รักมั้ย (ไม่) รัก? Fic singto x Krist Krist x Singto yaoi

ตอนที่ 4 : EP.04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    14 พ.ย. 60

ต่ออีกสักตอน ไปทำงานละ 


4

ไอ้โรคจิตเป็นพี่ชายของมิ้นท์!!!

 

คริสรู้สึกหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลมในตอนที่ได้ยินมิ้นท์แนะนำพี่ชายคนโตให้รู้จัก สิงโตแอบขำกับท่าทางตลกๆ ของคริส เขาไม่ได้ติดใจเรื่องที่คริสชอบกล่าวหาว่าเขาเป็นคนโรคจิตเลยสักนิด แต่ดูเหมือนคริสจะรู้สึกผิดพลาดที่สุดในชีวิตที่ไปว่าพี่ชายของแฟนสาวแบบนั้น

 

แบบนี้ชีวิตรักของเขาจะราบรื่นได้อย่างไร

 

นี่แค่ปราการด่านแรก แค่พี่ชาย!! ก็พลาดไปมีเรื่องกับเขาแล้ว ถ้าพี่สิงโตเอาไปเล่าให้พ่อแม่ฟังอีกล่ะ ทีนี้คริสคงหมดโอกาสเป็นลูกเขยบ้านมิ้นท์แน่ๆ ยิ่งคิดยิ่งเศร้าใจจนคริสไม่กล้าสบตาใครแล้ว

 

“แนสกับเอสอยู่แถวนี้นี่ แล้วคริสล่ะ? กลับยังไง” หลังจากมื้ออาหารเย็นของครอบครัวกับสามหนุ่มที่ต้องกินอีกรอบ เพราะพี่สิงโตเลี้ยง มิ้นท์ก็ถามขึ้น

“รถไฟฟ้าอ่ะ” คริสตอบเสียงอ่อย เหลือบเห็นสายตาเย็นชาของพี่ชายมิ้นท์ที่มองมาแล้วใจมันสั่นพั่บๆ ไม่ได้ตื่นเต้นรักแรกพบอะไรหรอกนะ กลัวต่างหากล่ะ

“งั้นไปกับมิ้นท์มั้ย พี่สิงขับรถมา บ้านเราไปทางเดียวกันนี่ เดี๋ยวมิ้นท์ให้พี่สิงส่งคริสที่รถไฟใต้ดินได้ นะพี่” เธอหันไปขอพี่ชายที่ทำหน้านิ่งขรึม แต่มิ้นท์รู้ว่าพี่สิงโตไม่ได้โกรธเกลียดอะไรคริส แค่ชอบแกล้งมากกว่า

“จะดีเหรอมิ้นท์” คริสรู้สึกเกรงใจอย่างล้นเหลือ ยิ่งเหลือบมองหน้าพี่ชายของมิ้นท์ยิ่งเกรงใจจนตัวลีบหดลดเหลือไม่ถึงคืบแล้ว

“ดีสิ เนอะพี่สิง” สาวน้อยยิ้มกว้างหันไปขยิบตาใส่พี่ชายคนโตที่ยังคงตีหน้าขรึม แต่ในใจแอบหัวเราะ

 

แนสกับเอสแยกกันกลับหอพักไปเรียบร้อย ส่วนคริสก็ทนลูกตื้อของแฟนสาวสุดน่ารักไม่ไหว เลยยอมขึ้นรถไปด้วย สามพี่น้องของบ้านนั่งเบาะหลังกันหมด ให้คริสนั่งหน้าไปกับพี่ชายคนโต

“มืดแล้วมองทางไม่ค่อยเห็นเลยว่ะ หยิบแว่นตาให้พี่ทีดิมิ้นท์” สิงโตเอ่ยขึ้นขณะกำลังขับรถกลับ แต่เขาลืมไปว่าคนที่นั่งข้างๆ ไม่ใช่มิ้นท์

“พี่สิง ให้คริสหยิบสิ มิ้นท์เอื้อมไม่ถึงหรอก” น้องสาวร้องบอก กวางยังคงจิ้มมือถือไปเรื่อยเปื่อย ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น น้องชายคนเล็กหลับปุ๋ยไปแล้วเพราะอิ่มจัด ส่วนมิ้นท์ก็เคลิ้มๆ จะหลับเหมือนกัน มีแต่คริสที่สติครบถ้วนด้วยความเกร็ง ไม่กล้าขยับหรือพูดอะไรทั้งนั้น

“เออ ลืม น้องคริสครับ ช่วยหยิบแว่นตาในคอนโซลตรงหน้าน้องให้พี่หน่อย” เขาเปลี่ยนไปพยักเพยิดกับคริส เด็กหนุ่มที่มัวแต่นั่งเกร็งสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบรับคำแล้วเปิดคอนโซลตรงหน้าควานหาแว่นตาในกล่องสีดำสนิทมาให้

“ใส่ให้พี่ที พี่ขับรถอยู่ ขอบคุณครับ” เขาเอียงตัวไปใกล้ๆ คริส เพื่อให้สวมแว่นตาให้ คริสลังเลครู่หนึ่งก็ยอมสวมให้ มิ้นท์นั่งมองสองคนแล้วยกมือขึ้นทำท่าส่องกล้อง

“แหม...เคมีเข้ากัน พี่สิงพูดเพราะกับคริสจังเลยนะ” เธอแกล้งแซวขำๆ เพราะปกติพี่ชายเป็นคนพูดจาสุภาพเวลาอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว แต่ตอนไปเรียนหรือทำงานก็พูดธรรมดา บางครั้งก็ออกจะหยาบๆ กับเพื่อนๆ บ้าง รุ่นน้องผู้ชายที่สนิทๆ ก็ใช้ภาษาพ่อขุนกันทั้งนั้น กับคริสคงเพราะยังไม่สนิทกัน เลยไม่อยากหยาบคายด้วย แต่มิ้นท์ก็รู้แหละว่าระดับมันต่างจากตอนพูดกับพวกแนสโดยสิ้นเชิง

“ก็ปกติป่ะวะ ไม่ได้สนิท” สิงโตว่าพลางชะลอรถเลี้ยวเข้าซอยบ้านตัวเอง “ถึงแล้ว เอาไอ้ช็อคไปนอนดีๆ เดี๋ยวพี่มา” เขาจอดรถที่หน้าบ้านเดี่ยวสองชั้นขนาด 80 ตร.วา ไล่น้องๆ ลงจากรถ

“จะไปส่งคริสถึงบ้านเลยเหรอ แน่ะๆ” มิ้นท์ยังไม่วายจิ้นพี่ชายตัวเองกับแฟนหนุ่ม ดูเหมือนเธอจะชอบแนวนี้จริงๆ

“เออ จะทิ้งมันกลับคนเดียวมืดๆ ค่ำๆ รึไงล่ะ พวกแกรีบเข้าบ้านเลย” เขาโบกมือไล่น้องๆ แล้วถอยรถออกจากบ้าน

 

คริสนั่งเงียบมาตลอดทาง ตอนแรกก็บอกแล้วว่าจะขอลงที่สถานีใต้ดินใกล้ๆ แถวบ้านมิ้นท์ แต่สิงโตก็ยืนกรานว่าจะไปส่งถึงบ้านให้

“ลงรถแล้วก็ต้องต่อมอไซด์ไปอีกไม่ใช่รึไง ให้พี่ไปส่งน่ะดีแล้ว ทีเดียวจบ” สิงโตว่าพลางค่อยๆ จอดรถกลางสี่แยกไฟแดง

“ก็ผมเกรงใจ” คริสก้มหน้าก้มตาตอบ ยังเกร็งๆ ไม่หาย ตั้งแต่รู้ว่าสิงโตเป็นใคร

“เลิกคิดว่าพี่เป็นพวกโรคจิตรึยัง” จู่ๆ ก็โดนถามแบบนั้นขึ้นมา คริสสะดุ้งโหยง ร้องบอกด้วยความร้อนรน

“เลิกแล้วครับ! ไม่ได้คิดแล้วครับพี่!

พอเห็นคริสลนลานแบบนั้น เขาก็นึกสนุก อยากแกล้งขึ้นมาซะงั้น

“แต่คริสอาจจะคิดถูกก็ได้นะครับ” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากแล้วโน้มตัวไปใกล้ๆ คริสที่ผวาสุดตัวจะถอยหนี แต่ติดซีทเบลท์

“พะ...พี่สิง...โต ทำไร?” เพราะใบหน้าคมคายกับดวงตาคมกริบคู่นั้นมันอยู่ใกล้มากจนคริสใจเต้นรัว สองมือก็เลยยื่นออกไปผลักอกชายหนุ่ม แต่ทำได้แค่ทำให้เขาขยับตัวออกห่างไปเล็กน้อย

“ก็ถ้าพี่โรคจิตจริงๆ คริสน่าจะรู้นะว่าพี่จะทำอะไร” รอยยิ้มมุมปากของสิงโตมันช่างชวนให้คริสหัวใจหล่นไปถึงตาตุ่มสุดๆ เด็กหนุ่มหน้าซีดเผือด มือไม้ปัดป่ายแบบไม่รู้ทิศรู้ทางด้วยความกลัว จะต่อยหน้าพี่ชายแฟนก็ไม่กล้า

 

ทว่า...สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนสีเสียก่อน สิงโตผละออกมาแล้วหัวเราะลั่น ก่อนจะขับรถต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้คริสนั่งตัวลีบชิดประตูรถอยู่อย่างนั้น

“พะ...พี่แกล้งผมเหรอ? แกล้งผมใช่มั้ยเนี่ย!?” เพราะเห็นสิงโตหัวเราะสะใจขนาดนั้นเลยพอจะรู้สึกตัวแล้วว่าโดนแกล้ง

“แล้วถ้าพี่เอาจริงล่ะ คริสจะยอมมั้ย?” คนถามเพียงแค่เหลือบสายตามามองแล้วหันไปสนใจทางข้างหน้าต่อ ปากก็อมยิ้มไม่หุบ คริสยิ่งเดือดดาล

“เอาจริงบ้านพี่ดิ! พี่แม่งเป็นคนแบบนี้สินะ เออ ผมยอมโดนแกล้งก็ได้ เห็นเป็นพี่ชายมิ้นท์หรอกนะ ไม่งั้นต่อยหน้าแหกแล้ว” เด็กหนุ่มกำหมัดแน่น หน้าตาไม่สบอารมณ์อย่างแรง แต่สิงโตไม่รู้สึกว่าน่ากลัวเลยสักนิด

“ซอยไหนนะเรา” เขาเปลี่ยนเรื่องด้วยสีหน้าเฉยเมยตามปกติ คริสบอกทางให้แล้วก็นั่งหน้าหงิกต่อ

 

หลังจากเคลียร์ปัญหาหัวใจแล้ว คริสก็อารมณ์ดีขึ้นมาก มาเรียนก็เจอมิ้นท์เช้า กลางวัน เย็น แต่เสาร์อาทิตย์มิ้นท์มักจะอยู่กับครอบครัว เลยไม่ค่อยได้ออกเดทไปเที่ยวไหนกัน ซึ่งคริสก็เข้าใจดี ไม่ได้รบเร้าเซ้าซี้อะไรเธอ แต่อาทิตย์นี้จะครบรอบ 1 เดือนที่คบกัน คริสก็เลยอยากนัดเธอมาทานอาหารและกะจะให้ของขวัญเซอร์ไพรส์เสียหน่อย ก็เลยขอนัดช่วงเย็นไว้ และมิ้นท์ก็ตอบตกลงแล้ว

 

เมื่อถึงวันอาทิตย์ที่นัดกันไว้ คริสตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวรอด้วยความตื่นเต้น ทั้งที่นัดกันตอน 4 โมงครึ่ง แต่เขาแทบจะรอไม่ไหว คริสชอบมิ้นท์ตั้งแต่เห็นครั้งแรกในงานรับน้องรวมทุกคณะ เธอน่ารัก ร่าเริงสดใส พอเข้าไปพูดคุยด้วยก็รู้เลยว่าเป็นคนมองโลกในแง่ดีและสนุกสนาน ตรงสเป็คเขาทุกประการ คริสก็เลยตามจีบมาเรื่อยๆ และมิ้นท์ก็ตอบตกลงลองคบกันเมื่อเดือนที่ผ่านมา คริสอยากเป็นแฟนที่ดี อยากให้เธอประทับใจในตัวเขาหลายๆ อย่าง ก็เลยพยายามทั้งเรียนและเล่นดนตรี แม้นิสัยขี้โวยวายใจร้อนของเขาจะทำให้มิ้นท์ปวดหัวอยู่หลายครั้งก็ตาม แต่เธอก็ยังคงคอยอยู่ข้างๆ

 

ดังนั้น คริสจึงเลือกของขวัญมาอย่างดีที่สุดเพื่อตอบแทนความหวังดีของเธอ

 

เด็กหนุ่มแต่งตัวจัดเต็ม ทั้งเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีสุภาพที่ปกติไม่เคยใส่และกางเกงยีนส์ขายาวแบบสลิมฟิตเรียบๆ สีเข้มกับรองเท้าหนัง เป็นการแต่งตัวที่เขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่เขารู้ว่ามิ้นท์ชอบแนวนี้ ก็เลยลองแต่งดู คริสนั่งรอมิ้นท์ที่ม้านั่งหน้าห้างฯ ที่นัดกันไว้พร้อมกล่องของขวัญใบเล็กๆ ในมือ

 

คริสมองนาฬิกาข้อมือไปพลางชะเง้อคอมองหาคนที่รอ เกือบสี่โมงครึ่งแล้ว...ไม่มีวี่แววของเด็กสาวที่เขาคาดหวังว่าเธอจะต้องมาในชุดสีหวานที่เธอชอบใส่

 

คริสนั่งคอตก ยังคงกำกล่องของขวัญในมือไว้แน่น เธออาจจะติดธุระอะไรอยู่ก็ได้

 

“คริส!” เสียงเรียกทำให้คริสต้องเงยหน้าขึ้นอย่างเศร้าๆ เพราะนั่นไม่ใช่เสียงของมิ้นท์ มันเป็นเสียงผู้ชาย

“โทษที มิ้นท์ฝากพี่มาบอกว่ามาไม่ได้แล้ว เพื่อนมิ้นท์ป่วยต้องพาไปโรงพยาบาลเมื่อกี้นี้เอง พอดีเขาอยู่หอคนเดียวน่ะ มิ้นท์เลย...” สิงโตพยายามอธิบาย แต่พอเห็นหน้าเหมือนจะร้องไห้ของคริส ก็ต้องชะงักไป

“อือ...ผมเข้าใจ” คริสว่าพลางยกแขนขึ้นเช็ดหน้า ไม่อยากให้น้ำตามันไหลออกมา

“แต่มันแต่งตัวแต่เช้าแล้วนะ ใส่ชุดสวยเลย บอกพี่ว่ามีนัดเดทด้วย แต่เมื่อบ่ายกว่าๆ นี่เองที่เพื่อนมันโทรมาให้ช่วย” เขาอดไม่ได้ที่จะโกหกเพื่อปลอบใจคริส เพราะมิ้นท์ออกไปหาเพื่อนคนนั้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว วันนี้เห็นว่าอยู่เฝ้าที่โรงพยาบาล

“ไม่เป็นไร ผมเข้าใจพี่...ไม่ต้องโกหกแทนมิ้นท์หรอก ผมรู้ว่ามิ้นท์รักเพื่อนมากกว่าผม เราเพิ่งคบกันแค่เดือนเดียว แล้วมิ้นท์ก็ยังไม่เคยบอกว่าชอบผมสักครั้ง” เหมือนคริสจะอัดอั้นจนทนไม่ไหว เด็กหนุ่มปล่อยน้ำตาไหลอาบแก้ม ก่อนจะรีบยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดๆ มันแล้วหันหลังจะเดินหนีไป

“เดี๋ยว! คริส” ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่สิงโตรู้สึกว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ พลันมือก็ไวกว่าความคิดทั้งปวง เขาคว้าแขนของคริสไว้ เด็กหนุ่มตาแดงก่ำหันมามองเขาด้วยสีหน้าที่ทำให้คนมองถึงกับปวดใจ

“ไหนๆ ก็มาแล้ว พี่เลี้ยงข้าวเอง ไปด้วยกันเถอะ”

 

คริสเดินตามสิงโตไปเงียบๆ โดยที่มือของหนุ่มรุ่นพี่ยังคงจับข้อมือของคริสไว้ ไม่ได้กลัวจะหนี ไม่ได้กลัวหายไปไหน แต่แค่รู้สึกว่าปล่อยไปไม่ได้

แต่ผู้ชายสองคนมาเดินจูงแขนกัน แม้จะไม่ใช่การจับมือ แต่มันก็แปลกๆ สาวๆ หลายคนแถวนั้นต่างมองพวกเขาแล้วแอบกรี้ดกร้าดกันเบาๆ บ้างก็แอบถ่ายรูปไว้

 

สิงโตพาคริสไปนั่งในร้านอาหารที่คนน้อยและเงียบสงบ ทั้งยังมีห้องส่วนตัวแบ่งไว้ เพราะไม่อยากให้คริสอึดอัดกับสายตาคนอื่นที่มองมาอย่างสงสัย ทั้งในความสัมพันธ์ของพวกเขาและหน้าตาของคริสที่เหมือนคนร้องไห้

“สั่งตามสบายเลยนะ” เขาเอาเมนูยื่นไปสะกิดแขนคริสเบาๆ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

“ผมไม่หิว” คริสปฏิเสธและยื่นเมนูกลับไป ชายหนุ่มถอนหายใจ

“งั้นพี่สั่งให้เอง กินด้วยล่ะ ถ้าดื้อจะจับป้อนใส่ปากเอง” เพราะคริสดูเหมือนน้องชายคนเล็ก เขาก็เลยรู้สึกเอ็นดูและอยากดูแล ไม่อยากให้เศร้านานๆ

“ก็ผมไม่หิวนี่” คริสยังเถียงเบาๆ ด้วยเสียงเครือ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกครั้งจนคนพี่ต้องรีบปลอบขวัญ

“เออๆ ไม่กินก็ไม่กินครับ อย่าร้องนะ” แล้วเขาก็เรียกพนักงานมาสั่งอาหารสองสามอย่าง กับเครื่องดื่มเย็นๆ

“ดื่มน้ำก็ยังดี จะได้สดชื่นขึ้น” เขายื่นแก้วอิตาเลี่ยนโซดาไปให้คริส เด็กหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธ

“คริสครับ พี่เข้าใจว่าเศร้า นอย น้อยใจ เสียใจ แต่ชีวิตเราต้องเดินต่อไปนะ เหมือนเพลงพี่ตูนไง” สิงโตว่าพลางตักอาหารใส่จานให้คริส

“อะไรของพี่อ่ะ เล่นมุกเหรอ” คริสเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาที่ยังแดงก่ำ แต่เริ่มมีรอยยิ้มน้อยๆ

“มุกเมิกไรล่ะ พี่พูดจริงๆ สิ คริสเป็นนักดนตรีต้องเคยฟังเพลงพี่ตูนใช่มั้ย ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝันนนน” เขาร้องเป็นเพลงออกมาจนคริสหัวเราะ

“พอเหอะพี่ เสียงตลก” เด็กหนุ่มหัวเราะจนแก้มแดงปลั่ง แปลกใจตัวเองที่หัวเราะออกในสถานการณ์แบบนี้ แต่สิงโตก็ตลกจริงๆ

“คริสก็สอนพี่ร้องเพลงมั่งสิ จะได้ไม่ตลก แล้วพี่จะร้องให้ฟังบ่อยๆ” ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานเยิ้มมองหน้าคริสที่เริ่มจะสดชื่นขึ้นมาแล้ว คริสยังหัวเราะไม่หยุด ได้แต่พยักหน้ารับอย่างขำๆ

 

หลังทานอาหารเสร็จ สิงโตกะจะพาคริสกลับบ้าน วันนี้เขามารถไฟฟ้าเพราะรีบมาหาคริส ก็น้องสาวตัวดีเพิ่งโทรมาบอกว่าลืมนัดกับคริสเมื่อตอนสี่โมงเย็น กว่าเขาจะมาถึงก็เกือบห้าโมงแล้ว ดีที่คริสยังรออยู่

“ผมกลับเองได้ พี่ไม่ได้เอารถมานี่” เพราะสิงโตบอกจะไปส่งถึงบ้าน ทั้งที่ไม่มีรถมา คริสก็เป็นห่วงกลัวว่าจะกลับลำบาก

“แต่พี่ไม่อยากให้เรากลับมืดๆ คนเดียว อันตราย ซอยบ้านคริสเปลี่ยวขนาดนั้น” พอได้ยินอย่างนั้น คริสก็เอามือสองข้างวางบนบ่าของคนตัวสูงกว่าแล้วตบเบาๆ

“เผื่อพี่จะลืม...ผมเป็นผู้ชาย แล้วก็เป็นแฟนน้องสาวพี่นะครับ” คริสทบทวนความทรงจำให้ สิงโตมองหน้าคริสแล้วหัวเราะ

“รู้แล้ว ไม่ลืมหรอก แต่พี่เป็นห่วงจริงๆ” เขาเน้นย้ำอีกครั้งเผื่อคริสจะลืม “แค่เป็นห่วงคริส ไม่ได้เหรอ?”

“อย่ามาหยอดผมแบบนี้หน่อยเลย ผมไม่ใช่สาวๆ นะ พี่นี่มึนไรเปล่า” คริสยังคงทำหน้ายู่ใส่

“ก็บอกว่ารู้แล้วไงครับ” เขาทอดเสียงนิ่งๆ “นี่พี่จริงจังนะ ให้พี่ไปส่งเถอะ”

“แล้วถ้าผมเป็นห่วงพี่ ผมก็ต้องนั่งรถไปส่งพี่ขึ้นรถไฟฟ้าอีกทีน่ะสิ พี่สิงนี่พูดไม่รู้เรื่องละ...น่อววว” เพราะคริสทำเสียงแปลกๆ สิงโตก็เลยยิ่งหัวเราะ
“นั่นขู่เหรอ ฮ่าๆๆ น่ารักว่ะ” มือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มแล้วขยี้เบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว คริสปัดๆ มือนั้นออก

“แยกกันตรงนี้นะพี่ ผมกลับคนเดียวได้จริงๆ ไม่ต้องแอบตามมานะ” คริสทำท่าจะเดินไป ไม่วายหันมาชี้หน้าสิงโตเป็นการข่มขู่ว่าอย่าตามมา คนพี่ก็ได้แต่หัวเราะลั่นจนคนรอบข้างหันมามองอย่าง งงๆ 


to be cont...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #102 toik (@toik) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:52

    คิดว่ามิ้นเป็นมุก

    #102
    0
  2. #85 mooky9924 (@mooky9924) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 23:57
    พี่สิงคะแฟนน้องนะคะแฟนน้องพี่สิงจะงาบเองแบบนี้ก็ได้หรอ
    #85
    0
  3. #65 JaoJean (@Yeme_sama) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 09:49
    เอ้ามิ้น เดี๋ยวก้อเปิดการ์ด เราไม่ได้ชอบหรอกแค่เห็นคริสพยายามไรงี้ป้ะ และพี่ชายก้อเอาไปกิน หุหุ
    #65
    0
  4. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 02:54
    เปลี่ยนจากมิ้มท์เป็นสิงโตเลยแล้วกัน
    #22
    0