เรื่องเล่าของผมกับเจ้าแมวดำ

ตอนที่ 2 : ฝันในวันฝนโปรย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 พ.ย. 63

เมฆฝนครึ้มทะมึนค่อยๆเคลื่อนคล้อยลอยเหนือป่าทึบ ดูท่าทางอีกไม่นานฝนต้องเทลงมาห่าใหญ่เป็นแน่ เด็กหนุ่มเจ้าของหมวกสีกรมทรงแหลมเงยหน้าขึ้นมองฟ้า

“กลับบ้านกันเถอะนัวร์”

เขาหันมาพูดกับเจ้าแมวดำที่นอนสบายอยู่ปลายเท้า มันเหยียดตัวขี้เกียจและหาวออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะกระโดดไต่ขึ้นไปนอนบนไหล่เด็กหนุ่ม มือหนึ่งคว้ากองมัดหนังสือที่เอาออกมาอ่านนอกบ้านไว้ อีกมือหนึ่งถือใบบอนต้นใหญ่ยักษ์ไว้บังกันฝนที่ค่อยๆโปรยปรายลงมาจนกลายเป็นฝนห่าใหญ่ตลอดทางกลับบ้าน

“ช่วงนี้ฝนตกบ่อยจริงๆ”

เจ้าแมวบ่นอย่างฉุนเฉียวทันทีที่กลับถึงบ้าน มันร้องครวญไม่ชอบใจพร้อมสะบัดไล่น้ำฝนที่ชื้นแฉะตามขนให้แห้ง

“ก็นี่มันหน้าฝนนี่น่า จริงสิ ผมนึกออกแล้วล่ะว่าเรื่องสั้นต่อไปจะเขียนเรื่องอะไรดี เธออยากฟังไหม”

เขาถามเจ้าแมวด้วยแววตาตื่นเต้นมันชำเลืองมองเขาก่อนจะถอนหายใจ เพราะต่อให้ปฏิเสธยังไงเสียก็ต้องฟังอยู่ดีเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบและถึงตอบก็จะไม่ฟัง

“งั้นจะเริ่มแล้วนะ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เกิดในวันฝนตกแบบนี้แหละ”

 

เสียงสายฝนตกซัดสาดในช่วงบ่ายของกลางฤดูฝน ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตกลงแม้แต่น้อย เด็กสาวสามคนนั่งล้อมคุยกันในช่วงคาบว่างของห้องเรียน

"เธอเคยได้ยินหรือเปล่า"

เด็กสาวผมแกละคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนๆของเธอที่นั่งจับกลุ่มกัน

"เรื่องอะไรหรือ"

"ฝันที่ทำให้ความปรารถนาสมหวังไงล่ะ"

"อ๋อ เรื่องนั้นฉันก็เคยได้ยินนะ เห็นว่าในฝันจะมีชายแปลกหน้าสูงราวสองเมตรครึ่งจะทำให้ความปรารถนาสามอย่างเป็นจริง"

เด็กสาวผมสั้นเอ่ยพลางชูสามนิ้วขึ้นมาออกท่าทางประกอบ

"แต่ที่ฉันได้ยินมาเป็นสองข้อนะ หลายคนก็บอกว่าสอง"

คนเริ่มหัวข้อแย้งขึ้นก่อนเสียงหมดเวลาคาบว่างจะดัง ทุกคนรีบแยกย้ายกันกลับไปนั่งที่ของตัวเองเพื่อเรียนวิชาต่อไป 

'ฝันที่ทำให้ความปรารถนาสมหวังเหรอ จะไปมีได้ยังไงกัน'

เด็กสาวผมหางม้านั่งคิดในใจกับสิ่งที่เพื่อนทั้งสองเล่าให้ฟังพลางมองออกไปนอกหน้าต่างห้องเรียนตรงบริเวณสนามที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ตอนนั้นเองเธอได้เห็นใครบางคนที่อยู่หลังต้นไม้มองขึ้นมาใบหน้าสบกันกับเธอทำเอาเด็กสาวรู้สึกขนลุก

'ใครน่ะ น่ากลัวชะมัดรีบหลบหน้าดีกว่า'

เมื่อถึงเวลากลับบ้านฝนที่ตกลงมายังคงไม่ซาลงแม้แต่น้อย

"หวา แล้วแบบนี้จะกลับบ้านยังไงล่ะเนี่ย"

เด็กสาวผมสั้นเอ่ยพร้อมทำหน้ายู่มองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆฝนสีเทา

"ก็เพราะเธอไม่ยอมเตรียมพร้อมเองนั่นแหละ รู้ทั้งรู้ว่าเข้าหน้าฝนแล้วยังไม่พกร่มอีก เอ้า ฉันให้ยืม"

เด็กสาวผมหางม้าเอ่ยพลางยื่นร่มพกสีฟ้าคันโปรดให้อีกฝ่าย

"แล้วแบบนี้ยูจะกลับยังไงล่ะ"

"ฉันมีเสื้อกันฝนอยู่ในกระเป๋าไม่ต้องห่วง"

"ฉันว่าอย่างยูน่าจะเรียกว่าแบกบ้านมามากกว่าเตรียมพร้อมนะ ใครจะบ้าพกทั้งร่มทั้งเสื้อกันฝน"

เด็กสาวผมแกละเอ่ยแทงใจดำเจ้าของชื่อ

"เดี๋ยวเถอะเซย์ ก็ได้ฉันเผลอลืมว่าเก็บร่มไว้ในกระเป๋าแล้วยัดเสื้อกันฝนมาด้วย"

ยูพูดด้วยเสียงดังด้วยความเคืองที่เซย์พูดพลางเตะอากาศเล่นแก้เก้อ

"อย่าเขินแล้วใช้ความรุนแรงสิยู"

"ใครเขินกันเน ไม่ได้เขิน"

"จ้าแม่คุณ งั้นขอยืมร่มนะ เดี๋ยวฉันคืนให้วันหลัง"

"อืม งั้นฉันกลับก่อนนะบาย"

เด็กสาวเอ่ยก่อนหยิบเสื้อกันฝนในกระเป๋าสีเขียวอ่อนมาสวมแล้วเดินฝ่าฝนจนถึงบ้านของเธอ

 

"กลับมาแล้วค่ะ"

เด็กสาวพูดขึ้นเมื่อเธอกลับถึงบ้านของตน แต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับต้อนรับเธอ มีแต่หญิงวัยกลางคนที่เดินวุ่นไปมาจนหัวหมุนในบ้าน

"คุณแม่คะหนูกลับมาแล้วค่ะ"

"จ้า ได้ยินแล้ว กลับมาก็เปลี่ยนเสื้อทำการบ้านซะ"

ผู้เป็นแม่เอ่ยพลางก้มหน้าก้มตาทำงานบ้านต่อโดยไม่ได้หันมามองหน้าลูกสาว

"คุณแม่คะอีกไม่นานก็จะวันเกิดหนูแล้วหนูขอ"

"แม่ไม่ซื้อโน๊ตบุ๊คให้หรอกนะ ยังไม่จำเป็นไม่ใช่เหรอ"

ไม่ทันที่ยูจะพูดจบแม่ของเธอก็ชิงพูดปฏิเสธก่อนทำให้เธอหน้าหงอเล็กน้อย

"แต่คอมพิวเตอร์เรามันใกล้พังเต็มทีแล้วนะคะ บางทีก็ดับไปเองด้วย"

"ถ้าแม่ซื้อให้ลูกก็ต้องซื้อให้น้องด้วยสิ รอไปก่อนเถอะลูก"

"ค่ะ"

เด็กสาวตอบกลับเสียงอ่อนด้วยสีหน้าเศร้าก่อนจะเดินกลับห้องนอนของเธอและน้องสาวไปทำการบ้านที่ได้รับมอบมา

'ฝันที่ทำให้ความปรารถนาสมหวัง'

ขณะที่นั่งทำการบ้านนั้นเรื่องที่คุยกันเมื่อช่วงบ่ายก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ

'ฝันที่ทำให้ความปรารถนาสมหวังเหรอ ถ้าทำได้จริงฉันคงจะขอโน๊ตบุ๊คไปเลยล่ะ จะได้ไม่ต้องขอคุณพ่อคุณแม่ แต่ข่าวลือแบบนั้นไม่มีทางเป็นจริงหรอก'

เธอหัวเราะให้กับข่าวลือที่ราวกับฝันหวาน

 

ในคืนนั้นเองขณะที่เธอหลับและเข้าสู่ห้วงแห่งความฝัน เด็กสาวได้ลืมตาขึ้นมาพบว่าตนนั่งอยู่ในที่กว้างจนมองไม่เห็นสุดขอบ พื้นรอบด้านเป็นสีขาวและดำเหมือนตารางหมากรุกตรงหน้าเธอเป็นโต๊ะทรงกลมสีดำมีลวดลายหรูหรากับเก้าอี้สีดำสองตัวที่เข้าชุดกัน

"ที่นี่ที่ไหน ไม่เหมือนกับฝันปกติเลย เดี๋ยวนะความฝันมันก็ไม่เคยปกติอยู่แล้วนี่"

"ยินดีต้อนรับ"

เด็กสาวตกใจจนเผลอร้องกรี๊ดเมื่อจู่ๆก็มีเสียงดังมาข้างหลัง เธอหันหลังไปก็พบว่าด้านหลังนั่นคือขาที่ยาวและลีบจนดูไม่เหมือนมนุษย์สักนิดเมื่อเงยหน้าขึ้นช้าๆก็พบว่าอีกฝ่ายนั้นสูงโปร่งประมาณสองเมตรครึ่งจนเกือบสามเมตรแขนสองข้างนั้นลีบพอๆกับขาและยาวมากเช่นกัน ชายคนนั้นอยู่ในชุดทักซิโด้สีดำและหมวกทรงสูงสีเดียวกัน ใบหน้าสองสีที่แบ่งครึ่งขาวและดำเหมือนกับห้องนี้ริมฝีปากที่หนาและดูใหญ่จนน่าขนลุก

"ขออภัยที่ผมทำให้ตกใจ คุณหนูเชิญนั่งก่อน"

เขาเอ่ยพลางจับไหล่ของเธอและผายมือไปยังโต๊ะน้ำชาที่ตอนนี้มีขนมและชาคาโมมายล์หอมๆเตรียมไว้ ภาพตรงหน้าทำให้เด็กสาวรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อยก่อนจะนั่งตามคำเชิญ

"จริงสิ ผมนี่ช่างไร้มารยาทเสียจริง นามของผมคือแมร์ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"

เขาเอ่ยพลางถอดหมวกทรงสูงนั่นมาไว้แนบกลางอกก่อนจะโค้งศีรษะเล็กน้อยและสวมหมวกกลับดังเดิม ในตอนนั้นทำให้ยูเห็นชัดเจนกว่าเดิมว่าศีรษะของอีกฝ่ายนั้นเล็กและลีบนอกจากนี้เขายังไม่มีดวงตา

"ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ คุณคือเจ้าของข่าวลือความฝันที่ทำให้ความปรารถนาเป็นจริงเหรอคะ"

"หากคุณอยากให้ผมตอบคำถามผมจะถือว่าคุณลูกค้าเสียความปรารถนาไปหนึ่งข้อจากสี่นะครับ"

"งั้นไม่อยากให้ตอบแล้วค่ะ"

เธอเอ่ยก่อนจะยกแก้วชาคาโมมายล์ขึ้นดื่มเพื่อคลายความอึดอัด

"แล้ววันนี้คุณลูกค้าต้องการใช้บริการอะไรของผมครับ"

"อะไรน่ะเหรอคะ แต่หนูไม่มีเรื่องที่ปรารถนาหรอกค่ะ"

"คนที่จะมาที่นี่ได้ต้องมีความปรารถนากันทุกคนครับ และหน้าที่ของผมคือการเติมเต็มมัน โดยไม่มีสิทธิปฏิเสธ"

เขาว่าก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและยื่นมาให้เธอ

"ว่ามาสิครับ ไม่ว่าอะไรก็เป็นจริงได้ทั้งนั้น"

"งั้น ขอโน๊ตบุ๊คหนึ่งเครื่องค่ะ"

"รับทราบครับ ความปรารถนาของคุณผมได้ทำให้แล้ว เมื่อคุณลืมตาขึ้นโน๊ตบุ๊คจะอยู่บนโต๊ะของคุณ แล้วเจอกันใหม่"

เขาเอ่ยพลางโบกมือลาได้เด็กสาวทันใดนั้นเธอรู้สึกราวกับตัวเองถูกลมแรงกระชากตัวไป ตัวของเธอรู้สึกชาไปหมดในคอรู้สึกตันเหมือนจะหายใจไม่ออก เธอสะดุ้งตัวโยนขึ้นมาจากเตียงนั่งหอบหายใจอย่างหนักแบบที่ไม่เคย

"ฝันหรอกเหรอ"

สายตาเธอพลันเหลือบไปเห็นบางวิ่งที่อยู่บนโต๊ะซึ่งไม่เคยมีอยู่ในห้องมาก่อน นั่นคือโน๊ตบุ๊คที่เธอเคยขอไว้กับชายแปลกหน้าในความฝัน ก่อนจะลุกไปดูเธอได้กลิ่นของชาคาโมมายล์ที่ดื่มไปยังหลงเหลือติดอยู่ในปาก

"ไม่ มันคือเรื่องจริง"

 

ในช่วงเช้าวันนั้นเธอจึงยิ้มออกมาอย่างมีความสุขจนผู้เป็นพ่ออดสงสัยไม่ได้

"ยูลูกเป็นอะไรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว"

"ก็เมื่อคืนหนูฝันน่ะสิคะ ว่าขอให้ได้โน๊ตบุ๊คแล้วได้โน๊ตบุ๊คจริงๆด้วยค่ะ"

"พี่เราบ้าไปแล้ว"

เมย์น้องสาวของยูเอ่ยพลางส่ายหน้าเบาๆด้วยความเพลียใจกับคนเป็นพี่สาวส่วนคนพ่อนั้นหัวเราะชอบใจกับเรื่องที่ดูเพ้อฝันนั่น

"ถ้าจริงก็ดีสิ พ่อจะได้ขอให้ถูกลอตเตอรี่"

"เรื่องจริงนะ แล้วคุณพ่อก็ไม่เล่นลอตเตอรี่ไม่ใช่เหรอคะ"

"พ่อครับผมไปก่อนนะ"

ชายหนุ่มซึ่งเป็นพี่คนโตรีบสวัสดีผู้เป็นพ่อก่อนจะออกจากบ้านไป

"วันนี้พี่เรย์รีบจัง"

"วันฝนตกแบบนี้ก็ต้องรีบไปทำงานนั่นแหละ พวกลูกก็อย่ามัวเอ้อระเหยรีบไปเรียนได้แล้ว"

ลูกสาวทั้งสองเมื่อโดนเร่งก็รีบกินข้าวจากที่นั่งเอ่ยเฉื่อยกันอยู่

 

เมื่อยูมาถึงโรงเรียนเธอได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับความฝันอันแสนเหลือเชื่อให้เพื่อนๆผู้เป็นคนบอกข่าวลือให้ฟัง

"เมื่อคืนเธอฝันจริงๆเหรอ"

เนถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไหร่นัก

"จริงสิฉันไม่โกหกหรอกน่า"

"นี่ๆ แล้วเธอขอได้กี่ข้อเหรอ"

เซย์ถามคนที่กำลังตื่นเต้นกับความฝันด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"คนในความฝันเขาบอกสี่ข้อน่ะ"

"เยอะจัง นี่แล้วเธอทำยังไงถึงได้ฝันกันล่ะ ต้องท่องคาถาอะไรไหมหรือวางอะไรไว้ใต้หมอนหรือเปล่า"

เซย์ยังคงถามไม่หยุดหย่อน ทำให้ยูที่ตอนแรกตื่นเต้นกับการเล่าความฝันกลับต้องรู้สึกกลัวกับท่าทางที่รุกไล่มากเกินไปจึงตอบไปด้วยหน้าตาที่ค่อนข้างเอ๋อ

"ไม่รู้อยู่ๆก็โผล่มา พอบอกความปรารถนาเสร็จก็โดนดึงกลับเลย"

"เธอแน่ใจนะว่าพ่อเธอไม่ได้แอบซื้อแล้วไว้ในห้อง"

เนยังคงไม่เชื่อนักจึงถามเพื่อความแน่ใจเพราะเพื่อนตรงหน้าปกติไม่เชื่อเรื่องแบบนี้และไม่ใช่คนที่จะกุเรื่องขึ้นมา ยูส่ายหน้าตอบอีกฝ่าย

"คุณพ่อฉันไม่มีทางซื้อให้หรอก ปกติชอบบอกให้ทนใช้คอมพิวเตอร์เก่าไปก่อน"

ขณะที่สามสาวกำลังคุยกันนั้นเสียงออดเข้าเรียนก็ดังขึ้นทำให้ต้องรีบไปนั่งที่เพื่อเตรียมตัวเรียนในคาบเรียนช่วงเช้าที่มีฝนโปรยปรายลงมา

 

หลังเลิกเรียนยูได้รีบกลับบ้านทันทีโดยที่ลืมจะทวงร่มจากเพื่อนสนิทของตนไปเสียสนิท ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็เป็นตอนที่อีกฝ่ายโทรศัพท์มาบอกเธอ

'ยู เธอจะรีบกลับบ้านก็ได้แต่จะลืมร่มไว้ที่ฉันแบบนี้ไม่ได้'

"ขอโทษนะ ช่วยเก็บไว้ก่อนได้ไหม ฉันอยู่บ้านแล้วด้วย"

'ก็ได้ แล้วอย่าลืมล่ะ เห็นมีตุ๊กตาน้องหมาห้อยอยู่ด้วยนึกว่าสำคัญเสียอีก'

"อ๋อ อันนั้น"

 

ใครให้กันนะ

 

'ยังอยู่รึเปล่า เงียบเชียว'

เนทักอีกฝ่ายเมื่อสังเกตว่าจู่ๆคนปลายสายเงียบไป

"ยังอยู่ๆ งั้นแค่นี้นะฉันต้องทำการบ้านแล้ว"

เด็กสาวกดวางสายโทรศัพท์ เธอเอนกายลงนอนก่ายมือลงบนหน้าผาก

 

'ตุ๊กตาน้องหมา ใครให้กันนะ จำได้ว่าสำคัญแต่ว่าลืมไปแล้ว'

 

เธอคิดพลางค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆเมื่อลืมตาขึ้น เธอพบว่าเป็นที่เดิมกับในความฝันเมื่อคืน ต่างกันที่ชาในวันนี้มีกลิ่นเผ็ดอ่อนของขิงและกลิ่นเปรี้ยวของมะนาว

"วันฝนตกแบบนี้ชาขิงมะนาวน่าจะเหมาะที่สุดนะครับ"

ชายร่างสูงคนเดิมเอ่ยพลางยกแก้วชาขึ้นดื่ม

"พึงพอใจกับความปรารถนาไหมครับ"

"ก็ดีค่ะ แต่ให้จริงๆจะดีเหรอคะ"

เธอถามก่อนจะประคองแก้วชาเซรามิคที่ภายในมีชาให้ความอบอุ่นกับฝ่ามือทั้งสอง

"ไม่ต้องห่วงครับเพราะผมได้รับค่าตอบแทนเช่นกัน"

เมื่อได้ยินเรื่องค่าตอบแทน เด็กสาวชะงักไปเล็กน้อยพลางขมวดคิ้วสงสัยมองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ มือทั้งสองกำถ้วยเซรามิคไว้แน่นด้วยนิสัยที่ติดเป็นประจำตอนหวาดกลัว

"ตอนแรกไม่เคยพูดเรื่องนี้นี่คะ"

"เพราะมันไม่จำเป็นไงล่ะครับ แต่เราต้องสัญญากันนะครับว่าจะไม่เล่าเรื่องค่าตอบแทนให้ใครฟัง"

เขายิ้มให้กับเด็กสาวที่เริ่มหวาดกลัวในตัวตนของเขา เธอกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบากไม่ตอบอะไรอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะพยักหน้าหรือส่ายหน้า

"เอาเป็นว่าทราบแล้วนะครับ แล้ววันนี้สิ่งที่คุณปรารถนาคืออะไรครับ"

คนถูกถามลังเลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นได้รับค่าตอบแทนที่เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร เธอเข้าใจว่าหากต้องการสิ่งใดมนไม่มีทางได้มาฟรีอย่างแน่นอน แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรเธอหลบตาพยายามไม่มองหน้าอีกฝ่ายกลัวอีกฝ่ายจะอ่านความคิดผ่านสีหน้า

"งั้นขอให้เปลี่ยนนายกค่ะ ด้วยวิธีที่เป็นธรรมนะคะ"

ชายตรงหน้าเหยียดยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าในที่สุดอีกฝ่ายก็ขอ

"ความปรารถนาของคุณผมได้ทำให้แล้ว ไว้เจอกันใหม่"

แมร์เอ่ยก่อนจะโค้งตัวให้เด็กสาว ทันใดนั้นลมแรงได้กระชากเธอจากด้านหลังอีกครั้ง

 

เมื่อเด็กสาวลืมตาตื่นขึ้นเนื้อตัวเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อเธอหันไปมองนอกหน้าต่างที่เกิดพายุฝนและมีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า

"ฝันนั่นอีกแล้ว จริงด้วยคำปรารถนานั่นเป็นจริงหรือยังนะ"

ยูหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาตรวจข่าวสารทางโซเชียลก็พบว่าหลายแหล่งพูดถึงการสละตำแหน่งของนายกคนปัจจุบันอย่างสายฟ้าแลบให้กับผู้ที่ได้รับคะแนนการโหวตรองจากเขา

"เกิดขึ้นจริงๆด้วย แล้วฉันเสียอะไรเป็นค่าตอบแทนกันล่ะ"

ขณะที่พึมพำกับตัวเองอยู่นั้นได้มีเสียงเคาะประตูห้องนอนเรียกให้เธอหันไปมอง

"ยูกินข้าวได้แล้ว"

"ค่ะพี่"

เด็กสาวขานรับกลับก่อนจะยันตัวลุกขึ้นปาดเหงื่อตามตัวออก ขณะทานข้าวทั้งพี่ชายและน้องสาวต่างมองเธอที่ชุ่มเหงื่อจนน่าแปลกด้วยความสงสัย

"ไปทำอะไรมาเหงื่อโชกเชียว ออกกำลังกายรึไง"

"ประมาณนั้นค่ะ บ้านเรามีอะไรหายไปบ้างไหม"

เด็กสาวเอ่ยถามพี่น้องของเธอ ทั้งคู่ต่างตอบว่าไม่มีอะไรหายไป เธอจึงไม่ทักท้วงอะไรต่อจนจบมื้อเย็น

 

'อะไรหายไป คิดสิๆ'

เด็กสาวนั่งทำหน้ามุ่ยจนกระทั่งเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือดังขึ้น บนหน้าจอมีชื่อของเซย์รวมถึงเบอร์โทรของเธอขึ้นเตือน

"คะ"

'ยู วันพรุ่งนี้อย่าลืมนะว่ามีประชุมผู้ปกครอง อย่าลืมบอกผู้ปกครองเธอล่ะ'

"อ๊ะ ลืมเสียสนิทเลย"

'ถือว่าเตือนแล้วนะ บาย'

คนที่อยู่ปลายสายได้วางหูลงก่อน ยูได้หันไปทางพี่ชายที่อยู่ไม่ไกลนัก

"พี่เรย์พรุ่งนี้ที่โรงเรียนมีประชุมผู้ปกครอง พี่ไปได้ไหมคะ"

"จะไปได้ไงพี่มีงานนะ อีกอย่างปกติพี่ไม่ได้ไปสักหน่อย"

'ปกติพี่ไม่ได้ไปให้ งั้น'

 

ใครกัน

 

ยิ่งเธอพยายามนึกเธอก็เริ่มปวดหัวขึ้นมา

"งั้นพี่ไปนอนนะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงาน"

ชายหนุ่มว่าก่อนจะยืดแขนยืดขาและเหยียดตัวลุกขึ้นเตรียมตัวนอน เหลือเพียงยูที่ยังนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ที่สัญญาณไม่ดีเพราะพายุฝน

'ความทรงจำมันขาดหายไป เขาเอาความทรงจำเป็นของแลกเปลี่ยนหรือ ไม่สิมันมีบางอย่างแปลกๆ'

เธอลุกขึ้นพร้อมกับจับบริเวณศีรษะที่ยังรู้สึกปวดเมื่อนึกถึงสิ่งที่หายไป เธอค้นไปทั่วบ้านจนพบว่ามีห้องหนึ่งที่ว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดอยู่

"ห้องนี้มันห้องอะไรล่ะ ปวดหัวเป็นบ้า"

เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นก่อนจะทรุดลงไปกับพื้นกอดเข่ากลั้นเสียงร้องไห้ที่มันจะเล็ดลอดออกมาเสียให้ได้ เด็กสาวพยายามหายใจเข้าลึกๆและผ่อนออกช้าๆไม่ให้เผลอร้องตามออกมาก่อนจะทำใจนิ่งๆ

'ตั้งสติ ยู มีอะไรบ้างที่เรานึกไม่ออก มีห้องนี้ คนที่ไปประชุมผู้ปกครองประจำ แล้วก็'

เธอตาโตขึ้นเมื่อนึกถึงอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอนึกออก

"ตุ๊กตาน้องหมาอันนั้น เราได้มาจาก"

 

คุณแม่

 

เธอรีบกดโทรไลน์กลุ่มกับเนและเซย์ทันที

'มีอะไรยู ดึกป่านนี้ยังโทรมาอีก'

คนรับสายคนแรกคือเนที่ฟังจากน้ำเสียงแล้วอีกฝ่ายน่าจะตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์

'ฉันกำลังเล่นเกมอยู่เลยโดนขัดเสียได้'

เซย์บ่นตามมาอีกคนที่เพราะสายเรียกเข้าขัดจังหวะเธอที่กำลังสนุก

"ทั้งสองคนฟังนะถ้าฝันว่ามีคนจะให้ความปรารถนาล่ะก็ห้ามเด็ดขาดนะ ต้องระวังมากๆด้วย แล้วก็สิ่งที่เป็นค่าตอบแทนคือ"

ไม่ทันที่ยูจะพูดจบประโยคหัวใจของเธอรู้สึกราวกับถูกบีบ ในลำคอนั้นเหมือนมีบางอย่างอุดไว้ให้เธอไม่สามารถส่งเสียงใดๆออกไปได้ โทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นจนหลุดออกจากการโทรแบบกลุ่ม ยูนั่งคู้ตัวงอเล็กน้อยก่อนจะพยายามลุกขึ้นยืน

 

หายไปอีกแล้ว

 

เด็กสาวรีบตรงรี่ไปที่ห้องนอนของตนและน้องก็พบน้องสาวที่นั่งเล่นมือถืออยู่บนเตียง สีหน้าที่ราวกับอยากร้องไห้นั่นของเธอทำให้เมย์มองด้วยความสงสัยและยิ่งต้องประหลาดใจมากขึ้นไปอีกที่จู่ๆอีกฝ่ายเข้ามากอดแล้วพร่ำบอกขอโทษซ้ำไปซ้ำมา มีหลายอย่างที่เธออยากจะถามคนตรงหน้าแต่เธอเลือกจะเงียบและให้อีกฝ่ายหยุดร้องเองพร้อมทั้งคลายวงแขนนั้นออก

"ขอโทษนะเมย์ แล้วก็ราตรีสวัสดิ์"

ยูเอ่ยก่อนจะซุกตัวใยผ้าห่มและพยายามข่มตาลงนอนหลับเพื่อให้ฝันถึงเรื่องเดิม และเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ เธอโผล่มาที่เดิมทว่ารอบตัวนั้นมีเศษซากหินล่องลอยไปมา พื้นลายหมากรุกที่เคยไกลจนไม่เห็นอีกฝั่ง ตอนนี้มันมีรัศมีเป็นวงกลมขนาดเท่ากับบ้านขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็กบนโต๊ะที่เคยมีชาหอมกับขนมหวานน่าทานตอนนี้มันกลายเป็นสีเทาราวกับภาพสมัยเก่า และแน่นอนว่าชายที่เป็นต้นเหตุของทุกสิ่งนั้นนั่งไขว้ขาอยู่ตรงหน้าเธอเช่นกัน

"ถ้าหากคุณหนูจะถามว่าทำไมผมถึงทำแบบนี้ ก็เพราะคุณละเมิดสิ่งที่ผมบอกไว้ และผมโกรธเป็นอย่างมากเช่นกันจึงขอค่าตอบแทนไปโดยที่คุณจะไม่ได้สิ่งใดเลย"

"ฉันจะขอคำปรารถนาอย่างสุดท้าย"

"คุณยังมีหน้ามาขอผมอีกหรือครับ"

"พาคุณพ่อ คุณแม่กับพี่ชายฉันคืนมา"

เด็กสาวเอ่ยเสียงแข็งไม่สนคำพูดของคนตรงหน้าแม้แต่น้อย

"ความปรารถนาของคุณผมทำให้แล้ว ส่วนค่าตอบแทน"

เด็กสาวไม่รอให้เขาพูดจบเธอรีบกระแทกใส่ร่างสูงโปร่งนั่นด้วยแรงทั้งหมดที่มีและกระชากคออีกฝ่ายเข้ามาไว้แน่นราวกับกลัวประโยคต่อไป

"ค่าตอบแทน คนที่แกจะต้องเอาไปก็คือ"

 

ฉัน

 

ยูผลักอีกฝ่ายจนร่วงตกลงไปยังพื้นที่ว่างพร้อมกับเธอ ชายร่างสูงเหยียดยิ้มกว้างจนเห็นฟัน มันเป็นรอยยิ้มที่เธอรู้สึกหวาดกลัว

"งั้นขอรับค่าตอบแทนไปนะครับ"

 

และทุกอย่างก็มืดสนิท

 

"เธอเคยได้ยินหรือเปล่า"

เซย์เอ่ยเปิดเรื่องของวันนี้กับเพื่อนสนิทของเธอ

"คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ"

"เด็กสาวในชุดกันฝนน่ะ ฉันได้ยินว่าถ้าใครฝันล่ะก็ของที่เคยหายไปจะกลับมา"

"อะไรล่ะนั่น พิลึกกว่าเรื่องเก่าอีก"

"ก็ฉันได้ยินมานี่น่า ว่าแต่นั่นร่มใครเหรอเน มีตุ๊กตาห้อยด้วยน่ารักจัง"

เซย์ชี้ไปยังร่มที่วางอยู่บนโต๊ะเรียนของอีกฝ่าย ซึ่งคำถามนั้นทำให้เธอขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัย

"ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าของใคร เธอจำได้ไหมว่าฉันยืมร่มใครมา"

"จะไปรู้เหรอ อยู่ที่โรงเรียนด้วยกันตลอดไม่เห็นเธอยืมใครหรือใครให้เธอยืมเลย"

"งั้นของใครนะ เอาเถอะเดี๋ยวไว้แผนกของหายก็ได้"

"ไม่เก็บไว้เองล่ะ"

"ของใครก็ไม่รู้จะเก็บไว้ได้ไง น่ากลัวออก"

 

เมื่อออดเริ่มเรียนดังขึ้น เนได้เก็บร่มพกไว้ใต้โต๊ะเอาไว้รอพักเที่ยงมาถึง ทว่าในระหว่างชั่วโมงเรียนนั้นมันก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยและเธอเองก็ลืมเรื่องของร่มคันนั้นไปหมดสิ้นรวมถึงตัวตนของมันเช่นกัน

 

“แล้วเรื่องก็จบลงเพียงเท่านี้”

“เจ้าจะเล่าเรื่องสยองอีกกี่ครั้งถึงจักพอใจกันหืม”

เจ้าวิฬาร์ดำกระดิกหางตบเบาะที่มันนอนอยู่หลายครั้ง ใจทั้งอยากจะด่าคนที่เล่าเรื่องไม่สร้างสรรค์และอยากข่วนหน้าอีกฝ่ายแทนที่ฝนเล็บ

“ไม่ใช่เรื่องสยองสักหน่อย ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย”

“ไอ้เรื่องที่ลักคนเป็นค่าตอบแทนความปรารถนานั่นแลที่น่ากลัว อย่าเขียนให้เด็กอ่านเชียว”

เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆในมือยังคงจับปากกาขนนกเขียนเรื่องราวที่เล่าไปไม่ยอมหยุดมือ ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูหน้าบ้านได้ดังขึ้นสร้างความฉงนให้เจ้าขนปุยสีดำว่าใครกันเข้ามาในป่ายามนี้ ก่อนจะได้เอ่ยปากพูดอะไรเด็กหนุ่มเจ้าของบ้านได้เปิดประตูต้อนรับอีกฝ่าย

“ยินดีต้อนรับครับ เธอมาได้จังหวะพอดีเลยนะเพราะผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟังด้วย วางร่มไว้ก่อนสิฝนตกแบบนี้จะรับ ‘ชาขิงมะนาว’ หน่อยไหม?”

“ไม่เอา ฉันเกลียดชานั่นเอาโกโก้ก็พอ”

“รับทราบครับ แล้วตอนนี้เธอมีของที่อยากได้รึเปล่า?”

“มี..เปลี่ยนนายก”

“แหมของแบบนั้นต่อให้เป็นพระเจ้าคงทำให้ไม่ได้หรอกครับ มนุษย์ต้องเคลื่อนไหวกันเองแต่เธอไม่อยู่ใน 'สถานะ' ไหนๆทั้งนั้นสินะน่าเศร้าจริงๆ”

เจ้าของบ้านพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าแทนเด็กสาวผู้มีนัยน์ตาว่างเปล่า พลางรินโกโก้ลงในแก้วสีส้มลายดวงอาทิตย์

“งั้นพร้อมฟังไหมเรื่องที่แสนคุ้นเคยนี่รึยังครับ?"

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น