CUBIC (ตีพิมพ์แล้ว)

ตอนที่ 8 : เวลา 5 ชั่วโมงสุดท้าย(รีไรท์2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,918
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    3 ก.พ. 54


ตอนที่ 8 เวลา 5 ชั่วโมงสุดท้าย

            ล้านหนึ่ง นาคทวนคำเจ้าพ่อมาเฟีย เธอตีสีหน้ายุ่งผสมตื่นๆ ราวไตร่ตรองว่าเธอฟังผิดไปรึเปล่า

            เขาจะยอมจ่ายเงินตั้งล้านจ้างให้เด็กผู้หญิงที่ไม่มีอะไรรับประกันความสามารถในการติดต่อธุรกิจครั้งนี้งั้นเหรอ...

แต่หลานเซ่อก็พยักใบหน้าให้เล็กน้อยเพื่อเป็นการยืนยัน 

... เด็กสาวเริ่มมีสายตาลังเลไหววูบกับข้อเสนอเล็กน้อย เธอเริ่มเม้มปากใช้ความคิด... แม้ว่าทำงานธรรมดาไม่มีทางได้ล้านหนึ่งมาง่ายๆ แต่หากเมื่อมาคิดถึงข้อดีข้อเสียกับการต้องเสี่ยงก้าวขาข้างหนึ่งไว้บนลานประหาร กับเงินหนึ่งล้านที่หักลบหนี้เธอไป... มันก็ยังเหลืออีกตั้งสิบเก้าล้าน ซึ่งก็ไม่ได้ดูต่างจากยี่สิบล้านเท่าไหร่เลย แล้วชีวิตเธอที่อาจเสี่ยงหนักกว่าเดิม...

 หนึ่งล้านดอลล่าฮ่องกง ฉันยอมรับนะว่ามันเยอะสำหรับคนธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ต้องแบกปัญหาอะไร นอกจากเอาเงินนั่นไปถลุงเล่น... แต่สำหรับคนติดหนี้ยี่สิบล้านแบบฉัน รู้สึกว่าจะไม่คุ้มเท่าไหร่เลยว่าไหมนาคกอดอกถามกลับด้วยใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ แต่แววตาสีดำของเด็กสาวที่เคยฉายแต่ความสนุกสนานไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งรอบข้าง ครั้งนี้กลับวาวขึ้นราวมีประกายบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป... มันไม่ได้ฉายความอวดดี หรือหาเรื่องท้าทายใส่มาเฟียตรงหน้า แต่นัยน์ตาของเธอเหมือนกับกำลังฉายความคมกล้าหนักแน่น... มันเป็นสายตาแบบเดียวกับที่ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจมืดในมืออย่างเขามักใช่ยามเมื่อต้องต่อรองหรือยื่นข้อเสนอในการทำธุรกิจกับใคร

สายตาของความมั่นใจในความเหนือชั้นของข้อต่อรองตนเอง... สายตาของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

น่าสนใจ

... ชายหนุ่มถึงกลับเผลอขยับยิ้มขึ้นเล็กน้อย เจ้าเด็กสาวตรงหน้ามีอะไรน่าสนใจกว่าที่คิด... ถึงจะทำอะไรแปลกๆ มาเยอะก็เถอะ

เพราะถ้าเจ้าหล่อนกระโดดตะครุบเงินหนึ่งล้านทันทีโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ไม่สนใจข้อต่อรองใดๆ หรือผลได้ผลเสีย ไม่มีแม้แต่การคิดคำนวณ... เธอก็ไม่เหมาะจะทำงานนี้... 

ยอมรับว่ามันก็น่าหงุดหงิดเล็กๆ กับการเล่นแง่ของลูกหนี้รายนี้ เพราะมันก็ถือว่าจ่ายมากไปกับการจ้างคนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นมืออาชีพมาทำงานของมืออาชีพระดับนี้... แต่ถ้าหากเจ้าหล่อนไม่มีฝีมือในชั้นเชิงการต่อรอง หรือไม่รู้จักหยิบไพ่ที่เหนือกว่าขึ้นมาใช่ เพียงถูกเงินล่อแล้วตกลงรับทำทันใด... เธอก็ถือว่าไม่มีคุณสมบัติที่เขาต้องการจริงๆ... ประวัติในแฟ้มงานของเธอมันมีสิ่งที่บอกความสามารถของเธอก็จริง... แต่มันก็ยืนยันอะไรไม่ได้หมด นอกจากต้องเห็นมันด้วยตาตัวเอง

ด่านทดสอบแรก... ถือว่าผ่าน...

ฉันว่าฉันยังพูดไม่จบนะฤทัยนาค หลานเซ่อไหวตัวเล็กน้อยออกจากเบาะเก้าอี้ที่พิงอยู่ พลางจ้องลึกเข้าไปนัยน์ตาสีดำของนาค และกล่าวขึ้นช้าๆ ให้อีกคนได้ยินชัดเจน ฉันจะจ่ายเธอหนึ่งล้านดอลล่า... สหรัฐฯ

หา!แขนที่กอดอกกันอยู่เกือบคลายออกไปทันใดกับค่าเงินที่ตามหลังมา จนต้องย้ำเสียงสูง สหรัฐฯงั้นเหรอ

อย่างเธอคงรู้นะว่ามันเทียบค่าเงินแล้วได้เท่าไหร่ หลานเซ่อหยังเชิงเด็กสาว บนรูปหน้าคมที่ออกไปทางตะวันตกมากกว่าเอเชียขยับยิ้มนิดที่หายากของตนรอฟังคำตอบ

เจ็ดล้าน... ดอลล่าฮ่องกง... นาครำพึงกับตนเองอย่างไม่ค่อยจะเชื่อสิ่งที่ได้ยินนัก เธอยังขมวดคิ้วและเผลอเลียริมฝีปากเหมือนมันแห้งพรากขึ้นกะทันหัน พลางคิดทบทวนว่าหูเธอไม่ได้ฝาดไป

เจ็ดล้าน... มันเท่ากับหนี้เธอหายไปเกือบครึ่งเลยนะ

ความจริงเจ็ดล้านกว่า... แต่ก็ช่างเถอะ มันก็แปลว่าเจ็ดล้านนั่นแหละร่างสูงสง่าหลังโต๊ะทำงานไม้ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่นัยน์ตาสีอ่อนคู่คมสวยกลับจับจ้องท่าทางของคู่ต่อรองไม่วางตาราวกำลังประเมินเธอจากการมอง ที่เหลือก็แค่ว่าเธอจะตกลงรับ... หรือไม่รับ

นาคต้องหรี่นัยน์ตาพลางเอียงศีรษะน้อยๆ ถามมาเฟียหนุ่มกลับ “... แล้วฉันจะเป็นยังไงถ้าทำไม่สำเร็จเธอยังไม่พูดถึงข้อตกลง และต้องการความแน่ใจก่อน เพราะไม่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะขุดหลุมลวงให้เธอตกลงไปรึเปล่า เมื่อนับกันแล้วเขามีประสบการณ์ในวงการนี้มากกว่าเธอหลายเท่า... แล้วยิ่งค่าเงินที่เสนอมาสูงเท่าไหร่ มันก็ยิ่งบอกระดับความยากของงานเท่านั้น

เธอจะไม่เป็นอะไร นอกจากติดหนี้ฉันต่อไปยี่สิบล้าน เขาว่า 

นาคเลิกคิ้วเล็กน้อย ค่อนข้างรู้สึกแฟร์กับข้อเสนอนี้จนอดขยับยิ้มนิดๆ ถูกใจไม่ได้ ว้าว!” เธออุทาน พร้อมผิวปากหวือ เจ็ดล้านเลยนะ... ฉันว่านายคงลืมไปว่าเราพนันอะไรกันไว้เรื่องพี่นัน

ฉันคิดว่าเธอคงไม่มีปัญญาใช้หนี้ เงินสิบสามล้านที่เหลือง่ายๆ หรอกนะมาเฟียหนุ่มปรามาส 

แต่ว่าเขาก็ต้องชะงักร่างของตนเล็กน้อยชั่วอึดใจ กับคำสวนรวดเร็วของนาค เหรอ... แต่ความจริงฉันว่ามันคงไม่ยากเท่าไหร่หรอกมั้ง เพราะยังกับว่าหนี้ฉันจะหายไปที่เดียวเจ็ดล้าน กับการทำงานครั้งเดียวแค่นั้นเอง

เจ้าเด็กแสบ

หลานเซ่อถึงกับเผลอกนด่าขึ้นในใจกับคำยอกย้อนของเด็กสาวตรงหน้าอย่างขุ่นเคืองนิดๆ... แล้วดูเจ้าเด็กนั่น ยังกล้าส่งรอยยิ้มกว้างที่ติดจะกวนๆ ตามนิสัยของตนเองมาให้เขาอีก... รอยยิ้มที่เขายังคงไม่ชอบมันเหมือนเดิม... แต่ก็ต้องยอมรับ ว่าไม่ได้เกลียดรอยยิ้มนั่น หรือคำเถียงของเธอ

เพราะเถียงได้ก็ดี แสดงว่าเจ้าหล่อนยังมีสมองอยู่บ้าง แถมคำเถียงก็ฟังมีเหตุมีผลในตัวของมัน... ไม่ทำตัวเหยาะแหยะ น่ารำคาญเหมือนผู้หญิงทั่วไป คงคุยกันได้ยืด... แม้จะทำตัวน่าหงุดหงิดบ้างบางเวลา

ใช่... ตั้งแต่วินาทีแรกที่นาคเผชิญหน้ากับเขา... เธอทำเขาหงุดหงิดได้จริงๆ จังๆ เป็นครั้งแรกหลังจากไม่รู้สึกมานาน... ความหงุดหงิดที่ไม่ได้เกิดจากความเกลียด หรือโกรธ...  แต่หงุดหงิดจากรอยยิ้ม ท่าทาง คำเถียง พฤติกรรม... ตัวเธอทั้งหมด... ทำให้เขาหงุดหงิด... หงุดหงิดตัวเอง... เพราะมาเฟียหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ไอ้ความหงุดหงิดที่เธอสร้างให้ทุกๆ ครั้ง มันส่งผลให้มีช่องว่างเกิดขึ้นกับกฎในชีวิตที่เขร่งขรัดของเขา... โดยเฉพาะกฏที่ตั้งขึ้นเพื่อสร้างป้อมปราการไม่ให้ใครเข้ามาใกล้ตัวเขาได้

งั้นก็แสดงว่าเธอตอบตกลงหลานเซ่อตัดสินให้แทน เมื่อเด็กสาวเปิดช่องให้เขาโต้ตอบได้

ฉันว่า คำว่า ตกลงยังไม่หลุดออกมาจากปากฉันเลยนะนาคแย้งหน้าสีหน้าไม่เปลี่ยน แต่เธอก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเหมือนเป็นการฟ้องว่า... ไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน แต่ฉันอยากรู้ว่า คู่ค้านายคนนี้เขาให้อะไรนายได้ นายถึงยอมจ่ายฉันเยอะขนาดนี้

หลานเซ่อระบายลมหายใจด้วยความระอา กะแล้วว่าต้องเจอคำถามนี้จากเด็กสาวช่างสงสัย ฉันว่ารู้น้อยไว้เป็นอะไรที่ดีที่สุดสำหรับเธอ เสียงทุ้มต่ำที่ติดกระด้างตัดสินความคิดให้

เฮ้... อย่าลืมว่านายขอให้ฉันเอาขาไปเหยียบบนตะแลงแกงข้างหนึ่งแล้วนะ... ดังนั้นถ้านายอยากให้ฉันรับงานนี้ นายก็ควรให้ข้อมูลของงานนี้กับฉันสิ

คำทวงสิทธิ์ครั้งนี้ของนาคเล่นเอามาเฟียหนุ่มต้องลอบถอนหายใจอีกครั้ง นาคต่อรองจนเขาเองยังเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคู่ค้ากับเธอแทน ในขณะที่จงซินที่ยืนอยู่ข้างเก้าอี้เจ้านายของตนถึงกับเหลือบหางตามองนาคด้วยแววตาถูกใจกึ่งชิงชังอยู่ลึกๆ เพราะดูเหมือนเจ้าหล่อนจะเริ่มมางัดข้อ ทำหน้าที่ต่อรองกับพวกเขาก่อนไปเผชิญหน้าของจริงได้อย่างดีเยี่ยมจนน่าหงุดหงิด 

 สุดท้ายหลานเซ่อจำใจต้องตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเด็กสาวยังส่งสายตา ที่บอกว่าเธอรอฟังคำตอบอยู่ “... เขาสามารถให้พื้นที่ที่ปลอดภัย ไร้การเพ่งเล็งจากใครในสหรัฐฯ ในการวางรากฐานธุรกิจของเราที่นั่นได้

นาคขมวดคิ้วสงสัยพลัน เขาเป็นผู้ว่าการรัฐ หรือคนมีชื่อเสียงในสภาด้วยรึไง... นึกว่าเป็นพ่อค้าค้าอาวุธอย่างเดียวซะอีก

เปล่า... คารอส ทาร์เปีย เป็นพ่อค้าๆ อาวุธสงครามข้ามชาติอย่างเดียวมาเฟียหนุ่มตอบราบเรียบ “... แต่ลองคิดดูว่า อาวุธผิดกฎหมายเป็นแสนเป็นล้านชิ้น จำนวนมากมายขนาดนั้น มันจะไปหาซื้อได้จากที่ไหนกันล่ะ

นาคมุ่นหัวคิ้วคิดตามคำใบ้ของหลานเซ่อ ขณะเริ่มปล่อยให้ห้องทำงานกว้างขวางของชายหนุ่มเงียบไปหลายอึดใจกับการจมอยู่ในความคิดของตนเอง และเพียงไม่นานข้อมูลในหัวเธอก็เริ่มประมวลผลลัพธ์

เธอเริ่มผูกข้อมูลใหม่ที่ได้ เข้ากับผลประโยชน์ของมาเฟียตรงหน้า ควานหาความเป็นไปได้ ก่อนทุกอย่างจะลงล๊อก  ซึ่งเล่นเอาเด็กสาวแทบสบถลั่น ด้วยสีหน้าที่คาดไม่ถึงนัก กับคำตอบในใจของเธอ... คำตอบที่ฟังแล้วหลายคนต้องเบิกตากว้าง 

“... อาวุธของกองทัพ” 

ไวกว่าที่คิด...

มาเฟียหนุ่มอดรู้สึกเช่นนั้นไม่ได้จนต้องเพ็งมองเธอเขม็ง... ไม่มีการตอบผิด ไม่มีการลังเลในคำตอบ และหลายครั้งเธอจะเป็นแบบนี้เสมอจากที่เขาสังเกตเห็นมา การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อควานหาคำตอบของเธอทำได้เร็วมาก... เร็วจนแทบจะรู้สึกว่ากระบวนการความคิดของนาคเร็วผิดปกติ

หลังสงครามจบ อาวุธพวกนี้แทบจะถูกโละขายเหมือนเศษเหล็กด้วยซ้ำไป เพื่อเอามันไปใช้ต่อในสงครามอื่น...ยิ่งเขาเป็นพ่อค้าที่มีฐานลูกค้ามากที่สุดก็เท่ากับว่าเขามีอิทธิพลกว้างขวางกว่าทุกคน เจ้าของนัยน์ตาสีชาอ่อนคมกริบเอ่ยอธิบายข้อเท็จจริงแสนน่ากลัวของเบื้องหลังข้าราชการชั้นสูงอย่างไม่เดือดร้อน  พ่อค้าหัวใสไม่ใช่ว่าต้องจบบริหารได้อย่างเดียว คนเป็นทหารก็เป็นพ่อค้าหัวใสได้... ทีนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมต้องเป็น คารอส ทาร์เปีย ที่เราต้องร่วมหุ้นให้ได้

เขามีคนหนุนหลังอยู่...และอาจมีคนช่วยอยู่อีกหลายด้านและหลายประเทศ ร่างท้วมๆ ของเด็กสาวถึงกับพึมพำออกมากับตนเองกับสิ่งใหม่ที่เธอเพิ่งรู้ ใบหน้าธรรมดาดูครุ่นคิดตามข้อมูลที่เพิ่งได้รับ 

วงการนี่ยังมีอะไรที่เธอคิดไม่ถึงอีกเยอะ หลานเซ่อเสริม พลางเอ่ยถาม แล้ว... ตกลงเธอจะเอายังไง

นัยน์ตาสีดำของเด็กสาวปรายกลับมาที่เจ้าหนี้หน้าหล่อหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าครุ่นคิดของเธอคลายกลับมาเป็นเหมือนเดิม ก่อนที่เจ้าหล่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วยกมือขึ้นมาชันค้างราวใช้ความคิดแบบกึ่งเล่นกึ่งจริง เมื่อเธอคิดมันไว้อยู่แล้วแต่แรกแล้ว อือ... เจ็ดล้านนะเยอะอยู่ฉันไม่เถียง...  แต่ฉันอยากขออะไรเพิ่ม

ฉันว่าเจ็ดล้านดอลล้าฮ่องกงมันก็เยอะมากเกินไปสำหรับเธอแล้วนะฤทัยนาค อย่าโลภให้มันมากนักเลย หลานเซ่อเริ่มฉายความไม่พอใจในประกายตาสีน้ำตาลอ่อนของตนเมื่อรู้สึกว่าแม่ลูกหนี้ตัวดีของเขาเริ่มจะได้ใจมากเกินไป กับอีแค่เขายอมอ่อนข้อให้หน่อย

นาคไหวไหล่ ก่อนเปรยขึ้น ฉันไม่ได้จะขอเงินเพิ่ม เรื่องเงินฉันรู้ว่ามันเยอะ...” เธอว่า “แต่มันก็แค่เงินหนี้ ที่ถูกหักไปเจ็ดล้าน ที่ไม่มีอะไรรับประกันว่าฉันจะสามารถหักหนี้ได้มากกว่านี้รึเปล่า ถ้ายังอยู่ในสถานนะแบบนี้ แล้วทำงานแค่ก่อสร้าง... เธอกล่าวจบก็ค่อยๆ ก้าวเข้ามาที่หน้าโต๊ะทำงานของหลานเซ่ออีกครั้ง พร้อมบนใบหน้ามีรอยยิ้มอย่างที่มาเฟียหนุ่มไม่ปลื้มมันนัก แล้วกลับมาทิ้งร่างบนเก้าอี้นุ่มหน้าโต๊ะตัวใหญ่ พร้อมหมุนตัวมาเผชิญหน้าคนเป็นมาเฟียตรงๆ ราวเป็นนักธุรกิจที่กำลังเจรจาติดต่อค้าขายกับชายหนุ่มตรงหน้า ฉันเลยจะขอเพิ่มข้อต่อรอง เพื่อต่อลมหายใจให้ตัวเองสามารถหาเงินมาใช้หนี้นายเพิ่มได้มากขึ้น... นั่นก็คือเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่ยืนยันว่าฉันถือสัญชาติฮ่องกง... ใบรับรองแพทย์ สูจิบัตร บัตรประชานชน ใบขับขี่ ทะเบียนบ้าน  เอกสารทุกอย่างที่ยืนยันว่าฉันไม่ใช่ต่างด้าว ช่วยหาให้ที... ฉันรู้ว่าระดับพวกนายทำได้ง่ายๆ... อ๋อ ขอใบขับขี่รถยนต์  แล้วฝากโกงอายุด้วย... ที่ฉันขอไปนี่เป็นแค่แผ่นกระดาษนะจะบอกให้ เรื่องเงินค่าจ้างฉันจะไม่เพิ่มสักดอลฯ

คำขอครั้งนี้ของนาคเล่นเอาภายในห้องทำงานหรูๆ ที่ติดแอร์เย็นช่ำ โปรยด้วยความเงียบไปอีกครู่ใหญ่ เพราะเจ้าเด็กสาวร่างท้วมขอในสิ่งที่มาเฟียหนุ่มหรือลูกน้องคนสนิทของเขาคิดไม่ถึง... ไม่ใช่งาน ไม่ใช่เงิน... ไม่ใช่แม้แต่สิทธิพิเศษใดๆ

พื้นที่ยืน... นั่นแหละที่เธอจะขอเขา และนับเป็นการขอที่ฉลาดมาก เพราะไอ้ที่เจ้าหล่อนขอน่ะมันเป็นแค่แผ่นกระดาษก็จริง แต่เป็นแผ่นกระดาษที่ติดปีกให้เจ้าหล่อนได้เลยล่ะ 

 ไม่คิดว่าจะขอมากไปรึไง คนเป็นมาเฟียชันข้อศอกขึ้นวางใบหน้าหล่อเหลาของตนหยั่งเชิง พลางสบนัยน์ตาคมดุของตนกับคนเสนอข้อต่อรองด้วยแววตาที่รอลุ้นว่าเธอจะหาข้ออ้างอะไรมาต่อรองในการขอหลักยึดให้ตัวเองในฮ่องกงจากเขา

เพราะถ้าจะฉลาด เจ้าหล่อนก็ต้องฉลาดให้ตลอดรอดฝั่ง...

ไม่สักนิด... นาคตอบมั่นใจ จนคนฟังต้องเลิกคิ้วน้อยๆ แม้ไม่ได้แสดงสีหน้าใด เพราะอะไรน่ะเหรอ... ข้อหนึ่งพวกนายเป็นคนง้อให้ฉันทำงานนี้ ฉันเปล่าง้อพวกนาย... และข้อสอง... มันสำคัญมาก... เพราะฉันจะเป็นคนใส่พานถวายพื้นที่ในสหรัฐฯ ให้กับพวกนายถึงตัก ดังนั้นพวกนายก็ควรให้พื้นที่ในฮ่องกงกับฉันเป็นการตอบแทนเหมือนกัน... นี่สิแลกเปลี่ยนของจริง 

ข้อโต้แย้งชัดถ้อยชัดคำจนหาคำหาเถียงไม่ได้จริงๆ... 

เธอจะให้พื้นที่ในสหรัฐกับเขา และ เขาควรให้พื้นที่ในฮ่องกงแก่เธอเป็นการแลกเปลี่ยน... ฟังดูเข้าท่าดีนี่

“... ก็ได้หลานเซ่อพยักหน้าน้อยๆ รับข้อเสนออย่างเสียไม่ได้ 

แต่ก็ต้องชะงักไปนิดกับเสียงของนาคที่ดังขึ้นมาอีก

อ๋อ...แล้วก็มีอีกอย่างครั้งนี้นาคดูกระตือรือร้นกว่าครั้งอื่น ขณะบอก อันนี้ไม่เกี่ยวกับข้อต่อรอง เป็นเรื่องส่วนตัวของฉันกับนาย เหมือนของแถม

เธอจะเอาอะไรจากฉันหลายเซ่อถามด้วยความรู้สึกที่เริ่มรำคาญนิดๆ เมื่อข้อต่อรองของเด็กสาวไม่จบไม่สิ้นเสียที... แล้วไอ้เรื่องส่วนตัวที่ว่ามันคืออะไร...

ถ้าฉันทำงานนี้สำเร็จ นายต้องชมว่าฉันเจ๋งด้วย!

            ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบอีกหลายอึดใจ กับคำขอที่ฟังแปลกประหลาดที่สุดของเด็กสาวร่างท้วมที่พูดออกมาอย่างไม่กระดากอายสักนิด

            ให้เขาชมเธอว่า เจ๋งเนี่ยนะ

“... แล้วทำไมฉันต้องพูดแบบนั้น คนที่รู้สึกถูกขออะไรที่งี่เง่าที่สุดตั้งแต่เคยได้ยินมา ถึงกับพูดเน้นเสียงแข็งกระด้างช้าๆ กับเด็กสาว

ก็ฟังจากปากนายแล้วมันสะใจดีน่ะสิ เพราะนายชอบดูถูกฉันอ่ะ นาคตอบอย่างมั่นใจชัดเจน แต่คนฟังกลับถอนหายใจอย่างระอาถึงที่สุดกับเหตุผลบ้าบอนั่น

จะให้มันงี่เง่าถึงที่สุดจริงๆ ใช่ไหม

ไม่ฟังงี่เง่าไปหน่อยรึไง หลานเซ่อเอ่ยเสียงห้วนอย่างไม่สบอารมณ์ไปก่อน

ก็เรื่องของนาย... นายเป็นคนง้อนี่ ไม่ใช่ฉันนาคตีสีหน้าเฉยเมย แม้ปากจะงัดข้อผูกมัดมาอ้าง แล้วยิ้มกว้างส่งคืน

คนเป็นมาเฟียต้องนั่งใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่กับข้อเสนอไร้สาระที่ดูไม่เกี่ยวข้องกับงานเลย... แต่ก็ไม่มีอะไรต้องเสีย ก่อนจำใจตอบรับเพื่อตัดปัญหา และจะได้จบการสนทนากับนาคซะที

ได้... ถ้าเธอทำสำเร็จ

สุดยอดเลย!” เด็กสาวร่างท้วมกำมือสองข้างขึ้นข้างตัวทันใดแล้วร้องกับตัวเอง แสดงท่าทางดีใจเหมือนเด็กๆ บนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานกว้างอย่างไม่มีการปิดบังในการรับปากจากชายหนุ่มตรงหน้า เธอดูกระตือรือร้นมากกว่าได้เงินเจ็ดล้าน หรือเอกสารสำคัญที่ขอไว้ตอนแรก จนคนมองอดแปลกใจไม่ได้... และรู้สึกเหมือนจะอารมณ์ดีตามท่าทางเช่นนั้นของนาค แม้จะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าก็ตาม แต่ความขุ่นมัวภายในดูจะจางลง กับการจ้องมองการแสดงออกของเธอ

แสดงมันออกมาอย่างตรงๆ... ง่ายๆ เหมือนที่เธอชอบทำทุกที 

จะดีใจอะไรนักหนากะอีแค่คำชมว่า เจ๋ง จากปากเขา

นั่นเธอจะไปไหนทว่าหลานเซ่อต้องเอ่ยดักตามหลังของนาคที่หมุนตัว ทำท่าจะลุกจากเก้าอี้ เมื่อเธอคิดว่าตกลงกับเขาจบเรื่องแล้ว

ก็ไปเรียนต่อไง นี่มันจะบ่ายสองแล้วนาคหันมาตอบ แล้วยกนาฬิกาให้ชายหนุ่มดู ขณะใช้นิ้วเคาะที่หน้าปัดเครื่องบอกเวลาบนข้อมือ เหมือนเป็นการย้ำว่าเธอกำลังสาย 

ไม่ต้อง เธอต้องนั่งอยู่ที่นี่ เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่คมกริบสั่งเสียงเข้ม แล้วย้ำด้วยสายตาให้เธอนั่งลงที่เดิม

ทำไมเล่า ก็ตกลงกันจบแล้วนี่เด็กสาวโวยแย้งอย่างไม่เข้าใจ ก่อนสะดุ้งตัวเล็กน้อย เมื่อมีแฟ้มเอกสารเล่มหนาสองสามเล่ม ถูกโยนมาวางกองลงตรงหน้าเธอโดยไม่ทันได้ตั้งตัว จากมือเฟยจงซิ่งที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ

นัยน์ตาสีดำของเด็กสาวขมวดคิ้วแน่น ก้มมองกองเอกสารเล่มหนาที่ถูกส่งใส่หน้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

นี่มันอะไรน่ะ นาคครางขณะก้มตัวเล็กน้อยกะเนื้อหาหลังปกแฟ้ม แล้วเธอต้องลอบกลืนน้ำลายในขนาดความหนาแน่นของแฟ้มข้อมูลเบื้องหน้า

มันคงไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องยุ่งเกี่ยวใช่รึเปล่า หรือถ้าใช่ เขาคงไม่กะให้เธออ่านให้หมดหรอกมั้ง... มั้งนะ

เธอต้องอยู่ที่นี่ อ่านมันให้จบ... วันนี้ หลานเซ่อสั่งเสียงห้วนใหม่ ขณะลุกขึ้นยืนคล้ายจะออกไปไหน

นาคตวัดหน้าฉับ ขึ้นมองหน้าหล่อเหล่าของเทพบุตรที่สาวฮ่องกงเกือบทั้งเกาะหลงใหล และเกือบจะร้องออกมาด้วยความตกใจ ว่าไงนะ!” เธอถลึงตาโตใส่ ขณะอ้าปากค้างดูน่าตลกไปชั่ววูบกับคำสั่งที่กระแทกใส่หน้า

นั่นเป็นข้อมูลผลประโยชน์ที่เราจะได้จาก คารอส ทาเปีย และที่เขาจะให้เรา เธอต้องศึกษาข้อมูลพวกนั้นเพื่อไปยื่นข้อเสนอกับเขาคืนนี้ ร่างสูงในสูทราคาแพงเอ่ยด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อนในปัญหาที่ตนโยนใส่ร่างท้วมๆ ขณะคว้าเสื้อโค้ดบนพนักเก้าอี้ของตนขึ้นสวม ก่อนที่เด็กสาวจะได้ยินเสียงเคาะประตูจากนอกห้องสองสามครั้ง และปรากฏร่างในสูทสีดำของบอดี้การ์ดเจ้าพ่อมาเฟียก้าวเข้ามาในห้องทำงานกว้าง แล้วเอ่ยขึ้นกับเจ้าของห้อง

ถึงเวลาแล้วครับท่าน” 

หลานเซ่อพยักใบหน้าขรึมให้ลูกน้องตนเล็กน้อย บ่งบอกว่ารับรู้และกำลังจะไป พลางหันมามองที่หน้าเหวอๆ ของนาคอีกครั้ง 

นานๆ ได้เห็นสีหน้าแบบนี้บนใบหน้าธรรมดาของเด็กสาวก็รู้สึกดีไปอีกแบบ... ตลก กึ่งๆ สะใจละมั้ง เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้รู้สึกมานานพอดู

จงซินจะเป็นพี่เลี้ยงให้เธอก่อนถึงเวลา... จำให้ได้มากที่สุดล่ะร่างสูงสง่าสั่งทิ้งท้าย และเดินอ้อมโต๊ะทำงานของตนเตรียมจะก้าวออกไป 

แต่สัญญาไม่ได้บอกว่าฉันต้องทำงานวันนี้นี่ นาคร้องตามหลังแทบไม่ทัน ใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวกับกำหนดเวลาทำงานที่พุ่งเข้าหาตัวอย่างไม่บอกไม่กล่าว แล้วดูเหมือนจะเป็นการจงใจไม่บอกไม่กล่าวด้วย

นั่นแหละคือสาเหตุที่ฉันยอมจ่ายเธอเจ็ดล้าน และรับข้อเสนอเธอทุกข้อฤทัยนาค เพราะทุกอย่างจะเริ่มคืนนี้ ในงานเลี้ยงครบรอบการก่อตั้งฉายหงกรุ๊ป... เธอน่าจะสะกิดใจสักนิดนะที่ฉันไม่พูดถึงการกำหนดวันตั้งแต่แรก มาเฟียหนุ่มมองข้ามไหล่มาตอบด้วยสีหน้านิ่งๆ และไม่ลืมย้ำข้อผิดพลาดของนาคครั้งนี้ ขณะก้าวยาวๆ ตรงไปที่ประตูห้อง ซึ่งบอดี้การ์ดของของเขาเปิดรอไว้ให้แล้วพร้อมยืนค้อมหัวน้อยๆ อย่างเคารพ เมื่อเขาก้าวมาถึง

เด็กสาวร่างท้วมมองตามแผ่นหลังกว้างแทบตาถลนกับสิ่งสำคัญที่เธอลืมไปสนิท... เรื่องเวลา 

แต่ปกติการรับงานติดต่อธุรกิจมันรับวันนั้น แล้วทำวันนั้นซะเลยที่ไหนเล่า โดยเฉพาะไอ้งานที่เธอไม่รู้ข้อมูลอะไรเลยแบบนี้

บางทีเจ็ดล้านคงจะไม่คุ้มซะแล้วละมั้งงานนี้...

เดี๋ยว แล้วนั่นนายจะไปไหนน่ะ นาคยังพยายามรั้งเขาไว้เพื่อเจรจาหาทางออกใหม่ 

แต่ร่างสูงในสูทสีเข้มทรงภูมิก็เดินถึงประตูแล้วไม่คิดเปิดโอกาสอะไรให้ทั้งนั้น ก่อนหันมาตอบเธอเสียงราบเรียบเหมือนตนไม่ได้ทิ้งปัญหาอะไรไว้ในเด็กสาวจัดการ ไปเตรียมตัวสำหรับงานเย็นนี้ เขาก้มดูนาฬิกาเรือนทองมีระดับของตนที่ข้อมือเล็กน้อย และว่าขึ้นใหม่ มันจะเริ่มขึ้นในอีกห้าชั่วโมง

อะไรนะ!” เด็กสาวต้องโพล่งลั่นเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน กับกำหนดเวลาขีดเส้นตายของเธอ

ฟังไม่ผิดหรอก อีกห้าชั่วโมงงานจะเริ่ม นั่นหมายถึงเธอมีเวลาศึกษาข้อมูลในแฟ้มตรงหน้าเธอห้าชั่วโมง หลานเซ่อบอกอย่างนิ่งสงบ ไม่สนใจสีหน้าเสียๆ ของนาคที่อ้าปากค้างมองเขา ก่อนที่เขาจะทิ้งท้ายด้วยน้ำคำเย็นชาก่อนหายไปจากห้องว่า ขอให้โชคดี ฉันรู้เธอจำได้... รับออเดอร์ไม่ต้องจดก็ได้ไม่ใช่รึไง” 

และมีเสียงปิดประตูลงเป็นเสียงสุดท้าย ก่อนทุกอย่างจะเข้าสู่เงียบลงอีกครั้ง แต่เหมือนยังดังสะท้อนอยู่ในกกหูของเด็กสาวซ้ำไปซ้ำมา... เธอโดนตลบหลังเข้าให้เต็มเปา แถมโดนประชดเรื่องที่โรงอาหารอีกต่างหาก 

บ้า... นี่มันเรื่องบ้าชัดๆ เธอต้องทำงานนั่นภายในคืนนี้งั้นเหรอ!

เจ้านายนายเป็นโรคแค้นฝังหุ่นเหรอ นาคที่ตะลึงค้างไปหลายวินาทีในการมองตาไม่กระพริบไปยังประตูซึ่งถูกปิดตัวไปนานแล้ว หันมาโวยกับจงซินแทน

ฉันว่าแทนที่จะโวยวาย เธอควรรีบจัดการปัญหาของตัวเองตรงหน้าดีกว่า น้ำคำเย็นจนเหมือนโดนน้ำเย็นเฉียบราดใส่หัวจากชายหนุ่มข้างตัว ทำให้นาคต้องกลับมาจมกับปัญหาตัวเองอย่างช่วยไม่ได้

เธอสบถงึมงำในลำคออย่างหัวเสีย ขณะพลิกข้อมูลเป็นปึกบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไปมาราวกับไม่อยากเปิดมันขึ้นมาอ่านสักเท่าไหร่

ฉันไม่มีทางจำข้อมูลเยอะขนาดนี้ภายในห้าชั่วโมงหรอกนะ เด็กสาวเหลือบนัยน์ตาขุ่นขึ้นมองร่างสูงของจงซิน ประท้วงทางสายตาใส่เขา

ร่างสูงใบหน้านิ่งๆ ในสูทสีดำไม่ตอบอะไร แต่ยื่นมือเรียวแข็งแรงพลิกหน้าปกแฟ้มเอกสารเปิดให้เด็กสาวแทนด้วยความเบื่อหน่ายท่าทางโยกโย้นั่น และกล่าวขึ้นใหม่ เธอตกลงรับข้อเสนอไปแล้วฤทัยนาค คำตอบไม่บ่งความสงสารหรือปรานีใดๆ ยิ่งทำให้นาคถอนหายใจหนัก และฝืนใจตอบอย่างกัดฟันเต็มที่

ฉันรู้แล้วล่ะน่า” 

นาคจำต้องขมวดคิ้วยุ่งกับการถูกทิ้งให้ต้องมานั่งอ่านข้อมูลมากมาย กับคนปากหนักและวางมาดกดดันเธอตลอดเวลา เด็กสาวไล่สายตาอ่านข้อมูลเอกสารในหน้าแรกอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

แล้วเธอคล้ายจะเงียบยินยอมทำตามจงซินสั่ง โดยการก้มหน้าก้มตาศึกษาข้อมูลผลประโยชน์ต่างๆในแฟ้มไปอยู่หลานนาที จนทำให้คนที่ต้องอยู่เพื่อเป็นพี่เลี้ยงเธอตามคำสั่งมาเฟียหนุ่มคลายกังวลว่าคงไม่มีปัญหาอะไรอีก และกำลังปล่อยให้เด็กสาวมีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตามลำพัง... ถ้าเธอไม่โพล่งขึ้นมาทำลายความเงียบในห้องกว้างขึ้นซะก่อนล่ะก็

พวกนายเคยบอกว่า คารอส ทาร์เปียไม่สนใจผลประโยชน์ที่เราจะให้เขาใช่ไหม นาคตวัดใบหน้าอย่างรวดเร็วขึ้นมามองพี่เลี้ยงจำเป็นที่ขมวดคิ้วนิดๆ มองเธอกลับ ราวกับเธอคิดอะไรออกขึ้นมากะทันหัน

นั่นก็ใช่... แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เธอจะไม่อ่านข้อมูลในแฟ้มนั่น เฟยจนซิ่นไม่คิดสนแววตาของเด็กสาวที่ส่งมาเหมือนจะบอกอะไรสักอย่างกับเขา 

ทว่านาคกลับตอบทันควัน แต่ฉันจะไม่อ่านมัน” 

เธอไม่มีสิทธิ์ต่อรองแล้วตอนนี้ ชายหนุ่มว่าเสียงแข็งกระด้างกลับ

ทว่านาคยังคงเยืนยันคำพูดเดิม หากแต่เน้นทุกถ้อยคำมากขึ้น ฉันจะไม่อ่านมัน... ฉันยืนยันคำเดิมว่าไม่มีทางจำข้อมูลพวกนี้ได้ในเวลาห้าชั่วโมง และสมองฉันจะไม่มีทางจำข้อมูลที่ไม่สร้างประโยชน์อะไรพวกนี้เด็ดขาด

แล้วเธอคิดว่ามีอะไรไปพูดต่อรองคารอส ทาร์เปียได้ดีไปกว่าผลประโยชน์ที่เราจะให้เขารึไง จงซินเริ่มหรี่นัยน์ตาสีดำคมเฉี่ยวของตนเพ็งเล็งเด็กสาวร่างท้วม เพราะรู้สึกว่าเธอจะดื้อดึงได้ไม่ถูกเวล่ำเวลา

แต่นาคก็เอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว “... ฉันขอข้อมูลส่วนตัวคร่าวๆ ของ คารอส ทาร์เปีย เรื่องครอบครัวได้ก็ดี คู่การค้าที่เขาค้าขายอยู่ประจำ ข้อมูลอาวุธที่เขาขาย ปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่ ศัตรูของเขาทุกคน... พูดง่ายๆว่าข้อมูลของคารอส ทาร์เปียทั้งหมดเท่าที่หาได้... และที่สำคัญฉันอยากรู้รูปแบบการค้าอาวุธเถื่อน ฉันอยากได้ข้อมูลพวกนั้น หามาได้รึเปล่าล่ะ” 

สิ่งที่นาคขอทำให้พี่เลี้ยงจำเป็นแปลกใจไม่น้อย เพราะข้อมูลที่เธอขอมันแทบจะไม่ช่วยให้เป็นผลดีกับการต่อรองผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะการรู้ข้อมูลส่วนตัวของคู่การค้าดูจะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเลยแม้แต่นิดเดียว

คิดว่าข้อมูลพวกนั้นจะช่วยอะไรเธอได้ในการต่อรอง จงซินถาม มาดของเขาวางนิ่งแต่น้ำเสียงส่อแววดูถูกอย่างเห็นได้ชัด ขณะสบนัยน์ตาสีดำสนิทจริงจังของนาค

บางทีเธออาจจะเด็กเกินไปสำหรับงานนี้...

นี่รู้ไหม... ฉันไม่ได้เป็นคนขอทำงานนี้ แต่พวกนายขอให้ฉันทำ เพราะนายอยากให้ฉันทำตามวิธีการของฉัน... และนี่แหละวิธีการของฉันล่ะ  ถ้านายไม่คิดจะให้ฉันทำตามวิธีของตัวเองแต่แรก พวกนายก็อย่าจ้างฉันสิ เธอแย้งทุกอย่างโดยไม่มีติดขัดพร้อมสบนัยน์ตาชายหนุ่มอย่างไม่คิดเบนหนี และสุดท้ายยังสวนคำถามกลับว่า แล้วทีนี้ ตกลงว่านายจะหาข้อมูลที่ฉันขอได้ไหม

ความรู้สึกดูถูกเกือบละลายหายไปทันใดกับข้อโต้แย้งที่ถูกส่งมาเป็นชุดๆ ชนิดที่เขาต้องเงียบฟัง และจำเป็นต้องใคร่ครวญอยู่นานในการจะทำตามเด็กสาวตรงหน้าดีหรือไม่ เพราะเจ้าหล่อนพูดไม่ผิดแม้แต่ประโยคเดียว

วิธีการงั้นเหรอ... ลองดูสักครั้งคงไม่เสียหลายนี่นะ

ได้เฟยจงซิ่งที่เงียบไปนาน ยอมตอบรับคำขอของเด็กสาว ขณะก้มดูนาฬิกาข้อมือของตน 

เหลือเวลาสี่ชั่วโมงกว่าๆ ตามเวลาที่เดินไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่รู้ว่าเด็กสาวที่พวกเขาฝากความหวังไว้จะทำอะไรได้บ้างในเวลาที่เหลือนี้ ก่อนที่การตัดสินผลของเธอในอีกสี่ชั่วโมงกว่าๆ ข้างหน้าจะทำให้รู้ว่าพวกเขาเลือกคนผิดหรือไม่...

รอดูสิว่าเจ้าเด็กสาวฤทัยนาคจะทำอะไรให้พวกเขาประหลาดใจอีกสักครั้งไหม
          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

27,731 ความคิดเห็น

  1. #27694 เงาหัวใจ (@0972722341) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 14:28
    เอาซะเจ็บใจเลยนะท่านหลิน รู้งี้นาคน่าจะขอให้ยกหนี้ให้ไปเลยเนอะ (แต่ไม่ได้สิท่านหลินกับนาคยังไม่ได้รักกันเลย)
    #27694
    0
  2. #27543 llamll (@llamll) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 11:24
    นาคลุยเลยยยย อิอิ
    #27543
    0
  3. #27388 smile coated poison (@noandpop) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 เมษายน 2555 / 01:38
    นิยายสนุกมากค่ะ

     
    #27388
    0
  4. #27191 GALILEO (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2554 / 18:01
    โอ้ว หาซื้อได้ที่ไหนครับเนี่ย ? นางเอกถูกใจผมเหลือเกิน
    #27191
    0
  5. #26810 ตุ๊กตาหมายเลข13 (@mystory-gig) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 00:38
    อ่านตอนนี้แล้วรักเลยอ่ะ

    นาคน่ารักมาก  อยากได้เล่มแล้วอ่ะ  คงต้องแงะกระปุกอีกแล้ว
    #26810
    0
  6. #26356 อิงฟ้า_yunyu (@51162592) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 04:47
    สุดยอดอ่ะ เจ๋งมาก
    #26356
    0
  7. #26105 ปากกาสีเลือด}} (@kamisagi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 22:14
    รอที่สี่ ไม่ก็ห้าแล้วนะเนี่ย จำไม่ได้
    #26105
    0
  8. #25778 K-pentagon (@k-pentagon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 13:32
    เขร่งขรัด = เคร่งครัด

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด สลบ!!!
    #25778
    0
  9. #25752 ~~inunaru~~ (@inunaru) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 18:10
    นาดสู้ๆๆๆ
    แล้วค่อยไปเอาคินพระเอกที่หลัง 555+ (ถ้ามีโอกาดนะน่ะ หุๆๆ)
    อ่านต่อๆๆๆๆ ไรเตอร์จ๋า อย่าพื่งลบไปก่อนกันน่า แง้วๆๆๆๆๆ
    #25752
    0
  10. #25221 ACLS (@sasisopit) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2554 / 10:26
    เวลา 5 ชั่วโมง
    แล้วจะรู้ว่าใครเป็นใคร
    สู้เค้านะนาค
    #25221
    0
  11. #25213 yeeiriser (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 12:55
    #57 สูจิบัตรถูกแล้วคะ:)



    คนแต่งเก่งมากเลยอะ เข้าใจคิดแฮะ สู้ๆนะคะ
    #25213
    0
  12. #24457 Naruko (@Naruko) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:07

    เหอๆ แล้วสุดท้ายจงซินก็ทำตามที่นาคขอ

    #24457
    0
  13. #24256 white wind (@joeejakkbo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 / 10:22

    ...จะให้มันงี่เง่าถึงที่สุดจริงๆใช่ไหม...

    555+ แบบว่าเข้าใจอารมณ์เลยอะ

    #24256
    0
  14. #24003 mona_nooparn (@monasatoo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:02
    ไรเตอร์อย่างฉลาดอะ แต่ได้ไงค่ะ หรืออยู่ในวงการมาเฟียรึป่าว เนี่ย

    อ่านแล้วดูเรา เงลาเลยทีเดียว 

    อ่านแล้วอยากฉลาดเลยค่า
    #24003
    0
  15. #23920 MILKY_WAY (@mono-kid) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:35

    นาคจะเอาสูจิบัตรไปทำอะไรคะ
    น่าจะเป็นสูติบัตรมากกว่านะคะ

    #23920
    0
  16. #23845 pittanan (@pittanan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:04

    เขามักใช่ยาามเมื่อต้องการต่อรอง >>> ใช้

    กฎในชีวิตเขร่งขรัดของเขา >>> เคร่งครัด

    โดยเฉพาะกฏ >>> กฎ

    ก่อนทุกอย่างจะลงล๊อก >>> ล็อก

    จนต้องเพ็งมองเธอ >>> เพ่ง

    ถ้ายังอยู่ในสถานนะแบบนี้ >>> สถานะ

    บัตรประชานชน >>> ชา

    ผลประโยชน์ต่างๆในแฟ้มไปอยู่หลานนาที >>>หลาย

    #23845
    0
  17. #23535 mon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2554 / 14:06
    มาแก้คำผิดกันนะ



    เจอที่เดียวเอง ประโยคที่ว่า "คู้การค้าที่เขาค้า" น่าจะเป็น " คู่ " ที่ใช้ไม้เอก
    #23535
    0
  18. #22607 I koy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2553 / 13:05
    ชอบนางเอกแบบนาคมากเลยอ่ะ
    #22607
    0
  19. #21859 <> (@aunjungka410) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 14:47
    น่าติดตามมาก
    #21859
    0
  20. #21410 Cerise (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2553 / 13:18
    เจ๋ง!!



    อยากฟังเหมือนกัน



    ทำให้ได้นะนาค!!

    >
    #21410
    0
  21. #19570 juysean (@juysean) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2553 / 20:34
    "เจ๋ง"......ชอบคำขอคำนี้ของนาคมากเลยค่ะ
    #19570
    0
  22. #16078 Aburame_Shino (@Nara_nicharee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 11:42
     ชอบเธอจังเลยนาคคค
    #16078
    0
  23. #15036 silverabbiz (@silverabbiz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 02:12

    โอ้ยย  นิยายจิตวิทยาชั้นสูง !!
    #15036
    0
  24. #14965 enfer z* (@enferzii) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 01:17
    ฉลาดมากลูกกก*
    #14965
    0
  25. #14938 ริมประตู:) (@oanongnat_gam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 / 22:19
    ต้องได้สิ ><
    #14938
    0