ครั้งหนึ่ง ณ คุนหมิง

ตอนที่ 8 : ตอนจบ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    21 พ.ย. 62

คืนสุดท้าย...กับหัวใจที่แตกสลายทั้งสองดวง

 

เซียงหลานใช้เวลาทั้งวันเพื่อจัดกระเป๋าและเตรียมข้าวของต่างๆด้วยหัวใจที่แตกสลาย พอจากกับหวังหย่ง กลับมานั่งเก็บข้าวของในห้อง น้ำตาก็พาลไหลรินออกมาไม่ยอมหยุดหย่อนอีกเช่นเคย

เธอรักเขามากจนตัวเองนึกไม่ถึง

มัวแต่หลงละเมอเพ้อฝันจนลืมเผื่อใจนึกถึงความเป็นจริง ยังไงสักวันเธอและเขา ต้องจากกันอยู่ดี สองเพื่อนสาวนั่งปลอบนั่งชวนคุยตลอดทั้งวัน เพื่อให้เธอบรรเทาความคิดถึงเขาลงได้บ้าง 

ช่วงเย็นเซียงหลานกับซิ่วอิงและเหม่ยหลิวออกไปเดินหาซื้อของฝากเพื่อหอบกลับไปฝากครอบครัวที่ประเทศไทย เดินจนมืดค่ำ กว่าจะกลับถึงที่พักก็ปาไปสองทุ่มกว่า เซียงหลานรีบอาบน้ำแต่งตัว เธอตัดสินใจจะไปหาเขาอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาคงไม่มาให้เห็นหน้า แต่ก็ยังไปด้วยความหวังเพียงน้อยนิด

เซียงหลานโทรบอกเตี๋ยหรงว่าเธอจะไปรอเฉิงฟงที่ด้านล่างอพาร์ทเม้นท์อีก แต่เขาเสนอไอเดียที่ดีกว่า เพราะเขารู้ว่าช่วงนี้เฉิงฟงคงไม่กลับไปยังอพาร์ทเม้นท์แน่ เตี๋ยหรงบอกหญิงสาวให้มารอเฉิงฟงที่ทำงาน เพราะเขาจะเข้างานกะดึก ตั้งแต่สี่ทุ่มไปจนถึงตีห้า 

ด้วยความคิดถึงและอยากเจอเขาอีกครั้ง เธอจึงต้องทำตัวหน้าด้านหน้าทนออกไปหาเขาถึงที่ทำงาน ทำไมถึงทำตัวได้ไร้ค่ามากถึงเพียงนี้ หญิงสาวครุ่นคิดตลอดทางที่นั่งรถไปหาเขา 

เมื่อถึงที่ทำงาน เตี๋ยหรงให้หญิงสาวนั่งรอในห้องพักพนักงาน มีพนักงานหนุ่มสองสามคนที่เดินเข้ามาเก็บของ ก่อนออกไปทำงาน พวกเขาพูดทักทายเธอบ้างตามมารยาท ทุกคนต่างเป็นเพื่อนกับเฉิงฟง เตี๋ยหรง และหวังหย่ง ทำให้ต่างก็พอได้ยินเรื่องราวเธอมาบ้าง เซียงหลานนั่งรอเขาอยู่แบบนั้นจวบจนสี่ทุ่ม และแล้วเขาก็โผล่ออกมาในที่สุด...

...คิดถึงเหลือเกิน...คำแรกที่โพล่งเข้ามาในความคิด อยากวิ่งเข้าไปโอบกอดเขาไว้ เช่นทุกครั้งที่ได้เจอกัน ไม่ว่าเขาจะโกหกเธอว่าอย่างไร เธอพร้อมจะเชื่อเขาทุกอย่าง 

ความรักนี่ช่างทำให้คนตาบอด โง่งมและหลงมัวเมา... 

ดวงหน้างามเปื้อนยิ้มทันทีที่เห็นเขา แววตาเศร้าสร้อยวาววับขึ้นมาฉับพลัน “เฉิงฟง” เธอร้องเรียกหาเขาด้วยความคิดถึงระคนดีใจ 

แต่ท่าทีของชายหนุ่มกลับดูไม่ดีใจที่ได้เจอเธอเลย สีหน้าท่าทางเย็นชาราวกับไม่เห็นเธอในสายตาสักนิด 

“มาทำไม” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ไม่แสดงความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น 

ความรู้สึกเสียใจพลุ่งขึ้นมาในเสี้ยวนาที เซียงหลานรู้สึกเจ็บจนจุก...กับคำพูดทักทายคำแรกของเขา ช่างเย็นชา ห่างเหิน คงรำคาญเธอมากสินะ “มาหาคุณค่ะ” เธอตอบเสียงสั่น

“รู้เรื่องจากเตี๋ยหรงแล้วไม่ใช่รึ” เขาถาม 

“ใช่ค่ะ แต่ฉันอยากฟังจากปากคุณมากกว่า” 

“ผมไม่มีอะไรต้องพูด คุณกลับไปเถอะ ผมมีงานต้องทำ” พูดจบก็หันหลังเตรียมจะเดินกลับออกไป

หากยังฝืนยืนตรงนี้...เขาต้องใจอ่อนและรั้งเธอไว้ นั่นจะยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก หลายวันมานี้เขาพยายามเหลือเกินที่จะไม่ติดต่อเธอ เขาต้องทำใจแข็งแค่ไหน กว่าจะผ่านแต่ละวันไปได้ จะให้มาพังลงตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด

เขาหลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้าเธอมาตลอด ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกเธอไปมากกว่านี้ อยากให้ความทรงจำสุดท้ายเป็นความทรงจำดีๆ ในคืนสุดท้ายที่ลี่เจียง ไม่ใช่ที่นี่ คืนนี้ แต่หญิงสาวกลับดั้นด้นมาหาเขาถึงที่นี่ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนตัวดี 

เซียงหลานที่เห็นเขากำลังจะก้าวเท้าเดินออกไป รีบวิ่งเข้าไปกอดเขาไว้จากด้านหลัง เธอทนเห็นเขาจากไปแบบนั้นไม่ได้ 

“คุณไม่ต้องพูดอะไรก็ได้” เธอกอดเขาแนบแน่น คนตัวเล็กเริ่มตัวสั่น กลั้นน้ำตาจะไม่ไหวเต็มทน เธอไม่อยากร้องไห้ ให้เขาต้องมองเธออ่อนแอกว่านี้ 

เหมือนคนตัวโตจะรับรู้ได้ถึงอาการเหล่านั้น เขารีบหันกลับมา “เซียงหลาน” เสียงนั้นอ่อนลงมาก แววตาเย็นชากลับกลายเป็นความห่วงใย แต่เพียงเสี้ยวนาทีเขากลับไปเยือกเย็นดังเดิม ในเมื่อเขาตัดสินใจจะทำแบบนี้แล้ว เขาต้องเข้มแข็งมากพอที่จะทนเห็นน้ำตาเธอได้ ชายหนุ่มรีบแกะมือหญิงสาวออกห่าง 

หากเธอกอดเขาไว้นานกว่านี้ เขาคงใจอ่อนแน่ “ถ้าร้องไห้ ก็อยู่ให้ห่างจากตัวผมซะ รำคาญ” 

เพียงเท่านั้น น้ำตาที่อดทนกลั้นมาทั้งวันไหลรินลงอาบแก้มนวลอย่างไม่อาจหักห้าม พลันรู้สึกเจ็บร้าวในอกราวกับมีเข็มนับร้อยทิ่มแทงอยู่ หยาดน้ำแห่งความสะเทือนใจรินไหลไม่หยุดหย่อน แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมาจากเรียวปากบางเล็ก เธอมองเขาด้วยแววตารวดร้าวเกินจะทนไหว 

“แค่กอดคุณ ยังทำไม่ได้เลยเหรอคะ” เธอพูดแต่ไร้เสียงสะอื้นไห้ มีเพียงน้ำตาที่ร่วงรินไหล “ช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน มันเปลี่ยนคุณไปได้มากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือคะ” 

ได้โปรดเถอะ เซียงหลาน หยุดร้องไห้เสียที หัวใจเขาแทบทนจะไม่ไหว อยากดึงร่างบางเข้ามาปลอบโยนใจแทบขาด แต่ก็ทำไม่ได้ เขาจะให้ความหวังกับเธอแบบนั้นไม่ได้ “เวลาไม่ได้เปลี่ยนผม แต่นี่เป็นตัวตนของผมตั้งแต่ต้น แค่เพียงเพิ่งจะแสดงออกตอนนี้เท่านั้นเอง” 

“ตัวตันที่แท้จริง?” หญิงสาวไม่อยากจะเข้าใจคำนี้ เธออยากจะโกหกตัวเองว่าคนใจร้ายคนนี้ไม่ใช่เขา หรือบางครั้งการที่เธอไม่มาเจอเขา แล้วให้ความทรงจำดีๆ จบลงในคืนนั้นที่ลี่เจียงคงจะดีกว่า เซียงหลานไม่อาจยอมรับได้ “ไม่จริงหรอก คุณโกหก” 

“คุณต่างหากที่โกหกตัวเอง คุณผู้หญิง” เขาเรียกเธออย่างเหินห่าง 

เซียงหลานใส่หัวไปมา อย่างรับไม่ไหวกับความจริงข้อนี้ “ถ้านี่เป็นเรื่องจริง งั้นคุณช่วยโกหกฉันอีกครั้งได้ไหมคะ ว่าคุณรักฉัน โกหกฉันมาสิคะ” เธอพร่ำพูดอย่างคนบ้าคลั่งที่ไม่ยอมรับความจริง 

“ผมจะไม่โกหกคุณอีกแล้ว ฟังให้ดีแล้วจำให้ขึ้นใจ” เฉิงฟงจับไหล่บอบบางขึ้นให้เธอมองหน้าเขา สองมือบีบไหล่บางแน่น “ครั้งแรกที่เดินเข้าไปทักคุณ เพราะผมถูกใจในความสวยของคุณ แต่นั่นก็ทำให้ผมหลงระเริงไปชั่วขณะ ยังไงคนสวยก็สู้คนที่รักไม่ได้อยู่ดี ผมยังไม่เคยบอกรักคุณเลยด้วยซ้ำ” 

สองมือบางยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นไห้อย่างสุดความสามารถ น้ำตาไหลรินเรื่อยๆไม่ขาดสาย ความเจ็บปวดรวดร้าววิ่งแทรกเข้ามาในทุกอณูของร่างกาย จนทำให้หญิงสาวรู้สึกเจ็บไปหมด เจ็บจนกระทั่งหัวใจมันชา และไร้การรับรู้ไปชั่วขณะ เจ็บจนแทบไม่รู้สึกถึงอะไรเลย รู้แค่ว่าเธอหายใจไม่ออก 

เจ็บปวดจนแทบจะสิ้นลมหายใจ

เธอมาที่นี่เพื่อหวังได้เจอเขา ได้ฟังคำว่ารักและกอดลากันอย่างมิตร หรือเขาจะโกหกเธอยังไงก็ได้ เธอพร้อมจะรับฟังและเชื่อในทุกคำพูดของเขา แต่เขากลับพูดความจริงออกมาทั้งหมด 

แม้แต่คำโกหกสั้นๆ ว่ารักเธอ เขายังไม่ยอมพูดมันออกมา...เซียงหลานมองเขาอย่างตัดพ้อ

“คิดให้ดีนะ ต่อให้ผมไม่มีใคร เรื่องราวความรักของเราก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี รักทางไกลนะเหรอ? ตลกสิ้นดี ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก จะหวานกันได้นานแค่ไหนเชียว หนึ่งปีจะถึงหรือเปล่ายังไม่รู้เลย ผมต้องการคนที่อยู่เคียงข้างผมได้ ไม่ใช่รักทางไกล ที่เป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน นี่ชีวิตจริงนะ” เขายิ่งพูดจาเพื่อบั่นทอนจิตใจหญิงสาว เพราะนั่นคงทำให้เธอเกลียดเขาและตัดใจได้ง่ายขึ้น 

โง่เง่าสิ้นดี! ต้องเป็นคนแบบไหนกันถึงกล้าทำร้ายหัวใจของคนที่รักได้ เฉิงฟงกำหมัดแน่น...แต่เขารักเธอมากเกินกว่าจะเก็บเธอไว้ เขาคาดหวังอยากให้เธอลืมเขาและใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่ต้องยึดติดกับคนแบบเขา เพราะเขาไม่มีทางเลือกมากนัก 

ก็จริงดังที่เขาพูด เรื่องระหว่างเธอและเขาไม่มีทางเป็นไปได้หรอก...

“ถ้าเรื่องของเราเป็นไปไม่ได้ แล้วคุณเดินมาทักฉันตั้งแต่ทีแรกทำไม ทำไมไม่ปล่อยฉันไป” เสียงนั้นเบาจนเขาแทบจะไม่ได้ยิน 

เฉิงฟงทนดูหญิงสาวยืนหลั่งน้ำตาแบบนั้นแทบไม่ไหว น้ำตาของเธอกลับเป็นเหมือนน้ำกรดที่หยดลงบนหัวใจของเขา ยิ่งเห็นเธอเจ็บปวด เขายิ่งรวดร้าว ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บแสบไปถึงข้างใน แต่เขาก็ต้องแสดงให้เธอเห็นว่าเธอควรตัดใจ 

“ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเลยมาไกลขนาดนี้”

น้ำเสียงนั้นนิ่งจนคนฟังแทบทนฟังไม่ไหว เขาเฉยชาได้มากถึงเพียงนี้เชียวหรือ หัวใจดวงน้อยแตกสลายไม่เหลือชิ้นดีอีกแล้ว

“ไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้” เธอทวนคำนั้นอย่างคนที่ใจแตกสลาย ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมีค่ากับเขาแค่นั้นใช่ไหม แค่คนคั่นเวลา ที่ใช้เพื่อประชดแฟนตัวเองเท่านั้นหรือ? เขาทำได้ยังไง ทำให้รักแล้วทิ้งไปแบบไม่เหลือเยื่อใย...

เธอรักเขามากเหลือเกิน...แต่ เขา กลับเห็นเธอเป็นเพียงคนคั่นเวลา

“ใช่ เมื่อรู้ความจริงแบบนี้แล้ว คุณกลับไปเถอะ ผมสายมากแล้ว” 

“ขอบคุณที่พูดความจริง อย่างน้อยก็ทำให้ฉันรู้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา มันไม่มีความหมายอะไรกับคุณเลย” เซียงหลานมองตาเขาอย่างอาลัยอาวรณ์เป็นครั้งสุดท้าย “แต่ฉันก็ยังรักคุณอยู่ดี” น้ำตาหยดสุดท้ายหล่นร่วงลงเปาะ เธอปาดมันออก แล้วยิ้มให้เขา “ฉันลาแล้วนะคะ โชคดีค่ะ” 

เฉิงฟงเบือนหน้าหนี ไม่แม้แต่จะยอมมองหน้าหรือสบตาเธอ...เขากล้ำกลืนความเจ็บปวดนั้นลงไป เก็บมันไว้ให้ลึกที่สุด เขากลัวเหลือเกิน กลัวเธอจะรู้ถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ในแววตาเขา 

แม้แต่หน้ายังไม่อยากมองเลยหรือ...ทำไมถึงรู้สึกรวดร้าวได้มากเพียงนี้ รำคาญกันมากเพียงนี้เชียว? เธอนี่โง่งมสิ้นดี เซียงหลานหมุนตัวเดินออกไปด้วยหัวใจที่แหลกสลาย

เธอปลายตามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย...เขาไม่แม้แต่จะหันมองมา

ทำไมถึงเจ็บเหลือเกิน...เจ็บจนแทบทนไม่ไหว

ตะวันยังมีแสงสุดท้าย เพื่อบอกให้โลกรับรู้ว่าใกล้เวลากลางคืนแล้ว แต่เขา...ไม่มีคำเตือนอะไรทั้งนั้นให้เธอต้องเตรียมใจ จนถึงตอนนี้ ไม่มีแม้แต่คำบอกลา

ช่วงเวลาดีๆที่ผ่านมา คงเป็นเพียงภาพฝันที่วาดไว้เท่านั้น เพราะความจริงคือ เธอไม่ใช่คนที่เขารัก 

 

เฉิงฟงมองหญิงสาวเดินจากไป พลางถามใจตัวเองว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้องแล้วใช่ไหม การปล่อยเธอไปโดยไม่ยืดติดเธอไว้กับเขา คงเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับเธอ ถึงแม้วันนี้ทั้งสองคนต่างเจ็บปวดไม่แพ้กัน แต่เขาเชื่อว่า วันเวลาจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ค่อยๆจางหายออกไปได้เอง 

หากยิ่งยื้อเธอไว้ ยิ่งเพิ่มความรักและความผูกพัน เมื่อทั้งสองต้องไกลห่างกัน ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นต้องมากมายกว่านี้ ยิ่งทำให้เขาและตัดใจจากกันยากยิ่งขึ้น

ตัดไฟแต่ต้นลมคงดีที่สุด เขาทำถูกแล้วใช่ไหม? 

รักของเขาและเธอ ต่างเป็นรักที่เป็นไปไม่ได้ การใช้ชีวิตของเขามันช่างแตกต่างกับเธอ หญิงสาวเป็นคนมีการศึกษา พรุ่งนี้เธอต้องกลับไปเพื่อเรียนต่อและใช้ชีวิตที่ดีของเธอต่อไป แต่เขายังต้องทำงานหามรุ่งหามข้ามเพื่อเอาชีวิตรอดไปวันๆ คนที่ดีและมีอนาคตที่สดใสแบบเธอ ไม่ควรต้องมาจมอยู่กับเขา คนที่มีชนักติดหลัง ไม่ดีพอที่จะดูแลเธอได้...คนที่แค่จะบอกรักเธอได้อย่างเต็มปากเต็มคำยังไม่กล้า

เรื่องของเขาที่เกิดขึ้น เขาไม่สามารถพูดมันออกมาได้ อีกคนก็ผู้หญิงที่เขาเคยรัก ส่วนอีกคนก็เป็นพี่ชายในสายเลือด จะให้เขาเที่ยวบอกใครต่อใครได้ยังไง ว่าสองคนที่รักและไว้ใจที่สุดหักหลังเขา ยิ่งพูดเหมือนยิ่งทำให้ตัวเองและสองคนนั้นดูแย่ในสายตาคนรอบข้าง แค่เท่าที่ทุกคนพร่ำพูดไป ก็แย่มากพอแล้ว 

เมื่อนึกไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น...ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดราวกับดิ่งลงไปในหุบเหวลึก...เพราะเขาไม่มีปัญญาที่จะจัดการกับผู้หญิงคนนั้นได้ เธอใช้จุดอ่อนเขาเป็นข้อต่อรองมาตลอด จวบจนวันนี้ วันที่เขาต้องเสียผู้หญิงที่รักไป แต่เขากลับรักษาเธอไว้ไม่ได้ เพราะคำว่า ความรับผิดชอบ มันค้ำคอเขาไว้ รับผิดชอบต่อเด็กน้อยๆคนหนึ่งกำลังจะลืมตามาดูโลกในอีกไม่ช้า

แค่เพียงเขาเลวได้มากกว่านี้ ยอมเห็นแก่ตัวอีกสักหน่อย เขาคงไม่ต้องเสียคนที่รักไป แต่ถึงอย่างไร ความห่างไกลก็พรากเธอไปอยู่ดี 

ชายหนุ่มกำหมัดแน่นแล้วอัดมันเข้ากับกำแพงหนาอย่างต้องการระบายความเจ็บปวดออกมา “โว้ย...” เขาตะโกนดังลั่น เมื่อนึกไปถึงผู้หญิงอีกคนที่เป็นรักแรกของเขา ต้นตอความเจ็บปวดที่เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ลี่อันฉี เป็นรักแรกของเฉิงฟง ตลอดเวลาที่คบกันเธอมักมีคนอื่นอยู่เสมอ เมื่อจับได้ครั้งแรก เขายอมให้โอกาสเธอ เพราะรักเธอมาก แต่เธอก็ทำอีก จนสุดท้ายเธอแอบคบพี่ชายเขาลับหลัง ครั้งนั้นเขาขอเลิกกับเธอ แต่เธอไม่ยอม ลี่อันฉีขู่ฆ่าตัวตาย ชายหนุ่มพยายามทำไม่สนโดยไปมีสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นๆ สุดท้ายเมื่อเธอเห็นว่าเขาไม่เลือกเธอ เธอจึงฆ่าตัวตายจริงๆ 

แต่ลี่อันฉีรอดมาได้ และขู่จะฆ่าตัวตายอีกถ้าเขาไม่กลับไปหาเธอ เขาไม่สามารถทำเมินเฉยกับความเป็นความตายของเธอได้ เพราะเขารู้...เธอทำอย่างที่พูดแน่นอนชายหนุ่มจึงต้องกลับไปคบกับเธออีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาพยายามจะรักเธอให้ได้เหมือนแต่ก่อน แต่ภาพของคนที่รักและไว้ใจสองคนคอยตามหลอกหลอนเขาอยู่ตลอด 

เขาจึงหนีมาทำงานที่คุนหมิง ความรักของเขาที่มีต่อเธอบั่นทอนลงเรื่อยๆตามกาลเวลา จนเมื่อมาพบกับหญิงสาว ผู้ซึ่งเปลี่ยนแปลงหัวใจเขาไปตลอดกาล เธอทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ใช่คนไร้ค่าไร้ศักดิ์ศรี ดังเช่นลี่อันฉีทำต่อเขา เซียงหลานมักมองเขาด้วยแววตาที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนใช้มองเขา เธอรักและมอบหัวใจทั้งดวงให้เขาด้วยความบริสุทธิ์ใจ นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารักเธอ และอาจจะรักได้มากกว่าที่เคยรักลี่อันฉี เพราะหล่อนไม่เคยแม้แต่จะมอบรักดีๆให้เขา 

ทุกอย่างเหมือนกำลังจะไปได้ดีทีเดียว ชีวิตที่ต้องทุกข์ทนเพราะลี่อันฉี ถูกเติมเต็มด้วยรักดีๆจาก เซียงหลาน แต่ปัญหาใหม่กลับเกิดขึ้นไม่รู้จักจบสิ้น ลี่อันฉีดันตั้งท้องขึ้นมา โดยอ้างว่าเขาเป็นพ่อเด็ก ทั้งที่ทั้งสองอยู่ห่างกันคนละมณฑล ยิ่งพอเธอรู้ข่าวจากคนรอบข้าง ว่าเขามีผู้หญิงคนใหม่ เธอทนแทบไม่ไหวขู่จะฆ่าตัวตายอีกหน 

คืนนั้นที่ลี่เจียง ชายหนุ่มจึงต้องรีบกลับไปเพื่อจัดการกับปัญหาเรื่องเด็กในท้อง เขาต้องจำใจยอมรับเป็นพ่อของเด็กอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ด้วยลุูกไม้เดิมๆจากลี่อันฉี เมื่อเขาจะต้องกลับคุนหมิง เธอไม่ยอมให้เขากลับมาเพียงคนเดียว ลี่อันฉีตามเขามา พอรู้ว่าเขาจะไปหาหญิงสาวอีกคนที่เธอมั่นใจว่าเขารักผู้หญิงคนนั้นแล้ว

ลี่อันฉีขู่จะฆ่าตัวตาย ถ้าเขายืนยันจะออกไปพบเจอผู้หญิงคนนั้นของเขา...ในคืนที่เขารู้ว่าเซียงหลานมาหาเขาที่หน้าตึกอาพาร์ทเม้นท์ ชายหนุ่มแทบจะปลีกตัวออกไปหาเธอ แต่ลี่อันฉียืนถือมีดกรีดข้อมือตัวเองต่อหน้าต่อตาเขา เขาไม่อาจทนเห็นเธอตายไปต่อหน้าต่อตาได้ หากใครสักคนต้องตายเพราะเขา มันคงเป็นตราบาปติดตัวเขาไปทั้งชีวิต

คืนนั้นเฉิงฟงจึงตัดสินใจเลือกที่จะรักษาชีวิตของลี่อันฉีไว้ แล้วเลือกที่จะทำร้ายความรู้สึกของผู้หญิงอีกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อนึกถึงความเป็นจริงที่ว่า เซียงหลานจะต้องจากไปในไม่ช้า และเขาเองก็มีคนของตัวเองที่ต้องคอยดูแล พร้อมชีวิตน้อยๆอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิด การตัดรอนความสัมพันธ์แบบนี้ คงเป็นหนทางที่ดีที่สุด 

การไม่ไปเจอ ไม่ให้ความหวังเธอ คือทางเดียวที่จะรักษาความรู้สึกเธอไว้ไม่ให้แตกร้าวไปมากกว่านี้ แต่เตี๋ยหรงเองคงไม่อาจเพิกเฉยได้เช่นกัน เซียงหลานจึงรู้ความจริงเรื่องเขา เธอคงเข้าใจว่าเขารักลี่อันฉี ซึ่งเป็นแบบนั้นก็ดีแล้ว จะยิ่งทำให้หญิงสาวตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 

ถึงจะเจ็บปวด แต่มันจะจบลงอย่างง่ายดาย เพราะความเกลียดจะช่วยให้เธอลืมเขาได้ง่ายกว่าเดิม

“ขอโทษนะ เซียงหลาน” เฉิงฟงได้แต่พึมพำกับตัวเอง ลับหลังหญิงสาวที่ตนรัก

เขามันขี้ขลาด แค่จะบอกรักและกอดลาเธอ เขายังไม่กล้า...เขาไม่อยากทำร้ายเธอด้วยความรู้สึกดีๆที่จะผูกมัดเธอไว้กับเขาอีกแล้ว

“ลาก่อน เซียงหลานของผม” หยาดน้ำแห่งความทุกข์ระทมไหลรินออกมาจากหัวใจลูกผู้ชาย

ที่ผ่านมาเขาต้องทนทุกข์กับสิ่งที่ลี่อันฉีทำอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เขาแทบมองไม่เห็นหนทางที่จะสลัดเธอออกไปจากชีวิตได้ นอกเสียจาก ความตาย ที่เธอพร่ำพูดถึง ถึงจะแยกเธอออกจากเขาได้ 

หากวันหนึ่งที่เขาสามารถหาวิธีจัดการกับลี่อันฉีได้โดยที่ตัวเองไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร วันนั้นเซียงหลานจะยังอยู่รอเขาไหม หรือเธออาจจะมีคนใหม่ที่ดีไปแล้ว ตัดใจเสียตอนนี้...คงดีที่สุดแล้ว 

 

 

วันสุดท้ายที่คุนหมิง เซียงหลานเดินทางกลับไปยังประเทศไทยด้วยหัวใจที่แตกสลาย อย่างคนที่ไร้ซึ่งวิญญาณ หญิงสาวเชื่อว่าสักวันหนึ่ง กาลเวลาจะทำให้เธอลืมเขาได้เอง 

สิ่งที่เธอพบเจอ ณ ตอนนั้น เป็นเพียงประสบการณ์สั้นๆที่สอนให้เธอรู้จักรสชาติของคำว่าความรัก และการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกขั้น 

“ถึงแล้วครับคุณผู้หญิง” ลุงคนขับแท็กซี่เอ่ยเรียกอย่างสุภาพ เมื่อเขาเห็นเธอเอาแต่เหม่อมองออกไปทางหน้าต่างตลอดเวลาที่ขับรถมาที่นี่ 

เสียงเรียกนั้น ดึงสติหญิงสาวให้กลับมายังปัจจุบันอีกครั้ง เธอเผลอให้อดีตแทรกซึมเข้ามา จนนำพาเธอดิ่งลงไปในห้วงลึกของความทรงจำเก่าๆอีกครั้งได้ยังไง  เซียงหลานทอดถอนหายใจอย่างหนักหน่วง รีบสลัดภาพเก่าๆนั้นทิ้งไป 

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวจัดการกับค่ารถโดยสาร แล้วจึงขนกระเป๋าเดินทางตัวเองมาไว้ข้างกาย 

แท็กซี่วิ่งจากไป ทิ้งไว้แต่หญิงสาวร่างเพรียวอรชนที่ยืนอยู่หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ซึ่งถูกออกแบบมาด้วยสไตล์โมเดิร์น มีกระจกรายล้อมรอบด้าน ตัวบ้านเป็นสีขาวตัดกับขอบกระจกไม้สีน้ำตาลเข้ม มีกระถางดอกไม้หลากสีวางห้อยลงมาตามริมหน้าต่าง พลอยทำให้คนที่หัวใจเหี่ยวเฉาเบิกบานขึ้นได้บ้าง 

“ถ้าได้เห็น น้องเตยต้องชอบบ้านพักที่จีนแน่” เสียงผู้จัดการคนเก่งลอยแวบเข้ามาในความคิด

ใช่เขาพูดถูก เธอชอบบ้านสีขาวหลังนี้ ชอบในความน่ารักของหมู่มวลดอกไม้ ที่ปลูกรายล้อมไว้หน้าบ้าน และภายในบ้าน อย่างน้อยการมาพักที่นี่ชั่วคราว ในระหว่างติดต่องานที่คุนหมิงก็ไม่น่าเบื่อมากเกินไปสำหรับเธอ 

“สวัสดีค่ะ คุณ ใบ เตย” หญิงร่างท้วมท่าทางดูอบอุ่นเปิดประตูรั้ว เดินเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตร 

เซียงหลานอมยิ้มในความน่ารัก ที่หญิงวัยกลางคนพยายามเอ่ยชื่อภาษาไทยของเธอ “เรียกหนูว่าเซียงหลานเถอะค่ะ อาหยี” อาหยี ที่แปลจากจีนเป็นไทยว่า คุณน้า

“จ้าแม่หนูเซียงหลาน ดิฉันชื่อ จ้งหลิง เป็นแม่บ้านของบริษัทหยางอี้เหวิน นะคะ จะมาช่วยดูแลบ้านให้คุณในช่วงที่พักที่นี่” เจ้าตัวพูดพร้อมช่วยเซียงหลานถือกระเป๋าเดินเข้าไปด้านในบ้าน 

“ขอบคุณค่ะ” เซียงหลานกล่าวขอบคุณที่ แม่บ้านจ้งหลินมีน้ำใจช่วยเธอยกกระเป๋า

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ เป็นหน้าที่ของดิฉัน วันนี้คุณเดินทางทั้งวันคงเหนื่อยแย่ ดิฉันเตรียมน้ำดื่มและอาหารบางส่วนไว้ในตู้เย็นแล้วนะคะ รอเปิดบ้านให้คุณ สักพักดิฉันมีงานต้องไปทำต่อที่บ้านอีกหลัง เชิญพักผ่อนตามสบายค่ะ”

แม่บ้านจ้งหลินกล่าวไว้ แล้วแนะนำเรื่องการใช้รีโมทบ้านในโหมดต่างๆให้เซียงหลานจนพอเข้าใจ ร่างท้วมวัยกลางคนจึงเดินออกบ้านไป พร้อมเครื่องมือติดตัวสองสามชิ้น มีรถมาจอดรับเธอหน้าบ้านแล้วขับเคลื่อนออกไป 

เซียงหลานเดินสำรวจตัวบ้าน และบริเวณรอบๆ ก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำและพักผ่อนสักงีบ คืนนี้คงต้องเตรียมเอกสารเซ็นสัญญาให้พร้อม เพื่อเตรียมตัวเข้าพบผู้จัดการฝ่ายขายและประธานบริษัท หยางอี้เหวินในวันพรุ่งนี้ เช้า

หากเธอสามารถยื่นข้อเสนอจนทำให้หยางอี้เหวินยอมเซ็นสัญญากับบริษัทของเธอ งานนี้เธอคงได้หอบความสำเร็จอีกขั้นของบริษัทกลับไปยังประเทศไทยแน่นอน....

 

 

 

 

 

 

 

------------------------------------------------------------------------

จบแล้วค่ะ...ขอบคุณที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้

นิยายเรื่องนี้เน้นไปทางความทรงจำดีๆที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งอดีต และเป็นความงดงามของรักแรกที่มิอาจลืมได้ ถึงแม้เวลาล่วงเลยผ่านไป เราได้พบเจอคนใหม่ๆ แต่ในใจเรายังคงซ่อนใครสักคนไว้ในนั้นเสมอ...

 

ส่วนภาคต่อนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการเขียนนะคะ เนื่องจากเรื่องนี้จบไปด้วย หัวใจที่แตกสลายทั้งสองดวงของทั้งพระนาง เหลือไว้แต่ความทรงจำดีๆ เราเลยตั้งใจจะเขียนเรื่องราวในปัจจุบันให้ทุกคนได้ตามอ่านต่อ

ต้องมาลุ้นอีกทีว่า ใคร จะเป็นเจ้าของบริษัทหยางอี้เหวิน และการกลับมาคุนหมิงครั้งนี้ เซียงหลานจะได้พบกับเขาคนนั้น อีกครั้งหรือไม่ ติดตามได้ในนิยายเรื่องหน้าค่ะ อิอิ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #8 Nicksten66 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 15:04
    รออ่านต่อนะคะ
    #8
    0
  2. #7 151119 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 07:01
    เอาน้ำตาเราคืนมาเลยไปรอพบท่านประธานแล้วนะคะ อย่าทำให้ผิดหวัง
    #7
    0
  3. #5 Pokpak0094 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 21:54
    สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆให้อ่านนะคะ
    #5
    1
    • #5-1 ชัวลี(จากตอนที่ 8)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 23:23
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านด้วยนะคะ ❤️
      #5-1