คัดลอกลิงก์เเล้ว

Fanfic [Conan] 'If I die' (Scoth x Bourbon) /(AkaiXAmuro) [SF]

โดย Arashi

หากวันหนึ่ง ฉันหลับไหล หากวันหนึ่งฉันต้องจากไปแสนไกล หากวันหนึ่งฉันไม่อาจจะคืนย้อนมาได้ใหม่...

ยอดวิวรวม

906

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


906

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


31
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 มี.ค. 61 / 15:01 น.
นิยาย Fanfic [Conan] 'If I die' (Scoth x Bourbon) /(AkaiXAmuro) [SF]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
อะเกนค่ะ เป็นพล็อตที่โผล่ออกมาตอนฟังเพลง ฟังแล้วรู้สึกว่าเหมาะกับสก็อตดีค่ะ อีกอย่างคือหาฟิคสก็อตxเบอร์เบินอ่านไม่ได้เลยเลยแต่งซะเลย....แม้ตอนท้ายก็ยังคงเหลือความakamทิ้งไว้เบาๆอยู่ดี ฮือออ 
ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 มี.ค. 61 / 15:01



     แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านปลายผ้าม่านที่ปลิวไสวเข้ามาปะทะกับใบหน้า เปลืองตาสีเข้มดังเช่นสีผิวของเจ้าตัวค่อยๆลืมขึ้น ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของเช้าวันใหม่คือภาพของชายหนุ่มผู้มีเคราขึ้นประปรายตามปลายคาง ภาพของคนที่เขาคุ้นเคยมาแสนนานกำลังลูบเส้นผมสีอ่อนของเขาอย่างเบามือราวกับกลัวว่าจะเป็นการรบกวนห้วงนิทราอันเป็นสุขของเขา

      "อรุณสวัสดิ์ซีโร่"
     
      'สก็อต'คือชายคนนั้นที่ลูบเส้นผมของเขาอยู่จนถึงเมื่อครู่ คำทักทายยามเช้าอันแสนเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนเอื้อนเอ่ยออกมาจากคนตรงหน้าทำให้เจ้าของนาม 'ซีโร่' ยิ้มออกมาบางๆ 

     "อรุณสวัส---" 

     ถ้อยคำตอบรับนั้นถูกกลืนกลับลงคอไปเมื่อปลายนิ้วเรียวของอีกฝ่ายแนบลงมาที่ริมฝีปากพร้อมกับเสียง 'ชู่ว' เบาๆราวกับรู้ว่าหากไม่ห้ามเขาจะพูดอะไรออกมา 'เบอร์เบิน' ยิ้มออกมาบางๆ เขาปัดมือของคนตรงหน้าออกแล้วประทับริมฝีปากลงข้างแก้มอีกฝ่าย

     "ไม่เอาน่า นายก็รู้ว่าฉันไม่พูดออกมาหรอก"

      เบอร์เบินพูดเพียงแค่นั้นแล้วลุกขึ้นจากนิทราอันสงบสุข ใช่แล้ว...สิ่งที่'สก็อต'ห้ามไม่ให้เขาพูดออกมาก็คือ'ชื่อจริง'ของพวกเขา ชื่อจริงที่พวกเขาเรียกกันและกันมาตั้งแต่เด็กในฐานะเพื่อนสนิท แต่ในบทบาทที่พวกเขาดำรงอยู่นี้ ในบทบาทของ 'สก็อต' และ'เบอร์เบิน' หากพวกเขาเผลอพูดสิ่งนั้นออกมานั่นอาจเท่ากับชีวิตพวกเขาที่ต้องจบลง 

     "ถ้านายจะห้ามไม่ให้ฉันพูดนายก็ไม่ควรเรียกฉันแบบนั้นนะ สก็อต" 

     'แบบนั้น'ที่เจ้าตัวหมายถึงคือชื่อเล่นของเขาที่มีเพียงเพื่อนตำรวจด้วยกันเท่านั้นที่รู้ สก็อตเดินมาประชิดแล้วดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดจากด้านหลังก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินเข้าห้องน้ำไป ใบหน้าคมคายก้มลงกระซิบข้างหูอีกฝ่ายด้วยเสียงที่แผ่วเบาที่สุดที่เจ้าตัวมั่นใจว่าต่อให้มีเครื่องดักฟังอยู่ก็ไม่สามารถบันทึกอะไรได้

     "นี่รู้มั้ยว่าวันนี้ฉันโชคดีขนาดไหน" 

     สก็อตเมินคำต่อว่าแบบไม่จริงจังของเบอร์เบินก่อหน้านี้แล้วถามคำถามกลับไปแทน ฝ่ายผู้ฟังได้แต่เลิกคิ้วสงสัยแล้วส่ายหน้าเป็นคำตอบ ถึงเขาจะมั่นใจในฝีมือการสันนิษฐานของตนแค่ไหนแต่กับเช้าวันใหม่ที่ยังไม่มีพิเศษแบบนี้ก็ออกจะเกินความสามารถของเขาไปหน่อย ฝ่ายสก็อตเองก็ดูเหมือนจะพอใจที่คนขี้สงสัยวันนี้ทำตัวว่าง่ายไม่สันนิษฐานนู่นนี่ส่งเดชเหมือนทุกทีจนเขาไม่อยากจะพูด

     "โชคดีที่วันนี้นายไม่พูดอะไรเยอะไ----อุ้ก!"

      พูดไม่ทันจบประโยคศอกลุ่นๆก็กระแทกเข้ามาที่หน้าท้องจนรู้สึกจุกไม่น้อย แม้จะเดาไว้อยู่แล้วก็เถอะว่านี่คือผลลัพท์จากการกวนประสาทอีกฝ่ายแต่เช้า เขาเดินตามอีกฝ่ายไปก่อนจะคว้าข้อมือบางของคนที่เพิ่งทำร้ายร่างกายเขาแต่เช้าไว้แล้วก้มลงไปพูดข้างหูอีกฝ่ายด้วยเสียงที่แผ่วเบายิ่งกว่าก่อนหน้านี้

     "โชคดีที่วันนี้ฉันได้ตื่นมาพร้อมนายอีกครั้งไง ฟุรุยะ" 

     พูดจบเพียงแค่นั้นคนพูดก็อาศัยความเร็วพุ่งเข้าห้องน้ำไปก่อนปล่อยให้อีกคนยืนตะโกนด่าเขาจากข้างนอกนั่นข้อหาแย่งห้องน้ำด้วยวิธีสกปรก แต่เชื่อเถอะ...ต่อให้ริมฝีปากนั่นจะพูดแต่ถ้อยคำร้ายกาจออกมาแต่ใบหน้านั่นต้องกำลังยิ้มอยู่แน่ๆ 'ไอ้บ้าเอ๊ย! ห้ามไม่ให้คนอื่นพูดแต่ตัวเองดันพูดเองเนี่ยนะ' และก็ถูกอย่างที่สก็อตคิด เพราะเบื้องนอกประตูห้องน้ำนั้นคือภาพของฟุรุยะ เรย์ที่กำลังยืนพิงประตูห้องน้ำแล้วอมยิ้มอยู่คนเดียวตามที่คาด เป็นอีกครั้งที่เหตุการณ์แสนธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็นกิจวัตรทุกวันถูกเปลี่ยนให้เป็นสิ่งพิเศษด้วยคำพูดอันแสนเรียบง่ายของผู้ชายที่แย่งห้องน้ำเขาคนนั้น
.
.
.
.
.
.
.
          "ต้องไปจริงๆเหรอสก็อต" 

          มือบางคว้าข้อมือแกร่งเพื่อรั้งไว้ชั่วครู่ก่อนที่อีกฝ่ายจะออกไป วันนี้สก็อตได้รับภารกิจจากองค์กรให้ไปสังหารคนผู้หนึ่งที่สถานที่แห่งหนึ่งที่ตัวเขาไม่รู้ แม้รู้ดีว่าไม่อาจขัดคำสังองค์กรได้แต่ลางสังหรณ์ลึกๆของเบอร์เบินกลับร้องเตือนจากภายในว่างานนี้อันตรายและเขาอาจไม่ได้เจอสก็อตอีก เขาจึงพยายามที่จะรั้งอีกฝ่ายไว้ ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายไป แต่ความพยายามของเขาก็ไม่ประสบผลสำเร็จ สก็อตส่ายหน้าเป็นคำตอบแต่ใบหน้าคมคายยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกครั้ง

     "นายก็รู้ว่าเราขัดคำสั่งองค์กรไม่ได้" 

          สก็อตปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบเป็นปกติ หวังจากก้นบึ้งของหัวใจว่าคนตรงหน้าจะไม่สามารถจับสังเกตุเห็นโทนเสียงที่แตกต่างจากปกติแม้เพียงเล็กน้อย ใช่.....เขาไม่สามารถขัดคำสั่งองค์กรได้ ยิ่งในเวลานี้ที่เขากำลังถูกสงสัยว่าเป็นสายลับ ที่จริงลึกๆแล้วสก็อตรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าที่องค์กรเรียกเขาออกไปวันนี้นั้น จุดประสงค์ที่แท้จริงนั้นคืออะไร และเขาไม่อาจบอกมันให้เบอร์เบินรู้ได้ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกังวลและเพื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในองค์กรต่อไปได้อย่างปลอดภัย

      "ไม่ต้องห่วงหรอก งานนี้ไรย์ก็ไปด้วยยังไงหมอนั่นก็ไม่ปล่อยให้ฉันตายหรอก" เขาวางมือลงบนกลุ่มผมสีอ่อนแล้วขยี้เบาๆ แต่คนกังวลยังคงก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร เบอร์เบินรู้ดีไม่ว่ายังๆงเขาๆม่อาจห้ามอีกฝ่ายได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม

     "ต้องกลับมานะ...นายต้องกลับมานะสก็อต เข้าใจมั้ย" เบอร์เบินคว้ามืออีกฝ่ายมากุมไว้แน่น นัยย์ตาสีอ่อนเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด สก็อตยิ้มออกมาบางๆปลายนิ้วข้างที่ว่างอยู่เชยปลายคางอีกฝ่ายขึ้นมาประทับแผ่วเบาแค่ชั่วครู่ก่อนจะถอยออกมา

     "เข้าใจแล้ว ฉันสัญญา" 

     'ขอโทษที่ต้องโกหกนะฟุรุยะ แต่ครั้งนี้ฉันคงทำตามสัญญาไม่ได้แล้วล่ะ' 

      เขาปิดซ่อนความเจ็บปวดจากสายตาไว้ในส่วนลึกของจิตใจยิมกลบเกลื่อนให้อีกฝ่ายสบายใจและมั่นใจว่าเขาจะกลับมา มือหนาผละจากการกอบกุมของมืออันแสนอ่นโยนที่เขาเฝ้าปกป้องมาตลอดหยิบไรเฟิลแบ็คคู่ใจขึ้นสพายบ่าแล้วเปิดประตูออกไป

      "ฉันรักนายนะฟุรุยะ" นั่นคือถ้อยคำสุดท้ายที่ฟุรุยะ เรย์ได้รับจากคนที่มีค่าที่สุดในชีวิต

     'ฉันคงไม่มีโอกาสพูดคำนี้กับนายอีกแล้วล่ะ อย่างน้อยขอให้ฉันได้พูดมันออกไปในตอนที่ยังมีโอกาสเถอะนะ.....ลาก่อนฟุรุยะ'
.
.
.
.
.
.
.
.
     "น่าประทับใจจริงๆสก็อต มาแย่งปืนฉันไปตอนที่แกล้งจะโยนทิ้ง" 

     ปากกระบอกปืนชี้ไปที่ชายผมยาวที่ไล่ตามเขามาตั้งแต่เมื่อครู่คนที่เคยเป็นเพื่อนร่วมงานของเขาจนกระทั่งวินาทีที่มีคำสั่งให้สังหารเขาทิ้ง 'ไรย์' ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยมือทั้งสองข้างที่ชูขึ้เป็นเครื่องหมายของการยอมจำนน ใบหน้าคมคายนั่นยังคงประดับด้วยรอยยิ้มแม้ว่าปากกระบอกปืนกำลังเล็งมาที่ตนก็ตาม

     "ฉันจะไม่ร้องขอชีวิตหรอกนะ แต่ก่อนที่จะยิงฉันขอฉันพูดอะไรหน่อยได้มั้ยล่ะ" 

     "ฉันไม่ได้แย่งปืนมาเพื่อยิงนาย" 

     สก็อตตอบด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่ก่อนจะหันปากกระบอกปืนเข้าหาตัวเอง ใช่....เขาตั้งใจจะฆ่าตัวตาย ตายไปพร้อมกับข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกรมตำรวจ ตายไปพร้อมกับข้อมูลทุกอย่างที่อาจนำอันตรายมาสู่คนที่เขารักที่สุด แต่ดูเหมือนมันจะไม่ง่ายขนาดนั้นเมื่อชายตรงหน้าพุ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับคว้าปืนนั่นไว้

     "ไม่ได้นะ! นายไม่มีทางที่จะเหนี่ยวไกปืนโดยที่มีคนจับกระปอกปืนอยู่แบบนี้ได้ อย่าฆ่าตัวตายเลยนะสก็อต"  

     ไรย์พูดออกมาแบบนั้นแต่กับคนที่อยู่ในสถานะเหยื่อแบบเขาต่อให้คำพูดของผู้ล่าจะดูดีแค่ไหนมันก็ยังคงเป็นคำพูดของผู้ล่า นัยตาคมกริบจ้องอีกฝ่ายเขม็งขบริมฝีปากตัวเองอย่างเจ็บใจที่แม้แต่จะตายเขาก็ยังไม่สามารถทำได้ แต่คำพูดถัดมาของอดีตเพื่อนร่วมทีมก็ทำให้เขาต้องเปลี่ยนสีหน้า

     "นายไม่ควรต้องมาตายตรงนี้"

     "ว่าไงนะ"

     "ฉันเป็นเจ้าหน้าที่FBI อากาอิ ชูอิจิ เหมือนกับนาย ฉันก็เป็นหมาที่พยายามจะฝังคมเขี้ยวเข้าไปในเนื้อของพวกมัน" 

     สิ่งที่ไรย์พูดออกมาทำให้เขาอึ้งไปไม่น้อย ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง สายตาที่มองอีกฝ่ายอย่างไม่เป็นมิตรจนถึงเมื่อครู่กลับมาเป็นสายตาที่มีไว้สำหรับมองเพื่อนคนเดิม

     "ทีนี้ปล่อยปืนแล้วฟังฉัน ช่วยให้นายหนีไปน่ะง่ายจะตาย" 

     "อ..อืม"

     เขาฟังข้อเสนอของ 'อากาอิ ชูอิจิ' ด้วยใจที่สงบลงกว่าเดิม จิตสังหารระหว่างคนสองคนหายไป แต่เหมือนสวรรค์จะไม่เข้าข้างพวกเขานัก ขณะที่อากาอิกำลังจะหาทางช่วยให้สก็อตหนีนั้น เสียงฝีเท้าที่กำลังขึ้นบันไดตามหลังมานั้นเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่พังทลายทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาคิด

     "ไม่มีเวลาแล้ว ไรย์ฉันขอร้องล่ะ..." ไม่ทันที่อากาอิจะได้ตอบอะไรกลับไปแค่ชั่ววินาทีเดียวที่เขาปล่อยมือจากปากกระบอกปืนที่จับแน่นมาจนถึงเมื่อครู่.....

     "ฝากฟุรุยะด้วย"



     ปัง!


     เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับลมหายใจที่ดับลงของสก็อต เขาทำลายชีวิตตัวเองไปพร้อมกับเครื่องมือที่จะสาวถึงผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเขา ไม่เว้นช่วงเวลาให้อากาอิได้คิดว่า 'ฟุรุยะ' ที่อีกฝ่ายพูดถึงคือใคร ใครคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ใครคนหนึ่งที่พวกเขาทั้งคู่คุ้นเคยเป็นอย่างดี ใครคนหนึ่งที่สก็อตยอมสละชีวิตเพื่อปกป้อง 

     เพียงแค่การปรากฎตัวของเบอร์เบินแค่ชั่วเสี้ยววินาที อากาอิ ชูอิจิก็ตระหนักได้ถึงสิ่งที่เขาต้องทำ....


     'จงโกรธแค้นฉันให้เหมือนไม่สามารถโกรธแค้นใครได้อีก'

     "คนทรยศต้องถูกกำจัด"

     'มองมาที่ฉันเสมือนว่าฉันเป็นเป้าหมาย(Target)ของนาย' 

     "ใช่มั้ยล่ะ?"

     'ดวงตาที่งดงามของนาย มีแค่ภาพสะท้อนของฉันเพียงคนเดียวก็พอ.... ฟุรุยะคุง' 

     'ไม่ต้องห่วงนะสก็อต คนสำคัญของนาย ฉันจะดูแลให้เอง'
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
นายฝากฝังผิดคนแล้วสก็อ----แค่กๆ 
จริงๆตอนจบที่คิดไว้แบบแรกไม่ใช่แบบนี้ค่ะ ตอนจบที่คิดไว้ก่อนหน้านี้คืออากาอิตั้งใจปกป้องฟุรุยะจริงๆโดยไม่มีอะไรแอบแฝงแล้วก็ตัดฉากไปตอนที่ทั้งสองคนคบกันค่ะ แต่แต่งไปแต่งมาแอบชอบเฮียแบบซ่อนความก้าวร้าวไว้เบาๆสุดท้ายเลยออกมาเป็นแบบนี้ 
ชอบไม่ชอบหรือผิดพลาดตรงไหนบอกได้เลยนะคะ เช่นเคยค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะUvU
ปล.สำหรับฟิคยาว ตั้งใจจะไปลบทิ้งแล้วค่ะ จริงๆวางพล็อตไว้หมดแล้วแต่ขี้เกียจ ฟฟฟฟฟ สำหรับใครที่ติดตามก็ขอโทษด้วยนะคะUvU

ผลงานอื่นๆ ของ Arashi

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น