รักมั้ย (ไม่) รัก? Fic singto x Krist Krist x Singto yaoi

ตอนที่ 5 : EP.05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    14 พ.ย. 60

งานเสดก็แต่งต่อ เด๋วเล่นเกมละจะยาว 555


5

และแล้วก็ถึงวันที่ต้องถ่ายแบบโฆษณา คริสมาถึงสตูดิโอที่ทำงานของสิงโตตอน 8 โมงเช้า พอดีถ่ายทำวันอาทิตย์รถไม่ติดเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนคนอื่นๆ จะยังมากันไม่ครบ เพราะจริงๆ แล้วเขานัดแปดครึ่ง จะมีก็แต่ตากล้องงานนี้ที่เหมือนจะอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

“พี่สิงมาเช้าจัง” คริสเอ่ยทักเมื่อเดินเข้าไปในสตูฯแล้วเห็นตากล้องกำลังนั่งอยู่หน้าคอมฯ

“อ้าว? นี่เพิ่งแปดโมง รีบมาไม” เขาเหลือบมองนาฬิกาบนหน้าจอคอมแล้วหันไปมองคริสที่เดินเข้ามาหา

“ก็ผมตื่นเต้นอ่ะ เลยตื่นเช้า แล้วรถมันก็โล่งมากเลยมาถึงเร็ว” คริสอธิบายพลางนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มที่ดูมีสมาธิกับการทำงานมาก คริสเพิ่งเคยเห็นสิงโตตอนทำงานเป็นครั้งแรก ชายหนุ่มสวมแว่นตาซึ่งเป็นคนละอันกับที่คริสเคยสวมให้ในรถ น่าจะมีหลายอันล่ะมั้ง คริสคิดในใจพลางนั่งมองใบหน้าด้านข้างของรุ่นพี่

“จ้องอะไรครับ ไม่เคยเห็นคนหล่อ?” ทั้งที่ดูจดจ่อกับงานตรงหน้า แต่กลับรู้สึกตัวว่าถูกจ้อง คริสสะดุ้งโหยง

“หล่อตายล่ะ ก็แค่ไม่ค่อยเห็นพี่ทำหน้าจริงจังแบบนี้หรอก” คริสรู้สึกแก้มมันร้อนๆ พิกล แต่ก็แค่มองเพราะแปลกตาจริงๆ ไม่ได้คิดอะไรเลย พอคริสหันหน้าหนี สิงโตก็อมยิ้มแล้วถอดแว่นตาออกวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเขยิบเข้าไปหาคริสแล้วกระซิบข้างหูให้คริสขนลุกเล่น

“อยากเห็นตอนทำหน้าแบบไหนอีกมั้ย เดี๋ยวทำให้ดู”  

“ไอ้พี่สิง! ขนลุกเว้ย!” คริสผลักรุ่นพี่ออกห่างพลางโวยวายเสียงดัง สิงโตหัวเราะชอบใจกับปฏิกิริยาตลกๆ นั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง เขาทำหน้าตาจริงจังขึ้นมาทันที จริงจังยิ่งกว่าตอนทำงานเสียอีก

พอเห็นสิงโตทำหน้าแบบนั้น คริสก็นิ่งอึ้งไป หัวใจเหมือนโดนบีบอย่างแรง เพราะใบหน้าคมคายที่ไม่ได้ถูกซ่อนไว้ใต้แว่นตากำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้มาก

“พะ...พี่สิง...จะแกล้งไรผมอีก” เหงื่อเย็นชื้นที่หลังทำให้คริสรู้สึกกดดันยิ่งขึ้น ชายหนุ่มหยุดใบหน้าที่ข้างๆ หน้าของคริส แล้วพูดในสิ่งที่ทำให้คริสต้องหน้าแดงก่ำ

“คริสลืมรูดซิปนะครับ”

!!!

 

การถ่ายทำในเช้าวันนั้นผ่านพ้นไปด้วยดี เหลือแค่ช่วงบ่ายอีกซีนเดียวเท่านั้น คริสไม่รู้สึกว่าเป็นงานยากเย็นอะไรเลย เพราะมีสิงโตคอยแนะนำแบบเข้าใจง่ายให้ตลอด แค่เป็นตัวของตัวเองก็ผ่านฉลุยแล้ว

แต่เรื่องเมื่อเช้าก็ยังทำให้คริสอับอายไม่หาย ยิ่งคิดว่าออกจากบ้านขึ้นรถไฟฟ้ามาทั้งแบบนั้นยิ่งอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แม้มันจะผ่านมานานหลายชั่วโมงแล้วก็เถอะ ไม่อยากจะคิดว่ามีกี่ชีวิตที่เห็นเขาในสภาพนั้น

“ผมไม่กล้าขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านแล้ว...” คริสเปรยขึ้นเบาๆ หลังการถ่ายทำรอบบ่ายเสร็จสิ้นและต้องแยกย้ายกันกลับ ทีมงานส่วนใหญ่จะอยู่เคลียร์สถานที่และตัดต่อกันถึงดึกดื่น เพื่อให้งานเสร็จทันภายในสองวัน แต่นางแบบนายแบบหมดหน้าที่แล้ว

“งั้นพี่ไปส่ง” สิงโตขันอาสาด้วยความเต็มใจ ไม่รู้ทำไมเวลาอยู่กับคริสเขารู้สึกว่ามันสนุกกว่าตอนไหนๆ

“แต่พี่ต้องทำงานต่อนะ” คริสว่าพลางเหลือบมองทีมงานอีกหลายชีวิตที่กำลังเก็บข้าวของ บางส่วนก็นั่งตัดต่อกันอยู่

“ไม่เป็นไร งานพี่เสร็จแล้ว ถ้ามีอะไรติดขัดเดี๋ยวเขาก็แจ้งมาเอง แค่ไปส่งไม่นาน ไม่มีใครว่าหรอก” สิงโตว่าพลางหยิบกุญแจรถที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะ แล้วหันไปสั่งงานทีมงานที่เหลือก่อนจะคว้ามือคริสพาไปที่รถ

 

 

ขับรถออกมาได้สักพัก สิงโตก็เลี้ยวเข้าไปจอดในร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากแถวสตูฯนัก คริสมองหน้าเขาอย่าง งงๆ เมื่อรถจอดและสิงโตปลดซีทเบลท์เตรียมลงจากรถ

“เอ้า ไม่ปลดเข็มขัดแล้วจะลงได้มั้ยครับเนี่ย ลงมาเร็ว” ชายหนุ่มหันไปสั่งคริสที่ยังนั่งหน้ามึนในรถมองตามหลังเขาตาไม่กะพริบ

“เอ้อ อ๊ะ พี่สิง! แล้วไหนบอกจะรีบไปส่ง” คริสรีบปลดเข็มขัดแล้ววิ่งตามไป สิงโตเดินไปถึงหน้าร้าน คุยกับพนักงานสองสามคำแล้วก็มีคนพาพวกเขาไปนั่งที่โต๊ะมุมในสุดของร้าน เป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสที่บรรยากาศอบอุ่น มีเสียงเพลงคลอไปกับมื้ออาหาร คริสเพิ่งเคยมาร้านแบบนี้ครั้งแรกเลยรู้สึกประหม่าไม่น้อย แต่ดูสิงโตจะคุ้นเคยดี

“แวะกินข้าวก่อนแป้ปนึง พี่ไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่เช้าแล้ว” เขาว่าพลางสั่งอาหารที่ชื่อเรียกยากยิ่งกว่าชื่อเต็มของกรุงเทพมหานคร ซึ่งคริสฟังแล้วโครตจะมึน

“แล้วนี่มันร้านขายข้าวเหรอพี่สิง ผมว่ามันหรูไปป่ะ” คริสโน้มตัวไปกระซิบกระซาบกับคนที่นั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะ โต๊ะเป็นทรงกลมเลยเอี้ยวตัวไปคุยกันไม่ยาก

“พอดีพี่จองไว้แล้ว ตอนแรกก็กะจะแคนเซิล แต่ไหนๆ ก็ผ่านพอดี เลยแวะมาเลย” สิงโตไขข้อข้องใจ แต่คริสก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าจองไว้เพื่ออะไร

 

ด้วยความที่คริสไม่รู้จักอาหารฝรั่งเศสเลยสักอย่าง สิงโตก็เลยเป็นคนสั่งมาให้ จานแรกเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยที่เรียกกันว่า อัปเปอตี เป็นซุปแบบเย็น สิงโตคอยสอนคริสว่าต้องใช้ช้อนจากด้านนอกไล่เข้ามาด้านใน เพราะช้อนนอกสุดคือช้อนตักซุป ก่อนจะไล่มาเรื่อยๆ ทีละจาน จบด้วยของหวานที่คริสดูจะชอบเป็นพิเศษ

“โห โครตอิ่มเลยอ่ะพี่ อาหารแปลกดีแต่อร่อยนะ” คริสเอามือลูบๆ ท้องตัวเองหลังกินเค้กช็อคโกแลตจนหมดเกลี้ยง สิงโตยิ้มน้อยๆ มองดูคริส

“ยังไม่หมดนะ ต้องดื่มเหล้าย่อยอาหารด้วย นี่ครับ” สิงโตว่าพลางส่งสัญญาณให้พนักงานมารินเหล้าให้และยื่นไปตรงหน้าคริสแก้วหนึ่ง “คอร์สนี้เขาเรียกว่า ดีเชติฟ แก้วนี้พี่สั่งเป็นคอนยัค คือบรั่นดีกลั่นจากน้ำองุ่นหมักเป็นเวลานานๆ อร่อยนะ ลองดูสิ”

“โหหห ดูไฮโซมากอ่ะ” คริสรับแก้วบรั่นดีไปแกว่งๆ ดูเหล้าสีสวยในแก้วแล้วค่อยๆ ยกขึ้นดื่มด้วยท่าทางกระตือรือร้น ปกติคริสไม่ค่อยดื่มเหล้าเบียร์ แต่กลิ่นหอมหวานของคอนยัคแก้วนี้ทำให้เขาไม่รู้สึกว่ามันต่างจากน้ำหวานเท่าไหร่ แม้ว่าตอนที่ดื่มเข้าไปจะรู้สึกร้อนๆ แปลกๆ ก็ตาม

 

จริงๆ ก่อนอาหารจานแรกเสิร์ฟ คริสก็ได้ดื่มเหล้าเรียกน้ำย่อยไปแล้วแก้วหนึ่ง พอเจอบรั่นดีหลังของหวานเข้าไปรอบนี้เลยชักมึนๆ แต่มันก็อร่อยจนหยุดไม่ได้ สิงโตพอจะรู้ว่าคริสเมา เลยเช็คบิลแล้วช่วยพยุงคริสไปที่รถ

“คออ่อนจังวะคริส เหล้าแค่สองแก้วเองนะ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ ยัดร่างเล็กเข้าไปนั่งในรถแล้วจัดการรัดเข็มขัดให้เรียบร้อย “แบบนี้เอาไปส่งบ้านจะโดนพ่อแม่คริสว่ามั้ยเนี่ย...” สิงโตครุ่นคิดเล็กน้อย สุดท้ายก็ตัดสินใจโทรหามิ้นท์ เพื่อขอเบอร์บ้านคริสและโทรไปขออนุญาตพ่อกับแม่ของคริสให้ค้างที่คอนโดของเขาคืนหนึ่ง

 

คงเพราะความเหนื่อยล้าบวกกับง่วงนอนและเหล้าสองแก้วที่กินเข้าไป ทำให้คริสหลับปุ๋ยอย่างง่ายดาย สิงโตต้องอุ้มคริสไปจนถึงห้อง ก่อนจะปล่อยลงนอนบนเตียงของเขา

“เฮ้อ...หนักใช่เล่นนะเรา” สิงโตยืนปาดเหงื่อเมื่อทำให้คริสนอนสงบบนเตียงได้แล้ว เขาค่อยๆ ถอดเสื้อให้คริสรวมทั้งกางเกงยีนส์รัดรูปที่ถอดยากโครตๆ จนต้องร้องออกมาด้วยความหงุดหงิด แต่สุดท้ายก็ถอดออกจนได้ จากนั้นก็เดินไปหาผ้าหาน้ำมาเช็ดตัวให้คริส

“ให้ตายเหอะว่ะ เกิดมาเพิ่งเคยทำอะไรแบบนี้ให้คนอื่น...นอนสบายเลยนะไอ้เต่าน้อย” พอเห็นคริสนอนหลับสบายไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มกลมๆ ใสๆ นั่นเบาๆ แก้มคริสก็ช่างนุ่มน่าหยิก

หลังจากเช็ดตัวให้คริสแล้ว เขาก็หาเสื้อยืดมาใส่ให้ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบ้าง

 

สิงโตตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนตี 5 เพราะต้องรีบปลุกคริสให้กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านแล้วค่อยไปโรงเรียน ช่วงเช้ามืดรถยังไม่ติดเท่าไหร่ แต่พอเริ่มสายสัก 7 โมงรถก็เริ่มเยอะแล้ว ทั้งคู่จึงตัดสินใจใช้บริการรถไฟฟ้า สิงโตจอดรถทิ้งไว้ที่บ้านของคริส

รถไฟฟ้ายามเช้าตรู่ก็แน่นขนัดเหมือนเคย สองคนโดนเบียดเข้าไปด้านในเรื่อยๆ จนชิดประตูอีกฝั่ง หน้าคริสแทบจะจมไปกับประตูรถ สิงโตต้องคว้าตัวไว้แล้วคอยกันคนที่เบียดเสียดไปมาให้ ในท่ายืนคร่อมตัวคริสจากด้านหลัง

“พี่สิง...ผมว่ามันแปลกๆ หันหน้าไปดีกว่า” คริสค่อยๆ พลิกตัวหันหน้ามาหาสิงโตที่เอาแขนสองข้างเท้ากับประตูรถไว้ โดยมีคริสยืนอยู่ตรงกลาง โชคดีที่วันนี้เขาไม่ได้เอากล้องกับขาตั้งมาด้วย ไม่อย่างนั้นมันคงทิ่มท้องคริสแน่ๆ พอคริสหันหน้ามา หน้าของทั้งคู่ก็อยู่ตรงกันพอดิบพอดี

“...” คริสนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เพราะเพิ่งเคยอยู่ใกล้กันมากขนาดนี้ ถึงจะเริ่มสนิทกันแล้ว แต่ก็ยังเกร็งๆ อยู่ดี

“ชอบแบบหันหน้าสินะ” สิงโตอดไม่ได้ที่จะแกล้งแหย่น้องเล่นขำๆ สีหน้ากระอักกระอ่วนของคริสมันตลกดีจริงๆ

“พูดบ้าไรของพี่ ไม่ขำเว้ย” ก็จริงที่ไม่ขำ แถมคริสยังใจเต้นรัวหน้าแดงก่ำอีกต่างหาก ความร้อนจากร่างกายและกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวสิงโตทำให้สงบใจไม่ได้เลย คริสรู้สึกผิดมากที่หันหน้ามาเอง เลยเอาแต่ก้มหน้าก้มตามองพื้น ใบหูแดงๆ ของคริสดูน่ารักในสายตาอีกคนเป็นอย่างมาก

“เขินทำไม เมื่อคืนยังนอนกอดกันบนเตียงอยู่เลย” คำพูดสองแง่สองง่ามของสิงโตชวนให้คนรอบข้างเข้าใจผิดสุดๆ คริสรีบตีแขนคนขี้แกล้งด้วยความโมโห

“จะพูดให้คนเข้าใจผิดทำไมเนี่ย!

“ก็พูดเรื่องจริงนี่นา...เมื่อเช้าใครนอนกอดพี่ซะแน่นจนแทบหายใจไม่ออกล่ะ” เขาพูดถึงตอนที่ตื่นมาแล้วโดนคริสนอนทับนั่นแหละ

“ก็มันหนาวป่าววะ คนบ้าไรเปิดแอร์ซะแรง” คริสหน้ามุ่ย

“ก็ถ้าไม่เปิดแรงๆ จะมีคนหนาวมาเนียนกอดเหรอ” สิงโตหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ยิ่งเห็นคริสหงุดหงิดงุ่นง่านก็ยิ่งชอบ เวลาคริสเขินก็น่ารักดี

 

สมัยเรียน สิงโตมีเพื่อน พี่ และน้องมากมาย แต่ไม่มีคนไหนที่แหย่แล้วสนุกได้อย่างคริส ไม่มีคนไหนที่เขินได้น่ารักน่าหยิกขนาดนี้มาก่อน คริสดูเป็นธรรมชาติไปทุกอย่าง ซื่อตรง อารมณ์ร้อน เขารู้สึกว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ เหมือนเวลาอยู่กับพวกน้องๆ ที่บ้าน ชีวิตการทำงานไม่ได้ราบรื่นสวยหรูไปเสียหมด บางครั้งมันมีทั้งความกดดัน ความเครียดและเวลาเร่งด่วน แต่พอเจอคริส ทุกความรู้สึกเหล่านั้นก็พลันเปลี่ยนเป็นความสนุก ความสุข

 

“เรื่องงานเมื่อวานไว้พี่จะส่งมาให้ดู ถ้าเราไม่ชอบตรงไหนก็บอกได้นะ ส่วนเรื่องค่าตัว พี่เบิกไว้ให้แล้ว จะโอนให้วันพุธ” ก่อนจะแยกกันบนสถานีรถไฟฟ้า สิงโตก็พูดเรื่องงานขึ้นมา คริสพยักหน้ารับ

“แล้ว...จะได้เจอกันอีกมั้ย” เป็นคำถามที่คนฟังไม่คาดคิดมาก่อนว่าคริสจะเอ่ยปากเอง เพราะคิดว่าไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องเจอกันแล้ว คริสก็เลยรู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เริ่มจะสนิทกันแล้ว และคริสเป็นคนติดคนง่าย โดยเฉพาะกับคนที่ใจดีด้วย

“อยากเจอพี่เหรอ” สิงโตเอ่ยถามพลางมองคริสด้วยสายตาเอ็นดู แต่คริสก้มหน้างุดๆ

“ก็...ไม่ขนาดนั้น”

“ช่วงนี้พี่งานเยอะ คงไม่ค่อยได้กลับบ้าน ถ้าเราอยากเจอพี่ก็โทรมา จะไปรับ” คนตอบก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมตอบไปแบบนั้น ทั้งที่เรื่องงานก็จบแล้ว คริสไม่ใช่ดาราอาชีพ คงไม่มีงานร่วมกันแล้ว แต่ความรู้สึกอยากเจอของคริส เขาก็พอเข้าใจเหมือนกัน

“ตลกดีเนอะ เราคุยกันเหมือนแฟนเลย” คริสพูดขำๆ เสมองไปทางอื่นด้วยความเขิน

“งั้นเหรอ แต่พี่ว่าคริสเหมือนน้องชายพี่มากกว่า” คำพูดของเขาทำให้คริสต้องเงยหน้ามองเต็มๆ ตา สีหน้าของชายหนุ่มไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ตอนที่พูดอย่างนั้น เขาทำเพียงแค่ก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาคริสแค่เพียงชั่วพริบตา “พี่ต้องไปแล้วครับ ไว้เจอกันนะ” สิงโตโบกมือให้ก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถไฟขบวนถัดไปที่มาจอดเทียบท่าพอดี ที่จริงเขาต้องลงอีกสองสถานีหน้า แต่มาส่งคริสก่อนเฉยๆ

 

คริสยืนมองแผ่นหลังกว้างที่วิ่งห่างออกไปจนหายไปกับผู้คนบนรถไฟฟ้าที่แน่นขนัด หัวใจที่เต้นรัวจนถึงเมื่อครู่สงบลงแล้ว แต่มันกลายเป็นความเจ็บปวดลึกๆ ที่เข้ามาแทนที่ ตอนที่โดนมิ้นท์ทิ้งให้รอครั้งก่อนก็ยังไม่รู้สึกเจ็บขนาดนี้

 

มันไม่มีน้ำตาจะไหล แต่เสียงน้ำหยดเล็กๆ มันดังก้องอยู่ในหัวใจเหลือเกิน


to be cont...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #86 mooky9924 (@mooky9924) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 00:04
    อ้าวๆ น้องคริสหวั่นไหวกับพี่สิงซะงั้น มิ้นท์ไปไหนแล้วอ่ะ
    #86
    0
  2. #66 JaoJean (@Yeme_sama) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 09:54
    อุ้ยตายย มีคนหวั่นไหวก่อนซะแล้ว ตอนแรกนึกว่าพี่สิงจะจีบนะแต่ความจริงแค่แกล้ง แต่คริสนี่ อิอิ
    #66
    0
  3. #12 Mentos (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 16:26
    ชอบที่พี่ใส่ใจสินะ เต่าน้อย
    #12
    0
  4. #2 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 18:22
    น้องเริ่มรู้สึกกับความเนียนของพี่แล้วสิ แล้วพี่ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ คิดเหมือนน้องชาย ได้ไง ได้ไง

    จะทิ้งไปเล่นเกมอีกแล้วเหรอ เนี่ยเพิ่งว่างค่ะ มาตามไล่อ่านค่ะ
    #2
    1
    • #2-1 ichiichi (@takakanata) (จากตอนที่ 5)
      14 พฤศจิกายน 2560 / 23:41
      โดนเพื่อนลากเล่นเกมยาวเลย ว่าจะมาแต่งต่อละเนี่ย อิๆ ตอนนี้ไฟกะลังติด
      #2-1