นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Exam สอบตกเป็นเรื่องธรรมชาติ

โดย max kayne

เมื่อผมต้องสอบให้ผ่านโดยไม่มีแม้แต่ one night miracle ทางออกทางเดียวของผมก็คือ...

ยอดวิวรวม

21

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


21

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 เม.ย. 63 / 11:51 น.
นิยาย Exam ͺͧҵ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกๆ ที่เขียนไว้เหมือนเรื่องก่อนนะครับ ช่วงนั้นยังเป็นเด็กหัดเขียนไฟแรง เลยมีไอนั่นไอนี่ให้เขียนเต็มไปหมด เทียบกับตอนนี้ที่ขี้เกียจนอนตีพุงแล้วก็ต้องยอมรับว่าตอนนั้นยังรู้สึกเข้าใกล้กับคำว่านักเขียนมากกว่าตอนนี้ซะอีก 55 แต่เรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องก่อนคือไม่ได้สร้างมาจากประสบการณ์จริงแต่อย่างใด เน้นเขียนมั่วซั่วไปเรื่อยทั้งนั้น ไม่มีความสมจริงหรือสาระใดๆ ทั้งสิ้น แต่ก็อยากให้ลองเปิดใจอ่านนะครับ ชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นต์ไว้ได้เสมอนะครับ ตอนนี้ผมยังไม่มีคนตามเป็นตัวเป็นตน เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมอ่านได้ทุกคอมเม้นต์เลยครับและถ้าตอบได้ก็จะตอบหมดนะครับ ขอให้สนุกกับเรื่องนี้นะครับ สวัสดีครับ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 เม.ย. 63 / 11:51


          ความเย็นจากหยาดน้ำค้างยามเช้าให้ความรู้สึกชุ่มชื่นเสมอ หากเป็นวันธรรมดา ผมคงเดินไปโรงเรียนอย่างสบายอารมณ์ แต่วันนี้เป็นวันพิเศษ วันที่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากไหน ก็ไม่สามารถปล่อยวางจิตใจให้สงบนิ่งได้ วันที่เด็กทุกคนต้องเข้าสู่สมรภูมิรบ สมรภูมิที่เรียกว่า สนามสอบ

          ผมเป็นใครน่ะเหรอ ผมเป็นเพียงเด็กมัธยมปลายคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีอะไรโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา การเรียน หรือแม้กระทั่งหน้าตา ส่วนชื่อของผมน่ะเหรอ ผมคิดว่าพวกคุณคงไม่มีใครอยากรู้หรอก แต่ผมจะบอกให้ก็ได้ ผมชื่อเคน เผื่อมีใครนึกสงสัย

          กิจวัตรประจำวันของผม คือการมาโรงเรียนตอนเที่ยงตรง ไม่ขาดไม่เกิน และเท้าของผมต้องยื่นออกมาจากประตูโรงเรียนอย่างน้อยข้างหนึ่งในเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง ไม่ขาดไม่เกินเช่นกัน ก่อนที่จะพาร่างกายของเด็กหนุ่มเข้าไปสิงสถิตอยู่ในร้านเกม ปล่อยให้หัวใจผ่อนคลายจากบทเรียนอันแสนหนักหน่วง เมื่อสมองของผมเบาลงแล้ว ผมถึงจะเลิก แวะเข้าร้านข้าวข้างทางซักที่หนึ่ง ถึงจะเป็นอันเสร็จสรรพกลับบ้านได้

          เนื่องจากวิถีชีวิตอันสุดแสนจะธรรมดาของผม ทำให้ผลการเรียนของผม... คุณน่าจะเดาได้นะ ถ้าครั้งนี้ผมทำคะแนนสอบของวิชาคณิตศาสตร์ได้ไม่ถึงร้อยละ80 ผมจะติด0วิชานี้ แล้วต้องเรียนชดเชยที่โรงเรียนในช่วงปิดเทอม แค่คิดก็หนาวแล้ว

          ผมเดินไปที่หน้าห้องสอบอย่างช้าๆ สายตาของเพื่อนร่วมห้องไม่มีวี่แววจะสนใจผู้มาเยือน พวกมันเอาแต่ก้มหน้าอ่านหนังสือ รังสีอำมหิตแผ่ออกมารุนแรง ราวกับว่าพวกมันกำลังจะฆ่ากันจริงๆ เฮอะ ไอ้พวกเซียนเต่าเอ๊ย ผมสบถด่าพวกมันในใจ

          ผมกวาดสายตาดูรอบๆ ก่อนจะหาที่นั่งให้ตัวเองได้ใช้พักพิง ผมหย่อนตัวลงช้าๆ หลับตาลง ปล่อยให้จิตใจสงบ เพื่อเตรียมพร้อมสู้ศึกอันยิ่งใหญ่ ฉันต้องสอบผ่าน ฉันไม่มีทางมาซ่อมตอนปิดเทอมหรอก ไม่มีทาง ผมพูดกับตัวเองในใจ ในระหว่างที่ผมกำลังทำสมาธิอยู่นั้นเอง เสียงที่คุ้นเคยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น เสียงแหลมเล็กและแหบแห้ง ให้ความรู้สึกรำคาญใจอย่างบอกไม่ถูก ผมเปิดเปลือกตาออกช้าๆ หันไปมองที่ต้นตอของเสียงนั้น ไอกฤต กำลังกวักมือเรียกผมอย่างคุ้นเคย

          “ไอเคน กูขอไส้ดินสอมึงหน่อยดิ”

            เจ้าเพื่อนเวร มาถึงก็รีดทรัพย์กูเลยนะ ผมคิดในใจ ก่อนจะหยิบดินสอกดคู่ใจยื่นให้มัน

            “หยิบเอาเองเลย แต่อย่าเอาไปเยอะละ”

            ไอกฤตเป็นเพื่อนผมมาตั้งแต่สมัย ม.ต้น มันเป็นคนตัวเล็ก แขนขาลีบดูไร้เรี่ยวแรง ผิวสีโคลนตม หน้าตาเขลอะไปด้วยสิวเสี้ยน และอะไรก็ตามที่ถูกขนานนามว่าสกปรกบนโลกใบนี้ มันเป็นเด็กขยัน ตั้งใจเรียน แต่เหมือนหัวสมองจะไม่ให้ คะแนนมันถึงอยู่ช่วงกลางค่อนท้าย ซึ่งทุกๆครั้ง แม้ผมจะไม่เคยอ่านหนังสือ แต่ด้วยการมั่วเพียงลำพัง ผมก็สามารถทำคะแนนได้มากกว่ามันแล้ว

          อีกห้านาทีก็จะถึงเวลาเข้าห้องสอบแล้ว ผมเช็คสภาพความเรียบร้อย ดูว่าอุปกรณ์ที่ต้องใช้สอบของผมพร้อมไหม มือถือของผมปิดเครื่องหรือยัง และสิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ แผนการลอกข้อสอบของผม

          ผมเดินไปหาเพื่อนที่สนิทที่สุดของผมอีกคนหนึ่ง นั่นคือไอตั้ม ไอตั้มเป็นคนพึ่งพาได้ หัวไวด้านการคำนวณ มันจึงเป็นกุญแจดอกสำคัญในการสอบครั้งนี้ ผมกระซิบที่ข้างหูของมัน ก่อนจะยื่นของชิ้นสำคัญให้ มันพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปที่หน้าห้องสอบ เพื่อเตรียมพร้อมแผนการของเรา

          เสียงกริ่งดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าเวลาสอบมาถึงแล้ว วิชาแรกของวันเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดของผม วิชาคณิตศาสตร์ ถ้าผมผ่านวิชานี้ไปได้ วิชาที่เหลือก็สบายแล้ว เพราะฉะนั้นทุกๆ ย่างก้าว ทุกๆ ขั้นตอนในแผนการ จะต้องดำเนินไปอย่างราบรื่น และเฉียบขาด

          ผมเดินไปนั่งประจำที่ แกะแม๊คออกจากตัวข้อสอบ เปิดหน้าปกขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะใช้สายตาอันแหลมคมบรรจงกรีดไปตามสัญลักษณ์ประหลาด ซึ่งแม้ผมจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถแปลความมันได้ ยุทธการขั้นตอนแรกคือ รอเวลา การรอคอยเป็นสิ่งสำคัญ ผมต้องรอให้ตัวหมากในแผนการของผมทำหน้าที่ของมันให้เสร็จก่อนจะดำเนินการขั้นต่อไป และยิ่งไปกว่านั้น ต้องใจเย็นรอด้วยสีหน้าที่นิ่งสนิท เพื่อไม่ให้ครูคุมสอบจับพิรุธได้

          ความเงียบปกคลุมทั่วบริเวณ สงครามจิตกำลังเริ่มขึ้น สายตาครูผู้คุมเพ่งมองมา เพื่อสังเกตการณ์เด็กที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อกลุ่มเด็กเสี่ยง ความเย็นพวยพุ่งไปทั่วร่างกาย จิตสังหาร นี่คือจิตสังหารของข้าศึก ถ้าหากพลั้งเผลอแสดงท่าทีว่าเรากลัวขึ้นมา เราจะต้องแพ้เป็นแน่ ผมพูดกับตัวเองในใจ ก่อนจะแกล้งขีดเขียนตัวเลขบนกระดาษทดอย่างช่ำชอง ผมฝึกศาสตร์การตบตาศัตรูมาตั้งแต่อนุบาล กลลวงเพื่อให้ศัตรูตายใจเป็นสิ่งสำคัญในสมรภูมิความตายที่เรียกว่าสนามสอบ การเอาตัวรอดคือสิ่งจำเป็นอันดับหนึ่ง หากข้าศึกรู้ทัน เราจะเป็นฝ่ายถูกฆ่า

          เข็มยาวของนาฬิกาชี้ที่เลขหก เวลาที่รอคอยได้มาถึงแล้ว ไอตั้มซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าผมไปสองช่วงโต๊ะหันหลังมาสบตาผมอย่างช้าๆ ผมสบตาตอบ กะพริบตาเป็นสัญญาณบอกว่าเริ่มแผนการได้ มือขวาของผมล้วงห่อลูกอมรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะบีบลงไปเบาๆอย่างพิถีพิถัน ทันใดนั้นเอง เสียงเพลงก็ดังขึ้น ความศักสิทธิ์ของห้องสอบพังทลายลง มีคนฝ่าฝืนกฎมณเฑียรบาลของห้องสอบ แต่คนคนนั้นคือใครกัน...

          เสียงยังคงดังไม่หยุดมาจากที่นั่งด้านหน้าสุดตรงริมหน้าต่าง ผู้คุมสอบเดินไปที่แหล่งกำเนิดความโกลาหลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลากตัวการออกมา ไอเดชหน้าซีดเผือด มันกำลังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในตอนที่ผู้คุมกำลังจะพาตัวมันออกไป แววตาของมันฉายความมึนงง สลับกับความกลัว พร้อมกับคำถามในใจว่า เสียงเพลงนั่นดังมาจากกระเป๋ากางเกงของมันได้ยังไง ช่วงเวลากที่ร่างของมันถูกดึงออกจากห้องสอบ เสี้ยววินาทีนั้น ผมสบตากับมันด้วยท่าทีเห็นใจ มันมองผมด้วยดวงตาไร้วิญญาณ ก่อนจะหลับตาลงอย่างช้าๆ เป็นลางว่า ทหารผ่านศึกอย่างมันถึงเวลาตายในสมรภูมินองเลือดนี้แล้ว

          หลังจากครูผู้คุมพาข้าศึกไปคุมขังแล้ว เสียงในห้องสอบก็พลันดังขึ้น ความชุลมุนวุ่นวายเริ่มก่อตัว นี่เป็นโอกาสดีที่ผมจะดำเนินแผนการขั้นที่สาม ไอตั้มมองไปทั่วห้อง เด็กคนอื่นๆ ยังคงคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ในจังหวะที่ทุกคนคลาดสายตาจากคู่แข่งนั้นเอง ไอตั้มก็โยนกระดาษซึ่งถูกขยำเป็นก้อนกลมมาที่ผม การส่งสารในเวทีแห่งการฆ่าฟัน จะต้องทำอย่างรวดเร็ว จังหวะต้องแม่นยำ องศาการโยนจะต้องเฉียบคม เพื่อให้สารส่งมาถึงผู้รับได้ โดยที่ศัตรูไม่รู้ตัว ผมคว้าโพยข้อสอบด้วยความรวดเร็ว และมองลาดเลาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคนเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะกางกระดาษและรีบฝนคำตอบลงไปอย่างรวดเร็ว

          เสียงฝีเท้าดังกึกก้องมาจากบันไดทางขึ้น เวลาเหลือน้อยเต็มที ข้อมือของผมเร่งขึ้น จนเกินขีดจำกัดของมนุษย์ ผมแขวนชีวิตของผมบนเส้นด้าย มันหรือผมที่จะเสร็จก่อนกัน ถ้าหากผมไม่สามารถฝนเสร็จก่อนที่ผู้คุมจะเข้ามาได้ แผนการทุกอย่างที่ผมกับเพื่อนร่วมมือกันทำ จะต้องพังยับเยินเป็นแน่ และแน่นอน พวกผมจะต้องได้รับโทษประหาร

          ใจของผมเต้นแรง ผมยังเหลือสี่ข้อที่จะต้องฝนให้เสร็จ แต่เท้าข้างหนึ่งของผู้คุมกำลังจะเหยียบลงมาบนพื้นห้องสอบแล้ว เหงื่อของผมไหลพราก หัวสมองของผมเต็มไปด้วยความสับสน จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี ผมถามตัวเองในใจ

          ผู้คุมกำลังเดินมาทางผมอย่างช้าๆ ถ้ามันเข้าถึงตัวผมได้ ผมต้องแย่แน่ๆ หยดเลือดอันบริสุทธิ์ของนักรบจะพวยพุ่งออกมาจากร่าง ความตายจะมาเยือน และร่างไร้วิญญาณของผมจะถูกทิ้งไว้ เป็นเพียงความหลังที่หลงเหลืออยู่ในสมรภูมิเลือดอันแสนโหดร้าย

          ชั่วขณะที่สายตาของผู้คุมใจทรามกำลังจะชำเลืองมาที่ผมนั้นเอง เสียงๆ หนึ่งก็ดังขึ้น เสียงเข้มทุ้มที่ผมคุ้นเคย

            “ครูครับ ผมรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนยังไงไม่รู้” ไอคุณาพูดขึ้นพลางเอามือลูบท้อง

          สีหน้าครูผู้คุมเคร่งขึ้น คิ้วขมวดเข้าหากัน ส่อแววไม่ไว้ใจ

          “ครูเตือนพวกเธอแล้วใช่มั้ย ว่าให้ทำธุระให้เสร็จก่อนเข้าห้องสอบ”

            “ผมทำธุระเสร็จแล้วครับ แต่เหมือนอาหารเมื่อตอนเช้าจะทำพิษ”

          ผู้สูงวัยกว่าส่ายหน้า ก่อนจะพาเด็กนักเรียนที่ป่าเถื่อนที่สุดในโรงเรียนไปห้องพยาบาล ผมมองไปที่ดวงตาเจ้าเล่ห์ของมัน มันกะพริบตาให้ผม ก่อนที่เท้าของมันจะก้าวออกจากเวทีนี้ไป ผมยิ้มเล็กน้อย แทนคำขอบคุณ ถ้าหากไม่มีมึง กูคงไม่รอด ขอบใจมึงมาก ไอเกลอ ผมพูดในใจ

          เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง เป็นสิ่งที่บอกว่า เวลาของมหาสงครามได้จบสิ้นลงแล้ว เด็กทุกคนในห้องค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นั่ง ช่วงที่คู่ต่อสู้ทุกคนกำลังหละหลวมนั้นเอง มือข้างขวาของผมหยิบก้อนกระดาษกับถุงใส่ลูกอมขึ้นมาและโยนออกนอกหน้าต่างด้วยความรวดเร็ว หลักฐานทุกชิ้นจะต้องถูกทำลาย ต้องไม่มีใครล่วงรู้ถึงแผนการของผมได้ ผมหยิบชุดข้อสอบขึ้นมา เดินไปที่จุดส่งข้อสอบด้วยหัวใจที่เบาลง ผมพาร่างกายอันแสนอ่อนล้าของตัวเองไปนั่งที่จุดพักประจำ สายตามองไปที่ขอบฟ้าอันแสนไกล ผมเพิ่งเข้าใจคำว่าความสวยงามที่แท้จริงก็ตอนนี้ละ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวช่างสดใสเสียเหลือเกิน อยากดื่มดำกับช่วงเวลาแบบนี้ไปอีกนานแสนนาน ไม่อยากให้มันจบลงเลย...

          ........................................

          ..........................

          .................

          ...........

          ...

          .

          “นายกิตติพงศ์ 0 คะแนน” เสียงแข็งกร้าวของครูคณิตศาสตร์เปล่งออกมาชัดเจน

          ห๊ะ เป็นไปได้ยังไง

          ผมก้าวเท้าเข้าไปหาคุณครูที่เคารพ หวังสืบหาความจริง

            “เธอทำได้ดี แต่น่าเสียดาย ดินสอที่เธอใช้ฝนข้อสอบ มันอ่อนจนเครื่องตรวจไม่ได้ เพราะงั้นฉันถึงให้คะแนนเธอไม่ได้”

            ทั้งที่ผมเช็คมาดีแล้วแท้ๆ ว่าไส้ดินสอที่ผมใส่มาเข้มกว่า 2B แต่ทำไมเครื่องถึงไม่ตรวจล่ะ ผมยังคงมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น หัวใจกำลังร้องเรียกเพรียกหาความจริง ทันใดนั้นเอง แสงแห่งปราชญ์ก็สว่างวาบ ฉายลงมาที่สมองของผม

          ไอกฤต มึง...

          ผมมองไปที่เด็กผู้ชายตัวเล็ก ผิวดำคล้ำ มันยิ้มให้ผมด้วยใบหน้าสดใส

          มัน!!! มันรู้มาตั้งแต่ต้น มันรู้ว่าผมวางแผนลอกข้อสอบ มันรู้ว่าผมฝากให้ไอตั้มแอบเอาลำโพงจิ๋วไปหย่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงไอเดช มันรู้ว่าผมเกลียดไอเดช ที่ไอเดชเคยมาแย่งผู้หญิงที่ผมหมายปอง และมันรู้แม้กระทั่งแผนที่ผมร่วมมือกับคุณา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจครูผู้คุม

          ไอกฤตมันอิจฉาที่ผมได้คะแนนสอบเยอะกว่ามันทุกครั้ง ทั้งที่ไม่เคยพยายาม มันเลยแก้แค้นผมโดยการเปลี่ยนไส้ดินสอกดเป็นไส้อ่อนตอนที่ผมเผลอ และเป็นเรื่องที่แน่นอนว่า วิชาที่เหลือของผม คะแนนจะออกมาเป็นเลข 0

            ทั้งอำมหิต และเฉียบขาด วิธีการเชือดศัตรูอันแสนโหดร้ายของเด็กผิวคล้ำหน้าเขลอะ คนที่ผมเคยคิดว่ามันเป็นเพื่อน แต่ในเวทีซึ่งเจิ่งนองไปด้วยเลือดสีเข้ม ไม่มีสิ่งใดเป็นมิตรแท้

          สนามสอบช่างเป็นสมรภูมิเลือดที่อำมิตเสียจริงๆ....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ max kayne

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 โอลีฟ
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 07:54

    คุณเป็นคนที่มีฝีมือด้านการเขียน ภาษาดี การใช้ถ้อยคำดีทีเดียว อย่าเพิ่งท้อล่ะ งานเหมาะกับวัยรุ่น อัพบ่อย ๆ สม่ำเสมอ มันจะต้องเข้าตาวัยรุ่นสักกลุ่มแหละ แล้วเราจะคอยดูความพยายามของคุณ (เพิ่มการแนะนำตัวละครหลัก เพิ่มปก ใช้ตัวละครหรือภาพฟรีถูกลิขสิทธิ์มาใส้ภาพปกไปก่อนจะได้ดึงความสนใจ ชื่อเรื่อง ตั้งให้ดี ) สู้ ๆ

    #1
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • 20 เมษายน 2563 / 12:25
      ขอบคุณครับ จะพัฒนาให้ดีขึ้นครับ
      #1-2