คัดลอกลิงก์เเล้ว

เจ็ดชาติที่แม่น้ำลืมเลือน [นิยายแปล]

โดย sydneylove

เรื่องสั้นตอนเดียวจบ / เป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวที่ไม่อาจตัดใจจากอดีต สุดท้ายเลยตัดสินใจรอคอยอยู่ที่แม่น้ำลืมเลือนถึงเจ็ดชาติ

ยอดวิวรวม

2,148

ยอดวิวเดือนนี้

288

ยอดวิวรวม


2,148

ความคิดเห็น


27

คนติดตาม


130
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 เม.ย. 62 / 08:24 น.
นิยาย 紪ҵԷ͹ [] เจ็ดชาติที่แม่น้ำลืมเลือน [นิยายแปล] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่อง: เจ็ดชาติที่แม่น้ำลืมเลือน / By the River of Forgetfulness for Service Lifetime
ผู้แต่ง: Zi Xinyu
ผู้แปลอังกฤษ: timebun

เรื่องย่อ: เป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวที่ไม่อาจตัดใจจากอดีต สุดท้ายเลยตัดสินใจรอคอยอยู่ที่แม่น้ำลืมเลือนถึงเจ็ดชาติ




Ref: https://www.novelupdates.com/series/by-the-river-of-forgetfulness-for-seven-lifetimes/

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 เม.ย. 62 / 08:24


บนฝั่งหนึ่งของสองฟากแม่น้ำ สถานที่ซึ่งวิญญาณทั้งหลายหวนกลับคืน นั่นคือบริเวณที่สะพานอนิจจังอันหนาวเหน็บและหดหู่ตั้งอยู่

ข้ามองเหล่าวิญญาณเดินผ่านไปในความเงียบ วิญญาณบางดวงก็มีวิญญาณอื่นร่วมทาง ขณะที่ดวงอื่นๆ ต่างโดดเดี่ยว พวกเขาเดินไปตามทางซึ่งเรียงรายด้วยดอกไม้บานสีแดงสดประหนึ่งทะเลเลือด ก้าวเดินทีละก้าวเพื่อไปยังสะพานชั่วร้ายนั่น

แม้นว่าพวกเขาไม่เต็มใจ แม้นว่าพวกเขาพยายามอย่างหนักเพื่อขัดขืนและถอยหนี มันก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อยู่รอบตัวพวกเขา


ภาพเงาร่างโดดเดี่ยวเหล่านั้นที่ล่องลอยไปทางข้างสะพานอนิจจังอย่างช้าๆ ทำให้ข้าเศร้าสลดยิ่งนัก

เหตุใดปรโลกแห่งนี้ต้องถูกปกคลุมด้วยดอกปี่อั้นสุดลูกหูลูกตา?

ยายเมิ่งผู้ใจดี ข้าไม่ดื่มน้ำแกงในมือท่านได้หรือไม่?

ไม่ดื่มได้ไหม ...?

ไม่ว่าข้าจะดิ้นรนต่อสู้ขนาดไหน มันก็ยังถึงคราวของข้าอยู่ดี

"แม่นาง ดื่มน้ำแกง ลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่าง ชาติต่อไปของเจ้าคือการเริ่มต้นครั้งใหม่ ไร้เศร้าสุข ไร้ทุกข์ยินดี"

"แล้วคนผู้นั้นที่อยู่ในใจข้าเล่า?"

ข้าเอ่ยปากถาม ริมฝีปากของข้าแทบไม่ขยับ ข้าทำใจไม่ได้ ข้าไม่อยากลืม

ท่ามกลางเหล่าองค์ชายขององค์จักรพรรดิ เขาเป็นผู้ที่ถูกตามใจมากที่สุด: องค์ชายเจ็ด ถึงแม้ว่าเขาไม่ใช่องค์รัชทายาท ทว่าเขายังเป็นคนโปรดของสวรรค์ พรทั้งหมดล้วนมอบให้แก่เขา เขาเป็นชายหนุ่มรูปงามยิ่ง เต็มเปี่ยมด้วยความสามารถ และเป็นที่อิจฉาของคนทั่วหล้า

ระหว่างพวกเรา สิ่งซึ่งเคยเกิดขึ้นมากที่สุด คือการที่เขาชอบฟังข้าเล่นกู่ฉิน เขาพูดอยู่ตลอดเวลาว่าข้าคือเพื่อนรู้ใจผู้อยู่ภายในใจเขา และยามเขาไม่มีสิ่งใดทำ เขามักแบ่งปันความคิดภายในใจกับข้า บางครั้งบางคราว เขาจะโอดครวญกับข้าถึงเรื่องที่เขาเป็นแค่องค์ชาย ไม่ว่าเขาได้รับความโปรดปรานแค่ไหน ทว่าก็ยังไม่ใช่องค์รัชทายาท

ข้าจะบอกความรู้สึกเกี่ยวกับความเศร้าเสียใจของข้าเช่นเดียวกัน ถึงแม้ข้าเป็นหญิงงามเมืองผู้มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ไม่ว่าข้าจะมีชื่อเสียงเพียงใด แต่ข้าก็ยังเป็นนางคณิกา

ข้าคงมีความสุขมากหากได้อยู่ร่วมกับเขา แม้ว่าตัวเองจะเป็นได้แค่อนุก็ตามที

อย่างไรก็ตามแต่ เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อไล่ตามเกียรติยศ ไล่ตามยศถาบรรดาศักดิ์

องค์ชายรัชทายาทคือผู้คุกคามตำแหน่งเขา ทว่าในฐานะสตรี ข้าไม่มีอำนาจจะช่วยเหลือเขาในทุกทาง

ดังนั้นข้าจึงพยายามหาทางเพื่อให้ได้อภิเษกสมรสกับองค์รัชทายาท ข้าหวังว่าองค์ชายเจ็ดจะเข้าใจในสิ่งที่ข้าพยายามทำเพื่อเขา ข้าจะช่วยเหลือเขา และสุดท้าย ข้าจะได้เป็นมากกว่านางคณิกาไร้ค่า

ข้าจะช่วยให้เขาขึ้นสู่บัลลังก์ เพื่อเห็นแก่เป้าหมายของเขา การหลอกใช้องค์รัชทายาทถือเป็นอะไรได้

ดังนั้น เมื่อองค์จักรพรรดิสิ้นพระชนม์ เขาจึงได้สืบราชบัลลังก์


สำหรับองค์รัชทายาทผู้นั้น ...

พวกเราจบลงด้วยชะตากรรมเดียวกัน

ทว่าข้าไม่ยอมจำนนต่อจุดจบของตนเอง ยอดรักของข้า ข้ายังติดคำอธิบายแก่เขา!

เขาคือผู้ที่ข้ารัก เขาคือผู้ที่ข้าส่งเสริม และข้าตายเพื่อเขา บัดนี้ เขาได้เป็นองค์จักรพรรดิในท้ายที่สุด ทว่าตัวข้าไม่มีแม้แต่โอกาสจะถามว่าเขารักข้าบ้างหรือไม่

ข้าต้องการอธิบายให้เขาฟัง เรื่องที่ข้าแต่งงานกับผู้อื่น มันไม่ใช่แค่เพราะผลประโยชน์ของเขาเท่านั้น ทว่ามันเป็นเพราะข้ารักเขาหมดทั้งหัวใจ

ยายเมิ่งยิ้มบางๆ และเอ่ย "เจ้าเห็นแม่น้ำใต้สะพานนี้หรือไม่?"

"ข้าเห็น"

"เจ้าเห็นก้อนหินในแม่น้ำหรือไม่?"

ข้ามึนงงครู่หนึ่ง "ก้อนหิน?"

ยายเมิ่งพยักหน้า "ลงไปที่นั่นและกลายเป็นก้อนหิน เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์โลกเจ็ดชาติภพ หลังจากครบเจ็ดร้อยปี เจ้าจะสามารถนำความปรารถนาของเจ้าติดตัวไปด้วยยามเกิดใหม่ เพื่อออกตามหาเขา"

ข้ามองไปที่แม่น้ำ และกระโดดลงไปโดยไม่ลังเล กระโดดสู่แม่น้ำลืมเลือนซึ่งกระแสน้ำไหลหลากไม่จบสิ้น ประหนึ่งเข้าสู่โลกไร้รูปร่างปราศจากเขตแดน นอกจากความอ้างว้างไม่มีที่สิ้นสุด มีเพียงวิญญาณคนตายเดินลากเท้าไปตามสะพาน

ข้าเฝ้ามองวิญญาณบนสะพานที่มาและไป ข้าไม่รู้ว่าน้ำของแม่น้ำไหลไปที่ใด ทว่าโชคดี ข้าเป็นเพียงก้อนหิน ไม่อาจถูกกระแสน้ำพัดพา ทั้งยังไม่อาจหลบหนี

สถานที่แห่งนี้จะเป็นคุกของข้าตลอดพันปี นับตั้งแต่ข้ากระโดดลงมาในแม่น้ำ ชะตากรรมเจ็ดชาติภพของข้าก็ถูกติดสิน ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงเฝ้ามองเหล่าวิญญาณเข้าสู่แม่น้ำและกลายเป็นก้อนหิน ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงเฝ้ามองเหล่าวิญญาณแปรเปลี่ยนเป็นดอกไม้สีแดงสดเรียงรายตามริมฝั่งแม่น้ำ

โอ้ เจ้าดอกปี่อั้น พวกเจ้ากำลังรอคอยใครบางคนอยู่เหมือนกันใช่ไหม

ข้าเสียใจที่มีหนุ่มสาวมากมายสูญเสียความรัก บางครั้งบางคราวจะมีวิญญาณบางดวงยอมเปลี่ยนตัวเองเป็นวัตถุ ดังนั้นพวกเขาจึงกลายเป็นดอกไม้ริมฝั่งแม่น้ำแห่งนี้ รวมถึงก้อนหินขนาดต่างๆ ที่อยู่ภายในแม่น้ำอันปั่นป่วน

เวลาผ่านล่วงเลย สุดท้ายข้าก็มีชื่อ

ก้อนหินแห่งแม่น้ำลืมเลือน

... เป็นชื่อที่ตรงไปตรงมาอะไรเยี่ยงนี้

ข้ามองไปที่ด้านข้าง หินก้อนใหม่ปรากฏอยู่ตรงนั้น หรือบางทีหินก้อนนั้นอาจอยู่ตรงนั้นมาโดยตลอดก็ได้ กระแสน้ำพัดร่างหินของเขาเบาๆ ทำให้ลื่นไถลมาหาข้าอย่างช้าๆ เป็นหินที่เปล่งปลั่งมาก ราวกับไข่มุก เจ้ากำลังรอคอยใครอยู่หรือ?

เจ็ดชาติ เจ็ดยุคสมัย เจ็ดร้อยปีในโลกมนุษย์

แม้ว่าสิ่งต่างๆ แปรเปลี่ยนตามกาลเวลา ทว่า มันก็เป็นความจริงอีกเช่นกันที่ผู้คนสามารถเปลี่ยนแปลง ขณะที่สิ่งต่างๆ ยังเหมือนเดิม


ในที่สุด เมื่อข้าเห็นเขาอีกครั้ง เขาแก่เฒ่าและเหี่ยวแห้ง เส้นผมกลายเป็นสีเทา ความลำบากกัดกร่อนใบหน้าเขาจนเป็นริ้วรอยบนหน้าผาก ราวกับว่าเขาประสบความเปลี่ยนแปลงตลอดชีวิตในโลกมนุษย์

เขายืนอยู่ในแถว กระนั้นสายตาของเขามองตรงไปข้างหน้า เขามองบริเวณใกล้ตัวข้า จากนั้นมองใต้สะพาน

ข้ารอคอยมาตลอดร้อยปี เพียงเพื่อจะได้เห็นหน้าเจ้าอีกสักครั้ง มองมาที่ข้าตรงนี้

ยายเมิ่งยิ้มบางๆ "ดื่มน้ำแกงแล้วจะลืมทุกสิ่ง ชาติต่อไปของเจ้าคือการเริ่มต้นครั้งใหม่ ไร้เศร้าสุข ไร้ทุกข์ยินดี"

ตามมาหลังจากนั้นคือความเงียบ

ข้าเฝ้ามองขณะที่เขารับชามน้ำแกงยายเมิ่ง ดื่มมันลงไปรวดเดียวโดยไม่มีการลังเล เขาก้าวข้ามสะพานอนิจจัง และเข้าสู่วัฏสงสาร

ใต้สะพาน ข้าไม่รู้ว่าควรร้องไห้หรือร้องเรียกดี

ข้าได้แต่ถอนหายใจ เวลานี้ข้าเป็นเพียงก้อนหินเล็กๆ ข้าไร้กำลัง ตกต่ำ และเปราะบาง แค่การกระแทกทีเดียวก็สามารถทำลายข้าจนย่อยยับ

วิญญาณบนสะพาน ได้โปรดเดินช้าหน่อย

โปรดอย่ารบกวนยอดรักของข้าบนเส้นทางสู่การเกิดใหม่

ข้าหวังว่าชาติต่อไปของเขาจะปราศจากความทุกข์ยาก ขอให้เขามีครอบครัวที่ดี

ข้าเสียใจที่ชาติแรกของเจ้าสั้นเหลือเกิน

พริบตาเดียว พวกเราก็อยู่ชาติที่สอง วิญญาณบนสะพานเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องตามปกติ ส่วนข้ายังคงอยู่ใต้สะพานเพียงลำพังในชาติที่สอง


ชาตินี้ เขาตายในช่วงวัยหนุ่ม และเวลานี้กำลังรอคอยหญิงสาวผู้งดงามอยู่บนสะพาน เมื่อนางมาถึง ทั้งสองดื่มน้ำแกงระหว่างที่มือของพวกเขาสอดประสานกัน ชั่วขณะนั้น พวกเขาเป็นที่อิจฉาของวิญญาณบนสะพาน


ดวงตาของหญิงสาวประหนึ่งสายน้ำกระจ่างใสในฤดูใบไม้ร่วง เจิดจ้าดุจดวงดาวบนท้องฟ้า พวกเขาเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก


เขายังคงหล่อเหลาดังเดิม คิ้วได้รูปและร่างกายสมส่วน ทว่าผู้ที่เขากำลังโอบกอดอยู่ในขณะนี้ นางไม่ใช่หลีซุย


ใต้สะพานวันนั้น ข้าไม่อาจเปล่งเสียงแห่งความเศร้าเสียใจมิรู้วาย ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าในใจข้าเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด


ร่างกายข้าเต็มไปด้วยบาดแผล หัวใจข้าแทบทนรับไม่ไหว มันช่วยไม่ได้ที่เขาหลงลืมอดีตชาติของตนเอง


ข้ารอคอยจนกระทั่งชาติที่สาม ในที่สุดร่างก้อนหินของข้าก็สามารถรวบรวมพลังจิตวิญญาณได้เล็กน้อย ข้าแอบกระโดดขึ้นไปบนฝั่งแม่น้ำ ดีร้ายข้าก็กลายเป็นหินปีศาจสามร้อยปี


ชาตินี้เขาคือนายพล และได้ก่อความวุ่นวายบนสะพานอนิจจังเหตุเพราะภรรยาของเขา เขาปฏิเสธไม่ยอมดื่มน้ำแกงยายเมิ่ง ปฏิเสธการเข้าสู่วัฏสงสาร


บนคิ้วของเขาปรากฏความเศร้าหมอง มันเต็มไปด้วยอาการวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด เกิดอะไรขึ้นกับเขา? ผู้ใดทำให้เขาเศร้าเสียใจถึงเพียงนี้?


ยายเมิ่งถามเขา "ทำไมเจ้าไม่ดื่ม?"


เขากล่าวตอบ "ข้าไม่ต้องการลืมนาง"


ยายเมิ่งเห็นเช่นนี้จึงยิ้มบางๆ และชี้มาทางข้า "เจ้าเห็นก้อนหินนั่นหรือไม่?"


"ข้าเห็น"


"นั่นคือก้อนหินแห่งแม่น้ำลืมเลือน มันได้รวบรวมพลังจิตวิญญาณถึงสามชาติ หากเจ้าสลักชื่อของเจ้ากับคนรักลงบนหินก้อนนั้น พวกเจ้าจะยังได้เป็นคู่รักกันในชาติถัดไป"


ความสุขเต็มเปี่ยมในหัวใจข้าพลันมลายหายไป และข้าลงเอยด้วยบาดแผลทั่วร่าง


ข้าไม่ควรขึ้นมาบนฝั่ง ไม่ควรเลยจริงๆ


ข้าแค่อยากเข้าใกล้เขาอีกเพียงเล็กน้อย แค่อยากให้เขาเห็นข้า


บัดนี้ ข้าได้เข้าใกล้เขาแล้วจริงๆ บัดนี้ เขากำลังมองข้า


ทว่า


คนที่อยู่ข้างกายไป๋มู่เฉินไม่ใช่หลีซุย


ท่ามกลางก้อนหินในแม่น้ำลืมเลือนที่อยู่กับหลีซุยถึงสามชาติ ... ไม่มีไป๋มู่เฉิน


เวลานี้ สามร้อยปีได้ผ่านพ้น


เจ้าหลงลืมใบหน้าข้าไปแล้วหรือ?


ตามติดด้วยชาติที่สี่ พวกเขาทั้งสองยังคงเป็นคู่รักกัน ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงทิ้งชื่ออีกคู่ไว้บนตัวข้า และแย้มยิ้มชื่นบาน


ตรงหัวใจของข้าพอดี

พวกเขาสลักชื่อคู่กันเป็นครั้งที่สอง


กระแสน้ำในแม่น้ำลืมเลือนคล้ายปั่นป่วนเล็กน้อยในวันนั้น ทว่าก็ยังไม่สามารถชำระล้างชื่อของสองคนนั้น


ชาติที่สี่ ยุคสมัยที่สี่ สี่ร้อยปี ฉับพลันนั้น ข้าเกิดความรู้สึกเหมือนไม่ต้องการเห็นหน้าพวกเขาอีก


ดังนั้นข้าจึงกลับไปที่แม่น้ำ ซ่อนตัวจนกระทั่งชาติที่ห้า เมื่อทั้งสองทะเลาะเบาะแว้งและเลิกรากัน ถึงขนาดจบลงด้วยการสบถสาบานว่าจะไม่มีวันเจอกันอีก


ขณะอยู่บนสะพาน เขาคร่ำครวญถึงความเจ็บปวด ร่ำไห้ที่ยอดดวงใจทอดทิ้งเขา น้ำตาหลั่งไหลจากดวงตาเขา นั่นคือคำสาบานของเขาที่จะรักนางตราบชั่วชีวิต


เขากล่าวว่าหากไม่ได้ครองคู่กับนางในชาติต่อไป เช่นนี้ก็ขอตายดีกว่า เขาเลือกที่จะดับสูญ ดังนั้นจึงหันกลับ และกระโดดลงไปในแม่น้ำลืมเลือน


ข้าพุ่งเข้าไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน หัวใจข้าเจ็บปวดแสนสาหัส ทว่าข้าสามารถช่วยเขาได้ทันเวลา
สำหรับตัวเขา เขาอาจคิดว่าตนเองแค่หล่นลงบนก้อนหิน


ด้วยเหตุนี้ ตบะห้าร้อยปีที่ข้าสะสมระหว่างรอคอย มันถูกแลกเปลี่ยนกับชาติต่อไปของเขา


เป็นอีกครั้งที่เขาดื่มน้ำแกงยายเมิ่ง และเดินหน้าสู่การเกิดใหม่อีกครั้ง เขายังคงผูกสัมพันธ์กับนางต่อไป กระทั่งสัญญาว่าจะเป็นสามีของนางอีกหน!


สำหรับตัวข้า ตบะของข้าสูญสลาย ข้ากลับไปเป็นก้อนหินเหมือนเดิม!


ข้าอยากกรีดร้องตีโพยตีพาย ทว่าก้อนหินจะแผดเสียงได้เช่นไร? ข้าได้แต่เฝ้ามองพวกเขาก่อความรักขึ้นใหม่


ในที่สุดก็ถึงชาติที่หก ข้ารอคอยเขามาตลอดหกชาติ ทว่าคนทั้งสองยังคงหวนกลับมาด้วยรอยยิ้ม พวกเขายังเป็นคู่รักจนกระทั่งแก่เฒ่า พวกเขาเหยียบลงบนสะพานอนิจจังอีกครั้ง


ข้าเฝ้ามองคนสูงวัยคู่นั้นประคองกันและกันขณะก้าวผ่านสะพาน เขาใช้ไม้เท้าพยุงตัวระหว่างที่นางแย้มยิ้ม พวกเขาดุจดั่งภาพวาด ทิ่มแทงหัวใจและดวงวิญญาณข้าด้วยความทุกข์ทรมาน


และแล้วก็มาถึงชาติที่เจ็ด ยุคสมัยที่เจ็ด ยายเมิ่งปลอบประโลมข้าด้วยรอยยิ้ม "นี่เป็นชาติที่เจ็ด เจ้ามีพลังจะพูดคุยกับเขา เจ้าสามารถบอกเขาถึงความรักของเจ้า หรือกระทั่งสามารถตัดพ้อถึงความเจ็บปวดในหัวใจของเจ้า"


ถึงกระนั้น ข้าได้สูญสิ้นความสุขไปแล้ว


ข้ารักเขามาตลอดเจ็ดชาติ ยังจะสามารถกล่าวถึงความรักที่ข้ามอบให้เขาได้อย่างไร?


ในวันนั้น ข้ายิ้มอย่างงดงามและเอ่ย "ท่านยาย ขอชามน้ำแกงให้ข้า"


ยายเมิ่งยิ้มบางๆ และพยักหน้า


สุดท้ายข้ากลายเป็นมนุษย์ และก้าวลงบนสะพานอนิจจังเหมือนที่เขาเคยทำ จะอย่างไรเจ็ดร้อยปีได้ผ่านล่วงเลยในชั่วพริบตา เขาได้หลงลืมเกี่ยวกับตัวข้าจนหมดสิ้น


ดวงตาเป็นประกายคู่นั้น มีไว้สำหรับหญิงงดงามผู้นั้นเพียงคนเดียว มันทำให้วิญญาณก้อนหินปีศาจเช่นข้าริษยา ...


หวนคิดถึงความรักที่พวกเรามีให้แก่กันในครั้งนั้น มันถูกแม่น้ำลืมเลือนใต้สะพานกัดกร่อนไม่มีเหลือ กระแสน้ำได้ชะล้างความปรารถนาและความหวังของข้า


ข้ารอคอยมาตลอดเจ็ดร้อยปี ทว่าในเมื่อเขาเปลี่ยนไปแล้ว ข้าไม่มีสิทธิไต่ถามถึงคำสาบานที่เขาเคยให้ไว้ในชาตินั้น


ไม่ว่าข้าอยากอธิบายถึงเรื่องราวในวันนั้นเพียงใด หรือต้องการเปิดเผยความจริงให้เขารับรู้แค่ไหน

แต่รักของข้าช้าไปเสียแล้ว


ถึงกระนั้น ทำไมข้ารู้สึกถึงร่องรอยความไม่เต็มใจ?


ชามน้ำแกงอยู่ตรงหน้าข้า


ยายเมิ่งเอ่ยวาจาอย่างช้าๆ "หลีซุย เหลืออีกแค่ชาติเดียวเท่านั้น เจ้าจะสามารถระลึกความทรงจำ และสุดท้ายเจ้าจะสามารถเติมเต็มความฝัน ทำไมเจ้าไม่รอต่อ?"


ข้ายิ้ม "เพราะข้าปวดหัวใจ ข้าไม่อาจคร่ำครวญ ไม่อาจร้องไห้ ไม่อาจเปิดปากพูด มันทุกข์ทรมานยิ่งนัก"

หลังจากพูดจบ ข้ายกชามและดื่มน้ำแกงรวดเดียว


ข้าทิ้งถ้อยคำสุดท้าย


"พอดื่มน้ำแกงนี้ ชื่อที่พวกเขาสลักบนร่างกายข้าจะหายไปหรือไม่?"


ยายเมิ่งส่ายหน้า "เมื่อของแบบนั้นถูกสลักลงไป มันจะคงอยู่ตราบชั่วนิรันดร์"


บางทีอาจเพราะน้ำแกงต้องใช้เวลาสักพักจึงจะออกฤทธิ์ ด้วยเหตุผลบางประการ ข้ารู้สึกปวดใจจนทนแทบไม่ไหว และมันกำลังฉีกกระชากจากภายใน


ทำไม?


ข้าจดจำเขามาตลอดเจ็ดร้อยปี


เจ็ดชาติ เจ็ดยุคสมัย


ทำไมชื่อพวกนั้นต้องสลักบนตัวข้าชั่วนิรันดร์?


ตลอดกาล ...


เช่นนี้ มันจะไม่ดีกว่าหรือ หากทำให้วิญญาณของข้าสูญสลาย?


ดังนั้น ข้าจึงเหวี่ยงร่างตัวเองสู่แม่น้ำลืมเลือนอีกครั้ง


หากว่ามันลงเอยเช่นนี้


หากว่าข้าไม่สามารถครองคู่กับคนรักสืบต่อไป


หากข้าต้องอวยพรให้เขากับคนรักใหม่อย่างไม่รู้จบสิ้น


ถ้ามันเป็นอย่างนั้น ทำไมข้าไม่ใช้แม่น้ำลืมเลือนทำลายรอยแผล?


แม้ว่าวิญญาณของข้าต้องสูญสิ้นตลอดกาลก็ไม่เป็นไร


ทว่า ไม่นึกไม่ฝัน ...


ตอนข้ากระโดดลงไปในแม่น้ำ ข้าจะหล่นลงบนก้อนหิน


ข้าตะลึงงัน หินก้อนนี้ ทำไมคุ้นเหลือเกิน?


เมื่อลองคิดย้อนกลับไป เจ็ดชาติ เจ็ดยุคสมัยที่ผ่านมา มันยืนอยู่ข้างกายข้ามาโดยตลอด


"เจ้ากำลังคอยใครอยู่หรือ?"


ข้าเอ่ยอย่างช้าๆ ความทรงจำของข้าเริ่มเลือนรางขึ้นทุกที ราวกับความทรงจำทั้งหมดถูกพัดพาเอาไป กระแสความทรงจำค่อยๆ ลดน้อยลง ... และจิตใจของข้าว่างเปล่า ...


ช่วงเวลาที่ข้าลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่าง สุดท้ายข้าก็ได้ยินเขาเอ่ยปาก


"ในเมื่อเจ้าไม่รอคอยอีกต่อไป เช่นนี้ ข้าก็จะเลิกคอยเช่นเดียวกัน"


****

มันยากจะคาดเดาการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้


เจ้าจะรู้ได้อย่างไร หากวันข้างหน้าเจ้าร้องไห้แล้วจะไม่มีใครอยู่ข้างกาย?


เจ็ดร้อยปีก่อน


หญิงงามเมืองแห่งเมืองหลวงแต่งเข้าสู่ตำหนักขององค์รัชทายาท


องค์รัชทายาทรักนางจากก้นบึ้งของหัวใจ


เขายอมทำลายชื่อเสียงอันดีงามของตน ยอมละทิ้งตำแหน่งองค์รัชทายาทด้วยความตั้งใจของตนเอง


คนทั่วหล้าต่างรับรู้ถึงความรักที่เขามีให้แก่หญิงงามเมืองผู้นั้น เขารักนางอย่างยิ่งยวด จนคล้ายกับต้องมนต์สะกด


ทว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ...


ยามหญิงงามเมืองผู้นั้นลอบสังหารเขาเพื่อองค์ชายเจ็ด นางไม่ได้ฆ่าตัวตายหลังจากสังหารเขา


ดังนั้น เขาจึงสวมกอดนาง


กระบี่เล่มเดียว


แทงผ่านหน้าอกของพวกเขา


เขารู้ว่านางหลอกใช้เขา


ทั้งๆ ที่เขารู้ว่านางต้องการสังหารเขา


ทว่า ทำไมนางไม่ใส่แรงทั้งหมดในการปลิดชีวิต?


เขาถึงกับต้องช่วยเหลือนางจบการกระทำ


โชคดี


หลังจากนั้นบนฝั่งหนึ่งของสองฟากแม่น้ำ ใต้สะพานอนิจจัง ภายในแม่น้ำลืมเลือน


เขาเฝ้ามองนางตลอดเจ็ดร้อยปี


พอคิดถึงตรงนี้


เขาหลั่งน้ำตาอย่างเงียบๆ


.......


-จบ-

ผลงานทั้งหมด ของ sydneylove

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

27 ความคิดเห็น

  1. #27 Dilraba
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 00:14

    ทีแรกนึกว่าจะเศร้าที่หญิงงาม ดันมาเศร้าที่... ????????????????

    #27
    0
  2. #26 Switches (@Switches) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 17:40
    เศร้าอ่ะ ฮือออ
    #26
    0
  3. วันที่ 28 กันยายน 2562 / 02:08
    อ้าวเรื่องนี้ลบไปแล้วเหรอคะ
    #25
    2
    • 28 กันยายน 2562 / 09:43
      ยังไม่ได้จบนิค่ะ เปิดไม่ได้หรอ
      #25-1
    • 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:12
      ไม่เห็นเนื้อเรื่องน่ะค่ะ
      #25-2
  4. วันที่ 22 กันยายน 2562 / 20:52

    หน่วง ขอบคุณค่ะ
    #24
    0
  5. วันที่ 9 กันยายน 2562 / 17:28
    เราเห็นแต่รักของเรา
    #23
    0
  6. วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 02:24

    ... ไม่รู้จะพูดยังไงอ่ะ แต่ว่า...ฉันชอบนะ เรื่องนี้ ฉันชอบมันจริงๆ มันเป็นความรักที่ว่างเปล่าและเลือนราง แต่ในขณะเดียวกันก็หนักแน่นมั่นคง ยึดติดจนไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้ จะว่าไปแล้วก็เหมือนพวกเขากำลังวิ่งไล่ตามกันไปมาโดยไม่เคยหันไปมองข้างหลัง อันที่จริง มันก็ล็อกเป็นคู่ๆ อยู่แล้วล่ะนะ แต่ก็ อื้ม...รัชทายาท นายมาเงียบๆ แต่พระเอกมาก ฮ่าๆ

    #22
    0
  7. วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 23:28
    ชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #21
    0
  8. วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 23:23

    ซึ้งมากเลยค่ะเรื่องนี้ให้ข้อคิดอะไรหลายอย่างเลย

    #20
    0
  9. วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 19:53
    ขอบคุณค่ะ เข้าใจคำว่ายึดติดกับคนคนหนึ่ง เข้าใจคำว่าอย่ายึดติดกับคนคนเดียว
    #19
    0
  10. วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 01:00

    โอยยยย​ เศร้า
    #18
    0
  11. #17 Rie44 (@Rie44) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 21:11
    เศร้าาาาา
    #17
    0
  12. วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 03:47
    อ่านไม่ได้ค่ะ
    #16
    0
  13. วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 02:15
    อ่านไม่ได้ค่ะ
    #15
    0
  14. #14 BowlJung Sirichoksuriyasuk (@ztarplatinum) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 17:36
    โอ้วว หน่วงจัง

    สิ่งของบางอย่างล้ำค่า ใกล้ตัวดันมองไม่เห็น ไปไข้วคว้าสิ่งที่จับต้องไม่ได้

    ขอบคุณไรท์ ที่แปลให้อ่านคะ

    ^^
    #14
    0
  15. วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 15:46
    ทำไมอ่านไม่ได้แล้วคะ
    #13
    1
    • 11 พฤษภาคม 2562 / 16:10
      ผู้แปลเข้าอ่านได้ปกตินะคะ หรือเว็บเด็กดีจะมีปัญหารึป่าว
      #13-1
  16. วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 09:43

    ฮืออออออ
    #12
    0
  17. #11 Fafa12234 (@Fafa12234) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 21:11

    องค์รัชทายาทน่าสงสารอ่ะอยากให้คู่กับนางเอกจริงๆ
    #11
    0
  18. วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 19:57

    เศร้ามาก สำนวนกินใจ อ่านถึงบรรรทัดสุดท้ายแล้วร้องไห้ไปอีกชั่วโมงนึง​เลยอะ
    #10
    0
  19. วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 19:03

    โฮเศร้าละเกิน
    #9
    0
  20. วันที่ 29 เมษายน 2562 / 16:21

    รู้สึกร้อนๆหนาวๆเลยเจ้าค่ะ ชอบมากๆสะเทือนใจข้ายิ่งนัก

    #8
    0
  21. วันที่ 28 เมษายน 2562 / 15:16
    สั้นๆแต่ชอบมากค่ะแง อ่านแล้วจุกไปหมด ㅠ ㅠ
    #7
    0
  22. วันที่ 27 เมษายน 2562 / 22:25
    ฮืออออ
    #6
    0
  23. #5 Kira
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 17:37

    สงสารไท่จื่อ ไม่น่ารักหลีซุยเลย คิดผิดชีวิตก็เปลี่ยน????

    #5
    0
  24. วันที่ 25 เมษายน 2562 / 21:34
    สงสารองค์รัชทายาท ToT
    โฮฮฮฮฮฮฮฮ
    #4
    0
  25. วันที่ 25 เมษายน 2562 / 11:34
    เรื่องนี้ไม่สงสารหญิงงามหลี แต่สงสารองค์ไทจื่อ ความรักหนอความรัก เฮ้อ...
    #3
    0