Strongest NPC

ตอนที่ 56 : 55

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    25 ต.ค. 62

     "ไอร่า เซลีน ถ้าพวกเธอทะเลาะกันอีกครั้งอดข้าวไปเลย" เรกัสยื่นคำขาดเสียงดังฟังชัด สายตาของเขาชัดเจนว่าไม่ล้อเล่น หากไม่ใช่หัวที่ฟูฟ่องกับควันโขมงออกมาก็คงดูน่าเชื่อถือไม่น้อย

     "แต่นางหาเรื่องข้าก่อน" ไอร่าเถียง

     "นางทำผมข้าไหม้" เซลีนไม่ยอมแพ้ 

     "เจ้าก็ไปห่างๆข้าสิ" ไอร่าไม่ยอมเช่นกัน

     "ข้าไม่สนว่าใครเริ่ม แต่เมื่อไหร่ที่ข้าเห็นเจ้าทะเลาะกัน ข้าจะไม่แบ่งข้าวมื้อต่อไปให้ เข้าใจหรือไม่" เรกัสเน้นเสียงถามด้วยสายตาดุ 

     แค่ภาพลักษณ์เทพสงครามอันน่าเกรงขามกลายเป็นพ่อลูกอ่อนเขาก็ห่อเหี่ยวพอแล้ว ยังต้องมาคอยห้ามทัพสปิริตสองหน่อไม่ให้ตีกันอีก ขอบอกว่าเหนื่อยใจเอามากๆ อยากจะอันซัมมอนสองหน่อใจจะขาด แต่หากทำแบบนั้นเกรงว่าจิตวิญญาณของเขาจะเสียหายจากการอาละวาดของไอร่าแน่ๆ จะเก็บเซลีนตนเดียวก็เหมือนว่าไม่ยุติธรรมเขาจึงต้องรับสภาพพ่อลูกอ่อนจำเป็นโดยไม่เต็มใจ

     แม้ว่าไอร่าและเซลีนจะไม่พอใจ แต่ไม่ว่าอย่างไรการอดข้าวก็ยากจะทำใจได้ ทั้งคู่จึงแยกย้ายไปยังที่ของตนเอง

     ไอร่า เกาะไหล่ซ้ายของเรกัส ส่วนเซลีนก็ขึ้นไปนั่งบนไหล่ขวา แล้วหันหน้าไปคนละทาง ส่วนวาคาบะหากไม่ใช่เรกัสมองตาเขียวปั้ดคงปล่อยก๊ากไปแทนที่ก็พยายามกั้นหัวเราะเต็มที่ไปแล้ว

     "โมมมม" เสียงคำรามพร้อมกับร่างของกระทิงสีน้ำตาลเข้มขนาดเท่ากระท่อมหลังหนึ่งโพล่ออกมาจากแนวป่าข้างทาง ดูจากท่าทางของมันชัดเจนว่าไม่เป็นจริง ดูเหมือนว่าเสียการทะเลาะกันของเด็กน้อยจะไปรบกวนมัน ก็ไม่น่าเแปลกอะไร เพราะเด็กน้อยสองคนทะเลาะกันทีราวกับทอร์กับฮัล์คทะเลาะกัน วินาศสันตโรไปหมดจะเสียงดังไปสักหน่อยก็ไม่แปลก

     "หยุดเลย" เรกัสปรามก่อนที่สองหน่อนจะพุ่งออกไปฆ่าวัวกระทิง จากขนาดของมันแล้วใช้โดยสารไปยังปราสาทน้ำแข็งก็ไม่เลว ยัยป้าน้ำแข็งนั่นเขาคนเดียวอาจเอาไม่ลง แต่ตอนนี้มีไฮพรีสคอยซัพ เขาไม่เชื่อว่าจะแพ้อีกครั้ง

     ระหว่างที่เรกัสเดินทางลงใต้เพื่อล้างแค้ราชินีน้ำแข็ง อาณาจักรวาซิลเลียนกลับลุกไหม้ไปด้วยไฟสงคราม การซื้อเวลาของเรกัสที่ปล่อยข่าวการติดต่อระหว่างจักรวรรดิและองค์ชายนอร์ตันทำให้ราชาเวียรัสไม่พอใจอย่างมาก จึงส่งองค์รักษ์คนสนิทไปควบคุมตัวองค์ชายนอร์ตันมาเพื่อซักถาม แต่องค์ชายนอร์ตันกลับขัดขืนและสังหารองค์รักษ์คนสนิทของกษัตริย์เวียรัส สร้างความพิโรธให้กับองค์ราชาอย่างมาก จึงออกคำสั่งให้ทัพหลวงเดินทางไปจับองค์ชายนอร์ตันทันที

     เมื่อกองทัพหลวงห้าหมื่นนายพร้อมกับกองกำลังอาสาที่มีผู้เล่นกว่าแสนคนกรีฑาทัพมาถึงดินแดนตะวันออก เหล่าขุนนางที่สวามิภักกับองค์ชายนอร์ตันจำนวนมากก็แปรพักต์ทันทีทำให้กองทัพขยายเป็นเกือบสองแสนนาย ด้วยกองทัพจำนวนมหาศาล ภายในเวลาสามวัน ราวกับคลื่นซัดใส่ปราสาททรายทุกหัวเมืองที่ต่อต้านถูกทำลายจนย่อยยับไปหมด เหลือเมืองโกลเด้นแพรี่ที่องค์ชายนอร์ตันประทับอยู่เท่านั้นที่ยังคงสามารถยืดหยัดเอาไว้แต่ แต่ด้วยทหารเพียงไม่ถึงสองหมื่นเกรงว่าวันพรุ่งเมืองโกลเด้นแพรี่จะถูกทำลายจนย่อยยับ

     "องค์ชายนอร์ตัน จงยอมมอบตัวแต่โดยดี หาไม่แล้วหากทหารขององค์กษัตริย์บุกตีเมืองจนแตกพ่าย ท่านจะต้องข้อหากบฏ" นายพลโทมัสที่อยู่ท่ามกลางกองทหารอารักขาระหว่างกองทัพใหญ่กับกำแพงเมืองโกลเด้นแพรี่กล่าวเตือนครั้งสุดท้าย นี่เป็นความเมตตาสุดท้ายขององค์กษัรติย์ หากองค์ชายนอร์ตันยังไม่สำนึกก็คงต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด

     "แม่ทัพโทมัส จงกลับไปแจ้งแก่พระบิดาว่าข้าไม่ได้กระทำผิด นี่เป็นแผนของมือที่สามที่ต้องการทำลายข้า หากข้ายอมมอบตัว ชีวิตข้าก็รักษาไว้ไม่ได้แล้ว" องค์ชายนอร์ตันในชุดเกราะรบสีดำตะโกนตอบจากหอสังเกตการณ์

     "เรื่องราวเป็นมาเป็นไปอย่างไรองค์ชายคงต้องไปทูลต่อองค์กษัตริย์ด้วยพระองค์เอง กระหม่อมมีหน้าที่เพียงเชิญองค์ชายกลับเมืองหลวงเท่านั้น" นายพลโทมัสตอบกลับไป

     องค์ชายนอร์ตันหลับตาลงครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจด้วยความหนักใจ

     "เช่นนั้น ข้าคงต้องต่อต้านให้ถึงที่สุดแล้ว" น้ำเสียงนั้นแม้จะหนักแน่นแต่ก็แฝงไปด้วยความหนักใจอยู่ไม่น้อย

     "เช่นนั้น หม่อมฉันคงต้องเสียมารยาทแล้ว" นายพลโทมัสพยักหน้ารับแล้วนำทหารองค์รักษ์กลับไปยังกองทัพหลวง

     นายพลโทมัสเมื่อมากลับมาถึงทัพหลวง ก็ออกคำสั่งให้กรีฑาทัพเข้าบุกโกลเด้นแพรี่ในทันที ทัพหน้าที่เป็นทัพอาสาของผู้เล่นถูกส่งออกไปเพื่อเป็นโล่ให้กับกองทัพหลักตามหลักยุทธวิธี นี่ไม่เกี่ยวข้องว่าผู้เล่นจะเป็นอมตะหรือไม่อย่างไรซะไม่ว่าผู้บัญชาการคนใดก็ไม่มีทางส่งทหารของตนเองไปตาย มีแต่ให้ทหารรับจ้างหรือทหารเกณฑ์ออกไปล่อเป้าอยู่แล้ว

     เมื่อทัพหน้าของผู้เล่นเข้ามาในระยะห้าร้อยเมตร ห่าฝนธนูและเวทมนต์นับไม่ถ้วนก็ถาโถมเข้าใส่เต็มกำลัง เลเวลทหารทั่วไปอาจจะอยู่ที่ราว 100-120 แต่ทหารขององค์ชายนอร์ตันนั้นค่อนข้างพิเศษกว่ากองทหารทั่วไปด้วยมีเลเวลไม่น้อยกว่า 150 ทั้งนั้น ผลต่างเลเวลที่มากกว่า 20% ทำให้เหล่าผู้เล่นได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น 50% ตามระบบที่ตั้งเอาไว้ จนล้มตายกันราวกับใบไม้ร่วง 

     กระนั้นท่ามกลางคลื่นของผู้เล่นนับแสน ยังมีนักเวทระดับสูงที่แฝงตัวเข้าไปอยู่จำนวนหนึ่ง นักเวทเหล่านี้เมื่อเข้ามาอยู่ในระยะโจมตีก็ร่ายเวทสวนกลับไปในทันที เวทโจมตีอันรุนแรงนับร้อยถล่มใส่ทหารบนกำแพงจนล้มตายหลายร้อยคน

     เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายโจมตีแฝงนักเวทเข้ามา นายทหารฝั่งตั้งรับก็สั่งให้พลธนูหาตัวนักเวทเหล่านั้นแล้วจัดการนักเวทก่อน แต่ด้วยนักเวทหลักร้อยในกองทัพร่วมแสนนั้นไม่ได้หาได้ง่ายๆ หาเจอไม่กี่คนก็โดนถล่มใส่ด้วยเวทอีกชุดใหญ่จนล้มตายกันไปอีกมากมาย

     "ให้ฮอคอายโจมตีนักเวทที่แฝงตัวเข้ามา" องค์ชายนอร์ตันออกคำสั่งแก่พลให้สัญญาณ  

     พลธนูหนึ่งร้อยนายเมื่อได้รับคำสั่งก็ง้างธนูแล้วยิงลูกธนูออกไปในทันที เพียงแต่อีกฝ่ายก็คาดการณ์ไว้แล้วถึงการมีอยู่ของฮอคอาย ทหารเกราะที่ได้รับคำสั่งให้คุ้มกันนักเวทจึงขึ้นมาป้องกันการโจมตีทันที อนิจจาลูกธนูที่หน่วยฮอคอายใช้ครานี้ไม่ใช่ธรรมดา มันเป็นธนูเจาะเกราะคุณภาพสูงล้ำที่ราคาดอกหนึ่งพอจะเลี้ยงครอบครัวสามัญชนครอบครัวหนึ่งให้ดำรงชีวิตไปได้ตลอดทั้งปี กลายเป็นว่าทั้งนักเวทและคนคุ้มกันต้องสังเวยให้กับลูกธนูนี้ทั้งครู่

     ด้วยการที่หน่วยฮอคอายแต่ละคนคนยิงเป้าหมายที่ตนเองสังเกตเห็น ธนูร้อยดอกจึงถูกยิงไปยังเป้าหมายซ้ำกันจำนวนมาก โดยเฉพาะนักเวทที่อยู่ใกล้กับหน่วยฮอคอาย จึงมีนักเวทและทหารเกราะเพียงไม่ถึงสามสิบนายที่สังเวยชีวิตในครั้งนี้

     "ยืนยันตำแห่งหน่วยฮอคอาย ปืนใหญ่พลังเวทปรับไปที่ 32A-04N" ผู้บัญชาการกองทหารปืนใหญ่ฝั่งโจมตีออกคำสั่งในทันที หน้าที่ของกองทหารปืนใหญ่คือจัดการหน่วยฮอคอายอันเป็นหนึ่งในไพ่สำคัญขององค์ชายนอร์ตัน 

     ปืนใหญ่พลังเวทปรับตำแหน่งไปตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ปืนใหญ่เวทถล่มเข้าใส่หน่วยฮอคอายจนล้มตายไปกว่าครึ่ง 

     เมื่อหน่วยฮอคอายถูกยิงกดดัน เหล่านักเวทก็ไม่มีคนกดดันอีกจึงยิงเวทถล่มใส่ทหารบนกำแพงอีกครั้ง

     "พวกเจ้าทำให้ข้าไม่มีทางเลือก จะหาว่าข้าโหดร้ายไม่ได้" นอร์ตันที่เห็นว่าทหารของตนล้มตายไปมากมายในเวลาอันสั้นก็ตัดสินใจในทันที ม้วนคัมภีร์เวทสีม่วงถูกเรียกใช้พร้อมกับแววตาที่ว่างเปล่า ด้วยการทำเช่นนี้เขาจะกลายเป็นอาชญากรที่ไม่อาจได้รับการอภัยอีกต่อไป

        ลำแสงสีม่วงจากฝากฟ้าก็สาดส่องลงมายังทัพหลวงหลังจากม้วนคัมภีร์ถูกเรียกใช้ไม่นาน

     ดวงตาของนายพลโทมัสเบิกกว้างแล้วรีบตะโกนออกคำสั่ง "วิ่ง วิ่งออกจากบริเวณนี้ วิ่งให้เร็วที่สุดถ้าไม่อยากตาย" 

     ทหารหลวงเมื่อได้ยินคำสั่งของผู้บัญชาการใหญ่ก็แตกตื่นลนลานแตกฮือวิ่งเอาตัวรอดในทันที แม้จะไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะมาแต่จากปฏิกิริยาของผู้บัญญาการใหญ่ก็รู้ว่าอะไรบางอย่างที่กำลังจะมาอันตรายถึงชีวิต
 
     ตามมากับลำแสงสีม่วง อุกกาบาตขนาดยักษ์ได้ปรากฎขึ้นบนท้องฟ้า นี่คือหนึ่งในไพ่ตายของอาณาจักร ม้วนคัมภีร์เวท [เมกะเมเทโอ] ที่สืบทอดมาตั้งแต่ก่อตั้งอาณาจักรจำนวนสิบม้วน ในประวัติศาสตร์อันยาวนานม้วนคัมภีร์นี้ถูกใช้ไปแล้วหกม้วน สองม้วนอยู่ในท้องพระคลัง ส่วนอีกสองม้วนสูญหายไปเมื่อร้อยปีก่อน นายพลโทมัสไม่นึกว่าอาวุธระดับยุทธศาสตร์ของอาณาจักรที่สาบสูญจะมาอยู่ในมือองค์ชายนอร์ตันได้

     "นอร์ตัน เจ้ามันบ้าไปแล้ว" แม่ทัพโทมัสตะโกนต้องด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด ทหารรอบนอกอาจจะรอดไปได้ แต่เขาที่อยู่ใจกลางการปะทะของอุกกาบาตนั้นไม่มีทางรอดแล้ว หากมันวิ่งหนีไปได้ง่ายๆก็ไม่ใช่เวทคลาสสามระดับสูงแล้ว

     "ตู้มมมมมมม" ทันทีที่อุกกาบาตกระทบพื้นก็ระเบิดกวางล้างทุกอย่างในรัศมีห้ากิโลเมตรจนหมดสิ้น แรงอัดจากการระเบิดกวาดล้างไปอีกหลายกิโลเมตร กำแพงเมืองส่วนใหญ่ถึงกับแตกร้าวจนเกือบจะพังทลายลงมา ทหารหลายพันที่แม้จะหมอบลงตามคำสั่งของนอร์ตันถูกพัดปลิวหายไปไหนไม่อาจทราบได้ กองทหารสองแสนที่ยกทัพมาด้วยความเกรียงไกรในเวลานี้เหลือรอดเพียงหยิบมือเท่านั้น

     องค์ชายนอร์ตันหยิบม้วนคัมภีร์หนังสีดำที่ปล่อยกลิ่นอายอันชั่วร้ายออกมาสาบเสื้อใสอก แล้วส่งพลังเวทลงไปในม้วนคัมภีร์ทันที

     "สังเวย" 

     เปลวไฟสีดำลุกไหม้ม้วนคัมภีร์สีดำจากด้านข้างจนมาถึงกึ่งกลางม้วนคัมภีร์แล้วลามไปใส่มือขององค์ชายนอร์ตันที่ถือม้วนคัมภีร์เอาไว้ก่อนจะลุกไหม้ไปทั่วร่าง

     เปลวไฟนี้ไม่มีความร้อนเหมือนกับเปลวไฟธรรมดา มันเหมือนกับภาพมายาที่ไร้พลังงาน แต่ด้วยอะไรบางอย่างทำให้คนที่สัมผัสและคนที่อยู่ใกล้เคียงรู้สึกเหน็บหนาวไปถึงวิญญาณ

     เปลวไฟสีดำเผาไหม้เพียงไม่กี่อึดใจแล้วดับลง ท้องฟ้าสว่างไสวพลันถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดก่อนจะแยกจากกันเป็นแนวยาวหลายสิบเมตร แรงดูดอันบางเอาดูดเอาสายลมและวิญญาณที่ยังคงสับสนเข้าไปในรอยแยกนั้นเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะหยุดลง ทรงกลมสีดำขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วล่วงหล่นของมาจากรอยแยก มันตกกระทบพื้นดินที่กลายเป็นหลุมอุกกาบาตแล้วซึบหายไปในพริบตา

     แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นตามด้วยยอดอ่อนของต้นไม้ที่แทงขึ้นมาจากพื้นดินแล้วขยายตัวอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่สูงกว่าร้อยเมตรแผ่กิ่งก้างออกไปในรัศมีราวห้าสิบเมตร ใบสีดำผลิออกมา ดอกสีดำผลิออกมา แล้วเจริญเติบโตกลายเป็นผลลักษณะคล้ายกับชมพู่สีดำจำนวนนับไม่ถ้วน ผลไม้สีดำเจริญเติบโตจนเป็นรูปลักษณ์ของทารกมนุษย์สีดำผอมแห้งล่วงหล่นลงมา ทารกสีดำทมิฬลืมตาที่ดำสนิททั้งดวงตาแล้วเริ่มคลานไปหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตทันที

     นอร์ตันเมื่อเห็นว่าทารกทมิฬเหล่านั้นมุ่งหน้ามายังกำแพงเมืองก็หน้าเสียทันที

     "ไม่ต้องกังวลพวกมันถูกสร้างขึ้นโดยเจ้า ย่อมเชื่อฟังคำสั่งของเจ้า ลองออกคำสั่งกับพวกมันสิ" เสียงลึกลับกล่าวกับนอร์ตัน

     ความลับที่ไม่เคยมีใครรู้คือ เอนวอยไม่ใส่สาวกที่ทำงานให้กับเทพผู้ล่วงหล่นโดยตรง แต่รับคำสั่งจากจากอัครทูต (Apostle) ทั้งสามที่ถ่ายถอดความประสงค์ของเทพผู้ล่วงหล่นให้กับเอนวอยลำดับหนึ่งถึงสาม ด้วยการที่เอนวอยลำดับหนึ่งถูกสังหาร อัครสาวกที่ประสานกับเอนวอยลำดับหนึ่งจึงต้องหาผู้ประสานงานใหม่ แต่ก่อนที่อัครสาวกจะได้ไปหาเอนวอยลำดับอื่นๆ ก็ได้พบกับนอร์ตันที่มีศักยภาพแฝงอันยอดเยี่ยม อัครสาวกจึงเลือกที่จะปั้นนอร์ตันให้เป็นเอนวอยคนใหม่ เพียงแต่นอร์ตันยังคงไม่สามารถตัดสินใจได้ เขาเพียงต้องการบัลลังค์แห่งวาซิลเลียนไม่ได้ต้องการเป็นทรราชที่ถูกก่นด่าไปตลอดกาล กระนั้นด้วยถูกบีบคั้นจากแผนซื้อเวลาของเรกัสจนไร้ทางเลือก นอร์ตันจึงตัดสินใจเข้าสู่ด้านมืดในที่สุด





 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #374 slzyzero (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 00:30

    ติดตาม

    #374
    0
  2. #368 DarknesZero (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 19:14
    จอมเวทพ่อลูกอ่อน~~
    #368
    0
  3. #367 Fikusa (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 18:09
    ได้เอนวอยด์คนใหม่มาหนึ่งคน
    #367
    0