คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

3,300

ยอดวิวเดือนนี้

18

ยอดวิวรวม


3,300

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


93
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 พ.ย. 59 / 21:06 น.
นิยาย Sorry I hurt you [Draco x Hermione]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
S o r r y  I  h u r t  y o u



เธอจะไม่เจ็บปวด หากเธอจะลืมเขา
แต่จะเป็นเขาเองที่ต้องเจ็บปวด เพราะเขาทำร้ายเธอ


MADAME     BONJOUR
เรื่องนี้ไรท์ไม่คอนเฟิร์มว่ามันจะ เศร้า รักโรแมน หรืออะไรนะคะ 
ไรท์ขอยกให้นักอ่านเป็นคนตัดสินใจแล้วกันเน้ออ..
....อ่านแล้วก็คอมเม้นด้วยน้าาา...

The reason - Hoobstank
© themy butter

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 พ.ย. 59 / 21:06


Sorry I hurt you

          …นานแล้วที่เขานั่งจ้องมองเธอด้วยสายตาแห่งความหวัง

          ความหวังที่เขาคิดว่าเธอจะตื่นขึ้นมา เขาแอบเข้ามาในห้องพยาบาล ขณะที่นักเรียนและเหล่าอาจารย์อยู่ที่ห้องโถงเพื่อรับประทานอาหารมื้อค่ำนี้

          แต่เดรโกอยากใช้เวลาทั้งหมดที่เหลืออยู่นี้ อยู่กับเธอให้ได้นานมากที่สุด แม้จะรู้ว่าการทำแบบนี้มันจะเปล่าประโยชน์ แต่เขาก็จะเฝ้ารอเธอ เขาอยากให้เธอตื่นขึ้นมา และเขาก็จะขอโทษเธอ เดรโกตั้งใจไว้อย่างนั้น

 

          …5 ชม. ก่อนหน้านี้

          “ไงเลือดสีโคลน” เดรโกและเหล่าลูกสมุนของเขาเดินมาขวางทางเธอ

          เฮอร์ไมโอนี่หันซ้ายหันขวามองใบหน้าเจ้าเลห์ของคนพวกนั้นอย่างหวาดหวั่นและโกรธเคือง เมื่อเขาแย่งหนังสือที่เธอถือไว้ไปจากมือเธอ

          “เอาหนังสือของฉันคืนมา” เธอเอ่ยเสียงแข็ง

          เดรโกมองหนังสือเก่าๆเล่มหนาที่อยู่ในมือ เขาเบ้ปากให้กับมัน แล้วหันไปมองหน้าเธอ

          “อยากได้หรอ” เขาถามเธอด้วยเสียงเรียบนิ่ง เขายื่นหนังสือเล่มนั้นต่อหน้าเธอ “รับไปสิ”

          เฮอร์ไมโอนี่มองมันสลับกับใบหน้าและดวงตาสีซีดของเขา เธอค่อยๆก้าวเท้าไปหาเขาและยื่นมือไป เพื่อจะรับหนังสือเล่มนั้นมาจากมือเขา แต่แล้วเขากลับหันหลัง และขว้างหนังสือเล่มนั้นไปสุดแรง ก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะได้ทันกล่าวห้ามเขา หนังสือของเธอติดค้างอยู่บนกิ่งต้นไม้หนาทึบ ขณะที่เดรโกและเพื่อนๆของเขายังคงยืนหัวเราะ เธอวิ่งชนแผ่นหลังของเขา และวิ่งต่อไปทางต้นไม้ต้นนั้น เดรโกมองเธอที่วิ่งไปหาต้นไม้นั่นอย่างโกรธเคือง ด้วยความบังเอิญ เดรโกหลุบตาลงต่ำ ไม้กายสิทธิ์ของเธอตกอยู่ที่พื้นหญ้านั้น เขาก้มตัวลงไปเก็บมันขึ้นมาและมองเธอที่กำลังคลำหาไม้กายสิทธิ์ในเสื้อคลุมอย่างสะใจ เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองพวกเขาและเธอเห็นไม้กายสิทธิ์ของเธออยู่ในมือเขา เดรโกหมุนมันเล่น พร้อมกับเบ้ปากน่าเกลียดนั้น เฮอร์ไมโอนี่ไม่สนว่าเขาจะทำอะไร เธอปีนขึ้นไปบนต้นไม้นันหวังจะเอาหนังสือเล่มนั้นลงมา เดรโกจึงพูดกับเพื่อนของเขาด้วยความพอใจ

          “แล้วเราจะมาดูยัยเลือดโสมมจอมอวดดีตกต้นไม้กัน”

          เสียงหัวเราะระเบิดลั่น ขณะที่เฮอร์ไมโอนี่ค่อยๆปีนขึ้นไปบนต้นไม้อย่างระมัดระวัง เธอเหยียบไปบนกิ่งไม้นั้น ฝ่ามือชื้นเหงื่อของเธอจับกิ่งไม้เอาไว้แน่น เฮอร์ไมอนี่มองลงมาด้านล่างด้วยใจที่สั่นรัว มันค่อนข้างจะสูงมากทีเดียว และนอกจากมันจะสูงแล้ว ด้านล่างนั้นยังเป็นเนินสูงชันที่มีโขดหินมากมายฝังอยู่ แต่เธอก็พยายามไม่สนใจมัน เธอมองไปที่หนังสือที่ค้างอยู่ เฮอร์ไมโอนี่ค่อยๆเอื้อมฝ่ามือของเธอไปที่หนังสือ ขณะที่เท้าของเธอก็เริ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก เพื่อให้มือของเธอจะได้คว้าหนังสือมาได้ อีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น นิ้วของเธอก็เกือบจะได้สัมผัสมัน แต่เท้าที่ขยับอยู่นั้นกลับลื่นลงจากกิ่งไม้!

          ‘กรี๊ดดดดดดดด

          เฮอร์ไมโอนี่พลัดตกจากต้นไม้ ร่างของเธอกลิ้งลงไปตามเนินสูงชันนั้น ก่อนที่ร่างของเธอจะแน่นิ่งลง เดรโกหุบยิ้มลงแม้ว่าเพื่อนของเขาจะยังคงส่งเสียงหัวเราะ แต่ภาพที่เขาเห็นนั้น มันไม่น่าขำเลย เพื่อนๆของเขาค่อยๆเงียบลงในที่สุด เมื่อไม่เห็นว่าร่างของเธอจะขยับลุกขึ้น พวกเขามองเธอด้วยใบหน้าถอดสี เดรโกค่อยๆเดิน ก่อนจะกลายเป็นวิ่งไปหาเธอ เขาชะงักยืนอยู่กับที่ ก้าวไปหาร่างของเธอช้าๆ ใบหน้าของเธอซบอยู่กับโขดหินนั้น เดรโกย่อตัวลงช้าๆ และจับไหล่เธอพลิกให้ใบหน้าของเธอหันมาหาเขา เดรโกผงะ เมื่อใบหน้าซีดเผือดของเธอเต็มไปด้วยเลือดสีเข้มที่ไหลออกมาอย่างน่ากลัว เธอหมดสติ เขามองใบหน้าของเธอสลับกับโขดหินนั้น ศีรษะของเธอกระแทกกับโขดหินนั้นอย่างรุนแรง รอยเลือดของเธอซึมซาบอยู่บนผิวขรุขระของโขดหินนั้น

 

          และนั่นก็เป็นสาเหตุให้เธอต้องมานอนอยู่ที่ห้องพยาบาล แม้ว่ามันจะเป็นอุบัติเหตุ แต่ที่เธอต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเขา เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้ เขาเขาก็แค่ทำ เพื่อความสนุกของเขา แต่ความสนุกของเขากลับต้องแลกมาด้วยมูลค่าที่สูง ซึ่งมันไม่คุ้มกันเลย เดรโกมองใบหน้าของเธอ เขาขยับผ้าห่มให้เธอนิดหนึ่ง ทั้งที่เขาไม่เคยเลยที่จะทำอะไรแบบนี้ แต่เพราะเขารู้สึกผิดท ทั้งที่เขาก็ไม่เคยจะรู้สึก เขาจึงทำแบบนี้

          เดรโกหันไปมองด้านหลัง เมื่อเขาได้ยินเสียงรองเท้าและเสียงของใครก็ไม่รู้พูดคุยกันเบาๆ เดรโกรีบไปหลบข้างเตียงที่ตั้งอยู่ถัดจากเตียงของเธอไป เขามองรอดใต้เตียงนั้น ศาสตราจารย์มักกอนนากัลป์ มาดามพรอมฟรีย์ และศาสตราจารย์ดัมเบิ้ลดอร์กำลังเดินมาที่เตียงของเธอ

          “เธอเป็นอย่างไรบ้าง” มักกอนนากัลป์เอ่ยถามมาดามพรอมฟรีย์ถึงอาการของเฮอร์ไมโอนี่

          “ฉันคิดว่าเราควรส่งเธอไปรักษาที่โรงพยาบาลของมักเกิ้ล” มาดามพรอมฟรีย์เอ่ย “เธอประสบอุบัติเหตุพลัดตกลงมาจากต้นไม้ ศีรษะของเธอกระแทกอย่างแรงกับโขดหิน อาจจะส่งผลเสียต่อสมองของเธอ ฉันคิดว่าควรให้เธอได้รับการรักษาแบบมักเกิ้ลจะดีกว่า ที่เซนต์มังโกไม่ได้มีการรักษาพ่อมดแม่มดที่ประสบอุบัติเหตุแบบนี้นะ เธอหลับมาห้าชั่วโมงกว่าแล้ว ฉันไม่รู้ว่าเธอจะหลับอยู่อย่างนี้ไปอีกนานมั้ย เธออาจไม่ตื่นขึ้นมาก็ได้”

          “ฉันก็คิดอย่างนั้น” ดัมเบิ้ลดอร์เอ่ยเสียงเรียบ และกังวล “เราจะส่งคุณเกรนเจอร์ไปที่โรงพยาบาลของมักเกิ้ล คืนนี้ หายดีเมื่อไร เราจะพาเธอกลับมา”

          เดรโกมีท่าทีตกใจ เมื่อได้ยินคำพูดนั้น

 

          2 เดือนต่อมา

          แฮร์รี่ยืนคุยบางอย่างกับศาสตราจารย์มักกอนนากัล เขามีท่าทางดีใจเล็กน้อย แต่มักกอนนากัลป์ไม่ได้รู้สึกสบายใจเลย เธอเอ่ยบางอย่างด้วยน้ำเสียงที่บอกว่าเสียใจทำให้รอยยิ้มของแฮร์รี่นั้นค่อยๆเลือนหายไป มักกอนนากัลมองใบหน้าระทมทุกข์ของแฮร์รี่อย่างสงสาร แต่เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ มันเกินกว่าที่ความสามารถของศาสตราจารย์ทุกท่านจะช่วยเหลือได้

          “ฉันเองก็เสียใจไม่ต่างจากพวกคุณหรอก คุณพอตเตอร์” มักกอนนากัลป์เดินห่างออกไปเรื่อยๆ แฮร์รี่จึงหันหลังและเดินกลับเข้าไปในห้องโถง เขาเดินไปที่โต๊ะกริฟฟินดอร์อย่างเศร้าโศก รอนที่ร้อนใจจะอยากรู้มากกว่าใคร รีบลุกขึ้นเดินมาหาแฮร์รี่ก่อนที่จะได้เดินมาถึงที่โต๊ะด้วยซ้ำ

          “แฮร์รี่ มักกอนนากัลว่าไงบ้าง” สีหน้าของรอนนั้นแย่พอๆกับแฮร์รี่ ทุกคนที่ต๊ะกริฟฟินดอร์ต่างรอให้เขาเล่าเรื่องของเฮอร์ไมโอนี่ด้วยความเป็นห่วง

          “เธอสบายดี” แฮร์รี่พูดเสียงเรียบ ทุกคนต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก

          “แล้วเธอจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ” เซมัสถาม

          “คืนนี้ล่ะ” เสียงเรียบนิ่งที่เกือบจะเป็นเศร้าหมองเอ่ยขึ้น

          ทุกคนล้วนดีอกดีใจที่เฮอร์ไมโอนี่กำลังจะกลับมาที่ฮอกวอตส์ รวมถึงเดรโกที่นั่งหันหลังอยู่ที่โต๊ะสลิธีรินใกล้ๆ เขาแอบฟังพวกนั้นพูดคุยกัน และเขาก็ดีใจที่เธอกำลังจะกลับมา เขาจะขอโทษเธอกับเรื่องที่เกิดขึ้น

          แฮร์รี่มองเพื่อนของเขาที่ยิ้มแย้มกันเพราะดีใจที่เฮอร์ไมโอนี่กำลังจะกลับมา เขาไม่อยากให้ภาพตรงหน้านั้นหายไปเลย เขาไม่อยากจะพูดประโยคสุดท้ายที่มักกอนนากัลป์บอกกับเขาให้พื่อนๆฟัง แต่ถึงอย่างไรทุกคนก็ต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีก แฮร์รี่เดินไปนั่งบนม้านั่งข้างกับเพื่อนของเขา ดีนที่ไม่เห็นว่าแฮร์รี่จะยิ้มดีใจเหมือนคนอื่นจึงถามขึ้นอย่างสงสัย

          “แฮร์รี่ นายไม่ดีใจหรอที่เฮอร์ไมโอนี่จะกลับมา”

          “ยิ้มหน่อยสิเพื่อน เฮอร์ไมดอนี่กำลังจะกลับมานะ” เนวิลล์เอ่ย

          ทุกคนหันมามองที่แฮร์รี่ พวกเขาหุบยิ้มลงและมองใบหน้าของเขาอย่างสงสัย แฮร์รี่ยังคงไม่ยิ้ม เขาไม่อาจทำใจยอมรับมันได้จริงๆ

          “นายมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกเราหรือเปล่า” รอนถาม

          แฮร์รี่นิ่งเงียบ เขามองสายตาของเพื่อนๆที่รอให้เขาพูดสิ่งที่ค้างคาอยู่นั้น ทุกคนเฝ้ารอ เดรโกก็เช่นกัน แฮร์รี่พ่นลมหายใจออกมาและมองใบหน้าเพื่อนทุกคน

          “เฮอร์ไมโอนี่น่ะ” แฮร์รี่กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ เขาก้มหน้าลงและเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง “เธอจำพวกเราไม่ได้ เธอจำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ตัวเธอเอง”

          เดรโกปล่อยมือออกจากมีดและส้อมกระทบกับจานนั้น เขาอ้าปากค้าง เมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากปากของแฮร์รี่ หมายความว่าอะไรกัน เดรโกรีบลุกออกไปจากห้องโถง แพนซี่ที่กำลังนั่งคุยกับมิลลิเซนต์ หันไปมองแผ่นหลังของเดรโกที่เดินออกไปแล้วอย่างสงสัย

          “เดรโก เดรโก นายจะไปไหนน่ะ” เธอตะโกนเรียกเขา แต่เหมือนว่าเดรโกจะไม่ได้ยิน เขาเดินพ้นประตูไปแล้ว ก่อนที่แพนซี่จะเรียกเขาได้สำเร็จ

          ที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ ทุกคนมีสีหน้าสลดใจ เมื่อแฮร์รี่บอกว่าเฮอร์ไมโอนี่นั้นได้สูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป เธอจำใครไม่ได้ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นแม่มด เธออาจแปลกใจหากรู้ว่าเธอไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่แฮร์รี่ก็พยายามบอกว่าเธอจะต้องเหมือนเดิม เธอจะต้องจำทุกๆอย่างได้ หากเธอกลับมาที่นี่ เพียงแต่ว่ามันต้องใช้เวลาเท่านั้น

        

 

….

          เดรโกมองใบหน้าของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก ภาพของตัวเขาเอง เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองต้องทำแบบนี้ ถ้าในเมื่อเธอจำอะไรไม่ได้อีกแล้ว นั่นก็แปลว่าเธอจำเขาไม่ได้เช่นกัน เขาจะไม่เคยอยู่ในความทรงจำของเธอ ทุกความชั่วร้ายของเขาจะลบเลือนไปจากความทรงจำของเธอ แต่เขาเองกลับกำลังรู้สึกผิดและอยากจะลงโทษตัวเอง เดรโกเดินออกมาจากห้องน้ำชาย เขาเดินออกไปนอกปราสาท เดินไปที่สถานที่ที่เกิดเหตุการณ์เหล่านั้น ภาพในวันนั้นฉายชัดอยู่ในใจเขา เดรโกเดินไปที่ต้นไม้ต้นนั้น หนังสือเล่มหนาของเธอที่เขาขว้างมันมาจนมันค้างอยู่ที่กิ่งไม้ ถ้าเขาไม่ทำแบบนั้น ทุกอย่างมันก็จะไม่เลวร้าย เขาคือความเลวร้าย เขาทำร้ายเธอ ที่เธอต้องเป็นอย่างที่แฮร์รี่ว่านั้นก็เพราะเขา เดรโกปีนขึ้นไปบนต้นไม้ เขาเอื้อมหยิบหนังสือเล่มหนา และกระโดดลงมาอย่างไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะเป็นอันตราย เขามองหนังสือเล่มที่อยู่ในมือ ภาพของเธอที่พยายามจะเอื้อมหยิบมัน ก่อนที่เธอจะพลัดตกลงมาจากต้นไม้แวบเข้ามาในหัวใจของเขา เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีความรู้สึกที่คล้ายกับเจ็บปวด ...เจ็บปวดอย่างนั้นหรือ เพียงแค่เห็นภาพนั้น เขาต้องรู้สึกแบบนั้นหรือ ทั้งที่สองเดือนก่อนเขาทำร้ายเธอ ทำให้เธอต้องเป็นแบบนั้น แต่พอมาถึงตอนนี้ เพียงแค่เขานึกถึงภาพของเธอ เขาจะต้องรู้สึกเจ็บปวดเลยหรือ?

          เด็กหนุ่มถอนสายตาจากหนังสือในมือ เขาเดินลงไปตามเนินสูงชันที่ร่างของเธอกลิ้งตกลงไป เธอคงจะเจ็บปวดมาก ทั้งร่างกายและจิตใจ เขากวาดสายตามองไปตามพื้นที่บริเวณนั้น ซึ่งมีแต่ตอหินที่ฝังอยู่ตามพื้นดิน เดรโกนึกภาพที่ร่างของเธอกระแทกเข้ากับหินพวกนี้ เขาเดินมาเรื่อยๆจนถึงจุดหมายของเขา เด็กหนุ่มย่อตัวลง เขามองไปที่โขดหินที่ศีรษะของเอกระแทกอย่างแรง รอยเลือดของเธอยังคงอยู่ เขาเอื้อมมือไปแตะมันอย่างแผ่วเบา ภาพนั้นแวบเข้ามาในหัวเขา ภาพที่เขาเห็นเลือดสีเข้มของเธอหลั่งไหลอกมาจากศีรษะของเธอ เพื่อนๆของเขาวิ่งหนีกันไปแล้ว เมื่อได้เห็นเลือดที่ไหลอาบใบหน้าของเธอ ทั้งที่เขาควรจะช่วยเธอ เขาควรจะอุ้มเธอไปที่ห้องพยาบาล แต่เขาก็ไม่ทำ เพียงเพราะว่าเขากลัวความผิดที่ก่อขึ้น เขาวิ่งหนีตามหลังเพื่อนของเขาไป ปล่อยให้เธอนอนหมดสติอย่างนั้น เขาวิ่งหนีไปโดยไม่ลังเลที่จะไม่คิดช่วยเหลือ เขาไม่หันกลับมามองเธอด้วยซ้ำ เขาไม่ทำในสิ่งที่คนสำนึกผิดนั้นควรจะทำ จนเมื่อมีคนไปพบเห็นเธอ ซึ่งนั่นก็คือแฮกริด ที่เป็นคนอุ้มเธอมาที่ห้องพยาบาล เดรโกไม่แน่ใจว่าแฮกริดจะรู้เห็นเหตุการณ์ที่เขาและเพื่อนๆแกล้งเธอหรือไม่ แต่ผ่านมาสองเดือนแล้วก็เหมือนจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ เขาเสียใจ และเขาขอโทษ

 

….

          นักเรียนแต่ละคนต่างไปนั่งประจำโต๊ะกันหมดแล้ว เดรโกถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า เขาหันซ้ายหันขวามองหาคนที่เขาอยากจะพบ เขาเฝ้ารอเธออยู่ พอๆกับนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์ที่ต่างไม่ค่อยจะแตะต้องอาหาร ยกเว้นรอน แต่ก็ดูเหมือนวันนี้เขาจะไม่ค่อยสนใจกับอาหารเท่าไหร่ เพราะเขาก็กำลังรอเธออยู่เดรโกเองก็เช่นกัน เขาแทบจะไม่ได้กินอะไรเลย เพราะเอาแต่ชะเง้อมองหาเธอ

          “เดรโก นายมองอะไรอยู่ เมื่อไหร่เธอจะกินซักที อาหารเย็นหมดแล้ว” แพนซี่หันมามองด้วยความสงสัย ก่อนจะหันกลับไปดื่มน้ำฟักทองในแก้ว เดรโกไม่ได้สนใจจะฟังเธอด้วยซ้ำ เขารอแทบบ้าอยู่แล้ว เมื่อไหร่เธอจะมาสักที เขาเลิกมองหาและนั่งเท้าคางแทน

           “ฉันมีอะไรอยากจะบอกเสียหน่อย พวกเธอคงจะคิดถึงเพื่อนบางคนสำหรับพวกเธอ ฉันไม่อยากจะเสียเวลา แต่ฉันแค่อยากบอกว่า” ดัมเบิ้ลดอร์กล่าวอย่างอ่อนโยน เดรโกนั่งฟังด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว “ไม่ว่าคนเรานั้นจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน หรือต่อให้อีกคนจะจำอะไรไม่ได้ แต่ฉันเชื่อว่าความรู้สึกของคนที่จำอะไรไม่ได้นั้นยังคงเหมือนเดิม เขาจะรู้สึกได้ก็ต่อเมื่อพวกเธอจะถ่ายทอดมันออกมา และฉันขอต้อนรับคุณเฮอรืไมดอนี่ เกรนเจอร์ กลับสู่ฮอกวอตส์”

           เสียงปรบมือของนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์ดังลั่น บางคนถึงกับยืนขึ้น เมื่อพวกเขาเห็นเฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่ด้านหน้า แม้ใบหน้าของเธอจะดูเหมือนกับไม่ค่อยคุ้นเคยสถานที่แห่งนี้และทุกคน แต่เธอก็พยายามจะส่งยิ้มให้กับทุกคนที่มองเธอ มักกอนนากัลโอบไหล่เธอไว้และพูดอย่างอ่อนโยน

          “ไปหาเพื่อนของเธอสิ พวกเขารอเธอมานานแล้ว”

          เฮอร์ไมโอนี่มองไปที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ เธอมองไปที่เด็กหนุ่มผมดำที่สวมแว่นตา เด็กหนุ่มผมแดง และคนอื่นๆที่นั่งชะเง้อมองเธอพร้อมกับส่งยิ้มให้ แม้ว่าเธอจะจำอะไรไม่ได้แต่เธอก็รู้สึกอบอุ่นใจ เฮอร์ไมโอนี่เดินไปที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ตรงที่มีเพื่อนๆของเธอนั่งอยู่ เธอนั่งลงข้างๆพวกเขา

          “ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านกริฟฟินดอร์นะ เฮอร์ไมโอนี่ ฉันเนวิลล์ ลองบอตท่อม” เนวิลล์พูดยิ้มๆ

          “ขอบคุณนะ เนวิลล์” เฮอร์ไมโอนี่จึงส่งยิ้มตอบ

          “เฮอร์ไมโอนี่ พวกเราจะดูแลเธอเอง ไม่ต้องห่วงว่าเธอจะไม่มีใคร ฉันรอน วีสลี่ย์” รอนแนะนำตัว แล้วหันไปทางน้องสาวของเขา “ส่วนนี่น้องของฉัน จินนี่ วีสลี่ย์ เธอสองคนน่ะเป็นเพื่อนสนิทกัน ถ้าเผื่อว่าเธออยากจะปรึกษาอะไรที่เป็นเรื่องแบบผู้หญิงๆน่ะ จินนี่จะช่วยเธอเอง”

          เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองหน้าจินนี่ เธอทั้งสองส่งยิ้มให้กัน แล้วเธอก็หันไปมองเด้กหนุ่มผมดำ ที่สวมแว่นตา เขาและเธอส่งยิ้มให้กัน

          “แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไรหรอ” เฮอร์ไมโอนี่ถามเสียงอ่อนโยน

          “ฉันแฮร์รี่ พอตเตอร์ ไม่ต้องเกร็งหรอก พวกเราทุกคนจะดูแลเธออย่างใกล้ชิดเลย” แฮร์รี่เอ่ย

          ทุกคนที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ต่างก็พากันแนะนำชื่อของตัวเองและเล่าเรื่องราวต่างๆของที่นี่ให้เธอฟัง จนเธอก็จำแทบไม่ได้ว่าใครชื่ออะไรกันบ้าง พวกเขาพากันเล่าถึงเรื่องราวของที่นี่ วีรกรรมมากมายที่เราได้ทำร่วมกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีเจ็ดนี้ เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก พวกเขาทำให้เธอไม่รู้สึกอึดอัดอย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก เธอได้รับการต้อนรับจากพวกเขาอย่างอบอุ่น เฮอร์ไมโอนี่นั่งมองพวกเขาทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย เธอยิ้มให้กับภาพที่เธอเห็น จากนั้นเธอก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกจับจ้องอยู่ด้วยสายตาของคนที่นั่งอยู่อีกโต๊ะ เธอหันไปมองคนคนนั้น แล้วเธอก็ส่งยิ้มให้กับเขาดวงตาสีซีดนั้นไม่ได้มีความรู้สึกอะไรมากไปกว่าการขอโทษ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่รับรู้ถึงความรู้สึกนี้ เขาไม่ยิ้ม แต่กลับหลบสายตาเธอ เขาหันไปมองทางอื่น เฮอร์ไมโอนี่จึงหุบยิ้มนั้นลงแล้วหันไปทางอื่นอย่างไม่เข้าใจ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

            เมื่อถึงเวลาอันสมควรแก่การพักผ่อน ดัมเบิ้ลดอร์จึงให้นักเรียนทุกคนกลับไปที่หอพัก นักเรียนแต่ละบ้านทยอยกันออกมาจากห้องโถง เฮอร์ไมโอนี่เดินออกมาจากห้องโถงพร้อมกับเพื่อนของเธอ เธอเดินตามหลังพวกเขามา และกำลังจะพากันเดินกลับไปที่หอ เธอเหลียวมามองด้านหลัง เด็กหนุ่มผมบลอนด์ก็ต้องรีบหันหลบและเดินกลับเข้าไปในกลุ่มเพื่อน เฮอร์ไมโอนี่จึงหันหลังกลับมาและเดินตามเพื่อนของเธอไป เมื่อกลับมาถึงที่หอ เธอตั้งท่าจะถามเพื่อนของเธอถึงเด็กหนุ่มคนนั้น แต่เธอก็ยังคงลังเล เพราะคิดว่าเดี๋ยวเธอก็จะไปทำความรู้จักกับเขาเองที่หลัง เพื่อนๆและเธอจึงพากันขึ้นไปหอนอน เพื่อนอนหลับพักผ่อน

          เดรโกนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงสี่เสาในความมืด เขาดึงม่านปิดรอบตียงและนั่งอยู่คนเดียว เขากำลังนึกถึงเธอ เขาไม่กล้าที่จะส่งยิ้มให้กับเธอตอนอยู่ที่ห้องโถง เขาไม่อาจฝืนใจทำแบบนั้น เขาดีใจที่เธอหายดีแล้ว แม้ว่าความทรงจำทั้งหมดมันจะหายไป ทุกอย่างในความคิดของเธออาจจะไม่เหมือนเดิม เด็กหนุ่มตั้งใจว่าเขาจะนัดเธอมาเจอในวันพรุ่งนี้ เขาจะไปขอโทษเธอในวันพรุ่งนี้ และหากว่าเธอจำเดรโก มัลฟอยที่นิสัยแย่ๆไม่ได้แล้ว ดังนั้นเขาก็จะกลายเป็นเด็กหนุ่มที่แสนดีต่อเธอ แค่เฉพาะกับเธอเท่านั้น เขาจะเริ่มต้นใหม่ ไม่ทำนิสัยแย่ๆให้เธอเห็น ไม่แกล้งเธออย่างที่เขาเคยทำ และเขาก็จะนำของทั้งหมดที่เป็นของเธอ หนังสือเก่าๆเล่มหนานั้น ไม้กายสิทธิ์ของเธอ ไปคืนให้กับเธอในวันพรุ่งนี้ นับตั้งแต่พรุ่งนี้ทุกอย่างมันจะต้องดีกว่าสองเดือนที่ผ่านมาเดรโกหวังอย่างนั้น

….

          วันนี้เป็นวันหยุด

          เฮอร์ไมโอนี่นั่งอยู่ที่ห้องโถงกลาง เธอกำลังทานอาหารไปเรื่อยๆ พร้อมกับที่เธอก็พยายามรื้อฟื้นภาพความทรงจำเก่าๆ แม้ว่ามันจะไม่ค่อยได้ผลและทำให้เธอปวดหัว เธอก็จะหยุดสักพักหนึ่ง เธอหันไปมองเพื่อนๆของเธอที่กำลังคุยอะไรกันสักอย่าง เขาพูดถึงเรื่องควิดดิช ซึ่งเธอไม่ค่อยเข้าใจนักจึงไม่ได้สนใจ ขณะนั้นเองก็มีนกฮูกเหยี่ยวบินมาและทิ้งจดหมายลงต่อหน้าเธอ เฮอร์ไมโอนี่มองมันที่บินไปแล้วอย่างสงสัย เธอคิดว่ามันอาจจะบินกลับไปหาเจ้าของของมัน ซึ่งอาจจะนั่งอยู่ในห้องโถง แต่มันกลับบินออกไปจากห้องโถง เธอจึงไม่รู้ว่านกฮูกนั่นเป็นของใคร เฮอร์ไมโอนี่หันกลับมาสนใจกระดาษแผ่นเล็กที่ม้วนอยู่นี้ จดหมายจากบุคคลปริศนา เธอหยิบมันขึ้นมาและแกะออก เริ่มต้นอ่านข้อความในจดหมายนั้นเงียบๆ

 

มาพบฉันที่ริมทะเลสาบ ได้โปรด อย่าบอกใคร

จาก เดรโก มัลฟอย บ้านสลิธีริน

         

          เฮอร์ไมโอนี่พับจดหมายลงและเก็บใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ เธอหันไปมองเพื่อนๆของเธอที่ยังคุยกันอยู่ จึงใช้โอกาสนี้แอบออกมาจากห้องโถง เธอไม่รู้หรอกว่าทะเลสาบนั้นอยู่ที่ไหน แต่ที่เธอเดินมาถูกนั้นก็เป็นเพราะเธอสอบถามจากนักเรียนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวทางเดิน เฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่ที่ริมทะเลสาบ ซึ่งมันค่อนข้างจะไร้ผู้คน เธอไม่เห็นใครเลย นอกจากเด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่ยืนหันหลังให้เธอ กำลังขว้างก้อนหินลงไปในน้ำ เธอยืนมองเขา แล้วภาพของใครบางคนก็แวบเข้ามาในหัวของเธอ มันรวดเร็วและเลือนราง คล้ายกับคนที่กำลังขว้างปาอะไรสักอย่าง เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหัวรัวเร็ว เมื่อเธอรู้สึกปวดหัวตุบๆ เธอเดินไปหาบุคคลคนนั้น เด็กสาวหยุดยืนอยู่ด้านหลังเขา

          “หวัดดี” เธอทักทายอย่างเกรงๆ

          เด็กหนุ่มที่ยืนหันหลังให้เธอเลิกปาก้อนหิน แต่เขายังคงไม่หันมามองเธอ

          “เธอรู้จักคนที่ชื่อ” เฮอร์ไมโอนี่ล้วงกระเป๋าหาจดหมายที่เธอได้มา เพื่อจะอ่านชื่อของคนที่ส่งจดหมายมาให้เธอ “เดรโก มัลฟอย เขาอยู่บ้านสลิธีรินน่ะ”

           เฮอร์ไมโอนี่ยืนมองเขา เขาไม่ตอบอะไร นอกจากยืนเงียบๆ แล้วเขาก็หันมามองเธอช้าๆด้วยสายตาเรียบนิ่ง

           “เธอฉันจำเธอได้”

           เดรโกมีท่าทางตื่นตระหนก เมื่อเธอพูดแบบนั้น เธอจำเขาได้แล้วอย่างนั้นหรือ

           “เธออยู่บ้านสลิธีรินนี่ เมื่อวานนี้ฉันเห็นเธอ งั้นเธอก็ต้องรู้จักคนที่ชื่อเดรโก มัลฟอย ใช่มั้ย” เฮอร์ไมโอนี่พูดต่อจนจบ

           ดวงตาสีน้ำตาลใส เดรโกจ้องลงไปในดวงตาของเธอ เธอยังจำเขาไม่ได้ น่าแปลกที่เขากลับรู้สึกโล่งอก เฮอร์ไมโอนี่จ้องมองเขา เธอกำลังรอฟังคำตอบจากเขาอยู่ แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรออกมา ภาพของเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอนี้ก็แวบเข้ามาในหัว ภาพตอนที่เขากำลังยืนหัวเราะอะไรบางอย่างกับเพื่อนๆของเขา แล้วทุกอย่างก็เลือนหายไปจากความคิดเธออีกครั้ง เฮอร์ไมโอนี่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเห็นแต่ภาพของเขา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเพ่งความคิดถึงอะไรมากมายแต่เธอกลับไม่เห็นอะไรเลย มันว่างเปล่า ต่างจากตอนนี้ ตอนที่เธอมาเจอเขา เธอกลับเริ่มเห็นภาพความทรงจำที่มีแต่เขา เฮอร์ไมโอนี่หลับตาแน่นเมื่อเธอเริ่มรู้สึกปวดหัวอีกแล้ว เธอยกฝ่ามือกดที่ขมับเล็กน้อย เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวของเธอ

          “ฉันเองแหละคนที่เธอตามหา”

          น้ำเสียงเรียบนิ่งที่เกือบจะเย็นชาของเขาเอ่ยขึ้น เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้าขึ้น เธอมองใบหน้าของเขาอย่างุนงง รู้สึกแปลกๆเมื่อเธอต้องยืนอยู่ที่นี่กับเขากันสองคน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ค่อยปลอดภัยยามอยู่ใกล้เขา เธอรู้สึกเหมือนอยากจะเดินออกไปจากตรงนี้เหลือเกิน เฮอร์ไมโอนี่ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เพื่อให้เธอได้ยืนห่างเขานิดหนึ่ง เด็กหนุ่มมองการกระทำของเธออยู่เงียบๆ เขาจ้องลงไปในดวงตาสีน้ำตาลนั้น เขารู้ว่าเธอกังวล เธอกำลังไม่ไว้วางใจเขา

          “เธอเป็นยังไงบ้าง” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงขมขื่น

          เฮอร์ไมโอนี่มองเขา เธอเลิกคิ้วนิดหนึ่ง และคิดว่าเขาและเธอน่าจะรู้จักกันมาก่อน เขาถึงได้ถามเธอด้วยคำถามที่ดูเหมือนกับเป็นห่วงเธอ

          “ฉันก็สบายดี ก่อนหน้านี้ฉันรู้สึกเจ็บไปหมดเลย ฉันจำอะไรไม่ได้ตั้งแต่ฉันตื่นขึ้นมา” เฮอร์ไมโอนี่พูดพลางยกแขนโอบรอบตัวเอง เธอใช้ฝ่ามือลูบที่แขนของเธอเบาๆ

          เดรโกฟังน้ำเสียงของเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะเจ็บมากจริงๆ

          “เรารู้จักกันหรือ” เฮอร์ไมโอนี่ถามด้วยความสงสัย

          เดรโกพยักหน้าช้าๆ เป็นการตอบ

          “เราเป็นเพื่อนกันหรือ มัลฟอย” น้ำเสียงไม่มั่นใจของเธอถามขึ้นและเอ่ยชื่อเขา

          เด็กหนุ่มนิ่งเงียบ เขาไม่รู้ว่าจะตอบเธอว่าอย่างไรดี เขารู้ว่าเธอถามเขาเพราะเธออยากจะวางใจ เธอคงไม่อยากจะเที่ยวคุยกับใครไปเรื่อยเปื่อย เขาคิดอย่างนั้น

          “ก็ไม่เชิง” เขาฝืนยิ้มให้เธอนิดหนึ่ง เพื่อที่จะทำให้บรรยากาศระหว่างเขาและเธอไม่ต้องรู้สึกอึดอัด

          เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าช้าๆ เธอมองเขาอย่างไม่เข้าใจนัก ท่าทางของเขามันช่างดูห่างเหิน เธอคิดว่าเขาและเธอไม่เหมือนกับเป็นเพื่อนกันเลย ไม่ได้เป็นแฟนกันด้วย

          “เธอมีธุระอะไรกับฉันล่ะ” เธอถาม

          เดรโกหลุบตาลง เขาล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมสีดำของเขา เฮอร์ไมโอนี่เห็นว่าเขาหยิบหนังสือและไม้กายสิทธิ์ออกมาออกมา เธอมองสิ่งของที่อยู่ในมือของเขา แล้วค่อยเลื่อนสายตาของเธอมองที่ใบหน้าของเขา เด็กหนุ่มมองใบหน้าของเธออีกครั้ง เขารู้ว่าเธอกำลังสงสัย และเขาก็กำลังจะบอกเธอ

          “นี่เป็นของของเธอ เธออยากได้มันคืนจากฉัน”

          เดรโกเอ่ย แล้วเขาก็ยื่นมันให้กับเธอ เฮอร์ไมโอนี่มองมันอีกครั้ง แล้วภาพของเขาก็แวบเข้ามาในหัวของเธอ ภาพที่เขายื่นหนังสือเล่มนี้ให้กับเธอ เธอขมวดคิ้ว เพราะความรู้สึกปวดหัว เฮอร์ไมโอนี่ยื่นมือไปรับมันมา เธอกอดมันไว้แนบอก ก่อนจะมองใบหน้าของเขาที่เหมือนกับต้องการจะพูดอะไรกับเธอ

          “ฉันไม่รู้หรอกว่ามันจะเคยเป็นของฉันหรือเปล่า และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าเราสองคนเป็นอะไรกันแน่” เฮอร์ไมโอนี่บอกด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ “ขอโทษนะ ที่ฉันจำอะไรไม่ได้เลย”

          เดรโกมองใบหน้าของเธอ เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวอยู่ในอก เขาเดาไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากว่าเขาได้สารภาพทุกอย่างออกไป เธอจะเกลียดเขามั้ย หรือเธอจะให้อภัยเขา ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากจะเลือกอย่างหลัง แต่ไม่ว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร เขาขอแค่ให้ได้บอกความจริงกับเธอ ขอโทษเธอก็พอแล้ว

          “ขอโทษทำไม ไม่ใช่ความผิดเธอหรอก” เดรโกเริ่มพูดด้วยเสียงเจ็บปวด “ฉันต่างหากที่ควรพูดคำนั้น”

          เฮอร์ไมโอนี่มองเขาอย่างไม่เข้าใจ นี่มันอะไรกัน เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ราวกับเขามีคำพูดมากมายที่จะบอกกับเธอให้หมดในคราเดียว

          “ฉันรู้ว่าเธอเจ็บแค่ไหน เกรนเจอร์” เขาก้าวไปหาเธอเล็กน้อย “ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง”

          “หมายความไง” เธอถามเสียงเบา

          “ถ้าวันนั้นฉันไม่แกล้งเธอ เธอก็จะไม่เป็นแบบนี้” เขาเอ่ย “ที่เธอต้องเป็นแบบนี้ ก็เพราะฉันเอง”

          “เกิดอะไรขึ้นกับฉัน” เฮอร์ไมโอนี่มองเขาด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กๆ เธอก้าวถอยหลังไปอีกเล็กน้อย

          “ฉันขว้างหนังสือเล่มนั้นของเธอทิ้งไป แล้วมันก็ไปค้างอยู่ที่ต้นไม้ เธอวิ่งไปที่ต้นไม้และก็ปีนขึ้นไป ในขณะที่ฉันกับเพื่อนของฉันกำลังหัวเราะเธอ” เขามองใบหน้าของเธอตลอดเวลา ทุกคำพูดของเขานั้นดังอยู่ในหัวของเธอ “ฉันปล่อยให้เธอปีนขึ้นไปเอาหนังสือเล่มนั้นด้วยตัวของเธอเอง ฉันมองเธออยู่ห่างๆด้วยความสนุก ฉันเดาว่าเธอจะต้องทำไม่ได้แน่ๆ และมันก็เป็นความจริง เธอพลัดตกลงมาจากต้นไม้ แต่มันไม่ใช่แค่นั้น” เด็กหนุ่มหยุดพูด เมื่อเขาเริ่มเห็นน้ำตาคลออยู่ที่ดวงตาของเธอ เขารู้ว่าเธอกำลังผิดหวัง “ฉันเห็นร่างของเธอไถลลงไปตามเนินสูงชัน ก่อนที่ร่างของเธอจะหยุดนิ่ง แล้วฉันก็เข้ามาดูเธอ”

          “เพื่อสมน้ำหน้าฉันหรือยังไง” เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงเย็น

          เด็กหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ และเริ่มพูดต่อ

          “ฉันฉันเห็นเลือดของเธอ หัวของเธอกระแทกกับหินอย่างแรง ฉันตกใจมาก ฉันฉันก็เลยวิ่งหนีไป ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้ ฉันไม่คิดว่ามันจะเลวร้ายแบบนี้ ฉัน” เด็กหนุ่มพูดอย่างกระอักกระอ่วน

          เฮอร์ไมโอนี่มองเขาอย่างผิดหวัง

          “ฉันรู้ว่าฉันทำให้เธอเจ็บตัว ฉันทำร้ายเธอ ฉันทำให้เธอต้องสูญเสียความทรงจำทั้งหมด ฉันฉันเสียใจ” เดรโกก้าวเท้าไปหาเธอ แต่เธอกลับถอยห่าง “ฉันขอโทษ ได้โปรด ยกโทษให้ฉันนะ อภัยให้ฉันนะ ฉันอยากขอโทษเธอจริงๆนะ เกรนเจอร์”

          เด็กสาวส่ายหน้า เธอยกฝ่ามือปิดหูของตัวเอง ขณะที่น้ำตาของเธอเริ่มไหลมาตามแนวโค้งแก้มของเธอ

          “ฉันไม่ได้อยากจะให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ ที่ฉันทำไปทั้งหมด เพราะฉันฉัน” เดรโกพยายามจะอธิบายให้เธอฟัง แต่เธอก็เอาแต่ส่ายหัวและร้องไห้

          “เธอไม่คิดจะช่วยฉันด้วยซ้ำ ทำไม” เด็กสาวพูดด้วยเสียงสั่นๆอย่างไม่เข้าใจ

          “ฉันขอโทษ ฉันเสียใจ ฉันกลัว ฉันไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ ฉันรู้ว่าฉันผิด” เขาพูดด้วยสีหน้าและท่าทางที่สำนึกผิดจริงๆ “ฉันขอโทษนะ ถ้าเธอยกโทษให้ฉัน หลังจากนี้ไป ฉันก็จะทำดีกับเธอ ฉันจะไม่ทำร้ายเธออีก ฉันฉันขอสาบาน”

          เฮอร์ไมโอนี่มองเขา เธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เธอรู้ว่าเขาสำนึกผิด แต่เธอกำลังรู้สึกผิดหวัง เขาทำแบบนั้นได้ยังไง เขาเห็นว่าเธอไม่มีความรู้สึกอย่างนั้นหรือ ในขณะที่เธอกำลังใช้ความคิดทบทวนให้ดี เสียงหนึ่งก็ตะโกนเรียกเธออย่างตกใจ

          “เฮอร์ไมโอนี่!

          เด็กสาวหันไปมองด้านหลัง เพื่อนๆของเธอมองมาที่เธออย่างตกใจ รอนและแฮร์รี่วิ่งนำหน้าคนอื่นๆมา ก่อนที่เซมัส ดีน จินนี่ ปาราวตี ปัทมา และเนวิลล์จะวิ่งตามมา รอนมีท่าทางโกรธจัด เมื่อเห็นว่าเธอกำลังอยู่กับศัตรู และยิ่งเขาเห็นน้ำตาของเธอ นั่นยิ่งทำให้เขาเดือดจัด เฮอร์ไมโอนี่ทำอะไรไม่ถูก เธอรีบปาดน้ำตาของเธอทิ้งไป

          “นายทำอะไรเธอ มัลฟอย!” รอนพูดด้วยเสียงเดือดดาล “ทำไมเธอถึงได้ร้องไห้”

          “เขาแค่เอาของมาคืนฉัน ไม่มีอะไรหรอกรอน” เฮอร์ไมโอนี่บอก พยายามจะทำให้เขาใจเย็นลง

          รอนหันมามองหน้าเธอด้วยความแปลกใจ และถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

          “ถ้าเขาแค่เอาของมาคืนให้เธอ แล้วทำไมเธอถึงต้องร้องไห้ด้วยล่ะ”

          เธอไม่ตอบและปรายตามองเด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่มองหน้าเธอ รอนหันกลับไปมองหน้าเดรโกอีกครั้งด้วยความโมโห

          “อย่ามายุ่งกับเธออีก พวกเราไม่อยากให้เธอต้องจดจำการกระทำแย่ๆของนาย เธอจะไม่รู้ว่านายเป็นใคร นับจากนี้เธอจะจำได้แค่พวกเราเท่านั้น นายจะต้องไม่มีตัวตนในชีวิตของเธอ ที่จริงฉันก็คิดว่ามันแย่มากที่เธอจำพวกเราไม่ได้ แต่คิดอีกทีฉันว่ามันชักจะมีข้อดีอยู่อย่าง” รอนพูดอย่างสะใจ

          “ฉันก็ไม่ได้อยากให้ยัยเลือดสีโคลนมาจดจำฉันอยู่แล้ว วีเซิ่ล”

          เพียงชั่วพริบตา รอนตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อเดรโก เขาง้างหมัดขึ้น เตรียมจะชกหน้าคนที่ยั่วโมโหเขา แต่เฮอร์ไมโอนี่ที่ยืนมองพวกเขาอยู่นั้น ต้องรีบวิ่งเข้ามาจับแขนรอนข้างที่เขาเตรียมจะชกเด็กหนุ่มผมบลอนด์ไว้ เพื่อไม่ให้เขาทำร้ายเดรโก และพูดอย่างร้อนรน

          “เขามาขอโทษฉัน!!

          รอนหันมามองเธออย่างไม่เข้าใจ เขาปล่อยมือจากคอเสื้อคนที่เขาเกือบจะชกออกและลดมือที่เตรียมจะอัดลงหน้าหน้าเดรโกลง เฮอร์ไมโอนี่ร้องไห้ เธอสะอื้นต่อหน้าพวกเขา เด็กหนุ่มผมบลอนด์มองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ในขณะที่รอนและคนอื่นๆยังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด เฮอร์ไมโอนี่ก้มหน้าลงและพูดด้วยเสียงสั่นเครือ

          “เขาแค่มาขอโทษฉัน ที่เขาเคยทำไม่ดีกับฉัน ก็เท่านั้น ที่ฉันร้องไห้ เพราะฉันแค่” เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้ามองรอน “ผิดหวัง”

          รอนหันไปมองหน้าเดรโกอีกครั้งอย่างไม่เชื่อนักว่าหมอนี่จะมาขอโทษเธอ เด็กหนุ่มทั้งสองจ้องมองกันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ เฮอร์ไมโอนี่จึงพูดขึ้นอีกครั้ง

          “รอน ฉันขอคุยกับเขาก่อนได้มั้ย เป็นการส่วนตัวน่ะ”

          รอนก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ เขาไม่หันมามองเธอ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในกลุ่มเพื่อนที่ยืนมองเหตุการณ์นั้นอยู่ เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองพวกเขา จากนั้นเธอก็หันกลับมามองเด็กหนุ่มผมบลอนด์

          “ฉันไม่รู้หรอกว่าที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉันไม่รู้ว่าระหว่างเธอกับฉันมันดีหรือร้าย แต่ฉันยกโทษให้เธอ” เธอพูดด้วยเสียงสั่นๆ น้ำตาของเธอรื้นขึ้นมาอีกครั้ง “ขอบคุณที่เธอมาขอโทษฉัน ทั้งที่ฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

          เธอและเขาสบตากันเนิ่นนาน เธอจ้องมองเขาด้วยดวงตาแห่งความเสียใจ แต่เขากลับมองเธอด้วยความรู้สึกที่เธอเดาไม่ออก เธอไม่รู้จริงๆว่าเขาคิดอะไร เธอมองเห็นแต่ความเย็นชาในดวงตาสีซีดคู่นั้น เฮอร์ไมโอนี่หลับตาลง เพื่อไล่น้ำตานั้นออกไป เมื่อเขาและเธอต่างไม่มีอะไรต้องพูดคุยกันแล้ว เฮอร์ไมโอนี่จึงหันหลังให้เขา เธอกำลังจะก้าวเท้ากลับไปหาเพื่อนของเธอ แต่เธอกลับรู้สึกว่าข้อมือของเธอถูกดึงกลับไปทางด้านหลัง เฮอร์ไมโอนี่หมุนตัวอย่างไม่ได้ตั้งใจ ร่างของเธอหันกลับไปหาเขา แล้วเธอก็พบกับอ้อมกอดของเด็กหนุ่มผมบลอนด์ เฮอร์ไมโอนี่ตกใจกับการกระทำของเขาแต่เธอก็ยอมให้เขากอดเธอไว้ เดรโกกระซิบถ้อยคำสุดท้ายที่เหมือนกับว่าเขาและเธอจะต้องจากกันไป

          “ได้โปรด อย่าจำฉันไว้ ลืมฉัน และฉันจะลืมเธอ”

          เดรโกถอยห่างออกจากร่างเธอ เฮอร์ไมโอนี่ไม่เข้าใจความรู้สึกของเขาเลย เขาต้องการอะไรกันแน่ เขาต้องการจะบอกอะไรกับเธอ ที่เขาพูดนั้น มันคืออะไร ทำไมเธอจะต้องลืมเขาด้วย เฮอร์ไมโอนี่ยืนมองเขาอย่างไม่เข้าใจ เดรโกจึงหันหลังให้กับเธอ เขามองไปยังทะเลสาบนั้นด้วยดวงตาสีซีดที่แสนเย็นชา เฮอร์ไมโอนี่คิดว่าคงถึงเวลาที่เธอต้องไปแล้วจริงๆ เธอเดินกลับไปหาเพื่อนๆของเธอ พวกเขาจึงพากันกลับเข้าไปในปราสาท เหลือเพียงเด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่ยืนนิ่ง เขาหันหลังกับมาอีกครั้ง และมองเธอที่เดินจากไปอย่าง….เจ็บปวด

          เธออาจจะลืมเขาได้ ในไม่ช้า เด็กหนุ่มต้องการให้เธอลืมเขา ลืมความเลวร้ายของเขาไป แต่เขาจะลืมเธอได้อย่างไร

          …ในเมื่อเขา

          …แอบรักเธอมานานเหลือเกิน

 

 

***The end***

ผลงานอื่นๆ ของ Madame Bonjour

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. #11 ชื่อ
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 18:18

    โอ้ย มีภาคต่อไหม

    #11
    0
  2. วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 18:00
    เศร้าค่ะ น้ำตาแตกเลยยย
    #10
    1
    • 8 มิถุนายน 2563 / 21:19
      เช็ดน้ำตาา แล้วมองกันได้มั้ยยย
      #10-1
  3. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 18:32
    ร้องไห้ T^T
    #9
    1
  4. วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 12:02
    เศร้ามากกก ร้องไห้เลยยย 


    #8
    0
  5. #7 jkjk
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 23:52
    เศร้ามากกกก TOT เดรโกน่าสงสาร
    #7
    1
  6. #6 Preaw1104 (@Preaw1104) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 22:45
    แอบหน่วงอ่ะ สงสารเฮอร์ไมโอนี่ T T
    #6
    1
  7. วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 18:08
    อ่านไปด้วยร้องไห้ไปด้วยเลยอ่ะ เศร้าาา ToT

    #5
    1
    • 31 กรกฎาคม 2559 / 16:59
      เช็ดน้ำตาาา แล้วมองกันได้มั้ย 555ไม่ใช่ละ
      #5-1
  8. วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 02:44
    แงเศร้าจังเลยอ่าา เดรของฉันน
    #4
    1
    • #4-1 ไรท์เองค่ะ
      22 มีนาคม 2559 / 19:23
      ขอบคุณฮ้าบบบบบ เราก็แอบติดตามนิยาย รอนิยายของไรท์อยู่ รีบมาอัพนะคะ
      #4-1
  9. วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 11:29
    อหหหห. อ่านแล้วเศร้ามาก สงสารเดรโก T^T
    #3
    0
  10. #2 กะทิชาวเกาะ
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:00
    เศร้าอ่ะไรท์เตอร์. แต่ไรท์แต่งดีมากเลยอ่ะกับเรื่องเศร้าๆเราชอบนะภาษาการใช้บรรยายถือว่าดีเลยแหละ มีคำผิดอยู่บ้างน้าแต่เราให้อภัย สู้ๆนะคะไรท์เรารออ่านเรื่องNo reason อยู่นะคะ
    #2
    0
  11. #1 Chonthicha chakhreeyarat
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:08
    จบได้เศร้ามากๆเลยค่ะ
    #1
    0