(Fic Gintama) My love รักวุ่นวายของเจ้าชายดาว S

ตอนที่ 45 : บทที่ 19 อกหัก? มันก็เจ็บจี๊ดๆเหมือนมดกัดเท่านั้นล่ะ(มั้ง) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    12 ก.ค. 57


 

 

                “ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะ” ผู้หญิงตัวเล็กว่าพลางยื่นมือไปรับถุงข้าวของจากร่างสูงตรงหน้า “แล้วก็ที่ช่วยถือของด้วย”

                “ไม่เป็นไรครับ เพราะยังไงผมต้องผ่านมาทางนี้อยู่แล้ว”

                “ยังไงก็ต้องขอบคุณอยู่ดีล่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นมิกะคงนอนไม่หลับแน่”

                โอคิตะบังเอิญเจอกับมิกะที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ เธอไปซื้อของให้โอโทเสะตามคำสั่ง เขาเห็นข้าวของเธอเยอะจึงอาสาช่วยถือมาส่งที่ร้าน หน้าร้านโอโทเสะสแน็คยังติดป้ายปิดร้านไว้อยู่เพราะยังเป็นเวลากลางวัน ถ้าหากเป็นกลางวันถึงจะคึกคึกด้วยเหล่าคนท่องราตรี แต่ถึงอย่างนั้นประตูร้านกลับถูกเปิดจากด้านในปรากฏร่างสูงในชุดเครื่องแบบสีดำอันเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มชินเซ็นงุมิ ดวงตาคมสีนิลฉายแววจริงจังจ้องมองมายังคนทั้งคู่

                “คุณฮิจิคาตะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ”

                “ฉันมีเรื่องอยากคุยกับแก” เขาไม่สนใจคำถามของหญิงสาวแม้แต่น้อย “เป็นการส่วนตัว” ปรายตามองที่มิกะเล็กน้อย

                “ถ้าอย่างนั้นมิกะขอตัวก่อนนะคะ” เธอก้มหัวให้พวกเขาก่อนจะเดินเข้าร้านไป

                “ผมเองก็ขอตัวกะ...”

                “เดี๋ยว! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับแก” โอคิตะไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ก็ไม่เดินหนีไปไหน รอฟังว่าฮิจิคาตะจะพูดอะไรกับเขา “ฉันไม่เข้าใจแกจริงๆโซโกะ ตอนนี้แกคบกับมิกะแต่กลับทำตัวสนิทสนมกับคางุระ แกกำลังทำอะไรอยู่กันแน่”

                ที่เขาต้องพูดเรื่องนี้ไม่ใช่อะไรหรอก วันที่โอคิตะต้องเข้าพิธีดูตัวกับโนบุเมะแล้วเจ้าหมอนั่นวิ่งตามคางุระออกไปเขาบังเอิญมาเห็นเข้าพอดี

                “เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับคุณซักหน่อยคุณฮิจิคาตะ อย่ามายุ่งเรื่องของผมจะดีกว่า” สิ่งที่โอคิตะพูดยิ่งทำให้ฮิจิคาตะโกรธกว่าเดิม

                “แกมันเห็นแก่ตัวโซโกะ รู้บ้างหรือเปล่าว่าการกระทำของแกมันทำให้ทั้งยัยหมวยทั้งมิกะต้องเจ็บปวด เลิกทำอย่างนี้ซักทีเถอะ”

                “แล้วคุณฮิจิคาตะรู้บ้างหรือเปล่าว่าสิ่งที่คุณทำมันก็ทำให้ท่านพี่เจ็บปวด คุณเองก็เห็นแก่ตัวเหมือนกัน เพราะอย่างนั้นคนอย่างคุณถึงไม่มีสิทธิ์มาพูด มาสอนสั่งให้ผมทำอะไรหรือไม่ทำอะไร ตัวคุณเองก็ไม่ได้ต่างจากผมซักเท่าไหร่หรอก” ฮิจิคาตะถึงกับสะอึก

                 ถูกอย่างที่โอคิตะพูด เขาทำให้มิตสึบะต้องเจ็บปวดมาก่อน เขาทอดทิ้งเธอ ปฏิเสธความรักที่เธอหยิบยื่นให้ ทั้งๆที่หัวใจรักเธอหมดทั้งดวง ทำร้ายเธอจนไม่มีหน้าไปพบเธอได้เลย ในวาระสุดท้ายของชีวิตมิตสึบะก็ยังต้องฆ่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของเธออีก ชีวิตนี้ยังไม่สามารถชดใช้ในสิ่งที่เขาทำกับเธอได้หมด เขาติดค้างเธอจริงๆ

                “ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว แม้ว่าฉันจะทำร้ายมิตสึบะอย่างที่แกพูดแต่ฉันก็มีเหตุผลของฉัน” ใช่ว่าเขาอยากทำอย่างนั้นซะเมื่อไหร่ ถ้าเลือกได้เขาก็อยากทำตามใจตัวเอง

                “ผมเองก็มีเหตุผลของผม คุณไม่รู้อะไรอย่ามายุ่งจะดีกว่า”

                “เหตุผลบ้าบออะไร! ไหนแกลองบอกฉันมาหน่อยสิ” โอคิตะเงียบไม่ยอมตอบ “เหตุผลที่ว่าก็เป็นแค่ข้ออ้างของแกเท่านั้นล่ะ! เลิกยุ่งกับยัยหมวยสักที นายไม่รู้หรือไงว่านายกำลังทำร้ายยัยนั่นอยู่ ปล่อยยัยหมวยไปซะหรือไม่ก็เลิกกับมิกะ”

                “ผมทำไม่ได้ ยัยหมวยเป็นของผม ผมปล่อยเธอไปไม่ได้เด็ดขาด ส่วนมิกะ...ผมก็ปล่อยเธอไปไม่ได้เหมือนกัน จะปล่อยให้ไปอยู่ในที่ที่ผมมองไม่เห็นไม่ได้หรอก”

                “เลิกเห็นแก่ตัวซักทีโซโกะ!

                “ถ้าคิดว่าผมเห็นแก่ตัวก็ตามใจ เพราะไม่ว่ายังไงผมก็ไม่มีวันปล่อยยัยหมวยไปแน่”

                “รั้งยัยนั่นไว้อีกทำไม ในเมื่อตอนนี้คนที่แกควรให้ความสำคัญคือผู้หญิงที่คบอยู่ต่างหาก คนที่แกตาบอดมองเห็นว่าเธอเป็นคนดีนักหนา ไม่ใช่ยัยหมวยเด็กกะโปโลคนหนึ่งซึ่งไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับแก ฉันจะเป็นคนดูแลยัยหมวยอะ...” โอคิตะไม่รอให้ฮิจิคาตะพูดจบประโยคก็ปล่อยหมัดหลุนๆไปที่แก้มซ้ายของคนตรงหน้าเต็มแรง ทั้งโกรธ ทั้งโมโห ทั้งไม่ชอบใจที่ฮิจิคาตะบอกเป็นนัยๆว่าจะแย่งคางุระไปจากเขา เกลียดผู้ชายคนนี้จริงๆ ชอบทำอย่างนี้ตลอด แย่งคนที่เขารักไปจากเขาอยู่เรื่อย

                เพียงแต่ว่าครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้ฮิจิคาตะทำอย่างนั้นสำเร็จเด็ดขาด!

                “ผมบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งเรื่องของผม!” ฮิจิคาตะไม่ยอมถูกกระทำฝ่ายเดียว เขาชกโอคิตะคืนเช่นกัน

                ทั้งสองคนดวลหมัดกันจนหมดแรง นอนแผ่หลาอยู่ข้างถนนทั้งคู่ ใบหน้าต่างฝ่ายต่างก็เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำเต็มไปหมด

                “ฉันยังยืนยันคำเดิม ต่อจากนี้ไปฉันจะดูแลยัยหมวยเอง ส่วนนายก็ดูแลคนของนายไปซะ”            

                “ผมจะทำอะไรมันก็เป็นเรื่องของผม คุณฮิจิคาตะไม่เกี่ยวและไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ผมทำตามที่คุณบอก อีกอย่าง...ยัยหมวยเป็นแค่คนเดียวที่ผมไม่มีวันยอมยกให้ใคร”

                ฮิจิคาตะชันตัวลุกขึ้น “ขอบอกอะไรนายไว้อีกสักอย่าง ผู้หญิงคนนั้นถึงจะมีใบหน้าเหมือนกับมิตสึบะ แต่ไม่มีทางเป็นมิตสึบะได้หรอก นายคงจำได้...เธอตายจากเราไปนานแล้ว”

                เขาเดินจากไปทันทีโดยไม่รอให้โอคิตะตอบปฏิเสธ โอคิตะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวจริงๆ ถ้าเขายังปรานีคางุระอยู่บ้างก็อย่าได้ใจดีกับเธอให้มากกว่านี้เลย ไม่รู้ตัวหรือไงว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันทำให้เด็กคนนั้นต้องเจ็บปวด ขนาดเขาเป็นคนนอกยังมองออกว่าคางุระมีใจให้โอคิตะ มีแต่เจ้าตัวซะล่ะมั้งที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวกับคนอื่นเขา ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป มีหวังต้องเสียใจภายหลังแน่

                ขณะที่โอคิตะค่อยๆลุกขึ้นนั่งพิงกำแพง มือหนาเลื่อนขึ้นมาเช็ดเลือดที่มุมปาก ส่วนมืออีกข้างกำหมัดแน่น อยากจะฆ่าผู้ชายคนนั้นจริงๆ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรยังมายุ่งเรื่องของเขาอีก แต่ที่โกรธที่สุดคือเจ้านั่นคิดจะแย่งคนของเขา ไม่มีทางซะล่ะ เขาไม่มีทางปล่อยคางุระให้คนอย่างฮิจิคาตะ!

                ภาพบ้านเรือนที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าถูกแทนที่ด้วยขวดสาเก โอคิตะเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ยื่นขวดให้เขาก็พบชายร่างสูงสวมใส่เสื้อคลุมสีกากีผืนใหญ่และพันผ้าปิดหน้ามิดชิด ดูคุ้นๆชอบกล เหมือนเคยเจอที่ไหนซักแห่งแต่ก็นึกไม่ออก

                “มีเรื่องทุกข์ใจอยู่ใช่มั้ยพ่อหนุ่ม ถ้าไม่รังเกียจก็รับไปดื่มให้หายทุกข์ซะสิ” เขาเอื้อมมือไปรับขวดสาเกจากชายตรงหน้า “เชื่อกันว่าถ้าดื่มจนเมาหัวราน้ำแล้วจะลืมเรื่องร้ายๆ จริงหรือไม่จริงฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พอมีเรื่องกลุ้มใจทีไรฉันก็ได้เหล้านี่ล่ะช่วยไว้ ยังไงก็อย่าดื่มมากเกินไปล่ะ เดี๋ยวจะเมาจนกลับบ้านกลับช่องไม่ถูก มันเดือดร้อนชาวบ้านเค้า” พูดจบชายคนนั้นก็เดินจากไป

                โอคิตะเปิดฝาขวดสาเกก่อนจะยกขึ้นดื่ม น้ำรสขมเฝื่อนปนหวานเล็กน้อยร้อนผ่าวอยู่ในลำคอ เขาถึงกลับสำลักออกมา

                “แรงเหมือนกันแฮะ”

 

                 “โอ๊ย ร้อนจะตายอยู่แล้ว ทำไมมันอย่างนี้นะ” ร่างหนานอนพลิกตัวอยู่บนโซฟาหน้าทีวีขณะที่มือกำซีคิดส์ฉบับใหม่ไว้ใช้แทนพัด “ต้องเป็นเพราะสภาวะเรือนกระจกอะไรนั่นที่เขากำลังฮิตๆอยู่ช่วงนี้แน่เลย พวกคนไร้จิตสำนึกทิ้งขยะเป็นพิษและใช้ถุงพลาสติกกับพวกกล่องโฟมมากเกินไปถึงทำให้โลกร้อนอย่างนี้ พวกนั้นมันเป็นฆาตกรฆ่าฉันทางอ้อมชัดๆ”

                “พวกที่ทิ้งขยะแต่ไม่แยกขยะอย่างลื้อก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าคนอื่นน่อ”

                “อย่าเอาฉันไปรวมกับคนพวกนั้นนะเฟ้ย ยังไงก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว”

                อากาศร้อนจัดตอนกลางวันทำให้เหงื่อไหลท่วมตัว คลื่นความร้อนที่แผ่กระจายไปทั่วเอโดะในยามนี้ส่งผลให้ผู้คนส่วนใหญ่ เก็บตัวอยู่ในบ้าน คงไม่มีใครอยากออกไปเริงร่าท้ารังสีอัลตราไวโอเล็ตให้ตัวเองเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังหรอก หนึ่งในผู้คนจำนวนนั้นยังรวมถึงสามหน่อแห่งร้านสารพัดรับจ้างกินจังด้วย อีกเหตุผลที่พวกเขาไม่ได้ออกไปข้างนอกเพราะไม่มีงานว่าจ้างเข้ามาเลย

                ชินปาจิลงทุนซื้อพัดส่วนตัวมาพัดระบายความร้อนโดยเฉพาะ แม้มันจะช่วยได้ไม่มากก็ตามที ผู้หญิงคนเดียวแห่งร้านสารพัดรับจ้าง ฉายากระเพาะหลุมดำกำลังสวาปามหวานเย็นพลางเอาหน้าไปจ่อพัดลม ข้างกายของเธอคือสุนัขเทพซาดาฮารุ มันนอนหงายท้องรับลมจากพัดลมตัวเล็กซึ่งเป็นพัดลมเพียงอันเดียวของบ้านตระกูลซากาตะ

                “ร้อนจนตัวอั๊วจะไหม้แล้วน่อ”

                “ผมบอกแล้วไงครับคุณกินว่าให้ซื้อแอร์ก็ไม่เชื่อ” ถ้าซื้อแอร์เขาคงไม่ต้องเหงื่อไหลโทรมแว่นอย่างนี้หรอก มือหนาถอดแว่นตาออกมาเช็ด

                “มีเงินซื้อที่ไหนกันล่ะ เงินซื้อข้าวกินยังแทบไม่มีอยู่แล้วเนี่ย ถ้าอยากได้แอร์นัก แกก็ลงไปยืมจากชั้นล่างมาสิ ร้านนั้นคงมีแอร์กี่ให้แกยืมหลายตัว”

                “แอร์อย่างนั้นมันทำความเย็นได้ที่ไหนกันล่ะ!!!

                ครืด!

                เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆซึ่งกำลังก้าวเข้ามาในร้าน

                “อะโลฮ่า! คางุระจัง ป๊ะป๋ามาแล้วจ้า!!!

                ทุกคนไม่ได้หันไปมองที่ชายวัยกลางคนซึ่งมีเส้นผมอยู่ประปรายแม้แต่น้อย ทำราวกับว่าชายคนนี้เป็นธาตุอากาศ ทั้งๆที่เขาเป็นถึงนักล่าเอเลี่ยนอันดับหนึ่งของจักรวาล

                “คางุระ หวานเย็นที่เธอกินอยู่ใช่อันที่ฉันซื้อมาแช่ไว้ในตู้เย็นหรือเปล่า ฉันว่ามันคุ้นๆอยู่นะ”

                “ไม่ใช่สักหน่อย อั๊วซื้อมาเองต่างหากล่ะเจ้าหัวมาม่า”

                “แต่ฉันว่าใช่แน่ๆ ฉันจำกลิ่นน้ำตาลของมันได้” เขาพยายามแย่งหวานเย็นออกมาจากร่างเล็ก “รีบปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าห้ามกินของที่ฉันซื้อมาแช่ไว้ในตู้เย็น” คางุระเองก็ไม่ยอมปล่อยมือเหมือนกัน

                “เฮ้ย เจ้าพวกบ้า! ช่วยสนใจฉันกันหน่อยสิ!!!” อุมิโบสึตะโกนลั่นร้านจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปิดหูแทบไม่ทัน

                “อ้าว คุณอุมิโบสึมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ไม่ทันรู้ตัวเลยนะเนี่ย” ชินปาจิหันไปมองร่างสูงใหญ่ตรงหน้าด้วยความสงสัย

                “จะตะโกนหาอะไรตาแก่ผมบาง อยู่ใกล้แค่นี้ใครก็ได้ยินเฟ้ย!” กินโทกิแคะขี้หู

                “ใช่น่อผมบาง จะตะโกนทำไมก็ไม่รู้น่อ”

                “พวกแกตั้งใจจะกวนประสาทฉันใช่มั้ย!” เขาสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับความโมโห พอเลิกโมโหแล้วก็ปั้นหน้ายิ้มแย้มใส่ลูกสาวคนเดียวของเขา “คางุระจัง ป๊ะป๊ามาเยี่ยมทั้งทีไม่ดีใจบ้างเลยเหรอ จะวิ่งมากอดพ่อเหมือนตอนสมัยเด็กๆก็ได้นะ พ่อไม่ว่า”

                “ไม่เอาหรอกน่อ” เธอปฏิเสธทันควัน

                “ทำไมล่ะ กอดพ่อมันน่าอายนักหรือไง”

                “ก็ใช่น่ะสิน่อ” หายหัวไปตั้งนานกว่าจะยอมโผล่มา คนเป็นลูกอย่างเธอก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะ คำตอบของลูกสาวทำให้ผู้เป็นพ่อถึงกับน้ำตาปริ่ม

                “เอ่อ...คุณอุมิโบสึอุตส่าห์มาเยี่ยมทั้งที ผมว่าเราจัดงานเลี้ยงต้อนรับกันดีมั้ยครับ” ชินปาจิโพลงขึ้นขัดบรรยากาศน่าอึดอัด  

                “งั้นก็ดีเลย” กินโทกิยันตัวลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็ว “เฮ้ย ตาเหม่ง ดูท่าทางคงเงินหนาน่าดู รีบๆจ่ายค่าพี่เลี้ยงเด็กมาให้ฉันซะดีๆ”

                “ไหงมารีดไถฉันอย่างนี้ล่ะ! ฉันไม่จ่ายให้คนอย่างนายหรอกเฟ้ย”

                “ปาปี้ อั๊วอยากกินอาหารหรูๆแต่อากินไม่มีปัญญาซื้อให้อั๊วกิน ปล่อยให้อั๊วอยู่อย่างอดๆอยากๆจนอั๊วผอมเหลือแต่กระดูกแล้วน่อ”

                “อย่างเธอมันผอมตรงไหนมิทราบ! ฉันให้เธอกินทุกมื้อ แถมยังกินเยอะกว่าทุกคนอีกต่างหาก อย่ามาใส่ร้ายคุณกินนะบอกให้” อุมิโบสึดันหัวกินโทกิซึ่งกำลังโวยวายใส่หน้าลูกสาวตัวเองให้ออกไปห่างๆ ส่วนตัวเองก็เข้ามากอดคางุระไว้แน่น โดยไม่สนใจว่าเธอพยายามดันตัวออกเลย

                “โธ่ๆ คางุระจังผู้น่าสงสาร ถูกเจ้าคนหัวหยิกทรมานให้อดข้าวอดน้ำอย่างนี้คงลำบากน่าดูแล้วใช่มั้ย พ่อว่ากลับไปอยู่บ้านเราไม่ดีกว่าเหรอ”

                “ไม่เอาน่อ อั๊วจะอยู่ที่นี่ ปาปี้เอาเงินมาให้อั๊วไปซื้อของมาทำอาหารก็พอแล้วน่อ” ในที่สุดเธอก็ดันตัวออกจากอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อจนได้

                อุมิโบสึกลัวลูกสาวจะขาดสารอาหารตายจึงรีบร้อนยัดเงินใส่มือเธอ “คางุระจังอยากกินอะไรก็ซื้อมาเยอะๆเลยนะ ไม่ต้องซื้อเผื่อเจ้าหัวหยิกกับเจ้าสี่ตานี่หรอก”

                “เฮ้ย! ไหงงั้นล่ะ” กินโทกิท้วง “คางุระ เธอต้องซื้อมาเผื่อฉันด้วยนะเข้าใจมั้ย ฉันเป็นผู้มีพระคุณของเธอ อุตส่าห์เลี้ยงดูปูเสื่อมาอย่างดี อย่าคิดจะลืมผู้มีพระคุณอย่างฉันเด็ดขาด ส่วนที่แขวนแว่นไม่ต้องซื้อมาเผื่อมันก็ได้ เจ้านี่มันเป็นที่แขวนแว่นยังไงก็ไม่รู้สึกหิวอยู่แล้ว”

                “ผมไม่ใช่ที่แขวนแว่นนะครับคุณกิน! คางุระจังต้องซื้อมาเผื่อผมด้วย อย่าลืมสิว่าอาทิตย์ก่อนผมยังซื้อสาหร่ายดองให้อยู่เลย”

                “รู้แล้วๆ เดี๋ยวอั๊วซื้อมาฝากทุกคนนั่นแหละ อั๊วไปก่อนน่อ” ร่างบางเดินออกไปจากบ้าน อุมิโบสึทำท่าจะตามออกไปแต่ต้องชะงักเพราะถูกกินโทกิเรียกไว้ก่อน

                “จะไปไหนน่ะตาเหม่ง”

                “ก็ตามไปดูคางุระจังจ่ายตลาดน่ะสิ เผื่อซื้อของมาเยอะจะได้ช่วยถือไงล่ะ” ไม่รอให้กินโทกิพูดต่อก็รีบตามลูกสาวออกไปทันที

                คางุระเดินลงมาจากชั้นสองผ่านหน้าร้านโอโทเซะก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นตากำลังนั่งพิงกำแพง ใบหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์สาเกมีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด เธอรีบตรงเข้าไปหาเขาด้วยความเป็นห่วง

                “อาตี๋ทำไมลื้อถึงมาอยู่ที่นี่” โอคิตะเงยหน้าขึ้นมามองเธอตาไม่กระพริบจนคนถูกจ้องรู้สึกเก้อเขิน “แล้วลื้อเป็นอะไร ทำไมหน้าถึงเป็นอย่างนั้นน่อ”

                เขาไม่ยอมตอบคำถาม ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างซวนเซ คางุระกลัวเขาจะหกล้มจนเข้ามาช่วยประคอง กลิ่นฉุนๆของเหล้าจากตัวเขาลอยมาเตะจมูกเธอ

                “นี่ลื้อเมาหรือเปล่าน่อ” เขาส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ

                ตอนนี้ในหัวของเขามีแต่เรื่องที่ฮิจิคาตะจะแย่งคางุระไปจากเขา ต้องทำทุกทางเพื่อขัดขวางไม่ให้หมอนั่นทำสำเร็จ เขาเสียคางุระไปไม่ได้จริงๆ คิดภาพวันที่ไม่มีเธออยู่ด้วยไม่ออก  อยากให้เธออยู่กับเขาตลอดไปจนทำให้ตัวเองกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไปซะแล้ว

                “อาตี๋ ลื้อเป็นอะไรมะ...” ยังไม่ทันพูดจบประโยค โอคิตะก็ดึงตัวเธอไปกอดแน่น เขาซบหน้าอยู่กับไหล่ของเธอ

                “ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้แย่งคนที่ฉันรักไปจากฉันตลอดเลย” ใจของเขากำลังเจ็บปวด ไหล่ของเธอเปียกชุ่มเพราะน้ำตาของเขา แต่เขาจะรู้บ้างมั้ยว่าเธอเองก็เจ็บปวดเหมือนกัน เธอก็อยากจะร้องไห้ออกมาเหมือนกับเขาในตอนนี้ เผื่อความเจ็บในใจจะได้ลดลงบ้าง...สักนิดก็ยังดี

                คำพูดไม่ชัดเจนทำให้คางุระเข้าใจไปว่าคนที่เขากำลังพูดถึงหมายถึงมิกะ ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของเขา โอคิตะถึงกลับกล้าพูดต่อหน้าคนอื่นว่ารักมิกะอย่างนี้แสดงว่าเขาคงรักผู้หญิงคนนั้นมากจริงๆ พอคิดอย่างนั้นหัวใจก็บีบรัดอย่างรุนแรงจนรวดร้าวไปหมด

                “อั๊วก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ไม่เข้าใจจริงๆ” ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาปลอบเขาอย่างนี้ ทำไมต้องเอื้อมมือเรียวเล็กไปลูบผมสีน้ำตาลของเขาอย่างอ่อนโยนด้วย

                “ทำไมไม่เป็นฉันล่ะ ทำไมถึงไม่เลือกฉัน รักฉันบ้างสิ ไม่ต้องเท่ากับเจ้านั่นก็ได้ แต่ขอให้รักฉันบ้าง หันมามองฉันสักนิดก็ยังดี” นั่นสินะ ทำไมไม่มองมาที่เธอบ้างล่ะ เพียงแค่สักนิดก็ไม่ได้เลยเหรอ รักเธอบ้างสิ ไม่ต้องมากก็ได้ แค่นิดเดียวก็พอ

                โอคิตะเริ่มรู้สึกว่าเขากำลังทำเรื่องที่ไม่ควรทำ เขาร้องไห้ให้เธอเห็น ทำให้เธอเห็นด้านที่อ่อนแอของเขา จึงรีบดันตัวออกแล้วถอยไปยืนห่างๆ

                “ขอโทษที ฉันคงเมาไปหน่อย” เขารีบเดินจากไป ทิ้งให้คางุระมองตามแผ่นหลังเขาไปจนลับตา

                “เป็นผู้ชายที่ซื่อบื้อจริงๆเลยนะ” เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังมาจากด้านหลังของเธอ พอหันไปก็พบว่าเป็นพ่อของเธอเอง

                “ปาปี้ มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่น่อ” คางุระตกใจมากที่เจออุมิโบสึมาอยู่ที่นี่

                “ก็นานพอที่จะรู้เรื่องทั้งหมด”

                “ยะ...อย่างนั้นเหรอ” ถูกเห็นภาพน่าอายเข้าจนได้ เธอนี่มันใช้ไม่ได้เลย

                “พ่อรู้เรื่องทั้งหมดจริงๆนะและเห็นทั้งหมดด้วย ทั้งที่ว่าเจ้าเด็กนั่นรักคนอื่น ทั้งที่ลูกรักเจ้าเด็กนรกนั่นด้วย” คางุระหน้าแดงเมื่อได้ยินอย่างนั้น

                “อั๊วไม่ได้รู้สึกอะไรกับอาตี๋ซาดิสม์นั่นสักหน่อย!

                “คิดว่าพ่อดูไม่อกเลยหรือไงว่าลูกคิดยังไงกับเจ้าเด็กคนนั้น พ่อรู้จักลูกกว่าที่ลูกคิดนะ ลูกกำลังฝืนอยู่ใช่มั้ยคางุระจัง ไปปลอบคนบ้าอย่างเจ้านั่นทั้งๆที่ตัวลูกเองก็เจ็บปางตายเหมือนกัน แม้จะเข้มแข็งแค่ไหนแต่คนเราก็ต้องมาที่ที่ให้ปลดปล่อยความทุกข์” อุมิโบสึอ้าแขนรอรับร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอดที่มีไว้ให้ลูกคนนี้เสมอ

                “ถ้าไม่รังเกียจผิวหนังที่เหี่ยวย่นของพ่อก็จะมาพึ่งพิงพ่อบ้างสิ” เหมือนกับความอดกลั้นทั้งหมดได้พังทลายลง น้ำตาเอ่อล้นดวงตาคู่สวย คางุระวิ่งเข้าไปในอ้อมแขนที่รอรับเธอไว้

                “ฮือๆๆ ปาปี้ อั๊วเองก็เจ็บปวดเหมือนกันนะ ทำไมอาตี๋ถึงไม่เข้าใจอั๊วบ้าง ฮึก ฮือๆๆๆ” ผู้เป็นพ่อกระชับกอดร่างเล็กๆของลูกสาวไว้แน่น เห็นลูกเจ็บอย่างนี้ก็ทำให้ผู้ให้กำเนิดอย่างเขาเจ็บด้วย เขาอยากจะเลี้ยงดูคางุระให้ดีกว่านี้ ไม่อยากให้ต้องมาทนความเจ็บปวดหรือความลำบากอย่างที่เป็นอยู่ แค่ปกป้องลูกของตัวเองก็ทำไม่ได้ เขาเป็นพ่อที่ใช้ไม่ได้จริงๆ

                “ร้องออกมาเถอะคางุระ ร้องให้พอแล้วจงกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง กลับมาเป็นคางุระที่ร่าเริงคนเดิม ขอให้ลูกจำไว้ว่าถึงคนที่ลูกรักจะไม่รักลูก แต่พ่อคนนี้รักลูกเสมอ”

                “ฮือๆๆ อั๊วเจ็บ ปาปี้ เจ็บตรงนี้” มือข้างขวาของเธอเลื่อนไปขยุ้มเสื้อที่หน้าอกข้างซ้ายจนมันยับยี่ยู่ “เหมือนใจมันจะขาดซะให้ได้ ฮึก! ในหัวก็มีแต่เรื่องของอาตี๋เต็มไปหมด ไม่ว่าจะทำยังไงก็สลัดมันออกไปไม่ได้ อั๊วควรจะทำยังไงกับความรู้สึกแบบนี้ดี ทำยังไงถึงจะลืมทุกอย่างได้ ฮือๆๆ”

                “อย่าได้คิดจะลืมมันเลยคางุระ ความรักที่แสนทรมานอย่างนี้จะช่วยให้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เวลาจะช่วยทำให้มันเป็นแค่ความทรงจำให้เรานึกถึงมัน ว่าครั้งหนึ่งเราสามารถผ่านพ้นความทุกข์ทรมานมาได้ แล้วในความทรงจำที่เจ็บปวดเหล่านั้นก็ยังมีเรื่องดีๆอยู่ไม่ใช่ เรื่องที่ไม่ว่ายังไงลูกก็ไม่อยากลืม”

                คำพูดของคนเป็นพ่อเหมือนปลุกให้ภาพให้ความทรงจำของเธอผุดขึ้นในสมอง เรื่องต่างๆมากมายที่ทำร่วมกับเขา  ภาพใบหน้าของเขาที่ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ โกรธหรือแม้แต่เกลียดเธอ แปลกใจที่ตัวเองจำภาพของเขาได้ขนาดนี้ มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เธอไม่รู้เลย พอรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองเฝ้ามองไปที่เขาเพียงคนเดียว

                ไม่อยากลืมมัน ความทรงจำที่มีเขาอยู่ในนั้น เธอไม่อยากลืม แต่ว่า...มันเจ็บ เจ็บจริงๆนะที่ความเป็นจริงแล้วต้องทนเห็นเขารักคนอื่น

                “ฮึก! แต่ว่าอั๊วไม่อยากเห็นหน้าอาตี๋อีกแล้ว มันทำให้อั๊วเจ็บปวด อั๊วอยากไปในที่ที่ไม่มีอาตี๋อยู่ หากไม่ได้เจอกัน เผื่อความเจ็บจะลดลงไปบ้าง” อุมิโบสึลูบหัวคางุระเบาๆ

                “ถ้าอย่างนั้นจะไปกับพ่อหรือเปล่า วันที่พ่อไปจากเอโดะ ลูกจะไปกับพ่อมั้ย ไปท่องจักรวาลที่แสนกว้างใหญ่กับพ่อไงล่ะ” คางุระชะงักไป

                ถ้าหากเธอไปจากที่นี่ก็ต้องจากกินโทกิกับชินปาจิไปด้วย จะไม่มีร้านสารพัดรับจ้างอีกแล้ว ไปจากเมืองคาบุกิแห่งนี้ ไปจากโอคิตะ โซโกะ ผู้ชายซาดิสม์แถมยังซื่อบื้อ แต่เธอดันไปหลงรักเขาและไม่มีวันที่เขาจะมองมาที่เธอ จะไม่ได้เจออีกแล้วเหรอ ใบหน้าหล่อเหลาทว่าติดจะเย็นชา ทั้งยังชอบเหยียดยิ้มดูถูกคนอื่น จะไม่ได้เจอเขาอีกตลอดไป หากเป็นเช่นนั้นเธอจะทนได้เหรอ แค่คิดน้ำตาก็ไหลออกมามากกว่าเดิมแล้ว

                “ฮึก! อั๊วไม่รู้จริงๆปาปี้ อั๊วควรจะจากไปอย่างนั้นใช่มั้ย แต่ว่าแค่คิดก็ทรมานจะแย่แล้ว หัวใจของอั๊วบีบรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก อั๊วยังไม่อยากไปไหน ขอให้อั๊วอยู่ที่นี่ต่อไปได้มั้ยปาปี้” ขออีกนิดเดียว ขอให้เธอได้อยู่กับทุกคน ขอให้เธอได้อยู่กับโอคิตะเพิ่มอีกนิดเดียว เธอจะไม่ขออะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

                “พ่อรอลูกได้เสมอ ไม่ว่าลูกจะตัดสินใจยังไง พ่อก็ไม่ขัดหรอกนะคางุระจัง”

                จะให้เธอจากไปตอนนี้...ยังทำไม่ได้จริงๆ





                กลับมาแล้วค่ะ! ขอโทษที่หายไปนานมากกกกกกก คิดถึงนักอ่านทุกคนสุดหัวใจ ขอโทษจริงๆค่ะ ที่ต้องหายไปเพราะธุระทางบ้านกับเรื่องเรียนต่อ ไรเตอร์สัญญาไว้ว่าจะแต่งให้จบก็ต้องแต่งให้จบ ไรท์ไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ เพียงแต่ว่าอยู่ต่างจังหวัดมันไม่มีอินเทอน็ตให้อัพนิยายก็เลยไม่ได้อัพ อย่าโกรธกันเลยนะ ไรท์แต่งจบแน่นอน ยังไงก็ไม่ทิ้งค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

624 ความคิดเห็น

  1. #383 net_269 (@net_269) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 15:10
    อ่านไป น้ำตาไหลเลย ToT
    #383
    0
  2. #382 net_269 (@net_269) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 15:06
    ไรท์ต้องแต่งให้จบน้าาาา
    #382
    0
  3. #361 เอสก้า (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 23:36
    ขอบคุณค่าไรท์ รีบๆมาอัพต่อนะคะ สู้ๆค่ะ อ่านตอนใหม่แล้วเศร้า T^T
    #361
    0
  4. #360 Hakuna Matata (@morgaina) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 21:44
    ขอบคุณค่าไม่ผิดหวังที่รอออ
    #360
    0
  5. #356 Ice:Erza (@rosara007) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 21:01
    แหมมม กำลังจะมาคอมเม้น เลยว่า ไรท์กล้าทิ้งผู้อ่านที่ น่ารักไปได้ยังไงตั้งนาน TT ^  TT สู้ๆนะเคอะ อิจิคาตะแย่งไปเลยยย ให้โซโกะ มันรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของคางุระซะบ้าง ใอบ้าหัวเป็ดดดดดดด 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 กรกฎาคม 2557 / 21:09
    #356
    0
  6. #355 F^a^h (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 18:03
    คางุระน่าสงสารจัง

    รอๆๆๆ ตอนต่อไปน้า
    #355
    0
  7. #352 parukia2009 (@parukia2009) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 21:52
    ไรเตอร์โหดร้ายกับคางุระมากเลยT^T เอาเลยคางุระ ไปท่องอวกาศแล้วไม่ต้องกลับมาเลยน่ะ เอาให้โซโกลงแดงตายไปเลย=[]=* หมั่นไส้มันนนนนนนนน
    #352
    0
  8. #350 Aomme Aommy (@aom_pichaya) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 20:56
    เยยยย้ๆๆๆไรค์กลับมาแล้วๆๆๆ อ๊ากกกหเอาตรงๆปะโครตดีใจอ่าาาาาในที่สุดก้กลับมาพร้อมกับบทดราม่าเต็มพิกัดทิ้งระเบิดลูกบะเล่อให้เลยอ่าาาาอ่านนไปอะแบบน้ำตาคลอเลยอ่าไรค์คือจะบอกว่าไรค์แต่งเก่งมากๆอะสามารถทำให้คนอ่านถึงกับร้องไห้ตามไปได้หรือเราเป้นคนร้องไห้ง่ายเอง55555แบบไรค์ทำให้รู้สคกถึงความรักของผญ.ตัวเล็กๆคนนึงที่มีต่อผช.คนนึงสุดหัวใจมากๆอะว่ามันเจ้บปวดแค่ไหนอะแล้วที่สำคันนะสำคันมากๆตือไรค์สื่อถึงความรักของคนเป็นพ่อได้ดีมากกกๆๆๆอะคือปกตินิยายจะเป้นแบบ หนุ่มสาวไรเงี๊ยคาวนี้ของไรค์เป็นความรักแบบของพ่อที่มีต่อลูกที่ตัวเองรักอะสนุกมากๆเลยอะค่ะคือไรค์ไม่ทำให้ผิดหวังจิงๆค่ะสู้นะค่ะยังไงก็ติดตามเสมอนะค่ะถ้าไรค์ไม่ทิ้งเราก็จะไม่ทิ้งค่ะ ^^ เป็นคอมเม้นที่ยาวมากไม่รู้เหมือนกันว่าไรค์จะอ่านหรือป่าวแต่อยากบอกให้รู้คะ
    #350
    0
  9. #349 สายลมหายนะ (@sakurasasori) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 16:56
    เจ็บปวดหัวใจอาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #349
    0
  10. #348 KuroKami (@kuronosakura) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 12:25
    ทำไมไรท์ถึงแต่งได้บีบรัดหัวใจคนอ่านขนาดนี้ค้าาาาา T^T
    รีบมาอัพต่อเร็วๆนะ
    #348
    0
  11. #339 DADA (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 14:16
    คิดถึงไร้เตอร์ ^^
    #339
    0
  12. #318 Aomme Aommy (@aom_pichaya) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 16:24
    อ๊ากกกกกกไรค์ทำค้างมากอะกรี๊ดดดดด คือใจนึงอยากให้คางุระไปเอาให้โซโกะคลั่งมั้งทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาคางุระจังต้องเจ้บปวดแต่ไหนรู้บ้างมั๊ยแต่อีดใจนึงก้สงสารอะแต่รอๆไรค์มาอัพต่อนะค่ะช่วงนี้ไรค์อัพช้าจังไม่ค่อยเยอะด้วยอุส่าดีใจที่มาอัพนะเนี้ยนึกว่าจะมาเป้นตอนสะอีกแงงงงงงแต่ก้จะรอค่ะไรค์อย่าลืมนะสัญญาที่ไรค์บอกวาาจะมาอะพให้จบอะไรค์บอกจะแต่งเรื่องนี้ให้จบน่าาาาา
    #318
    0