Strongest NPC

ตอนที่ 57 : 56

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    26 ต.ค. 62

     ทารกทมิฬคลานต้วมเตี้ยมกระจายตัวออกไปโดยรอบ บรรดาทหารบาดเจ็บที่ไม่อาจขยับเขยื้อนได้ล้วนถูกฉีกกระชากกินจนไม่เหลือแม้เลือดสักหยด ทหารบางคนที่เห็นทารกทมิฬกัดกินร่างของสหายศึกเข้ามาช่วยเหลือก็กลับกลายเป็นอาหารของพวกทารกทมิฬเช่นเดียวกัน แม้พวกมันจะเชื่องช้าและอ่อนแอ แต่พวกมันมีความสามารถในการฟื้นฟูที่โกงอย่างที่สุด ต่อให้ฟันมันเป็นหมื่นชิ้นเศษเนื้อนับหมื่นก็สามารถกลับมารวมกันใหม่ได้ กระทั่งเผาไหม้จนไม่เหลือแม้เถ้าธุลีควันจากการเผาไหม้ก็ยังก่อร่างของทารกทมิฬขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับผู้เล่นการฟื้นตัวของทารกทมิฬนั้นทำให้นึกถึงจอมมารบูในการ์ตูนในตำนานจริงๆ

     เสียงร้องโหยหวนของทหารบาดเจ็บที่ไม่อาจหลบหนีได้ดังระงมอยู่พักหนึ่งก่อนจะไม่เหลือสรรพเสียงใดๆในสมรภูมิอีก ตามด้วยการที่ทารกทมิฬกระจายออกไปเพื่อดับท้องที่หิวโหยที่ไม่มีวันเติมเต็มของพวกมัน เพียงสามวัน รัศมีร้อยกิโลเมตรครอบคลุมสามเมืองและหมู่บ้านอีกนับสิบกลายเป็นเพียงซากเมืองร้างที่ไร้สรรพชีวิต ทารกทมิฬกินทุกอย่างที่มีชีวิตไม่เว้นแม่แต่สัตว์เล็กน้อยรวมไปถึงหนอนแมลง กองทหารที่แข็งแกร่ง นักเวทผู้รอบรู้ นักล่าผู้ช่ำชอง ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สามารถหยุดยั้งทารกทมิฬที่ไม่รู้จักตายได้ ความตายที่คลืบคลานอย่างเชื่องช้าเช่นนี้สร้างความโกลาหลและหวาดกลัวยิ่งไปกว่าความตายที่มาอย่างฉับพลันหลายเท่านัก

     ด้วยตระหนักถึงพยันตรายอันยิ่งใหญ่ องค์กษัตริย์เวียรัสจึงอนุญาตใช้ใช้เมกะเมเทโออันเป็นไพ่ลับของอาณาจักรได้ เพียงแต่ถูกคัดค้านโดยสภานักเวท ด้วยเหตุผลว่ามันสายเกินไปแล้ว หากถล่มพวกทารกทมิฬเสียตั้งแต่ที่มันยังไม่กระจายไปทั่วก็อาจทำลายพวกมันทั้งหมดได้ แต่ตอนนี้ที่พวกมันกระจายออกไปเป็นวงกว้างเช่นนี้ ต่อให้ใช้เมกะเมเทโออีกสองม้วนที่เก็บเอาไว้ก็ทำลายพวกมันได้เพียงหนึ่งสี่ในสี่หรือห้าส่วนเท่านั้น ที่สำคัญไม่อาจการันตีได้ว่าเมกะเมเทโอจะสามารถจัดการพวกมันได้ด้วยซ้ำ

     ด้วยสภาพจนตรอกไร้ทางออก ราชวงศ์เวียรัสจึงมีทางเลือกเพียงทางเดียวคือขอความช่วยเหลือจากขุมกำลังที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะจัดการทารกทมิฬได้ ซึ่งหากไม่ใช่ขุมอำนาจในจักรวรรดิที่หรือโบสถ์ที่เชื่อได้ว่าจะต้องถูกแทรกแซงการเมืองการปกครองหรือจ่ายค่าเสียเวลามหาศาลก็อาจมีเพียงบารอนคลาวด์เพียงผู้เดียวที่อาจแก้ไขปัญหานี้ได้

     น่าเสียดายที่ราชวงศ์เวียรัสแม้จะยังไม่ถึงกับเปิดศึกอย่างเป็นทางการ แต่ใครๆก็รู้ว่าราชวงศ์ตั้งตัวเป็นศัตรูกับบารอนคลาวด์ หากจะไปขอร้องให้บารอนคลาวด์ช่วยก็เสียหน้ามากจนเกินไป ราชวงศ์เวียรัสจึงเลือกทางเลือกที่จะขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิเกรทฮาเวนหรือโบสถ์ กระนั้นเมื่อชั่งน้ำหนักราคาที่ต้องจ่ายแล้ว จักรวรรคิควรเป็นทางเลือกที่ดีกว่าแม้จะต้องจ่ายมหาศาลแต่การแทรกแซงภายในไม่ควรจะมากนัก อย่างไรเสียก็มีดินแดนรกร้างไร้ประโยชน์ขวางกั้นระหว่างทั้งคู่หากแต่โบสถ์นั้นเกรงว่าต้องประกาศศาสนาประจำชาติเป็นอย่างน้อย ซึ่งจะนำไปสู่การครอบงำของโบสถ์อย่างเข้มข้นเกรงว่าไม่เกินสิบปีอาณาจักรวาซิลเลียนคนกลายเป็นสาขาของโบสถ์แล้ว

     "เคาท์มอเรย์ ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นทูตไปยังจักรวรรดิเกรทฮาเวนเพื่อขอความร่วมมือจากจักรวรรดิ เจ้าสามารถเจรจาใดๆในงบประมาณห้าพันล้านรีสหรือเทียบเท่า" กษัตริย์เวียรัสแต่งตั้งนักการทูตที่ดีที่สุดของอาณาจักรในทันที แม้จะไม่ต้องอธิบายเคามอเรย์ก็เข้าใจว่ากษัตริย์ของตนต้องการใช้เงินในการแก้ปัญหา แม้ห้าพันล้านหมายถึงสมบัติครึ่งหนึ่งในท้องพระคลังแต่เพียงเก็บภาษีให้มากหน่อยไม่กี่สิบปีก็ได้กลับมาแล้ว แต่หากถูกจักรวรรดิแทรกแซงย่อมไม่อาจดิ้นหลุดและอาจเป็นเหตุให้เกิดปัญหาในอนาคตด้วย

     ส่วนยูดาอิล เพราะได้รับข่าวจากคนของบารอนคลาวด์ว่าให้รอดูสถานการณ์จนกว่าเขาจะกลับนั้นแม้ไม่ลงมือเป็นเรื่องเป็นราวแต่ก็ส่งคนไปช่วยเหลือประชาชนอพยบออกจากพื้นที่อันตรายจำนวนหนึ่งจึงไม่ได้รับความสูญเสียสักเท่าใด 

     ที่เรกัสให้ยูดาอิลและคนของตนเองนิ่งไม่ใช่เพราะไม่ใส่ใจ แต่ตกไม้ที่ออกผลเป็นทารกทมิฬนั้นชัดเจนว่าเกิดจากพลังของเทพผู้ล่วงหล่น มันอ่อนแอและไม่สำคัญพอที่จะให้ทรีแองเกิลเข้ามายุ่งเกี่ยว แต่สำหรับโบสถ์นั้นต่างกันออกไป มันคือโอกาสที่จะได้รับคำอวยพรอันยิ่งใหญ่ การรับใช้พระเจ้าที่ดีที่สุดไม่ใช่การสวดสรรเสริญหรือเผยแพร่วจนะของพระเจ้า แต่คือการทำลายผู้ต่อต้านพระเจ้า สำหรับผู้ต่อต้านตัวเป้งอย่างสาวกเทพผู้ล่วงหล่นย่อมเป็นการแสดงการรับใช้อย่างดี ผลประโยชน์ที่ได้ย่อมไม่น้อย หากเรกัสทราบว่ากษัตริย์เวียรัสต้องใช้ทรัพย์สมบัติมากมายในการขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิทั้งๆที่อยู่เฉยๆโบสถ์ก็ลงมือเองคงหัวเราะจนปวดท้องแน่ๆ

     พูดถึงเรกัสในเวลานี้ จากการเจรจาแกมบังคับให้กระทิ่งเถื่อนกลายเป็นสัตว์ขี่ชั่วคราวได้มาถึงหน้าปราสาทน้ำแข็งอีกครั้งแล้ว จากคำแนะนำของวาคาบะ เรกัสให้เซรีนสร้างเถาวัลย์สานลึกลงไปใต้ดินล้อมรอบปราสาทน้ำแข็ง จากนั้นก็ให้ไอร่าเผาหิมะโดยรอบจนละลายกลายเป็นน้ำทั้งหมด หากปราสาทเต็มไปด้วยกับดักอันตราย แทนที่จะเข้าไปให้อีกฝ่ายออกมาหาย่อมง่ายกว่า

     หิมะละลายกลายเป็นน้ำที่ไม่อาจระบายเพราะถูกขวางกั้นด้วยกำแพงเถาวัลย์รอบทิศไหลทะลักเข้าไปในปราสาททันที เพียงแต่ด้วยขนาดของปราสาทเกรงว่าจะท่วมแค่ถึงช่วงเอว เรกัสจึงสร้างโกเลมแบบเน้นใช้แรงงานจำนวนมากมาโกนหิมะลงอ่างเถาวัลย์โดยพลัน ขอบคุณบัฟเทพจากวาคาบะที่เร่งอัตราการฟื้นฟูพลังเวทอีก 50% ทำให้อัตราการฟื้นฟูที่เวอร์อยู่แล้วเวอร์แบบเวอร์วังอลังการล้านแปดเลยทีเดียว

     "่ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยัยป้าพันปี หากไม่ไสหัวออกมาจากปราสาทก็จมน้ำตายไปแล้วกัน" เรกัสหัวเราะด้วยความสะใจ

     ภาพและเสียงเรกัสหัวเราะเหมือนคนบ้าถูกฉายขึ้นบนผิวน้ำในสระน้ำในห้องพักผ่อนของราชินีน้ำแข็ง นางรู้สึกเจ็บหัวใจแปลบในทันทีที่เห็นภาพเช่นนี้ จะทำให้น้ำท่วมปราสาทของนาง? ปัญญาอ่อน หากคิดสักนิดว่ามวลหิมะมหาศาลที่ทับถมหนาแน่นจนมิดปราสาทยังไม่เล็ดลอดเข้ามาในปราสาทแม้แต่หนึ่งเกล็ดก็น่าจะเข้าใจว่าปราสาทนี้มีวงเวทปกป้องอยู่ นางไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไม่คนปัญญาอ่อนเช่นนี้ถึงได้รับความโปรดปรานอาจลอร์ดอันเดท และเพราะไม่เข้าใจนางถึงไม่อยากหาเรื่องมนุษย์ปัญญาอ่อนไปมากกว่านี้ อย่างไรเสียด้วยศักดิ์ฐานะของลอร์ดอันเดทที่คุ้มกะลาหัวมนุษย์ปัญญาอ่อนผู้นี้ก็ควรต้องให้เกียรติอยู่หลายส่วน

     ราชินีน้ำแข็งคิดว่าหากนางคงออกไปตบเกรียนมนุษย์ปัญญาอ่อนผู้นี้แล้ว เป็นไปได้ว่าหากทำให้สมองกระทบกระเทือนสักหน่อยอาจหายปัญญาอ่อน และได้ความโปรดปรานของลอร์ดอันเดท แต่คิดไปคิดมานางก็ล้มเลิกความคิดไป หากสมองกระทบกระเทือนแล้วโง่ขึ้นกว่านี้ ลอร์ดอันเดทไม่มาเอาเรื่องนางหรือ? คิดได้ดังนั้นนางจึงเลิกสนใจมนุษย์ปัญญาอ่อนแล้วไปทำอะไรอย่างอื่นแทน

     กลับมาที่เรกัสที่เวลานี้เรียกน้ำผึ้งมะนาวออกมาดื่มแก้เจ็บคอจากการหัวเราะและตะโกนโหวกเหวกไม่หยุดเป็นเวลานานครึ่งวัน เขารู้แต่แรกแล้วว่าน้ำพวกนั้นไม่อาจท่วมปราสาทได้ แต่เขาเพียงต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของอีกฝ่ายเท่านั้นในสระน้ำขนาดยักษ์ตรงหน้าไม่ใช่มีแต่น้ำเย็นเยียบที่ท่วมภายนอกปราสาทจนมิดเท่านั้น มันยังมีปลาโปร่งใส่ที่กลืนกินมานาคริสตัลระดับยอดเยี่ยมเอาไว้จำนวนมาก เวลานี้ปลานับพันได้อยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็นสำหรับการสร้างวงเวทเรียบร้อยแล้ว

     เรกัสหลังจากจิบน้ำผึ้งมะนาวจนชุ่มคอก็ส่งพลังเวทไปให้กับพวกปลาสปิริตเพื่อกระตุ้นการทำงานของมานาคริสตัลในทันที แสงสีฟ้าเรืองรองออกจากมานาคริสตัลแล้วเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายที่ดูเหมือนไม่เป็นระเบียบ ใช่มันไม่เป็นระเบียบ และนี่เป็นความจงใจให้รูปแบบของวงเวทผิดพลาดด้วยความตั้งใจ ความผิดพลาดของวงเวทขนาดใหญ่หมายความว่าอย่างไร มันหมายถึงการระเบิดพลังเวทขนาดใหญ่ หากในปราสาทมีกับดักมากนักก็ถล่มปราสาททิ้งไปให้สิ้นเรื่องก็จบเรื่อง เขาไม่เชื่อว่าราชินีน้ำแข็งจะไม่ออกมาจากปราสาทแล้วรอถูกฝังทั้งเป็น

     ดังที่เรกัสคาดไว้ ราชินีน้ำแข็งทันทีที่สัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนของพลังเวทจำนวนมหาศาลก็รีบตรวจสอบสถานการณ์ ทันทีที่รู้ว่าหลงกลอีกฝ่ายราชินีน้ำแข็งเพียงกำมือแน่นชั่วพริบตาแล้วเคลื่อนย้ายออกมาจากปราสาททันที

     "มนุษย์เจ้าเล่ห์ เจ้าทำให้ข้าโกรธจริงๆแล้ว" ราชินีหิมะปรากฎขึ้นกลางอากาศสูงไปจากผิวสระน้ำหลายสิบเมตร

     เรกัสเห็นราชินีหิมะปรากฎขึ้นกลางอากาศก็ยกยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ทำให้ราชินีหิมะรู้สึกหนาวขึ้นมาในทันที

     ฉับพลันตำแหน่งของมานาคริสตัลที่ไม่เป็นระเบียบถูกจัดเลียงใหม่ในฉันพลัน การปล่อยปลาพันตัวนั้นใช้เวลาเพียงน้อยนิดที่นานขนาดนี้เพราะต้องวางตำแหน่งการเคลื่อนย้ายฉับพลันในการสร้างวงเวทใหม่ก่อนที่มันจะระเบิดต่างหาก 

     เมื่อตำแหน่งของมานาคริสตัลอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น วงเวทสีฟ้าครามก็เสร็จสมบูรณ์ 

     "กักขัง" เรกัสเร่งพลังเวทถึงขีดสุด วงเวทเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าแล้วระเบิดออกเป็นผลึกเกล็ดน้ำแข็งนับไม่ถ้วน ผลึกเกล็ดน้ำแข็งเหล่านี้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเข้าล้อมกรอบราชินีน้ำแข็งจากรอบด้านแล้วบีบลงมาจนกลายเป็นทรงกลมที่ถักทอเข้าหากันแล้วหยุดลงเมื่อมีเส้นผ่านศูนย์กลางราวห้าเมตร

     ควรทราบว่าแม้เรกัสจะไม่ได้เข้าใจเวทมนต์มากนัก แต่การสร้างวงเวทตามรูปแบบนั้นไม่ยากเย็นเกินกว่าที่จะพึงกระทำได้

     "ฮี่ ฮี่ ยัยป้าน้ำแข็ง ได้เวลาสนุกกันแล้ว" เรกัสหักข้อนิ้วมือสองข้างด้วยใบหน้าชั่วร้าย 

     "จะ เจ้าจะทำอะไรข้า" ราชินีน้ำแข็งเริ่มหวาดหวั่นแล้ว ผนึกนี้มีอำนาจในการผนึกพลังเวท หมายความว่านางไม่อาจทำอะไรได้ในเวลานี้ จนกว่ามานาคริสตัลเหล่านั้นจะหมดอำนาจและผนึกหายไปเอง นางไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมืออีกฝ่ายที่จะทำอะไรกับนางก็ได้

     'เริ่มด้วยแก๊สไข่เน่า แล้วต่อด้วยมดคันไฟ จากนั้นก็...' เรกัสคิดพร้อมกับใบหน้าที่โรคจิตขึ้นเรื่อยๆ

        "ไม่ใช่ว่าท่านไม่มีเวลา" วาคาบะเอ่ยเตือนเมื่อสังเกตว่าเรกัสน่าจะตั้งใจทำอะไรแปลกๆ ในฐานะผู้หญิงเหมือนกันวาคาบะไม่ต้องการให้เรกัสทำอะไรเกินขอบเขต

         เรกัสได้แต่ยิ้มแหยๆเมื่อถูกตักเตือน แม้ว่าทารกทมิฬจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงกับเขา แต่เขาก็ไม่อยากพลาดการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากเรื่องนี้ โดยเฉพาะวาคาบะที่เป็นนักบวชของโบสถ์หากสร้างผลงานในศึกนี้ได้ย่อมได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นอีกมาก 

     "ข้าก็อยากจะเล่นด้วยหรอกนะ แต่ว่าไม่มีเวลาเท่าไหร่" เรกัสส่ายหน้าอย่างเสียดายแล้วเหลือบไปพูดกับไอร่าที่อยู่บนไหล่

     "ไอร่า ข้าขอยืมพลังหน่อย"

     ในฐานะคู่สัญญาเรกัสสามารถใช้เปลวไฟของไอร่าได้หากนางยินยอม

     "พุดดิ้งจั้มโบ้" ไอร่าตอบกลับมา

     "ได้" เรกัสรับด้วยสีหน้าหดหู่เล็กน้อย คนอื่นๆต้องแลกวิญญาณ พลังชีวิต หรือสิ่งล้ำค่าเพื่อใช้พลังที่ไม่ใช่ของตนเอง แต่เขาแลกด้วยพุดดิ้งถ้วนหนึ่ง แง่นึงมันก็ดี แต่อีกแง่... หากใครรู้เข้าอายเขาตายเลย

     เมื่อเรกัสรับปากกับเงื่อนไข พลังของเปลวไฟอันกราดเกรี้ยวก็ไหลไปทั่วร่างของเรกัส เขาแบมือขึ้นควบแน่นพลังของเปลวเพลิงสร้างลูกบอลไฟขนาดลูกปิงปองขึ้นมา แม้ขนาดจะเล็กแต่พลังเวทที่อันแน่นในลูกไฟนี้คือพลังเวทเกือบทั้งหมดของเขาแล้ว เรกัสเปิดเกจขนาดพอดีแล้วส่งบอลไฟไปปรากฎในผนึกน้ำแข็งตามด้วยการปิดเกจทันที

     ความร้อนอันกราดเกรี้ยวที่แผ่ออกมาจากเปลวเพลิงขนาดเท่าลูกปิงปองนั้นทำให้ราชินีน้ำแข็งหวาดกลัวอย่างยิ่ง หากมันระเบิดขึ้นมาในเวลาที่นางไม่อาจใช้เวทมนต์ได้ย่อมหมายถึงความตายของนางอย่างแน่นอน แต่หากอีกฝ่ายต้องการสังหารนางจะคงสภาพบอลไฟเอาไว้เพื่ออะไร นี่หมายความว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรบางอย่าง

     "เจ้าต้องการอะไร" 

     "สองสิ่ง หยาดน้ำตาแห่งเฮรีน และที่อยู่ของสปิริตน้ำแข็งอันทรงปัญญา" เรกัสประกาศความต้องการของตน

     การสังหารราชินีน้ำแข็งนั้นอาจได้ประสบการณ์จำนวนหนึ่งซึ่งอาจทำให้เลเวลเพิ่มสักหนึ่งเลเวลหรือหากโชคดีอาจถึงสอง เทียบกับสปิริตน้ำแข็งที่เปิดภูมิปัญญาแล้วอย่างหลังคุ้มค่ากว่า ทั้งไอร่าและเซลีนแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในของการผสานสปิริตที่มีสติปัญญากับรูนเอเลเมนทัลสปิริตที่เกินกว่าเรกัสคาดคิดเอาไว้ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเพื่อสร้างฮาเรมมอนสเตอร์เกิร์ลให้สำเร็จด้วย

     "แค่นั้น" ราชินีน้ำแข็งฝืนอดกลั้นความเจ็บปวดถามด้วยความเจ็บปวดใจ หากรู้ว่าอีกฝ่ายบุกปราสาทของเธอเพราะหหยาดน้ำตาแห่งเฮรีนคงให้อีกฝ่ายไปนานแล้ว หยาดน้ำตาแห่งเฮรีนอะไรนั่นก็แค่น้ำเย็นจากธารน้ำใต้ปราสาทที่มีมากมาย กับดักกับลีฟวิ่งอาร์เมอร์ที่อีกฝ่ายพังไปนั้นมีค่ามากกว่าไม่รู้เท่าไหร่ 

     "อืม ถ้ามีสัตว์ขี่ที่บินได้ด้วยก็จะดีมาก" เรกัสเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายก็รู้ว่าพลาดแล้ว สิ่งที่คนทั่วไปเห็นว่ามีค่าเกรงว่าจะเป็นสิ่งไร้ค่ากับอีกฝ่ายเสียหาย นี่ทำให้เขาคิดถึงการ์ตูนเอลโดราโดที่ดูเมื่อตอนเด็กๆ คนในเอลโดราโดเห็นทองเป็นเพียงโลหะชนิดหนึ่งที่ไม่มีค่าอะไรมากมาย เอามาทำจานชามถ้วยไหเป็นเรื่องปกติทั้งๆที่ในสายตาทหารสเปนหากมากพบทองคำเหล่านี้ย่อมตาลุกวาวแน่
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #377 kimurakung (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 20:12
    ช่วงนี้ดูหื่นๆ ต้องๆนะ
    #377
    0
  2. #375 slzyzero (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 00:33

    ติดตามครับ

    #375
    0
  3. #372 bossvorkorn (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 11:16
    เมื่อไหร่พระเอกจะเรียนพิเศษ c+++ จากผู้เล่น แล้วเข้ามิติพิเศษ ทำให้ตัวเองตายแล้วเกิดใหม่ได้เหมือนผู้เล่นซะที รอนานแล้ว

    #อยากให้เทพไวๆ
    #372
    0
  4. #370 ThaipaKing (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 13:09
    ให้พวก ภูติ นี้เรียกแกว่าพ่ไปเลยสิ ไหนๆก็ต้องเลี้ยงเหมือนลูกแล้วก็ไปให้สุด
    #370
    0
  5. #369 Fikusa (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 12:21
    ก็นะ ถ้าไม่รู้วิธีสร้างประโยชน์มันก็ไม่มีค่าอะไรในสายตาคนอื่น
    #369
    0