คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย {} Fly

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ต.ค. 59 / 17:46


P.S  :  ก่อนอ่าน ...

คนเขียนแนะนำให้เปิดเพลงที่เป็นเสมือนแรงบันดาลใจในการแต่งฟิคตอนนี้คลอๆไปด้วย เพื่ออรรถรสที่เพิ่มขึ้นกว่า 70%

 {ฟิคตอนนี้  ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง  "Bird Set Free"  ของ  Sia  นะคะ}

 

 

 

 

 

 

 

 

ปีกที่ถูกตัดทิ้ง, ฉันคือสิ่งที่แตกสลาย


ฉันมีเสียงที่อยากจะเอ่ย แต่กลับไม่สามารถร้องบอกใครต่อใคร


คุณอาจจะทำให้ฉันร่วงตกลงไปได้


ถึงอย่างไรฉันจะต่อสู้ดิ้นรนต่อไปบนพื้นดิน


ความสูญเสีย, เส้นทางเต็มไปด้วยขวากหนาม


ฉันมีคำพูดที่อยากจะบอก แต่ก็ไม่สามารถบอกให้ใครรู้


คุณอาจจะฉุดดึงฉันให้ตกลงไปยังด้านล่างนั่น


แต่เวลานี้ฉันจะดิ้นรนบินขึ้นไปให้จงได้

 

 

 

 

             ….อืม  ร้องไห้อีกแล้วนะ ความรู้สึกแบบนี้วนเวียน ไหลวน ซึมซาบเข้าในกระแสเลือด แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งตัว

 

ความรู้สึก

 

ที่น่ารังเกียจ

 

 

 

       เจ็บปวดไปหมดทั้งตัว เจ็บจนอยากจะตายไปให้พ้นๆ

 

      น่าตลก…. หึ  น่าตลกจริงๆ    ตลกโชคชะตาที่แสนจะทุเรศทุรัง 

 

     เมื่อไหร่กันนะ เมื่อไหร่

 

     เมื่อไหร่ที่ลมหายใจโสมม….มันจะจบสิ้นลงสักที….

 

 

 

   “ เช็ดน้ำตาออกซะ เห็นแล้วฉันจะอ้วก

 

“…”

 

คนไร้ค่าแบบนาย  ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องไห้ออกมา…”

 

      กลิ่นฉุนของนิโคตินตลบอบอวลอยู่ในห้องแคบๆแห่งนี้   ท่ามกลางแสงไฟสลัวปรากฏเรือนร่างบอบบาง ไร้อาภรณ์ใดๆนอนทอดกายอยู่บนฟูกที่ปูวางบนเสื่อทาทามิ  ถัดไปจากนั้นมีชายหนุ่มร่างกำยำสมส่วน ใบหน้าคมเฉี่ยว ดุดัน นั่งขัดสมาธิด้วยท่าทางองอาจ หยิ่งผยอง  มีเพียงผ้าผืนเล็กๆปกคลุมร่างกายส่วนล่างเท่านั้น

        เด็กหนุ่มค่อยๆพยุงร่างกายที่ถูกชำเรา กระเสือกกระสนลากตัวเองไปให้ถึงชุดยูคาตะที่วางกองอยู่กับพื้นใกล้ๆกัน    ยูคาตะที่สกปรกเพราะมันถูกสวมใส่โดยตัวเขา สกปรก  คาวคลุ้ง  และโสมมยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้ว

 

        “อุ่ก…”

 

        ร่างบาง นุ่มนิ่มทว่าแปดเปื้อนไปด้วยน้ำคาวและร่องรอยห้อเลือด เขียวช้ำ  กระตุกเฮือกเพราะความเจ็บแปลบที่แล่นผ่านช่วงสะโพกของตนไป ลมหายใจเข้าออกสะดุดถี่  สลับหอบหายใจเฮือกใหญ่เอาอากาศเข้าปอดเพื่อรวบรวมแรงฮึดสุดท้ายที่มี ใช้ขยับร่างกาย

 

       หากบินไม่ได้ ตกลงมาบนพื้นก็จงวิ่ง

 

       หากวิ่งไม่ได้จงเดิน

 

       หากเดินไม่ได้จงคลาน

 

       หากคลานไปไหนไม่ได้

 

       ก็คงทำได้เพียงปล่อยตัวเองให้ตายอย่างไร้ค่าอยู่ที่นี่

       ต่อหน้าคนๆนี้  

 

       แก้วตาสีดำสนิท วาววับภายใต้แสงไฟสะท้อนภาพของเด็กหนุ่มกำลังสวมใส่ยูคาตะให้เรียบร้อย ริมฝีปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มพึงพอใจเมื่อได้เห็นนกน้อยที่ตัวเองเป็นเจ้าของกำลังยืนจัดการกับตัวเอง คราบน้ำตาที่เปื้อนและไหลอาบตามแก้มมันช่างเข้ากับเด็กคนนี้เสียจริง

 

          พรุ่งนี้ฉันจะไม่มาที่นี่ คงจะไม่ได้มาสักสองสามวันเห็นจะได้

          เสียงทุ้มต่ำ เย็นเยียบเอ่ยออกไป แววตาเย็นชาจ้องมองมือเล็กๆกำลังจัดแจงชุดยูคาตะให้ดูกลับมาสวยงามอีกครั้งหนึ่ง

 

          ครับ…”

 

          หนุ่มน้อยรับคำสั้นๆ เสียง ที่แทบจะถูกกลืนหายไปกับอากาศ  ปวดร้าวระบม  กระทั่งจะเปล่งเสียงออกมายังทำได้ยากเย็นราวกับมีก้อนหินขนาดมหึมาทับหน่วงอยู่ที่หน้าท้องของตน

          ชั่วขณะเดียว  ร่างกายกำยำ เปล่าเปลือย ก็ปราดมายืนอยู่ข้างหลัง ชายหนุ่มเอื้อมมือไปบีบเชยปลายคางของอีกฝ่ายขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนปูดบวมและช้ำชอก  แต่จำต้องมองร่างของตัวเอง ที่ถูกทาบทับโดยชายคนนี้ผ่านกระจกที่วางตั้งอยู่บนพื้นตรงหน้า

 

           “ นายเกิดมาเพื่อฉัน

 

          “….”

 

         “ นายเกิดมาเพื่อเป็นสมบัติของฉัน”    ชายหนุ่มกระซิบเสียงกระเส่า

 

         นายไม่ได้เกิดมาเพื่อมีชีวิตเป็นของตัวเอง นัมอูฮยอน

 

    “….”

 

   “ แต่นายเกิดมาเพื่อถูกฉันจองจำ"  

 

 

      "..."

 

 

 

      "ชีวิตนาย

 

 

 

   

 

 

                     “ เป็นของฉัน… ”

 

 

                                                                          XXXXXXXXXXXXXXX

 

 

 

      ผมชื่อ นัมอูฮยอน  เท่าที่จำความได้ ก็เติบโตมาในโรงน้ำชาแห่งนี้ คนที่นี่ต่างบอกกับผมว่าแม่ของผมเป็นโสเภณีอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เธอยังสาว  และหลังจากที่เธอคลอดผมได้สองเดือน ก็ตายจากไปเพราะโรคร้าย ไม่เหลือหลักฐาน หรืออะไรที่จะบ่งบอกได้ว่าที่คนเขาพูดมามันเป็นเรื่องจริง แต่ก็คงจริงอย่างนั้น เพราะตั้งแต่จำความได้ผมก็วิ่งเล่นอยู่ที่นี่เสียแล้ว

    วันเวลาผ่านไป ผมเติบโตขึ้น โตมาพร้อมกับสิ่งโสมมเหล่านี้  ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมจะโหยหาอิสระอย่างที่มนุษย์ทั่วไปพึงมีมากแค่ไหน แต่ก็มักจะถูกฉุดดึงลงมาสู่ขุมนรกแห่งนี้ทุกครั้ง

 

 

   รอยแผลที่เอวนี้  มาจาการพยายามหนีครั้งแรก

 

  รอยแผลที่ข้อมือ มาจากการพยายามหนีในครั้งที่สอง

 

  และรอยแผลที่สาม มาจาการถูกล่ามโซ่เอาไว้นานกว่าสามเดือน สามเดือนที่ผมต้องทนทุกข์กาย ทุกข์ใจจากการถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยวไม่ต่างกับสัตว์  ...ทุกข์ที่เคยชินกับมันไปซะแล้ว

 

 

                ‘  ถ้าพยายามหนีอีกแค่เพียงครั้งเดียว  ฉันจะฆ่าแกซะ..’

 

                 นั่นคือสิ่งที่เขาพูดกับผม  หรือว่าบางที

 

 

                                         การตายให้พ้นๆไปมันจะดีกว่าที่ผมมีชีวิตอยู่กันนะ ?

 

 

 

              นี่  คืนนี้มีร้องเพลงใช่มั้ย?

              แจฮี  เพื่อนเพียงคนเดียวของผม เธอมักจะร่าเริงเสมอแม้ต้องถูกจองจำอยู่ในสถานที่แห่งนี้

 

             อืม  เบื่อที่จะต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิงเหลือเกิน

 

              “คิก..”

              เธอหัวเราะขำๆให้กับท่าทางที่เบื่อหน่ายของผม

 

             นายเหมาะที่จะแต่งแบบนั้นนี่นา

 

             “ อิม แจฮี…”

 

             “ จริงๆนะ  นายเหมาะมากๆ  ดูผิวสีน้ำนมนี้สิ  แล้วก็ ดูดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นี้   เห็นมั้ย ทีนี้มาดูจมูกรั้นๆที่ฉันชอบ   ดูปากอิ่มที่ฉันแสนจะอิจฉานี่

 

           “ แต่ฉันเป็นผู้ชาย  ทำไมต้องพยายามยัดเยียด พยายามทำให้ฉันไม่เป็นฉัน

 

            ทำไม?....

 

           “ ก็แค่ตอนขึ้นร้องเพลงเท่านั้นล่ะนะอูฮยอน  ที่นี่ขาดนักร้องผู้หญิง ทุกคนต่างก็หันไปเป็นโสเภณีกันหมด เพราะมันได้เงินดีกว่า และออกไปไหนมาไหนกับแขกได้ นายเป็นแบบนี้ไม่ดีกว่ารึไง

           เธอพูดพร้อมกับแต่งหน้า และสวมใส่สร้อยคอเส้นสวยให้กับผม

 

 

           แจฮีเป็นโสเภณีที่อายุน้อยที่สุดในโรงน้ำชานี้  เพราะความน่ารักและสดใสของเธอจึงทำให้แขกส่วนมากหลงเธอ และเรียกใช้บริการเธออยู่บ่อยๆ แต่ก็มักมีโสเภณีคนอื่นที่เห็นว่าเธอเป็นที่โปรดปราณของแขก และเห็นว่าเธอเหมือนจะได้อภิสิทธิ์เหนือกว่าใครพากันเคียดแค้นและชิงชังเธอ ก็แค่เหมือนอ่ะนะ เพราะแท้จริงแล้วกลับกลายเป็นแจฮีต่างหากที่ต้องทรมานมากกว่าใคร บอบช้ำมากกว่าใคร พากันเคียดแค้นและชิงชังเธอ

 

          เสร็จแล้ว  ว้าว สวยจังนะอูฮยอนจัง

 

          “ พอเถอะน่า…” 

          ผมยืนขึ้น และเตรียมตัวที่จะออกไปขับขานบทเพลงแห่งค่ำคืนที่ยาวนานนี้  ถึงแม้ในคืนนี้จะเหมือนๆทุกคืนที่ผ่านพ้นมา  แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ยังทำให้ผมหายใจบนโลกที่แสนทุเรศทุรังนี้ได้ก็คือเสียงเพลง

          ช่วงเวลา ที่แสงไฟสาดส่องลงมาที่ผม   มันสวยงามราวกับแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาจากฟ้า  กลุ่มควันจากเครื่องทำไอน้ำ เปรียบเสมือนปุยเมฆที่ลอยผ่านนกตัวน้อยๆที่กำลังบินและขับขานบทเพลงที่แสนไพเราะ  ช่วงเวลาที่ผมร้องเพลงอยู่บนเวที ราวกับผมได้อิสระและหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง

 

                  ช่วงเวลานั้น….ช่วงเวลาที่ผมเป็นผม  ช่วงเวลาที่ผมเป็นนัมอูฮยอนช่วงเวลาที่ไม่ต้องสนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว ช่วงเวลาที่มีแค่ผม อิสระ  และเสียงเพลง…..

 

 

          สองทุ่มแล้ว ฉันไปล่ะนะ มีแขกจองตัวเอาไว้

 

          “อืม ขอบใจนะ สำหรับทรงผมสวยๆ

 

          ผมพูดแกมประชดนิดๆ ใครจะไปอยากทำทรงนี้กันล่ะ

 

         อื้ม  ไว้เจอกันนะ

         หลังจากนั้นเธอก็หายตัวออกไปจากห้องแต่งตัวนี้ทันที ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ละทิ้งความกังวลทุกอย่างออกไป

          นับแต่วินาทีนี้ผมจะร้องเพลงเพื่อตัวเอง   และจะร้องเพลงเพื่อความรักที่มีต่อแจฮี  เพื่อความรักที่ผมโหยหาและเพื่ออิสระ ถึงหากมีวันไหนแม้เสียงจะแหบหาย หรือเพี้ยนไป แต่ผมก็จะกู่ก้องร้องตะโกนออกมาให้สุดเสียง เพื่อที่ผม จะได้สัมผัสกับอิสระจากการถูกจองจำอีกครั้ง

 

 

 

ฉันจะไม่สนอีกต่อไปแม้ว่าฉันจะร้องเพลงผิดเพี้ยน


ฉันจะออกตามหาตัวตนที่แท้จริงในท่วงทำนองของฉัน


ฉันจะร้องเพลงเพื่อความรัก, ฉันจะร้องออกมาเพื่อตัวฉันเอง


ฉันจะกู่ร้องให้เหมือนกับนกที่ได้รับอิสระ


ไม่ ฉันไม่สนอีกแล้วแม้ว่าฉันจะร้องเพลงผิดเพี้ยน


ฉันจะออกตามหาตัวตนในท่วงทำนองของฉัน


ฉันจะร้องเพลงเพื่อความรัก, ฉันจะร้องออกมาเพื่อตัวฉันเอง


ฉันจะกู่ร้องให้เหมือนกับนกที่ได้รับอิสระ

 

 

 

 

 

                                                                                 XXXXXXXXX

 

 

            ผมใช้ชีวิตอย่างลืมวัน ลืมคืน  ทุกๆวินาทีผ่านไปอย่างทุกข์ทรมานสลับกับช่วงเวลาที่มีความสุขเล็กๆน้อยๆยามผมยืนอยู่บนเวที ทว่าไม่มีอะไรที่จีรังและยั่งยืน ชีวิตที่เหลวแหลกไร้ค่านี้จะมีใครคิดว่ามันสามารถตกต่ำทุกข์ทนได้มากไปกว่านี้อีก  นรกที่อยู่เหนือนรกเป็นอย่างไร ผมได้รู้เมื่อผมได้เจอกับผู้ชายคนนั้น

 

 

 

                           คิม ซองกยู

 

 

         ค่ำคืนหนึ่งในฤดูหนาว หลังจากที่ผมขึ้นร้องเพลง เจ้าของโรงน้ำชาให้คนมาพาผมไปจากห้องแต่งตัว

       ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจอะไร แต่เมื่อไปถึง เบื้องหน้าของผมคือเขาคนที่เปลี่ยนชีวิตผมจากสีเทาให้เป็นสีดำ  ตลอดกาล

 

             เด็กยังไม่เคยผ่านมือใครเลยนะคะ ทำแต่งานอยู่หลังโรงน้ำชา พอตกกลางคืนถึงมาร้องเพลง ส่วนใหญ่ที่รู้กันคือที่นี่จะให้ผู้หญิงบริการค่ะ ถ้าจะซื้อบริการจากเด็กผู้ชายต้องอีกโรงน้ำชานึง

 

             ‘…’

 

             แววตาวาวโรจน์ จาบจ้วงคู่นั้น ผมจำได้ไมมีวันลืม

 

            แหมจริงๆก็แอบเสียดายอยู่เอาการเลยนะ  เด็กนี่ทั้งร้องเพลงเพราะ แต่งเป็นผู้หญิงล่ะก็สวยจนสาวๆที่นี่เทียบไม่ติด ถ้าคุณจะซื้อไว้เป็นสมบัติของตัวเองเพื่อเอาไว้ใช้งานคนเดียวล่ะก็…’

 

 

           ‘คิดเท่าไหร่

 

 

           ‘อุ๊ยลองเสนอมาหน่อยสิคะ’   เธอดูดีอกดีใจจนเนื้อเต้น

 

         หลังจากตกลงค่าตัวกันได้ จนเจ้าของโรงน้ำชาพอใจ เธอก็รีบลนสั่งการให้ผมไปนั่งกับเขา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหนึ่งชีวิตของผมนี้แลกเป็นเงินได้เท่าไหร่  ไม่รู้ว่าเจ้าของโรงน้ำชาคิดค่าเลี้ยงดูผมมาตลอดชีวิตกับคนที่ชื่อซองกยูนี้เท่าไหร่  ไม่รู้ว่าอิสระของผมถูกซื้อไปในราคาเท่าไหร่

 

         แต่การถูกจองจำที่ยิ่งกว่าการจองจำ ความทุกข์ทนที่ยิ่งกว่าความทุกข์ทน

                 ผมได้สัมผัสกับมันก็เพราะเขา….

 

        สาเหตุที่ทำไมผมถึงยังได้อยู่ที่นี่ต่อ ก็เพราะที่นี่ยังขาดคนร้องเพลง และผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการที่ผมจะยังคงร้องเพลงอยู่ที่นี่ เขาไม่ แม้แต่จะแยแสอะไร  เพราะเขาเองก็ไม่ยินดีและไม่เต็มใจที่พาผมออกไปอยู่ที่อื่นเหมือนกัน  

        ได้ยินมาว่าเขาเองเป็นมาเฟียที่คุมประเทศแถบเกาหลีใต้ไว้หมด  องค์กรของเขาเป็นองค์กรใหญ่ ทำทุกสิ่งที่ผิดกฎหมาย เริ่มตั้งแต่ค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติด ไปจนถึงค้าอาวุธสงคราม

        มันจึงไม่แปลกอะไร หากเขาจะแค่ใช้เศษเงินซื้อใครสักคนเอาไว้บำเรอความต้องการในเรื่องอย่างว่า

        และก็ไม่แปลกหากว่าผมจะเป็นแค่หนึ่งในคนที่เขาถูกใจนิดหน่อยและซื้อเอาไว้เป็นของใช้ส่วนตัว

 

        ‘ ชื่ออะไรรึ นายน่ะ

         ประโยคแรก ที่เราคุยกัน มันช่างแสนธรรมดา ซื้อกันมาตั้งแพง ก็น่าจะถามอะไรที่ดีกว่านี้หน่อย

 

         นัม อูฮยอน   ครับ…’

 

        ‘ งั้นรึ ชื่อเพราะดี

 

        ‘…’

 

       ‘จากนี้ไปนายเป็นของฉันแล้ว  เป็นของฉันแค่คนเดียว เข้าใจข้อนี้มั้ย?

 

       ‘….’

 

       อยากไปจากที่นี่  หรือยังอยากร้องเพลงอยู่ที่นี่กันล่ะ หืม?

 

       เจ้าของโรงน้ำชาบอกกับผมว่า มันดีกับตัวผมที่เป็นแบบนี้ ผมไม่ต้องรับแขกคนอื่นอีกเลยไปตลอดจนกว่าคุณซองกยูจะเบื่อ หรือไม่ ก็จนกว่าวันที่เขาไม่ต้องการผมแล้ว

         อย่างน้อย เพื่อให้ผมยังหายใจอยู่ได้ ก็ต้องขอบคุณเขาที่ไม่บังคับให้ผมต้องเลิกร้องเพลง

 

    อยากร้องเพลงอยู่ที่นี่ครับ

 

        ใช่….ในเมื่ออย่างไรก็ไม่มีวันหนีไปไหนได้  ในเมื่อต่อให้พยายามบินให้สูงเท่าไหร่ก็ถูกฉุดลงมาบนพื้นดินทุกครั้ง ก็อยากขอมีความสุขกับการร้องเพลงในนรกนี่ก็แล้วกัน

 

        คืนนั้นคืนแรกที่ผมถูกเขาย่ำยี ทั้งร่างกาย  และจิตใจ  คิมซองกยูชอบให้ผมใส่ชุดยูคาตะเวลาที่ต้องรองรับอารมณ์ป่าเถื่อนของเขา  ระหว่างที่เราร่วมเพศกันเขาทำราวกับผมเป็นแค่หุ่นขี้ผึ้งที่ไร้เลือดเนื้อ รสนิยมทางเพศและเซ็กซ์ที่รุนแรงทำให้ผมกลัวและคิดว่าตัวเองคงตายในคืนนี้แน่ๆ  ผมบอบช้ำไปหมดทุกส่วน  กรีดร้องจนสุดเสียง แต่ก็ไร้ซึ่งความปราณีใดๆจากเขา  หยดน้ำสีข่าวขุ่นไหลออกจากตัวเขา สู่ข้างในตัวผม  เป็นอย่างนั้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผมหมดสติไป

 

         รุ่งสางของวันถัดมา  ผมตื่นมาเพราะแจฮีค่อยๆเอาผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดไปตามร่างกายที่เหมือนถ้าแตะอีกเพียงครั้งจะแตกสลาย  เธอพยายามไม่มองผมเหมือนที่มองทุกครั้ง  น้ำตาของเธอเอ่อท้น อาจเป็นเพราะเธอสงสารผมก็เป็นได้ เราไม่ได้พูดอะไรกัน เธอไม่พูด ผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเช่นกัน

 

        หนึ่งอาทิตย์ให้หลังจากนั้น ผมเจอเขาอีกครั้ง เขามาที่นี่ ท่าทางหงุดหงิด ไม่พูดอะไร ทำแค่ไปรอผมที่ห้องเพราะผมยังไม่ลงจากเวที   เมื่อผมเปลี่ยนชุดเป็นยูคาตะและกำลังจะถอดวิกผม เขากลับสั่งให้ผมใส่มันอยู่แบบนั้น  แววตาที่ราวกับจะทำลายผมให้แหลกจดจ้องมองมา และเขาก็กระทำกับผมแบบที่ไม่ต่างจากวันที่เราเจอกันในคืนแรก พร้อมพร่ำบอกกับผม ว่าผมเป็นแค่ทาสเซ็กซ์ของเขา ถ้อยคำดูถูก คำสบถต่างๆกรีดแทงลึกเข้ามาจิตใจของผม  เขาพูดว่าผมก็เป็นแค่สิ่งของที่เขาจะหยิบมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ เป็นเครื่องรองรับอารมณ์ของเขา เป็นแค่คน

 

 

                              ….ที่ใช้เศษเงินแลกมา

 

         วันเวลาผ่านไปและผ่านไป  วนเวียนอยู่แบบนั้นกว่าปีครึ่ง  ร่างกายและหัวใจของผมชินชา เฝ้าคิด ว่าเมื่อไหร่ที่วงจรความโสมมนี้จะจบสิ้นลง   เมื่อไหร่ที่ผมจะได้เจอกับความสุขที่แท้จริง ที่แม้สักครั้งในชีวิตนี้ยังไม่เคยได้พบเจอ ความรักแท้จริง ความอบอุ่นและไม่ต้องหวาดกลัวเป็นยังไง หัวใจที่ถูกปลอบโยนเป็นยังไง  การถูกมองด้วยแววตาที่ราวกับว่าเราเองก็เป็นมนุษย์คนนึงมันเป็นยังไง 

 

                               มันเป็นยังไงกัน……

 

 

       อยากหลับตา และจากโลกบิดเบี้ยวใบนี้ไปเพื่อพบกับสิ่งเหล่านั้นเหลือเกิน

 

      บางที…..ความตาย   อาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ผมได้โบยบินออกไปจากที่นี่ด้วยปีกของตัวเองเพื่อไปพบกับความสุขและอิสระนั้นจริงๆก็เป็นได้

 

               ปลายทางของความเจ็บปวดที่ผมต้องเผชิญตลอดมา อาจเป็นความสุขที่บางเบา ไม่หนักอึ้งเกินจะแบกรับไหวแบบนี้ 

 

 

              ผมไม่อยาก ตาย อยู่แบบนี้  ผมอยาก มีชีวิตอยู่  

 

 

                ผมจะไม่ยอมตาย  ผมจะต้องมีชีวิตอยู่

 

 

               บางทีคงถึงเวลาแล้วที่ผมจะ….

 

 

 

 

                                 โบยบินออกจากกรงขังนี้เพื่อไปมีชีวิตที่เป็นชีวิตของผมจริงๆสักที….

 

 

 

 

                                                                        XXXXXXXXXXXXX

         

 

 

นะคะ  ได้โปรด  ฉันไม่เคยขอร้องอะไรคุณเลย แค่ครั้งนี้ ครั้งเดียว

 

 

“  แจฮี   นี่  มันไม่อยู่ในข้อตกลงของการที่ฉันพาเธอออกมานะ ฉันไม่ได้ซื้อเธอมาเพื่อให้เธอมาขออะไรที่ไม่เข้าท่าแบบนี้

 

 

  ได้โปรดนะคะคุณ   ได้โปรด…”

 

 

เฮ้อแค่แปบเดียวนะ ถ้าฉันเรียกให้ขึ้นรถ ก็ต้องมาทันที

 

 

ค่ะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ  ขอบคุณเหลือเกิน

 

 

           

               ชายหนุ่มมองตามหญิงสาวร่างเล็กที่รีบร้อนลงไปจากรถพร้อมดอกไม้สีขาวหนึ่งดอก เธอไม่รอช้าตรงดิ่งไปที่สะพานเหล็กที่ทอดโค้งอยู่เหนือแม่น้ำใกล้ๆกับสถานที่ที่เธอเพิ่งถูกพาตัวออกมา  มือเล็กๆค่อยๆหย่อนดอกไม้สีขาวให้ร่วงลอยหล่นลงสู่พื้นผิวของแม่น้ำสายนี้

 

 

              สายตาของเธอเปี่ยมสุข

 

 

 

             รอยยิ้มของเธอช่างดู ยินดี….

 

 

 

 

 

 

 

       

 

 

                            ‘  อูฮยอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                      ฉันมาหานายแล้วนะ…’

 

 

 

 

 

                                                                                                                             -END-

 

 

                   

ผลงานอื่นๆ ของ เสี่ยวหมาน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 08:35
    งื้ออออออ ทำไมมันจุกจัง

    #3
    0
  2. วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 19:35
    กรี๊ดดดดดดดดด มันหนักอยู่ที่อกเลย อ่านไปพร้อมฟังเพลงไปด้วยอารมณ์เต็มเลย

    ถ้าอยู่แล้วมันทุกข์ก็ขอจากไป ไปในที่ๆเราเป็นอิสระได้ดีกว่า อูฮยอนอ่า 


    # ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเรื่องยาวซะอีก เขียนเป็นเรื่องยาวเถอะค่ะ หรือจะต่ออีกพาสที่เป็น
    เรื่องของทางพี่กยูบ้างก็ได้ พรีสสสสสสสสสสสส 
    #2
    0
  3. #1 rayfa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 19:20
    โอโห้ เจ็บแทนเลยจริงๆ
    #1
    0