CUBIC (ตีพิมพ์แล้ว)

ตอนที่ 9 : คารอส ทาร์เปีย(รีไรท์2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,014
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    3 ก.พ. 54

     

ตอนที่ 9 คารอส ทาร์เปีย

เข็มนาฬิกาตีบอกเวลาว่าในอีกครึ่งชั่วโมงตัวเขา และเด็กสาวร่างท้วมต้องไปถึงโรงแรมในเครือธุรกิจของฉ่ายหงกรุ๊ปที่ย่านเซ็นทรัล ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงครบรอบการก่อตั้งบริษัทฉ่ายหงกรุ๊ปครั้งนี้ 

จงซินก้มมองนาฬิกาบนข้อมือเป็นพักๆ และรู้ว่าเขาคงต้องเตรียมตัวแล้ว เพราะการปล่อยให้ประธานใหญ่แห่งฉ่ายหงกรุ๊ปเป็นฝ่ายรอพวกเขาคงเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง

            ร่างสูงในสูทสีดำสนิททรงภูมิต้องลุกจากโซฟาสีเข้มในมุมหนึ่งของห้องทำงานกว้าง หลังจากปล่อยให้นาคนั่งหมกหมุ่นกับข้อมูลที่เธอขอเขาไว้ในเวลาสี่ชั่วโมงกว่าๆ ที่ผ่านมา ซึ่งหลายครั้งที่เขาต้องเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ที่อ่านฆ่าเวลารอเด็กสาวเพราะได้ยินเสียงงึมงำแปลกๆ จากเธอที่นั่งประจำอยู่หน้าโต๊ะทำงานของหลานเซ่อ และได้ยินเสียงขีดเขียนบนแผ่นกระดาษซ้ำไปซ้ำมา แต่เขาก็คงแปลมันไม่ออกว่าเธอพูดอะไร เพราะเจ้าหล่อนพูดกับตนเองเป็นภาษาไทย และหลายสิ่งที่เธอเขียนบนกระดาษที่เริ่มกระจัดกระจายเต็มโต๊ะมาเฟียหนุ่มอย่างไม่เกรงใจก็เขียนเป็นภาษาไทยที่เธอรู้เรื่องคนเดียว 

เตรียมตัวได้แล้ว เรามีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง จงซินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ขณะจ้องหลังของเด็กสาวที่ก้มหน้าอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไม่ขยับไปไหน หรือแทบไม่ได้กระดิกตัวด้วยซ้ำตลอดเวลาที่เธองมอยู่กับข้อมูล ดูเหมือนสมาธิเธอจะจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจนลืมเรื่องรอบข้างไปเสียสนิท

            รู้แล้ว อีกเดี๋ยว

และนั่นไง ตามที่ชายหนุ่มคิดไว้แป๊ะ... เมื่อกี้นาคตอบเขาเป็นภาษาไทย... เขาไม่เข้าใจความหมายของคำพูดเด็กสาวหรอกน่ะ แต่พอจะรู้ว่าเธอคงขอเวลา หรืออะไรสักอย่างที่ยังไม่ไปเดี๋ยวนี้... ไอ้พฤติกรรมแบบนั้นมันฟ้องว่านาคกำลังเพ่งสมาธิอยู่ที่เดียว แล้วอาจเรียกว่าตอนนี้เธอหลุดอยู่ในโลกของตัวเองไปแล้วก็ได้ 

            ชายหนุ่มต้องเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ ซึ่งนาคก็ดูเหมือนไม่รู้สึกตัว เขาจึงใช่โอกาสนั่นก้มมองสิ่งที่นาคเขียนไว้ในกระดาษโน้ตหลายแผ่น อย่างแรกที่จงซินคิดได้คือคงเป็นวิธีจำข้อมูลของเด็กสาว แต่จากเนื้อหาในกระดาษมันเขียนคำเป็นภาษาไทยไม่กี่คำ แน่นอนเขาอ่านมันไม่ออก แต่พอเดาออกว่ามันเหมือนการเปลี่ยนข้อมูลขนาดใหญ่ให้กลายเป็นแค่ข้อความเดียวเพื่อให้เธอจำได้ง่ายมากขึ้น แล้วเขายังเห็นว่าแผ่นกระดาษเล็กๆ ถูกวางต่อกันและมีลูกศรถูกเขียนชี้ไปแต่ละแผ่นๆ บางแผ่นก็มีรูปลูกศรเขียนแยกออกมาหลายขีดเหมือนเป็นทางแยก เขาไม่อยากบอกว่าเขาเผลอมองเห็นกระดาษที่นาคเรียงต่อกันคล้ายเป็นเส้นทางถนน...

วิธีจำแปลกๆ...

            เธอควรลุกเดี๋ยวนี้ฤทัยนาค ร่างสูงก้มมาย้ำเสียงเย็นกระด้างตามแบบของตนอีกครั้ง 

นาคสะดุ้งตัวเล็กน้อย เมื่อถูกดึงกลับมาในโลกปัจจุบันอย่างกะทันหัน แล้วเกือบตั้งตัวไม่ทัน ขณะที่นัยน์ตาสีดำที่มองเฟยจงซิ่นมันฉายความสงสัยมองเขาเล็กน้อย

            เดาได้ไม่ยากเลยว่าเจ้าหล่อนลืมไปแล้วว่าต้องไปไหนต่อ ดูเหมือนการจมอยู่กับข้อมูลของเธอจะทำให้เธอลืมอะไรรอบตัวไปหลายอย่างเลยทีเดียว  เฟยจงซิ่นจึ่งจำเป็นต้องย้ำ ไปงานเลี้ยงของคุณหลิน

อ๋อ... ใช่ๆ นาคกุลีกุจอจนเกือบเป็นทะลึ่งพรวดลุกจากเก้าอี้ ด้วยความที่เพิ่งนึกได้ แล้วเหมือนการรับรู้รอบข้างเพิ่งกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง 

            เฟยจงซิ่งที่เห็นท่าทางของเด็กสาวจำต้องหันมากล่าวกับเธออีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ อย่าลน... ไม่งั้นจะเสียหมดทั้งงาน

นาคเงยหน้ามองคนออกปากเตือนทันใด ก่อนพูดขึ้น ใช่... ตอนนี้ฉันพยายามเย็นอยู่... มือฉันเงี่ย เย็นเฉียบเลย เด็กสาวอดประชดกลับไม่ได้เมื่อสิ่งที่เธอกำลังจะไปทำมันไม่ใช่อะไรที่เธอจะสามารถมาทำใจเย็นได้ง่ายๆ เหมือนปากว่า

            แต่เหมือนจงซินจะไม่ใส่ใจคำประชดของเธอ และเดินนำออกไปก่อน ปล่อยให้นาควิ่งตามการก้าวขายาวๆ ของเขา โดยลืมไปว่าตัวเองดันทิ้งเศษกระดาษและแฟ้มข้อมูลมากมายเต็มโต๊ะเจ้าพ่อมาเฟียคู่กรณีไว้เบื้องหลัง



                                                              *******************

 

แสงสว่างของตึกระฟ้ากลบความมืดบนท้องนภายามโพล้เพล้ของเวลาทุ้มกว่าไปจนมิด ในย่านเซ็นทรัลศูนย์รวมธุรกิจชั้นแนวหน้าของเอเชีย มองเห็นตึกรูปทรงทันสมัยติดอันดับโลก และสวนสาธารณะที่แทรกอยู่ตามทางที่รถผ่านเป็นระยะ 

แต่น่าเสียดายที่เด็กสาวร่างท้วมในรถยุโรปคันหรูไม่มีสมาธิกับการเพ่งเล็งแสงสีนอกรถมากนัก แค่การคิดถึงสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า เธอก็อยากเปิดประตูรถ แล้วกระโจนออกไปกลิ้งคลุกๆ ให้รถคันอื่นวิ่งมาเหยียบต่อ หาข้ออ้างเข้าโรงพยาบาลมันตรงนี้เลยจริงๆ แม้จะรู้ว่าอาจถูกลากศพไปทิ้งมากกว่าพาเข้าโรงพยาบาลก็ตาม 

            นาคปรายนัยน์ตาสีดำของตัวเองลอบมองเสียวหน้าขาวๆ ของคนขับรถที่เงียบนิ่งไม่พูดอะไรตั้งแต่ขึ้นเกียร์สตาร์ทรถออกมาจากโรงเรียนหรูพร้อมเธอ แล้วไม่มีวี่แววว่าริมฝีปากบางของเขาจะอ้าพูดกับเธอในอีกสองสามนาทีข้างหน้าจนกว่าจะถึงที่นัดหมาย เด็กสาวเลยต้องพยายามดึงตัวเองมาจมอยู่กับข้อมูลในหัวอีกครั้ง แอร์ในรถเย็นช่ำ เบาะนั่งนิ่มสมเป็นรถราคาชวนฆ่าตัวตาย แต่มันไม่ช่วยให้คนที่กำลังจะต้องไปเผชิญปัญหาใหญ่รู้สึกดีเลย

สมองเธอยังรับรู้ไม่เต็มที่เลยด้วยซ้ำว่าเธอต้องทำงานให้มาเฟียหนุ่มในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

            แล้วทันทีที่รถจอดลงหน้าทางเข้าโรงแรมสไตล์ทันสมัยสมเป็นตัวตึกในย่านเซ็นทรัล พร้อมมีพนักงานโรงแรงลงมาเปิดประตูรถ และขับรถนำไปจอดให้อย่างคล่องแคล่ว เด็กสาวก็รู้สึกว่าตัวแข็งไปชั่ววูบ ไม่อยากก้าวขาเข้าไปในตัวโรงแรมที่มีพนักงานในชุดประจำตำแหน่งเรียบร้อยยืนค่อมศีรษะต้อนรับแขกอย่างมีมารยาทตรงประตูทางเข้าที่เปิดต้อนรับให้เฟยจงซิ่งและเธอขึ้นมาเสียเฉยๆ

ฤทัยนาค จงซินจำต้องหันมาเรียกชื่อคนที่เดินตามมาด้วยเสียงเฉียบ เพราะเจ้าหล่อนดันหยุดยืนนิ่งระหว่างทางขึ้นบันไดหน้าประตูโรงแรมไม่ยอมขยับ

            นาคยกมือขึ้นเล็กน้อยเหมือนเป็นสัญญาณว่าเธอขอเวลา ฉันขอเวลาสูดหายใจเข้าปอด ลดอาการตื่นเต้นห้านาทีเจ้าหล่อนบอก ด้วยสีหน้าที่เหมือนผะอืดผะอมเล็กน้อย บ่งบอกว่าเธออยู่ในอาการที่ไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่

ใช่... พร้อมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตลกแล้ว

            แต่ร่างสูงในสูทสีดำดูจะไม่ค่อยเห็นใจนัก ฉันว่าเราให้เวลาเธอทำใจไปห้าชั่วโมงแล้วเขาว่า 

แต่นาคก็แย้งกลับทันควันว่า งั้นอีกห้านาทีก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกมั้ง

            จงซินเลยต้องกลายเป็นยืนเงียบ รอให้นาคสูดหายใจเข้าออกทำใจ ทำตามความต้องการของเธอ ก่อนสักพักที่เธอจะพยักหน้าให้เขาว่าพร้อมแล้ว แม้สีหน้าจะไม่สู้ดีนักก็ตาม

จงซิน และนาคในชุดนักเรียนไม่ผูกเนคไทของเธอ ก้าวเข้ามาในชั้นล็อบบี้ของตัวโรงแรม ที่ภายในเน้นโทนสีทอง พร้อมแสงจากโคมระย้าเป็นสีส้มอ่อนนวลๆ ขลับความหรูขึ้นจนทำให้นาคต้องเกร็งตัวอีกเล็กน้อย เพราะเสื้อผ้าเธอมันบอกยี่ห้อว่าไม่เหมาะกับสถานที่ถึงที่สุด พร้อมมีสายตาจากพนักงานหลายคนชักสีหน้าจับจ้องเธอแปลกๆ แต่คงไม่กล้าพูดอะไรเมื่อเธอเดินตามหลังคนที่เป็นถึงมือขวาของท่านประธานบริษัทฉายหงกรุ๊ปแล้วเจ้าของโรงแรมในเครือแห่งนี้มา

... โอเค เธอว่า มาเฟียหนุ่มไม่ได้เอาเธอมาทำงานอย่างเดียวหรอก แต่เอามาขายหน้าด้วย... ขายหน้าเธอเองน่ะนะ 

            แต่เงินเจ็ดล้าน กับใบเบิกทางในฮ่องกง... แค่นี้ยอมได้

            มาสายไปสิบนาที เสียงเข้มทุ้มต่ำคุ้นหูเอ่ยขึ้นที่มุมพักผ่อนอันเป็นที่นั่งรอของชุดโซฟาหลุยส์สีขาวครีม ซึ่งมีร่างสูงสง่าของใครบางคนนั่งอยู่ท่ามกลางการ์ดในสูทสีดำหกคน ที่ยืนอยู่ประกบด้านซ้ายขวาของตน

และสิ่งที่ทำให้นาคชะงักดูเขาเล็กน้อย คือใบหน้าคมแบบยุโรปอมเอเชียอย่างลงตัวของมาเฟียหนุ่ม ที่เธอมักเห็นว่าเขาจะมัดผมที่ยาวถึงกลางหลังที่ท้ายทอยและชอบปล่อยปอยผมสีดำที่เกิดจากการย้อมนั้นบังใบหน้าด้านข้างของตนเล็กน้อย แต่บัดนี้เขากลับรวดผมยาวๆ ของตนให้มัดสูงขึ้นมาจนไม่มีปอยผมสักเส้นปิดปังหน้าของตน เผยใบหน้าเรียวหล่อเหลาที่ดูแปลกตาไปเล็กน้อยในสายตานาค

ใช่... นาคยอมรับแต่แรกแล้วว่าชายหนุ่มคนนี้จัดว่าหล่อเหล่าและมีเสน่ห์มากมายจนน่ากลัว มากซะจนเธออดกังวลไม่ได้ว่าถ้าพี่นันมาเจอเขาเข้า พี่สาวเธออาจเผลอหลงใหลเขาได้ง่ายๆ เหมือนที่ผู้หญิงเกือบทั้งฮ่องกงหลงใหลเขา 

            ใช่... พี่สาวเธออาจหัวดื้อ และรั้นตามประสาคนที่ถือศักดิ์ศรี และความเป็นคุณหนู... แต่เธอก็มั่นใจอีกนั้นแหละว่าชายหนุ่มทรงอิทธิพลตรงหน้าก็คงปราบพยศพี่สาวเธอได้เช่นกัน เพราะดูเหมือนเขาจะทำมาหลายคนแล้ว... แล้วต่อให้ไม่ต้องมีแฟนหรือรู้จักเรื่องอย่างว่าดี... แต่นาคก็ไม่ใสซื่อมากเกินกว่าที่จะไม่รู้ว่าไอ้ปราบพยศที่ว่ามันคืออะไรหรอกนะ

บอกตรงๆ ว่าเห็นหน้าหล่อๆ นั่น แล้วเธอกลุ้มใจจริงๆ ไม่อยากคิดถึงผล ตอนเธอแพ้พนันขึ้นมาเลย

            ขอประทานโทษที่ให้รอครับ จงซินค่อมศีรษะขอโทษผู้เป็นนายในข้อผิดพลาดของตน ซึ่งมาเฟียหนุ่มก็ไม่กล่าวอะไร แล้วตวัดนัยน์ตาสีอ่อนปรายมองที่เด็กสาวข้างๆ ลูกน้องคนสนิทของตนแทนราวกลับจะส่งคำถามไปที่เธอมากกว่าลูกน้องตน

ซึ่งนาคก็เพียงส่งยิ้มเจือนๆ คืนให้พลางว่าไม่ค่อยเต็มน้ำเสียง เอ่อ... ความจริงเรามาถึงก่อนหน้านั่นห้านาทีแล้ว... แต่ฉันยืนทำใจอยู่ห้านาทีก่อนเข้ามาน่ะเด็กสาวพยายามหาข้อแก้ตัว ชี้ไม้ชี้มือไปที่ประตูทางเข้าให้อีกฝ่ายมองตาม แต่นัยน์ตาสีอ่อนคู่คมของคนที่กำลังฟังคำอ้างกลับยิ่งหรี่ลงจ้องเธอเขม็งเหมือนไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอพูด ทำให้เธอต้องเอ่ยสรุปในสิ่งที่คิดว่ามาเฟียฟนุ่มอยากฟังจากปากเธอที่สุดตอนนี้คือ โอเค... ฉันขอโทษที่มาสาย พอใจแล้วใช่ไหม” 

            จะพอใจกว่านี้ถ้าเธอพูดตั้งแต่แรก หลานเซ่อเอ่ยน้ำคำนิ่งเรียบแต่ฟังเฉือดเชือนแปลกๆ และไม่วายทิ้งท้ายกับเด็กสาวที่มีสีหน้าสำนึกผิดนิดๆ ก่อนลุกออกจากโซฟาราคาแพง ผูกเนคไทให้ดีด้วย” 

คราวนี้นาคต้องกรอกตาขึ้นข้างบนอย่างเหนื่อยหน่ายใจ... ทำไมต้องมาย้ำเธอเรื่องเนคไทด้วย ก็เธอผูกมันไม่เป็นนี่

            นาคต้องก้มมองสายเนคไทที่ยับยู่ยี่ของตนที่คล้องอยู่บนคอแล้วถอนหายใจหนัก ขณะต้องรีบก้าวเดินตามคณะเดินของมาเฟียหนุ่มที่มีร่วมเก้าชีวิตถ้ารวมเธอด้วย เข้าไปในลิฟต์กว้างที่จุได้เกือบยี่สิบคน ซึ่งมีผนังภายในห้องสี่เหลี่ยมเป็นกระจกขัดเงาวับซึ่งมีลวดลายจากการกัดกระจงอย่างวิจิตรรอบด้าน ตามด้วยประตูลิฟต์เลื่อนปิดไล่หลัง ก่อนตัวเลขดิจิตอลเหนือประตูลิฟต์ทจะเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ภายในลิฟต์ที่มีอยู่เก้าชีวิตเงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไร ปล่อยให้ห้องโดยสารแคบๆ หรูหรา ไต่ขึ้นไปตามชั้นที่กดตัวเลขไว้บนแป้น 

            ทว่าร่างสูงสง่าของมาเฟียหนุ่มกลับต้องหมุนใบหน้า มองไปที่ด้านซ้ายของตนเล็กน้อย และจำต้องมองต่ำไปที่ร่างของนาค เพราะรู้สึกได้ถึงสายตาของเธอที่มองตรงมายังเขาไม่วางตาจน คนถูกมองรู้สึกรำคาญ

            และหลานเซ่อก็ได้คำตอบว่านาคกำลังมองอะไร เจ้าหล่อนไม่ได้จ้องมาที่หน้าของเขาแม้แต่น้อย แต่มองไปที่ต้นคอของเขานิ่ง จนเป็นเพ่งพินิจโดยไม่รู้ตัวว่าคนถูกมองก็กำลังมองเธอกลับเช่นกัน เมื่อเธอมัวตั้งสมาธิกับการเขม็งจ้องที่เนคไทของชายหนุ่ม... ใช่ เธอมองที่เนคไทเขาพร้อมขมวดคิ้วยุ่ง ในขณะที่มือของเธอก็พยายามผูกเนคไทของตัวเองตามไปด้วย ดูเหมือนเด็กสาวจะพยายามมองเนคไทมาเฟียข้างตัวเพื่อหาวิธีผูกตาม ซึ่งดูถ้าจะยากกว่าที่คิด เพราะเนคไทเขาไม่มีปากมาบอกเจ้าหล่อนว่าวิธีการผูก ต้องทำยังไงบ้าง

หลานเซ่อลอบถอนหายใจแผ่วเบาจน จะว่าอะไรเด็กสาวข้างตัวก็คงไม่ได้ เมื่อเจ้าหล่อนแสดงให้เห็นแล้วว่าเธอผูกมันไม่เป็นจริงๆ 

            และเขาไม่คิดว่าในชีวิตนี้ ต้องมาทำอะไรแบบนี้ให้คนอื่น... ไม่เคยคิดจริงๆ... และไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงคิดทำ กว่าจะรู้คำสั่งของตนก็ออกไปแล้ว

หันหน้ามา” 

            หา!” นาคที่กำลังง่วนกับการจับเคล็ดลับวิธีผูกเนคไทจากคอคนร่างสูงกว่าจำต้องเงยหน้าพลัน กับเสียงเข้มดุที่เอ่ยสั่งเหนือศีรษะ และไม่ใช่เธอคนเดียวที่มองไปยังมาเฟียหนุ่ม เพราะบอดี้การ์ดของเขาอีกหกคน และจงซินก็หันไปมองนายของตนพร้อมกับ

หลานเซ่อดูไม่สนใจสายตาของลูกน้องในลิฟต์ แต่หันร่างกายมาเผชิญหน้ากับนาคตรงๆ และเอ่ยสั่งใหม่เสียงดุไม่เปลี่ยน ปล่อยมืออกจากเนคไท หันหน้ามาหาฉัน แล้วยืนนิ่งๆ

            นาคงงเล็กน้อยกับคำสั่ง เธอเผลอเกร็งตัวกับเสียงดุนั่นเหมือนตนทำอะไรผิด แต่ก็ยอมทำตาม คือหันหน้ามาหาเขา มือที่วุ่นกับเนคไทยับๆ ของตนก็ปล่อยลงข้างตัว และก่อนจะได้รู้ว่ามาเฟียหนุ่มจะทำอะไรกับเธอก็เมื่อได้ฟังคำสั่งต่อมาของเขา

            ฉันจะทำให้ดูครั้งเดียว แล้วจำให้ได้” 

            สิ้นคำมือเรียวแข็งแรงที่ขาวจัดของหลานเซ่อก็จับที่เนคไทยับๆ บนต้นคอของนาค และเริ่มผูกเนคไทให้เธออย่างช้าๆ เพื่อให้เธอดูตามทัน

การกระทำนั้นไม่ได้ทำให้นาคประหลาดใจหรือตกใจมากนัก เมื่อเธอให้ความสนใจกับการศึกษาว่ามือเรียวแข็งแรงที่ผูกเนคไทบนต้นคอเธอทำยังไงบ้างมากกว่า แต่ลูกน้องของชายหนุ่ม หรือแม้แต่จงซินกลับมองการกระทำนั้นค้างนิ่ง

            เมื่อพวกเขาไม่เคยเห็นว่ามาเฟียทรงอิทธิพลตรงหน้าจะต้องมายืนผูกเนคไทให้ใคร... ถึงจะบอกว่ามันจำเป็นเพราะเด็กสาวผูกมันไม่เป็น แล้วจำเป็นต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยที่สุดเพราะเธอต้องเข้างานเลี้ยงของเขา... แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าเจ้านายของตนต้องลงทุนถึงขนาดยืนผูกให้แบบนี้... 

และชั่ววูบหนึ่งที่นาคเอาแต่ก้มหน้ามองวิธีการผูกเนคไทของชายหนุ่ม เธอไม่ทันเห็น หรือรู้สึกถึงสายตาสีอ่อนคูคมกริบอ่านยากเหนือหัวของเธอ ที่ลอบมองเธอนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่มันจะผละออกไปเมื่อร่างสูงในสูทสีเข้มผูกเนคไทบนต้นคอของเธอ พร้อมรูดปมเนคไทให้อย่างเรียบร้อยเสร็จสิ้น แม้จะทำให้รอยยับๆ บนเนคไทเธอหายไปไม่ได้ก็ตาม

ขอบคุณมาก นาคเงยหน้าว่าด้วยรอยยิ้ม ขอบคุณง่ายๆ ตามสไตล์เธอ กับคนร่างสูงที่ผูกเนคไทเธอให้

            ... เขาเคยบอกแล้วว่าเกลียดรอยยิ้มนั่น... แล้วจะยิ้มขอบคุณเขาแบบนั้นทำไม... 

แม้คิดเช่นนั้น ทว่ามาเฟียก็หยุดหนุ่มมองใบหน้ายิ้มๆ นั่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตวัดเบี่ยงนัยน์ตาออกไปอีกทางคลายพยายามหลีกหนี และหมุนตัวกลับไปที่เดิม พลางตอบรับด้วยเสียงเย็นกลับ ทำงานให้สำเร็จแล้วกัน” 

            นาคไม่ตอบแค่ไหวไหล่กับคำสั่งตบท้ายที่ไม่วายเข้าเรื่องเดิม ซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้ มาเฟียหนุ่มเอาเธอมาทำงานนี่ จะให้พูดเรื่องอะไรนอกจากนั้น และเด็กสาวก็ก้มไปมองเนคไทของตน ที่คนข้างตัวลงทุนผูกให้เพื่อให้เธอจำวิธีการได้ พลางเผลออมยิ้มน้อยๆออกมา... อย่างน้อยเขาก็ยังมีน้ำใจกับเธอบ้าง

ซึ่งเด็กสาวที่ยังสนใจอยู่กับการทบทวนวิธีการผูกเนคไทของตน ไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของมาเฟียข้างตัวที่ลอบมองเงาสะท้อนของเธอ ที่สะท้อนเหมือนอยู่ในกระจกเงาบนประตูแสตนเลสของลิฟต์ด้วยสายตาที่ไม่มีใครอ่านออก...

              ในลิฟต์กลับมาเงียบอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้คงต้องยอมรับว่ากลุ่มคนของมาเฟียทรงอิทธิพลของฮ่องกงดูแปลกตาอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อวันนี้นอกจากบอดี้การ์ดประจำตัวหลานเซ่อที่ด้านหลังของเขาหกคน กับเฟยจงซิ่งซึ่งประจำอยู่ฝั่งขวามืออยู่เป็นนิจ บัดนี้กลับปรากฏเด็กสาวร่างท้วมในชุดนักเรียนที่ยืนอยู่ฝั่งซ้ายของเขาเพิ่มขึ้นมาด้วยอีกหนึ่งคน 

แทบไม่ต้องนึกว่าทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก แล้วพวกเขาเดินเข้างาน เหล่าแขกและนักข่าวจะมีปฏิกิริยายังไงถ้าเห็นคนที่เพิ่มเข้ามาในกลุ่มคนของเขา... แค่ผู้หญิงที่เป็นคู่ควงก็คงลงข่าวซุบซิบนินทาและเพิ่มดีกรีความสนใจในตัวผู้หญิงที่เป็นคู่ควงกับเขาจากสื่อมากขึ้น ถ้าเป็นดาราหรือนางแบบ ก็คงดังเปรี้ยงป้างขึ้นมาภายในข้ามคืน... แต่เด็กผู้หญิงที่หาความสวยไม่เจอ แถมยืนอยู่ในตำแหน่งเดียวกับลูกน้องเขานี่สิ ดูท่าว่าข่าวคงไม่ลงแค่เรื่องซุบซิบนินทา... 

ลูกน้องคนสนิทของหลานเซ่อเป็นแค่เด็กผู้หญิงอายุสิบเจ็ด... งานนี้ข่าวสาวๆ ที่กำลังเป็นคู่ควงกับเขาตามงานสังคมต่างๆ ที่กำลังดังคงดับเรียบไม่เหลือสักรายแล้วล่ะมั้ง

ใช่... แต่นั่นแหละจุดประสงค์

เพียงคิดถึงตรงนี้ร่างสูงในโค้ทตัวยาวของมาเฟียหนุ่ม ก็เลือนนัยน์ตาของตนมองคนเตี้ยกว่าด้านซ้ายมือ และอดเปรยขึ้นไม่ได้เมื่อเห็นความกังวลเจืออยู่ในดวงตาสีดำของเธอที่จ้องเขม็งไปที่เลขดิจิตอลบอกชั้นเหนือประตูลิฟต์

“... เธอดูตื่นเต้น” 

คำพูดราบเรียบที่เหมือนเอ่ยขึ้นลอยๆ แต่ปะปนด้วยการเตือนอยู่กลายๆ ทำให้นาคละสายตาจากตัวเลขบอกลำดับชั้น ก็ฉันไม่ได้แค่จะเดินออกไปสารภาพผิดกับอาจารย์หน้าชั้นเรียนว่าลืมทำการบ้านมานี่ เธอว่าเหน็บแนมกลับ แต่คนฟังกลับไม่ค่อยคิดใส่ใจเท่าไหร่แล้วเมื่อเริ่มจะชินนิสัยเธอ

ทันทีที่ลิฟต์เปิดออก มันจะเป็นอีกโลกที่เธออาจไม่รู้จัก ดังนั้นหูตาไวเข้าไว้ และระวังตัวตลอดเวลา หลานเซ่อเอ่ยสั่งสอนขึ้นอีกครั้งเมื่อลิฟต์ไตใกล้ถึงจุดหมาย พลางปรายนัยน์ตาต่ำมองไปยังนาค ซึ่งเธอก็ยืนฟังคำของเขาอย่างตั้งใจ อย่างบ่งบอกว่าเธอเตรียมตัวพร้อมที่จะออกไปเผชิญปัญหาหลังบานประตูสแตนเลส ก่อนเขาจะกล่าวออกคำสั่งสุดท้ายราบเรียบ นอกจาก คารอส ทาร์เปีย ถ้าใครตั้งคำถามกับเธอ เธอมีสิทธิพูดได้แค่ว่า ไม่ใช่หน้าที่ของฉันเท่านั้น” 

เด็กสาวพยักหน้านิดรับคำทันใด พร้อมสูดออกซิเจนเข้าเต็มปอด และยืดตัวตรง เลียริมฝีปากที่แห้งผากไปกับอาการตื่นเต้นเล็กน้อย ก่อนเชิดหน้าขึ้นนิดๆ ขณะที่นัยน์ตาสีดำเริ่มลบรอยหวั่นวิตกจนหมด กลายเป็นความมุ่นมั่นอย่างรู้หน้าที่... ถึงเธอจะแสร้งทำหรือไม่ แต่เมื่อตอนนี้เธอคือหนึ่งในคนของชายหนุ่ม การรักษากิริยาท่าทางนิ่งสงบวางมาด และรู้จักว่าหน้าที่คือหน้าที่ คือสิ่งที่เธอต้องทำ 

ไม่ว่าสิ่งที่รออยู่ตรงหน้าจะเป็นโลกที่เธอรู้จัก หรือไม่รู้จัก ก็อย่าให้ความกังวลใดมาทำให้งานเสีย... นั่นคือสิ่งที่เธอเรียนรู้มาตลอดทั้งชีวิต

หลานเซ่อเลิกคิ้วเล็กน้อย มองท่าทางของนาคที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว และขยับยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก

มืออาชีพเหมือนกันนี่...

เพียงไม่นานเสียงลิฟต์ก็ดังขึ้น เมื่อถึงจุดหมาย...

และเพียงก้าวแรกของมาเฟียหนุ่มแห่งฮ่องกงที่ก้าวออกไปจากห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เสียงดังแซ่งแซ่ และแสงวูบวาบของแฟลช ก็กระหน่ำซัดเข้ามาจากการกดชัตเตอร์อย่างบ้าคลั่งของสื่อมวลชนรอบทิศทางที่สุมกันอยู่หน้าลิฟต์หลายสิบชีวิต เพื่อรอดักนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเจ้าของงานเลี้ยงใหญ่ครั้งนี้ ทั้งที่ยังไม่ถึงทางเข้างานด้วยซ้ำ จนบอดี้การ์ดหกคนของชายหนุ่มต้องเดินเข้ากันทางให้นายของตนเดินนำออกไปก่อน

แต่ร่างสูงสง่ายังคงไม่แสดงท่าทางสนใจนักข่าวรอบด้าน  ใบหน้าคมดูชินชากับสิ่งที่เกิดขึ้น และก้าวเดินยาวๆ อย่างมั่นคง สม่ำเสมอ โดยมีจงซินและนาคเดินประกบด้านหลังซ้ายขวาไม่ห่าง ขณะที่มีนักข่าวและช่างกล้อง ที่ตามมาติดๆ ตื้อไม่หยุดแม้จะถูกบอดิการ์ดของหลานเซ่อกันไว้ตลอดทางอย่างแน่นหนา

ได้ข่าวว่า คารรอส ทาร์เปีย จะเข้าร่วมหุ้นกับฉายหงกรุ๊ปใช่ไหมคะคุณหลิน

แล้วเรื่องคนพบศพผู้มีอิทธิพลที่คุมไนต์คลับกับบาร์ในย่านหว่านไจ๋ครึ่งหนึ่ง เกี่ยวกับการขัดผลประโยชน์ของฉายหงกรุ๊ปที่คุมพื้นที่ในย่านนี้ไว้อีกครึ่งรึเปล่าครับ

คารอส ทาร์เปียมีข่าวในแง่ร้ายมาบ้างเรื่องการค้าสิ่งผิดกฎหมาย แล้วโรเบอร์โต้ ทาร์เปียที่เป็นพี่ชายของเขาเพิ่งขึ้นศาลข้อหาค้นอาวุธเถื่อนข้ามชาติ คุณหลินมีความมั่นใจขนาดไหนในการร่วมหุ้นกับเขาคะ

 

หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังมากกว่าการร่วมหุ้นกันคะ” 

คำถามถูกยิงเข้าใส่ชายหนุ่มทรงอิทธิพลไม่หยุดพอๆ กับแสงแฟลชที่สาดเข้าใบหน้าหล่อเหลาตลอดเวลา จนนาคที่พยายามอดทนเดินแม้ตาจะเริ่มเบลอกับแสงและความวุ่นวายรอบตัวต้องใช้ร่างสูงใหญ่ของคนชินเหตุการณ์บังใบหน้าตนเล็กน้อย หลบแสงที่กล้องยิงเข้าใส่ชนิดไม่ยั้งและไม่เกรงใจ 

และคิดว่าตนเกือบจะล่องหนได้แล้ว เมื่อความสนใจของนักข่าวทั้งหมดมุ่งไปที่มาเฟียหนุ่มคนเดียว แต่สายตาสีดำเจ้ากรรมของเธอที่ดันเผลอหมุนไปสบดวงตาช่างกล้องคนหนึ่งเข้า เมื่อเขาพยายามถ่ายภาพลอดช่องว่างของร่างกายสูงใหญ่ในสูทสีดำของบอดี้การ์ดของหลานเซ่อ ที่ยืนคุมอย่างเหนี่ยวแน่นไม่ให้ใครถึงตัวนายของพวกเขาได้

นาคตวัดใบหน้าไปที่เดิมทันใด ภาวนาว่าอย่าให้เขาสังเกตเห็นเธอ แต่ก็สายไปแล้วเมื่อช่างกล้องหน้าตี๋คนนั้นค้างไปอึดใจ และดูอึ้งกับการเห็นเด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนของเอกชนฉายหงยืนอยู่ในกลุ่มคนของคนที่ขึ้นชื่อว่าทรงอิทธิพลที่สุดในฮ่องกง

แล้วเพียงไม่นานช่างกล้องหนุ่มที่เผลอหยุดนิ่งไปหลายวินาทีกับสิ่งที่ตนไม่คาดคิด ก็เริ่มสะกิดหญิงสาวข้างตัวที่คงเป็นนักข่าวคู่กับมือกล้องอย่างเขา พร้อมชี้มาที่นาคให้หญิงสาวที่ดูไม่เต็มใจเท่าไหร่ในตอนแรกเพราะพยายามอยู่กับการสัมภาษณ์หลานเซ่อหันมาดูนาค และเจ้าหล่อนที่ถือไมค์ในมือก็ต้องเป็นฝ่ายอึ้งไปอีกคน 

การสะกิดและเรียกให้คนข้างตัวหันมาดูเด็กสาวเริ่มแผ่ขยายกว้างอย่างรวดเร็ว จากเสียงที่เคยดังกระหึ่ม กับการมุ่งความสนใจไปที่มาเฟียหนุ่มก็เริ่มเงียบลงเรื่อยๆ ตามจำนวนคนที่สังเกตเห็นเด็กสาวมากขึ้น พร้อมเสียงกดชัตเตอร์และแสงแฟลชที่เคยส่งมาชนิดไม่ยั้งมือ ก็ค่อยๆ หยุดลงราวกับหลุดเข้าไปในมิติพิศวงขึ้นมากะทันหัน

และสุดท้ายราวกับรอบด้านถูกหยุดเวลาไปชั่ววูบ ก่อนเกิดเสียงซุบซิบ และสายตาฉงน สงสัย และสนใจ รามไปทั่วกลุ่มนักข่าวหลายสิบชีวิต นาคอาจฟังภาษากวางตุ้งไม่ออก แต่รู้แน่ว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกันเกี่ยวกับเธอ เพราะเด็กผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มคนของชายหนุ่มลูกครึ่งอังกฤษ ฮ่องกง ไม่ได้ยืนอยู่ในตำแหน่งที่มีสาวสวยหลายต่อหลายคนเคยยืนมาก่อน เพื่อเป็นคู่ควงที่ไม่เคยซ้ำหน้าสักราย ถ้าเป็นแค่หญิงสาวคู่ควงคงไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องสนใจนัก เพราะป่านนี้เจ้าหล่อนที่เป็นคู่ควงคงยืนโพสท่าให้ถ่ายรูปลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งไปนานแล้ว แล้วที่สำคัญจากรูปร่างหน้าตาของนาค ทุกคนสรุปว่า ไม่มีทางมาในตำแหน่งคู่ควงแน่... แต่ตำแหน่งที่เด็กสาวร่างท้วมยืนอยู่กลับทำให้ทุกคนตีความต่างๆ นาๆ และมองเธอด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อ

เมื่อเธอยืนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีทางที่ผู้หญิง หรือเด็กผู้หญิงคนไหนจะมายืนอยู่ได้... มันน่าตกใจยิ่งกว่าการที่เธอจะเป็นคู่ควงเขาซะอีก เพราะไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมีเด็กผู้หญิงที่เหมือนจะยังไม่บรรลุนิติภาวะอย่างเด็กสาวร่างท้วมมายืนอยู่ได้... ลูกน้องคนสนิทของประธานบริษัทฉายหงกรุ๊ป... มือซ้ายของชายหนุ่มที่ทรงอิทธิพลที่สุดในฮ่องกง

เป็นไปไม่ได้... หลิน หลานเซ่อ ไม่มีทางมีลูกน้องคนสนิทเป็นเด็กผู้หญิงแน่

มันแทบจะเป็นคำตะโกนในใจพร้อมกันของนักข่าวทุกคนกับการปรากฏตัวของเด็กสาวที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้

เดินต่อฤทัยนาค คำสั่งเฉียบครั้งนี้มาจากเฟยจงซิ่งที่ยืนอยู่ข้างตัว ซึ่งนาคที่เผลอหยุดเดิน ตามความเงียบของสื่อมวลชนรอบด้านก็พยักหน้ารับ และพร้อมจ้ำหนีบรรยากาศมาคุทั่วบริเวณ

การเห็นคนที่เป็นมือขวาของหลานเซ่อ กระซิบคำพูดบางอย่างกับเด็กสาวยิ่งทำให้นักข่าวทุกคนที่ค้างนิ่งมองอยู่ รู้ว่าตนเองเดาไม่ผิด และทันทีที่นาคไหวตัวเดินต่อ ความเงียบที่เหมือนอยู่กลางป่าช้าก็กลับกลายเป็นตรงกันข้ามทันใด ราวกับทำนบความใคร่รู้แตกออก จนบอดิการ์ดหกคนของหลานเซ่อเกือบเอาไม่อยู่กับการรุกหนักขึ้นของนักข่าว

คุณหลิน เด็กสาวข้างหลังเป็นใครคะ

เธอมาทำอะไรที่นี่ครับ

ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ

ลูกน้องของคุณหลินเป็นเด็กผู้หญิงเหรอค่ะ

เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะใช่ไหมค่ะ

ช่วยตอบด้วยค่ะ” 

ความจลาจลหนักกว่าครั้งแรกหลายเท่าตัว เหมือนคลื่นที่โหมเข้าซัดฝั่ง คำถามและไมค์ที่เคยพยายามจ่อใส่มาเฟียหนุ่มเบนไปหานาคเกือบจะพร้อมกัน และช่างภาพเริ่มมายิงแฟลชใส่เธอแทน โดยนาคพยายามอดทนไม่แสดงอารมณ์บนสีหน้าเดินตามหลังกว้างเพียงอย่างเดียว จนสุดท้ายพวกเขาทั้งสามคนที่หลุดเข้ามาในงานได้สำเร็จโดยมีเสียงนักข่าวโหวกเหวกตามหลังมาให้ได้ยินแว่วๆ ก่อนเงียบลงเมื่อหลานเซ่อสั่งการ์ดที่เหลือของเขาในงานให้ไปกันเอาไว้

และแม้หลุดเข้ามาในงานที่จัดเลี้ยงแบบบุฟเฟต์เลิศหรู ที่มีคนในชุดเซฟบริการเรื่องอาหารตามซุ้มต่างๆ พร้อมเครื่องดื่มหลากสี หลายประเภทบนถาดเงินแท้ในมือบริกรที่เดินเสริฟเครื่องดื่มอยู่ทั่วงาน ขณะที่พื้นใต้เท้าปูพรมสีอ่อนเนื้อนุ่มขนละเอียด อยู่ในห้องฮอลล์โออ่าที่ประดับโคมระย้าสวยงามมีระดับ ที่เต็มไปด้วยผู้คนในเสื้อผ้าเลิศหรู โดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่งตัวมาราวมาประชันกันอย่างไม่ต้องสงสัย... แต่พวกเขาก็ยังตกเป็นเป้าสายตาไม่ต่างจากข้างนอกงาน

เพียงแต่ผู้คนที่อยู่ในเสื้อผ้าชั้นดีนับร้อยชีวิตกลับกำลังปรบมือแสดงความยินดีที่เจ้าของงานปรากฏตัวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมมีเสียงชื่นชมมากกมาย หญิงสาวเกือบทุกคนในงานหันมามองชายหนุ่มผู้กุมอำนาจสูงสุดของฉ่ายหงกรุ๊ปด้วยความกระตือรือร้นพลัน พร้อมสำรวจร่างกายตนเองว่าพวกหล่อนสวยมากพอที่คืนนี้ชายหนุ่มจะได้ใครสักคนในพวกเธอกลับไปด้วยเหมือนทุกครั้งไหม

ทว่าเสียงยินดีของผู้คนในงาน และสายตาที่พร้อมหว่านเสน่ห์ของสาวสวยในเสื้อผ้าเลิศหรูโชว์สัดส่วนอย่างชวนมองรอบงานกับต้องค่อยๆ เปลี่ยนสีหน้าไปตามๆ กัน เมื่อทุกสายตาหมุนไปเห็นคนที่ไม่สมควรมาโผล่ในที่นี่ได้ และไม่สมควรอยู่ยืนอยู่ในตำแหน่งนั้นอย่างที่สุด

เด็กสาวร่างท้วมในชุดนักเรียนไม่เหมาะกับสถานที่ซึ่งยืนนิ่งอยู่ด้านหลังฝั่งซ้ายของหลานเซ่อ... 

ผู้หญิงหลายคนในงานคงอยากอิจฉาเด็กสาวร่างท้วมอยู่ ถ้าเธอยืนอยู่ในตำแหน่งคู่ควง หรืออย่างน้อยก็คนรู้จักของหลานเซ่อ ไม่ใช่ยืนในตำแหน่งเดียวกับจงซินแบบนี้... แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อหลานเซ่อไม่น่าจะมีลูกน้องเป็นเด็กผู้หญิงได้นี่

ทุกคนดูเหมือนอยากตั้งคำถาม แต่ไม่กล้าถาม เมื่อเจ้าของงานไม่เอ่ยอะไรเลย เพียงแต่เชิญแขกทุกคนสังสรรค์กับงานเลี้ยงต่อราวกับตนไม่ได้ทำอะไรผิดแปลกมาวันนี้

นาคที่ยังพยามยามตีหน้าขรึมไม่สนใจสิ่งรอบข้างอย่างหลานเซ่ออดรู้สึกอึดอัดกับสายตานับร้อยคู่ที่มองเธออย่างตั้งคำถามไม่ได้ และดูเหมือนนายจ้างเธอก็ไม่คิดแก้ข้อข้องใจให้ใครทั้งสิ้น แต่หันมาหาเธอแทน 

ดูรูปคารอส ทาร์เปียแล้วใช่ไหม เขาถามเข้าเรื่องงานแทน

ดูแล้วนาคตอบ และเริ่มกวาดนัยน์ตามองหาคนที่ต้องการในงาน พร้อมอยากขอบคุณที่เขายอมเข้าเรื่องงานจนได้ เธอจะได้เลิกสนใจสายตารอบตัวซะที... เธอแค่มาทำงาน เสร็จเรื่องคือจบ 

ทว่าเหม่ยจิงคู่ควงตัวจริงของมาเฟียหนุ่มในอีกมุมของงานยังคงจับจ้องเด็กสาวด้วยแววตาเคลือบแคลง พลางพึมพำขึ้นกับตนเอง ใครกันน่ะ

วันนี้เธออยู่ในชุดราตรีสีดำ เป็นกระโปรงยาวถึงข้อเท้า และสวมสร้อยบนคอระหงเข้ากับต่างหูอย่างพอดี ร่างสูงบอบบาง แต่งกายได้สมเป็นนางแบบ ที่ใช้ความเรียบง่ายของเสื้อผ้าและเครื่องประดับขับความเซ็กซี่ได้ลงตัวน่ามอง ใบหน้าสวยๆ ที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างพอเหมาะขมวดคิ้วเรียวของตนจ้องมองร่างสูงสง่าที่ตนกะเข้าไปทักทาย แต่มาติดตรงเด็กสาวร่างท้วมที่กลายเป็นเป้าสายตาในงาน... ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้รู้สึกอิจฉา นอกจากมีแต่ความสงสัยเพียงอย่างเดียว

แล้วยิ่งเห็นว่าหลานเซ่อ หันไปพูดอะไรกับเด็กสาวคนนั้นคล้ายสั่งงาน มากกว่าชวนคุยสนุกสนาน บวกกับมาเฟียหนุ่มดูไม่ได้คิดจะแนะนำเด็กสาวกับใครในงาน... ที่สำคัญเด็กผู้หญิงนั่นไม่ใช่สเป็คของชายหนุ่ม ที่สามารถเลือกผู้หญิงสวยกี่คนก็ได้มาเป็นคู่ควงในงานเลี้ยงใหญ่โตขนาดนี้... หุ่นก็ไม่ดี สวยก็ไม่สวย เธอยิ่งคิดถึงเรื่องมีความสัมพันธ์พิเศษต่อกันไม่ออก

... แต่มาเฟียทรงอิทธิพลจะมีลูกน้องเป็นเด็กผู้หญิงก็ยิ่งเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่... ไม่ใช่รึไง

นาครับแฟ้มที่มีใบเซ็นร่วมหุ้นจากจงซิน เมื่อเห็นเป้าหมายเป็นที่เรียบร้อย

คารอส ทาร์เปียที่ยืนคุยกับแขกคนอื่นในงาน ไม่ได้ใส่ใจเธอมากนักเหมือนคนรอบข้าง จากที่นาคสังเกตชายวัยกลางคนในเสื้อสูทสีขาว ดูมีส่วนคล้ายแดนอยู่หลายส่วนอย่างสมคนเป็นพ่อลูกกัน คารอสมีตาสีเทาเหมือนลูกชาย แต่เพราะเขาเป็นคนคิวบาแท้ เส้นผมที่หวีเรียบไปด้านหลังจึงเป็นสีดำ ผิดกับแดนที่เป็นสีน้ำตาลแดง ใบหน้าที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นตามการเวลามีไรหนวดบางๆ ขึ้นประปราย ในขณะที่ดวงตาคม จมูกโด่งโค้ง และหักงุ้มเล็กน้อย ผิวออกแดงๆ แบบคนลาตินอเมริกัน และแม้นาคจะเห็นว่าชายชาวคิวบาเปิดปากหัวเราะ และยิ้มบ่อยๆ แต่เธอก็สังเกตว่านัยน์ตาของเขาไม่ได้รื่นเริงตามไปด้วย แถมสายตายังดูเจ้าเล่ห์นิดๆ คล้ายลูกชายไม่มีผิด แถมติดจะเยือกเย็นมากกว่า

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนๆ นี่ฉลาดขนาดไหน...

นาคกำแฟ้มในมือแน่น... เด็กผู้หญิงที่เคยทำงานติดต่อธุรกิจกับต่างชาติสำเร็จแค่ครั้งเดียวอย่างเธอ จะต้องเผชิญหน้ากับพ่อค้าค้าอาวุธเถื่อนระดับโลก... ให้ตายเถอะ... เธอไม่เห็นทางสำเร็จเลย

 

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

27,731 ความคิดเห็น

  1. #27544 llamll (@llamll) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 11:30
    ยอดเลยยย
    #27544
    0
  2. #27520 ▉ U N I Q U E ▉ (@chinocc) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2556 / 21:44
    กรี๊ดดดดดดด ด !!!!!! ฉลาดยิ่งกว่ากรด (?) ฉันชอบเธอจริงๆ ยัยนาคคค >0 #27520
    0
  3. #27482 GIFT (@suthathip-04777) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 / 18:47
    นาคโหดมากกกก 5555
    #27482
    0
  4. #27389 smile coated poison (@noandpop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2555 / 01:58
     อยากได้หนังสือมาเก็บไว้มากๆเลย
    #27389
    0
  5. #27192 GALILEO (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กันยายน 2554 / 18:19
    สู้ๆครับ เพลินจนอ่านมากี่ตอนแล้วก็ไม่รู้ตัวเลย
    #27192
    0
  6. #26687 ฟันฟันฟัน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2554 / 22:10
    อ่านแล้วเหมือนคนบ้า...เดี๋ยวก็หัวเราะ เดี๋ยวก็ร้องไห้ แถมขี้หงุดงิดอีกเวลามีคนมากวนใจ จนมีคนถวมว่าอ่านนิยายแล้วเป็นบ้าหรือ????
    #26687
    0
  7. #26357 อิงฟ้า_yunyu (@51162592) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 05:03
    นาคสุ้ๆๆๆ
    ชอบฉากที่หลินผุกไทดืให้
    ทำเอาอิ้งเป็นแทบๆเลย
    #26357
    0
  8. #26209 Nu^^Yee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2554 / 00:53
    แวะเข้ามาอ่านค่ะ มาประกาศตัวด้วยว่าตามอ่านอยู่ (ถึงเป็นกระทู้ที่จะโดนลบในไม่ช้าก็ตาม)



    สนุกมากเลยค่ะ เป็นหนังสือก็จะตามไปเก็บอีก



    ขออนุญาตินิดนึงนะคะ

    ตรงจุดเรื่องงานเลี้ยงภายในงานที่ว่า... บุฟเฟ่ต์สุดหรู...

    ส่วนตัวคิดว่า ถ้าเป็นงานเลี้ยงที่จัดเป็นซุ้มๆ มีคนคอยบริการ แล้วฟังดูหรูหรา ส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า งานค๊อกเทล มากกว่าเรียกว่า บุฟเฟ่ต์

    อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ

    #26209
    0
  9. #25779 K-pentagon (@k-pentagon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 13:47
    ตอนนี้นาคไม่ใช่คู่ควง
    แต่ป็นคู่ครอง ><
    #25779
    0
  10. #25691 เด็กน้อย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2554 / 00:28
    ไม่อยากจะติหรอกนะแต่เห็นมาหลายตอนแล้ว คำผิดเยอะมากค่ะ แต่สนุกมากๆจนมองข้ามคำผิดไปได้เลยล่ะ
    #25691
    0
  11. #24886 milky_bread (@milky_bread) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 09:11
     มือฉันเงี่ย ==> เนี่ย
    #24886
    0
  12. #24463 Naruko (@Naruko) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:09
    เหอๆ อ่านตอนนี้แล้ว ... ต่อมความใคร่รู้ก็กำเริบ อยากทราบจริงว่า 'อีกประมาณ 5 ปี ถ้านาคกลับมาปรากฎตัวอีกครั้งในนามใหม่ที่เป็นคู่หมั้นและกำลังจะแต่งงานของหลานเซ่อเนี่ย' อาการของนักข่าวและใครหลายๆ คนจะเป็นเยี่ยงไรบ้างหนอ
    #24463
    0
  13. #24005 mona_nooparn (@monasatoo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:23
    ระดับโลกเชียวนะ ระดับโลก
    #24005
    0
  14. #23848 mook (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:58
    คลายพยายาม - คล้ายพยายาม ค่ะ
    #23848
    0
  15. #23846 pittanan (@pittanan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:44
    ปล่อยให้นาคหมกหมุ่นกับข้อมูล >>> หมกมุ่น
    ตามที่ชายหนุ่มคิดไว้แป๊ะ >>> เป๊ะ
    เฟยจงซิ่งที่เห็นท่าทาง >>> เฟ่ย จงซิน
    ยามโพล้เพล้ของเวลาทุ้มกว่า >>> ทุ่ม
    แต่บัดนี้เขากลับรวดผม >>>รวบ
    ไม่ม่ปอยผมสักเเส้นปิดปังหน้า >>> บัง
    ส่งยิ้มเจือนๆคืนให้ >>>เจื่อนๆ
    คิดว่ามาเฟียฟนุ่มอยากฟัง >>>หนุ่ม
    และจงซินก็หันไปมอนายของตนพร้อมกับ >>>กัน
    ปล่อยมืออกจากเนคไท >>>ออก
    ก็เลือนเนัยน์ตา >>>เลื่อน
    เมื่อลิฟต์ไตใกล้ถึงจุดหมาย >>>ไต่
    พลางปรายนัยน์ตาต่ำมองไปยังนาค >>>น่าจะเป็น พลางปรายนัยน์ตามองต่ำไปยังนาคมกกว่านะคะ
    กลายเป็นความมุ่นมั่น >>>มุ่ง
    เมื่อมีคนใยชุดเซฟบริการ >>>เชฟ
    #23846
    0
  16. #23659 ParanoidZz (@cardianesthesia) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2554 / 18:16
    สนุกมากๆค่ะ เป็นนิยายแนวที่ไม่เคยอ่านที่ไหนมาก่อน คนแต่งเก่งมาก แปะๆๆๆ ชอบที่สุดเลย


    ชอบนางเอกมาก ฉลาดดี 555+ จะติดตามต่อไปนะค้ะ
    #23659
    0
  17. #23502 chunbee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2554 / 23:20
    มาอ่านรอบสองค่ะ

    ลุ้นเหมือนเดิม น้องนาคสู้ๆ !!
    #23502
    0
  18. #23034 PUN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 16:45
    สนุกมากๆเลยนะ น่าติดตามมาก อิอิ

    ชอบนางเอกอ่ะ ฮาดี
    #23034
    0
  19. #22565 ♣A-B-P♣ (@basompu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2553 / 03:54
    ต้องได้สินาค!
    สู้!
    #22565
    0
  20. #22068 chunbee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2553 / 10:50
    นาคสู้ๆ ระบดับนี้แล้ว ฉลุย อิอิ
    #22068
    0
  21. #21893 ladyberbatov (@ladyberbatov) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 17:29
     Fighting !!!!
    #21893
    0
  22. #21518 Oo แว่นน้อย oO (@rose1412) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2553 / 22:58
    สู้ๆๆ นาค เพื่ออิสระภาพ อีก 13ล้านน
    #21518
    0
  23. #21412 Cerise (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2553 / 13:30
    ลุ้นๆๆ



    ><



    นาคสู้เค้า เพื่อเงิน 7 ล้าน

    #21412
    0
  24. #18627 คนดีของทุกคน (@homegoto) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2553 / 12:07
    สนุกเวอร์อะครับตอนนี้  สุดยอดมาก>,,<
    #18627
    0
  25. #17233 DREAMMY x') (@dream-ls) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2553 / 19:32

    สู้เขา+

    #17233
    0