายองแจจะยอมขอโทษเองไหม

“ก็..ยองแจลืมตัวอ่ะ ขอโทษนะ” ยองแจยอมก้มหัวให้เล็กน้อย เอ่ยขอโทษ ทำตัวน่ารักจนแจ็คสันแปลกใจ นี่เขาเผื่อใจไว้เลยนะว่ายองแจอาจจะเชิดใส่พ่อค้าก็ได้

“ไม่เป็นไรครับ” พ่อค้าเองก็ไม่ได้ถือสา พอใจกับคำขอโทษ

แจ็คสันจ่ายเงินค่าของสองชิ้นให้คนขาย ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณ

“ยองแจน่ารักขึ้นนะ” แจ็คสันเอ่ยชมแฟนเด็กเมื่อเดินพ้นร้านเครื่องประดับแล้ว ยองแจทำหน้างง

“อะไรอ่ะ จู่ๆ มาชมยองแจ ยองแจก็น่ารักมาตั้งแต่เด็กแล้วนี่”

“พี่ไม่ได้หมายถึงหน้ายองแจ พี่พูดถึงการกระทำเมื่อกี้ ถ้าเป็นยองแจเมื่อก่อนคงไม่ยอมเอ่ยขอโทษ  อาจจะเหมาร้านเพื่อความสะใจให้คนเขารู้ว่ารวยแล้วจะพูดอะไรก็ได้”

“ง่า..อะไรกัน ยองแจเคยเป็นคนนิสัยน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ?” ยองแจหน้าแหย แค่ฟังก็รู้สึกรับไม่ได้

“ไม่ได้น่ารังเกียจ เอาแต่ใจเกินไปน่ะ”

“ยองแจเปลี่ยนตัวเองใหม่แล้วกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว แบมบี้เคยบอกว่า ถ้าเรานิสัยดี ใครก็อยากอยู่ด้วยอ่ะ..” ยองแจถอนหายใจ เขากำลังเปลี่ยนตัวเอง แต่ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เขายังรู้สึกว่าตัวเองเป็นคุณหนูที่ไม่มีใครอยากคบเหมือนเดิม

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

“ยองแจแค่กำลังคิดว่า..คนนิสัยไม่น่ารักแบบยองแจนี่มีคนดีๆ อยู่รอบตัวเยอะจังเลยเนอะ”

“ทำไมไม่รวมตัวเองเข้าไปด้วยล่ะ”

“ตัวยองแจน่ะละเอาไว้ก่อนเถอะ” ยองแจหัวเราะ

“เอามือมาสิยองแจ” แจ็คสันแบมือเพื่อให้ยองแจยื่นมือมาหา

“ทำไมอ่ะ” เมื่อยองแจไม่ยื่นมือมา แจ็คสันก็จับมือนิ่มข้างขวาไว้เอง

“พอดีเลย พี่จองไว้ก่อน เรียนจบแล้วพี่จะหาแหวนสวยๆ มาหมั้นอีกที เอ๊ะ? หรือจะแต่งเลยดี เรียนจบแต่งงานกันเลยก็ดีนะ”

แจ็คสันบรรจงสวมแหวนน่ารักที่เพิ่งซื้อมาที่นิ้วนางข้างขวาของยองแจ ก่อนจะเงยหน้ายิ้มให้ยองแจที่ยืนอึ้งอยู่

 เอาจริง? แหวนแบบนี้ สถานที่ก็กลางตลาด..นี่คือของหมั้นจองตัวที่เจ้าของห้างใช้หมั้นเขาจริงๆ น่ะ?

ยองแจกลั้นขำ แต่ก็อดไม่อยู่หัวเราะออกมาจนได้

“โอ๊ยพี่แจ็คสัน ยองแจไม่เคยคิดเลยอ่ะว่าชีวิตของยองแจจะถูกหมั้นด้วยแหวนวงละห้าพันวอนอ่ะ”

“ตอนนี้พี่มีแค่นี้นี่ ไหนๆ ก็มีแหวนอยู่ในมือแล้ว ราคาไม่เกี่ยว ดูที่ความตั้งใจ”

“ตั้งใจตรงไหน พี่เพิ่งคิดได้เมื่อกี้ก็บอกมาเถอะ ยองแจสัญญาว่าจะไม่ขำ”

“อือ เพิ่งคิดได้” แจ็คสันยอมรับหน้าตาย ยองแจยิ่งขำหนักขึ้นไปอีก ก่อนจะชูมือขึ้นดูแหวนบนนิ้วตัวเอง

“มันก็สวยดีนะ ขอบคุณนะครับ ถึงไม่จองไว้ก็ไม่มีใครอยากได้ยองแจอีกหรอกนอกจากพี่อ่ะ”

ยองแจขอถอนคำพูดที่คิดไว้ในใจเมื่อกี้นะ ที่ว่าถ้ามีคนให้แหวนร้านข้างทางแล้วยองแจจะปาทิ้งน่ะ แบบนี้ปาไม่ลงหรอก

“พูดแบบนี้อีกแล้ว ไม่น่ารักเลย พี่ต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายกลัวว่ายองแจจะทิ้งคนแก่อย่างพี่ไป ถึงได้รีบจองไว้ไง”

ยองแจยิ้มแก้มปริ สอดมือเข้าคล้องแขนแกร่งไว้ ซบหัวกลมๆ กับไหล่กว้างเหมือนลูกแมวขี้อ้อนจนแจ็คสันอยากจะจับฟัดซะเลย

“แก่ที่ไหนกัน แฟนยองแจออกจะหล่อ หล่อกว่าพี่มาร์คอีกนะ!

ในสายตาเรา คนรักของเราดูดีที่สุด

แฟนยองแจน่ะฮอตมากนะ สาวๆ เซเลบริตี้อยากได้พี่แจ็คสันเป็นแฟนกันทั้งนั้น พี่แจ็คสันเองก็ถึงวัยมีครอบครัวได้แล้วด้วย หล่อ การศึกษาสูง ตระกูลก็ดี นิสัยนี่ดี๊ดี ผู้ชายเพียบพร้อมแบบนี้ใครบ้างไม่อยากได้ แต่เสียใจ คนนี้ของยองแจ

“แหม่ ได้ยินอย่างนี้แล้วชื่นใจจังเลย” แจ็คสันบีบแก้มคนขี้อ้อนเบาๆ ถึงยองแจจะรักและห่วงมาร์คจนลืมเขาบ่อยๆ แต่ในสายตายองแจ เขาก็ดูดีที่สุดน่ะ ภูมิใจ

“โอ๊ย ใครโทรมาเนี่ย” ยองแจบ่นเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้า ก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูชื่อและหน้าคนโทร

“โฮ่ย! พี่มาร์คโทรมาอ่ะ กวนใจจริงๆ เลย โทรมาไม่รู้จักเวล่ำเวลา คนเขากำลังเดทอยู่..ฮัลโหลที่รัก มีอะไรเหรอครับ”

ยองแจแกล้งรับสายซะเสียงหวาน แจ็คสันกลั้นหัวเราะ เวลายองแจกวนประสาทมาร์คน่ะน่ารักดี

<ยองแจ..แกฟังดีๆ นะ พี่มีข่าวดีมากๆ จะบอก!>

“ได้กับแบมอีกรอบแล้วรึ?”

<จิ๊! อย่าเพิ่งขัดได้ไหม ถ้าได้แบบนั้นก็ดี แต่มันไม่ใช่ แก..โอ๊ยพี่ตื่นเต้นว่ะ ใจสั่นมือสั่นไปหมด ดีใจจะตายแล้วเนี่ย>

น้ำเสียงตื่นเต้นยินดีของพี่ทำให้ยองแจเลิกคิ้ว สงสัยว่ามีเรื่องอะไรให้น่าดีใจขนาดนั้น แค่เมียไปปรนนิบัติถึงกับขนาดมือไม้สั่น โถ

“อ่ะว่ามามีอะไร รีบพูดให้เร็ว เสียเวลายองแจเดทกับพี่แจ็คสันหมด”

<ยองแจ ที่แบมแบมบอกว่าแท้งคุกคามน่ะเกิดขึ้นจริงนะ แต่แบมไม่ได้แท้ง!>

ยองแจเอามือถือออกห่างจากหู ก่อนจะใช้นิ้วก้อยแยงเข้าไปในหูเบาๆ

เอเมื่อกี้ยองแจหูฝาดเรอะ?

“เอาใหม่อีกรอบซิ เหมือนเมื่อกี้ยองแจฟังไม่ชัด”

<แบมแบมยังไม่ได้แท้ง เขาโกหกพี่ แบมยังมีลูกพี่อยู่โว้ย! ลูกอ่ะลูก 14 สัปดาห์แล้วแก พี่โคตรดีใจเลยว่ะ!>

คุณหนูต้วนอ้าปากค้าง ถึงกับพูดไม่ออก แจ็คสันจับไหล่บาง ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

“ยองแจเป็นอะไร มาร์คโทรมาว่าไงเหรอ”

ยองแจยกมือทาบอก หายใจแรง ก่อนจะตอบกลับพี่ชาย มือที่ถือโทรศัพท์สั่นมาก

“อี้เอินถ้าพี่ล้อเล่นฉันจะกลับไปฉีกอกพี่เดี๋ยวนี้แหละ”

<แกคิดว่าฉันจะโทรไปร้องไห้เพื่อตอแหลแกเล่นหรือไงยองแจ หลานแกน่ะฝาแฝดด้วยนะ ตอนนี้พี่ไม่ไหวแล้วว่ะ แบบ..มันพูดไม่ถูกน่ะยองแจ ดีใจสุดๆ เลย>

หลานแฝด...ยองแจต้วนกำลังมีหลานแฝดอายุ14 สัปดาห์!

“มาร์คต้วน..อีกสิบห้านาทีน้องจะไปถึงบ้าน..อีกสิบห้านาทีเดี๋ยวเราค่อยคุยกัน”

ยองแจกดวางสายจากพี่ชาย มือนิ่มจิกเล็บลงบนแขนคนรัก กำโทรศัพท์มือถือแน่น จากนั้นก็กรีดร้องแล้วกระโดดกอดแจ็คสันกลางตลาดอย่างไม่อายสายตาใคร

“ฮึก..พี่แจ็คสัน..ฮึกแบมแบม..แบมแบมยังไม่ได้แท้งอ่ะ! ฮือ”

คุณหนูปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจ ทำให้คนที่ถูกกอดพลอยตกใจไปด้วย

“อะไรนะ!

“ยองแจยังมีหลานอยู่!” ยองแจผละออกจากตัวคนรัก เขย่าแขนเขาแรงๆ ด้วยความดีใจ กอดจะโผเข้ากอดอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มกว้าง ยิ้มทั้งน้ำตา

“หลานยองแจยังไม่ตาย!

พระเจ้า..ยองแจไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ยินข่าวดีอย่างนี้

“จริงเหรอ..พี่ดีใจด้วยจริงๆ นะ” แจ็คสันรู้สึกดีไปกับยองแจ เห็นยองแจมีความสุขมากขนาดนี้เขาก็ดีใจด้วย ความสุขมันล้นออกจากตัวยองแจส่งมาถึงเขาเลย

คนอายุมากกว่ากอดตอบและลูบผมคนที่ร้องไห้เหมือนเด็กๆ ไปด้วย

 

70%

 

 

 

“คุณมาร์ค แบมอยากกลับบ้านแล้ว!

คุณแม่ยังหนุ่มพูดประโยคนี้มาเป็นร้อยรอบแล้ว แต่มาร์คทำหูทวนลม ไม่สนใจกันเลย

“กลับทำไม ที่นี่ก็บ้านแบมนะ”

“เราหย่ากันแล้วนะครับ” คำนี้แบมแบมย้ำจนมาร์คนับไม่หวาดไม่ไหวว่าภรรยาพูดไปแล้วกี่ครั้ง

“พูดอะไรนะ ไม่ได้ยินเลย โอ๊ย!” มาร์คร้องเสียงหลงเมื่อถูกเมียทุบให้เต็มอกจนจุกเสียด กลิ้งตัวจากนอนตักนิ่มบนโซฟาไปนั่งบนพื้นด้านล่างแทน

“แบมจะไปเรียนด้วย!

“ไปสิ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“แบมไปเองได้”

“พี่ไปด้วย”

“คุณนี่พูดไม่รู้จักฟัง ทำตัวแบบนี้ยิ่งน่าโมโหนะ!!” คุณแม่ยกหมอนอิงฟาดใส่คุณพ่ออย่างแรงไม่ยั้งมือ เมื่อมาร์คนั่งอยู่ต่ำกว่า แบมแบมไม่รีรอที่จะยันเท้าเข้าที่ตัวอีกฝ่าย ขาบ้าง เอวบ้าง เอาให้เจ็บไปเลย

ไม่สนด้วยว่าจะอายุมากกว่า คุณมาร์คขัดใจแบม!

มาร์คทำได้แค่ปัดป้อง ไม่กล้าทำอะไรแบมแบมหรอก ถึงไม่ท้องก็ไม่ทำอะไรแบมแบมอยู่ดี แบมแบมอยากจะทำร้ายกันก็เอา เชิญ ทำเท่าที่แบมแบมต้องการ

“ไม่ให้พี่ไปด้วยก็ไม่ต้องออกจากบ้านไปเรียนหรอก จะแอบไปทำเรื่องลาออกให้ด้วย”

มาร์คแค่แกล้งขู่ รู้ว่าแบมแบมรักเรียนมาก แต่มันกลับสะกิดต่อมน้ำตาของคนฟัง

ปากอิ่มเม้มแน่นก่อนคลายออก แบมแบมเบะปาก น้ำใสๆ เริ่มเอ่อมารวมกันที่นัยน์ตาสวยทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วตามอารมณ์คนท้องที่เปลี่ยนเร็วทุกวินาที

“ฮึก..ใจร้าย แบมไม่น่ามาหาคุณเลย..ฮึก..แบมไม่ใช่นักโทษนะ คุณมารั้งแบมไว้ทำไม ฮือ”

อ่าว! งานเข้าแล้วไอ้มาร์ค ทำเมียร้องไห้!!

“เอ่อ..โอ๋ๆ อย่าร้องไห้นะคะคนดี พี่ล้อเล่นนะ ไม่เอาไม่ร้อง ใครจะใจร้ายใจดำทำแบบนั้นกับแบมได้ลงคอเนอะ”

 มาร์คลนลาน กระวนกระวายเมื่อน้ำตาเมียอาบแก้มเนียน ขยับขึ้นไปนั่งบนโซฟา จะโอบกอดปลอบให้เมียหยุดร้อง แต่แบมแบมดันอกกว้างไว้ไม่ให้แตะตัว

“แบมเกลียดคุณมาร์ค! ฮือ” ใบหน้าหวานซบกับหมอนอิงในมือ ร้องไห้โฮ

ถ้าคุณมาร์คไม่ให้เขาไปเรียนจริงๆ เขาจะไม่ให้อภัยคุณมาร์คเลยด้วย!

มาร์คหน้าเสียเมื่อเจอคำว่าเกลียดเข้ากลางแสกหน้าอีกครั้ง

โอ๊ยทูนหัว เจอน้ำตาเข้าไปก็จะขาดใจแล้วเนี่ย เจอคำว่าเกลียดเข้าไปอีกใจพี่จะขาดแล้วนะ

“พี่ล้อเล่นนะครับ พี่ขอโทษ ไปๆ อยากจะไปไหนเดี๋ยวจะพาไป ไม่เอาไม่ร้องนะ ร้องมากๆ เดี๋ยวเหนื่อยนะแบมแบม” มาร์คจะเข้าไปกอดอีกครั้ง แต่แบมแบมรีบถอยหนีแล้วปาหมอนใส่จนมาร์คหน้าหงาย

“แบมจะไปของแบมเอง!” คนท้องไม่ยอม รีบลุกเดินหนี ร้องหาคนขับรถ มาร์ครีบลุกตามไปขวาง

“เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ นะคะ”

“ไม่!” แบมแบมขยับไปทางซ้าย มาร์คก็ขวางซ้าย แบมแบมหนีไปทางขวา มาร์คก็ขวางขวา เป็นอย่างนี้หลายรอบจนคนท้องปล่อยโฮอีกครั้ง เปิดโอกาสให้คนที่รอจังหวะอยู่เข้าประชิดตัว กอดแบมแบมเอาไว้

“แบมไม่ได้เกลียดพี่ไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ยอมให้พี่ไปส่งล่ะ พี่สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรกวนใจเด็ดขาดเลยนะ”

“แค่ที่คุณทำตอนนี้ก็คือการกวนใจแบมมากแล้ว คุณขัดใจแบม!

แบมแบมรู้ว่าดิ้นหนีอ้อมกอดไปตัวเองก็เหนื่อยเปล่าเลยหยุดดิ้น ออมแรงไว้ฟาดคุณมาร์คดีกว่า

มาร์คยกมือขึ้นเหนือหัว ทำท่ายอมแพ้

“ยอมแล้วจ้ะ จะไม่ขัดใจแล้ว แต่ตอนนี้คนขับรถที่บ้านไม่อยู่กันหมดเลย..

“พี่จุนฮเวของแบมล่ะ”

คำว่า ของแบมแทงใจมาร์คจนเจ็บจี๊ดเลยทีเดียว แต่ห้ามแสดงอาการออกไปให้เมียรู้เด็ดขาด  เอาไว้จะคิดบัญชีกับจุนฮเวทีหลัง

ทีพี่ล่ะบอกเกลียด ทีจุนฮเวบอกของแบม

ความยุติธรรมอยู่ไหนบอกมาร์คที แม่ไม่รักไม่พอ เมียยังไม่รักอีก

“ไปไต้หวันกับแม่น่ะ ตกลงให้พี่ไปส่งนะครับ” มาร์คไม่ได้โกหก จุนฮเวไปรับใช้มาดามแทนแล้ว

“ฮึ้ย!” ในเมื่อไม่มีทางเลือกแบมแบมก็ต้องยอม ยอมไปกับคุณมาร์คให้ทันเข้าห้องเรียนดีกว่า เขาคงออกจากบ้านหลังนี้ไปโดยคุณมาร์คไม่ยินยอมไม่ได้หรอก

“คอยดูนะ แบมจะไม่มาหาคุณที่นี่อีกแล้ว ไม่มีทาง!

แบมแบมมองหน้ามาร์คแล้วสะบัดหน้าหนี เดินออกไปจากห้องนั่งเล่น มาร์คยิ้มเจื่อน

แบมแบมไม่มาหาพี่ก็ไม่เป็นไร พี่ไปหาแบมแบมที่บ้านนู้นก็ได้ พี่หน้าหนาพอน่ะจ้ะ

 

 

 

 

“แบมเราว่ามันเกินมาหนึ่งคนนะเว้ย”

ฮันบินเอ่ยกับเพื่อนสนิทที่นั่งหน้าบูดหน้าบึ้ง  เขาถูกเบียดกระเด็นให้นั่งห่างแบมแบมหนึ่งที่นั่ง เพราะที่เลกเชอร์ประจำของตนถูกยึดไปโดยคนที่ไม่สมควรจะมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเสนอหน้าในห้องนี้

“เกินมาน่ะสิ ไล่เท่าไรก็ไม่ยอมกลับ” แบมแบมโต้ตอบกับเพื่อนเหมือนคนที่นั่งข้างทางซ้ายมือไม่มีตัวตน แต่คนที่นั่งทางขวามือท่าทางชอบใจ

“เพิ่งรู้ว่าพี่มาร์คลงเรียนวิชานี้ด้วย หายดีแล้วเหรอ?” ยองแจเอ่ยแซวพี่ชาย หัวเราะคิกคัก

“หายแล้ว แต่กำลังกลัวคนแถวนี้เป็นหวัดต่อจากพี่เหมือนกัน”

“ดูแลกันยังไงเสี่ยงต่อการติดหวัดเนี่ย?”

“ก็จะ..

“หยุดเลยนะ ขืนพูดต่อแบมจะโกรธจริงๆ ด้วย” แบมแบมยกมือปิดปากมาร์คไว้ไม่ให้พูดต่อ หน้าเรื่อสีเมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์ที่ถูกจู่โจมจูบจากคนหื่นข้างๆ นี่

“อ่า..คิดว่าน่าจะเดาออกแล้วล่ะ” ยองแจยิ้มกรุ้มกริ่ม เข้าใจ ส่วนฮันบินหน้านิ่ว

“คนท้องก็ไม่เว้นเรอะ..” คำที่พูดไม่หมดคือจูบใช่ไหม?

มาร์คไม่สนใจเสียงเล็กเสียงน้อยของน้องชายและเพื่อนน้อง เขาสนใจมือนุ่มๆ ของเมียมากกว่า ในเมื่อเอามาปิดปากเขาเองก็ขอจุ๊บหน่อย

“คุณมาร์ค!” แบมแบมรีบเอามือออก แต่โดนจับมือเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยนะ ไม่ปล่อยแบมโกรธ” มาร์คปล่อยมือทันที

“ก็แค่เนี้ย” ต้องให้ขู่นะ

“โอ๊ย..กลัวเมียมากไหมล่ะ” ฮันบินยกมือเท้าคาง ถอนหายใจ เอ่ยอย่างเซ็งๆ

“กลัวสิ กลัวเมียไม่รักมากๆ เลยตอนนี้” มาร์คเอียงซบไหล่ภรรยาตัวน้อยเอาไว้ มือก็จับมือนิ่มที่วางบนตักเจ้าตัว สอดประสานมือเอาไว้ แบมแบมพยายามดึงมือออกแต่มาร์คบีบมือเอาไว้แน่น

“ครับ..ชิ อย่าให้มีมั่งนะ” รู้ไหมว่าฮันบินแสลงใจ มันบาดตาบาดใจ เขารักของเขามาตั้งนาน

“ก็มีซะสิ ไอ้บ็อบบี้เพื่อนฉันเพ้อถึงนายใหญ่”

“แหวะ จะอ้วก แค่ฟังก็ขนลุกละ ช่วยไปบอกเพื่อนคุณด้วยว่าผมไม่ชอบหน้าเขา”

“จินฮวานก็บ่นถึงนายอยู่ ถ้าเลือกไม่ได้ก็เอาไปทั้งสองคนแหละ เพื่อนฉันโสดทั้งคู่ มันเป็นเพื่อนกันมานาน ไม่คิดเล็กคิดน้อยหรอกที่ต้องแบ่งนายกันน่ะ”

“คุณมาร์ค! เพื่อนแบมไม่ใช่ขนมหรือของเล่นนะ จะได้แบ่งกันได้” แบมแบมเงื้อมือที่จับปากกาไว้ขึ้นสูง ทำท่าจะแทงลงมาที่ตัวสามี มาร์ครีบร้องห้าม

“อย่านะพี่ยอมแล้ว! จะไม่พูดอีก สัญญา”

ยองแจและฮันบินหัวเราะออกมาพร้อมกันด้วยความขบขันกับท่าทางตลกๆ ของมาร์ค ยองแจหยิบโทรศัพท์ออกมาอัดคลิปสั้นๆ ไม่กี่วินาทีแล้วส่งไปให้แม่ดู

แม่ต้องดีใจมากๆ แน่เลยที่พี่มาร์คกลับมาคืนดีกับแบมแบมแล้ว รีบทำงานแล้วกลับบ้านมาได้แล้วนะครับมาดาม

 

 

 

 

“น้องพริมโรส หวัดดีจ้ะ”

แบมแบมส่งเสียงเบาๆ โบกมือทักทายเด็กน้อยที่อาจารย์จูงมือเข้ามาในห้องสมุด พริมโรสโค้งให้แบมแบมและยองแจแบบเกาหลีตามที่พ่อสอนมา

ยองแจเงยหน้าจากหนังสือหันมอง ส่งยิ้มให้เด็กน้อยจากใจจริง เอ็นดูแกเพิ่มอีกหลายเท่าตัวเมื่อรู้ว่าแกเป็นลูกของอาจารย์แจบอม แม้จะตะขิดตะขวงใจนิดหน่อยที่มีแม่เป็นจินยองก็เถอะ

ยองแจปลื้มอาจารย์อ่ะ ยองแจก็จะรักลูกอาจารย์ด้วย

ว่าที่คุณแม่เห็นเด็กน้อยน่ารักแล้วอดใจไม่อยู่ ย่อตัวนั่งลงให้ตัวเท่าแกแล้วขอหอมแก้ม พริมโรสพยักหน้าอนุญาตยอมให้หอม จากนั้นจุ๊บแก้มใสของพี่แบมแบมด้วย

“ทำไมวันนี้พาพริมโรสมาที่นี่ได้ล่ะครับอาจารย์” แบมแบมจูงมือพริมโรสไปนั่งด้วยกัน อยากอุ้มหรอกนะแต่ไม่ค่อยปลอดภัยกับเจ้าตัวเล็กในท้อง

“แม่เขาไปสมัครงานน่ะ อาจารย์เลยพาแกมาด้วย กะว่าจะให้แกอ่านหนังสือที่นี่รอ”

“อ่อ คุณจินยองไปสมัครงานที่ไหนล่ะครับ” แบมแบมถามพลางลูบผมสวยๆ ของพริมโรสไปมา ยองแจเท้าคางมองหน้าอาจารย์ รอฟัง เห็นหน้าอาจารย์แล้วมีความสุข

“โรงพยาบาลที่ยัยโรสไปรักษาตัวนั่นล่ะครับ” แบมแบมสงสัยว่าคุณจินยองเรียนจบอะไร ยองแจเลยตอบแทน

“จินยองเรียนจบเภสัชฯมาน่ะ”

“ว้าว! เก่งจังเลย” แบมแบมทั้งประหลาดใจและชื่นชม

“งั้นๆ อ่ะ” ยองแจไม่ได้ชื่นชมอะไร เก่งแล้วไง ยองแจไม่ชอบจินยองนี่

“ตอนอยู่แมนฮัตตันบอกว่ามีร้านอาหาร แบมเลยนึกว่าคุณจินยองเรียนคหกรรม อะไรแบบนั้น”

“จินยองเขาก็ทำหลายอย่างน่ะครับ ถึงจะทำงานหนักก็ยังไม่พอใช้หนี้ให้พ่อเลย”

แจบอมเล่าเสริม แบมแบมพยักหน้าเข้าใจ

“อาจารย์คืนดีกับคุณจินยองเรียบร้อยแล้วสินะครับ”

“ไม่หรอก เหมือนเดิม” แจบอมถอนหายใจ

“ยังไงคือเหมือนเดิมอ่ะครับ” ยองแจอยากรู้ขึ้นมาทันที แจบอมยิ้มบาง นั่งคุยด้วย พยักหน้าให้พริมโรสเดินไปดูหนังสือได้เมื่อแกขออนุญาตไปเดินเล่น

“จินยองยังทำตัวเหมือนเดิมน่ะ อย่างที่เราเคยเป็นกันมาตลอด เขาก็อยู่เฉยๆ เหมือนที่ผ่านมา ดูแลแค่พริมโรส ถึงเรามีลูกด้วยกัน แต่จินยองไม่ได้รักอาจารย์ การที่อาจารย์เป็นพ่อพริมโรสก็ไม่ได้ทำให้เขารักมากขึ้นอยู่ดี อาจารย์ก็เข้าใจเขานะ”

“ใจร้ายจัง” ยองแจไม่พอใจ แจบอมยิ้ม

“ช่างเขาเถอะ อาจารย์ไม่คิดมากหรอก เขาพอใจจะให้อาจารย์เป็นแค่พ่อของพริมโรส อาจารย์ก็จะเป็นแค่นั้น ไม่หวังมากกว่านี้หรอกแค่นี้อาจารย์ก็มีความสุขดีแล้ว” แจบอมไม่ได้หวังให้อีกฝ่ายรักตอบ แค่เขามีจินยองและพริมโรสอยู่ด้วยกัน ต่อให้รักจินยองข้างเดียวไปตลอดชีวิตเขาก็ทำได้

แบมแบมและยองแจมองหน้ากัน เห็นใจอาจารย์มาก แต่ในเมื่อเจ้าตัวมีความสุขดี ก็ไม่รู้จะเข้าไปยุ่งทำไม

“พ่อคะ” พริมโรสที่เดินไปดูชั้นหนังสือยากๆ เดินกลับมาหาพ่อพร้อมอมยิ้มสีสวยในมือ

“ใครให้มาคะเนี่ย”

“พี่คนนั้นค่ะ” พริมโรสชี้ไปที่พี่ชายตัวสูงที่เพิ่งจะวางหนังสือลงบนโต๊ะไม่ไกล เขามองมาทางพริมโรส โบกมือให้เธอ พอเห็นว่าเธออยู่กับใครก็โค้งให้แจบอม

“เสน่ห์แรงจริงนะเรา มีพี่ชายให้ขนมมาด้วย แต่ทีหลังอย่าไปรับของจากคนแปลกหน้านะ ถ้าใครชวนคุยก็ไม่ต้องบอกชื่อ บอกว่าเป็นลูกอาจารย์แจบอม คณะบริหาร แล้วเดินหนีเลย เข้าใจหรือเปล่า”

ยองแจขยี้ผมหนูน้อยอย่างหมั่นเขี้ยว แย่งหน้าที่สอนเด็กจากพ่อสุดหล่อ พริมโรสพยักหน้าเข้าใจ ยิ้มหวานให้ยองแจ

“นี่ไม่มีเรียนกันหรือเรา” แจบอมถามลูกศิษย์คนสวยทั้งสอง อุ้มพริมโรสนั่งตัก บอกให้ลูกเก็บอมยิ้มใส่กระเป๋าเป้สีหวานไว้ก่อน เพราะว่ากินขนมในห้องสมุดไม่ได้

“ตอนนี้ว่างครับ มีอีกทีตอนบ่าย”

“เหรอ จะอยู่ที่นี่กันนานไหม อีกยี่สิบนาทีอาจารย์ต้องไปสอน ฝากยัยหนูไว้สักแปบได้ไหมครับ”

แจบอมเอ่ยถามอย่างเกรงใจ

“ได้สิครับ เดี๋ยวแบมกับยองแจดูให้เอง” แบมแบมยินดีรับคำไหว้วาน ยองแจพยักหน้าว่าตามกัน

“ขอบคุณมากนะ ว่าแต่แบมน่ะคิดเรื่องเรียนไว้หรือยัง ใกล้จะสี่เดือนแล้วนี่ ใช่ไหม? จะเรียนไปเรื่อยๆ หรือพักการเรียนไว้ก่อนล่ะ” อาจารย์พยักพเยิดไปทางท้องอีกฝ่ายที่ตอนนี้ก็ยังเห็นไม่ชัดว่าท้อง

“ใช่แล้วครับ อีกอาทิตย์นึงก็จะสี่เดือนแล้ว เรื่องดรอปยังไม่ได้คิดไว้เลยครับ แต่แบมอยากเรียนต่อ ไม่อยากดรอปเลย”

“เรียนทั้งที่ท้องอยู่จะเป็นไรไหมครับอาจารย์” ยองแจไม่อยากให้พี่สะใภ้พักการเรียนเลยอ่ะ ยองแจกลัวเหงา

“อยากเรียนก็เรียนสิ ลองดูระเบียบการของมหาวิทยาลัยสิครับ เท่าที่อาจารย์จำได้ไม่มีระบุว่าห้ามสมรสนะ ถ้าไม่มีก็หมายถึงไม่ได้ห้ามตั้งครรภ์ด้วย อยากเรียนต่อก็ไปบอกอาจารย์ที่ปรึกษาซะให้เรียบร้อย เขาจะได้ช่วยดูให้ด้วย ที่นี่มันเอกชนไม่น่ามีปัญหานะครับ แบมเองก็แต่งงานจดทะเบียนนี่ จะท้องก็ไม่แปลก เพื่อนๆ ก็รู้กันใช่ไหมว่าเรามีสามีแล้ว ท้องก็เรียนได้ เพราะเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่ แต่ถ้าจะไม่ดรอปก็ต้องคิดถึงสุขภาพเราเอาไว้ด้วยนะ คิดถึงลูกให้มากๆ เวลาเรียนเดินขึ้นลงตึกจะเหนื่อยหรือเปล่า ตอนท้องแก่จะมีอาการปวดหลังมากด้วย หายใจก็ลำบาก หิวบ่อย ปัสสาวะก็บ่อย มันจะสะดวกเราไหม ยังแพ้ท้องอยู่หรือเปล่าล่ะแบม” แจบอมแนะตามประสบการณ์ที่เคยดูแลคนท้องมาแล้วหนึ่งคน

            “ไม่นะครับ แบมปกติมากเลย ตอนนี้หายแพ้ท้องเรียบร้อยแล้ว”

“ดีแล้วล่ะ ลองปรึกษากับมาร์คดูสิว่าเขาเห็นด้วยไหมถ้าเราไม่พักการเรียนไว้ก่อน ชีวิตเราก็ไม่เร่งรีบอะไร จะพักไปคลอดหรือเลี้ยงลูกแล้วค่อยกลับมาเรียนก็ไม่มีปัญหาสักหน่อย ถ้าแบมไม่แพ้ท้องแล้วและสามารถดูแลตัวเองได้เต็มที่ จะเรียนหรือดรอปก็แล้วแต่แบมเลย อย่างตอนจินยองท้อง พี่เห็นเขาทำอะไรแปบๆ ก็เหนื่อยแล้วนะ ถ้าไหว อาจได้ถึงเจ็ดเดือนเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละคนด้วยล่ะ คนรอบข้างก็คอยดูแลแบมอย่างดีนี่นา จะเรียนจนคลอดก็คงไม่มีปัญหา ถ้าไม่ดรอปก็ต้องวางแผนเผื่อเวลาคลอดให้ดีๆ อาจจะตรงกับช่วงสอบนะ”

“ถ้าให้ดรอปไปอยู่บ้านเฉยๆ แบมคงเบื่อมากแน่เลยครับอาจารย์ แค่ปิดเทอมตอนมอปลายแบมก็ต้องหาอะไรทำแล้ว”

คุณแม่วางมือลงทาบมือน้องสามีที่วางบนท้องตน จับมือซนไว้ไม่ให้ยองแจลูบเล่นเพราะจั๊กจี้

“ถ้าแบมคิดว่าจะเรียนต่อไป ต้องมองด้วยนะว่าจะส่งผลกระทบกับตัวแบมและลูกรึเปล่า เรื่องคนมอง นินทาว่าร้าย สายตาของคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในคณะเดียวกับแบมน่ะ ทนได้ไหม”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับอาจารย์ ลองมีใครกล้าว่าแบมบี้นะ ยองแจจะจัดการให้อยู่ไม่เป็นสุขเลย”

แจบอมอมยิ้ม มองคนที่ทำหน้าโหด ตั้งใจมากว่าจะปกป้องคนที่นั่งข้างกัน แบมแบมหัวเราะเบาๆ กับเพื่อนที่รักเขาเสียเหลือเกิน

“แบมยอมรับได้นะครับว่าต้องถูกมอง แต่แบมก็แต่งงานแล้ว แบมไม่คิดอะไรมากหรอกครับ วันๆ ก็ไม่ได้ไปไหน เรียนแค่ที่คณะ เรียนไม่ได้หนักอะไร เรียนเสร็จก็กลับบ้านเลย”

“ถ้าคิดได้แบบนั้นมันก็ดีนะ ถ้าแน่ใจว่าไม่ดรอปก็ต้องมีการเตรียมพร้อมเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินเอาไว้บ้าง แบมต้องดูไว้ด้วยนะว่ามหาวิทยาลัยเราอยู่ใกล้โรงพยาบาลอะไรมากที่สุด ต้องมีเบอร์โทรติดต่อโรงพยาบาลไว้ในกระเป๋าตลอดเวลา เผื่อตอนที่ไม่ได้อยู่กับยองแจแล้วเกิดอะไรขึ้นจะได้ขอความช่วยเหลือได้ สมุดแม่และเด็กก็ต้องพกติดตัวตลอด เบอร์ของโรงพยาบาลที่ฝากท้องด้วย คิดให้ดีก่อนตัดสินใจละกัน”

“ครับ แบมจะเตรียมพร้อมเอาไว้ ขอบคุณมากนะครับ”

แบมแบมเริ่มสบายใจ มองเห็นทางออกกับเรื่องที่กังวลอยู่ เขาเองก็ห่วงเจ้าตัวเล็กมาก และคิดว่าตนเองสามารถดูแลลูกในท้องไปพร้อมกับเรียนได้ มีคนคอยดูแลเอาใจใส่ตั้งหลายคน

“ไม่เป็นไร ดูแลตัวเองให้ดีๆ แล้วกัน รีบไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยนะ เดี๋ยวอาจารย์ขอตัวไปสอนก่อน ฝากพริมโรสไว้หน่อยนะ..โรสคะ อยู่กับพี่แบมและพี่ยองแจนะลูก พ่อไปสอนหนังสือก่อน เสร็จแล้วจะรีบกลับมาหา”

แจบอมหอมแก้มลูกสาวแล้วอุ้มแกยืนบนพื้น หยิบกระเป๋าสะพายพาดบ่า

“ค่ะ บ๊ายบาย กลับมาเร็วๆ นะคะ” พริมโรสยิ้มหวานให้พ่อแล้วโบกมือให้ แจบอมโบกมือตอบลูกสาวแล้วเดินออกไป

“พริมโรสมาหาพี่ยองแจมา หิวไหม อยากกินอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวพี่ยองแจพาไปกินของอร่อย”

ยองแจตั้งใจว่าจะพาพี่สะใภ้ไปกินข้าวเที่ยงนอกมหาวิทยาลัยสักหน่อย

“กุ้งค่ะ”

“กุ้งอะไรดีล่ะคะ”

“อะไรก็ได้ค่ะ แต่เอากุ้งตัวใหญ่ๆ เลยค่ะ”

“ได้เลย เดี๋ยวพี่ยองแจพาไปกินนะ” แบมแบมมองยองแจเล่นกับพริมโรสเสียงเบาๆ แล้วอมยิ้ม หยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปเก็บไว้ดูเล่น

 

 

 

 

 

            “คุณแบมหลับอยู่ในห้องพักผ่อนน่ะค่ะ”

ยูบินเอ่ยกับร่างสูงที่มาถึงบ้านในวันหยุด รับของกินมากมายที่อีกฝ่ายซื้อมาไปถือไว้ เพื่อเอาไปเก็บในครัว หญิงสาวมองกล่องขนมก็อมยิ้ม

ของโปรดคุณแบมแบมทั้งนั้นเลยนะ เอาใจคุณแบมของเธอน่าดูเลยคุณมาร์คเนี่ย ไปตรวจคุณหนูน้อยครั้งหน้าเดี๋ยวน้ำตาลคุณแบมก็ขึ้นเอาหรอก โดนคุณหมอดุแน่ๆ

“คุณพ่อคุณแม่ล่ะ”

“คุณแทจีอยู่ที่สวนค่ะ คุณฮีเออยู่กับคุณแบม”

มาร์คพยักหน้ารับรู้แล้วเดินไปหาแบมแบม เมื่อเข้าไปในห้องก็เห็นคุณแม่ของแบมแบมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ๆ คนที่นอนหลับบนเก้าอี้เอน

“สวัสดีครับคุณแม่”

“อ่าวมาร์ค สวัสดีจ้ะ” เมื่อได้ยินเสียงทักทายฮีเอก็เงยหน้าขึ้นจากหนังสือ ส่งยิ้มให้ลูกเขย

“ผมมาไม่ถูกจังหวะสินะครับ” มาร์คพูดกับแม่ยายแต่ตามองไปที่คนหลับ ฮีเอมองตามสายตามาร์ค มือสวยลูบลงบนผมนุ่มของลูกชาย

“จ้ะ แต่นอนไปสักพักแล้วนะ อีกเดี๋ยวก็คงตื่น วันนี้มาซะบ่ายเลย ไม่ค่อยว่างหรือเรา” คุณแม่คนสวยชวนสนทนาเล็กน้อย มาร์คพยักหน้า

“ครับ เมื่อเช้าผมไปรับแม่ที่สนามบินน่ะครับ แล้วก็ไปธุระกันต่อนิดหน่อย แม่ฝากความคิดถึงมาด้วย อีกสักวันสองวันมาดามจะมาหาครับ มาหาแบมแบมด้วย”

“จ้ะ เดี๋ยวแม่จะโทรไปหามาดามเอง แม่ว่าจะโทรหามาร์คพอดี อาทิตย์หน้าแม่จะไปธุระที่ต่างจังหวัดกับพ่อเขา แต่ไม่อยากให้น้องอยู่บ้านคนเดียว กำลังท้องอยู่แม่เป็นห่วง จะให้ไปอยู่บ้านมาร์คน้องก็คงไม่ยอม พี่คุณเขาก็ไม่ว่างมาร์คจะสะดวกไหมถ้าแม่จะวานมาร์คให้ช่วยมาอยู่เป็นเพื่อนน้องที่บ้านนี้หน่อยน่ะจ้ะ” ฮีเอเกรงใจ แต่รู้อยู่แล้วว่ามาร์คต้องตกลงแน่นอน

“ได้สิครับ! ผมมาดูแลแบมแบมให้ได้อยู่แล้ว คุณแม่ไม่ต้องห่วงเลย” มาร์คยิ้มกว้าง ดีใจมากที่จะได้อยู่กับแบมแบม และยินดีมากที่คุณแม่ให้โอกาสเขาได้ดูแลแบมแบมขนาดนี้

ทีนี้แบมแบมจะว่าเขาไม่ได้แล้วนะว่ามาวุ่นวายอยู่ใกล้ๆ ในเมื่อแม่เป็นคนอนุญาตเอง

“ขอบใจจ้ะ มาร์คอยู่เป็นเพื่อนน้องก่อนนะ แม่จะไปหาพ่อเขาที่สวน”

พอลูกเขยมา ฮีเอก็ฝากลูกไว้กับมาร์ค ที่จริงต้องการเปิดโอกาสให้ด้วยนั่นล่ะ มาทั้งทีก็อยู่กันให้นานๆ เถอะ แบมแบมยิ่งดื้ออยู่ด้วยช่วงนี้ ไม่ค่อยเอามาร์คเลย คอยไล่คอยบ่นอยู่ตลอด

“ได้ครับ” ฮีเอยิ้มให้ชายหนุ่ม ถือหนังสือติดมือออกไปด้วย

มาร์คนั่งลงแทนที่ฮีเอ หันไปนั่งมองแบมแบมทั้งตัว หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปคนหลับเอาไว้

เมียเขาน่ารักมากเลยนะ พอท้องยิ่งน่ารักมาก น่ารักซะจนอยากเก็บเอาไว้ที่บ้านอย่างเดียวไม่ให้ไปไหนเลย

มาร์คได้รูปแบมแบมหลายสิบรูปจนพอใจแล้วก็กลับมามองแบมแบมผ่านสองตาตนไม่ใช่ผ่านกล้องโทรศัพท์อีกครั้ง

เอาน่า หลงเมียจนถ่ายรูปท่าเดิมเป็นสิบๆ รูปก็ไม่ผิดกฎหมายอะไรนี่

มาร์คสังเกตเห็นว่าแบมแบมกอดอะไรบางอย่างเอาไว้ก็สงสัย รู้ว่ามันเป็นสมุดสเกตภาพ แต่มาร์คอยากรู้ว่าแบมแบมวาดอะไรเอาไว้

ร่างสูงค่อยๆ จับแขนแบมแบมออกแล้วดึงสมุดออกมาช้าๆ ไม่ให้คนหลับรู้สึกตัว

“อะไรกันเนี่ย” มาร์คแปลกใจเมื่อสมุดวาดภาพมีรอยตัดจนกระดาษแต่ละหน้าเว้าแหว่งไม่เหมือนกัน

มือสวยพลิกเปิดดูทีละหน้า อมยิ้มเมื่อเจอการ์ตูนตัวเล็กน่ารักที่ลงสีสวยงาม ดูก็รู้ว่าแบมแบมวาดลูก เด็กฝาแฝดทั้งชายและหญิงถูกวาดแล้วใส่ชื่อกำกับเอาไว้ด้วย

“เด็กผู้หญิงต้องชื่อถังถังสิ” มาร์คหันไปหยิบดินสอสีในกล่องที่วางบนโต๊ะกระจกตัวเตี้ยมาขีดฆ่าชื่อที่แบมแบมเขียนเอาไว้ แล้วเขียนชื่อลูกที่เขาตั้งไว้เหนือชื่อนั้น

แบมแบมตั้งชื่อลูกว่าอะไรเขาก็ไม่รู้ เขาอ่านภาษาที่แบมแบมเขียนไม่ออก ไม่ใช่ภาษาจีนหรือญี่ปุ่นด้วยสิ แต่ที่รู้ว่ามันคือชื่อเพราะแบมแบมเขียนภาษาอังกฤษกำกับไว้ว่า name

มาร์คยิ้มกว้างเมื่อเปิดไปเจอหน้าสุดท้ายที่มีรูปวาดอยู่ เพราะเปิดต่อไปก็เจอแต่กระดาษขาวแล้ว

รูปนี้เด็กน้อยหน้าคล้ายเขาเลย

รูปนี้ทำให้มาร์คนึกอยากรู้ว่าสิ่งที่ถูกตัดออกไปจะเป็นรูปแบบนี้หรือเปล่า เพราะที่เปิดผ่านมาเห็นแต่เด็กน้อยหน้าตาบ้องแบ๊วน่ารักเหมือนคนวาดเต็มไปหมด

มาร์คเหลือบไปเห็นถังขยะสีส้มใบเล็กที่วางอยู่ไม่ไกล ลุกไปหยิบมาดูก็พบว่ามีแต่กระดาษเต็มไปหมด ไม่มีขยะอย่างอื่นเลย

พอลองเอาก้อนกระดาษที่ถูกขยำขึ้นมาคลี่ดูสักแผ่นก็พบว่าคือตัวการ์ตูนหน้าเหมือนเขา

มาร์คเลิกคิ้ว แปลกใจ แบมแบมทิ้งทำไม รูปสวยมากเลยนะ

พอหยิบแผ่นต่อไปขึ้นมาดูก็พบลายเส้นเดียวกัน

ร่างสูงหยิบสีไม้ในกล่องมาระบายสีรูปเด็กในสมุดวาดภาพที่เหลืออยู่รูปสุดท้าย แล้วลงชื่อกำกับไว้พร้อมคำว่า

สวยแล้ว อย่าตัดทิ้งนะ

แบมแบมคงยังไม่ชอบเขาอยู่ ถึงได้ทิ้งรูปพวกนี้ลงถังขยะ แต่เขาชอบนะ..

มาร์คตัดสินใจเก็บรูปที่ถูกทิ้งเอาไว้เองทั้งหมด คลี่กระดาษที่ถูกขยำให้เรียบที่สุดเท่าที่ทำได้ทีละใบจนครบหมดทุกแผ่น แบมแบมวาดแล้วไม่ชอบก็ไม่เป็นไร เขาเก็บไว้ดูเองก็ได้ น่าเสียดาย

ร่างสูงดูโทรทัศน์รอแบมแบมตื่นมาคุยด้วย แต่แบมแบมไม่ตื่นสักที มาร์คเลยลงไปนั่งกับพื้นข้างโซฟาที่แบมแบมนอนอยู่ ค่อยๆ จับมือแบมแบมที่วางบนท้องกลมออกไป วางมือตัวเองลงไปแทนที่

อ่าโตขึ้นอีกนิดแล้วนะ

ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนยิ้ม ยิ้มกว้างแบบที่ยองแจมาเห็นคงต้องบอกว่า พี่มาร์คน่าหมั่นไส้แน่ๆ

พอได้จับลูกแล้วมาร์คก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ตื้นตันใจน่ะ..

ลูกจะดิ้นได้ตอนไหนนะ ดิ้นได้หรือยัง เขาอยากรู้จังเลยว่าถ้าจับตอนเด็กๆ ดิ้นอยู่จะรู้สึกยังไง ต้องมีความสุขมากแน่ๆ..หวังว่าแบมแบมจะยอมให้จับนะ

 มาร์คขยับเอียงหูแนบกับท้องกลมที่เริ่มโตขึ้นของแบมแบม แต่สัมผัสผ่านเสื้อยืดยังไม่น่าพอใจ เขาจึงเลิกชายเสื้อยืดของว่าที่คุณแม่ตัวเล็กขึ้น พอผิวได้สัมผัสผิว ว่าที่คุณพ่อก็ยิ้มพอใจซะกว้าง

แบมแบมนี่แปลกนะ โตแต่ท้อง ตัวก็เท่าเดิม หรือเพราะว่าไม่ค่อยได้กินกันนะ

“พวกหนูเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนะ ป๊าอยากรู้แล้ว..” ตื่นเต้นนะเนี่ย

มาร์คพึมพำกับลูก จุ๊บที่ท้องแบมแบมเบาๆ

เขาอยากให้แบมแบมอัลตราซาวด์ก่อนลูกคลอด จะได้รู้เพศลูกไว้ เวลาไปเตรียมซื้อของให้ลูกจะได้เลือกถูกไงว่าจะซื้อให้ตี๋น้อยหรือหมวยน้อยดี

ให้มาร์คนั่งคุยกับลูกทั้งวันมาร์คก็ทำได้นะ

“อื้อ..” มาร์คหันไปมองหน้าคนที่เริ่มขยับตัว ก่อนตากลมจะเปิดขึ้นมองอย่างงัวเงีย

แบมแบมหรี่ตามองคนที่นั่งอยู่บนพื้น มือเล็กผลักศีรษะคนที่จับท้องเขาอยู่เบาๆ

“มาตั้งแต่เมื่อไรครับ”

“สักพักแล้ว หิวไหมพี่ซื้อขนมมาฝาก” แบมแบมพยักหน้า ตื่นมาก็กินเลย แต่มาร์คไม่ได้ว่าอะไร บอกให้แบมแบมรอก่อนแล้วลุกไปเอาขนมมาให้กิน

แบมแบมลุกไปล้างหน้า กลับมาอีกทีก็เจอขนมมากมายเตรียมไว้พร้อมแล้ว

“คุณกะจะขุนแบมแบมให้อ้วนเป็นหมูเลยใช่ไหม?”

“อ้วนๆ น่ะดีแล้ว แบมแบมยังผอมไปนะ” มาร์คดึงข้อมือเล็กให้นั่งด้วยกัน

“คุณบ้าหรือเปล่าครับ แบมตัวจะแตกอยู่แล้ว” แบมแบมยอมนั่งด้วย จะได้กินขนมถนัด

“พี่ไม่เห็นแบมจะอ้วนขึ้นตรงไหนเลย” มาร์คน่ะมองก็รู้แล้ว แบมแบมตัวโตขึ้นที่ไหนกัน

“หมอบอกให้เพิ่มน้ำหนักไหม?”

“เปล่านี่ครับ”

“ลูกจะดิ้นเมื่อไหร่” มาร์คถามอย่างตื่นเต้น แบมแบมที่กำลังจะเอาขนมเข้าปากต้องละมาตอบก่อน

“สี่เดือนก็ดิ้นแล้วมั้งครับ ดิ้นเมื่อไรจะบอก”

“แล้วดูเพศได้เมื่อไรน่ะ” แบมแบมที่กำลังจะเคี้ยวขนมชะงัก มองมาร์คด้วยหางตา

“อ้าเอือน..

“อ๋อ ห้าเดือน แบมจะอัลตราซาวด์ไหม?” แบมแบมส่ายหน้า คิ้วขมวด มาร์คร้องอ่าว

“ทำไมล่ะ พี่อยากรู้นี่นา แล้ว..

“คุณช่างสงสัยจังนะครับวันนี้” แบมแบมถอนหายใจ จิ้มขนมเข้าปากมาร์คไปหนึ่งชิ้นจะได้หยุดถามสักที มาร์คปากไม่ว่างถามแต่ยิ้มแก้มจะแตกแล้ว

เมียป้อนขนม..โอ๊ย ดีใจน้ำตาจะไหล แทบไม่อยากเคี้ยวลงคอเลย      

“วันหยุดเราไปเที่ยวกันไหม?”

“ไม่ไปครับ แบมขี้เกียจ” ว่าที่คุณแม่เอนกายพิงพนักโซฟา

มาร์คเอื้อมมือไปหยิบขนมใส่จานแบ่งอย่างละนิดละหน่อยให้ครบทุกอย่างในจานเดียว แล้ววางจานขนมบนตักตน แบมแบมจะได้หยิบกินถนัด ไม่ต้องเอื้อมไปที่โต๊ะ

“เราไปเมืองไทยกันไหมแบม ไปไหว้พ่อกับแม่กัน” มาร์คชวนแบมแบม ร่างบางชะงัก หันมองหน้ามาร์คนิ่ง

“เอ่อ..ทำไมเหรอ” มาร์คเริ่มใจไม่ดีเมื่อแบมแบมมองหน้าเขาแล้วเอาแต่เงียบ นี่เขาพูดอะไรผิดหูอีกแล้วเหรอ แค่หวังดีอยากพาไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา แถมได้ไปหาพ่อแม่แบมด้วย

เขารู้มาจากนิชคุณว่า นิชคุณพาร่างพ่อกับแม่กลับไปอยู่ที่เมืองไทยตั้งแต่ท่านเสียชีวิตเมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้ว

และที่นิชคุณเล่าให้ฟังก็เพราะเขาเคยถามว่าเขาจะไปเคารพหลุมศพพ่อแม่ของแบมแบมได้ที่ไหน  ได้ลูกท่านเป็นภรรยาแล้วก็อยากจะบอกให้ท่านทราบไว้น่ะ

แบมแบมเม้มปากแน่น เหมือนจะร้องไห้จนสามีใจเสีย

“ไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรนะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิพี่ใจไม่ดีเลย”

“เปล่า..

“หืม?”

“แบมอยากไป..อยากไปมากเลย” มาร์คยิ้มกว้าง ค่อยโล่งใจไปหน่อย

“ได้สิ พี่จะพาไปนะ ตอนนี้ยังนั่งเครื่องบินได้ ตอนแบมท้องแก่พี่ไม่อยากให้เดินทางเท่าไร” มาร์คเป็นห่วง แบมแบมฟังก็รู้ แต่ยังใจแข็ง

“ทำไมคุณอยากพาแบมไปหาพ่อกับแม่ล่ะครับ”

แบมแบมสงสัย แต่ก็ดีใจมากที่มาร์คเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา เขาอยากไปไทยมาสักพักแล้ว แต่พี่คุณไม่ว่างพาไป คุณแม่กับคุณพ่อก็งานยุ่ง จะเดินทางไปคนเดียวทุกคนก็ไม่ยอม เป็นห่วงเขาสารพัด

“พี่อยากไปพบพวกท่านเพื่อบอกให้รู้น่ะสิว่าแบมแบมแต่งงานกับพี่แล้ว และเรากำลังจะมีหลานให้ท่านแล้วด้วย”

“ขี้ตู่ เราหย่ากันแล้วนะ”

“ท่านไม่รู้หรอกว่าเราหย่ากัน บอกแค่ว่าแบมกำลังท้องก็ได้”

มาร์คไม่สนใจอะไรทั้งนั้น พอแบมแบมเอ่ยคำว่าหย่าก็ยกมือปิดหูทันที ไม่ยอมรับความจริง แบมแบมทั้งขำและฉุนกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

“คุณจะพาแบมไปเมื่อไรครับ?”

“ไปได้เสมอถ้าแบมพร้อม”

“คุณไม่ทำงานทำการหรือไง”

“ทำสิ พี่ต้องหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียนะ”

“มากไปแล้วครับ แค่เลี้ยงลูกก็พอครับ ไม่ต้องมาเลี้ยงแบม เพราะว่าเรา..

“หย่ากันแล้ว” มาร์คต่อให้เลย รู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร แบมแบมบุ้ยปากใส่ หยิบขนมมากัด

“คุณมาร์ค!” แบมแบมตกใจเมื่ออีกคนโน้มตัวมากัดขนมอีกครึ่งหนึ่งไปจากปากเขา เร็วซะด้วยนะ!

“อร่อยดีนะ แต่หวานไปหน่อยเนอะ” มาร์คฉีกยิ้มกว้าง ไม่สะทกสะท้านกับสายตาดุๆ ของเมีย

โถ แม่ลูกแมวน้อย ทูนหัวจะดุก็ยังน่ารักเลย

แบมแบมหน้านิ่วเมื่อพ่อแฝดทำหน้าระรื่นไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยกับสิ่งที่ทำ ยังจะมาเนอะอีก!

คนตัวเล็กเงื้อมือขึ้นจะตี มาร์คยื่นหน้าไปให้เลย คุณแม่ชะงักมือค้าง งุนงงว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร

“ตีหนึ่งทีจูบหนึ่งครั้ง ยุติธรรมดี เอาสิ ตบมาเลยจ้ะ เอาให้ถนัดมือเลยนะ”

เล่นแบบนี้หรือครับคุณมาร์คต้วน ไม่ตบก็ได้!

คุณแม่หันไปเปิดโทรทัศน์ดูแทน มาร์คอมยิ้มเมื่ออีกฝ่ายไม่กล้าทำร้ายร่างกายเขาแล้ว

แหม รู้สึกเสียดายนิดๆ แฮะ.. เอาเถอะ ถึงไม่ตีแลกจูบ อยากจะจูบเขาก็จูบได้

 

TBC.


**

เราไปฮันนีมูนรอบสองที่ไทยกันเถอะ

ให้ป๊ามาร์คเขาได้ทักทายลูกก่อนคลอดกันสักหน่อย >///< แอ๊ะ (ขอสิบเม้นจิ อิ้___อิ้)

พี่มาร์คพูดนะคะกับเมียแปลกไหม เราชอบนะ ฮืออ เราแพ้คนพูดเพราะ

ได้แรงบันดาลใจจากไปตลาดกับเพื่อน เจอคู่รัก ผู้ชายพูดนะคะง้อแฟน

 ผมนี่รีบแก้เติมนะคะใส่พี่มาร์คเลยครับ!

เรื่องหนังสือฟิค

มีคนอ่านสอบถามเราหลายคนเรื่องบ็อกเซต มีคนต้องการและยินดีจะจ่ายค่ากล่องเพิ่ม

แต่เรามาคิดดูแล้ว ถ้าจ่ายค่ากล่องเต็มจำนวน ราคาในการซื้อฟิคครั้งนี้จะสูงเกินไป

เราไม่อยากให้คนอ่านซื้อฟิคในราคาที่สูงกว่าคนอื่นๆ มากนัก

เราจึงตัดสินใจว่าถ้าใครอยากได้จริงๆ เป็นที่ระลึก เราจะออกค่ากล่องส่วนหนึ่งให้

ห้าสิบคนแรกคือเราทำให้เป็นของแถมพิเศษจริงๆ  

ซึ่งถ้าจะทำมากกว่านั้นเรารับค่าใช้จ่ายไม่ไหวค่ะ ค่าทำกล่องสูง

เพราะราคาฟิคเราตั้งต่ำกว่าจำนวนหน้าเนื้อหามากพอควร เราเปลี่ยนโรงพิมพ์ด้วย เพราะต้องทำบ็อกเซต

ที่ใหม่งานดี แต่งานดี ค่าใช้จ่ายก็ตามคุณภาพค่ะ แพงหน่อยแต่เราคิดว่าคุ้ม

ดังนั้นใครอยากได้กล่องฟิคเพิ่ม ก็กาเกามาสอบถามได้นะคะ^^

น่าจะมีไม่กี่คนนะ เราบอกไว้เผื่อใครอยากได้แต่ไม่กล้าถามอ่ะ






***

ยังไม่อีดิทคำผิด

เรื่องยังไม่ใกล้จบนะเตง อีกหลายตอนจ้ะ แบมแบมยังไม่ได้ใจอ่อนกับต้วนมากนะ

พี่ต้วนเองก็มีอะไรอีกหลายอย่างต้องทำเพื่อแบมแบม

ขอแต่งฉากเข้าพระนายบ้างเถอะ หัวใจห่อเหี่ยวจุงเบย พี่ต้วนอดอยาก เราก็อดตามละเนี่ย

สารภาพว่าอยากแทรกคัทมาร์คแบมมาก5555 แต่กลัวลูกไหล สี่ห้าเดือนค่อยว่ากัน แอ๊ะ >//<

ปกฟิคมาแล้วเด้อ อยู่หน้าบทความ เชิญไปชมกันได้ อิ้__อิ้ สวยหวานมากเลยจะบอก

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเล่มฟิคอยากติดต่อสอบถามก็กาเกามาได้นะเตง

มิสยูวทุกคน จุ้บบบบบบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 565 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13132 lek0868909108 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 23:08
    พอตามง้อละ แอบเอาใจช่วย
    #13,132
    0
  2. #13110 lek0868909108 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 15:26

    แหม่ะมาโหมดนี้ โกรธไม่ลงละ ชอบบ ตามง้อตามใจแบม ดีย์

    #13,110
    0
  3. #13069 lek0868909108 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 06:25

    พอมาร์คพยายามง้อแบมก็เอาใจช่วยไปด้วยต่อไปอย่ามัวลังเลหล่ะ คุณต้วน

    #13,069
    0
  4. #13001 Nong_c (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 19:16
    เขียนนิยายได้ซื้งมากเลยค่าไรท์
    #13,001
    0
  5. #12965 ploylaksi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 12:02
    มาร์คยอมทุกอย่างเเล้ววว
    #12,965
    0
  6. #12930 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 20:32
    โอ๊ยยยย พ่อคนหลงเมีย
    #12,930
    0
  7. #12923 YanisaCH (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 11:52
    ฮ้อยยยยย
    #12,923
    0
  8. #12880 MarkBam1n1a (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 16:50
    รู้สึกผ่อนคลาย 5555555
    #12,880
    0
  9. #12866 tide2537 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:54
    อิอิอิอิ....ไปค่ะไปฮันมูลไปให้ป๋ามาร์คทักทายลูกได้แล้วค่ะ ไรท์อะ....น่าร๊ากกกกก
    #12,866
    0
  10. #12849 Spices_smile (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 21:40
    ⁄(⁄ ⁄•⁄ω⁄•⁄ ⁄)⁄
    #12,849
    0
  11. #12820 llllovellll (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 14:29
    พี่ได้รับโอกาสจากน้องแล้วนะ ทำตัวดีๆนะพี่มาร์ค
    #12,820
    0
  12. #12789 R_Jummar (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 10:56

    หวานมากค้าาาา
    #12,789
    0
  13. #12774 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 02:07
    หวานกันแล้วค่าาา หวานกันแล้ววว โอ้ยยย ปริ่มมมม
    #12,774
    0
  14. #12747 jm2611 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 22:27
    ความกลัวเมียนี้5555
    เริ่มหวานกันแล้วแต่เรายังไม่ค่อยชินเลย เล่นซัดมาม่ามาตั้งครึ่งเรื่อง55555
    #12,747
    0
  15. #12721 MayKamon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 21:47

    แหม พอคืนดีกันก็ละมุนมาเชียวนะคะ หมั่นไส้ป๊ามาร์คจริงๆ

    #12,721
    0
  16. #12704 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 23:09
    ให้อภัยทุกอย่างแล้ววววว มาร์ค ต้วน
    #12,704
    0
  17. #12659 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 03:06
    ตอนนี้น่ารักอ้าา มาร์คนี่หน้าหมั่นไส้ขึ้นทุกวันจิงๆ
    #12,659
    0
  18. #12604 missnight__ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 07:36
    ทุกอย่างกำลังไปได้ดีเลย ขอให้ตอนต่อๆไปอย่ามีอะไรพลิกอีกเลยนะ พลีสสสส
    #12,604
    0
  19. #12598 SETSUNA[กลับมาแล่ว] (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 09:11
    มัคคึคนเกลียมัว นัลลัคคค
    #12,598
    0
  20. #12560 nam_ioz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 21:37
    คนมีความผิดติดตัวกับแม่เจ้าแฝดนี่น่าสงสารเขานะคะ555555555555
    #โอเคเราหายเกลียดพี่มาร์คแล้วก็ได้ หวานนนนน
    #12,560
    1
  21. #12551 montanatpun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 12:18
    ของกินขนมหวานๆบ้างจัง55555
    ทีมง้อเมีย
    #12,551
    1
  22. #12544 ppploycb (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 22:45
    ง้อเมียกันต่อไป นี่แบมอ่อนให้เยอะแล้วนะ
    #12,544
    1
  23. #12213 toto (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 20:52
    ง้อกันไปเรื่อยๆค่ะเราฟิน
    #12,213
    0
  24. #12180 pchywws (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 08:38
    น่ารักป๊ามาร์คง้อคุณแม่แบม
    #12,180
    0
  25. #12169 Kahpaynak23 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:58
    ช้อบบบ555 อพม .มีแววกลัวเมียนะคะ ฮรือออ แพ้คนพูด ค่ะ คะ ตายๆๆ หวานไปแล้ววว ชอบอารมณ์แบม555อารมณ์คนท้องคิคิ
    #12,169
    0