(Fic Gintama) My love รักวุ่นวายของเจ้าชายดาว S

ตอนที่ 46 : บทที่ 20 เมื่อคราวปีศาจร้ายเริ่มหวั่นไหว!!! (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    6 ส.ค. 57




 

                อากาศยามเช้าของเมืองเอโดะวันนี้ช่างแจ่มใส ท้องฟ้าไม่มีเคร้าเมฆฝน ไร้แวววี่สัญญาณเตือนว่ากำลังจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น เด็กสาวร่างบางในชุดกี่เพ้าตัวโปรดกำลังเดินอยู่บนถนนหลังจากไปส่งอุมิโบสึที่เทอมีนอลหรือสถานียานอวกาศมาแล้ว โดยมีสัตว์เลี้ยงสีขาวตัวใหญ่ยักษ์เดินตามหลังมาติดๆ

                มือเรียวออกแรงกำร่มสีม่วงที่กางกันแดดอยู่แน่นขึ้นกว่าเดิมเมื่อนึกถึงคำพูดของผู้เป็นพ่อก่อนจะขึ้นยานอวกาศกลับดาวยาโตะ

                ถ้าวันไหนลูกทนไม่ไหว ถ้าเจ็บจนทนไม่ได้ จนไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไปล่ะก็...ขอให้ลูกกลับบ้านเรานะคางุระจัง ไม่ว่าเมื่อไหร่พ่อจะรออยู่ที่บ้านของเราเสมอ

                ทนไม่ไหวงั้นเหรอ?

                แล้วไอ้คำว่าทนไม่ไหวของเธอคือเท่าไหร่กัน ความเจ็บมากแค่ไหนถึงจะทำให้เธอยอมตัดใจไปจากที่นี่ ต้องทำยังไงเธอถึงจะตัดใจจากเขาได้กันนะ

                เธออยากให้ความรู้สึกที่มีต่อเขาหายไปจากใจตัวเองซะที จะได้ไม่ต้องทรมานอยู่อย่างนี้ แต่ถ้าไปจากที่นี่แล้วเธอจะลืมเขาได้จริงๆนะเหรอ

                เท้าเล็กๆก้าวเดินผ่านบ้านเรือนในเมืองคาบุกิโจโดยที่เจ้าตัวยังตกอยู่ห้วงความคิดของตัวเองอย่างเหม่อลอย ลืมแม้กระทั่งมองทางข้างหน้า เผลอไปเหยียบโดนหางสุนัขจรจัดสีขาวซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นสีดำเพราะดินและฝุ่นเกาะตามตัว การเหยียบหางก็เหมือนการหาเรื่องโดยไม่ต้องบอกมาเป็นคำพูด สุนัขตัวนั้นกระโจนเข้าใส่เด็กสาวซึ่งยังอยู่ในสภาพเหม่อลอย ทว่าถูกเธอเตะกระเด็นทะลุกระจกหน้าร้านสะดวกซื้อ กระจกแตกเป็นรูปร่างสุนัขตัวนั้นราวกับเป็นงานศิลปะที่ตั้งใจสรรค์สร้างขึ้น

                เจ้าของร้านแห่งนั้นตกใจจนหัวใจแทบจะหลุดออกมาจากอกเมื่อเห็นสุนัขลอยเข้ามาในร้านตน รีบวิ่งออกมายืนกางแขนกางขาขวางทางคางุระไว้พร้อมกับเรียกร้องให้เธอรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น

                “ทำอะไรของเธอยะ! ยัยเด็กบ้า เด็กไม่มีความรับผิดชอบ กล้าดียังไงถึงเตะหมาเข้ามาในร้านฉัน ทำอย่างนี้ฉันเสียหายนะรู้มั้ย ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งตำรวจมาจับก็จ่ายค่าเสียหายมาให้ฉันซะดีๆ”

                “ตำรวจ” ริมฝีปากอิ่มระเรื่อพึมพำออกมาเบาๆ

                ตำรวจอย่างเขา...ป่านนี้คงแอบอู้งานไปนอนงีบที่ไหนซักแห่งแน่เลย

                “ก็ใช่น่ะสิยะ! ถ้าไม่อยากโดนจับเข้าคุกขี้ไก่ก็รีบจ่ายตังค์มาให้ฉันสิ ยัยเด็กไร้สามัญสำนึก!!!” 

                คางุระมองผู้หญิงวัยกลางคนที่กำลังยืนด่าเธออยู่ด้วยหางตาก่อนจะเดินต่อโดยไม่ใส่ใจว่าเพิ่งชนไหล่ป้าคนนั้นมาหมาดๆ

                มนุษย์ป้าโกรธจนควันออกหู หยิบผลไม้จากแผงขายหน้าร้านตัวเองมาขว้างใส่เธอ แต่เธอกลับหลบได้ทั้งๆที่ยังเหม่ออยู่ มิหนำซ้ำยังรับผลไม้เหล่านั้นได้ทุกครั้งแล้วหอบกลับบ้านหน้าตาเฉย ไม่สนใจว่ามนุษบ์ป้าคนนั้นจะด่าสาปส่งตามหลัง

                จนกระทั่งมาถึงหน้าร้านสารพัดจ้างตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นภาพบ้านไม้ญี่ปุ่นสองชั้นที่คุ้นตาอยู่ตรงหน้าซะแล้ว

                “อรุณสวัสดิ์ค่ะคางุระจัง”

                เสียงแหลมเล็กเอ่ยทักทายขณะเดินออกมาจากร้านโอโทเซะแสน็คด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ยิ้มจนตาหยี แต่กระนั้นคางุระก็ไม่ได้ยิ้มตอบแต่อย่างใด เธอทำท่าจะเดินขึ้นไปชั้นบนโดยไม่สนใจหล่อนเลยสักนิด ถ้าหล่อนไม่ดึงแขนเธอไว้ก่อนล่ะก็นะ

                “เดี๋ยวสิคะ จะรีบไปไหนกันคะเนี่ย” คางุระตวัดหางตามองคนตรงหน้าก่อนจะปัดมือที่กำแขนตัวเองออก ริมฝีปากบางสีแดงสดกระตุกก่อนจะกลับมายิ้มแฉ่งเหมือนเดิม

                “มีธุระอะไรกับอั๊ว”

                “มิกะทำโมจิไส้ถั่วแดงน่ะค่ะ เลยตั้งใจว่าจะเอามาให้คุณกินกับคางุระจังทานด้วย” ว่าพลางยื่นกล่องไม้สลักอย่างดีซึ่งห่อด้วยผ้าสีแดงปักลายดอกไม้ให้เธอ

                “อากินจังบอกว่าห้ามรับของจากคนแปลกหน้า”

                “ได้ยังไงกันคะ มิกะไม่ใช่คนแปลกหน้าสักหน่อย อยู่ที่นี่ตั้งหลายเดือนแล้วยังไม่ไว้ใจมิกะอีกเหรอ อย่างนี้มิกะน้อยใจนะ”

                “กับคนหน้าแปลกอากินจังก็บอกว่าห้ามรับเหมือนกันน่อ”

                “มิกะหน้าแปลกตรงไหน!” ออกจะสวยขนาดนี้ ถ้าเธอหน้าแปลก คางุระก็ไม่ใช่คนแล้ว!!! (ไม่ใช่คนแต่เป็นนางฟ้าสินะ งุงิๆ : คางุระ)

                “งั้นกลิ่นแปลกก็ได้”

                “กลิ่นแปลกบ้าอะไร!...กันคะ” เกือบหลุดปากพูดคำหยาบซะแล้วสิ โดนเด็กคนนี้ยั่วโหโมจนลืมตัว “มิกะอาบน้ำทุกวัน แถมยังฉีดน้ำหอมด้วย ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย”

                “ก็อั๊วไม่อยากรับของๆลื้อ จะเซ้าซี้อะไรนักหนา อั๊วรำคาญแล้วน่อ” คางุระเดินกระทืบเท้าปึงปังขึ้นบันได แต่ต้องชะงักตรงขั้นที่สามเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของมิกะ

                “โธ่ อย่างนี้โมจิกล่องนี้ก็ไม่มีคนกินน่ะสิ...แต่ไม่เป็นไรหรอก มิกะเอาไปให้คุณโซโกะดีกว่า ยังไงคุณโซโกะก็ต้องรับของจากแฟนสุดที่เลิฟอย่างมิกะอยู่แล้ว”

                เส้นเลือดข้างขมับถึงกับปูดขึ้นมาเพราะความโมโหปนหมั่นไส้ คางุระวิ่งลงไปแย่งกล่องโมจิในมือหล่อนแล้วเปิดกินโมจิทั้งหมดในกล่องภายในครั้งเดียว

                “แอ่อินอดอี่อ้อออแอ้วใอ่อั้ย (แค่กินหมดนี่ก็พอแล้วใช่มั้ย)” พูดขณะที่ขนมยังเต็มปาก เธอกลืนลงไปอย่างฝืดคอ รู้สึกเหมือนมีก้อนโมจิมาจุกอยู่ที่อกจนต้องเอากำปั้นทุบแรงๆสองสามที

                “อร่อยใช่มั้ยคะ”

                “ไม่เห็นอร่อยตรงไหนเลยน่อ วันหลังอย่าทำอีกนะ เปลืองของ” ว่าแล้วก็เดินขึ้นชั้นสองเข้าร้านสารพัดรับจ้างไปโดยไม่หันกลับมามอง

                เธอไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของมิกะนั้นมันเปลี่ยนไป

...ดูเยือกเย็นจนน่ากลัว

ระหว่างนั้นเองคางุระซึ่งกำลังดูโทรทัศน์อยู่นั้นเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมากะทันหัน เปลือกตามันหนักเหมือนเอาก้อนหินมาถ่วง ริมฝีปากอิ่มหาวหวอดๆครั้งแล้งครั้งเล่า ร่างเล็กเข้าสู่ห้วงนิทราเพราะฤทธิ์ยาสลบที่ผสมอบอยู่ในไส้โมจิ

แม้จะถูกใครบางคนลักพาตัวก็ยังไม่รู้สึกตัว

 

“ใครบอกให้เธอจับยัยเด็กนี่มากันฮะอุซางิ!

เสียงแหลมดังแว้ดๆไม่ไกลจากร่างเล็กที่นอนสลบอยู่บนเตียงเดี่ยว ข้อมือทั้งสองข้างถูกมัดเหนือศีรษะไว้ด้วยเชือกชนิดพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเพื่อจัดการกับเผ่านักรบจอมพลังอย่างเผ่ายาโตะ ดวงตาสีฟ้าที่ถูกปิดด้วยเปลือกตาบางๆกำลังกรอกไปมา พยายามลืมตาขึ้นแต่ก็ทำไม่ได้ ความมืดมิดยังไม่จางหายไปง่ายๆอย่างที่คิด

“ข้าแค่ทำตามแผน”

“แผนบ้าอะไรของเธอ ท่านชินสุเกะแค่สั่งให้เธอไปจัดการกับพวกชินเซ็นงุมิเท่านั้น ไม่เห็นจะแก่กับยัยเด็กยาโตะนี่ตรงไหนเลย” น้ำเสียงของคนพูดเต็มไปด้วยความหงุดหงิด

“ทำไมจะไม่เกี่ยว เด็กคนนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะกับกับกลุ่มชินเซ็นกับหัวหน้าหน่วยที่หนึ่ง กำลังสำคัญของเจ้าพวกนั้นน่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอไม่ฆ่าๆมันไปซะ จะจับตัวมาให้ยุ่งยากทำไม”

“ไม่รู้อะไรอย่ามาพูดดีกว่ามาทาโกะ ไม่มีคำสั่งให้ฆ่าซะหน่อย ท่านชินสุเกะแค่สั่งให้ข้าทำลายกลุ่มชินเซ็นงุมิ ไม่มีคำว่าฆ่าสักคำ”

“แต่เธอเป็นนักฆ่า! หน้าที่ของเธอคือฆ่ากับฆ่าเท่านั้น!!! ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ก็ลาออกไปเป็นพนักงานทำความสะอาดสิยะ”

ใบหน้าที่ปกคลุมด้วยผ้าปิดหน้าสีดำเบือนหนีไปอีกทางเพราะไม่อยากต่อปากต่อคำกับมาทาโกะให้เสียเวลา นัยย์ตาสีแดงยังสงบดุจผิวน้ำ

เมื่อเห็นว่าคำพูดของตัวเองไม่ได้ทำให้อุซางิรู้สึกอะไรเลย หล่อนจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่ชายร่างสูงซึ่งยืนหันหลังให้เธอแทน

“ท่านชินสุเกะคะ อย่างนี้มันไม่ตรงกับแผนที่พวกเราคุยกันไว้ไม่ใช่เหรอ มาทาโกะว่าฆ่ายัยเด็กนี่ก่อนที่มันจะฟื้นขึ้นมาดีกว่ามั้ยคะ”

ไร้เสียงตอบจากทากาสุงิ มือเรียวยาวยกกล้องยาสูบจ่อริมฝีปาก่อนจะขยับออกแล้วพ่นควันออกมา จุดที่เขายืนอยู่คืออาคารสูงห้าชั้นทรงญี่ปุ่นคล้ายปราสาทญี่ปุ่นซึ่งทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ทั่วเอโดะ ดวงตาคมสีนิลคมกริบจ้องมองไปข้างนอกหน้าต่างแสงไฟจากเมืองเอโดะเบื้องล่างฉายภาพอยู่ในนัยย์ตาของเขา เสียงหัวเราะและเสียงดนตรีฝ่าความมืดยามราตรีมาตามสายลม ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มเล็กน้อย เอโดะตอนนี้ช่างสงบสุขซะจริงๆ ผู้คนยั้วเยี้ยราวกับฝูงมดพวกนั้นกำลังสนุกสนาน หลงระเริงราวกับแมลงเม่าเข้าใกล้กองเพลิงที่ลุกโชติช่วง กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่ถูกไฟร้อนๆเผาผานไม่เหลือซาก

“ท่านชินสุเกะคะ” มาทาโกะเรียกเขาอีกครั้ง

“บันไซ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกผู้ชายที่สวมหูฟังซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากเขานัก

“ขอรับท่านชินสุเกะ” คาวาคามิ บันไซ นักดาบแห่งกองทหารอสุราก้มหัวให้ผู้เป็นเจ้านายทีหนึ่งก่อนจะเดินไปลากตัวมาทาโกะออกมาจากห้องอย่างรู้หน้าที่โดยไม่ต้องให้ทากาสุงิสั่ง

“เดี๋ยวสิรุ่นพี่บันไซ! ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ ได้ยินฉันมั้ย!!

“เธอกลับไปได้แล้วอุซางิ” เขาหันมาพูดกับหล่อนหลังจากมาทาโกะและคาวาคามิออกไปจากห้อง “งานของเธอยังไม่จบนี่”

“แต่ว่าท่านชินสุเกะเจ้าคะ...”

“อะไร หรือว่า...อยากถอนตัวหรือไง” ว่าพลางเลิกคิ้ว

“มะ...ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะ”  อุซางิรีบส่ายหน้าปฏิเสธเมื่อเห็นรอยยิ้มอำมหิตจากคนตรงหน้า

“งั้นก็ดี เพราะฉันยังไม่อยากฆ่าเธอตอนนี้”

อุซางิเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบๆ ส่วนเขาก็หันมาสนใจร่างเล็กที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียงแทน เท้าก้าวไปหยุดอยู่ข้างเตียง คางุระยังหลับตาพริ้มทำให้เห็นขนตางอนยาวเป็นแพ กลีบปากระเรื่อเผยอเล็กน้อย  คิ้วบางโค้งรับกับจมูกโด่ง ผิวขาวเนียนดุจหิมะของเธออมชมพูอย่างคนสุขภาพดี

ใจที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าของเขากระตุกวูบก่อนจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เหมือนจริงๆ เหมือนกลับเจ้าหมอนั่นไม่มีผิด

มือหนาเอื้อมไปกำรอบคอระหงเบาๆ มันเล็กจนเขากำเกือบรอบด้วยมือเพียงข้างเดียว ดูเปราะบางซะจนเขาคิดว่ามันจะง่ายๆเหมือนกิ่งไม้ เขาออกแรงบีบแน่นขึ้น หน้าขาวอมชมพูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาดซีดเพราะขาดอากาศหายใจ

“กำลังทำเรื่องสนุกๆอยู่ไม่ใช่เหรอ คุณซามูไร” เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นข้างๆหูทำให้เขาเผลอปล่อยมือจากคอคางุระแล้วหันไปเผชิญหน้ากับแขกผู้มาเยือนโดยไท่ได้นัดล่วงหน้า “เรื่องนี้จะขาดฉันไปได้ยังไงกัน ทั้งที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับฉันโดยตรงแท้ๆ”

“ทำไมนายมาอยู่ที่นี่”

“นั่นสินะ เอ๊ะ! ทำไมกันนะ” คนพูดแสร้งทำท่าเอียงคอถามด้วยความสงสัยก่อนจะยิ้มแฝงจิตสังหาร “คงเพราะอยากเล่นกับนายล่ะมั้ง”

เจ้าบ้านี่ตั้งใจมาขัดขวางเขาชัดๆ บอกว่าห้ามโผล่หน้ามาที่เอโดะก็ไม่ยอมฟัง งี่เง่า! จงใจจะทำให้แผนการของเขาล้มเหลวหรือไง

“อย่าขมวดคิ้วอย่างนั้นสิคุณซามูไร” ว่าพลางเดินมานั่งลงบนเตียงข้างๆร่างน้องสาวคนเดียวของตัวเอง มือเรียวเอื้อมไปเขี่ยปรอยผมที่ปกหน้าคนตัวเล็กออกอย่างอ่อนโยน “เดี๋ยวก็หน้าแก่ก่อนวัยอันควรหรอก แล้วอย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือน”

“อยากพูดอะไรก็พูดมาตรงๆเลยดีกว่า” เกลียดคนมือถือสากปากถือศีลอย่างเจ้าบ้ายาโตะคนนี้จริงๆ

“แค่สงสัยว่าที่นายทำอยู่มันไม่เหมือนกับแผนที่วางกันไว้เลยนี่นา” รอยยิ้มของคามุอิหายไปหลังจากพูดประโยคแรกจบแล้ว “นายน่ะ...เล่นแรงเกินไปแล้วนะ”

แผนที่ทากาสุงิวางไว้คือการทำลายกลุ่มชินเซ็นงุมิโดยใช้ไส้ศึกแฝงตัวเข้าไปลอบสังหารเจ้าพวกนั้น เป้าหมายการลอบสังหารครั้งนี้จะเป็นคอนโด้ อิซาโอะ ฮิจิคาตะ โทชิโร่ หรือโอคิโตะ โซโกะก็ได้ ขอแค่เป็นหนึ่งในสามคนนี้ จากนั้นคนระดับสูงในรัฐบาลที่เป็นพวกเดียวกับโจรสลัดฮารุซาเมะจะเข้าทำหน้าที่แทนหนึ่งในสามคนที่ตายไป วิธีนี้จะทำให้พวกเขาฮุบเอากลุ่มชินเซ็นงุมิมาเป็นพวกได้โดยง่าย

แต่ทากาสุงิกลับเล่นนอกแผนโดยไม่บอกเขาล่วงหน้า!

“แผนมันอยู่นอกเหนือการควบคุมจะให้ฉันทำยังไง”

“อย่ามาพูดเลยดีกว่า มีอะไรที่อยู่เหนือการควบคุมของนายได้ด้วยเหรอ” ทากาสุงิแสยะยิ้ม เจ้าบ้านี่รู้ทันเขาตลอด "นายอยากจะทำอย่างนี้เองน่ะสิ และที่ฉันสงสัยที่สุดคือเมื่อกี้...ถ้านายจะฆ่าคางุระจริงๆทำไมไม่ลงมือ แต่ทำเป็นเก๊กท่าบีบคอยัยนี่อยู่เกือบห้านาที”

ไอ้บ้านี่จะสงสัยอะไรนักหนา แต่ที่หงุดงหงิดสุดๆเห็นจะเป็รอยยิ้มยียวนกวนประสาทของมันนี่แหละ ทำอย่างกับรู้ทันเขาไปซะทุกเรื่อง

“บังเอิญว่าฉันดันเห็นพี่ชายขี้หวงแอบซุ่มดูก็เลยทำใจฆ่าน้องสาวนายต่อหน้านายอยู่”

“อย่ามางี่เง่าน่าคุณซามูไร แก้ตัวไปก็เสียเวลาเปล่าๆ ฉันเห็นไส้เห็นพุงนายหมดแล้ว บอกมาตรงๆซะว่านายหวั่นไหวเข้าซะแล้วใช่มั้ย”

ถ้าใครเข้ามาเห็นภาพนี้คงตกใจน่าดู นักรบขับไล่หัวรุนแรงอย่างทากาสุงิกำลังถูกหัวหน้าโจรสลัดอวกาศฮารุซาเมะอย่างคามุอิเอานิ้วไปจิ้มแก้มอย่างหยอกล้อ

“หึ! ไร้สาระน่า” เขาปัดมือคามุอิออก

“ว้า อย่างนี้ก็ไม่สนุกน่ะสิ”

ชีวิตนี้นายคิดแต่เรื่องสนุกเหรอเจ้าบ้านี่ “อยากถามอะไรนายซักหน่อย มาขัดขวางฉันอย่างนี้แปลว่านายอยากได้น้องเขยเป็นหัวหน้าหน่วยที่1ของชินเซ็นงุมิมากกว่าให้ฉันคนนี้ฆ่าน้องสาวตัวเองหรือไง”

“ไม่ว่าใครหน้าไหนฉันก็ไม่ยกให้ทั้งนั้น ถ้าอยากได้ต้องข้ามศพฉันไปก่อน ^^ เพราะชีวิตของยัยนี่เป็นของฉันคนเดียว”

“ทำเป็นพูดดีที่แท้ก็เป็นแค่พี่ชายหวงน้องสาว”

“ไม่ได้หวงซักหน่อย”

“การกระทำกับคำพูดมันสวนทางกันชัดๆ”

“ก็บอกว่าไม่ได้หวงไง งั้นเพื่อเป็นการพิสูจน์เรามาทำเรื่องสนุกๆกันดีกว่า หึๆๆ” ทากาสุงิมองคามุอิด้วยความสงสัย รู้สึกขนหัวลุกตอนได้ยินเสียงหัวเราะของมัน

ไอ้เรื่องสนุกของหมอนี่ไม่เคยสนุกจริงๆสักครั้ง

 

                เปลือกตาของคางุระค่อยขยับเปิดขึ้น ดวงตาสีฟ้าจ้องมองฝ้าเพดานไม้ที่ไม่คุ้นตาก่อนจะมองไปรอบๆห้อง มันเป็นห้องโล่งๆ ไม่มีเครื่องเรือนมากมาย เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงไม้นุ่มๆแบบมีเสาที่ตกแต่งด้วยผ้าม่านลูกไม้สีแดง ภายในห้องมีตู้เสื้อผ้าไม้สลักขนาดใหญ่ ที่มุมห้องมีแจกันดินเผาที่ดูก็รู้ว่าราคาคงแพงมาหาศาล ในแจกันใบใหญ่ถูกประดับด้วยดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่แสมกับสีเหลือง

                ที่นี่ที่ไหน?

                เธอค่อยๆชันตัวลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บจี๊ดๆแล่นขึ้นที่หัวจนเธอต้องเอามาทั้งสองข้าง ทำให้ผ้าแพรสีน้ำเงินที่ห่มตัวเธอเลื่อนลงมากองที่หน้าท้อง ภาพร่างเปลือยเปลือยไร้เสื้อผ้าปรากฏต่อหน้าตัวเองจนเธอเกือบจะกรี๊ดออกมา ดีที่ปิดปากตัวเองไว้ทัน รีบดึงผ้ามาห่อตัวเป็นมัมมี่แทบไม่ทัน

                ทำไมถึงเป็นนี้! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!!

                คางุระพยายามนึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เธอจำได้ว่าเธอกินโมจิของมิกะแล้วก็ขึ้นไปนอนในห้องจากนั้นก็หลับไป แล้วมันเกิดอะไรระหว่างที่เธอหลับไปล่ะ!?

                ก่อนที่เธอจะคิดอะไรออกประตูห้องก็ถูกเกิดออก หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีทองเข้ามาข้างในห้องพร้อมกับท่าทางลับๆล่อๆ แอบส่องดูนอกห้องราวกับกลัวว่าจะมาใครตามเข้า ก่อนจะเปิดประตูและล็อกไว้เพื่อความปลอดภัย

                “ทำไมเป็นลื้อ ทำไมลื้อถึงมาอยู่ที่นี่ อามาทะ!...” ยังพูดไม่จบมาทาโกะก็ถลาเข้ามาปิดปากเธอไว้ซะก่อน

                “ชู่! เงียบๆก่อน แล้วฉันจะช่วยเธอออกไปจากที่นี่เอง” คางุระพยักหน้ารับ มาทาโกะได้รับคำตอบที่พอใจแล้วจึงโยนเสื้อผ้าที่ถือติดตัวมาด้วยให้กับเธอ

                เธอยกเสื้อผ้าพวกนั้นขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นแบบเดียวกับชุดที่มาทาโกะใส่อยู่ตอนนี้ กิโมโนประยุกต์แยกส่วนสีชมพู เสื้อก็เป็นเอวลอย กระโปรงก็สั้นๆ

                “นี่มันเสื้อผ้าอั๊วไม่ใช่เหรอ”

                “ก็ใช่น่ะสิ เสื้อผ้าของเธอน่ะขาดรุ่งริ่งซะขนาดนั้นจะใส่ได้ยังไงกันยะ” ว่าพลางชี้ไปที่กองเศษผ้าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเสื้อผ้าที่ข้างๆเตียง

                “เสื้อผ้าอั๊ว! ทำไมถึงอยู่ในสภาพอย่างนั้นล่ะน่อ”

                “อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย รีบใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะ”

                “ลื้อซักบ้างหรือเปล่าน่อ” เธอทำจมูกดมฟุดฟิดพิสูจน์กลิ่นเสื้อผ้าแล้วย่นจมูกเมื่อได้กลิ่นอับๆ “ไม่ใช่ว่าใส่แล้วเป็นขี้กลากนะ อย่างนั้นอั๊วไม่เอาด้วน่อ”

                “ฉันซักแล้วย่ะ! อย่าเรื่องมากได้มั้ย เดี๋ยวแม่ก็ให้เปลือยซะเลยนี่”

                เอาวะ! ยังก็ดีกว่าเปลือยกายท้าแดดลมฝนออกไปข้างแหละ คางุระมุดเข้าไปในผ้าห่มก่อนจะออกมาด้วยชุดแบบเดียวกับมาทาโกะ

                “รีบๆบอกอั๊วมาเดี๋ยวนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอั๊วกันแน่ ทำไมอั๊วมาอยู่ที่นี่ แล้วที่นี่ที่ไหน แล้วทำไมเสื้อผ้าอั๊วถึงอยู่ในสภาพอย่างนั้นน่อ ทำไม...”

                “โอ๊ย! พอแล้ว ฉันเองก็ไม่ได่รู้อะไรมากนักหรอกนะยะ เอาแต่ถามๆอยู่นั่นแหละ ที่ฉันรู้ๆคือหล่อนถูกจับมามันเป็นความผิดพลาดของยัยบ้าคนหนึ่ง แต่ทำไมเธอถึงอยู่ในสภาพนี้ฉันก็ไม่อยากรับรู้ด้วยหรอก ไม่อยากยอมด้วยว่าเป็นเพราะท่านชินสุเกะ หล่อนอยู่ในห้องสองต่อสองกับท่านชินสุเกะตั้งหลายชั่วโมงกว่า ฉันถามอะไรท่านชินสุเกะก็ไม่ยอมบอก พอเข้ามาดูในห้องนี้ก็เห็นหล่อนอยู่ในสภาพนั้นอยู่ ถึงไม่อยากยอมรับก็เถอะ แต่หลักฐานชัดเจนซะ...” หันไปมองหน้าคางุระอีกครั้งก็พอว่าน้ำตาไหลอาบแก้มเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

                “จะรู้ไห้ทำไมกันยะยัยบ้า! รู้หรือเปล่าว่าฉันอิจฉาเธอแค่ไหน ท่านชินสุเกะนะท่านสุเกะ เป็นก็ได้ทำไมต้องเป็นยัยเด็กไม่บรรลุนิติภาวะคนนี้ด้วย” แล้วที่สำคัญ...เป็นเธอไม่ได้หรือไง เป็นมาทาโกะคนนี้ไม่ได้จริงๆงั้นเหรอ

                แทนที่จะหยุดร้อง คางุระกลับร้องไห้สะอึกสะอื้นยิ่งกว่าเหมือนซะอีก

                เธอกลายเป็นคนสกปรกไปซะแล้ว อย่างนี้เธอจะกลับไปหาพวกกินโทกิได้ยังไง คงไม่มีหน้าไปเจอโอคิตะได้อีก พวกเขาคงรังเกียจเธอ ขนาดเธอยังรังเกียจตัวเองเลย ทั้งหมดเป็นเพราะหมอนั่นคนเดียว! เป็นเพราะทากาสุงิคนเดียว!!!

                คางุระลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกจากห้องไปตามหาเจ้าตัวต้นเหตุเพื่อชำระแค้น เธอไม่มีทางปล่อยให้ทากาสุงิมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ทั้งๆที่ตัวเขาเป็นคนทำลายเธออย่างนี้หรอก

                แต่มาทาโกะดึงแขนเธอไว้ได้ทัน

                “คิดจะทำอะไรของเธอยะ!

                “ถามได้ก็จะฆ่าท่านชินสุเกะของลื้อน่ะ...” มาทาโกะชักปืนออกมาใช้ด้ามปืนตบหน้าคางุระจนหน้าหัน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก

                เธอไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำฝ่ายเหมือน เธอออกหมัดชกไปที่จมูกของมาทาโกะจนเลือดกำเดาไหล จากนั้นทั้งคู่ก็พลัดกันตบหน้ากันนับสิบครั้งจนหน้าบวม คางุระกระโดดถีบกลางท้องหล่อนจนต้องนอนจุกอยู่บนพื้น พอเห็นว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะแล้วจึงตั้งใจจะไปฆ่าทากาสุงิให้ตายอย่างทรมานที่สุด

                ปัง! ปัง

                คนที่เธอคิดว่าสิ้นฤทธิ์แล้วกลับฝืนลุกขึ้นมายิงเธอได้อีก แต่หล่อนไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเธอให้ตายเพราะเล็งมาที่ขาขวาหนึ่งนัดกับที่ไหล่ซ้ายอีกหนึ่งนัดเท่านั้น หล่อนแค่ต้องการหยุดเธอไว้

                “คิดหรือว่าคนอย่างเธอในตอนนี้จะเอาชนะท่านชินสุเกะได้ ถ้าฉันปล่อยเธอไปตอนนี้ก็เหมือนกับส่งเธอไปตายซะเปล่าๆ”

                “ถึงอั๊วตายมันก็ไม่เกี่ยวกับลื้อ!

                “ฉันไม่คิดว่าเธอจะโง่ขนาดนี้ ถ้าอยากฆ่าท่านชินสุเกะขนาดนั้นก็รีบหนีไปจากที่นี่แล้วค่อยกลับมาแก้แค้นเมื่อไหร่ก็ได้ ที่บอกไม่ใช่เพราะอยากให้เธอมาฆ่าท่านชินสุเกะหรอกนะ แต่เป็นเพราะสมเพชต่างหาก ไม่ว่ายังไงคนอย่างเธอก็ไม่มีทางทำอะไรท่านชินสุเกะได้อยู่แล้ว”

                นัยย์ตาสีท้องทะเลฉายแววโกรธอย่างควบคุมไม่อยู่ แต่มาทาโกะไม่รอให้คางุระเข้ามาจู่โจมเป็นครั้งที่สอง เธอผลักคางุระออกไปทางหน้าต่างเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนประตูจะถูกพังเข้ามาโดยคนที่คางุระต้องการฆ่า

                เขากวาดสายตามองสภาพห้องที่แสนจะเละเทะแล้วมาหยุดอยู่ที่ร่างบางสภาพยับเยินไม่ต่างจากห้องนี้เท่าไหร่นัก มาทาโกะเผลอกลั้นหายใจเมื่อโดนจ้องจับผิด

                “เธอปล่อยยัยนั่นไปสินะ” คนถูกถามสะดุ้ง

                “ระ...เราไม่มีความจำเป็นต้องจับตัวเด็กคนนั้นมานี่คะ”

                “จะจำเป็นหรือไม่จำเป็นไม่ใช่เรื่องที่เธอจะตัดสินใจ ถ้าไม่มีคำสั่งจากฉัน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ปล่อยตัวยัยนั่นไปทั้งนั้น!

                “ทำไมล่ะ ฉันไม่เข้าใจ ทำไมต้องทำเหมือนเด็กคนนั้นเป็นคนสำคัญของท่านชินสุเกะด้วย!” ทากาสุงิเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพื่อเลี่ยงมองดวงตาที่มีน้ำตาเอ่อคลออยู่ในตอนนี้

                “ฉันก็แค่ไม่ต้องการเห็นท่านชินสุเกะกลายเป็นคนอ่อนแอเพราะความหวั่นไหวของท่านเอง สิ่งที่ฉันทำมันผิดมากหรือคะ” น้ำตาที่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความอ่อนแอไหลอาบแก้มของมาทาโกะ คนที่ทำให้คนอย่างเธอหลั่งน้ำตาได้ มีแค่ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เท่านั้น

                “ถ้าคราวหลังเธอทำอะไรนอกเหนือคำสั่งของฉันอีก...ฉันฆ่าเธอแน่” พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้มาทาโกะร้องไห้อยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง

 

                ร่างแบบบางลอยละลิ่วตกลงมาจากชั้นห้าลงสู่เบื้องล่าง ใจดวงน้อยหวาดกลัวอยู่แวบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นยอมรับ...ยอมรับความตายที่รออยู่ข้างล่าง เธอหลับตาลงยินยอมรับความตายที่จะทำให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดทรมานในใจทั้งหมด

                แต่ก็สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง...เพราะร่างของเธอตกลงในสระน้ำขนาดใหญ่ แทนที่จะเป็นพื้นดินแข็งแกร่ง

                เธอฝืนว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งทั้งๆที่เรี่ยวแรงที่มีใกล้หมดเต็มที นัยย์ตาเริ่มพร่ามัว ก่อนจะหมดสติไปเงาของใครบางคนที่คุ้นตาปรากฏต่อหน้า เขาช่วยดึงแขนเธอที่ใกล้จะจมลงสู่ก้นสระเอาไว้ จากนั้นความมืดก็เข้ามากลืนกินสติอันเลือนลางของเธอ





 

                ขออภัยเป็นอย่างยิ่งเจ้าค่ะนักอ่านทุกท่าน ไรท์เตอร์เพิ่งกลับจากบ้านยายที่ต่างจังหวัดเมื่อสามวันก่อนจึงไม่ได้อัพนิยายเป็นเวลานาน ขออภัยอย่างเยี่ยงนักที่ผิดสัญญาทั้งที่บอกว่าจะแต่งให้จบภายในสิงหาแล้วแท้ๆ แต่ไรท์ติดธุระจริงๆ ถ้าที่บ้านยายมีเน็ตไรท์คงอัพทุกวัน

                เพราะฉะนั้นจากนี้จะพยายามอัพทุกวันให้นะเจ้าคะ กำหนดส่งตอนต่อไปวันนี้ไม่เกินสี่ทุ่มค่ะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

624 ความคิดเห็น

  1. #604 บิม (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 19:27
    สนุกมากค่ะ
    #604
    0
  2. #413 KuroKami (@kuronosakura) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2557 / 06:12
    กร๊าซซซซซ ม่าม่ารสต้มยำน้ำข้นชัดๆ
    #413
    0
  3. #411 Ice:Erza (@rosara007) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2557 / 22:36
    กลับมาแย้ววววววว เย้ ~~
    #411
    0
  4. #410 Hakuna Matata (@morgaina) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2557 / 20:55
    มิกะไปตายซ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา >< #ไล่ฆ่ามิกะแป๊ป 555
    #410
    0
  5. #384 net_269 (@net_269) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 15:15
    อยากได้บทพี่ชายหวงน้องสาวง่ะ -,,-
    #384
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #319 Aomme Aommy (@aom_pichaya) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 16:26
    เอะยังไงๆๆชินสุเกะชอบใครอะคางุระป่าวเอาเลยยยยๆๆๆน่าๆๆให้คางุระจังได้ทำให้โซโกะคึงหึงบ้างเท๊ออออออออตามุอิคุงก้ออกมาบ้างน่าาาาาารออยู่รอบทพี่ชายหวงน้องสาวอยู่น่าาา
    #319
    0