29/03/12
19.45น. เริ่มต้นการเดินทางด้วยTAXIสีส้ม และเกือบเป็นลมก่อนจะถึงสนามบิน เพราะหิวจนมือสั่น ผนวกกับคลื่นไส้แสบท้องด้วยอาการของโรคแผลในกระเพาะอาหาร ลงจากรถได้ต้องรีบลากสังขารไปหยุดที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ‘ มิโซะราเมง ’ ฉันสั่งด้วยหวังได้ซดน้ำซุบร้อนๆและลิ้มชิมเนื้อหมูนุ่มลิ้น ดั่งรูปในเมนู ผลลัพธ์กลับเป็นน้ำซุปรสเค็มจนซดไม่ลง และเนื้อหมูหั่นได้หนาประหนึ่งว่าแม้แต่มีดยังไม่สามารถเชือดเฉือนความเหนียวติดฟันนั่น แต่เพื่อบรรเทาอาการจุกน่าหงุดหงิด ฉันฝืนกินไปครึ่งชาม สามทุ่มกว่า เพื่อนร่วมเดินทางของฉันยังไม่มา ฉันตัดสินใจลุกออกจากร้าน ลากกระเป๋าหนัก11กิโล สะพายเป้ใส่กล้องวิดีโอและกล้องส่องทางไกล รวมแล้วมีน้ำหนักพอสมควร ขึ้นไปรอ ณ จุดนัดหมาย ‘ KOREAN AIRLINE KE654 ’ เดินไปเดินมาจนกลายเป็นตัวเองมาช้า น้องจ๋อพามายืนรอต่อแถวcheck inยาวเหยียด คนไทยทั้งนั้น
22.00น.โดยประมาณ..เดินโต๋เต๋ให้น้องจ๋อช็อปของฝาก ส่วนฉันก็ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมในมือถืออย่างเมามัน และแล้ว เครื่องdelayหนึ่งชั่วโมง..วิเศษ..ขณะอาการจุกท้องเริ่มบรรเทา ความกังวลเข้ามาแทนที่ทันที
30/03/12
00.00น. ออกจาก King power เริ่มต้นเดินมาgate คาดหวังไว้เบาๆว่าจะได้เห็นBig Bangตัวเป็นๆ ใกล้gateของJAL หลังก้มๆเงยๆมองหา และมานั่งหันซ้ายแลขวา เจอะเข้ากับ ‘ ใครน่ะ? ’ คือคำถามน่าอาย เมื่อคำตอบที่ได้คือ ‘ แทยัง ’ และฉันได้แต่นั่งมองเขาเดินผ่าน ‘ พี่หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายได้ปะ? ’ ถามทำไม ในเมื่อมือเริ่มล้วงเข้าไปในเป้เรียบร้อย และไม่ผิดหวัง ‘ G dragon ’ ผู้ชายร่างเล็กในแว่นดำกรอบขาว การโบกมือรับเสียงเรียกของน้องด้านข้าง ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจมาก ‘ แดซอง ’ ขอโทษที่ได้แค่มองผ่าน เพราะเขาเดินอยู่ระหว่างจีและ ‘ T.O.P. ’ ในแว่นสีชาและเสื้อสีฟ้า ความสดใสและหล่อเหลานั้น ฉันไม่อาจละสายตา ตลกที่สุดคือ ‘ ซึงรี ’ เว้นระยะห่างจากTOPพอให้ฉันต้องมองหา ว่าในหมู่คณะที่กำลังเดินใกล้เข้ามา คนไหนคือน้องเล็กของBigBang ‘ คนไหนนะ? คนไหน? ’ ฉันเสียใจที่ฉันแยกไม่ออก ซึงรีในเสื้อลายตาดูกลมกลืนกับผู้คนรอบข้าง สำหรับฉัน เขาคือคนธรรมดาที่มีguardหน้าโหดเดินตามและคอยส่องไฟสีฟ้าใส่กล้องฉัน จบการถ่ายภาพด้วยเสียงหัวเราะ และได้แต่หวังว่าจะมีโอกาสได้เจอเมนของตัวเองใกล้ๆแบบนี้บ้าง
http://youtu.be/jptJZ3-uaZY
ตีหนึ่งกว่าๆ การเดินทางของฉันเริ่มต้น ที่นั่งติดทางเดินสะดวกสบายดี แต่ฉันก็ยังนอนไม่ค่อยหลับ ไม่ต่างจากการเดินทางไปเกาหลีสองครั้งก่อน อาหารเช้าถูกเสิร์ฟราวสี่ชั่วโมงหลังจากนั้นหรือประมาณเจ็ดโมงเช้าตามเวลาเกาหลี ‘ ข้าวต้มกับสาหร่าย(GREEN TEA SAUCE)’ จากสิบคะแนน ฉันให้ห้าแต้ม 8โมงกว่า..landing ณ Incheon airport ท้องฟ้าครึ้ม เกือบ9โมงลากกระเป๋าสะพายเป้เริ่มต้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ด้วยเวลากระชั้นเข้ามาทุกวินาที หากย้อนกลับไปเก็บของที่โรงแรมก่อนคงไม่ทันการ 10โมงกว่าฉันกับน้องตัดสินใจลากกระเป๋าลงสถานีใกล้จุดหมาย แวะซื้อคาปูชิโน่และขนมปังที่ ‘ Angel in us ’ นั่งรอน้องออกไปซื้อCDที่ตลาดเมียงดง
ในสถานีรถไฟฟ้า หนาวกว่าที่คิด ดีที่มีwifiให้นั่งก้มหน้าเล่นเกม แต่ก็ยังพลิกดูนาฬิกาแทบทุกห้านาที รอคอยกว่าชั่วโมง ใกล้เที่ยงเต็มทน กังวลอย่างยิ่ง ‘ อา มาแล้ว ’ SHERLOCKและPOSTERมาถึงจวน11โมงครึ่ง และฉันทึ่งกับความตาไวของน้องฉันมาก เผลอแป๊บเดียวน้องแกก็ลากกระเป๋าไปเก็บในช่องฝากของ เสร็จสรรพเหลือเวลาวิ่งไปต่อแถวราว15นาที ฉันกับน้องเริ่มวิ่งวิ่งและวิ่ง จนมาถึงจุดหมาย ‘ ตึกKBS ’ ดีใจมาก แต่แล้วขณะจะเดินไปต่อแถวนั่นเอง ‘ กระเป๋าเป้พี่เปิด ’ น้องฉันทัก ฉันรีบหันมองและรูดซิบ ‘ กระเป๋าตังอะ ’ น้องฉันทักอีกที ฉันก้มดูอีกครั้ง ‘ เวรละ กระเป๋าตังหาย ’ นับแต่วินาทีนั้น ฉันเริ่มด่าตัวเอง กระนั้น ฉันยังไม่ยอมเดินไปไหน ‘ เดินกลับไปหากันเถอะ ’ น้องฉันยืนกราน ฉันทำตามด้วยสมองมึนชา ตอนนั้นฉันคิดถึงแต่ชายนี่ ในเมื่อpassportยังอยู่ดี ฉันไม่เคยนึกเสียดายสองหมื่นห้าในกระเป๋าที่หายไป
‘ ไม่มี ไม่เจอ ’ ขณะเดินมองหาของหาย ตามเส้นทางเดิม ฉันเริ่มหดหู่ แต่เทียบไม่ได้หาก ‘ ไม่ได้ดู ’ ฉันมาเกาหลีเพื่อดูชายนี่ นั่นคือเป้าหมาย สุดท้าย กลับมายืนต่อแถวอีกครั้ง ‘ S5-119 ’ ถูกเขียนเลขตรงข้อมือขวาเรียบร้อย ฉันกลับโล่งอกกว่าตอนแม่และพี่เลขาโทรมาบอกว่าแจ้งอายัตบัตรเครดิตให้เรียบร้อย บ้าบอ รอคอยด้วยความรู้สึกผิด โมโหตัวเองและเกรงใจผู้ร่วมเดินทาง กระทั่งถึงเวลาเดินเข้าสตูดิโอ หัวใจฉันเริ่มเต้นแรง
ภายในสตูดิโอ ‘ MUSIC BANK ’ ฉันกับน้องนั่งฝั่งขวา ห่างจากเวทีประมาณว่าสามารถเห็นกล้ามแขนและไหล่สวยๆของจงฮยอนได้ชัดเจน จงฮยอนในเสื้อกล้ามสีขาวก้าวเข้ามาอยู่ใต้แสงไฟ เริ่มเล่นกับแฟนคลับก่อนใครเพื่อน แม้แต่ท่าหาวยังเสียงดังและไฮเปอร์ จากไม่เคยอยู่ในสายตา จงฮยอนในนาทีนั้นทำให้ฉันต้องคิดใหม่ตั้งแต่ต้น จากนั้นถึงเวลามองหาเป้าประสงค์สูงสุด ‘ อีแทมิน ’ เห็ดนางฟ้าของฉันไม่ออกมาสุงสิงกับพวกพี่ๆมากนัก แทมยืนอยู่กับนูนาแต่งหน้าและผู้จัดการ ใกล้ๆกันฉันเห็น ‘ จินกิกับมินโฮ ’ แว๊บๆ แต่ทำไงได้ ผมหางม้าและใบหน้าเรียวเล็กของแทม มันน่ารักยากละสายตา เพ้อคร่า อา..คิบอมในเสื้อสีชมพูคือคนสุดท้ายที่ฉันสังเกตเห็น ผมหน้าม้ายาวปิดตาและความนิ่งทำให้ออมมาดูแมนกว่าที่เคยเป็น ทั้งหมดคือมุมมองของฉัน
เริ่มการซ้อมก่อนถ่ายจริง สายตาฉันโฟกัสไปที่มักเน่ผู้เคร่งขรึม แม้ในท่ายืนเริ่มต้น แทมยังยืนก้มหน้านิ่ง ช่างตรงข้ามกับเป็ดจงผู้ไม่เคยอยู่เฉย การซักซ้อมรอบแรกไม่เอาจริงเอาจังมากมาย แต่fan chantดังกระจาย ฉันรีบจดจำ ^^ ระหว่างพัก จงฮยอนพูดเล่นกับแฟนคลับบ่อยครั้ง เริ่มได้ยินเสียงจินกิ คิบอมและมิโน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ฉันยังลุ้นรอฟังเสียงมักเน่หนึ่งเดียว สุดท้ายหลังถ่ายจริงแบบเต็มเพลง 3รอบ หยุดกลางเพลง3รอบ ฉันอิ่มหนำกับfan chantและSHERLOCK LIVE แต่น่าเสียดาย ถึงได้ยินเสียงแฟนๆขานเรียก เห็ดนางฟ้ายังเอาแต่อมยิ้มและเดินจากไป อีแทมินกับfan serviceนิ มันแล้วแต่อารมณ์ของน้องแกจริงจัง
หลังงาน staff SM แจกposterรูปแทมินบนโซฟา ฉันยิ้มรับ นับว่าบรรลุวัตถุประสงค์ในวันแรกตามใจอยาก ภารกิจต่อมาคือไปเยือนร้านmaypole ซึ่งไม่มีอะไรให้ฉัน(ยืมเงินน้อง)ซื้อมากนัก จบวันแรกด้วยจาจังเหมี่ยน บิบิมบับและหมูทอด อิ่มหนำสำราญทั้งกายใจ
31/03/12
ตื่นแต่ตีห้า ออกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าตอนหกโมงครึ่ง ความหนาวคือความรู้สึกแรกก้าวขาออกจากโรงแรม ‘ พลาดละ ใส่เสื้อมาแค่สามชั้น ’ ฉันคิดตั้งแต่อยู่ในรถไฟฟ้าใต้ดิน และซาบซึ้งถึงความเป็นจริง เมื่อได้โผล่หน้าออกมาเยือนพื้นดิน ‘ ลมแรงเป็นบ้า ’ ระหว่างทางเดินไป MBC ปลายนิ้วฉันแดงและเย็นจนชา ภูมิแพ้กำเริบ น้ำมูกไหลไม่หยุด หมดสวยแต่เช้าตรู่ ‘ แม่เจ้า ’ ฉันกับน้องมาถึงตามเวลานัดคือเก้าโมง แต่ปลายแถวยาวไปนู่น SHAWOLมากันเยอะกว่าเมื่อวาน น้องฉันบอกเพราะวันนี้เป็นวันหยุด เด็กๆไม่ต้องไปโรงเรียน ‘ S5-161 ’ รอยปากกาตรงข้อมือ ระบุว่าฉันเป็นคนชั้น5ลำดับที่161 แบ่งชนชั้นกันชัดเจน ฉันจำใจต้องยอมรับสภาพ ลมหนาวทำให้ฉันสั่นสะท้าน เหมือนเป็นสัญญาณบอกอะไรบางอย่าง ซึ่งฉันไม่เคยสังเกตเห็น
10โมงกว่า staff SMให้เข้ามานั่งรอในตัวตึก ลานกว้างถูกเติมเต็มด้วยแฟนคลับนับร้อย แถวด้านข้างคือCN blue หางแถวสั้นกว่าSHINeeเยอะ ฉันแอบภูมิใจอะ ทั้งนี้ ฝ่ามือที่ยังเย็นเฉียบ หมายว่าผนังตึกMBCไม่ได้ช่วยให้หายหนาวสักเท่าไหร่ posterของมิโนถูกแจกและหมดก่อนจะมาถึงฉัน โอเค ฉันปลง แต่ที่เกือบทำใจไม่ได้คือ ‘ ไม่ได้เข้า ’ ดูเหมือนวันนี้SHAWOLจะมากันเกินสตูดิโอจะรับไหว ฉันเสียใจ แต่แล้วหลังนั่งคอตกรอการตัดสินใจของstaff ในที่สุดเขาประกาศให้มารวมตัวกันอีกครั้งตอนบ่ายสอง ฉันเริ่มมีความหวัง..อีกครั้ง
จากนั้น น้องพาฉันมุ่งหน้าตามหาร้านขายCDเพื่อลุ้นเข้างานfan signในวันพรุ่งนี้ สายลมเย็นเฉียบทำให้รู้สึกราวกับตึกใกล้ๆตั้งอยู่ไกลโพ้น มาถึงร้าน ปกของแทมินนี่กลับ ‘หมด’ ให้มันได้หยั่งงิดิฟระ สรุปคือได้ปกของทุกคนยกเว้นเมนตัวเอง
อาหารเที่ยงเช่นชาบูร้อนๆทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก เดินช็อปปิ้งซื้อโค้ทมาสวมทับอีกชั้น หายสั่นทันที 14.00น.ถึงเวลานัดหมาย ฉันมานั่งรอต่อแถวอีกครั้ง และเมื่อหันมองแถวของGirl Genด้านข้าง ความหวังเริ่มเลือนราง จวนบ่ายสี่ หลังเดินนับจำนวนคน staffเดินมาบอกว่าอะไรไม่ทราบ(ฟังไม่ออก)แต่สรุปว่า ‘เข้าไม่ได้’ ฉันพูดอะไรไม่ออก ฉันผิดหวัง แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อไม่เคยมีใครขอให้รอหรือบังคับให้ฉันทำ
ระหว่างทางย้ายร่างไป..เมียงดง..ฉันเดินฉีกยิ้มรับลมหนาวไปเรื่อยเปื่อย และได้ยิ้มรับความอร่อยอย่างจริงใจ เมื่อได้กินไก่ซีฟู้ดผัดซอสจานใหญ่ที่ทำให้ฉันตาโตกับขนาด จะยัด เอ๊ย! กินเข้าไปหมดได้ยังไง หลังอิ่มหนำถึงเวลาเดินย่อย กะว่าราวสองทุ่ม ฉันเผอิญเหลือบเห็นผมสีแดงเด่นของใครบางคน ‘ เอ้ย!นั่นมันฮีชอลนี่หว่า! ’ ไม่พูดอย่างเดียว ขาฉันขยับก้าวเข้าหาทันที คิมฮีชอลและผู้จัดการ(มั้ง?)อีกสองคนเริ่มต้นเดินไปข้างหน้า ว่องไวมาก ฉันเหลือบมองน้องของฉันซึ่งเร็วพอกัน ก่อนเริ่มวิ่งไปด้านหน้า รีบหยิบ4sขึ้นมาถ่าย ‘ ไม่เวิร์ค เดินเร็วชะมัด ’ นิตรูวิ่งอยู่ไม่ใช่เหรอฟระ ยังเกือบตามไม่ทัน น่าส่งฮีนิมไปแข่งเดินเร็วสักครั้ง ฮาฮา ฉันรีบเก็บมือถือล้วงกล้องวีดีโอยกขึ้นถ่าย ดีที่ฮีนิมเลี้ยวเข้าร้านขายแว่นของพี่เย่ ไม่งั้นคงอดได้คลิปดีๆ เก็บมาทุกเม็ด กว่าฮีนิมคนงามจะเลือกแว่นเสร็จ แขนฉันเริ่มสั่นด้วยความเมื่อยล้า
http://youtu.be/uDGrCvJQwq8
ตลกดี บังเอิญเจอะเมนชาวบ้านแบบจังๆอีกครั้ง อยากหัวเราะเสียงดัง ‘ ขอเจอเมนตรูบ้างได้ม๊ายยยยยยย ’ ถ้าแหกปากตรงนั้นได้ ฉันคงทำไปแล้ว
to be continue...
ความคิดเห็น