{WONHYUK}When I fall in LOVE the PAIN&When U COME BACK to me

ตอนที่ 39 : THE PAIN [30]=ความรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    11 ม.ค. 54



 

วันนี้ทั้งวันจุนพาเค้าเที่ยวไปทั่วเลย ยอมรับว่าเหนื่อยอยู่เหมือนกัน แต่การได้พบเจอสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยเห็นมันก็เหมือนกับการเปิดโลกแคบๆของเค้าให้กว้างออกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

“ฮะฮะ....ผมสนุกจังเลย....” ฮยอคแจหัวเราะเบาๆ พร้อมกับมองไปรอบๆตอนนี้ท้องฟ้ามืดลงมากแล้ว

 

ฮยองจุนจึงได้แต่ยิ้มตอบเบาๆ อย่างน้อยๆร่างบางนี้ก็หัวเราะออกมาได้บ้างแล้ว ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปไม่น้อยล่ะนะ

 

“นี่...ผมจะพาคุณไปที่นึงเอามะ...รับรอง...เด็ด.....” ฮยองจุนยักคิ้วอย่างมั่นใจ

 

“ไปสิๆ.....” ร่างบางรีบพูดด้วยความตื่นเต้น

 

ฮยองจุนจึงพาร่างบางไปลานกว้างๆแห่งนึง จากตรงนี้ทำให้สามารถมองเห็นดาวบนท้องฟ้าได้อย่างชัดเจนเลยล่ะ

 

ฮยอคแจหมุนตัวไปมาเป็นวงกลมอย่างรอบๆ

 

เมื่อมืดลง อากาศก็เริ่มเย็นลงๆเรื่อยๆ

 

แต่ตอนนี้ความหนาวเหน็บนั้นกลับไม่มีผลต่อเค้าเลยสักนิด

 

ร่างบางหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด แล้วแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะได้ยินเสียงเรียกของอีกฝ่าย

 

“คุณมานั่งพิงตรงนี้สิ....”

 

ที่ๆร่างสูงบอกนั้นก็คือเสาเหล็กยาวที่พาดไว้ราวกับรั้ว ฮยอคแจจึงขึ้นไปนั่งอิง พร้อมกับทรงตัวไม่ให้หงายหลังลงไป

 

“ผมน่ะมักจะมาที่นี่ทุกครั้ง เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ หรือต้องคิดอะไรมากๆ มันทำให้จิตใจของผมสงบ” ฮยองจุนเริ่มเล่าที่มาที่ไป

 

“ผมว่า...มันสงบจนดูหน้ากลัวนะ” ฮยอคแจพูดทั้งๆที่ยังไม่ละสายตาออกจากเหล่าดวงดาวทั้งหลาย

 

“ฮะๆ แรกๆผมก็คิดแบบนั้นล่ะ แต่พอเริ่มมาบ่อยขึ้น อยู่กับตัวเองมากขึ้นผมก็เริ่มชินซะแล้ว...”

 

ฮยอคแจมองดาวทั้งหลาย...ที่เรียงตัวกันเป็นร้อยเป็นพันอยู่บนท้องฟ้า

 

“คุณว่า...ที่เกาหลีจะเห็นดาวแบบเดียวกันกับเรารึเปล่า?” ฮยอคแจที่เงียบไปสักพักเอ่ยถามขึ้นมา

 

ฮยองจุนจึงเงยหน้ามองตาม

 

“ไม่รู้เหมือนกันนะว่าจะมองเห็นเหมือนเรามั้ย แต่ผมก็แน่ใจว่าเค้าจะต้องมองท้องฟ้าผืนเดียวกับเราอยู่แน่ๆ”

 

“ผมน่ะ...ไม่เคยเห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวแบบนี้มานานแล้ว...ครั้งสุดท้ายก็ที่...เชจู......”

 

ร่างบางห่อไหล่ทันทีที่เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา สองกอดยกขึ้นมากอดตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

เชจู....สถานที่ๆเค้าไปพร้อมกับซีวอน

 

สร้างทั้งความทรงจำที่ดี...และไม่ดีที่นั่น

 

สถานที่สุดท้าย.....ท้ายที่สุด....

 

“ฮึก.......” ร่างบางปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาอีกจนได้

 

ก่อนที่มือบางต้องรีบปาดออกไปทันที เพราะกลัวว่าคนข้างๆจะเห็น

 

“ไม่เป็นไร ร้องออกมาเถอะ...ถ้าหากว่ามันจะทำให้คุณสบายใจขึ้น” จุนตอบทั้งๆที่ยังคงไม่หันกลับมา

 

“เพราะครั้งแรกที่ผมมาที่นี่ผมเองก็ร้องไห้เหมือนคุณนั่นล่ะ”

 

ร่างบางจึงร้องไห้โฮออกมาทันที

 

เค้ายังคงคิดถึงซีวอนอยู่ตลอดเวลาจริงๆ คำว่ารักที่ยังคงเด่นชัด ไม่เคยหวั่นไหวให้กับใครอีก...ไม่เคยเลย

 

“ผม...ฮึก...คิดถึง...เค้า.....”

 

“ไม่แปลกหรอก ผมเองก็มีคนที่คิดถึงอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน....คิดถึงมากมาย คิดถึงทุกครั้งไม่ว่าจะทำอะไร...”

 

“ผมรักเค้า....มาเป็นสิบปี....รักและเทิดทูน...รักและศรัทธา...รักและทุ่มเท...สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมา....”

 

ฮยองจุนยิ้มน้อยๆ เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ร่างบางพูดนั้นเค้าเองก็เคยได้รู้สึกมาแล้ว

 

“ใครว่าคุณไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลยล่ะ อย่างน้อยๆคุณก็ได้เรียนรู้ที่จะรักใครสักคนหนึ่ง ทุ่มเทและคอยเป็นห่วงเค้า สุขใจที่ได้รักได้เห็นเค้ามีความสุข แล้วทำไมถึงพูดว่าไม่ได้อะไรกลับคืนมาอีกล่ะ?”

 

ฮยอคแจกอดตัวเองเอาไว้แบบนั้น กอดพร้อมกับน้ำตาที่ยังคงไหลลงมา...

 

“คุณว่าผมโง่มั้ย ครั้งหนึ่งผมเคยคิดจะตายเพื่อเค้าด้วยซ้ำ” ฮยอคแจมองไปยังข้อมือของตัวเองที่ยังคงมีรอยแผลเป็นไว้คอยย้ำเตือนตัวเองอยู่

 

“ไม่หรอก เพราะครั้งหนึ่งผมก็เคยคิดว่าไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่มีเค้าอีกต่อไปแล้วเช่นกัน”

 

ฮยอคแจหันกลับไปมองอีกฝ่ายทันที

 

“คุณกำลังจะถามผมใช่มั้ยล่ะว่าทำไมผมถึงไม่ทำ....”

 

ร่างบางพยักหน้าเบาๆ

 

“เพราะผมคิดได้น่ะ...”

 

“คิด?......” ร่างบางย้อนถาม

 

“ถึงแม้ว่าชีวิตมนุษย์จะหนีความทุกข์ไม่พ้น เราก็ไม่ควรอยู่อย่างสิ้นหวัง การดิ้นรนต่อสู้และเอาชนะความล้มเหลวทำให้ชีวิตมนุษย์มีคุณค่าขึ้น ผู้ที่ไม่ต่อสู้ดิ้นรน เพราะมองไม่เห็นความสำเร็จอยู่ข้างหน้าและทำตัวเหมือนกรวดทรายที่ไหลไปตามกระแสน้ำนั้นเป็นผู้ที่ทำตัวไม่สมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์”

 

ฮยอคแจนิ่งไปทันทีที่ฮยองจุนพูดจบ

 

เพราะทุกอย่างที่อีกฝ่ายพูดมานั้นมันถูกต้องทั้งหมดเลย เค้าทำตัวไม่สมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์จริงๆ เกิดมาครั้งเดียว มีชีวิตเดียว เค้ากลับเกือบจะเอามันไปทิ้งอย่างไม่รู้คุณค่าเสียแล้ว

 

“เพราะผมอยากจะเป็นบุคคลที่มีค่า...ดังนั้นผมจึงไม่ทำลายชีวิตตัวเองลง” ฮยองจุนยิ้มบางๆให้กับสายลมอันเหน็บหนาวของค่ำคืนนี้

 

ฮยอคแจถามตัวเองอีกครั้งว่าจะพอได้หรือยังกับการลดคุณค่าตัวเอง เอาชีวิต เอาศักดิ์ศรีไปทิ้งให้กับใครอีกคน ที่ไม่เคยเห็นคุณค่าในตัวของเค้าเลย

 

พอเถอะนะหัวใจ อย่าเอาร่างกายและจิตใจไปให้ใครทำร้ายอีกเลย

 

กลับมารักตัวเอง กลับมาเป็นเหมือนเก่า

 

ถ้าเค้าไม่รักเรา ก็คงจะเหลือเพียงเราที่จะต้องรักตัวเอง

 

เริ่มเรียนรู้ที่จะรักตัวเองให้เป็นเสียทีเถอนะลี ฮยอคแจ อย่าใช้เวลาแต่ละวินาทีให้หมดไปอย่างไร้ค่าอีกเลย

 

 

 

 

ผ่านมาเกือบเดือนได้แล้วที่เค้ามาอยู่ที่ออสเตรียในกรุงเวียนนา และเป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์แล้วเช่นกันที่เค้าได้มีฮยองจุนก้าวเข้ามาในชีวิต

 

อีกฝ่ายพยายามสร้างเสียงหัวเราะให้แก่เค้าซึ่งมันก้ได้ผลอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ

 

เค้าได้รู้เรื่องราวของอีกฝ่ายมาบ้าง จุนนั้นเป็นถึงสถาปนิกใหญ่เลยล่ะ ฝีมือจากที่เค้าไปตามสถานที่ต่างๆซึ่งเป็นฝีมือออกแบบของอีกฝ่ายแล้วก็อดทึ่งไม่ได้ ร้านรวงต่างๆต่างดูดี มีคลาส และเหมาสมกับบรรยากาศของร้านนั้นมากๆ

 

แต่เค้าเองก็ยังไม่เคยถามอีกฝ่ายจริงๆจังๆเลยสักครั้งว่าสาเหตุที่ลูกชายคนเดียวของวิศวกรใหญ่อย่างเค้าทำไมถึงจะต้องละจากครอบครัวมาอยู่คนเดียวในเวียนนาถึงหกปีแบบนี้

 

ร่างสูงเคยเปรยๆออกมาเองว่าเพราะถูกคนที่รักกันมากทิ้งไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ และนั่นทำให้เค้ายอมรับไม่ได้

 

และมาอยู่ที่นี่ในที่สุด

 

แต่เค้าเองก็ไม่เคยคิดอยากจะซักไซ้จุนหรอกนะ เพราะรู้ดีว่าคนเราต่างก็มีบาดแผลในใจที่ไม่อยากบอกใจกันทั้งนั้น

 

จุนพาเค้าเที่ยวชมอะไรมากมาย ดังเช่นวันนี้อีกเช่นกัน

 

“นี่.....คุณ......” ฮยองจุนเดิมกลับมาพร้อมกับไอติมสองโคน

 

“ชอคโกแลตกับสตอร์เบอรี่เอาอันไหน?”

 

ฮยอคแจเอื้อมมือไปหยิบไอติมสีชมพูหวานมา

 

“เดี๋ยวนะ! คุณยังกินมันไม่ได้นะ” อีกฝ่ายรีบร้องห้ามจนฮยอคแจชะงัก

 

“ทำไม?”

 

“ผมมีเงื่อนไขหนึ่งข้อ....คุณถึงจะกินมันได้”

 

“ลำบากจังแฮะ...”

 

“ไม่หรอกน่า แค่คุณตกลงมาคุณก็กินมันได้ทันที”

 

“คุณคงจะไม่ขอผมเป็นแฟนหรอกนะ?” ฮยอคแจพูดติดตลก

 

“โธ่...ผมก็แค่จะขอเป็น....องครักษ์ของคุณนั่นล่ะ จะคอยดูแลคุณ เป็นเพื่อนคุณ....แค่นี้เอง”

 

“ทำไมล่ะ?”

 

“คุณน่ะมีรอยยิ้มเหมือนคนๆหนึ่งที่ผมเคยรู้จักเลยล่ะ...”

 

“คนที่ทำให้คุณต้องมาอยู่ที่นี่น่ะหรอครับ?” ฮยอคแจอดถามไม่ได้

 

“ครับ...ตั้งแต่ที่เจอคุณครั้งแรกผมก็รู้สึกได้แล้ว่ละครับว่าเหมือนกันมากๆ”

 

“อ่า...เป็นองครักษ์ของผม คุณจะทำอะไรมั่งล่ะเนี่ย”

 

“ก็...ทุกอย่างนั่นล่ะ ดูแลคุณ ปกป้องคุณ ทำให้คุณมีความสุข เป็นทั้งเพื่อน และพี่ชาย....”

 

ฮยอคแจยิ้มบางๆให้กับข้อเสนอนั้น

 

เค้าเองก็มีความสุขเช่นกันที่มีเพื่อนแบบจุน

 

“เห็นแก่ไอติมที่กำลังจะละลายก็แล้วกันนะ ถือว่าตกลง” อยอคแจตอบ

 

“ฮ่าๆๆ โอเคครับ....” ฮยองจุนหัวเราะแล้วก็เริ่มกินไอติมแล้วเดินชมเมืองกันต่อไป

 

จนกระทั่งบ่ายคล้อยนั่นล่ะ ฮยองจุนจึงพาอีกฝ่ายมาหยุดอยู่ที่หน้าโบสถ์แห่งหนึ่ง

 

ฮยอคแจมองความงามแบบเรียบหรูของมันแล้วก็รู้สึกได้ถึงมนต์ขลังที่มีอยู่เต็มเปี่ยม

 

“ผมมักจะมาที่นี่อยู่บ่อยๆเพื่อให้จิตใจอย่างสงบ หรือไม่...ก็ขอพรให้คุ้มครองคนที่ผมรัก...”

 

ฮยอคแจเดินตามฮยอนจุงเข้าไปในโบสถ์ แล้วก็พบว่าภายในนั้นก็สวยงามไม่แพ้กับข้างนอกเลยเช่นกัน

 

สถาปัตยกรรมที่นี่สวยงามและเลื่องชื่อไม่แพ้ที่อื่นเช่นกัน

 

ร่างสูงพาเค้าเดินมาจนอยู่ด้านหน้าสุดของแท่นทำพิธี

 

“คุณมาที่นี่เป็นครั้งแรกใช่มั้ย?” ร่างสูงหันมาถาม

 

“ครับ”

 

“ถ้าอย่างนั้นลองขอพรให้คนอื่นหนึ่งข้อสิ....”

 

“ข้อเดียว?”

 

“ครับ เอาคนที่คุณต้องการขอพรให้จริงๆนะครับ แล้วจงขอเพียงแค่ข้อเดียวเท่านั้น...”

 

ฮยอคแจพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะนำมือทั้งสองข้างมาประสานกันไปที่ช่วงอก หลับตาลงเบาๆ แล้วเริ่มตั้งสมาธิทันที

 

ใบหน้าเดิมๆ ของคนเดิมๆ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเค้าตอนนี้ เค้าคงจะไม่สามารถขอพรให้ใครอื่นได้เท่ากับคนๆนี้อีกแล้วล่ะ

 

พระเจ้าครับโปรดช่วยทำให้เค้าคิดถึงผมบ้างนะครับ....สักวันละหนึ่งนาทีก็ยังดี

 

ฮยอคแจค่อยๆลืมตาขึ้นเล็กน้อย

 

ฮยองจุนขอพรเสร็จแล้วเช่นกัน

 

“คุณขออะไรหรอ?” ฮยอคแจถามเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาที่นี่เป็นครั้งแรก

 

“ก็ขอเรื่องทั่วไปล่ะครับ...”

 

“แล้วทำไมคุณจะต้องถามด้วยล่ะว่าผมมาที่นี่ครั้งแรกรึเปล่า”

 

“ก็...ที่นี่เค้าเชื่อกันว่าถ้าหากใครีที่มาโบสถ์นี้เป็นครั้งแรก คำอธิษฐานแรกจะสมหวังที่สุด....แต่จะขอได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ...”

 

ร่างบางร้องอ้ออยู่ในใจ

 

มิน่าล่ะนะ...

 

“แล้วเค้าก็บอกกันว่าคนที่เราขอพรให้นั้น....จะเป็นคนที่เราจะจดจำไปตลอดชีวิตของเราเลยล่ะครับ”

 

จดจำไปจลอดชีวิต?

 

ฮยอคแจยิ้มน้อยๆให้กับคำพูดของอีกฝ่าย มันก็คงจะจริงนั่นล่ะ เค้าคงจะไม่มีวันลืมซีวอนได้ทั้งหมดจริงๆ

 

ตอนนี้เค้าสามารถยิ้มได้ หัวเราะได้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ใช่ว่าแผลใจมันจะถูกปิดจนสนิท

 

บางครั้งในกลางดึกเค้าก็ยังคงลุกขึ้นมาร้องไห้ เพียงแต่มันไม่บ่อยเท่ากับช่วงที่มาแรกๆอีกแล้ว

 

เหลือเพียงบางวันเท่านั้นที่ความเหงามันมีความแข็งแกร่งจริงๆ

 

“ตอนที่คุณมาครั้งแรกคุณขอรึเปล่าครับ?” ฮยอคแจย้อนถาม

 

“ขอสิ...ขออย่างมั่นใจด้วย...”

 

“คุณคงจะขอให้กับบเธอคนนั้นใช่มั้ยครับ?”

 

“อืม...แน่นอนสิ” ฮยองจุนพยักหน้ารับเบาๆ

 

                “จะว่ามั้ยถ้าหากว่าผมถามว่าคุณขอพรว่าอะไร”

 

                ฮยองจุนส่ายหน้าน้อยๆ

 

                “ผมขอให้เค้าอย่าลืมผม”

 

                ฮยอคแจพยักหน้ารับรู้เบาๆ สุดท้ายแล้วคนเราถึงแม้จะหันหลังให้กันขนาดไหน แต่ภายในใจของเรานั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยเรื่องราวของเค้าอยู่เต็มเปี่ยม

 

                เหมือนกับเค้าที่ตอนนี้ตัวอาจจะอยู่ที่นี่ที่กรุงเวียนนา แต่หัวใจของเค้านั้นเค้าก็มั่นใจว่ามันจจะต้องอยู่ที่เกาหลีแน่ๆ อยู่ที่ใครคนนั้น...

 

                และเค้าเองก็คงจะไม่ขอคืนกลับมาด้วย เพราะเค้าได้ตัดสินใจให้ไปแล้ว

 

                จะไม่มีวันขอกลับคืนมา เพราะเค้าเองก็ยังคงรักร่างสูงไม่เปลี่ยนแปลง

 

                เค้าเองจะไม่มีวันลืม ครั้งหนึ่งที่เคยใช้ความรู้สึกเล็กๆที่เรียกว่ารักให้แก่ใครสักคน ได้ทุ่มเท ได้ห่วงใย ได้ดูแล ได้รู้จักการรอคอย

 

                ได้พบเจอกับอะไรที่มีทั้งร้ายและดี...เหมือนกับท้องฟ้าที่ต้องมีทั้งวันที่ฟ้าโปร่ง และวันที่ท้องฟ้าหม่น

 

                ชีวิตของคนเรามันยังคงจะต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ เค้าเองยังจะต้องเติบโตขึ้นไปกว่านี้

 

                เค้ารู้ตัวเองดีว่าตอนนี้เค้ายังไม่ได้เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมไปมากสักเท่าไหร่ แต่ของเองก็เชื่อว่าของแบบนี้มันจะต้องใช้เวลา

 

เวลาจะรักษาใจเราเอง

 

จนถึงตอนนี้เค้าเองก็ไม่โกรธซีวอนแล้วล่ะ...เพราะเค้าเริ่มเรียนรู้แล้วล่ะว่าคนเราต่างก็มีเหตุผลเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น

 

เค้าไปรักซีวอนนั่นเป็งสิ่งที่เค้าไม่คิดว่าตัวเองทำผิด และการที่ซีวอนไม่รักเค้าจะให้ไปโทษว่าเป็นความผิดของร่างสูงได้ยังไงกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันก็เป็นเพราะว่าการตัดสินใจของเค้าเองทั้งนั้น

 

“ออกไปข้างนอกกันเถอะ....” เสียงที่แว่วมาของฮยองจุน ทำให้เค้าพาตัวเองเดินออกมาที่นอกโบสถ์

 

เปิดใจรับกับท้องฟ้าที่แสนจะสดใสของวันนี้

 

เหมือนกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ได้พบเจออะไรต่อจากนี้ เค้าเองก็พร้อมจะรับมือกับมันแล้วล่ะ

 

แต่ถ้าหากจะถามว่าถ้าเค้าย้อนเวลากลับไปได้อีกครั้ง ยังจะยอมตัดสินใจเลือกทางสายนี้อีกมั้ย

 

เค้าเองก็คงจะตอบอย่างไม่ลังเลว่า หากย้อนคืนวันเวลาได้อีกครั้ง อย่างไรเค้าก็จะยอมให้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม เค้ายอมที่จะเดินเข้าไปหาความเจ็บปวดจากซีวอน

 

เพียงเพื่อจะได้รับไออุ่น ความใกล้ชิดนั้นอีกครั้ง แม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาเพียงสั้นๆก็ตามเถอะ

 

แต่อย่างน้อย...เค้าก็ยังได้รัก....แต่สัมผัส....คนๆนั้น

 

คนที่เค้าใช้เวลาเป็นสิบปีเพื่อรัก และต่อจากนี้ต่อให้เจอใครต่อใคร เค้าก็คงจะไม่สามารถรักได้อีกแล้ว

 

เพราะหัวใจของเค้ามันอยู่ที่คนๆนั้น

 

...ชเว ซีวอน...

 

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเค้าขอให้ร่างสูงมีแต่ความสุขในทุกๆวัน ได้เจอคนที่ดีๆ อย่าเจ็บหรือป่วย...ขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ได้เป็นผู้กำกับชื่อดังอย่างที่เคยฝันไว้

 

ขออย่าให้ต้องเจ็บปวดด้วยเรื่องใดๆอีกเลย ขอให้คนที่เค้ารัก...มีแต่ความสุขด้วยเถอะ

 

ส่วนตัวเค้าเองก็จะก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง จะรักตัวเองให้มากขึ้น จะใช้ชีวิตอยู่กับรอยยิ้มให้ได้

 

เค้ายังจะต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ เพราะเค้าได้รู้แล้วล่ะว่าโลกนี้ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย

 

ก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าหากเราได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง จะเป็นอย่างไร

 

แต่ตอนนี้...เวลานั้นยังคงมาไม่ถึง และเค้ากับซีวอนต่างก็ต้องใช้ชีวิตตามแบบแผนของแต่ละคน

 

ในเมื่อทุกๆอย่างเป็นเรื่องของอนาคต

 

ตอนนี้เราจึงทำได้เพียง ทำปัจจุบันให้มันดีที่สุด...

 

เค้าต้องขอบคุณซีวอนด้วยซ้ำไป ที่ทำให้เค้าคิดได้ในวันนี้ ขอบคุณร่างสูงที่ทำให้เค้ารู้จักกับความรู้สึกที่เรียกว่ารัก

 

กับความรู้สึกแอบรักใครสักคน แม้ว่ามันจะเหมือนกับความเจ็บปวดที่แสนจะทรมาน

 

แต่การทรมานเพื่อความรักนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากการที่มีความสุขหลังม่านน้ำตา

 

ที่ผ่านมา....

 

เค้าตกหลุมรักความเจ็บปวดมามากพอแล้ว

 

ถึงเวลา....รักตัวเอง เสียที

 

 

 

...เมื่อก่อนเคยรักมากเท่าไร
มันยังคงรักมากเท่านั้น แต่ชีวิตมันต้องเป็นไป
เมื่อก่อนเคยรักเธอที่สุด มันยังคงรักเธอสุดหัวใจ
ไม่เคยจะเสียดาย ที่ชีวิตฉันเคยได้รักเธอ

ทำเพื่อใครสักคน ฉันได้ทำเพื่อความรัก
ร้องให้ใครสักคน ฉันก็ร้องจากหัวใจ
รักที่มันต้องจบ มันก็ยังงดงามฉันยังจำไว้...

 

 



END






.
.
.
.

No! The story has just begun ..
To be continue @

"When U come back to me"

..soon...





แจ้งข่าวตอนหน้า :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1902 Redberrylips (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 01:42
    ขอบคุณที่ตอนจบอย่างน้อยฮยอกก้รักตัวเอง
    #1,902
    0
  2. #1852 ae snoopy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2555 / 16:05


    รักตัวเองได้ซะทีนะฮยอก
    #1,852
    0
  3. #1778 yoyo (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 มีนาคม 2555 / 14:26
    ในที่สุดก็รักตัวเองได้สักทีนะฮยอก..
    #1,778
    0
  4. #1733 danger poppular (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 มีนาคม 2555 / 22:02
     end how?
    #1,733
    0
  5. #1662 CHOI EUNEVE (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 17:14
    เฮ้อออออ...

    ยอนฮีใช่ไหมที่ทิ้งจุนไป?



    อ้่าาาาา~~~ เมื่อไหร่จะถูกคู่เนี่ย?
    #1,662
    0
  6. #1615 ของขวัญในฤดูใบไม้ผลิ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 21:16
     กลับมาน้ะ กลับมาให้ถูดคู่ซะที T^T
    #1,615
    0
  7. #1523 blade (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 เมษายน 2554 / 14:26
    อ๊ายย จบภาคแรกแล้ว ติดตามต่อค่ะ



    เรื่องนี้หนุกมาก ฮยอนกับฮยอกต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน
    #1,523
    0
  8. #1491 Pangaea (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 เมษายน 2554 / 22:10
    จบภาค 1 ซะแล้ว!

    รักตัวเองเป็นบ้างซะทีนะ..ฮยอกแจ !
    อยากจะรีบไปอ่านภาค 2 จังเลย ><
    #1,491
    0
  9. #1472 = ++ "X" Ac xUS - /// (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 เมษายน 2554 / 18:59
    อ่านจบแล้ว แบบว่า

    อยากฆ่า ชเว ซีวอน ...
    #1,472
    0
  10. #1437 viewkie (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 01:45

    ขอภาค 2 ต่อนะค่ะ นะๆๆๆ ขอ ให้ ฮยอก ได้สมหวังบ้าง


    ให้ วอน รู้ใจตัวเอง ให้โอกาส วอน ได้ตามหาหัวใจตัวเองทีเถอะ

    ทิธิลดลงบ้างเถ๊อะ มันทรมาร คนอ่าน

    #1,437
    0
  11. #1348 KYUMIN SJ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 18:13
    จบไปแล้ว 1 ภาค
    #1,348
    0
  12. #1182 tokay (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 / 08:07
     ฮยอกมีองค์รักษ์แล้ว

    วอนแกช้าอีกแล้วน้าาา
    #1,182
    0
  13. #1142 SJ_HANCHUL (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 มกราคม 2554 / 15:15
    เห้ออออ
    ก็พอกันทั้งคู่แหละ
    #1,142
    0
  14. #1093 bastree (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 มกราคม 2554 / 21:57
    วอนทึ่ม
    ยังไม่รู้จักไปตามหาฮยอกอีก
    #1,093
    0
  15. #1059 snowvirgin (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 มกราคม 2554 / 14:56
    อันนะทั้งฮยอกกี้ทั้งตาวอนพอกันเลย มาท้อเอาวันที่ควรจะปรับใจหากัน ฮยอกกี้ก้อถอดใจก้อน่าจะอยู่ แต่ตาวอนน่ะ รู้ใจตัวเองแล้วแต่ยังฝืนอยู่นั่นเพื่อ .... ค่ะ ฮรึ้ยยยยย ขัดใจเจ๊จัง

    ตาจุงเปนป๊ะป๋าตัวจิงของฮยอนนี่ชิมิอ่า แล้วฮยอกกี้ก้อยิ้มเหมือนยอนฮีใช่ไม๊ กลับมาๆๆๆ ได้แล้วลูกคิดถึ๊ง
    #1,059
    0
  16. #1042 sanphet (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2554 / 18:09
    ทำไมถึงได้รักมั่นคงจังอ่ะ
    ฮยอกยังงัยก็ขอให้หายเจ็บเร็วๆล่ะกัน
    #1,042
    0
  17. #1040 piggy-oun (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2554 / 17:14
    ดีใจค่ะ ที่ฮยอกเข้มแข็งขึ้น
    เวลาจะช่วยให้ฮยอกดีขึ้นนะ

    รอภาค 2 นะคะ

    #1,040
    0
  18. #1038 geejajaa (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2554 / 05:19
    เย่ๆ ฮยอกแจคิดได้และรักตัวเองบ้างแล้วอ่ะ ตามเรื่องต่อ ภาคใหม่ นะคะ ^^ ชอบๆ ได้ข้อคิดอะไรดีๆด้วย
    #1,038
    0
  19. #1036 -*- (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 มกราคม 2554 / 22:35
    to be continue



    I'll be back soon.....



    Thank you very much!!!!!
    #1,036
    0
  20. #1034 crapook (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 มกราคม 2554 / 20:42
    เจ็บปวดจังเลอะ
    จะรอภาค2ต่อนนะ
    #1,034
    0
  21. #1033 moonoy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 มกราคม 2554 / 20:34
    แอบอึ้งตอนสุดท้าย



    แต่มีต่อใช่ม่ะ



    แต่จบอย่างนี้ก็ดีนะ มันดูเป็นชีวิตจริงดี



    ถึงจะดูเจ็บปวดไปหน่อยก็เถอะ
    #1,033
    0
  22. #1032 lonely_world (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 มกราคม 2554 / 20:07
     ชอบตอนจบอ่ะไม่เหมือนเื่องอื่นดี และมันคือชีวิตจิงของคนหลายคน

    ขอบคุณค่ะไรเตอร์
    #1,032
    0
  23. #1031 เด็กคณะลิง 13 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 มกราคม 2554 / 19:02
    อ่านเพลินๆอยู่....ตกใจจบแล้วอ่ะ
    แต่ไรเตอร์บอกว่าจะมีภาคสองใช่ป่ะ
    ติดตามค่ะ
    คิดถึงไรเตอร์น่ะ
    #1,031
    0